|
พายุฝุ่นครั้งใหญ่บนดาวอังคาร
โพสต์เมื่อ:
12:45 วันที่ 31 ต.ค. 2544 ชมแล้ว:
32,974
ตอบแล้ว:
16
จำนวน 15 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 12 ต.ค. 2544 (05:03)
คุณเปี้ยวช่วยแก้โปรแกรมให้รูปอยู่เหนือข่าวได้มั้ยคะ ต้องแก้เองทุกข่าวเลยค่ะเพราะรำคาญตามาก พี่แก้จากเครื่องนี้ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวจะมาเขียนต่อนะคะ ภาพนี้แสดงวิวัฒนาการของพายุฝุ่น และแสดงชื่อสถานที่ต่างๆที่กล่าวถึงบนดาวอังคารค่ะ โดยทีมเดียวกับรูปบนค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 12 ต.ค. 2544 (14:24) ภาพสวยดีครับ เห็น J. Bell ในรูปแรกคิดว่าเป็น Jocelyn Bell ที่ค้นพบ pulsar ซะอีก (ตอนแรกนึกถึง John Bell แต่ตายไปแล้วน่ะ) :) ![]() (^_^) (IP:203.147.25.123) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 13 ต.ค. 2544 (05:24) ขอบคุณมากค่ะ คุณเปี้ยว แก้ให้รวดเร็วทันใจ ว่องไวปานกามนิตหนุ่มเชีย ฮิๆๆ ขอเล่าคร่าวๆถึง ประวัติการศึกษา พายุฝุ่น บนดาวอังคาร นะคะ ก่อนที่มนุษย์เราจะส่งยานอวกาศไปดูดาวอังคารใกล้ๆ นักดาราศาสตร์ก็ยังไม่รู้ความเป็นไปในบรรยากาศของดาวอังคารดีนัก เพราะแม้ดาวอังคารจะเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้โลกที่สุดในระับบสุริยะด้วยกัน แต่วงโคจรของดาวอังคารก็เป็นวงรีมากกว่า ซึ่งทำให้ภูมิอากาศแตกต่างกันแบบสุดขั้วมากกว่าบนโลกมากด้วย และคาบการโคจรของดาวอังคารก็ยาวกว่า คือ ใช้เวลา ๖๘๗ วันต่อหนึ่งคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ ในขณะที่โลกใช้เวลน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของดาวอังคารเท่านั้น จึงมีบ่อยครั้งที่จะอยู่ห่างกันหรือตรงข้ามกัน ทำให้สังเกตการณ์ได้ยาก พายุฝุ่นบนดาวอังคารมักจะเกิดขึ้นประมาณฤดูสปริง และฤดูร้อนในภาคใต้ของดาวอังคาร ซึ่งเป็นช่วงที่ดาวอังคารโคจรมาใกล้ดงอาทิตย์มากที่สุด ความแตกต่างกันของพลังงานที่ดาวอังคารได้รับ เมื่อเช้ามาใกล้ดวงอาทิตย์ กัลตอนที่อยู่ห่างออกไป จะมีมากถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่บนโลก ความแตกต่งนี้มีเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึกโลกภาคเหนือและภาคใต้จึงมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยแล้วพอๆกัน ไม่ต่างกันมากเหมือนดาวอังคาร ไปแฮปรูปจากโครงการ Mars Odyssey ที่กำลังจำไปถึงดาวอังคารอีก ๑๑ วันเท่านั้นเองค่ะ ภาพนี้แสดงให้เห็นว่า ตอนนี้เป็นตอนที่ดาวอังคารมาอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 13 ต.ค. 2544 (05:37) ในอดีตได้มีการค้นพบ พายุฝุ่นจำเพาะที่มาก่อน โดยนักดาราศาสตร์สังเกตว่ามันเป็น เมฆสีเหลือง ที่ปกคลุมดาวอังคาร แต่ที่เราสนใจก็คือ พายุฝุ่นที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งดาว เช่นคราวนี้ ลำดับการค้นพบเกี่ยวกับพายุฝุ่นบนดาวอังคาร คศ ๑๗๙๖ H. Flaugergues เป็นนักดาราศาสตร์คนแรกที่สังเกต เมฆสีเหลือง บนดาวอังคาร แทนที่จะเป็นเมฆสีขาวตามปกติที่เกิดจากน้ำและน้ำเข็ง คศ ๑๙๒๐ ถ่ายภาพ เมฆสีเหลือง เป็นหย่อมๆจำเพาะที่เป็นครั้งแรก โดยกล้องดูดาวที่หอดูดาว Lowell ในรัฐ Arizona ๑๙๕๖ ค้นพบปรากษการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นพายุฝุ่นที่ครอบคลุมทั้งดาวอังคารเป็นครั้งแรก ๑๙๖๕ ยาน Mariner 4 บินผ่านดาวอังคารเป็นครั้งแรก และส่งภาพแถบหนึ่งบนพื้นดาวอังคารที่ไม่มีเมฆแม้แต่น้อยกลับมายังโลก ๑๙๖๙ ยาน Mariner 6 & 7 บินผ่านดาวอังคาร และได้ส่งภาพดาวอังคารที่มีบรรยากาศแจ่มใสกลับมา ๑๙๗๑ ยาน Mariner 9 ไปบินโคจรรอบดาวอังคารเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อยานไปถึง ดาวอังคารก็เริ่มถูกปกคลุมไปด้วยเมฆฝุ่นแล้ว เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นภาพดาวอังคารทั้งดวงที่ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นจากพายุทั่วดาว จากภาพมองเห็นได้แต่ยอดเขาสูงที่ทะลุเหนือเมฆขึ้นมาเท่านั้น ทำให้เราได้ทราบว่า พายุฝุ่น โยนซัดฝุ่นขึ้นมาได้ถึง เกือบ ๓๐ กม อันเป็นความสูงของยอดเขาเหล่านั้น ๑๙๗๓ กล้องดูดาวภาคพื้นดิน ถ่ายภาพดาวอังคารที่ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นไปทั้งดวง เป็นครั้งแรก เป็นการยืนยันการค้นพบของ Mariner 9 ๑๙๗๗ ยานไวกิ้ง ๑ และ ๒ ไปจอดลงบนดาวอังคารได้สำเร็จเป็นครั้งแรก และได้ส่งภาพพายุฝุ่นจากภาคพื้นดาวอังคารมายังโลก ให้เห็นเป็นครั้งแรก ภาพวาดแสดงพื้นผิวของดาวอังคารยามฟ้าใส ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 13 ต.ค. 2544 (05:38) ภาพวาด สภาพของดาวอังคารเมื่อเกิดพายุฝุ่น ทั้งสองภาพโดย James Gitlin แห่ง Space Telescope Science Institute ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 13 ต.ค. 2544 (06:48) ปี คศ ๑๙๘๒ ยานจอดไวกิ้ง ๑ สังเกตการก่อตัวของพายุที่ดูจะเป็นครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ในเวลาชั่วอาทิตย์ก่อนที่จะขาดการติดต่อกับพื้นโลกไป อันเป็นการสิ้นสุดการปฏิบัติการต่อเนื่องบนพื้นผิวดาวอังคารเป็นเวลากว่าม ๗ ปี ของยานทั้งสอง คศ ๑๙๙ู๔ อุปกรณ์ไมโครเวฟบนภาคพื้นดินที่ตรวจวัดอุณหภูมิของบรรยากาศบนดาวอังคารอยู่ตลอดเวลา ได้พบว่า เกิดพายุฝุ่นครอบคลุมทั่วดาวอีก เป็นครั้งแรกที่พบ หลังจากข้อมูลของยานไวกิ้ง ปี ๑๙๙๗ ยาน Mars Global Surveyor ได้เริ่มเข้าหาดาวอังคารด้วยวิธีถลาปะทะบรรยากาศด้วยแผงรับแสงแดดเพื่อชะลอยาน (aerobraking) และตรวจพบว่า เมื่อทั่วทั้งดาวอังคาร มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพายุฝุ่นขึ้นมา แต่จะเป็นเฉพาะที่หรือทั่วทั้วดาวก็ต้องมีปัจจะอื่นอีก ที่เรายังต้องค้นหาต่อไป ในปีนี้ คศ ๒๐๐๑ พายุฝุ่นทั่วทั้งดาวเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงสองสามวัน หลังจากกล้องฮับเบิล ถ่ายภาพดาวอังคารตอนที่เข้ามาใกล้โลกที่สุด (ดูกระทู้ห้องเด็กวิทย์ ดาวอังคารเข้าใกล้โลกมากที่สุด ) โดยกล้องฮับเบิลได้ถ่ายภาพในความเห็นที่ ๑ ซึ่งแสดงให้เห็นพายุฝุ่นที่เริ่มก่อตัวใน Hellas Basin ภาพนี้ถ่ายโดยอุปกรณ์ถ่ายภาพในแสงที่เรามองเห็นได้ MOC บนยาน MGS วงฝุ่นขาวๆคือพายุฝุ่นในหลุมอุุกาบาตขนาดยักษ์ ที่เรียกว่า แอ่ง เฮลลัส ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 13 ต.ค. 2544 (07:05) ภาพแสดงระยะทางระหว่างดาวอังคารกับวงอาทิตย์ในฤดูต่างๆค่ะ ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 13 ต.ค. 2544 (07:13) บนโลกเราก็มีพายุฝุ่นที่ใหญ่มากๆจากทะเลทรายซาฮาร่าในทวีปอัฟริกา พัดข้ามทวีปไปยังยุโรป ผลกระทบของพายุฝุ่นต่อระบบนิเวศน์ โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝน ก็เพิ่งจะเริ่มศึกษากันไม่นานนี้เอง ภาพพายุจากทะเลทรายซาฮาร่า หอบเอาฝุ่นทรายจากทวีปอัฟริกาตะวันตกขึ้นเหนือมหาสมุทรแอ็ตแลนติค ภาพโดยยาน Seawifs ขององค์การนาซ่า ![]() ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 17 ต.ค. 2544 (20:27) ขออ่านดูก่อน รักสนุก ทุกข์ถนัด (IP:202.183.137.134) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 18 ต.ค. 2544 (18:54) แล้วสาเหตุของการเกิด พายุบนดาวอังคารมันจะต่าง กับบนโลกยังไงครับ ผมคิดว่าตัวแปรต่างๆมันก็น่าจะคล้ายกัน ดังนั้นสาเหตุก็น่าจะคล้ายกัน ส่วนกรณีที่เกิดพายุลูกหนึ่งแล้วมีผลต่ออีกลูกหนึ่งนั้น บนโลกของเราเคยเกิดเหตุการณ์นี้บ้างหรือป่าวครับ tek (IP:202.183.144.78) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 19 ต.ค. 2544 (00:53) I just got computer virus ka. Sorry. I can't answer you right now but will do as soon as I can ka. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 1 พ.ย. 2544 (00:45) ขออภัยคุณ tek ด้วยนะคะที่มาตอบช้า สาเหตุโดยหลักการของการเกิดการหมุนเวียนของบรรยากาศ ที่ทำให้เกิดลมพายุต่างๆบนดาวเคราะห์ ก็ไม่ต่างกันมากหรอกค่ะ เป็นการเกิด convection หรือการไหลวน อันเป็นคุณสมบัติของก๊าซและของเหลว ที่จะทำตัวอย่างนั้น เมื่อมีอุณหภูมิต่างกัน ถ้าจะว่าไปให้ถึงต้นตอแล้ว ก็ ดวงอาทิตย์ นี่แหละค่ะ เป็นสาเหตุหลัก เมื่อดาวเคราะห์ได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์เพิ่มมากขึ้นจากจุดใดจุดหนึ่ง ทำให้บรรยากาศเหนือพื้นผิวส่วนนั้นร้อนขึ้นไปด้วย ดาวอังคารต่างจากโลกที่ ระยะห่างจากดวงอาทิตย์จะต่างกันมาก เพราะวงโคจรเป็นวงรีมากกว่าโลกมาก ในขณะที่วงโคจรของโลกเกือบจะเป็นวงกลม (สังเกตรูปในความเห็นที่ ๓ นะคะ) ตรงจุดที่มาใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดนั่นแหละค่ะ ที่มักจะเป็นช่วงที่เกิดพายุ ความที่มีความแตกต่างในพลังงานที่ได้รับจากดวงอาทิตย์มากๆนี่แหละค่ะ ที่ทำให้พายุบนดาวอังคารรุนแรงกว่าบนโลกมาก บนโลกของเรานั้น ระหว่างที่เมื่อเราอยู่ห่างที่สุด กับใกล้ที่สุดจากดวงอาทิตย์ มีความแตกต่างระหว่างพลังงานที่ได้รับเพียง ๑ % เท่านั้น ในขณะที่บนดาวอังคาร ความแตกต่างนั้นจะมีถึงร่วม ๓๐ % พายุบนโลกนั้น จะไม่ข้ามศูนย์สูตร จากแรง coriolis ถ้าพายุเกิดเหนือศูนย์สูตร ก็จะพัดขึ้นเหนือ ถ้าเกิดใต้ศูนย์สูตรก็จะพัดลงใต้ แต่ไปไม่ไกลมากก็จะสลายตัวไปก่อน ไม่มีพายุอะไรพัดได้ไกลไปถึงขั้วโลกได้ เพราะพายุที่เกิดบนโลก ไม่มีกำลังมาก เพราะได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ไม่พอที่จะทำให้มีแรงมากจะฝืนแรงที่เกิดจากการหมุนตัว คือ แรง coriolis ได้ บนดาวอังคาร สันนิษฐานว่า ปกติบนพื้นผิวของดาวอังคารจะหนาวมาก (อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด -๑๐๐ องศาเซลเซียส และ เฉลี่ยสูงสุด ประมาณ ๒๐ องศาซี) จาก๊าซแข็งตัวจับอยู่ที่พื้นและใต้พื้นมาก พอเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ก็ระเหยเป็นไอ เพิ่มความรุนแรงของพายุขึ้นไปอีก นอกเหนือไปจากส่วนที่ปั่นป่วนด้วยความแตกต่างทางอุณหภูมิมากๆขนาดนั้นอยู่แล้วค่ะ จากข้อมูลไม่มากที่เราได้มา ก็มีบันทึกการที่พายุฝุ่นบนดาวอังคาร สามารถพัดข้ามเส้นศูนย์สูตรจนตระหลบไปทั่วทั้งดาวได้ เรายังไม่มีการสังเกตการณ์มากพอให้วินิจฉัยได้ว่า พายุที่เกิดขึ้นที่จุดหนึ่ง ไปกระตุ้นกลไกอะไรในบรรยากาศ จนก่อผลให้เกิดพายุในอีกจุดหนึ่งซึ่งแทบจะอยู่กันคนละซีกโลกได้ ตอนนี้ ยาน Odyssey ไปถึงดาวอังคารแล้ว ประมาณกลางค่อนไปทางปลายเดือน พย ก็คงเริ่มวัดอะไรๆได้บ้างแล้ว เราคงจะได้ข้อมูลเพิ่มขึ้นอีกมาก นี่เป็นครั้งแรกหลังจากปี คศ ๑๙๗๙ ที่เรามียานอวกาศโคจรรอบดาวอังคารพร้อมๆกันสองยาน ที่จะช่วยให้เข้าใจกลไกของบรรยากาศได้มากขึ้นกว่ามากที่เมื่อมียานลำเดียวเท่านั้นค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 28 ส.ค. 2546 (18:32) ขอบคุณมากคับที่ให้ความรู้เกี่ยวกับดาวอังคารแก่ผม ... (IP:203.107.130.11,203.209.21.136,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 8 ก.ย. 2547 (17:49) ประทับใจมากค่ะกับเว็บนี้ อยากให้ช่วยส่งรูปภาพไปที่เมล์ของเราหน่อยได้มั้ยเอ่ย ขอบคุณมาก เมย์ค่ะ hatorikung@sanook.com (IP:202.176.183.76,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 25 ม.ค. 2549 (16:39) ขอขอบคุณมาก ญำาน (IP:202.142.211.204,,) หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
![]() บทความแนะนำBlog แนะนำHot Linksขอบคุณผู้สนับสนุน |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |