ร่วมร้อยจิตร้อยใจ ถวายในหลวง เถิดปวงท่าน | เว็บบอร์ด วิชาการ.คอม

ร่วมร้อยจิตร้อยใจ ถวายในหลวง เถิดปวงท่าน

โพสต์เมื่อ: 17:45 วันที่ 15 ก.ย. 2549         ชมแล้ว: 9,272 ตอบแล้ว: 5
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
13438
กระทู้นี้ตั้งขึ้นมาเพราะอยากให้ชาววิชาการดอทคอมตลอดจนชาวไทยทุกท่านที่ผ่านเข้ามา ได้เข้ามาแสดงความจงรักภักดีแด่ในหลวงของเราตามความคิด ความรู้สึกที่อยากจะเอื้อนเอ่ย กลั่นกรองผ่านออกมาทางคำกลอน โคลง ฉันท์ กาพย์ หรือบรรยายความรู้สึกเป็นร้อยแก้วก็ไม่ว่ากัน อนึ่งหากท่านใดมีความปรารถนานำภาพมาลงประกอบด้วยก็ไม่ว่ากันจักเ็้ป็นพระคุณยิ่ง เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผองเราให้ได้ชื่นชมพระบารมีของพระองค์ด้วยความปีตีที่ล้นยิ่งๆขึ้นไป

จริงอยู่..บางคนอาจแย้งว่าการจงรักภักดี่ในหลวงนั้นจำเ็้ป็นที่จะต้องพูดออกมาหากคงไว้ในใจก็พอ ใช่ครับถูกแล้ว....
แต่การที่เราได้แสดงมันออกมาพร่ำ่พรรณาความรู้สึกของเรามันก็ทำให้เรารุ้สึกดีไม่ใช่หรือครับ ทำให้ผุ้้อื่นมีความรู้สึกดีๆปลาบปลื้มใจในพระบารมีของในหลวงพ่อแห่งปวงชนชาวไทย ทวีความรู้สึกศรัทธาและยินดีรู้ที่ว่าคนอื่นๆก็รักในหลวงของเขาด้วยเหมือนกัน....

วันนี้ ยังคิดกลอนไม่ออก แต่จะขอเอารูปมาลงให้คนที่ผ่านมาได้ชื่นชมพระบารมีแห่งมหากษตริย์ไทยที่ชื่อก้องเกียรติไกรไปทั่วไพศาล
พระนามว่า "ภูมิพลดุลยเดชมหาราช"


ที่มาจาก http://www.thaimonarchy.com/gallery02.php


OBORO
ร่วมแบ่งปัน271 ครั้ง - ดาว 152 ดวง





จำนวน 5 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 15 ก.ย. 2549 (21:16)


40139 มีเรื่องน่ารู้มาเล่าสู่กันฟังครับ ซึ่งเรื่องเหล่านี้บางคนอาจไม่เคยอ่านหรือได้ยินมาก่อน



รวมเรื่องเล่าน่ารักๆ ของในหลวง



เรื่องเล่าเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ได้รับการ Forward Mail ต่อๆกัน หากคุณได้อ่านและสัมผัสกับเรื่องเล่าจากในวัง .... คุณจะรักในหลวงของเรามากยิ่งๆขึ้น



เหตุการณ์เกิดที่จังหวัดตาก เมื่อสมเด็จพระเทพฯทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฏรตามที่ต่างๆ และได้ทรงเสด็จไปเยี่ยมประชาชนในตลาดสด และถามความเป็นอยู่กับบรรดาแม่ค้าในตลาด แต่ก็มาถึงแม่ค้าปลา ซึ่งพระองค์ทรงตรัสถามว่า "ปลาพวกนี้ขายอย่างไงจ๊ะ"



แม่ค้าตอบว่า " ที่สวรรคตแล้ว กิโลละ 40 บาท และที่เสด็จไปเสด็จมากิโลละ 80บาทจ๊ะ"



เหตุการณ์นี้ ทำให้ข้าราชบริพาลที่ตามเสด็จหัวเราะกันทุกคน



---------------------------------------------------------------------------------------



อีกครั้งหนึ่งที่ภาคอีสานเมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง ที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการกราบบังคมทูล ที่คล่องแคล่วและใช้ ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้ จึงมีคำกราบทูลว่า



"ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่าบัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวนพระพุทธเจ้าข้า.."



มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน ก็ทรงตรัสถามว่า " เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว.. "



พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า "มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว"



เรื่องนี้ดร.สุเมธเล่าว่าเป็นที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ในหลวง



---------------------------------------------------------------------------------------



เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาตนำ พระบรมฉายาลักษณ์ของท่าน มาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า



"ไปบอกเค้านะเราไม่ใช่มิกกี้เมาส์"



---------------------------------------------------------------------------------------



มีอยู่ครั้งหนึ่งทรงเสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตรให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในระหว่างที่ทรงเปลี่ยนในครุย ทรงโปรดสูบมวนพระโอสถ แต่ว่าทรงหาที่จุดไม่ได้ ทางอธิการบดีซึ่งเฝ้าอยู่ก็จุดไฟให้พร้อมทูลว่า "ถวายพระเพลิงพระเจ้าข้า"



ในหลวงทรงชะงัก ก่อนจะแย้มสรวลน้อยๆกับอธิการบดี ว่า"เรายังไม่ตายถวายพระเพลิงไม่ได้หรอก"



---------------------------------------------------------------------------------------



เคยมีเรื่องเล่าให้ฟังว่าในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว แต่ราษฎรผู้หนึ่งกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า



"ขอเดชะ ขอพระหนึ่งองค์"



ในหลวงทรงตรัสว่า "ขอเดชะ พระหมดแล้ว"



---------------------------------------------------------------------------------------



ครั้งหนึ่งหลายๆ ปีมาแล้ว พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับพระฉวี(ผิวหน้า)มีพระอาการคัน มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายการรักษาคุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนังแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางราชาศัพท์ก็กราบบังคมทูลว่า



"เอ้อ - ทรง... อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ"



พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวล ตรัสว่า "ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนี่จะท้องได้ยังไง"



แล้วคงจะทรงพระกรุณาว่าหมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์ทางด้านอวัยวะร่างกายจริงๆ ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า



" อ้าพูดภาษาอังกฤษกันเถอะ"



เป็นอันว่าก็กราบบังคมทูลซักพระอาการกันเป็นภาษาอังกฤษไป



---------------------------------------------------------------------------------------



เรื่องนี้รุ่นพี่ที่จุฬาฯเล่าให้ฟังว่า มีอยู่ปีนึงที่ในหลวงทรงเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร อธิการบดีอ่านรายชื่อบัณฑิตแล้วบังเอิญว่ามีเหตุขัดข้องบางประการ ทำให้อ่านขาดตอน ก็ต้องรีบหาว่าอ่านรายชื่อไปถึงไหนแล้ว ปรากฏว่าในหลวงท่านทรงจำได้ ท่านเลยตรัสกับอธิการไปว่า



"เมื่อกี้นี้ (ชื่อ....) เค้ารับไปแล้ว"



และมีอีกปีนึงขณะที่พระราชทานปริญญาบัตรอยู่ดีๆ ไฟดับไปชั่วขณะ ทำให้บัณฑิตคนหนึ่งพลาดโอกาสครั้งสำคัญในการถ่ายรูป พอในหลวงทรงพระราชทานปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะให้พระบรมราโชวาท ท่านทรงให้อธิการบดีเรียกบัณฑิตคนนั้นมารับพระราชทานอีกครั้ง เพื่อจะได้มีรูปไว้เป็นที่ระลึก ตื้นตันกันถ้วนทั่วทั้งหอประชุม



---------------------------------------------------------------------------------------



เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับในหลวง ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายรายงาน ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนมีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลรายงานว่า



" ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลยเดช ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตกราบบังคม ทูลรายงาน ฯลฯ "



เมื่อสิ้นคำกราบบังคมทูลชื่อในหลวงทรงแย้มพระสรวลอย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ ถือสาว่า " เออ ดี เราชื่อเดียวกัน.."



ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้าต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัย เพราะผู้รายงานตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้



---------------------------------------------------------------------------------------



วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมากมาย พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราแก่คนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาท แล้วก็เอามือของแกมาจับ พระหัตถ์ของในหลวง แล้วก็พูดว่ายายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง แล้วก็พูดว่ายายอย่างโน้น ยายอย่างนี้ อีกตั้งมากมายแต่ในหลวงก็ทรงเฉยๆ มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร แต่พวกข้าราชบริภารก็มองหน้ากันใหญ่ กลัวว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัยหรือไม่ แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบว่ากับหญิงชราคนนั้น ก็ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหวเพราะพระองค์ทรงตรัส! ว่า



" เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ ต้องเรียกน้าซิถึงจะถูก"



---------------------------------------------------------------------------------------



เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้า นางสนองพระโอษฐ์ ของฟ้าหญิงองค์เล็ก ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชาย ขอพูดสายกับฟ้าหญิง ทางนางสนองพระโอฐก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วย ก็มีเสียงตอบกลับมาว่า" คนที่แบงค์ "



นางสนองพระโอฐก้อ งง .....งง ว่าคนที่แบงค์ทำไมโทรมาแต่เช้า แบงค์ก้อยังไม่เปิดนี่หว่า พอฟ้าหญิงรับโทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่า คนที่แบงค์น่ะ ก็ที่แบงค์จริงๆนะ ไม่เชื่อเปิด กระเป๋าตังค์ แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ อิ อิ ขนลุกเลย



---------------------------------------------------------------------------------------

ที่มา : Forward Mail & ส่วนหนึ่งมาจากหนังสือเรื่อง ที่สุดในหัวใจ

และ http://www.thaimonarchy.com/story_det.php?con_id=51&name=story

OBORO
ร่วมแบ่งปัน271 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 15 ก.ย. 2549 (21:50)


40140 เราจะครองแผ่นดินถิ่นโดยธรรม



จะน้อมนำธรรมดีศรีสยาม



จะปกครองไพร่ฟ้าประชาคาม



สุขทุกข์ยามใดๆไม่หวั่นใจ





ประชาชนไม่ทิ้งเราเฝ้าเอาจิต



อาทรพิศสนิทรักใช่ผลักไส



เรานั้นหรือใช่เคยคิดทิ้งดวงใจ



เพราะหทัยรักราษฎร์มิอาจจร

OBORO
ร่วมแบ่งปัน271 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 15 ก.ย. 2549 (22:03)


40141
เด๋วคิดกลอนออกจะมาลงครับ ขอแปะไว้พลางๆก่อน

จาก www.thaimonarchy.com

OBORO
ร่วมแบ่งปัน271 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 16 ก.ย. 2549 (20:59)


40142
เทิดเกียรติเทิดรักสลักจิต

เทิดบพิตรบรมวงศ์องค์สยาม

อันมิ่งขวัญใจไทยทั่วเขตคาม

นอนตื่นยามฟื้นนิทราคราใดๆ





จะงานใดในหล้าพ่อไม่หวั่น

พ่อฝ่าฟันกลั้นทนบ่นที่ไหน

ดั่งสายฝนล้นฟ้านภาลัย

ปรายปรายไปพรมใจให้ร่มเย็น

OBORO
ร่วมแบ่งปัน271 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 18 ก.ย. 2549 (10:48)


40143
.

เชิญอ่านกระทู้นี้ด้วยค่ะ
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=18&Pid=53376

และ
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=20&Pid=52152

เทาชมพู
ร่วมแบ่งปัน5218 ครั้ง - ดาว 220 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.0259 seconds !