คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
คนหนึ่งคนนั้น ในความทรงจำ
โพสต์เมื่อ: 22:03 วันที่ 21 ส.ค. 2549         ชมแล้ว: 899 ตอบแล้ว: 6
                                “ คนหนึ่งคนนั้น ในความทรงจำ ”



ตลอดชีวิตของผมได้พบเจอผู้คนมามากมาย มีหลายคนที่ผมจำพวกเขาได้ไม่ลืม บ้างก็ตั้งใจจดจำ บ้างก็จำได้เองโดยไม่
ตั้งใจ หลายคนที่ผมจำเขาได้เพียงบางเหตุการณ์ ที่ได้เกี่ยวข้องกันกับผม โดยที่ผมจำชื่อ และที่มาที่ไป รวมทั้งความสัมพันธ์อื่นๆ
ก่อนหน้าและหลังนั้นไม่ได้เลย พอมีภาพเหตุการณ์นั้นแว๊บเข้ามาในหัวที่ไร ผมพยายามนึกเหตุการณ์ และความสัมพันธ์อื่นๆระหว่าง
เขากับผมเพื่อมาปะติดปะต่อกัน แต่ไม่เคยนึกออกสักที

น่าแปลก ไม่เคยมีใครเลยสักคนเดียวที่ผมจำเขาได้แล้วอยากลืมเขาไป ไม่ว่าเราจะมีความสัมพันธ์ต่อกันที่ดีหรือเลวร้ายหรือ
จำเขาได้แม้ว่าจะไม่เคยมีความสัมพันธ์พูดคุยใดๆต่อกันเลยก็ตาม




หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 6 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 21 ส.ค. 2549 (22:13)
                            	                                            - ๑ -   

เด็กหญิงคนนั้น



ด้วยวัยของผมในตอนนั้น จึงทำให้ไม่สามารถเข้าใจได้ถ่องแท้ว่าเด็กที่บังเอิญเกิดมาโดยด้วยความไม่ต้องการของแม่นั้นเป็นเด็ก
ในลักษณะเช่นไร ตอนนั้นผมอาจรู้และเข้าใจได้เพียงว่าเด็กที่พ่อแม่ไม่ต้องการคือเด็กดื้อและซน

ครั้งแรกที่ผมเห็นเด็กคนนั้น ผมมองเธอด้วยความพรั่นพรึง ผมจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดีมันมีทั้งแปลกใจ สับสน ไม่เข้าใจ สงสาร หดหู่
แม้กระทั่งความกลัวที่จะเข้าใกล้
ความรู้สึกทุกอย่างพรั่งพรูออกมาแทบจะพร้อมกันขณะที่ผมจ้องเธอ โลกวัยเด็กของผมอาจกว้างใหญ่ แต่โลกในความเป็นจริงของเด็ก
อย่างผม มันแคบนักมันแคบจนทำให้ผมไม่เข้าใจว่าเด็กผู้หญิงอายุไม่เกินเจ็ดขวบคนที่มีรูปร่างบิดเบี้ยวผิดสัดส่วน แขนขาลีบคดงอ และมือ
ข้างหนึ่งของเธอกุดหายไปคนนั้น กับอาการเหม่อลอยปล่อยน้ำลายไหลยืด มันมีหมายความว่าเธอเป็นคนพิการ ผมรู้เพียงว่าเธอไม่เหมือน
เด็กคนอื่น ซึ่งผมไม่อาจกล้าเข้าใกล้


หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 21 ส.ค. 2549 (22:30)

วันหนึ่งขณะที่ผมกับเด็กชายรุ่นเดียวกันอีกคนถือหนังสติ๊กคนละอันสะพายย่ามที่อัดแน่นด้วยกระสุนดินเหนียว ( * ดินเหนียวที่ปั้น
เป็นก้อนกลมเล็กๆตากแห้งให้แข็ง) วิ่งเล่น ไล่ยิงนกยิงหนู กลางท้องทุ่งนาอยู่ท้ายหมู่บ้านนั้น เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่ทราบ รู้ตัวอีกทีเรา
หลุดจากตัวหมู่บ้านมาไกล กระทั่งเรามาถึงบ้านไม้หลังงามหลังหนึ่ง บ้านหลังนี้เป็นบ้านของผู้มีอันจะกินคนหนึ่งของหมู่บ้าน บ้านหลังนี้
มองจากภายนอกเข้าไปดูเหมือนว่าแทบจะไม่มีใครอยู่เพราะห่างไกลจากหมู่บ้านจึงเงียบมาก ที่จริงเจ้าของบ้านเขามีบ้านใหญ่อีกหลัง
ในหมู่บ้าน หน้าที่จริงๆของบ้านหลังนี้ที่ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนและสำหรับค้างเมื่อเจ้าบ้านมานอนเฝ้าบ่อเลี้ยงปลาที่มีอยู่หลายสิบบ่อใน
เขตรั้ว

