คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
ปรากฏการณ์ รูโอโซน เริ่มกลับคืนตัวแล้ว
โพสต์เมื่อ: 09:38 วันที่ 3 ธ.ค. 2544         ชมแล้ว: 32,309 ตอบแล้ว: 38
11605


ภาพแสดงระดับโอโซนในบรรยากาศโลก จากน้อยไปมาก เป้นสีน้ำเงิน ฟ้า เขียว เหลือง ฯลฯ พื้นที่สีเทาคือแผนที่ทวีป ในภาพเป้นทวีปอเมริกาใต้ และทวีป Antarctica ส่วนที่มีโอโศนเบาบางที่สุด ที่เรียกกันติดปากว่าเป็น รูโอโซนนั้น ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๒๖ ล้านตารางกิโลเมตร

จากข้อมูลของยานอวกาศที่ศึกษาบรรยากาศโลก ทั้งของนาซ่า และของ National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) ที่ปรากฏมาในสามปีหลังนี้ แสดงให้เห็นว่า รูโอโซน มีขนาดและความหนาในชั้นบรรยากาศพอกัน ซึ่งผิดไปจากแนวทางเดิม ที่ลดลงเรื่อยมาทุกปีตั้งแต่เรามีการสำรวจโอโซนในอวกาศเป็นต้นมาตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ ๑๙๗๐

การที่ขนาดของรูโอโซนเริ่มปรากฏว่ามีความคงที่เป็นครั้งแรก ก็แสดงให้เห็นว่า มาตรการลดการผลิต Chlorofluorocarbon(CFC) เริ่มปรากฏผลในทางที่ดีให้เห็นได้เป็นครั้งแรก เนื่องจาก CFC สามารถทนอยู่ในบรรยากาศได้เป็นเวลานานมาก แม้เราตัดการผลิตทั้งหมดบนโลกอย่างปุปปับวันนี้ กว่าจะเห็นผลที่แท้จริงก็ต้องเป็นอวลาอย่างน้อยๆเป็นสิบปีขึ้นไป

หากเราสามารถรักษามาตรการลดการผลิต CFC ไปเรื่อยๆแล้ว ขนาดของรูโอโซนคงจะเริ่มหดตัวลงในไม่ช้านี้เป็นแน่ หากไม่มีเหตุการณ์สุดวิสัยทางธรรมชาติ เช่นการระเบิดภูเขาไฟ ที่พ่นละอองของเหล็วเล็กๆ ที่เรียกว่า aerosol ขึ้นไปในบรรยากาศเป็นจำนวนมาก จนไปช่วยเพิ่มอัตราการทำงายโอโซฯในธรรมชาติ เราก็คงจะได้เห็นการฟื้นตัวของโอโซนอีกในไม่นานเกินรอ

ที่เราเรียกว่า รูโอโซน คือระดับที่ต่ำของประมาตรโอโซน ในบรรยากาศ โดยกำหนดไว้ว่า บริเวณที่ปริมาตรโอโซนรวมมีต่ำกว่า 220 Dobson Unit(DU) แล้ว ก็เรียกว่า เกิดปรากฏการณ์ รูโอโซน ในปี คศ ๑๙๙๓ ในฤดูหนาวของซีกโลกภาคใต้ ปริมาตรโอโซนเหนือทวีป Antarctica มีเพียง 88 DU เท่านั้น

การสูญเสียโอโซนในบรรยากาศระดับสูง เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง เพราะว่า โอโซน ช่วยดูดซับรังสียูวีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก

บนส่วนปลายแหลมของทวีปอเมริกาใต้ ในประเทศชิลี เคยมีรายงานว่า แกะที่เลี้ยงอยู่บริเวณนั้น ในบางปีจะเกิดมีอาการตาต้อ (cataract) และคนเลี้ยงแกะก็เป็นเช่นกัน และแพลงตอนซึ่งเป็นสัตว์ชั้นต่ำสุดในห่วงลูกโซ่อาหารในท้องทะเล ก็จะตายลงทีละมากๆ หากมีรังสียูวีเล็ดรอดลงมาบนโลกได้มากขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบมากมายในทางเศรษฐกิจของทั้งโลกได้

