การเกิดฤดูกาล

ช่วยอธิบายทีนะคะ ฤดูกาลในประเทศไทยเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมถึงมีแค่3ฤดู แล้วแต่ละฤดูเกิดขึ้นได้อย่างไร มีอะไรเป็นปัจจัยสำคัญในการเกิดฤดู และการเปลี่ยนแปลงฤดูต่างๆ ช่วยทีนะคะ (ขอแบบละเอียดๆค่ะ)


ความคิดเห็นที่ 22


13 ม.ค. 2551 13:32
  1. ประเทศไทยอากาศร้อนมาก

ความคิดเห็นที่ 23

13 ม.ค. 2551 19:52
  1. ทุกๆข้อความมีคุณค่ามากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 26

22 ม.ค. 2551 09:35
  1. ขอบใจ

ความคิดเห็นที่ 27

23 ม.ค. 2551 17:08
  1. อยากทราบประโยชน์ที่ได้รับจากฤดูกาลต่างๆอะ

ความคิดเห็นที่ 28

1 ก.พ. 2551 14:31
  1. ภาคใต้มี 3

ความคิดเห็นที่ 29

4 ก.พ. 2551 13:22
  1. มาการทำให้โลกรู้

ความคิดเห็นที่ 30

4 ก.พ. 2551 13:26
  1. มีฤดู3ฤดูมาจะทำให้โลกมีความสุข

ความคิดเห็นที่ 31

NpEducate
4 ก.พ. 2551 15:26
  1. 1. หยิบส้มลูกขี้เหร่ๆ มาลูกหนึ่ง ใช้ยางรัดของรัดตรงกลางผลส้ม (สมมิให้ยางรัด เป็นเส้นศูนย์สูตร) ให้ขั้ว(ส่วนที่ติดกับกิ่ง)เป็นขั้วโลกเหนือก้นของผลส้ม เป็นขั้วโลกใต้

    2.  ใช้เล็บเกะเปลือกส้มให้เป็นรอยกลมๆขนาดเท่าเมล็ดถัวเขียวที่จุดเหนือเส้นสูตรประมาณครึ่ง ซม.(หรือน้อยกว่า)สมมติว่าจุดนั้นเป็นประเทศไทย

    3. ใช้ไม้เสียบลูกชิ้นแทงลงไปที่ขั้วของผลส้มจนทะลุออกทางก้นของผลส้ม (สมมติว่าไม้เสียบลูกชิ้น คือแกนของโลก)

    4. ตั้งขวดน้ำดื่ม(สมมติว่าเป็นดวงอาทิตย์)ไว้ตรงกลางกะละมังซักผ้าขนาดใหญ่แต่ก้นตื้น(สมมติว่าเป็นวงโคจรของโลก)แล้วจับไม้เสียบผลส้มด้านบน ให้ผลส้มวางที่ขอบกะละมังตรงหน้าเราและให้แกน(ไม้เสียบ)ตั้งตรง(ตามแนวตั้งของขวดน้ำ)

    5. ให้แกน(ไม้เสียบ)ด้านบนเบนไปทางขวามือ (ปลายด้านล่างเบนไปทางซ้ายมือ) ทำมุมประมาณ 70 องศากับพื้นราบหรือ 20 องศากับแนวตั้ง)   ให้แกนของผลส้มอยู่ในทางเอียงอย่างนั้นตลอดไป

    6. หมุนแกนของผลส้มรอบแกนของมัน จนกระทั่งจุดที่แทนประเทศไทยหันไปหาขวดน้ำซึ่งสมมติว่าเป็นดวงอาทิตย์

    คำถามแทรก : ณ ตำแหน่งที่ 1 นี้ ขั้วและก้นของผลส้มห่างจากขวดน้ำ(ดวงอาทิตย์)เท่ากันหรือไม่ (ตอบ : เท่ากัน)

    7. เคลื่อนที่ผลส้มไปตามขอบกะละมังโดยจับที่แกน(ระวัง ต้องให้แกนเอียงอยู่ในท่าเดิม และจะหมุนแกนรอบตัวเองไปด้วยก็ได้) จนกระทั่งผลส้มมาอยู่ในตำแหน่งทางซ้ายสุด สมมติว่าเป็นตำแหน่งที่ 2

    8.หมุนแกนรอบตัวเอง(แต่ยังอยู่ในท่าเอียงเหมือนเดิม)จนกระทั่งจุดที่แทนประเทศไทยหันไปหาขวดน้ำ(ดวงอาทิตย์)

    คำถามแทรก : ณ ตำแหน่งที่ 2 นี้ ขั้วและก้นของผลส้มห่างจากขวดน้ำ(ดวงอาทิตย์)เท่ากันหรือไม่

    (ตอบ : ไม่เท่ากัน ขั้วบนอยู่ใกล้กว่า)

    9. เคลื่อนที่ผลส้มไปตามขอบกะละมังโดยจับที่แกน จนกระทั่งผลส้มมาอยู่ในตำแหน่งตรงหน้าเราแต่อยู่ด้านหลังของขวด สมมติว่าเป็นตำแหน่งที่ 3

    10.หมุนแกนรอบตัวเอง(แต่ยังอยู่ในท่าเอียงเหมือนเดิม)จนกระทั่งจุดที่แทนประเทศไทยหันมาหาขวดน้ำ(ดวงอาทิตย์)

    คำถามแทรก : ณ ตำแหน่งที่ 3 นี้ ขั้วและก้นของผลส้มห่างจากขวดน้ำ(ดวงอาทิตย์)เท่ากันหรือไม่

    (ตอบ : เท่ากัน)

    11. เคลื่อนที่ผลส้มไปตามขอบกะละมังโดยจับที่แกน จนกระทั่งผลส้มมาอยู่ในตำแหน่งขอบกะละมังด้านขวามือของเรา สมมติว่าเป็นตำแหน่งที่ 4

    12.หมุนแกนรอบตัวเอง(แต่ยังอยู่ในท่าเอียงเหมือนเดิม)จนกระทั่งจุดที่แทนประเทศไทยหันมาหาขวดน้ำ(ดวงอาทิตย์)

    คำถามแทรก : ณ ตำแหน่งที่ 4 นี้ ขั้วและก้นของผลส้มห่างจากขวดน้ำ(ดวงอาทิตย์)เท่ากันหรือไม่

    (ตอบ : ขั้วบนอยู่ใกล้ ขั้วล่างหรือก้นผลส้ม อยู่ห่างกว่า)

     

    จะเห็นได้ว่าในรอบ 1 ปี ประเทศไทยซึ่งอยู่ซีกโลกซีกเหนือจะอยู่ใกล้หรือไกลจากดวงอาทิตย์ เป็น 4 แบบ คือ

    แบบที่ 1 ขั้วเหนือและใต้ห่างจากดวงอาทิตย์เท่ากัน ประเทศไทยซึ่งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรก็จะเป็นดวงอาทิตย์อยู่ค่อนข้างจะตรงศีรษะในตอนเที่ยง

    แบบที่สอง ขั้วโลกเหนือหันเข้าหาดวงอาทิตย์ คนสิงคโปรมาเลเซียซึ่งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรก็จะเห็นเฉียงไปทางทิศเหนือในตอนเที่ยงในบ้านเรา  ถ้าบ้านใครหน้าบ้านอยู่ทางทิศเหนือหลังบ้านอยู่ทางทิศใต้  ก็ต้องตากผ้าไว้หน้าบ้าน เพราะหลังบ้านไม่มีแดด

    แบบที่สาม  เหมือนกับแบบที่ 1

    แบบที่สี่ ขั้วโลกเหนือเบนออกจากดวงอาทิตย์ คนไทยก็จะดวงอาทิตย์เฉียงไปทางทิศใต้ในตอนเที่ยงซึ่งเรียกว่า ตะวันอ้อมข้าว ซึ่งเป็นหน้าเกี่ยวข้าวพอดี  ถ้าบ้านใครหน้าบ้านอยู่ทางทิศเหนือหลังบ้านอยู่ทางทิศใต้  ก็ต้องตากผ้าไว้หลังบ้าน หน้าบ้านจะมีมีแดด

    ยังไม่เกิด ฤดูกาลเลยครับ  เหนื่อยเสียแล้ว ขอพักก่อน

    (ถ้ามีคนร่วมแจม  ก็จะต่ออีก)

     


ความคิดเห็นที่ 32

5 ก.พ. 2551 08:13
  1. ฤดูกาลมีความสำคัญอย่างไรค่ะ

     

     


