เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
ฝนดาวตกลีโอนิดส์
โพสต์เมื่อ: 05:33 วันที่ 24 ธ.ค. 2544         ชมแล้ว: 35,941 ตอบแล้ว: 81
11610

ภาพถ่ายดาวตกลีโอนิดส์ จากปี ค.ศ. ๑๙๙๘ โดยนักถ่ายภาพดาราศาสตร์ชาวอิตาเลียน Lorenzo Lovato

คืนไหนที่ฟ้าเปิด และไฟปิด คือต้องมืดพอ ถ้าเราไปนั่งดูดาวตลอดคืน ก็มีโอกาสเห็นดาวตกได้สักสองสามดวงต่อชั่วโมง แต่โอกาสเช่นนั้นคงหาได้ยากสำหรับคนธรรมดา ยากเสียจนคนโบราณว่ากันว่า หากใครได้เห็นแสงสว่างกรีดฟ้าลงมาเป็นดาวตก ก็จะได้สมหวังในพรที่ขอไว้จากทวยเทพ บ้างก็ว่า ดาวตกเป็นเทวดาที่จุติจากสรวงสวรรค์ ลงมาเกิดเป็นมนุษย์ ผู้เฒ่าผู้แก่บ้านเราบ้างก็ห้ามลูกเล็กเด็กแดงไม่ให้ชี้ดาวตก เกรงว่าท่านจะไปเกิดในท้องหมา เปลืองเชื้อเทวดาไปเปล่าๆปลี้ๆ

ดาวตกที่เทลงมาเป็นห่าใหญ่ จนเรียงระดับได้เป็น ฝนดาวตก หรือที่ลงมาจนหูตาพร่าพราย ซึ่งนานๆครั้งจะมีขึ้นทีดังในประวัติศาสตร์ ก็เรียกว่า พายุดาวตก ฝนดาวตกที่มีประจำให้ดูกันได้ตลอดปี ที่นับว่ามีชื่อที่สุดคือ ฝนดาวตกลีโอนิดส์ ซึ่งเคยตกลงมานับแสนๆดวงต่อชั่วโมงมาแล้ว ในปี ค.ศ. ๑๘๓๓ และ ปี ค.ศ. ๑๙๖๖ ครั้งแรกใน ปี ๑๘๓๓ นั้น คนจำนวนมากเชื่อกันว่า เป็นวันตัดสินชะตามนุษย์ตามความเชื่อในศาสนาคริสต์ว่า เป็นวันสิ้นสุดของโลก พาให้เกิดลัทธินิกายต่างๆผุดกันขึ้นมาเป็นดอกเห็ด เพราะผู้คนเกิดพากันตกใจกลัวในบาปกรรมของตัวเองขึ้นมาอย่างกระทันหัน

แต่นักดาราศาสตร์ ทราบกันดีแล้วว่า ดาวหางต่างๆ เมื่อโคจรเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์นานๆครั้งนั้น ความร้อนจากดวงอาทิตย์ ก็จะละลายน้ำแข็งและก๊าซแข็งที่ยึดของแข็งเข้ากันไว้อย่างหลวมๆ พอถูกละลายไม่มีอะไรยึด เศษก้อนหินก้อนกรวดและฝุ่นที่รวมกันเป็นดาวหางส่วนนอกๆ ก็หลุดกระจัดพลัดกระจาย เรี่ยร่ายไปตามแนวโคจรของดาวหางนั้นเป็นกลุ่มๆ วันดีคืนดี โลกของเราโคจรเข้ามาตัดกลุ่มสะเก็ดดาวเหล่านั้นบางกลุ่ม คนบนโลกก็ได้เห็นดาวตกมากเป็นพิเศษ จากการที่สะเก็ดดาวหางพุ่งผ่านบรรยากาศ เกิดความร้อนลุกไหม้เป็นทางสว่าง หรือบ้างก็ปะทุตัวไหม้เป็นลูกไฟ เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจของชาวโลกโชคดีที่บังเอิญได้พบเห็น

ฝนดาวตกลีโอนิดส์ เป็นเศษสะเก็ดจากดาวหาง Temple Tuttle ที่เกาะกลุ่มกันอย่างใกล้ชิด เป็นทางแคบๆสั้นๆ ความที่มีความหนาแน่นมาก และดาวหางดวงนี้โคจรในทิศตรงข้ามกับโลก เมื่อพุ่งเข้ามาในบรรยากาศพร้อมๆกันทีละมากๆ ในราวกลางเดือนพฤษจิกายนของทุกปี ต่างก็มีพลังงานสูงกว่าสะเก็ดจากดาวหางดวงอื่นๆ จึงลุกไหม้เจิดจ้าตื่นตาตื่นใจกว่าฝนดาวตกทั้งมวล

โอกาสที่จะเห็นได้ดีก็มักจะเป็นเวลาหลังจากที่ดาวหางเพิ่งจะโคจรผ่านดวงอาทิตย์ไปไม่นาน ดาวหางดวงนี้มีคาบการโคจรทุกๆ ๓๓.๒ ปี นอกจากสะเก็ดดาวชุดใหม่ที่มาทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าแล้ว ยังมีเศษหลงเหลือจากปีก่อนๆตกค้างที่ยังเกาะตัวเป็นกลุ่มก้อนอยู่ ที่โลกเรายังมีโอกาสโคจรตัดผ่านได้ แต่กลุ่มสะเก็ดดาวที่เก่าหน่อย นานไปก็เริ่มกระจายตัวแผ่ออกไปไม่หนาแน่นเหมือนกลุ่มใหม่ๆ แต่ก็จะเอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะแต่ละครั้ง ก็มีโอกาสทิ้งสะเก็ดได้ไม่เหมือนกัน

