คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
นักวิทย์ฯ ฮาวาร์ดเสนอวิธีแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อน
โพสต์เมื่อ: 13:48 วันที่ 19 ส.ค. 2549         ชมแล้ว: 196,070 ตอบแล้ว: 18
13369


สภาวะโลกร้อน (Global Warming)มีต้นเหตุหลักมาจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปลดปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่างๆของมนุษย์สู่ชั้นบรรยากาศโลกอย่างเกินขีดจำกัด ทำให้ความร้อนที่มีต้นกำเนิดมาจากรังสีของดวงอาทิตย์และส่องผ่านไปยังพื้นโลกแล้วสะท้อนกลับขึ้นมาสู่ชั้นบรรยากาศไม่สามารถระบายออกไปนอกอวกาศได้อย่างเหมาะสม ก่อให้เกิดอุณหภูิมิของสภาวะแวดล้อมโลกมีค่าสูงขึ้นและ เป็นส่วนสำคัญของสาเหตุของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยขึ้นกว่าปกติ ทั้งนี้ยังรวมไปถึงปัญหาการละลายตัวของน้ำแข็งที่ขั้วโลก ที่ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาทางต่างๆเหล่านี้นับวัน มีแต่จะทวีความรุนแรง และเข้าสู่ขั้นวิกฤติหากไม่มีการป้องกันแก้ไข

เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ นักวิทยาศาสตร์ด้าน Earth and Planetary Science ที่
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยเสนอวิธีแก้ปัญหาภาวะเรือนกระจกในใน วารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences ฉบับประจำสัปดาห์ที่ 7- 11 สิงหาคม 2549 โดยใจความสำคัญก็คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีเกินขีดจำกัดจากกิจกรรมของมนุษย์นั้นสามารถถูกถ่ายเทด้วยวิธีการฉีด (injection) เข้าไปกักเก็บไว้ในดินตะกอนใต้ท้องทะเลลึก (Deep-sea sediments) โดยหลังจากที่พวกเขาได้ทำการศึกษาค้นคว้า พบว่า ดินตะกอนใต้ทะเลลึกสามารถเป็นเสมือนแหล่งกักเก็บก็าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างไม่จำกัด อีกทั้งได้ประมาณไว้ด้วยว่า ภายในขอบเขตอาณาจักรของประเทศสหรัฐอเมริกา ปริมาณของชั้นดินตะกอนที่มีอยู่ใต้ท้องทะเลนั้นมีเพียงพอที่จะกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากน้ำมือมนุษย์ได้เป็นเวลานานอีกนับพันๆ ปี


Kurt Zenz House และ Daniel P. Schrag พร้อมกับผู้ร่วมงานจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตต์และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ได้เสนอวิธีการ พร้อมรายละเอียดต่างๆ ถึงข้อดีของการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ฝังลึกเข้าไปในใต้พื้นผิวทะเล พวกเขากล่าวว่า “การใช้พลังงานปริมาณมากๆ เพื่อสนองการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยไม่ให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมบนโลก ถือว่าเป็นปัญหาท้าทายที่สุดอันหนึ่งในช่วงอายุขัยของพวกเรา” Schrag ศาสตราจารย์ภาควิชา Earth and Planetary Science คณะวิทยาศาสตร์และศิลปะ กล่าวอีกว่า “เนื่องจากแหล่งพลังงานที่มาจากซากพืชซากสัตว์ที่ทับถมกันนับพันปี โดยเฉพาะ ถ่านหิน ยังคงจะเป็นแหล่งพลังงานหลักสำคัญที่ใช้ขับดันสังคมและเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 21 การที่จะทำให้ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ในชั้นบรรยากาศลดลงจึงจำต้องอาศัยสิ่งที่สามารถกักเก็บก๊าซ CO2 ได้ในปริมาณมากๆ และอยู่ห่างไกลจากชั้นบรรยากาศ เพื่อป้องกันการรั่วไหล”