ความคิดเห็นที่ 36

10 ก.พ. 2551 12:08
  1. 1.ซีกโลกเหนือจะเป็นช่วงฤดูใด  เพราะเหตุใด

    2.ซีกโลกใต้จะเป็นฤดูใด  เพราะเหตุใด


ความคิดเห็นที่ 42

26 ก.พ. 2551 19:48
  1. มีแต่คนคิดถูก


ความคิดเห็นที่ 43

shutter
26 ก.พ. 2551 19:54
  1. ฤดูกาลบนโลก ฤดูการบนโลกเกิดจากแกนเอียงของโลก 23.50 องศา แล้วโคจรไปรอบดวงอาทิตย์โดยที่แนวชี้ของแกน ยังไม่เปลี่ยนแปลง ดังรูป 1. วันที่ 21 มิถุนายน โลกจะชี้ขั้วเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์ ช่วงนี้ประเทศซึ่งอยู่ทางซีกโลกเหนือ (รวมทั้งประเทศไทย ตำแหน่งละติจูดโดยเฉลี่ย 15 องศาเหนือ) จะเป็นฤดูร้อน ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออกค่อนไปทางเหนือ และตกทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือเช่นกัน ทำให้ดวงอาทิตย์เดินทางอยู่บนท้องฟ้านานกว่าปกติ ทำให้กลางวันนานกว่ากลางคืน และดวงอาทิตย์จะอยู่สูงสุดบนท้องฟ้า เราเรียกจุดนี้ว่า summer solstice และดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ขึ้นมาถึงจุดสูงสุดบนแผนที่ ณ ตำแหน่ง dec. +23 1/2 องศาเหนือ ก่อนที่จะเคลื่อนที่ลงไป ที่จุด Autumnal equinox ประเทศที่อยู่บนเส้นรุ้งที่ 23.5 องศาเหนือ เช่นเกาหลี หรือ ประเทศจีนตอนใต้ ดวงอาทิตย์จะอยู่กลางศีรษะพอดี และสำหรับคนที่อาศัยอยู่เหนือเส้นละติจูด 66 1/2 องศาเหนือแล้ว จะอยู่ในเวลา กลางวันตลอดคืน จึงเกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืนในช่วงนี้ ส่วนประเทศที่อยู่ทางซีกโลกใต้ จะเป็นฤดูหนาว กลางวันสั้นกว่ากลางคืน 2. วันที่ 22 ธันวาคม อีก 6 เดือนต่อมา ดวงอาทิตย์จะหันขั้วเหนือไปจากดวงอาทิตย์ ประเทศทางซีกโลกเหนือ (รวมทั้งประเทศไทย) จะเป็นฤดูหนาว ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออกค่อนไปทางใต้ และตกทางทิศตะวันตก ค่อนไปทางใต้เช่นกัน ทำให้ดวงอาทิตย์เดินทางอยู่บนท้องฟ้าน้อยกว่าปกติ ทำให้กลางวัน สั้นกว่ากลางคืน และดวงอาทิตย์จะอยู่ต่ำสุดบนท้องฟ้าคือค่อนไปทางใต้บริเวณกลุ่มดาวคนยิงธน เราเรียกจุดนี้ว่า winter solstice และเป็นจุดที่ดวงอาทิตย์ เคลื่อนที่ลงมาต่ำสุดบนแผนที่ ณ ตำแหน่ง dec. -23 1/2 องศาใต้ ก่อนที่จะเคลื่อนที่ขึ้น ไปที่จุด Vernal equinox อีกครั้ง ส่วนประเทศทางซีกโลกใต้จะเป็นฤดูร้อนกลางวันนานกว่ากลางคืนแทน Solstice แปลว่าดวงอาทิตย์หยุดนิ่ง 3. วันที่ 21 มีนาคม และ 23 กันยายน เป็นช่วงที่โลกชี้แกนทางด้านข้างให้กับดวงอาทิตย์ ทำให้ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศ ตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดีทำให้เวลากลางวัน เท่ากับกลางคืน ทั้งคนที่อยู่ทางซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ และเป็นจุดที่ เส้นสุริยะวิถี (Ecliptic) ตัดกับเส้นศูนย์สูตรฟ้า (Celestial equator) พอดีบนแผนที่ ซึ่งจะมีอยู่ สองจุดคือ 3.1 Vernal equinox หรือ Spring equinox คือ อิควินอคซ์ในฤดูใบไม้ผลิ เป็นจุดตัดที่ดวงอาทิตย์กำลัง ใต้ขึ้น ตรงกับวันที่ 21 มีนาคม อยู่บริเวณกลุ่มดาวปลาในจักรราศีมีน ณ จุดนี้บางที่เราก็เรียกว่า "First point of Aries" ซึ่งเราใช้จุดนี้เป็นจุดเริ่มต้น ทรงกลมชั่วโมงที่ 0 บนแผนที่ดาวในระบบศูนย์สูตร 3.2 Autumnal equinox คือ อิควินอคซ์ในฤดูใบไม้ร่วง เป็นจุดตัดที่ดวงอาทิตย์กำลังไต่ลง ตรงกับวันที่ 23 กันยายน อยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว ในราศีกัลย์ แต่เรากลับเรียกว่า "First point of Libra" Equinox แปลว่ากลางวันเท่ากับกลางคืน

ความคิดเห็นที่ 45

11 มี.ค. 2551 18:30
  1. อยากรู้จัง


ความคิดเห็นที่ 46

ครูคิม
11 มี.ค. 2551 18:33
  1. ขอแนะนำน้องสุดารัตน์ค่ะ

    http://school.obec.go.th/sraploy/weather1.htm


ความคิดเห็นที่ 47

ครูคิม
11 มี.ค. 2551 18:34
  1. ที่นี่ก็น่าสนใจสำหรับเด็ก ๆ นะคะ

    http://school.obec.go.th/sraploy/dara1_1.htm


ความคิดเห็นที่ 48

1 มิ.ย. 2551 11:16
  1. สวัสดี

ความคิดเห็นที่ 49

22 มิ.ย. 2551 13:10
  1. อยากรุเกี่ยวกับภาพวงโคจรการเกิดฤดูกาลอะค่ะ

     

     

     

     


ความคิดเห็นที่ 50

2 ส.ค. 2551 15:01
  1. เดื๋ยวหามาให้

ความคิดเห็นที่ 55

5 พ.ย. 2551 14:30
  1. มาดูที่นี่เยอะๆ นะคะ ได้ความรู้มากมาย


ความคิดเห็นที่ 56

5 พ.ย. 2551 14:35
  1. ช่วยตอบที ทำไมเมืองไทยม่ายมีหิมะคะ   ........? ? ? ..............   อยากยู้จังเยย


ความคิดเห็นที่ 58

15 ธ.ค. 2551 09:58
  1. - -* 0.0 *-* อิอิ ดีคับทุกคน ฤดูเกิดได้อย่าง ไรคับ งง ..............