เวลานักวิทยาศาสตร์คำนวณโอกาสที่จะได้เห็นดาวตก เขาก็หาคาบการโคจรของโลกและดาวหาง หาที่วงโคจรตัดกันกับเฉพาะกลุ่มสะเก็ดดาวเหล่านี้ ที่ยังคงเกาะตัวกันเป็นทางแคบๆ จนไม่แน่เสมอไปว่าจะมาตัดกับโลกทุกปี ในปีหนึ่งๆ จึงมีช่วงที่มีดาวตกจำนวนสูงอยู่หลายช่วง เช่นในปีนี้ ช่วงแรกที่จะเห็นยอดดาวตกสูงๆ ก็เป็นคืนวันที่ ๑๘ ในฝั่งตะวันตกของอเมริกา แต่จะมีอีกช่วงที่คนในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้จะได้เห็นจำนวนมาก เพราะมีสองกลุ่มประกบกัน เพิ่มจำนวนสะเก็ดดาวเข้ามาในบรรยากาศ



ผลการทำนายอัตราฝนดาวตกโดย David Archer(Armagh Observatory) และ Robert H. McNaught( Research School of Astronomy and Astrophysics, Australian National University) แสดงให้เห็นถึงทางโคจรของโลก(เส้นสีน้ำเงิน จุดน้ำเงินแสดงวันที่โลกจะผ่าน) ตัดผ่านกลุ่มสะเก็ดดาวหางกลุ่มต่างๆที่ เทมเปิ้ล-ทัตเติ้ล สลัดทิ้งไว้จากการโคจรเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์ในปีต่างๆตามที่ระบุไว้ สีแก่ของวงรี เป็นกลุ่มใหม่ สีจางลงไปก็จะเป็นกลุ่มเก่าหน่อย จะเห็นได้ว่า ในวันที่ ๑๘ ประมาณตีสองในฝั่งตะวันตกของสหรัฐ เราผ่านเฉียดขอบนอกของกลุ่มสะเก็ดดาวจากปี ๑๗๗๖ แต่ในวันที่ ๑๙ ประมาณตีหนึ่งในเมืองไทย(อ่านรายละเอียดการทำนายเวลาดูฝนดาวตกได้ที่ สมาคมดาราศาสตร์) เราจะฝ่าเข้าปะทะอย่างจังๆกับกลุ่มสะเก็ดสองกลุ่มที่รวมตัวกันจากปี ๑๖๙๙ และ ปี ๑๘๖๖ คนที่โชคดีโลกหันเข้ามาหาตอนนั้นก็คือคนแถวบ้านเราเองแหละค่ะ

นอกจากนี้ก็ยังต้องใช้ตัวแปรอีกมากในการคำนวณ เช่น แรงดึงดูดจากดาวต่างๆและดวงอาทิตย์ แรงกดดันต่ออนุภาคโดยการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ พลศาสตร์ของอนุภาค ที่เดินทางด้วยพลังงานเดิมจากพลังงานดาวหางแม่ การเปลี่ยนแปรของวงโคจรของแต่ละกลุ่มสะเก็ดดาวหางที่ต่างคนต่างไป ด้วยแรงดึงจากดาวใหญ่ๆ เช่น ดาวพฤหัส ฯลฯ อีกมากมาย ข้อมูลจากการบันทึกวัดความเร็วอนุภาค จากเครื่องบินสูงๆ ที่ให้ความแม่นยำของความเร็วสะเก็ดดาวเหล่านี้มีมากขึ้น นาซ่าเพิ่งเริ่มทำการบินเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. ๑๙๙๘ และอีกสองปีที่ผ่านมา ข้อมูลใหม่ๆเหล่านี้ ก็ช่วยให้กระชับสูตรสมการให้ผลการคำนวณได้แม่นยำขึ้นทุกปี ในปี ๑๙๙๙ และ ปี ๒๐๐๐ ก็ได้พบว่าแบบจำลองนี้ให้ผลทำนายได้แม่นยำทีเดียว จึงเชื่อว่า ยิ่งได้ข้อมูลเพิ่มมากเท่าไหร่ ก็จะช่วยกระชับความแม่นยำของการทำนายได้ดีขึ้นมากเท่านั้น

สำหรับนักวิทยาศาสตร์แล้ว ฝนดาวตก มิได้เป็นเพียงขวัญตาจากฟ้าไกลเท่านั้น เพิ่งไม่นานมานี้เอง ที่เริ่มมีการศึกษาฝนดาวตกกันอย่างจริงจัง โดย ใช้เครื่องบินสองลำ บินห่างกัน ๑๒๐ กิโลเมตรอย่างคงที่ (เพื่อช่วยให้วัดระยะทางได้แม่นยำ) บันทึกถ่ายภาพ วัดรังสีต่างๆ เพราะนี่เป็นโอกาสดีราคาไม่แพง(เมื่อเทียบกับยานอวกาศ) ที่เราจะได้ศึกษาส่วนหนึ่งของดาวหาง ที่เข้ามาหาเราเองโดยไม่ต้องส่งยานอวกาศราคาเป็นร้อยๆล้านเหรียญไปหา เรายังห่างไกลกับความเข้าใจที่แท้จริงเกี่ยวกับดาวหางเป็นอย่างมาก เพราะเรายังต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ฝนดาวตกเอง และยังต้องการเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง เกี่ยวกับตัวดาวหางต้นกำเนิด เพราะมันจะเกี่ยวโยงถึงการเรียนรู้ที่มาของตัวเราเอง และสิ่งมีชีวิตทั้งหลายบนโลก



