|
![]() นักวิจัยแนะนำว่า การกินส้มจีนหรือส้มแมนดาริน อาจตัดความเสี่ยงต่อการพัฒนาไปเป็นโรคมะเร็งตับและโรคอื่นๆ นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นค้นพบกุญแจสำคัญ คือสารประกอบของวิตามินเอ ที่เรียกว่า แคโรทีนอยด์(carotenoids) ที่ทำให้ผลไม้มีสีส้ม การศึกษาหนึ่งค้นพบว่าการกินส้มจีนจะตัดปัญหาการเสี่ยงต่อโรคตับ, หลอดเลือดแข็งตัว และอาการต่อต้านอินซูลิน และการค้นพบอีกอย่างคือการดื่มน้ำผลไม้จะลดปัญหาความเสี่ยงของผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบเรื้อรังที่จะพัฒนาไปเป็นมะเร็งตับ เกือบ 2800 รายต่อปีในสหราชอาณาจักรที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งตับ ในการศึกษาแรก นักวิทยาศาสตร์ที่สถาบันนานาชาติ Fruit Tree Science ได้สำรวจประชากรจำนวน 1073 รายในเมือง Mikkabi กรุง Shizuoka ของประเทศญี่ปุ่นที่มีการบริโภคส้มจีนจำนวนมาก เขาพบว่าตัวบ่งชี้ทางเคมีในตัวอย่างเลือดสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงในอาการร้ายแรงต่างๆ ในการศึกษาที่สอง ทีมของมหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ Kyoto Prefectural ศึกษาผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบจำนวน 30 รายที่ดื่มน้ำที่มีส่วนประกอบของแคโรทีนอยด์ และน้ำส้มจีนเป็นเวลา 1 ปี หลังจาก 1 ปี ไม่มีการพบมะเร็งตับในกลุ่มนี้ เปรียบเทียบกับอัตราการเกิดโรค 8.9% ในกลุ่มผู้ป่วย 45 รายที่มีอาการอย่างเดียวกันแต่ไม่ได้ดื่มน้ำผลไม้ นักวิจัยชาวญี่ปุ่นยอมรับว่ายังต้องการงานศึกษาวิจัยอีกมากและวางแผนศึกษาต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี เอ็ด ยง จากหน่วยวิจัยมะเร็งเพื่อการกุศลแห่งสหราชอาณาจักร เห็นชอบต่องานวิจัยแต่กล่าวว่าต้องการขนาดของตัวอย่างที่มากกว่านี้ เขากล่าวว่า ด้วยประชากรเพียง 75 ราย การศึกษานี้ยังเล็กมากเกินไปที่จะบอกอะไรกับพวกเราที่จะสรุปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างส้มจีนและมะเร็งตับ การสูบบุหรี่และการเกิดโรคตับแข็งที่เป็นเหตุจากการบริโภคแอลกอฮอล์มากเกินไป น่าจะส่งผลต่อความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ ยังไม่ชัดเจนถ้าจะมีผลไม้ชนิดใดจะมีประโยชน์อย่างยิ่งยวด เคธีย์ รอสส์ พยาบาลโรคหัวใจแห่ง British Heart Foundation (BHF) กล่าวว่า งานวิจัยนี้เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนการแนะนำของ BHF ในการกินผักและผลไม้อย่างน้อยห้าส่วนต่อวัน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ผักและผลไม้ที่มีสีต่างกัน จะมีส่วนผสมของวิตามินกับแร่ธาตุที่ต่างกัน ทำให้มีผักและผลไม้หลายประเภทที่คุณสามารถนำไปบริโภคเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ที่มา http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/5333898.stm |
|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |