|
มัมมี่ทั่วโลก
โพสต์เมื่อ:
14:43 วันที่ 15 ก.ย. 2549 ชมแล้ว:
68,432
ตอบแล้ว:
164
มัมมี่มีอยู่มากมายหลายแบบทั่วโลก มีทั้งมัมมี่ที่ทำโดยตั้งใจทำโดยกรรมวิธีอันชาญฉลาดที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมาเพื่อที่จะรักษาสภาพศพของผู้ตายให้เหมือนกับตอนยังมีชีวิตอยู่โดยมีความเชื่อว่าผู้ตายอาจมีโอกาสกลับฟื้นขึ้นมาในร่างเดิม และมัมมี่ที่เกิดจากการที่ธรรมชาติรังสรรค์โดยความเหมาะสม ลงตัว ของสภาพดิน ฟ้า และอากาศ
สุดสยองเลย r_boxzer_@hotmail.com (IP:61.7.163.38) จริงรึเปล่าคะคุณornyupa ที่บอกว่าฝาโลงนี่ทำจากพระพักตร์ที่แท้จริง?? ยีน (IP:125.24.84.113) อ่ะ...ขอบคุณ คุณornyupaมากๆเลยนะคะ ที่นำความรู้มาฝาก มีสาระมากๆเลยค่ะ ชอบเรื่องมัมมี่มากๆค่ะ ยีน (IP:125.24.84.113) ดีใจที่คุณยีนชอบค่ะ ฝาโลงทำจากพระพักตร์ที่แท้จริงหมายถึงของฟาโรห์องค์ไหนค่ะ เพราะแต่ละยุคทำรูปแบบไม่เหมือนกันค่ะ บางยุคก็ทำให้โลงหรือรูปปั้นมีหน้าตาดีเกินจริง บางยุคทำออกมาให้เหมือนองค์จริง เช่นยุคของอัคเคนาเตนที่ทำรูปปั้นออกมาเหมือนองค์จริงค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 149 30 ม.ค. 2551 (09:48) คนสมัยก่อนล้ำหน้าทางการแพทย์? fsfsd@hotmail.com (IP:203.172.175.171) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 150 30 ม.ค. 2551 (09:51) 555 8 (IP:203.172.175.171) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 151 31 ม.ค. 2551 (11:31) ดีจังมีมัมมี่ด้วย silllikryufje_stoffutov.com (IP:202.129.32.185) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 152 31 ม.ค. 2551 (11:32) น่ากลัวน่ากัว sillyujirkg_tolgke.com (IP:202.129.32.185) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 153 31 ม.ค. 2551 (11:34) เติ้งส่งเองคับ ผมคิดว่าน่าจะภาพมัมมี่มากมากนะ stgdsghttrhth.com (IP:202.129.32.185) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 154 7 ก.พ. 2551 (19:58) ตอบคุณความเห็นที่149ค่ะว่าคนสมัยก่อนล้ำหน้าทางการแพทย์มากค่ะถึงขนาดมีการผ่าตัดสมองเพื่อช่วยชีวิตกันมาแล้วค่ะอยากเชิญคุณย้อนกลับไปอ่านความเห็นที่25ค่ะจะทราบว่าการแพทย์สมัยนั้นล้ำหน้าจริงๆ
คุณความเห็นที่151,152,153รูปมัมมี่มีมากอยู่พอสมควรค่ะถ้าดูครบทุกหน้าค่ะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 155 10 ก.พ. 2551 (11:24) -*-*- ระเอียดดี -*-*- ken_zombie@hotmail.com (IP:119.42.67.247) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 156 12 ก.พ. 2551 (19:14) <P>good</P> <P> </P> ............. (IP:125.26.20.76) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 157 12 ก.พ. 2551 (19:59) ว้าวมัมมี่ ชอบเรื่องมั่มมี่มากครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 159 17 เม.ย. 2551 (12:49) สุดยอดจริงๆมากมากไม่เคยเห็นมาก่อนเลยนะคะเนี่ยดูแล้วเป็นความรู้มากๆและมันแสดงให้เห็นว่าชาวอียิปต์เก่งมากสามารถรักษาใบหน้าและร่างกายของบุคคลสำคัญและสิ่งต่างๆที่มีชีวิตให้ดูเป็นความรู้ ป๊อป (IP:222.123.209.31) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 160 4 พ.