หาอ่านเพิ่มเติมได้ที่

Climate Monitoring & Diagnostic Laboratory


กรุณาเลือก วิธีแสดงกระทู้ Default ให้แสดงทุกความเห็น เพื่อสามารถเห็นข้อความต่อเนื่องของข่าว จากความเห็นแรกๆ ที่ถูกดันตกไปเมื่อมีการแสดงความเห็นเกิน ๑๐ ความเห็น



พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 29 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 1 พ.ย. 2544 (01:02)
ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ CFC ที่เราใช้ในตู้เย็น หรือระบบทำความเย็นต่างๆในสมัยก่อน เป็นสารที่เสถียรมาก และใช้เวลานานมากกว่าจะขึ้นไปถึงบรรยากาศชั้นบนได้ ประมาณว่าต้องใช้เวลาเป็นสิบปีแน่ะค่ะ กว่าจะขึ้นจากพื้นไปบนนนั้นได้ แล้วมันก็มีอยู่ทั่วไปในบรรยากาศนั่นแหละค่ะ ส่วนที่มีอยู่แล้วเหนือขั้วโลก ในตอนหน้าหนาวจะถูกตัดขาดจากบริเวณอื่นเท่านั้นเองหรอกค่ะ ไม่ใช่มันพากันไหลไปขั้วโลกกันหมด

เมื่อ CFC แตกตัวให้คลอรีนอิสระ(Cl-)ออกมา ระบบการทำลายทางเคมีมันเป็นอย่างนี้

O3 + UV -> O2 + O-

Cl- + O- -> ClO

แต่ ClO นี้ พอโดนแดดก็จะแยกตัวกลับให้คลอรีนอิสระตามเดิม แต่อ๊อกซิเจนอินสระ จะกลับไปรวมตัวกับ อ๊อซิเจนอิสระตัวอื่น กลานเป็นก๊าซออกซิเจ้นเท่านั้น ไม่กลับไปเป็นโอโซนอีก เพราะการเกิดโอโซนต้องใช้พลังงานมาก

ClO + visible light -> Cl- + O-
O- + O- -> O2

ดังนั้น Cl- ก็กลับไปทำลายโอโซนตัวใหม่ได้อีก คลอรีนจึงมีความคงทนในการทำลายโอโซนได้มาก มีข้อมูลว่า คลอรีน ที่ขึ้นไปนั้น จะอยู่ได้ถึง ๑๐๐ ปี กว่าจะสลายไปเองตามธรรมชาติ เมื่อได้มีการประกาศให้ลดการผลิต CFC ลงตั้งแต่ปี คศ ๑๙๙๑ (ประมาณนั้นนะคะ ไม่ได้เช็ค แต่ผิดกันคงไม่เกินปีสองปี) ระดับโอโซนก็ยังลดลงมาเรื่อยๆ ตามที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้ไม่มีผิดเลยว่า กว่าจะเห็นการคืนตัวของโอโซนได้ ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆสิบปี หลังจากลดการผลิต CFC ลงไปแล้ว ต่อให้งดการผลิต CFC ลงอย่างสิ้นเชิง ระดับโอโซนก็คงยังไม่กลับคืนสู่สภาพเดิมในเวลาอย่างน้อยๆสิบปีทีเดียวค่ะ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 14 พ.ย. 2544 (10:43)
ผมก็เพิ่งทราบว่า รูรั่วของโอโซนมีผมต่อจุลินทร์ชีพ
ผมทราบแต่เพียงว่ามันจะทำให้ผิวหนังของมนุษย์มีโอกาสเสียงต่อการเป็นมะเร็ง
สูงขึ้นเท่านั้น
ถ้าจุลินทรีตาย ก็เรื่องใหญ่มาก ห่วงโซ่อาหารขาดสะบั้น จะตายกันหมดโลก
แต่ถ้าตายแต่คน ก็ไม่เท่าไร โลกยังอยู่ได้
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

นิรันดร์ (IP:203.121.130.37)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 2 ธ.ค. 2544 (00:34)
แล้ว ozone ที่จะฟื้นตัวขึ้นมาใหม่เนี่ย จะเกิดจากกระบวนการยังไงหรือครับ?

P (IP:203.147.49.249)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 2 ธ.ค. 2544 (05:39)
ปกติตามธรรมชาติก็มีกระบวนการ สร้างและทำลาย โอโซน อย่างต่อเนื่องสมดุลย์กัน ผลลัพท์ของมันก็คือการที่เรามีโอโซนในบรรยากาศชั้น stratosphere โดยโอโซนจะมีหนาแน่นที่สุดประมาณ ๑๘-๒๕ กม

การที่มีสาร CFC ที่ให้อนุมูลอิสระของคลอรีน ทำให้เกิดการทำลายมากขึ้นกว่าเดิม ผลลัพท์รวมมันจึงทำให้มีโอโซนน้อยลง พอลดประมาณ อนุมูลอิสระของคลอรีนลง มันก็กลับคืนสู่ภาวะ equilibrium ช้าๆ

การบวนการเกิดของโอโซนในบรรยากาศ มีหลายอย่าง ตั้งแต่รังสี UV ไปทำลายพันธะของก๊าซออกซิเจน O2 ได้ 2 O- แล้วมันจึงไปรวมกันเป็น โอโซนอีกทุ กรุณาดูสมการแรกของความเห็นที่ ๑๐ นะคะ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 3 ธ.ค. 2544 (21:38)
ขอบคุณครับ

p (IP:203.148.185.156)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 8 พ.ค. 2546 (14:51)
ขอบคุณสำหรับสิ่งดี ๆ ที่ให้ศึกษา
น้ำหวาน (IP:203.154.100.25,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 18 พ.ค. 2546 (20:52)
ขอบคุณครับ
เย้ ดีขึ้นบ้างแล้ว
Hypernova (IP:202.28.179.1,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 15 ส.ค. 2546 (17:12)
ไม่ทราบว่ามีเทนขึ้นไปทำลายโอโซนหรือป่าวครับ ถ้าขึ้นไปขอดูการทำลายของมีเทนที่ทำล่ยโอโซนด้วยครับ จะของพระคุณมาก
sc (IP:202.28.179.6,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 17 ส.ค. 2546 (13:22)
แล้วทำไมอากาศมันวิปริตผิดปกติแบบนี้ที่ยุโรปร้อนคนตายหลายพันคน แล้วอากาศที่บ้านเรามันก็ร้อนผิดปกติมากขึ้นทุกวัน จนแทบทนไม่ได้แล้วบางวัน งานวิจัยนั้นเชื่อได้หรือ หรือว่ามันแหว่งมากขึ้นตอนนี้
ร้อน (IP:202.28.77.30,10.16.16.49,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 27 มี.ค. 2547 (12:26)
http://www.kidsastronomy.com/images/wallpaper/vortex640-480.jpg
เหมือนรูปนี้หรืเปล่าครับ
eq0 (pantip.com) (IP:202.44.8.98,202.44.14.187,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 27 มี.ค. 2547 (12:53)
จากการอ่าน #7#10 ของคุณพวงร้อย . .
ผมประมวลได้ดังนี้ บริเวณขั้วโลกใต้หนาวมากๆ พื้นดินมีน้อย อากาศจึงหมุนวนได้ค่อนข้างแรง เกิดอาณาบริเวณปิด ติดต่อโลกภายนอกไม่ได้ (isolated) ของเสีย เช่น CFC จึงถ่ายเทไปสู่ที่อื่นไม่ได้ ..แถมโอโซนจากที่อื่น จะมาเสริมก็ไม่มี //cry
- การสร้างโอโซนก็มีน้อย เพราะแสงแดดไม่ค่อยมี . .
- สารทำลายโอโซนก็มีมากกว่าที่อื่น เพราะเป็นบรรยากาศปิด
- นี่คือวิบากกรรมที่ก่อเกิดครับ แหะ ๆ ..
eq0 (pantip.com) (IP:202.44.8.98,202.44.14.187,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 5 เม.ย. 2547 (21:32)
T_Tเฮ้อ กว่าจะเหมือนเดิม จะอีกกี่ปีหนอ T_T
เม.เอ.วิล (IP:202.183.152.204,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 6 ก.ย. 2547 (16:59)
แล้วดีหรือไม่ดีคะ (ไม่เข้าใจ)
ทรงสุดา (IP:202.183.174.42,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 15 ธ.ค. 2547 (17:06)
หมายความว่า รูโอโซนกำลังหดลงสิครับ

เพราะจะไม่มีสารCFC สารฮาลอน หรือสารทำลายโอโซนไปรบกวนมากกว่าที่เป็นอยู่แล้ว ทำให้ธรรมชาติมีเวลาพอที่จะสร้างโอโซนเพิ่มขึ้นชดเชยที่เสียไป....