การบินประสานของโครงการ Leonid Multi-instrument Aircraft Campaign - Leonid MAC โดยศูนย์นาซ่าเอมส์


สะเก็ดดาวหางส่วนมาก เป็นของแข็งที่รวมตัวกันอย่างหลวมๆ เหมือนหินทรายพรุนๆที่มีน้ำหนักอย่างมากก็ประมาณเพียง ๑ กรัม ยังไม่เคยมีใครเก็บเศษดาวตกเป็นก้อนๆได้ ก็คงเป็นเพราะไม่มีที่เป็นก้อนใหญ่มากพอให้เหลือรอดลงมายังโลกได้ แต่ก็ยังมีคนอุตส่าห์ไปเก็บตัวอย่างจากบรรยากาศชั้นบนๆ(โดยเครื่องบิน U-2)มาศึกษา ยิ่งสะเก็ดไหนที่พรุนมากเบาบางมาก ก็มีโอกาสรอดได้มาก คงเป็นเพราะมีพื้นที่หน้าตัดให้ช่วยระบายความร้อนได้มาก จึงไม่ไหม้ไปหมดเสียก่อน

โดยทั่วไป ตัวอย่างสะเก็ดดาว จะเป็นเกล็ดหรือผงละเอียดมากสีดำ ประกอบด้วยแร่ธาตุหลายๆอย่าง และธาตุที่ volatile มาก คือแปรสภาพทางเคมีได้ง่าย เช่น คาร์บอน ซิลิก้า โซเดียม และ สังกะสี และสารประกอบอื่นๆ จากคุณสมบัติทั้งทางกายภาพและเคมีบ่งว่า สารประกอบเหล่านี้ ยังไม่เคยผ่านกระบวนการที่ถูกแปรสภาพด้วยความร้อนหรือหลอมเหลว ดังเช่นหินดินบนโลกและดาวเคราะห์ต่างๆเลย อันเป็นการชี้ให้เห็นว่ากระบวนการก่อกำเนิดดาวหางนั้น ต่างไปกับกระบวนการกำเนิดดาวเคราะห์หรือดวงจันทร์ที่เป็นของแข็ง ตรงที่ดาวหางยังคงคุณสมบัติดั้งเดิมของสารประกอบที่สร้างระบบสุริยะขึ้นมา ยังไม่ได้สูญสลายหายไปด้วยกระบวนการทางกายภาพและเคมีแต่อย่างใด เราจะศึกษาเข้าใจที่มาของระบบสุริยะ รวมไปทั้งตัวเราเองด้วยได้ดีขึ้นมาก หากได้ตัวอย่างจากดาวหางมาศึกษามากพอ ก็นับว่าจะได้โคมส่องทางให้เห็นได้ไกลขึ้นไปอีก เพื่อหาหนทางไปสู่การไขปริศนาที่เราอยากรู้มานาน

สะเก็ดดาวเปล่งแสงออกมาได้ ก็เนื่องจากการเดินทางด้วยความเร็วสูงผ่านบรรยากาศ เกิดการปะทะอย่างรุนแรงกับโมเลกุลของก๊าซในบรรยากาศโลก แล้วกลายเป็นไออย่างฉับพลัน เรียกว่า การเกิด ablation นักดาราศาสตร์ต่างเชื่อกันมาว่า สะเก็ดดาวเหล่านี้ หลอมละลายอย่างรวดเร็วด้วยความร้อนจากแรงปะทะ ทำให้แร่ธาตุที่ไวต่อการแปรสภาพ ระเหิดออกไปก่อน แต่ความเชื่อนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อ Ian Murray แห่งมหาวิทยาลัย Regina ในแคนาดาซึ่งติดไปสังเกตการณ์บนเครื่องบินนาซ่า ร่วมกับผู้ร่วมทีมที่สังเกตการณ์ประกอบกันจากภาคพื้นดิน Alan Le Blanc แห่งมหาวิทยาลัย Mount Allison ในแคนาดาเช่นกัน ไปสังเกตการณ์ ฝนดาวตก ในปี ค.ศ. ๑๙๙๘ ที่ประเทศมองโกเลีย ได้พบว่า สะเก็ดดาวขนาดก้อนกรวด จะมีลำเจ็ทพุ่งออกมาเป็นทางยาวถึงสองกิโลเมตร

Murray เองเชื่อว่า อาจจะมีฟ้าผ่าสะเก็ดดาว ทำให้เกิดลำเจ็ทอย่างนั้น แต่ Mike Taylor แห่งมหาวิทยาลัยยูท่าห์ ซึ่งได้ร่วมสำรวจในโครงการเดียวกันในปีต่อมา พบปรากฎการณ์ที่ สะเก็ดดาวบางชิ้น หมุนตัวอย่างรวดเร็ว สาดโยนมวลสารของตัวเองออกมาจากด้านข้าง ในระหว่างที่สะเก็ดดาวพุ่งตัวสู่โลกด้วยความเร็วสูงถึง ๗๑-๗๒ ไมล์ต่อวินาที Taylor ปรับอุปกรณ์ของเขาให้บันทึกแสงที่เปล่ง(emission)จากอะตอมของแมกนีเซียมในสารประกอบ Olivine ในสะเก็ดชิ้นนั้น ที่ความยาวคลื่น ๕๑๗ นาโนเมตร(สีเขียว) มวลชิ้นเล็กๆที่ถูกสาดออกข้างๆ ก็ระเหิดทำให้ควันก๊าซที่ห่อหุ้มสะเก็ดดาว มีขนาดใหญ่กว่าสะเก็ดนั้นอีก