Schrag และเพื่อนร่วมวิจัยของเขาได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ดินตะกอนที่ลึกลงไปใต้ท้องทะเลสามารถเป็นแหล่งกักเก็บชั้นยอด เพราะจากอุณหภูมิที่ต่ำและแรงดันที่สูงที่ระดับความลึกกว่า 3,000 เมตร สามารถทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว ซึ่งมีความหนาแน่นกว่าน้ำทะเลที่อยู่รอบๆ อันจะช่วยมันไม่สามารถรั่วไหลออกมาสู่ชั้นบรรยากาศและเป็นสิ่งรับประกันถึงแหล่งกักเก็บที่ถาวรของก๊าซที่จะไปมีผลกระทบที่ร้ายแรงต่อสภาพแวดล้อมของโลก

การฉีด (injection) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปใต้ตะกอนของท้องทะเลน่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่าการพ่นก๊าซเป็นละอองเข้าไป เพราะนอกจากมันจะสามารถขังเก็บก๊าซได้ดีแล้ว ยังสร้างความเสียหายให้สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลน้อยที่สุด และ ยังเป็นวิธีที่ช่วยรับประกันด้วยว่าก๊าซจะไม่รั่วไหลออกไปสู่ชั้นบรรยากาศจากการปะปนไปกับกระแสน้ำของท้องทะเล อีกทั้งที่สภาวะอุณหภูมิและความดันในระดับความลึกที่เพียงพอ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เพียงแต่ที่จะเปลี่ยนสถานะไปเป็นของเหลวเท่านั้น มันสามารถกลายสภาพเป็นของแข็งที่เรียกว่าผลึกคริสตัลไฮเดรท อันจะช่วยสร้างความสมดุลของระบบนิเวศให้มีมากขึ้นกว่าเดิมอีก ข้อดีอันหนึ่งของวิธีการนี้ก็คือมันมีความปลอดภัยเพียงพอที่จะรับมือกับแม้กระทั่งสถานการณ์แผ่นดินไหวหรือกลไกการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาของท้องทะเลที่รุนแรง

ในงานวิจัยอื่นๆ ที่คล้ายๆกัน กับงานนี้ ได้เคยมีการเสนอแนะให้นำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มากเกินขีดจำกัด ไปกักเก็บไว้ใต้แห่ลงทางธรรมชาติบนพื้นผิวโลก อย่างเช่น เหมืองขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ แต่ว่า ข้อเสียของวิธีนี้ก็คือ มันจะเสี่ยงต่อการรั่วไหลกลับคืนสู่ชั้นบรรยากาศ

House นิสิตระดับบัณฑิตศึกษาที่ภาควิชา Earth and Planetary Science มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวว่า “ชั้นดินตะกอนใต้ท้องทะเลลึกสามารถเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขนาดใหญ่มหึมา” เขากล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “โดยประมาณการแล้ว 1.3 ล้านตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 22 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นท้องทะเลในขอบเขตน่านน้ำเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา มีระดับความลึกกว่า 3,000 เมตร และจากการคำนวณดูแล้วพบว่า ปริมาณของการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดในแต่ละปีของสหรัฐฯ สามารถถูกกักเก็บไว้ใต้ชั้นดินตะกอนภายในพื้นที่ประมาณ 80 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งทำให้พื้นท้องทะเลภายในอาณาาเขตสหรัฐฯ สามารถใช้เป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ไปเป็นเวลานับพันๆปี”

ส่วนภายนอกขอบเขตน่านน้ำเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งห่างไปไกลกว่า 200 ไมล์ นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้อ้างว่า ที่บริเวณนี้ ความจุของพื้นที่ใต้ท้องทะเลที่จะเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้นเสมือนว่ามีได้อย่างไม่จำกัด

นอกจาก House และ Schrag แล้ว ผู้ร่วมงานวิจัยอีกสองคนได้แก่ Charles F. Harvey อาจารย์ที่ MIT และ Klaus S. Lackner อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย โดยงานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยสามแหล่งทุนซึ่งได้แก่ กระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ กองทุน Merck Fund of the New York Community และมูลนิธิ Link

ข้อมูลจาก
- http://www.news.harvard.edu/gazette/2006/08.24/99-seafloor.html

(ภาพข้างบนแสดงภาพ ศาตราจารย์ Daniel P. Schrag ผู้อำนวยการของศูนย์ศึกษาสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาฮาร์วาร์ด (Staff file photo Jon Chase/Harvard News Office) )



ฮิกส์แมน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 100 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 158 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 12 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 19 ส.ค. 2549 (15:16)
สภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect) มีต้นเหตุมาจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปลดปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่างๆของมนุษย์สู่ชั้นบรรยากาศโลกอย่างเกินขีดจำกัด