เมื่อเดินทะลุเข้าไปจนถึงบ่อเลี้ยงปลาบ่อสุดท้าย เราพบกระต๊อบเพิงหมาแหงนหลังหนึ่ง( * ที่บ้านนอกโดยเฉพาะในหมู่บ้านที่ผม
อยู่นั้น เรารู้จักกันทั้งหมู่บ้านใครก็สามารถเดินเข้าออกทะลุเขตบ้านกันได้อย่างสบาย) ที่กระต๊อบหลังนี้แหละที่ผมได้เจอเธอครั้งแรก

หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 21 ส.ค. 2549 (22:39)

ตอนที่ผมเดินผ่านก็เห็นเธอนั่งมองเราอยู่แล้วตรงนั้นด้วยความเงียบที่แคร่ไม้ไผ่ ผมถึงกับตัวชายืนตะลึงก้าวขาไม่ออก ผมไม่รู้ว่าเธอ
เป็นอะไร ทำไมตัวเธอบิดเบี้ยวอย่างนั้น ขาสองข้างคดงอและลีบพับเพียบอยู่ ผมของเธอถูกตัดให้เหมือนทรงนักเรียนหญิงนั้นไม่อาจพราง
มิให้เห็นรอยกะโหลกที่บุ๋มเข้าไป เมื่อเธอเอียงคอมองคล้ายสงสัย น้ำลายในปากที่อ้าค้างอยู่แล้วก็ไหลยืดลงมา โลกของผมหายไปร่างกาย
เบาหวิวดุจจะหมุนเคว้งไปรอบๆ เสียงนกร้อง เสียงจักจั่นเรไร เสียงทุกอย่างรอบกายหายไป รู้สึกเหมือนว่าโลกนี้มีเธอผู้นั่งอยู่ตรงหน้าผม
กับผมเพียงสองคน ในตอนที่เธอยื่นแขนที่ไร้มือข้างนั้นออกมาโบกกวัก

ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีป้าคนหนึ่งออกมาตะเพิดไล่ อย่างฉุนเฉียว ป้าคนนั้นด่าลั่นเสียงดังและหยาบคาย ผมกับเพื่อนฉวยย่ามและหนัง
สติ๊กวิ่งหนีจากมาด้วยความตื่นกลัว เมื่อหันหลังไปมองเห็นหล่อนอุ้มเด็กผู้หญิงคนนั้นหลบเข้าเพิงไป

หลังจากวันนั้น ผมเก็บงำคำถามเกี่ยวกับ"เธอ" ไว้ในใจมาตลอดมา

หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 20 ต.ค. 2549 (06:33)

กระทั่งวันหนึ่งมีงานบุญอะไรสักอย่าง
ที่บ้านหลังนั้นผมก็ไปเที่ยวเล่นในงานตามประสาเด็ก ทันทีที่เห็นป้าคนเดิมอุ้มเด็กผู้หญิงเดินตรง
เข้ามาผมก็รีบหลบแอบอยู่หลังผู้ใหญ่แต่ไม่วายชะแง้หน้าออกมามอง เมื่ออยู่ใกล้จึงเห็นชัดเจนว่านอกจากมือข้างนั้นแล้ว ตาข้างหนึ่งของเธอก็
หายไปเช่นกัน ผมยืนอ้าปากมีเหงื่อออกตามมือและขา ผมและเธอ เราสบตากัน ผมพยายามจะก้าวขาหนี แต่ก้าวไม่ไหว
..ผมกลัวเธอ..

ป้าคนนั้นยืนคุยกับคนที่มาร่วมงานได้ครู่หนึ่ง ลุงเจ้าของบ้านก็มาไล่ให้พาเด็กกลับไปยังกระต๊อบท้ายบ้าน หล่อนจึงอุ้มเด็กหญิงเดินจากไป
ด้วยแววตาตัดพ้อ


เมื่อเจ้าบ้านเดินกลับขึ้นบนบ้านไป แขกเหรื่อและคนที่มาช่วยงานบางคนเล่าถึงเรื่องเด็กผู้หญิงคนนั้นด้วยเสียงกระซิบกระซาบ ผมซึ่ง
บังเอิญยืนขาแข็งอยู่ตรงนั้นจึงพอประติดประต่อขึ้นมาได้ว่า

เด็กคนนี้เป็นหลานเจ้าของบ้านซึ่งลูกสาวคนสวยของเขาไปทำอีท่าไหนไม่ทราบเกิดพลาดท่าตั้งท้องขึ้นมา ตั้งท้องโดยไม่ตั้งใจที่เขาเรียก
กันว่า "ท้องไม่มีพ่อ" หล่อนพยายามทำแท้งแล้วหลายครั้ง ทั้งด้วยตัวเองและจ้างหมอเถื่อน แต่ไม่สำเร็จเด็กไม่ยอมหลุดออกและไม่ตาย กระทั่ง
หล่อนคลอดเด็กออกมา เด็กจึงพิการอย่างที่เห็น ด้วยความอับอายผู้คน พ่อของหล่อนจึงจ้างป้าคนนั้นเลี้ยงดูโดยไปปลูกกระต๊อบให้อยู่ที่ท้ายบ้าน
นั้นโดยให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ

หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 20 ต.ค. 2549 (06:46)

ว่ากันว่าแม่ของเธอไม่เคยมาอุ้มเธอ มาเยี่ยม หรือแม้แต่เฉียดกรายกระต๊อบที่เธออยู่นั้นแม้แต่หนเดียว ด้วยความสงสารหรือความผูกพันหรือ
อย่างไรไม่ทราบได้ ป้าคนที่ถูกจ้างมานั้นเกิดรักและสงสารเด็กหญิงจับใจ ด้วยเหตุนี้เธอจึงพาลโกรธและเกลียดแม่ของเด็กอยู่ลึกๆ ด้วยความเจ็บแค้น
ป้าจึงมักจะแกล้งอุ้มเด็กออกมาพูดคุยเสวนาด้วยกับใครก็ตามที่แวะมาบ้านหลังนั้น เล่าเท้าความถึงความเป็นมา และความเป็นอยู่ของเด็กให้คนที่มาบ้าน
นั้นฟังอยู่เสมอๆ ในตอนเจ้าของบ้านผู้เป็นตาของเด็กไม่อยู่ นัยว่าเพื่อประจานให้แม่เด็กและผู้เกี่ยวข้องได้อับอาย

หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 20 ต.ค. 2549 (07:01)

โลกใบเล็กของผมที่ผมว่าแคบนักนั้น
เมื่อเทียบกับโลกของเด็กหญิงคนนั้นแล้ว โลกของผมกลับใหญ่กว่าเธอหลายร้อยพันเท่า โลกของ
ผมมีบ้านและหมู่บ้าน โลกของเธอมีแคร่และกระต๊อบ โลกของผมมีโรงเรียน โลกของเธอก็มีเพียงแคร่และกระต๊อบ โลกของผมมีหนังสือ มีตัวการ์ตูน
มีมอญซ่อนผ้า มีงูกินหาง โลกของเธอไม่มี โลกของผมมียาย มีพ่อ แม่ น้องชาย ครู และเพื่อนๆ โลกของเธอมีแค่ป้าคนนั้นเพียงคนเดียว โลกของผม
มีโลกใบกว้างในอนาคต รออยู่ ส่วนโลกของเธอนั้นว่างเปล่า



จากวันนั้น เวลาได้ผ่านมาเกือบยี่สิบปีแล้ว หากว่าเธอยังอยู่ ตอนนี้เธอคงโตเป็นผู้ใหญ่ ในบางครั้งที่ผมคิดถึงเธอ ผมยังแอบสงสัยว่าโลก
ของเธอในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง คนในโลกเพียงคนเดียวของเธอนั้นจะยังอยู่ไหม ? และจะอยู่กับเธอได้อีกนานเท่าไหร่ ?


ถ้าย้อนเวลาได้ผมอาจจะอยากกลับไปเอ่ยคำขอโทษเธอ ขอโทษที่ผมแสดงทีท่าว่ากลัวที่จะเข้าใกล้ ขอโทษที่กลัวจนไม่กล้าแม้แต่ยิ้มให้เธอ
ในวันนั้น



เหตุการณ์ในวันนั้นที่เกี่ยวกับเธอผมจำได้เพียงเท่านี้ แต่ที่จำได้ดีคือในเย็นวันนั้นผมกลับไปถามแม่ว่า



แม่รักผมไหม ?

* * * * * * *

หมูน้อยในกะลา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 512 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.