ขอถามเกี่ยวกับประโยชน์ของรังสี

คือว่าอยากรู้ว่ารังสีพวกนี้มีประโยชน์และโทษอะไรบ้างอ่าคับ

1.)รังสีอินฟราเรด

2.)รังสีอัลตราไวโอเลต

3.)รังสีเอกซ์

4.)รังสีแกมมา

5.)รังสีไมโครเวฟ



----ขอบคุนคับ----



ความคิดเห็นที่ 8 

ratchanipamild@hotmail.com (Guest)
14 พ.ค. 2551 19:31
  1. อยากรู้ประโยชน์และโทษของรังสีอินฟราเรด



ความคิดเห็นที่ 27

ธิติพัฒน์ มณีงาม (Guest)
17 ม.ค. 2554 18:51
  1. รังสีแกมมา (Gamma ray) เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นน้อยกว่า 0.01 นาโนเมตร โฟตอนของรังสีแกมมามีพลังงานสูงมาก กำเนิดจากแหล่งพลังงานนิวเคลียร์ เช่น ดาวระเบิด หรือ ระเบิดปรมาณู เป็นอันตรายมากต่อสิ่งมีชีวิต

    รังสีเอ็กซ์ (X-ray) มีความยาวคลื่น 0.01 - 1 นาโนเมตร มีแหล่งกำเนิดในธรรมชาติมาจากดวงอาทิตย์ เราใช้รังสีเอ็กซ์ในทางการแพทย์ เพื่อส่องผ่านเซลล์เนื้อเยื่อ แต่ถ้าได้ร่างกายได้รับรังสีนี้มากๆ ก็จะเป็นอันตราย

    รังสีอุลตราไวโอเล็ต (Ultraviolet radiation) มีความยาวคลื่น 1 - 400 นาโนเมตร รังสีอุลตราไวโอเล็ตมีอยู่ในแสงอาทิตย์ เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากได้รับมากเกินไปก็จะทำให้ผิวไหม้ และอาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง
    แสงที่ตามองเห็น (Visible light) มีความยาวคลื่น 400 – 700 นาโนเมตร พลังงานที่แผ่ออกมาจากดวงอาทิตย์ ส่วนมากเป็นรังสีในช่วงนี้ แสงแดดเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของโลก และยังช่วยในการสังเคราะห์แสงของพืช

    รังสีอินฟราเรด (Infrared radiation) มีความยาวคลื่น 700 นาโนเมตร – 1 มิลลิเมตร โลกและสิ่งชีวิตแผ่รังสีอินฟราเรดออกมา ก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ และไอน้ำ ในบรรยากาศดูดซับรังสีนี้ไว้ ทำให้โลกมีความอบอุ่น เหมาะกับการดำรงชีวิต

    คลื่นไมโครเวฟ (Microwave) มีความยาวคลื่น 1 มิลลิเมตร – 10 เซนติเมตร ใช้ประโยชน์ในด้านโทรคมนาคมระยะไกล นอกจากนั้นยังนำมาประยุกต์สร้างพลังงานในเตาอบอาหาร

    คลื่นวิทยุ (Radio wave) เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นมากที่สุด คลื่นวิทยุสามารถเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศได้ จึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม



ความคิดเห็นที่ 9

นิรันดร์ vcharkarn vteam
14 พ.ค. 2551 21:05
  1. รีโมทคอนโทรล ทุกอันใช้ IR
    รวมถึงการสื่อสารผ่านเส้นใยนำแสง
    การถ่ายภาพดาวเทียม ก็มีบางส่วนใช้ IR
    ฯลฯ



    รังสี IR บางทีก็เรียกว่ารังสีความร้อน
    ก็ทำให้ร้อน(ที่จริงรังสีอื่นก็ทำให้ร้อนได้เหมือนกัน)