ความคิดเห็นที่ 60

18 ธ.ค. 2551 19:53
  1. แล้ว ฤดูร้อน  หนาว  ใบไม้ร่วง  ใบไม้ผลิ  เกิดจากอะไรคะ


ความคิดเห็นที่ 62

29 ธ.ค. 2551 09:51
  1. ชอบหนาว


ความคิดเห็นที่ 63

13 ม.ค. 2552 17:14
  1. ชอบฝน ร้อนด้วย หนาวเกลียด


ความคิดเห็นที่ 64

17 ม.ค. 2552 16:52
  1. แหมไอ้เราก็นึกว่าจะมีเนื่อหาอะไรมากมายที่แท้ก็เน่าสิ้นดี


ความคิดเห็นที่ 65

19 ม.ค. 2552 18:45
  1. การเกิดฤดูกาล ฤดู ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานสถานให้ความหมายว่า ส่วนของปีแบ่งตามลักษณะของอากาศ ส่วนคำว่า กาล หมายความว่าเวลา ดังนั้น ฤดูกาลจึงอาจหมายถึง ช่วงในแต่ละปีที่แบ่งตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เกิดขึ้นจากการที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ เนื่องจากแกนโลกเอียงเป็นมุม 23.5 องศา กับแนวซึ่งตั้งฉากกับแนวโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทำให้ตำแหน่งที่รังสีดวงอาทิตย์ ตกตั้งฉากกับพื้นโลกเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของแนวทางการโคจร โดยมีตำแหน่งตั้งฉากเหนือสุดที่ 23.5 N เมื่อตำแหน่งดวงอาทิตย์เลื่อนขึ้นอยู่ในซีกโลกเหนือ และมีตำแหน่งใต้สุดที่ละติจูด 23.5 S เมื่อตำแหน่งดวงอาทิตย์เลื่อนลงไปอยู่ในซีกโลกใต้ สาเหตุ ดังกล่าวทำให้พื้นที่ต่าง ๆ บนพื้นโลกในแต่ละช่วงเวลามีอุณหภูมิแตกต่างกันไป จนสามารถแบ่งช่วงเวลาของโอโซน และภาวะเรือนกระจก การเกิดฤดูตามเขตต่าง ๆ ได้โดยพิจารณาตำแหน่งการโคจรของดวงอาทิตย์เป็นเกณฑ์ ทำไมจึงมีฤดูกาล โลกของเราจะหมุนรอบตัวเองใช้เวลา 1 วัน ในขณะที่หมุนรอบตัวเองนั้น ก็จะหมุนรอบดวงอาทิตย์ด้วยซึ่งใช้เวลา 365 วัน ในการหมุนรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ แกนของโลกเรานั้นไม่ได้ตั้งตรง แต่จะเอียงทำมุมกับวงโคจรของมันเอง ด้วยเหตุนี้ในขณะที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์อยู่ตามวงโคจรนั้น เมื่อโลกโคจรไปอยู่ในตำแหน่งแต่ละแห่ง ส่วนของโลกที่หันเข้าหาดวงอาทิตย์จะใช้เวลาที่แตกต่างกัน และนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้เกิดฤดูกาลขึ้นมา เช่น ในฤดูร้อนส่วนของโลกที่หันเข้าหาดวงอาทิตย์จะเป็นช่วงที่ยาวที่สุด (กลางวันนาน) และในเวลากลางคืนน้อยที่สุด ส่วนฤดูใบไม้ร่วงกลางคืนจะยาว กลางวัยจะสั้นที่สุด ในเขตอบอุ่นและเขตหนาว จะแบ่งออกเป็น 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ซึ่งโดยทั่วไป ฤดูในเขตอบอุ่นของซีกโลกเหนือจะมีระยะเวลาดังนี้ วสันตฤดูหรือฤดูใบไม้ผลิ: ตั้งแต่ 21 มีนาคม ถึง 20 มิถุนายน คิมหันตฤดูหรือฤดูร้อน: ตั้งแต่ 21 มิถุนายน ถึง 21 กันยายน สารทฤดูหรือฤดูใบไม้ร่วง: ตั้งแต่ 22 กันยายน ถึง 21 ธันวาคม เหมันตฤดูหรือฤดูหนาว : ตั้งแต่ 22 ธันวาคม ถึง 20 มีนาคม ในเขตร้อน จะแบ่งออกเป็น 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูแล้ง (ประกอบด้วยฤดูร้อนและฤดูหนาว) และฤดูฝน การเกิดฤดูกาลต่างๆในโลกเรานี้ สามารถสังเกตได้จากการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ เนื่องจากวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์นั้นไม่ได้เป็นวงกลมพอดี ประกอบกับการที่โลกหมุนรอบตัวเองและแกนโลกเอียงเล็กน้อย ทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆขึ้น ประเทศไทยมีฤดูอย่างเป็นทางการเพียง 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน (คิมหันตฤดู), ฤดูฝน (วัสสานฤดู) และ ฤดูหนาว (เหมันตฤดู) หลายคนมักเข้าใจว่า"วสันตฤดู"คือฤดูฝน ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ "วสันต์" เป็นคำบาลีและสันสกฤตหมายถึงฤดูใบไม้ผลิ "วัสสานะ" เป็นคำบาลี ตรงกับคำสันสกฤตว่า "วรรษ" (อ่านว่า วัด หรือ วัด-สะ) แล้วไทยแผลงตัว ว เป็นตัว พ กลายเป็น "พรรษ" (หรือ "พรรษา") หมายถึงฤดูฝน เพราะฉะนั้น ฤดูฝนต้องใช้ว่า"วัสสานฤดู" ไม่ใช่วสันตฤดู สำหรับประเทศในซีกโลกเหนืออย่างสหรัฐอเมริกาจะมีฤดูทั้งหมดสี่ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ในการแบ่งฤดูกาลในประเทศทางซีกโลกเหนือมีความเกี่ยวข้องกับวันที่เกิดปรากฏการณ์ที่สำคัญทางดาราศาสตร์สี่วัน คือ วสันตวิษุวัต ครีษมายัน ศารทวิษุวัต และ เหมายัน วสันตวิษุวัตและศารทวิษุวัต คือ วันที่กลางวันกับกลางคืนมีความยาวเท่าๆกันเนื่องจากพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกพอดีและตกลงทางทิศตะวันตกพอดี ขณะที่ วันครีษมายัน ซึ่งเป็นวันที่กลางวันยาวนานกว่ากลางคืน ส่วนเหมายันคือวันที่กลางคืนยาวนานกว่ากลางวัน คำว่าวิษุวัต ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า Equinox (อิควิน๊อกซ์) เป็นช่วงที่เส้นอิคลิปติค หรือเส้นระนาบที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ตัดกับเส้นศูนย์สูตรฟ้า ทำให้มีช่วงเวลา กลางวัน กับกลางคืน ยาวเท่ากัน โดยที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นใกล้จุดทิศตะวันออก และ ตกใกล้ จุดทิศตะวันตก มากที่สุด ในรอบ 1 ปี มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น 2 วันในหนึ่งปี ซึ่งตรงกับวันที่ 21 มีนาคม ในภาษาอังกฤษเรียกว่า spring equinox เนื่องจากอยู่ในฤดูใบไม้ผลิจึงเกิดการสมาสคำเป็นคำว่า วสันตวิษุวัต เนื่องจาก วสันต หมายถึงฤดูใบไม้ผลิ ส่วนอีกครั้งเกิดขึ้นในวันที่ 22 กันยายน ตรงกับช่วงฤดูใบไม้ร่วงโดยตรงกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษว่า autumnal equinox จึงใช้คำว่า ศารทวิษุวัต คำว่า ศารท สะกดอย่างคำสันสกฤต หรือ สารท สะกดอย่างคำบาลี นั้นหมายถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั่นเอง ส่วนครีษมายัน มาจากคำภาษาอังกฤษว่า Summer Solstice (ซัมเมอร์ โซล-สะติส) ซึ่งตรงกับวันที่ 21 มิถุนายน ดวงอาทิตย์จะอยู่สูงเลย เส้นศูนย์สูตรฟ้าไปทางทิศเหนือมากที่สุด (ดวงอาทิตย์อยู่สุดบนท้องฟ้า) ซึ่งเป็น วันที่กลางวันยาวนานที่สุดทางซีกโลกเหนือ ตรงกับฤดูร้อน "ครีษมายัน" อ่านว่า ครีด-สะ-มา-ยัน มาจากคำสันสกฤตว่า "ครีษมะ" ตรงกับคำบาลีว่า คิมหานะ หรือ คิมหันต์ แปลว่า ฤดูร้อน สนธิกับคำว่า "อายัน" แปลว่า การมาถึง คำว่า ครีษมายัน จึงแปลตรงตัวว่า การมาถึงฤดูร้อน ตรงกับคำว่า summer solstice ในภาษาอังกฤษนั่นเอง เหมายัน หรือWinter Solstice (วินเทอร์ โซล-สะติส) ตรงกับ วันที่ 22 ธันวาคม ดวงอาทิตย์จะอยู่ต่ำกว่า เส้นศูนย์สูตรฟ้าไปทางทิศใต้มากที่สุด (ดวงอาทิตย์อยู่ต่ำสุดบนท้องฟ้า) ซึ่งเป็นวันที่กลางวันสั้นที่สุด ทางซีกโลกเหนือ ตรงกับฤดูหนาว ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจาก แกนเอียงของโลก 23.5 องศา กับแนวที่ตั้งฉากกับระนาบอิคลิปติค "เหมายัน" อ่านว่า เห-มา-ยัน มาจากคำบาลีสันสกฤตว่า "หิมะ" แปลว่า หิมะ อย่างที่เรารู้จักดีก็ได้ หรือแปลว่า ฤดูหนาว ก็ได้ สนธิกับคำว่า "อายัน" แปลว่า การมาถึง คำว่า เหมายัน จึงแปลตรงตัวว่า การมาถึงฤดูหนาว ตรงกับคำว่า winter solstice ในภาษาอังกฤษนั่นเอง ดังนั้นประเทศในแถบซีกโลกเหนือบางประเทศอย่างเช่นสหรัฐอเมริกาถือเอาวันวสันตวิษุวัต ซึ่งตรงกับวันที่ 21 มีนาคมเป็นวันเริ่มต้นของวสันตฤดูหรือฤดูใบไม้ผลิ ถือเอาวันครีษมายัน ซึ่งตรงกับวันที่ 21 มิถุนายนเป็นวันเริ่มต้นของคิมหันตฤดูหรือฤดูร้อน ถือเอาวันศารทวิษุวัต ซึ่งตรงกับวันที่ 22 กันยายนเป็นวันเริ่มต้นของศารทฤดูหรือฤดูใบไม้ร่วง