คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
เมื่อไทยตกไป และ เวียดนามขยับสู่ฮับไอที
โพสต์เมื่อ: 13:29 วันที่ 6 ก.ย. 2549         ชมแล้ว: 903 ตอบแล้ว: 2
ตอนนี้ เจ้าของกิจการ ระดับยักษ์ใหญ่ของโลก เช่น ไมโครซอฟท์ (บริษัทซอฟทแวร์อันดับหนึ่งของโลก) ซีเกท (บริษัทยักษ์ผลิตฮารดดิสก์) และ อินเทล (ยักษ์ผู้ผลิต CPU) ต่างพร้อมใจกัน เปลี่ยนใจ ถอยห่างออกจากประเทศไทย ไปตั้งฐานการผลิต และ ขนเม็ดเงิน และ โอกาสทางการศึกษาไป ประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเวียดนาม มาเลเซีย และ จีน ด้วยเหตุผลว่า ประเทศไทยไม่พร้อม มีปัญหาทั้งการเมืองและบุคลากร ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องเริ่มมองตัวเองแล้วว่า เราทำอะไรกันอยู่

ดูตัวเลขนี้

ปัจจุบันเวียดนามมีบริษัทผลิตซอฟท์แวร์ 600 แห่ง มีการจ้างงาน 15,000 คนเมื่อเทียบกับ ปี 41 ที่ มีเพียง 170 แห่ง และ จ้างงานไอที อยู่ที่ 5000 ราย

ไม่เพียงแค่ไมโครซอฟต์เท่านั้น อินเทลยังประกาศทุ่มเงินกว่า 605 ล้าน ดอลล่าร์ เพื่อทำโรงงานประกอบไมโครชิปที่ โฮจิมินจ์



ประเทศไทยครับ มัวทำอะไรกันอยู่ครับ

อ๊อฟ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 737 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 245 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 8 ก.ย. 2549 (16:13)
ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน เพราะเรื่องนี้ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะเห็นผล ทำให้รัฐบาลสนใจแต่เรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

อย่างเช่นการปฏิรูปการศึกษา ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ นอกจากจะเป็นเรื่องการปรับโครงสร้างองค์กร การที่เวียดนามพัฒนาบุคลากรได้เร็วเพราะรัฐบาลส่งเสริมจริงจัง รวมทั้งประชาชนมีความขยันที่จะศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเอง

จะเห็นได้ว่าที่เวียดนามเวลานี้มีโรงเรียนภาษาเยอะมากไม่เฉพาะภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น แม้กระทั่งภาษาไทยก็มีมาก เพราะคนที่นั่นเข้าใจว่าถ้ารู้ภาษาแล้วจะทำให้เขามีโอกาสมากขึ้น ผู้ที่เรียนภาษาไทยก็หวังที่จะไปทำงานในบริษัทไทยที่ไปลงทุนที่นั่น ซึ่งขณะนี้มีไม่น้อยหลังจากที่หลายอุตสาหกรรมค่าแรงในเมืองไทยสูง เช่น โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า

ในอนาคตเวียดนามมีโอกาสเทียบชั้นไทยแทบทุกเรื่องภายในเวลาไม่นาน การเติบโตทางเศรษฐกิจแต่ละปีจะอยู่ระดับสูงไม่ต่างจากจีน

หากเราไม่ต้องการให้เวียดนามแซงหน้าไทยต้องกระตุ้นให้เด็กไทยสนใจวิทยาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์ หรือ สังคมศาสตร์ ส่วนผู้อยู่ในวัยแรงงานตั้งแต่ 20-60 ปี ต้องทำงานให้เต็มประสิทธิภาพ ไม่อู้ ไม่ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม และสนใจที่จะหาความรู้ใส่ตัวอยู่ตลอดเวลา เรื่องเหล่านี้เราทำคนเดียวได้ผลไม่มากต้องทำกันทั้งประเทศ

หรือไม่ก็เลิกสนใจจีดีพีมาสนใจว่าทำอย่างไรคนไทยจะมีความสุขแบบพอเพียงและยั่งยืน เพราะถ้ายังสนใจว่าใครจะก้าวล้ำไปถึงไหนก็จะทำให้เราต้องสปีดตัวเองอยู่ตลอดเวลา
ทินกร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 34 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 29 ธ.ค. 2549 (16:03)
ผมคิดว่า สาเหตุที่หลายประเทศย้ายฐานผลิตซอฟท์แวร์ไปยังเวียดนามและจีน
น่าจะเป็นเพราะค่าแรงและทรัพยากร มากที่สุดครับ(ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ที่ใครๆก็ชอบของถูก และคุฯภาพดี
ถ้าจะดึงดูดให้คนหันมาลงทุนที่ประเทศไทย ก็จะต้องลดค่าแรงให้น้อยกว่าที่เวียดนาม ซึ่งทำไม่ได้อย่างแน่นอน

อีกทั้งระบบการศึกษาของเวียดนาม รองรับตลาดแรงงานอยู่แล้ว
ต่างจากของบ้านเรา ที่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานระดับ ปวช. ปวส. เพราะแห่กันไปเรียนปริญญาตรีหมด

ถ้าสังเกตให้ดี จะพบว่าเวียดนามตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ภายใน20 กว่าปีนี้ ซึ่งน่าจะทำได้ไม่ยากนัก เพราะวางแผนกันมาอย่างดิบดีร่วม 20 กว่าปีได้ครับ

เรื่องนี้เห็นจะต้องว่ากันยาวครับ
ศรีปิงเวียง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1085 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.