|
เขาวัดเส้นรอบวงของโลกอย่างไร ใครรู้บ้างครับ
โพสต์เมื่อ:
00:16 วันที่ 3 ก.ย. 2549 ชมแล้ว:
3,067
ตอบแล้ว:
26
ทำไมถึงบอกว่าโลกเราไม่กลมดิ๊ก แต่มีสัณฐานคล้ายผลส้ม นั่นแสดงว่าเส้นรอบวงของโลกไม่เท่ากันสำหรับการวัดแต่ละที่ใช่ไหม แล้วเขาวัดกันอย่างไร
จำนวน 8 ความเห็น, หน้า่ | -1- ดูได้ที่นี่ค่ะ http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=102&Pid=58938 นชน (IP:203.185.131.3,10.226.20.84,) ขอโทษที ผิดลิ้งค์อีกแล้ว ดูได้ที่นี่ค่ะ http://www.infoplease.com/ipa/A0908193.html นชน (IP:203.185.131.3,10.226.20.84,) ดูแล้วครับ ยังวัดไม่เป็น จะลองกับสิ่งเล็ก ๆ ก่อน เช่นลูกบอล แนวคิดในการวัดวัดขนาดของโลกพัฒนาขั้นจากความคิดว่าโลกกลม อีราโธสทีนิส ได้ทำการวัดมิติของโลกโดยตรง ด้วยวิธีการที่เรียกว่า คณิตดาราศาสตร์(เก็บข้อมูลจากการวัดสถานที่จริง) และนักดาราศาสตร์สามารถคำนวณ ได้ว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของโลกตามระนาบศูนย์สูตรจะยาว 21,757 กิโลเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางตามระนาบขั้วโลกยาว 17,214 กิโลกเมตร สั้นกว่ากัน 43 กิโลเมตร นำมาคำนวณเป็นอัตราส่วนรีแป้นหรือการแบนที่ขั้วโลก ได้จากสมการ ความรีแป้น = เส้นผ่าศูนย์กลางแกนยาว - เส้นผ่าศูนย์กลางแกนสั้น / เส้นผ่าศูนย์กลางแกนยาว = (12,757 - 12714 ) / 12757 = (7,927 - 7,900) / 7,927 = 43/12,757 = 27/7,927 = 1/296.67 = 1/293.59 สามารถคำนวณเส้นรอบวงได้ดังนี้ เส้นรอบวงตามแนวศูนย์สูตร = 2Pir = 2 X 22/7 X 12,757 / 2 = 40,093.43 กิโลเมตร เส้นรอบวงตามแนวเมริเดียน = 2Pir = 2 X 22/7 X 12,714/ 2 = 39,958.29 กิโลเมตร * รายละเอียดมีมากกว่านี้ จะพยายามเข้ามาเพิ่มเติมอีกครั้งครับ เขาวัดสถานที่จริงครับแต่วัดสองที่พร้อม ๆ กัน ซึ่งต้องรู้ระยะทางอยู่ก่อนแล้ว (พอดีจำเอกสารอ้างอิงไม่ได้เพิ่งไปค้นมาแท้ ๆ) เช่นเชียงใหม่กับกรุงเทพ โดยปักเสาความสูงเท่ากันทั้งสองที่ให้ตรงตั้งฉากกับผิวโลก คือปลายเสาด้านหนึ่งจะไปพบกันที่จุดศูนย์กลางของโลกพอดี พอดวงอาทิตย์ตรงเสาที่กรุงเทพเสาที่กรุงเทพจะไม่มีเงา แต่เสาที่เชียงใหม่จะมีเงา เขาจะวัดความยาวของเงาของเสาที่เชียงใหม่ พอได้ความยาวของเงาก็จะได้มุมที่เบี่ยงเบนไปจากเส้นตั้งฉากของผิวโลก โดยมีสมมุติฐานว่าแสงจากดวงอาทิตย์เดินทางเป็นเส้นขนานกันทั้งที่เชียงใหม่และกรุงเทพ เมื่อทราบมุมก็จะมาหาว่ามุมเป็นสัดส่วนเท่าใดของ 360 องศา เมื่อคูณระยะทางที่ทราบแล้วก็จะได้เส้นรอบวง ![]() เพิ่มเติมจากความคิดเห็นที่ 4 การวัดมิตของโลกโดยตรง ด้วยวิธีการคณิตดาราศาสตร์ อิราโธสทีนิส(บรรณารักษ์ห้องสมุดเมืองอเล็กซานเดรีย) สังเกตพบว่าที่เมืองไซอีนีในประเทศอิยิปต์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไนท์ และอยู่ใกล้เส้นทรอปิคออฟแคนเซอร์ (23.5 องศา เหนือ)ดวงอาทิตย์เที่ยงวันในวันที่ 21 มิถุนายนของทุกปี จะส่องแสงถึงก้นบ่อ แสดงว่าแสงอาทิตย์ตั้งได้ฉากกับพื้นโลก(เพราะบ่อจะต้องตั้งได้ฉากกับผิวโลก) ณ เมืองไซอีนี คือตั้งฉากที่ 23.5 องศา เหนือ นั้นเอง เขาจึงทำการวัดมุมสูงของดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงวันที่เมืองอเล็กซานเดรีย ในวันเดียวกัน และพบว่า ดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงวันอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางท้องฟ้า(Zenith)ไปทางใต้เป็นมุม 7 องศา 12 ลิปดา จากความสัมพันธ์เชิงเลขาคณิตเขาพิสูจน์ได้ว่า เมืองอเล็กซานเดรียกับเมืองไซอีนี อยู่ห่างกันเป็นค่าเชิงมุม 7 องศา 12 ลิปดา เช่นกัน และเขาพบว่าเมืองทั้งสองอยู่ห่างกัน 5,000 สเตเดีย ดังนั้น อีราโธสทีนิส จึงมีข้อมูลเพียงพอที่จะคำนวณเส้นรอบวงของโลก ได้ดังนี้ ระยะเชิงมุมระหว่างเมืองทั้งสอง 7 องศา 12 ลิปดา เท่ากับระยะเชิงเส้น 5,000 สเตเดีย ระยะเชิงมุมรอบโลก 360 องศา เท่ากับระยะเชิงเส้น 5,000 X 360 / 7 องศา 12 ลิปดา เพราะฉะนั้น เส้นรอบวงของโลก = 5,000 X 50 องศา 00 ลิปดา = 250,000 สเตเดีย * 1 สเตเดีย = 185 เมตร ฉะนั้นเส้นรอบวงของโลกตามการคำนวณของอิราโธสทีนิส จึงยาว 250,000 X 185 / 1,000 = 46,250 กิโลเมตร ซึ่งผิดจากความเป็นจริง เพราะเส้นรอบวงของโลกที่แท้จริง = 40,040 กิโลเมตร หลักการและวิธีการที่อิราโธสทีนิสใช้วัดเส้นรอบวงของโลกเป็นสิ่งที่ถูกต้องความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นน่าจะมาจาก 1. เครื่องมือวัดมุมหยาบและคลาดเคลื่น 2.เมืองอเล็กซานเดรียและไซอีนีไม่ได้อยู่ห่างกัน 5,000 สเตเดีย 3. เมืองทั้งสองไม่ได้อยู่บนเมริเดียนเดียวกัน เวลเที่ยงวันจึงไม่ตรงกัน 4. เมืองไซอีนีไม่ได้อยู่ละติจูดจริงที่ 23.5 องศาเหนือจริง The MONGKUT Projectการวัดพิกัดภูมิศาสตร์ด้วยเสากำเนิดเงา (Gnomon) http://www.lesaproject.com/mongkut_2006/measurement.html ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 21 มี.ค. 2551 (19:44) โห่วว |