ภาพถ่ายโดย Mike Taylor ที่แสดงมวลถูกสาดออกมาจากด้านข้างของส่วนหัวสะเก็ดดาวขณะลุกไหม้ไปในบรรยากาศ


การค้นพบนี้สำคัญมาก เพราะมันอธิบายได้ว่า ส่วนที่ถูกความร้อนจัดๆจากการผ่านเข้ามาในบรรยากาศ คือกลุ่มก๊าซที่ห่อหุ้มสะเก็ดดาวอยู่ บรรยากาศรอบๆก็ถูกเปลี่ยนไปทางเคมี ตัวสะเก็ดดาวก็ได้รับการปกป้องจากความร้อน จึงมีบางส่วนรอดตกลงมายังพื้นโลกได้ แม้เราจะมองไม่เห็นหาไม่เจอ

นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่า ในระยะแรกเกิดของระบบสุริยะ พายุสุริยะจากดวงอาทิตย์วัยเยาว์นั้น ปั่นป่วนรุนแรงมาก ดาวเคราะห์วงใน ซึ่งรวมทั้ง โลก ด้วย ก็ถูกอิทธิพลจากพายุสุริยะอันรุนแรงนี้ ปัดเป่าบรรยากาศสูญหายไปหมด น้ำที่มีมาแต่เดิมก็ระเหยหายไปหมดสิ้น กลายเป็นพื้นโลกว่างเปล่าที่ปลอดเชื้อหรือสารอินทรีย์ใดๆที่จะพัฒนามาเป็นสิ่งมีชีวิตได้ ต่อมาภายหลัง จากดาวหางที่ยังมีสารอินทรย์ที่ยังไม่ได้ถูกทำลายไป ผ่านมาทิ้งสะเก็ดดาวให้ตกลงมาเป็นเชื้อชีวิตให้ชาวโลกได้ถือกำเนิดขึ้นมากัน

แต่ทฤษฎีนี้มีปัญหาอยู่หน่อยหนึ่งว่า แล้วสารอินทรีย์จากดาวหางเหล่านี้ จะรอดการเผาผลาญด้วยความร้อนในบรรยากาศโลกมาได้อย่างไร

หากยืนยันได้แน่ชัดว่า มีโอกาสที่สะเก็ดดาวได้รับการปกป้องจากอุณหภูมิสูงๆพอที่จะรักษาสารอินทรีย์เหล่านี้ได้ มีหลงเหลือตกมายังโลก ก็จะช่วยทำความกระจ่างในปัญหาที่ว่า ชีวิตกำเนิดมาบนโลกได้อย่างไรได้ด้วย

แต่เรายังต้องศึกษากันอีกมาก กว่าจะพิสูจน์ทฤษฏีนี้ได้ ในปีนี้ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ก็ตั้งตารอโอกาสขึ้นไปหาตัวอย่าง และเก็บข้อมูลมาศึกษากันอีกอย่างใจจดใจจ่อ หากได้ข้อมูลมากพอที่จะยืนยันกันได้เมื่อไร เราก็จะได้ยืดอกบอกได้ว่า ตัวเรานั้นมีที่มาจากต่างดาวนั่นเอง

ในปีหน้า จะเป็นปีสุดท้ายที่โลกจะตัดผ่านกลุ่มที่ค่อนข้างหนาแน่นของสะเก็ดดาวก็จริง แต่พระจันทร์เกือบเต็มดวงจะบังดาวตกส่วนใหญ่ ทำให้เห็นได้ไม่ชัด หลังจากปีหน้า ก็คงจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่โลกจะผ่านกลุ่มสะเก็ดดาวชุกๆอย่างนี้ เพราะทางโคจรของกลุ่มสะเก็ดดาวจะถูกดึงดันไปโดยดาวเคราะห์ใหญ่ๆ เช่น ดาวพฤหัส ที่จะมาเข้ารบกวน กว่าจะได้มีโอกาสตัดทางโคจรของกลุ่มสะเก็ดดาวที่จับตัวกันหนาแน่นเป็นกลุ่มเป็นก้อนอย่างนี้อีก ก็ต้องรอไปถึงปี ค.ศ. ๒๐๙๙ โน่นแน่ะ ใครยังไม่คิดจะไปดู ก็พยายามไปเถอะค่ะ ยังไงเหลนหลานในอีกร้อยปีข้างหน้า จะได้อวดเพื่อนๆว่า ปู่ย่าตายายก็ได้เห็นฝนดาวตกเมื่อร่วมศตวรรษมาแล้ว


กรุณาเลือก วิธีแสดงกระทู้ Default ให้แสดงทุกความเห็น เพื่อสามารถเห็นข้อความต่อเนื่องของข่าว จากความเห็นแรกๆ ที่ถูกดันตกไปเมื่อมีการแสดงความเห็นเกิน ๑๐ ความเห็น



อ่านเพิ่มเติม

The Leonids โดย Gary Kronk

NAMN Notes: November 2001

The October Leonid Forecast for 2001 โดยโครงการสิ่งแวดล้อมในอวกาศและผลกระทบ แห่งศูนย์นาซ่า Marshall Space Flight Center

The Leonid Meteors 2001: a chance to see a meteor storm โดย Armagh Observatory

Ready for the Storm โดย Peter Jenniskens แห่ง ศูนย์วิจัยนาซ่าเอมส์

Animations เมื่อโลกโคจรผ่านสายธารสะเก็ดดาว

ประมวลคลิปวีดีโอ และภาพนิ่ง ที่ถ่ายจากเครื่องบินศึกษาฝนดาวตกจากบรรยากาศชั้นสูง

มาดูฝนสะเก็ดดาวกันเถอะ โดย พวงร้อย คำเรียง(๑๙๙๘)

พายุสะเก็ดดาวจะเป็นภัยต่อดาวเทียมอย่างไร? โดย พวงร้อย คำเรียง


พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 75 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- 3| 4|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 12 พ.ย. 2544 (12:19)
ฝนดาวตกครั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่มีจำนวนมากตามที่ออกข่าวจนสร้างกระแสทั่วประเทศ

อ่านข้อเท็จจริงได้ที่

http://www.kirdkao.org/wiphulab/news/Nov_2001/leonids2001/index.html

WiphuLab (IP:203.146.223.82)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 12 พ.ย. 2544 (14:04)
อยากดูดาวก็ต้องทำใจค่ะ ของอย่างนี้เอาแน่ไม่ได้ว่า จะมาได้ดังใจ

ไปดูบทความของคุณวิภูแล้ว ก็เห็นด้วยค่ะว่าจะไปคาดหวังเอาว่า ถึงเวลาใครจะมากดปุ่มให้ได้ดูดังใจหวังไม่ได้

แต่ขอแย้งนิดหนึ่งนะคะ จากแผนผังอันเดียวกับอันข้างล่างนี้นะคะ ในบทความของคุณบอกว่า เนื่องจากจุดที่ดาวตกจะเข้ามาคือตรงเส้นที่ตัดขั้วโลก แล้วประเทศไทยอยู่ห่างจากจุดนั้นมาก จึงไม่เห็นได้นั้น ไม่ใช่แล้วค่ะ การที่ประเทศไทยอยู่ตรงขอบนั่นแหละค่ะ จะเป็นเวลาเที่ยงคืน ซึ่งจุด radiant คือกลุ่มดาวสิงห์ เพิ่งโผล่ขึ้นจากขอบฟ้า และจะขึ้นสูงไปเรื่อยๆ ในขณะที่กลุ่มดาวตกเข้ามาหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ เป็นเวลาประมาณ ๑ ถึงสองชั่วโมง หรืออาจจะมากกว่านั้น เนื่องจากมันมีมาด้วยกันสองกลุ่ม เพราะฉะนั้น ประเทศไทยจะเป็นทำเลที่ดีที่สุดที่จะได้เห็นดาวตกจากกลุ่มที่เข้ามาในตอนหลังเที่ยงคืนของวันที่ ๑๙(เช้ามืด) คือตั้งแต่ ๐๐.๓๑ น ตามเวลาในเมืองไทยค่ะ คนที่อยู่ตรงแนวเส้นที่ว่าเสียอีกที่จะมองไม่เห็นอะไรเลยค่ะ เพราะดาวตกมันยังขึ้นไม่พ้นขอบฟ้าสำหรับคนที่อยู่ตามแนวเส้นนั้นให้เห็นได้

อย่างไรก็ดี เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ ว่าการจะไปดูดาวนั้น อุปกรณ์ที่สำคัญที่สุด คือ วิสัยทัศน์ ที่ถูกต้องเหมาะสมค่ะ คนที่ใจรักจริงๆ แม้จะไม่ได้เห็น ก็ยังมีสิ่งอื่นที่จะเก็บเกี่ยวได้เป็นรางวัลหัวใจ แม้จะผิดหวังบ้าง ก็ตั้งหน้ารอโอกาสใหม่ไปโดยไม่บ่น ดิฉันเคยอ่านเจอคนที่มาโวยวายว่า ไปดูแล้วไม่คุ้ม หรือถึงกับคิดว่า โดนหลอกให้ไปดู ก็ยังงงเลยค่ะ ว่าคิดได้ยังไงเนี่ยะ ใครจะไปหลอกกันทำไม ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว อย่าถ่อไปให้ทรมานสังขารเลยค่ะ

ถ้าใครคิดหวั่นว่า จะคุ้มหรือไม่กับการที่ต้องอดนอนถ่อไปหาที่ดู ต้องไปรบกับยุง ฯลฯ ก็นอนอยู่กับบ้านจะดีกว่าค่ะ เพราะไม่มีใครมากดปุ่มเดินเครื่อง เหมือนกับการแสดงแสงสี เลเซ่อร์ ที่กำหนดกันได้ ถ้าการที่ได้ไปสัมผัสธรรมชาติกลางท้องทุ่ง ได้ไปห่างไกลจากแสงสีในเมือง ยังไม่เป็นรางวัลในตัวของมันเองแล้วละก็ คงจะเป็นการทรมานมากกว่าที่จะได้เบิกบานหัวใจไปกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่มีอยู่รอบตัวเราแล้วหละค่ะ ถ้าใครกลัวว่าจะลำบากนักก็อย่าไปเลยค่ะ

ไม่มีใครค้ำประกันให้ได้หรอกค่ะ ว่าคุณจะเห็นได้ชัวร์ๆ ขอบอกไว้ก่อนนะคะ จะได้ไม่ต้องมาต่อว่ากันทีหลัง หึๆๆ
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 12 พ.ย. 2544 (14:18)
งั้นต้องพิสูจน์ให้เห็นกับตา

Wipa (IP:202.28.61.82)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 12 พ.ย. 2544 (22:00)
เป็นอะไรที่ชอบมาก คุณพวงร้อย เยี่ยมมากเลยค่ะ ขอบคุณมาก ได้ดูอะไรที่ไม่เคนเห็นมาก่อนเลย และอยากให้คุณ อ.นัต ชลบุรี ส่งรูปสวยๆ มาให้บ้าง รับรองวันที่ 18 พ.ย. นี้ เจอกันแน่ค่ะ ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ดิฉันจะไปดูด้วยคนคะ

fon (IP:203.146.223.81)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 13 พ.ย. 2544 (10:31)
ขอบคุณมากน่ะค่ะที่มีข้อมูลเพื่อการศึกษา

< น้องออย > (IP:202.183.216.176)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 13 พ.ย. 2544 (10:31)
ขอบคุณมากน่ะค่ะที่มีข้อมูลเพื่อการศึกษา

< น้องออย > (IP:202.183.216.176)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 13 พ.ย. 2544 (21:14)
ตามมาดูจาก PANTIP ค่ะ ขอบคุณมากนะคะสำหรับข้อมูลให้น้องใหม่ที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างหนู ถึงจะผิดหวังแต่ก็จะตั้งใจไปดูค่ะ

ข้าวเกรียบ (IP:161.200.255.163)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 14 พ.ย. 2544 (14:45)
คะก็รู้สึกว่าเป็นภาพที่สวยมากถ้าเป็นไปได้ป๋อมแป๋มอยากจะไปดูกับเพื่อนๆ อยากเก็บภาพเหล่านั้นมาไว้ทีห้องคะ ขอมอบภาพนี้ให้กับเพื่อนนะคะ (จินตนาการเอาเองก็แล้วกันนะคะ)

ป๋อมแป๋ม (IP:203.185.80.13)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 14 พ.ย. 2544 (20:44)
ดิชั้นเพิ่งไปบอกความจริงกับคนรู้จักว่า ฝนดาวตกนี้มีได้หลายวัน แต่จะมีช่วง peak แค่คืน18 ต่อกับ 19 เท่านั้น แล้วอีกอย่างเค้าเข้าใจว่าดาวตกนานๆมีทีนึง ก็ต้องแก้กันอีก
จริงค่ะที่ต้องขึ้นกับดวงจริงๆ ปีโน้นไปดูที่เขาค้อ เพชรบูรณ์ ขนาดว่าบ้านพักอยู่ในหุบเขาก็ยังได้เห็นประมาณ 40-50 ดวงกับไฟร์บอลอีกประมาณ 10 ลูก พวกที่ไปเขาใหญ่กันเค้าได้ดูนิดหน่อยเท่านั้น
ถามรายละเอียดเรื่อวงโคจร tempel-tuttle ต้นเหตุของฝนดาวตกนี้ ไกลถึงไหนคะ
อีกอย่างพอดีเอาหนังสือมาดูเห็น ดาวตกรูปที่มีปลาญี่ปุ่นอยู่ น่าจะเป็น aquarids เกิดได้ 3 ครั้งช่วงเดือนพฤษภาจนถึงสิงหา ไม่ค่อยฮิตค่ะ ทางคุณพวงร้อยจะได้ดูวันไหนล่ะคะ

rook (IP:203.147.23.13)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 14 พ.ย. 2544 (20:57)
ชอบดูดาวตกมากและคิดว่าที่บ้านคงจะได้เห็นบ้างนะค่ะ รูปสวยมากค่ะอยากได้รูปเก็บไว้จังค่ะ

ศิริมา หาปัญนะ (IP:203.154.98.130)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 15 พ.ย. 2544 (10:23)
ผมกับเพื่อนมี tripจะไปดูฝนดาวตกกัน แต่ผมว่าช่วงนี้แถวๆภาคใต้ที่ผมกับเพื่อนจะไป ฝนตกบ่อย จึงคิดว่าโอกาสที่ฟ้าจะเปิดให้เห็นคงต้องโขคดีแบบสุดๆ แน่นอน แต่ว่ายังสงสัยนิดหน่อยว่า ช่วง คืนวันที่17 ถึง 18 ตอนเช้าเราจะเห็นดาวตกมากเป็นพิเศษ รึเปล่า เพราะคิดว่า โลกเราน่าจะเคลื่อนที่เข้า ไปในกลุ่มสะเก็ดดาวแล้วนะครับ จากภาพที่คุณพวงร้อย มาโพสต์ให้ดู ก็คิดว่าน่าจะ เห็นมาก แต่อาจไม่เท่าตอนที่ คืนวันที่ 18 ถึงเช้าวันที่ 19 ก็ได้นะครับ ?

tek (IP:192.100.77.7)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 15 พ.ย. 2544 (11:10)
ช่วงวันที่ ๑๘ นั่น ตรงกับประมาณตีหนึ่งของแถวแคลิฟิร์เนีย เมืองไทยก็สิบเอ็ดโมงเช้า อยู่เมืองไทยไม่เห็นหรอกค่ะ

ต้องรอช่วงที่สอง ที่จะมาเช้ามืดของวันที่ ๑๙ (ตามเวลาเมืองไทย ใน คลฟน จะเป็นตอนบ่ายอยู่ก็อดเหมือนกัน)ค่ะ ของอย่างนี้ดวงใครดวงมันค่ะ นอกจากต้องให้โลกตัดกับกลุ่มสะเก็ดดาวแล้ว เรายังต้องอยู่บนพื้นโลกส่วนที่หันมาหาให้เห็นได้ด้วยค่ะ ถ้าเราอยู่ไม่ถูกที่เวลาโลกหันเข้าหาสพเก็ดดาว ก็แห้วค่ะ ปล่อยให้เพื่อนร่วมโลกที่อื่นเค้าได้ดูบ้าง ก็ต้องทำใจหละค่ะ งานนี้ฟ้ากำหนดค่ะ มนุษย์หมดสิทธิเลือกค่ะ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 17 พ.ย. 2544 (03:50)
เมื่อเช้านี้ ตื่นขึ้นมาตอนตีสี่ออกไปเช็คท้องฟ้า เห็นดาวตกสองดวงแล้วค่ะ ดาวต่างๆก็เห็นชัดมาก กลุ่มดาวที่เห็นได้ดีตอนเช้ามืดก็มี กลุ่มดาวนายพราน(Orion), หมาใหญ่(Canis Major), หมาเล็ก(Canis Minor), Auriga, วัว(Taurus), ปู(ancer), ดาวจะเข้(Ursa Major), Ursa Minor(ภาษาไทยเรียกอะไรก็ไม่ทราบ ที่มีดาวเหนือที่หางน่ะค่ะ)

คืนวันเสาร์จะไปค้างแรมบนเขาแล้วค่ะ พรุ่งนี้คงต้องเตรียมของหลายๆอย่าง ตอนนี้บนเขาที่นี่หนาวมากๆๆ ไม่รู้เสื้อหนาว ผ้าห่มจะพอรึเปล่า บรื๋ออว์สสสส

ข่าวจากหลายๆแหล่งยิ่งมาก็ดูยิ่งมั่นใจกันมากขึ้นว่า ที่เมืองไทยตอนเช้ามืดของวันที่ ๑๙ จะได้เห็นมากที่สุดน่ะค่ะ ทางยุโรปเค้าว่าจะมีน้อย แต่ก็น่าไปลองเผื่อฟลุ้คนะคะ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 17 พ.ย. 2544 (15:14)
เอาอีกรูปมาให้ดู ดาวตกเพิ่งจะผ่านกลุ่มดาวนายพราน ดาวสีส้มๆตรงท้ายหางดาวตกคือดาว Betelgeusse หรือจั๊กกะแร้นายพราน และจะเห็นดาวตรงเข็มขัดนายพรานที่เรียงกันสามดวงเป็นเส้นตรงได้ถนัดเลยค่ะ

ทางขวาของดาวตกที่เห็นเป็นรูปตัว V คือกลุ่มดาววัว(Taurus) เห็นดาวสีส้มๆอีกดวงตรงต้นตัววี คือดาว Aldebaran เหนือกลุ่มดาววัวคือกลุ่มดาวคนขับรถ Auriga ที่เป็นรูปห้าเหลี่ยมน่ะค่ะ
16197
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 17 พ.ย. 2544 (21:09)
ยังจีบลูกชายเจ้าของสายการบินไม่สำเร็จเลย ไม่งั้นจะเหมาลำเครื่องบินไปตามดู อิอิ

ว่านน้ำตามไปดู (IP:203.149.37.182)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 18 พ.ย. 2544 (12:03)
คืนนี้ตั้งใจดูฝนดาวตก

winit thongnoul (IP:203.185.80.14)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 19 พ.ย. 2544 (03:09)
เย้... เห็นดาวตกเพียบเลย หลายสิบดวงต่อนาทีแน่ะ เยอะกว่าปีที่แล้วอีก...

(^_^) (IP:203.147.25.123)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 19 พ.ย. 2544 (03:25)
โห เมื่อคืนไปดูที่ยอดเขาวิลสันค่ะ ขึ้นไปตั้งแต่ทุ่มนึง เข้าไปในลานจอดรถของหอดูดาวบนเขา (Mount Wilson Observatory) ซึ่งอยู่บนเทือกเขาซานเกเบรียล ในแคลิฟอร์เนียภาคใต้ ขับรถจากแอลเอไปก็ประมาณชั่วโมงนึงได้ค่ะ

มองลงไปในหุบเขาเหนือเมือง Pasadena เห็นหมอกบางๆลอยกรุ่นเหนือหุบเขา แล้วขาดหายไปในชั้นอากาศเหนือหุบเขาที่มักจะกักไอร้อนไว้ ที่เรียกว่า inversion layer แสงไฟยามค่ำส่องประกายระยิบระยับ เป็นประกายเจิดจ้าในท้องฟ้าฤดูใบไม้ร่วง ที่ชัดเจนกว่าเวลาอื่นใดในแถบนี้ บนฟ้ายังมีเมฆบางๆครอบคลุมไปทั่ว ทำให้ขอบฟ้าเห็นได้ไม่ชัดนัก แต่ที่ตรงเหนือหัวก็เห็นได้ชัดเจนดี ก็เป็นห่วงอยู่ว่า ถ้าสะเก็ดดาวไม่ใหญ่ คงไม่ได้เห็นชัดนัก ก่อนไปเช็คที่เว็บของศูนย์นาซ่ามาร์แชล เค้าทำนายว่า บนยอดเขาแถวแอลเอ ช่วงที่ชุกที่สุดจะเห็นได้สามพันดวงต่อชั่วโมง ก็คิดว่า ฟ้าแบบนี้ได้เห็นแค่หนึ่งในสามก็ยังดี แสงไฟจากหุบเขาที่ตั้งตัวเมืองก็ดูสว่างโร่ สะท้อนออกจากเมฆขาวๆ เหมือนเหนือฟ้ามีม่านขาวบางขวางคลองตา นานๆทีก็เริ่มเห็นดาวตกดวงเล็กๆ กรีดผ่านไปอย่างรวดเร็วแทบมองไม่เห็น เหมือนหิ่งห้อยบินแว่บลี้หายไป จนไม่แน่ใจว่าได้เห็นดาวตกจริงๆหรือเปล่า ต้องถามคนข้างจนเมื่อยืนยันจึงจะแน่ใจว่าเริ่มได้เห็นแล้ว นอนในถุงนอนบนเก้าอี้ยาว กำลังสบายเชียว เมฆบางๆขวางตาบ้าง แต่ก็พอกักไออุ่นจากแผ่นดิน จนไม่ทำให้หนาวสั่นงันงกกับสายลมบนยอดเขา