ถือเอาวันเหมายัน ซึ่งประมาณตรงกับวันที่ 22 ธันวาคมเป็นวันแรกของเหมันตฤดูหรือฤดูหนาว วันเหล่านี้ห่างกันประมาณ 3 เดือนพอดิบพอดี ปัจจัยที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ของอากาศหรือกาลอากาศ การที่จะเกิดฝนตก พายุ หรือเมฆเต็มท้องฟ้านั้น จำต้องมีหลายสิ่งหลายอย่าง รวมกันเป็นต้นเหตุ สิ่งทำให้เกิดปรากฏการณ์ของอากาศมี 4 อย่างด้วยกัน คือ 1. ดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นลูกไฟดวงใหญ่ ดวงอาทิตย์เป็นสิ่งที่ให้ความร้อนแก่โลก ซึ่งมีทั้งพื้นดินและพื้นน้ำ ความร้อนจากดวงอาทิตย์ เป็นต้น เหตุที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ต่าง ๆ ของอากาศ 2. โลกของเราหมุนรอบตัวเองทำให้เกิดกลางวันซึ่งร้อน และเกิดกลางคืนซึ่งเย็นกว่า นอกจากนี้แล้ว โลกยังโคจรรอบดวงอาทิตย์ ด้วยระยะเวลาประมาณ 365 วัน (1 ปี) ต่อรอบการโคจรของโลกทำให้เกิดฤดูต่าง ๆ เช่น ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว 3. น้ำซึ่งเป็นแหล่งเกิดไอน้ำ พื้นโลกของเรามีน้ำอยู่มาก ความร้อนจากดวงอาทิตย์ จะทำให้น้ำระเหยเป็นไอน้ำ และลอยขึ้นไปในอากาศ เพราะฉะนั้นในอากาศจึงมีไอน้ำอยู่เสมอไม่มากก็น้อย 4. อากาศหรือบรรยากาศ ซึ่งเป็นสิ่งที่เคลื่อนตัวและหอบเอาไอน้ำไปด้วย ทำให้เกิดปรากฏการณ์ของอากาศ ตามธรรมดาเรามองไม่เห็นอากาศ แต่เรารู้สึกว่ามีอากาศ เมื่อลมพัดถูกร่างกายของเรา เราคงเคยเห็นแล้วว่า ถ้าลมแรงจริง ๆ ลมอาจจะพัดให้ต้นไม้หรือเสาไฟฟ้าล้มได้ สรุปได้ว่า ดวงอาทิตย์ โลก น้ำ (และไอน้ำ) และอากาศทั้ง 4 อย่างนี้ เป็นปัจจัยร่วมกัน ทำให้เกิดปรากฏการณ์ต่าง ๆ ของบรรยากาศหรือกาลอากาศที่เกิดขึ้นทุก ๆ วัน ถ้าขาด สิ่งใดสิ่งหนึ่งใน 4 อย่างนี้ ปรากฏการณ์ของอากาศจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น บนดวงจันทร์ ซึ่งนักบินอวกาศของสหรัฐอเมริกาลงไปสำรวจนั้น ไม่มีอากาศอยู่ด้วย จึงไม่มีลม ไม่มีพายุ จึงไม่มีปรากฏการณ์ของอากาศเลย ฤดูกาลในดาวดวงอื่นๆ ดาวอังคาร ดาวอังคารมีขั้วน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ขั้วทั้งสอง ซึ่งประกอบด้วยน้ำแข็งและคาร์บอนไดออกไซด์แข็ง (น้ำแข็งแห้ง) ขั้วทั้งสองจะมีขนาดเล็กลงในฤดูร้อนของดาวอังคารเพราะน้ำแข็งแห้งจะระเหิดหายไปบ้าง แต่ยังคงอยู่ตลอดปีไม่เคยละลายหายไปหมด แกนหมุนของดาวอังคารเอียงทำมุม 25 องศากับแนวการโคจร ใกล้เคียงกับค่า 23.5 องศาของโลก ทำให้ดาวอังคารมีฤดูกาลคล้ายกับฤดูกาลบนโลก วันหนึ่งของดาวอังคารยาว 24.7 ชั่วโมง ใกล้เคียงกับโลกมากอีกเช่นกัน ดาวอังคารโคจรรอบดวงอาทิตย์รอบหนึ่งในเวลาประมาณ 687 วัน นั่นคือ ปีหนึ่งของดาวอังคารยาวเกือบ 2 เท่าของปีโลก ดาวอังคารมีบรรยากาศที่หนาแน่นไม่ถึง 1 ใน 100 ของบรรยากาศโลก แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีพายุใหญ่ที่พัดปกคลุมดาวทั้งดวงเกิดขึ้นประปราย บรรยากาศของดาวอังคารประกอบด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนใหญ่ จึงสร้างสภาพเรือนกระจกที่ทำให้ผิวดาวร้อนขึ้นประมาณ 5 องศาเซลเซียสจากค่าที่ควรจะเป็นหากไม่มีบรรยากาศ อย่างไรก็ตาม ช่วงอุณหภูมิพื้นผิวดาวอังคารก็ยังคงกว้างมากคือ ตั้งแต่ -133 องศาเซลเซียส (140 เคลวิน) ที่ขั้วน้ำแข็งในฤดูหนาวไปจนถึงประมาณ 30 องศาเซลเซียส (303 เคลวิน) ที่ด้านกลางวันในฤดูร้อน โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -55 องศาเซลเซียส (218 เคลวิน) ภูมิอากาศบนดาวอังคารหนาวเย็นกว่าโลกเพราะดาวอังคารอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มากกว่าโลกเกือบ 1.5 เท่า จึงได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์เพียง 40% ของพลังงานที่โลกได้รับ

ความคิดเห็นที่ 66

Nong_Num
24 ม.ค. 2552 18:03
  1. สาเหตุที่เกิดฤดูกาล 1. แกนโลกเอียง                       2.โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์                                     จาก เด็ก ป.7-ป.1Yellป.ล.ถ้าอยากได้ความรู้มากว่านี้ก็เข้าไปที่ www.aksorn.com(นี้เป็นความรู้เบื้องตัน)


ความคิดเห็นที่ 67

26 ม.ค. 2552 13:17
  1. สุดยอดเลย...เปา


ความคิดเห็นที่ 69

4 ก.พ. 2552 18:00
  1. อยากได้รูปภาพการของฤดูกาล


ความคิดเห็นที่ 72

2 มี.ค. 2552 19:22
  1. ที่ประเทศไทยมี3ฤดูเพราะว่าประเทศไทยตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรครับ เวลาแสงอาทิตย์ส่องมา บริเวณที่ใกล้เส้นศูนย์สูตรก็จะได้รับแสงเยอะครับ ทำให้ร้อนมั่กๆ


ความคิดเห็นที่ 76

สุทธิรักษ์
18 มี.ค. 2552 12:47
  1. ฤดูกาลเปลี่ยนเพราะว่าลมมรสุมพัดผ่านด้วยครับ  ในช่วงฤดูร้อน  อากาศแห้งแล้งเพราะบ้านเราช่วงนี้ไม่มีฝน  มีบ้างก็แค่พายุฤดูร้อน  ช่วงฤดูฝนมีลมมรสุมตะวันออกเยงใต้พัดผ่าน  นำเอาความชุ่มชื้นจากมหาสมุทรเข้ามาสู่แผ่นดิน  ทำให้เกิดฝน   ฤดูหนาวมีลมมรสุมตะวันตกออกเฉียงเหนือพัดผ่าน  นำเอาความหนาวเย็นจากขั้วโลกเหนือ  ทำให้อากาศบ้านเราช่วงฤดูหนาวหนาวเย็น  และแห้ง  บางทีพยากรณ์อากาศเขาจะบอกว่า  " ช่วงนี้ภาคเหนืออากาศหนาวถึงหนาวจัด  เพราะลมพัดเอามวลอากาศเย็นจากประเทศจีน  อุณภูมิอยู่ที่  13  องศา  ยอดดอยอากาศหนาวจัด  อุณภูมิ  5  องศา"  เป็นต้น  และที่บ้านเราตั้งอยุ่ใกล้เส้นศูนย์สูตร  จึงทำให้ได้นับแสงอาทิตย์ตลอดปี  บ้านเราจึงเป็นเมืองร้อน


ความคิดเห็นที่ 77

29 ก.ค. 2552 14:42
  1. ไม่เห็นมีใครตอบครงประเด็นเลยครับ1.ฤดูร้อนในประเทศไทย โลกอยู่ใกล้หรือไกลดวงอาทิตย์(เทียบกับฤดูหนาว)2.ถ้าโลกใกล้ดวงอาทิตย์เพราะอะไรอากาศจึงร้อน หรือ ถ้าโลกอยู่ไกลดวงอาทิตย์เพราะอะไรอากาศจึงร้อน


ความคิดเห็นที่ 78

8 ส.ค. 2552 16:42
  1. red-blue shift   คืออะไร   ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมค่ะ   คือจะสอบแล้วอ่ะค่ะ ยังไม่มีเนื้อหาเลย       ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ


ความคิดเห็นที่ 80

4 ต.ค. 2552 13:50
  1. คุณเจ้าของเว็บค่ะ ทำไมคุณไม่ไปหาข้อมูลมาละค่ะ ต้องให้บุคคนที่เข้ามาและมีความรู้ต้องมาออกความคิดเห็นในเรื่องที่ตนเองนั้งวาดฝันไว้อย่างดี อุตส่าห์เปิดเว็บทั้งทีแต่ไม่มีอะไรเลย กรุณา ให้บุคคนที่เข้ามาอ่านได้มีความเข้าใจ และไม่มีข้อส่งสัยกลับไปนอนคิดนะค่ะ ขอความกรุณา Rose Dowson โรส ดอว์สัน

ความคิดเห็นที่ 81

4 ต.ค. 2552 13:55
  1. นี่โรส ไม่ได้ว่ากล่าวแบบท่านอื่นนะค่ะ แค่ขอให้ปรับปรุง ใครว่าโรสพูดถูก กรุณาพิมพ์ว่า TITANIC Rose Dowson ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ Rose Dowson โรส ดอว์สัน

ความคิดเห็นที่ 82

4 ต.ค. 2552 14:04
  1. ขอตอบคำถามคุณ Spun นะค่ะ ถ้าเวลาฤดูร้อนโลก จะอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ค่ะมันจึงร้อน ถ้าฤดูหนาวมันจะอยู่ไกลค่ะจึงทำให้ความร้อนของดวงอาทิตย์น้อยกว่าฤดูร้อนค่ะ เปรียบเทียบ ได้กับ ดาวพลูโต ค่ะจะสังเกตุว่าดาวพลูโตจะอยู่ไกลที่สุดในระบบสุริยะทำให้ไม่มีความร้อน ของดวงอาทิตย์ทำให้เป็นนำแข็ง ความหนาว ทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่ไม่ได้ แต่ตอนนี่ดาวพลูโตถูก ตัดออกจากระบบสุริยะแล้วค่ะมี่อะไรสงสัยก็ถามได้นะค่ะโรสจะเข้ามาอ่านบ่อยๆ Rose Dowson