ปัญหาสภาวะโลกร้อน (Global Warming) เป็นส่วนสำคัญของสาเหตุของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยขึ้นกว่าปกติรวมไปถึงปัญหาการละลายตัวของน้ำแข็งที่ขั้วโลก อันก่อให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาทางสิ่งแวดล้อมต่างๆเหล่านี้มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และจะเข้าสู่ขั้นวิกฤติหากไม่มีการป้องกันแก้ไข


หลักฐานนี้แสดงว่ามนุษย์เป็นตัวการทำให้เกิดภัยพิบัติต่าง ๆ และภัยพิบัติของมนุษย์เกิดจากการปลดปล่อยก้าสคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนั้นประเทศที่ปลดปล่อยก้าสคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา

เมื่อภัยพิบัติไม่ได้เกิดขึ้นตามธมมชาติแต่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ด้วยกันเอง ผู้เสียหายก็ควรได้รับการชดใช้ ประเทศสหรัฐอเมริกาควรออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งทำให้เกิดมีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตมากมายอันเมื่องมาจากอุบัติภัยต่าง ๆ สหประชาชติจึงสมควรประณามการกระทำอันไร้มนุษยธรรมเช่นนี้ ผู้ผิดไม่ควรอยู่ลอยนวล

เก็บก้าสคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ในอาณาเขตท้องทะเลสหรัฐ แน่ใจได้อย่างไรว่าจะไม่รั่วไหลออกมา เด็นประถมก็ทราบว่าก้าสนี้ละลายน้ำได้ ความดันสูงความสามารถละลายน้ำก็ยิ่งมากขึ้น ผมว่าอเมริกาสิ้นหนทางแล้วจึงเล่นแบบนี้ เพราะจะทำอย่างไรก็ไม่มีทางลดการปลดปล่อยก้าสคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ มันมีแต่จะเพิ่มขึ้น
thawankesmala เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1361 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 281 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 12 ก.ย. 2549 (11:49)
แล้วอยากรู้ว่า การที่นำคาร์บอนไดออกไซด์เหลวลงสู่ใต้ท้องทะเลนี้มีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตมากน้อยเพียงใด
pinnn เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 14 ก.ย. 2549 (08:12)
การนำเสนอของประเทศมหาอำนาจ ที่ไม่ยอมรับความผิดพลาดของตน และไม่คิดที่จะแก้ไขให้ดีขึ้น สมควรที่จะถูกโลกประนาม แต่ก็แปลก บางคนกลับยกย่องแถมเอาเป็นแบบอย่าง ไม่ทราบว่าคิดได้ไง
Surfing เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 35 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 16 ก.ย. 2549 (23:56)
การนำก๊าซ CO2 แยกออกมาจากชั้นบรรยากาศแล้วนำไปกักเก็บไว้ยังแหล่งกักเก็บทางธรรมชาติบนพื้นผิวโลกหรือใต้ท้องทะเล เป็นวิธีการหนึ่งในหลายวิธีการที่จะช่วยแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อน ซึ่งได้ถูกเสนอขึ้นใน Kyoto Protocol แต่จะเป็นวิธีการไหนจะดีที่สุดยังมีการศึกษากัน โดยเฉพาะปัญหาการรั่วไหลกลับคืนสู่ชั้นบรรยากาศ ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้ ทำการศึกษาวิธีการที่น่าจะดีกว่า และมีประสิทธิภาพมากกว่า แล้วพวกชาติมหาอำนาจนี้ ก็ตระหนักดีกับสภาวะโลกร้อน และได้รณรงค์ด้วยวิธีการต่างๆ