ลำแสงกรีดฟ้าเริ่มลงมาเป็นทางยาวขึ้นเรื่อยๆ จนสี่ทุมกว่า ก็นึกว่า น่าจะงีบเอาแรงเสียหน่อย รอตื่นมาซักดึกกว่านี้หน่อย แล้วอยู่ยันสว่างคงคุ้มกว่า คิดไม่ทันไร คนข้างตัวก็มาปลุกว่า เที่ยงคืนกว่าแล้ว ดาวตกชักมาแรง

ดูดาวตกมาหลายปีแล้วไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้เลยค่ะ ลืมตาขึ้นมาได้ไม่กี่นาที ก็เห็นลำแสงสีเขียว กรีดฟ้าลงมาเป็นทางยาว แล้วพรึ่บจ้าที่สุดสายปลายแสง เป็นดวงสว่างสีเหลืองอมส้ม ตาก็สว่างโพลงขึ้นได้ในทันที สามปีก่อนได้เห็นแบบนี้ไม่กี่ดวงเอง นี่นับว่าเป็นลางดีแล้วค่ะ

แล้วก็ได้เห็นอิ่มตาอิ่มใจ ดาวตกซัดสาดลงมาหนักขึ้นเรื่อยๆ วิ่งวุ่นไปมาทั้งท้องฟ้า จากทำเลลานจอดรถยอดดอย ช่วยให้เห็นฟ้ากว้างไร้สิ่งกีดขวาง จากขอบฟ้าจนสุดขอบฟ้า

เห็นดาวตกตั้งแต่กลุ่มดาวสิงห์ยังไม่ทันขึ้นขอบฟ้า จนเมื่อราชสีห์ผงาดเหนือฟ้าเต็มที่ แม้จุดเรเดี้ยนท์จะออกจากดาวนี้ แต่ไม่มีดาวตกดวงใดที่อยู่ใกล้ดาวสิงห์ต้นกำเนิด มันจะพุ่งตามทางที่หากลากไปจะบรรจบกับดาวสิงห์ก็จริงอยู่ แต่จะเห็นได้ก็เมื่อออกห่างไปหลายช่วงฝ่ามือแล้วค่ะ

หลายๆดวงเห็นได้ชัดเลยว่าลำแสงสว่างจ้าออกสีเขียวเป็นสองทางคู่ขนานกัน บางดวงแตกกระจายออก เป็นลูกไฟดวงจ้า แต่มาหนักๆเอาประมาณตีสองถึงตีสาม ตีสี่ตีห้าก็ยังมีมาก เห็นลูกนึงตอนตีสามกว่าๆ เป็น fireball ที่ใหญ่ที่สุด ระเบิดออกเป็นลูกไฟดวงใหญ่ ควันงี้ลอยกรุ่นเป็นทางยาว แล้วค่อยๆโค้งตัวเหมือนงูท้องอิ่มที่ขดตัวเข้าหากันอย่างเกียจคร้าน เห็นอยู่หลายนาทีกว่าจะจางลง ศิริรวมแล้วได้เห็นหลายๆร้อยดวงเลยค่ะ นับได้ถึงสองร้อยกว่าแล้วก็นับไม่ไหว บางทีมันมาพร้อมๆกันสี่ห้าหกดวงก็ยังมีเลยค่ะ จนเมื่อหลังตีสามไปแล้ว ดาวตกก็เห็นได้ใกล้กับกลุ่มดาวสิงห์มากขึ้นๆ บางดวงเห็นเหมือนกับมันพุ่งออกจากจุดเรดี้ยนท์ จะตกลงมาตรงๆใส่หัวก็มี

ขับรถลงเขามา รถติดกันเป็นพรวนอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แสงไฟท้ายรถสะท้อนกลับออกจากหน้าผาริมทางหลวง ขดตัวรัดเทือกเขาเห็นได้จนสุดสายตา ถนนเบื้องหน้า ระยิบระยับด้วยไฟสีแดงจากท้ายรถ เหมือนขบวนแห่โคมแดงเลี้ยวลดอ้อมขดไปกับขอบผา ขึ้นเขาลูกนี้มานานเต็มทีก็ไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้เช่นกัน รถเคลื่อนตัวไปช้าๆ จนยังเห็นดาวตกนอกกระจกได้ เลยไขกระจกลง เอาหัวห้อยลงข้างๆ เหมือนหมานั่งรถ แต่หงายหน้าขึ้นมองฟ้า เหนือหัวเป็นกลุ่มดาวคนคู่ (Gemini) ดาวนายพราน และกลุ่มดาวสารถี (Auriga) ได้ถนัดตาทั้งๆที่ไฟหน้ารถท้ายรถสว่างเต็มที่ แต่ผืนฟ้าเหนือเขามืดสนิทจนเห็นดาวได้ชัด

กลับถึงบ้าน แสงเงินเริ่มอาบฟ้าด้านตะวันขึ้น เกือบตีห้าแล้ว

ชาตินี้ไม่ได้เห็นอีกก็ไม่เสียดายแล้วค่ะ ตอนนี้ทางเมืองไทยคงลงมาหนักน่าดูแล้ว ยังไงเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ

พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 19 พ.ย. 2544 (05:42)
ไปเจอ animation ของ fireball ที่คนเอาไปลงให้ที่ Space.com เลยเอามาฝากค่ะ
16198
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 19 พ.ย. 2544 (05:43)
หวังว่าทุกคนได้เห็นดาวตกอิ่มตาอิ่มใจกันถ้วนหน้านะคะ
16199
พวงร้อย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1144 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 233 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086 4907600
และ 086 4907585
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.