แล้วการเกิดโอโซนในธรรมชาติมักเกิดด้วย พายุ ฟ้าผ่า แล้วอาศัยกระแสลมพายุหมุนเวียนถ่ายเทโอโซนกระจายจากเส้นศูนย์สูตรต่อครับ

ตอนนี้ประเทศพัฒนาแล้วเลิกใช้สารทำลายโอโซนไปนานแล้ว เหลือแต่ประเทศกำลังพัฒนายังดำเนินการอยู่ ปี 2550 จะลดการนำเข้า 90% 2554 เลิกใช้เด็ดขาด

แต่คงต้องใช้เวลาอีก 10ปี ข้างหน้า ถึงจะซ่อมรูโหว่โอโซนนั่น

แล้วกระแสลมแถวทวีปแอนตาร์กติกกา ก็หมุนวนรอบทวีป โอกาสที่โอโซนไปแถวนั้นมีน้อยหน่อย ....แล้วมันเป็นพื้นที่พิเศษกว่าทวีปอื่น เลยมีปัญหาตรงจุดนั้นล่ะครับ
muhn (IP:203.150.217.116,203.113.61.71,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 15 ธ.ค. 2547 (22:38)
ถ้าเราไม่ทำลายโอโซนอีก ต่อไปเราคงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้หรอกครับผม
ค.ห. 2 9 เยี่ยมจริงๆคับผม
z o x a (IP:203.150.217.111,203.113.35.13,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 13 ก.พ. 2548 (01:53)
ขอแก้ความเห็นของคุณ muhn สักหน่อยนะคะ ไม่ทันได้เห็นตอนคุณมาเขียน

โอโซนเกิดได้เองจากฟ้าผ่าจริงค่ะ แต่มันเป็นโอโซนที่เกิดในระดับต่ำคือ troposphere ตามแต่ที่จะเกิดฟ้าผ่า ซึ่งไม่เกิน ๑๐ กม. แต่โอโซนที่จะทำประโยชน์ให้เรา ด้วยการกรองรังสียูวีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต จะอยู่ในบรรยากาศชั้น สตราโตสเฟียร์ โดยมีความหนาแน่นที่สุดในระดับประมาณ ๒๕ กม. ค่ะ โอโซน เป็นก๊าซที่ไม่เสถียร มันไปไหนไม่ได้ไกลหรอกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแนวราบหรือแนวดิ่ง การกระจายตัวของโอโซนในแนวดิ่ง แทบจะเป็นไปไม่ได้ และในแนวราบก็ไม่ไปไหนได้ไกลหรอกค่ะ มันจะแตกตัวเป็นก๊าซอ๊อซิเจนธรรมดาไปได้เร็วมาก

เมื่อรังสีจากดวงอาทิตย์แผ่มาถึงโลก มันจะกระทบโมเลกุลของก๊าซในระดับบนๆก่อน โมเลกุลเหล่านี้ เช่นโมเลกุลของอ๊อกซิเจน จะได้รับพลังงานสูงมากๆ จนอะตอมของมัน มีกำลังมากพอที่จะหนีออกจากกัน ทำให้เกิดอะตอมอิสระของอ๊อกซิเจนที่ไม่เสถียร เมื่อไปรวมกับโมเลกุลของก๊าซอ็อกซิเจนอีกตัวหนึ่ง ถึงจะเกิดเป็นโอโซนได้น่ะค่ะ กรุณาคลิกที่ วิธีแสดงกระทู้ ให้แสดงทุกความเห็น แล้วอ่านที่ความเห็นที่ ๑๐ จะมีสมการเคมีอยู่ค่ะ

สิ่งที่สำคัญที่คนทั่วๆไปมักจะไม่เข้าใจก็คือว่า มวลในบรรยากาศแทบจะไม่มีการผสมกันในแนวดิ่ง หากไม่มีแรงภายนอกมากระทำ คือถ้าโอโซนมีเกิดที่เหนือพื้นดินจากมลภาวะ มันจะไม่ลอยขึ้นไปให้ช่วยกรองรังสียูวีได้หรอกค่ะ เช่นเดียวกัน โอโซนที่เกิดขึ้นที่ระดับ ๕ กม.(ตัวอย่าง) จากฟ้าผ่า จะไม่สามารถเดินทางขึ้นไปชั้นสตราโตสเฟียร์ได้ค่ะ การผสมในแนวดิ่งของบรรยากาศ เป็นไปได้ยากมากๆ นอกจากในกรณีที่มีกระแสความร้อนและกระแสความเย็นมาพัดมากระทบกัน แล้วอากาศร้อนพวยพุ่งขึ้นกลายเป็นพายุฝนฟ้าคะนองที่ให้เราได้เห็นฟ้าผ่านั่นแหละค่ะ แต่ปรากฏการณ์เหล่านี้ จำกัดอยู่ในชั้น โทรโปสเฟียร์ เท่านั้นเองค่ะ