ความคิดเห็นที่ 16

pannarai (Guest)
3 มิ.ย. 2552 19:38
  1. รังสีอินฟราเรด
    รังสีอินฟราเรด หรือ รังสีความร้อน เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งแผ่มาจากดวงอาทิตย์ รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์นั้นมีหลายชนิดซึ่งแต่ละชนิดนั้นมีความยาวคลื่นต่างกัน เช่น แสงที่ตามองเห็น (Visible light) มีความยาวคลื่นอยู่ระหว่าง 400 – 700 นาโนเมตร, รังสีอุลตราไวโอเล็ต (Ultraviolet radiation) มีความยาวคลื่น 1 - 400 นาโนเมตร, รังสีแกมมา (Gamma ray) มีความยาวคลื่นน้อยกว่า 0.01 นาโนเมตร, รังสีเอ็กซ์ (X-ray) ความยาวคลื่น 0.01 - 1 นาโนเมตร เป็นต้น
    สำหรับรังสีอินฟราเรด มีความยาวคลื่น 700 นาโนเมตร – 1 มิลลิเมตร เป็นคลื่นที่มีความถี่ถัดจากความถี่ของสีแดงลงมา มนุษย์จึงไม่สามารถมองเห็นรังสีอินฟราเรด แต่ก็รู้สึกถึงความร้อนได้ ส่วนสัตว์บางชนิด เช่น งูมีประสาทสัมผัสรังสีอินฟราเรด สามารถทราบตำแหน่งของเหยื่อได้ โดยการสัมผัสรังสีอินฟราเรดซึ่งแผ่ออกมาจากร่างกายของเหยื่อ
    เมื่อโลกได้รับรังสีจากดวงอาทิตย์ โลกจะแผ่รังสีสะท้อนกลับสู่บรรยากาศเรียกว่า รังสีโลก (terrestrial radiation) ซึ่งเป็นรังสีอินฟราเรดในคลื่นยาว ซึ่งแตกต่างจากรังสีอินฟราเรดจากดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นช่วงคลื่นสั้น ตามปกติแล้วไอน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศจะมีปริมาณพอเหมาะและสามารถดูดซึมพลังงานส่วนนี้ไว้ ทำให ้โลกเก็บความร้อนไว้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของคน สัตว์และพืช
    ในปัจจุบันมีการนำรังสีอินฟราเรดมาประยุกต์ใช้งานหลายอย่างด้วยกัน เช่น ใช้เป็นตัวกลางในการสื่อสารของอุปกรณ์ไร้สายหลายชนิดทั้งโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ กล้องอินฟาเรดที่สามารถจับภาพได้แม้ในเวลากลางคืน ล่าสุดมีผลงานการวิจัยจาก University of Arizona แสดงให้เห็นว่ารังสีหรือแสงอินฟาเรดนั้นสามารถนำมาประยุกต์ใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจวิเคราะห์เซลล์มะเร็ง รวมไปถึงการวิเคราะห์สารปนเปื้อนในแหล่งต่างๆ
    อินฟราเรดไกลเป็นคลื่นความร้อน เมื่อร่างกายของเราได้รับแสงแดด หรืออยู่ไกล้กองไฟ แล้วรู้สึกร้อน เป็นผลของรังสีอินฟราเรดชนิดนี้ทั้งสิ้น ระบบประสาทสัมผัสที่มีปลายเส้นประสาทอยู่ตามใต้ผิวหนังสามารถตรวจจับคลื่นความร้อนนี้ได้ดีเพื่อให้รับรู้ถึงความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของร่างกายกับสิ่งที่สัมผัสนอกผิวหนัง ส่วนอินฟราเรดใกล้ เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไม่ทำให้เรารู้สึกร้อน อินฟราเรดคลื่นสั้นชนิดนี้นำมาใช้มากในอุปกรณ์ควบคุมระยะไกลของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เช่น รีโมตของเครื่องรับทีวี และวิทยุ เหล่านี้เป็นต้น