การจะแก้ปัญหาที่ยิ่งใหญ่อย่างโลกร้อนนี้ ไม่ได้ใช้วิธีการเดียว แต่ต้องรวมๆ กันหลายวิธี และการนำก๊าซ CO2 ไปฝังในท้องทะเลก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วย "ไม่มากก็น้อย" แล้วในงานวิจัยนี้ก็ได้ศึกษาอย่างรอบคอบถึงการไม่รั่วไหลและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ผมว่า คนทำงานวิจัยเรื่องนี้ เขาเสนอวิธีการอีกอันหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหา ด้วยจิตใจสร้างสรรค์ ไม่ใช่การเลี่ยงปัญหาอย่างที่หลายคนอาจเข้าใจกันมากกว่า
ฮิกส์แมน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 100 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 158 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 31 ต.ค. 2549 (13:56)
พูดได้ดูดีมากก เกี่ยวกับการเอาก๊าซ carbonmonoxide inject กลับลงสู่พื้นปฐพี ภายใต้ความลึกกว่า 3 กิโล แต่ทว่าการที่เราจะสามารถอัดก๊าซให้กลายเป็นของเหลวแล้วฉีดกลับลงสู่พื้นมหาสมุทรนั้นจะต้องใช้พลังงานจำนวนมหาศาลซึ่งถ้าคิดย้อนกลับไปว่าพลังงานที่เราสูญเสียไปกับการอัดก๊าซเหล่านี้ลงไปนั้นมันจะต้องเผาผลาญน้ำมันหรือเชื้อเพลิงฟอสซิลไปจำนวนมากเท่าใด สมมติให้เห็นภาพง่ายๆๆ เช่น เราขุดน้ำมันดิบขึ้นมา 1 ลิตรผ่านกระบวนการต่างๆๆจนเป็นเชื้อเพลิงแล้ว เราปล่อยก๊าซไปเพียง 1 ลบ.ม สารตะรวมกับโรงงาน ยานพาหนะต่างๆๆ ราว10 ลบ.ม แต่เราต้องใช้พลังงานที่เทียบเท่ากับน้ำมันถึง 100 ลิตรในการระดมก๊าซที่กระจัดกระจายในบรรยากาศมาอัดที่ความดันสูงแล้วฉีดกลับเข้าไปใต้พื้นโลกที่มีความลึกกว่า 3 กิโลเมตร สรุปก็คือเราต้องใช้พลังงานมากขึ้นกว่าเดิมขุดน้ำมันกันมากขึ้นกว่าเดิมปล่อยก๊าซกันมากขึ้นกว่าเดิมแค่มีการสูบกลับมาแต่มนเมื่ออัตราการสุบกลับมันน้อยกว่าอัตราการปลดปล่อยแล้วมันก็คงยังอยู่ในสภาพเดิมๆๆ ทาวที่ดีที่สุดก็คือเราควรลดการปลดปล่อยก๊าซเหล่านี้ให้น้อยที่สุดนี่แหละคือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุที่เหมาะสมที่สุด.......
ระอากับมะกัน.....โถๆๆๆ.....
เศรษฐกิจพอเพียงตามรอยเบื้องพระยุคลบาท.......
Rit เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 49 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 167 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 25 พ.ค. 2550 (13:56)
ทำเครื่องแยกก๊าซ เพื่อช่วยแยกก๊าซพิษให้อะตอมหลุดจากกันแล้วนำธาตุที่ได้มาใช้ประโยชน์หรือนำธาตุมารวมกันให้เป็นธาตุใหม่ที่มีประโยชน์จะได้ใหม
น้องอันอัน (IP:203.150.136.60)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 25 พ.ค. 2550 (21:17)
ปัญหาคือใครจะออกทุน
เฌอปัน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 39 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 145 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 8 ส.ค. 2550 (19:51)
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็น
parinya_6213@hotmail.com (IP:203.113.45.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 31 ส.ค. 2550 (14:07)
ดีมาก
1236 (IP:124.121.94.190)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 10 ก.ย. 2550 (16:42)
เราเป็นคนบนโลก
เราควรรักษาโลกไว้ให้คงอยู่
เพื่อในหลวงของพวกเรา
แล้วช่วยใช้ถุงกระดาษแทนถุงพลาสติกนี้ไม่ใช่ปัญหาเดียวแต่เป็นปัญหาใหญ่


ถ้ารักในหลวงขอให้ช่วย
( ทร)
๑๒ ปี ๑ นครศรีธรรมราช (IP:222.123.147.194)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 20 ต.ค. 2550 (17:44)
nbmnmnmnmnmnm
nmnm (IP:125.25.95.193)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 17 ม.ค. 2551 (12:28)
ความคิดดีมากที่จะนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปเก็บไว้ในดินตะกอนใต้ทะเลลึกในระดับ3,000
ktr7497@thaimail.com (IP:203.113.19.47)

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.