ด้วยเหตุผลนี้แหละค่ะ ที่ทำให้ CFC ไม่หมดไปจากบรรยากาศไปได้ง่ายๆ เพราะมันต้องใช้เวลาเป็นสิบปี กว่าจะลอยขึ้นไปถึง สตราโตสเฟียร์ได้ ก๊าซอื่นๆเช่น โอโซน ที่เกิดในระดับต่ำ มันก็มีความพยายามจะลอยขึ้นไปเหมือนกัน แต่ความไม่เสถียรทำให้มันกลายเป็นอย่างอื่นไปเสียก่อนที่จะขึ้นไปถึงชั้นบน ส่วน CFC นั้นเสถียรมาก ไม่ว่ามันจะใช้เวลาเท่าไรที่จะลอยขึ้นไป มันก็ยังคงสภาพเช่นนั้น แต่พอลอยขึ้นไปชั้นสตราโตเสฟียร์แล้ว มันก็เลยสามารถคงตัวอยู่บนนั้นได้ร่วม ๑๐๐ ปีทีเดียวค่ะ ถ้าเราหยุดผลิตกันหมดทั้งโลกในวันนี้ มันก็จะยังคงอยู่ทำลายโอโซนอีกเป็นรอยปี และจะเพียงแสดงการลดลงของมันหลังจาก ๑๐ ปีแล้วเท่านั้นค่ะ

และการลดลง ก็ใช่ว่าจะเป็นการลดลงอย่างสม่ำเสมอเป็นระเบียบเรียบร้อย ปีนี้ลด ปีหน้าอาจจะขึ้นมาอีกนิด เพียงแต่แนวโน้มทั่วไปของมันจะลดลงค่ะ ที่น่ากลัวก็คือ ประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิต CFC ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเพิ่มการผลิตมามาก ดิฉันไม่ได้ไปค้นข้อมูลละเอียดเรื่องนี้ แต่ทราบว่าเค้าเป็นห่วงกันว่า จีนจะผลิตขึ้นมามาก จนไปลบล้างการลดการผลิตของประเทศอื่นเสียหมดน่ะค่ะ เพราะเค้ามีความต้องการตู้เย็น รถยนต์ เครื่งอทำความเย็นอื่นๆ เพิ่มขึ้นมามากๆเลยค่ะ
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 23 ก.พ. 2548 (02:34)
พี่ครับไมใทราบว่า clean technology ที่สามารถจัดการกับ cfc ได้มีไหมครับ
oad_evap@hotmail.com (IP:61.90.61.197,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 24 ก.พ. 2548 (22:50)
ยังไม่คิดว่าจะมีเทคโนโลยีใดที่จะแก้ปัญหาที่ก่อโดย CFC ที่หลุดขึ้นไปในบรรยากาศได้ค่ะ ถ้าจะทำก็คงต้องเป็นการหาวิธีดึง Cl ออกจากสารประกอบก่อนที่จะปล่อยให้มันหลุดออกไปน่ะค่ะ เพราะ Cl จาก CFC เท่านั้นที่เป็นตัวทำลายโอโซน (ดูสมการในความเห็นที่ ๑๐ นะคะ)
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 220 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 1 ส.ค. 2548 (14:31)
ช่วยแสดงรายระเอียดของชั้นบรรยากาศแต่ละชั้นว่ามีก๊าซอะไรอยู่บ้างในแต่ละชั้น ทั้ง 4 ชั้นเลยนะครับ ขอบคุณครับ
เด็กอยากรู/thanko@thaimail.com (IP:203.172.180.229,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 13 ธ.ค. 2548 (14:47)
แล้วโอโซน เกิดจากการออกซิเจนยังไงคะ
ต้องใช้พลังานจากไหนในการสร้างพันธะ ถึงต้องใช้เวลา
ส้รางนาน
s4620085@psu.ac.th (IP:202.12.74.6,unknown,)

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.