    วัตถุทุกชนิดที่มีอุณหภูมิสูงกว่าศูนย์เคลวินล้วนแล้วเปล่งคลื่นอินฟราเรดออกมาได้ทั้งสิ้น ร่างกายของมนุษย์ สัตว์ พืช และสิ่งของอื่นๆรอบๆกายเราจึงเปล่งคลื่นอินฟราเรดออกมาตลอดเวลา สัตว์บางชนิด เช่น งู สามารถจับสัญญาณคลื่นความร้อนของเหยื่อได้ นักวิทยาศาสตร์ประดิษฐ์กล้องส่องเวลากลางคืนที่สามารถจับภาพสรรพสิ่งที่เปล่งรังสีอินฟราเรด แล้วใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์แปลงให้เป็นสัญญาณคลื่นแสงที่ตามองเห็นได้ อีกทีหนึ่ง (รูป 10) นอกจากนี้ ดาวเทียมสำรวจทรัพย์ยากรของโลก( เช่น ป่าไม้ และแหล่งน้ำ ) LANDSAT 7 บันทึกภาพการเปลี่ยนแปลงบนผิวโลกโดยอาศัยปริมาณการเปลี่ยนแปลงของคลื่นอินฟราเรดของผิวโลกบริเวณที่ต้องการตรวจจับเพื่อนำข้อมูลและภาพที่ได้ไปวิเคราะห์อีกทีหนึ่ง ในโครงการสำรวจอวกาศของสหรัฐใช้ดาวเทียม IRAS (Infrared Astronomy Satellite) ศึกษาห้วงอวกาศโดยวัดปริมาณอินฟราเรดที่มาจากกลุ่มฝุ่น แก็ส ดาวฤกษ์ หรือแกแลกซีต่างๆเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของสิ่งเหล่านั้น


    รังสีอินฟราเรด (อังกฤษ: Infrared (IR)) มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า รังสีใต้แดง หรือรังสีความร้อน เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นอยู่ระหว่างคลื่นวิทยุและแสงมีความถี่ในช่วง 1011 – 1014 เฮิร์ตซ์ มีความถี่ในช่วงเดียวกับไมโครเวฟ มีความยาวคลื่นอยู่ระหว่างแสงสีแดงกับคลื่นวิทยุสสารทุกชนิดที่มีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง -200 องศาเซลเซียสถึง 4,000 องศาเซลเซียส จะปล่อยรังสีอินฟาเรดออกมา คุณสมบัติเฉพาะตัวของรังสีอินฟราเรด เช่น ไม่เบี่ยงเบนในสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ที่แตกต่างกันก็คือ คุณสมบัติที่ขึ้นอยู่กับความถี่ คือยิ่งความถี่สูงมากขึ้น พลังงานก็สูงขึ้นด้วย ดังนั้น
    ในการใช้ประโยชน์ ใช้ในการควบคุมเครื่องใช้ระบบไกล (remote control) สร้างกล้องอินฟราเรดที่สามารถมองเห็นวัตถุในความมืดได้ เช่น อเมริกาสามารถใช้กล้องอินฟราเรดมองเห็นเวียตกงได้ตั้งแต่สมัยสงครามเวียตนาม และสัตว์หลายชนิดมีนัยน์ตารับรู้รังสีชนิดนี้ได้ ทำให้มองเห็นหรือล่าเหยื่อได้ในเวลากลางคืน
    ประวัติ
    Sir William Herschel นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้ค้นพบ อินฟราเรดสเปกตรัม ในปี 1800 โดยเขาได้ทำการทดลองวัดอุณหภูมิของแถบสีต่างๆที่เปล่งออกมาเป็นสีรุ้งจากปริซึม พบว่าอุณหภูมิความร้อนจะเพิ่มขึ้นตามลำดับจากสีม่วงและสูงสุดที่แถบสีสีแดง ซึ่งขอบเขตนี้เรียกว่า “อินฟราเรด” (ของเขตที่ต่ำกว่าแถบสีแดง)



ความคิดเห็นที่ 15

........................................ (Guest)
22 มี.ค. 2552 15:46
  1. โทษของรังสีอินฟราเรด� มีอะไรบ้างคะ




ความคิดเห็นที่ 26

^^" (Guest)
12 ม.ค. 2554 19:16
  1. รังสีแกมมา (Gamma ray) เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นน้อยกว่า 0.01 นาโนเมตร โฟตอนของรังสีแกมมามีพลังงานสูงมาก กำเนิดจากแหล่งพลังงานนิวเคลียร์ เช่น ดาวระเบิด หรือ ระเบิดปรมาณู เป็นอันตรายมากต่อสิ่งมีชีวิต
    รังสีเอ็กซ์ (X-ray) มีความยาวคลื่น 0.01 - 1 นาโนเมตร มีแหล่งกำเนิดในธรรมชาติมาจากดวงอาทิตย์ เราใช้รังสีเอ็กซ์ในทางการแพทย์ เพื่อส่องผ่านเซลล์เนื้อเยื่อ แต่ถ้าได้ร่างกายได้รับรังสีนี้มากๆ ก็จะเป็นอันตราย
    รังสีอุลตราไวโอเล็ต (Ultraviolet radiation) มีความยาวคลื่น 1 - 400 นาโนเมตร รังสีอุลตราไวโอเล็ตมีอยู่ในแสงอาทิตย์ เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากได้รับมากเกินไปก็จะทำให้ผิวไหม้ และอาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง
    แสงที่ตามองเห็น (Visible light) มีความยาวคลื่น 400 – 700 นาโนเมตร พลังงานที่แผ่ออกมาจากดวงอาทิตย์ ส่วนมากเป็นรังสีในช่วงนี้ แสงแดดเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของโลก และยังช่วยในการสังเคราะห์แสงของพืช
    รังสีอินฟราเรด (Infrared radiation) มีความยาวคลื่น 700 นาโนเมตร – 1 มิลลิเมตร โลกและสิ่งชีวิตแผ่รังสีอินฟราเรดออกมา ก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ และไอน้ำ ในบรรยากาศดูดซับรังสีนี้ไว้ ทำให้โลกมีความอบอุ่น เหมาะกับการดำรงชีวิต
    คลื่นไมโครเวฟ (Microwave) มีความยาวคลื่น 1 มิลลิเมตร – 10 เซนติเมตร ใช้ประโยชน์ในด้านโทรคมนาคมระยะไกล นอกจากนั้นยังนำมาประยุกต์สร้างพลังงานในเตาอบอาหาร
    คลื่นวิทยุ (Radio wave) เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นมากที่สุด คลื่นวิทยุสามารถเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศได้ จึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม



ความคิดเห็นที่ 29

นกแสก
15 พ.ค. 2555 21:41
  1. เช่น  กล้องถ่ายภาพรังสีอินฟราเรด  ใช้สำหรับถ่ายภาพในที่มืด  โดยสามารถมองเห็นคลื่นความร้อนที่เปล่งออกมาจากสิ่งมีชีวิต


         หรือ  ใช้ในจรวดนำวิถีที่ใช้ในทางการทหาร  โดยจรวดจะถูกนำร่องโดยใช้คลื่นความร้อนที่ปล่อยออกมาจากแหล่งความร้อนที่เป็นเป้าหมาย  เช่น  ความร้อนจากเครื่องยนต์เจ็ตของเครื่องบินรบ


         หรือ ใช้ในอุปกรณ์ตรวจจับทางอิเล็กทรอนิกส์  เช่น  ตัวเซ็นเซอร์ตรวจจับเวลามีคนเดินผ่านเข้า-ออก  ประตู ทำให้ประตูเลื่อนเปิด-ปิดโดยอัตโนมัติ  เป็นต้น


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น