ความคิดเห็นที่ 84

21 ต.ค. 2552 14:44
  1. อยากรู้เกี่ยวกับการเกิดฤดูกาล

ความคิดเห็นที่ 86

12 ธ.ค. 2552 14:15
  1. อยากหาประวัติฤดูกาลของต่างประเทศ

ความคิดเห็นที่ 92

22 ก.พ. 2553 20:36
  1. อะไรกันว่ะเขียนไม่ได้เรื่อง

ความคิดเห็นที่ 93

22 ก.พ. 2553 22:00
  1. คำถามน่าสนใจเรากำลังหาอยู่พอดี แต่เสียดายไม่มีคำตอบที่แน่นอน ไปหาเวปอื่นดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 97

Whit[e]
19 เม.ย. 2553 14:29
  1. [[199180]] การเปลี่ยนฤดูกาลเกิดจาก การที่โลกหมุนรอบตัวเองทำให้ด้านที่หันเข้าหาดวงอาทิตย์นั้นร้อนทำให้ประเทศไทยของเรานั้นร้อน นั่นก็คือฤดูร้อนของประเทศไทยนั่นเอง เมื่อโลกหมุนต่อทำให้อีกด้านของโลกมาสลับที่กันในขณะที่เมืองไทยนั้นหนาว ประเทศอื่นอาจร้อนก็ได้ ตัวอย่างเช่นเมืองไทยร้อนประเทศอื่นอาจจะมีอีกฤดูก็ได้ แล้วแต่ความใกล้ไกลของเส้นศูนย์สูตร***เมืองไทยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรทำให้เมืองไทยร้อนมาก เจ้าของเว็ปควรใส่ข้อมูลไว้อ้างอิงด้วยนะครับ*0* >0< _0_

ความคิดเห็นที่ 98

Whit[e]
19 เม.ย. 2553 14:34
  1. [[199183]] แล้ววันหลังผมจะมากระทู้ใหม่นะครับ แล้วเจอกันครับ ความรู้ ไม่มีที่สิ้นสุดนะครับ

ความคิดเห็นที่ 99

24 ก.พ. 2554 17:02
  1. คืออยากรู้ปัจจัยที่ทัมหั้ยเกิดฤดูกาลคะ เว็บนี้ไห้ความรูมากเเต่คนโพสคนนี้ อ่านเเค่กระทู้ที่สั้นๆคืออยากได้เเบบตรงๆอะคะ ไม่งั้นคุนครูเอาตายเเน่เลย ขอบคุนล่วงหน้าคะ

ความคิดเห็นที่ 100

28 ก.พ. 2554 20:58
  1. ฤดูกาล (Seasons) เป็นการแบ่งระยะเวลาในหนึ่งปีออกเป็นช่วงๆตามสภาพอากาศ โดยแต่ละช่วงจะมีสภาพอากาศที่แตกต่างกันออกไป ในบริเวณที่อยู่นอกเขตมรสุม จะแบ่งฤดูกาลออกเป็น 4 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูร้อน (Summer) ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) ฤดูหนาว (Winter) และฤดูใบไม้ผลิ (Spring) ฤดูกาลเหล่านี้เกิดขึ้นจากเปลี่ยนแปลงของพลังงานความร้อนที่ได้รับจากดวงอาทิตย์ โดยทั่วไปเรามักคิดกันว่า การเปลี่ยนแปลงพลังงานความร้อนนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงระยะห่างจากดวงอาทิตย์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ระยะห่างจากดวงอาทิตย์มีการเปลี่ยนแปลงไปน้อยมากในรอบปีหนึ่งๆ ทั้งนี้เพราะโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เกือบจะเป็นรูปวงกลม นอกจากนี้ ถ้าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเนื่องจากระยะห่างแล้ว ทุกๆส่วนบนโลกนี้จะต้องมีฤดูกาลต่างๆ ตรงกัน แต่กลับพบว่า ในช่วงที่เป็นฤดูร้อนในซีกโลกเหนือ กลับเป็นฤดูหนาวในซีกโลกใต้ และในทางกลับกัน ช่วงฤดูหนาวในซีกโลกเหนือก็เป็นเวลาที่ซีกโลกใต้เป็นฤดูร้อน ถ้าเราสังเกตตำแหน่งของดวงอาทิตย์ในแต่วัน เราจะพบว่า มีน้อยวันในรอบปีที่ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกตรงกับทิศตะวันออกและตะวันตกพอดี โดยมากดวงอาทิตย์จะขึ้นและตกเบี่ยงออกไปไม่ทางเหนือก็ทางใต้ เมื่อเปรียบเทียบตำแหน่งของดวงอาทิตย์กับดวงดาว จึงเหมือนกับดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ไปตามตำแหน่งต่างๆบนท้องฟ้า เราเรียกเส้นทางเดินของดวงอาทิตย์นี้ว่า สุริยะวิถี (Ecliptic) สุริยะวิถีจะทำมุม 23.5 องศากับเส้นศูนย์สูตรท้องฟ้า (Celestial equator) การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของดวงอาทิตย์นี้แท้ที่จริงแล้วเกิดขึ้นเนื่องจากการเอียงของแกนโลกเป็นมุม 23.5 องศากับระนาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ โดยแกนของโลกจะชี้ไปที่ตำแหน่งเดิมตลอดเวลา ซึ่งก็คือตำแหน่งของดาวเหนือ นั่นเอง ดังนั้นในระหว่างที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ บางเวลาแกนโลกจึงเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ และในบางเวลาก็เอียงออกจากดวงอาทิตย์

ความคิดเห็นที่ 101

6 ธ.ค. 2555 01:36
  1. คือ อยากทราบว่าทำไมบางวันกลางวันยาวกว่ากลางคืนและบางวันกลางคืนยาวกว่ากลางวัน

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น