ค. 2551 (20:38) <P><FONT size=3>นี่ๆ คุณความเห็นที่ 125 น่ะ </FONT></P> <P><FONT size=3>จะว่านักโบราณคดีก็ไม่ถูกนะ คุณคิดว่าเขาอยากจะทำให้พระเศียรหลุดออกมารึไง???</FONT></P> <P><FONT size=3>รู้บางรึเปล่าว่างานพวกนี้มันละเอียด+ยากขนาดไหน?? ลองไปเป็นนักโบราณคดีดูบางสิจะได้รู้</FONT></P> <P><FONT size=3>คนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดกันได้ หรือว่าคุณไม่เคยทำผิดอะไรเลยในชีวิตนี้ หา </FONT> </P><P><STRONG><FONT size=3>ถ้าจะหาอุทาหรณ์น่ะนะ ไม่จำเป็น ที่จะยกความคิดพลาดของคนอื่นมาพูด เข้าใจมั้ยคะ??!!</FONT></STRONG></P>จะใครก็ช่างเหอะ!!!! (IP:125.24.16.111) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 161 10 พ.ค. 2551 (16:30) ขอบคุณ "คุณจะใครก็ช่างเหอะ"ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นค่ะ แสดงว่าคุณได้อ่านทุกหน้า การแสดงความคิดเห็นในกระทู้ที่เขียนเป็นสิ่งที่ดีค่ะและยินดีที่จะรับฟังเพื่อนำไปแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด แต่การแสดงความคิดเห็นที่ประกอบกับอารมณ์เป็นสิ่งที่เห็นว่าไม่มีความจำเป็นค่ะเพราะต่างก็โตกันแล้ว(คิดว่านะ)แสดงความคิดเห็นกันดีๆก็คงจะทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าค่ะ คนทุกคนต่างก็เคยกระทำสิ่งที่ผิดพลาดมาแล้วด้วยกันทั้งนั้น คงไม่มีใครไม่เคยทำผิดพลาดหรอกค่ะ การยกตัวอย่างเพื่อให้เกิดความระมัดระวังขึ้นในการทำสิ่งใดก็ตาม(ซึ่งต้องขอโทษที่เขียนเจาะจงอาชีพเกินไป)น่าจะดีกว่าการที่เห็นความผิดพลาดแล้วปล่อยให้มันผ่านไปค่ะ สิ่งที่เขียนในความเห็นนั้นไม่ใช่ความคิดเห็นของผู้เขียนกระทู้นี้คนเดียวแต่ผู้เขียนอ่านมาจากหนังสืออีกทีแล้วนำมาถ่ายทอดต่อค่ะ ![]() จากความเห็น 125 ......นี่คือพระเศียรของฟาโรห์ตุตันคามุนค่ะ เอามาให้ดูเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่อยากเป็นนักโบราณคดีเพราะการที่พระเศียรของฟาโรห์ตุตันคามุนต้องหลุดออกจากร่าง เกิดจากนักโบราณคดีค่ะ เพราะเนื่องจากตอนอาบน้ำยาศพคาดว่าน้ำยาคงจะเยิ้มเลยทำให้ส่วนพระเศียรติดแน่นกับโลงพระศพเลยทำให้ต้องออกแรงในการเซาะพระศพให้หลุดจากโลง พระเศียรก็เลยหลุดออกมาแบบนี้ค่ะ ถ้าผมเป็นนักโบราณคดี และได้ยินคนกล่าวแบบข้างต้นนี้ ผมจะไม่รู้สึกโกรธ และไม่รู้สึกว่าเป็นการตำหนิว่ากล่าวด้วยอารมณ์โกรธแค้น ในทางตรงกันข้าม ผมกลับต้องขอบคุณ และรู้สึกว่าได้มี "เพื่อน" ที่ร่วมรักและหวงแหนวัตถุโบราณเหล่านี้ ถ้าเขาไม่ใส่ใจและไม่มีอารมณ์ร่วมแบบนี้เขาคงไม่พูด ไม่กล่าวติงเพื่อให้เพื่อนนักโบราณคดีระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ดีกว่าเด็กสมัยใหม่ที่พูดจาไพเราะหวานหูด้วยมธุรสวาจาฟังดูแล้วเป็นที่น่าปีติยินดี แต่ไม่เคยสนใจสมบัติโบราณอันล้ำค่าของชาติ ปล่อยให้ผุพังตามยถากรรม
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 163 10 พ.ค. 2551 (23:00) ขอบคุณนะครับ ที่นำความรู้มาแบ่งปันกัน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 164 15 พ.ค. 2551 (07:21) ขอบคุณอ.แขชนะมากๆค่ะ ที่เข้าใจถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของบัวค่ะ ขอบคุณท่านทั้งหลายที่เข้ามาและชอบเรื่องมัมมี่เหมือนกันค่ะ |