คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรฯ โดยหม่อมเจ้าปรีดิเทพย์พงษ์ เทวกุล
โพสต์เมื่อ: 14:12 วันที่ 26 ก.ย. 2549         ชมแล้ว: 4,705 ตอบแล้ว: 45
.....ในชั้นหลังเมื่อทูนกระหม่อมเสด็จกลับจากต่างประเทศ ๒-๓ ครั้ง และประทับในพระนคร ชั่วระยะหนึ่งๆ ผู้พูดได้มีโอกาสเฝ้าทุกคราว ทั้งยังได้เฝ้าในต่างประเทศอีก เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๔ – ๒๔๖๕ – ๒๔๖๖ ระหว่างที่ผู้พูดออกไปรับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยทูต ในราชการทหารบก ประจำประเทศฝรั่งเศสและอังกฤษ นอกจากได้เฝ้าที่กรุงปารีสและกรุงลอนดอนบ่อยครั้งแล้ว ยังได้ตามเสด็จไปที่เมืองลางแห่งในยุโรปด้วย

ครั้งที่ได้เฝ้า ณ กรุงปารีส เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๔ ทูนกระหม่อมได้ตรัสเล่าว่า "หมอเขาได้ตรวจร่างกายฉันแล้ว ว่าจะมีชีวิตอยู่ไปได้อีกไม่นาน เพราะอวัยวะภายในหลายอย่างล้วนแต่ไม่ดี" ผู้พูดยังนึกออกว่า ขณะที่ตรัสเล่านั้น พระพักตร์ทูนกระหม่อมเป็นปกติ แล้วได้สังเกตในกาลต่อมาว่า มิได้ทรงมีพระอาการเศร้าหรือกังวลพระหฤทัย เพราะเหตุที่นายแพทย์ได้ทำนายไว้นั้นแต่อย่างใดเลย นี้เป็นพระคุณสมบัติอันควรสรรเสริญ.....


(ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ พลตรีหม่อมเจ้าปรีดิเทพย์พงษ์ เทวกุล วันพุธที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๓)

.......................

ภาพ เมื่อยังดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร กับหม่อมเจ้าปรีดิเทพย์พงษ์ เทวกุล พ.ศ.๒๔๕๓
13468


NickyNick เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 642 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 100 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 43 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| -3-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 4 ต.ค. 2549 (09:29)
(ต่อ)

ตอนศึกษาวิชชาในราชนาวีเยอรมัน

ครั้นต้นเดือนเมษายน พ.ศ.๒๔๕๕ ทูนกระหม่อมได้เสด็จไปเข้าโรงเรียนนายเรือ พระเจ้าไกเซอร์โปรดให้ทูนกระหม่อมเป็นเรือตรี ในราชนาวีเป็นพิเศษ และทรงกำหนดให้เรือโทเยอรมันผู้หนึ่ง ซึ่งสังกัดกองโรงเรียนนายเรือ และได้รับราชการเป็นนายทหารเรือมาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว เป็นนายทหารประจำพระองค์ของทูนกระหม่อม สืบแทนร้อยเอกทหารบกผู้เคยเป็นพระอภิบาลต่อไป

ทั้งที่ทรงเครื่องแบบตามชั้นยศเรือตรีได้แล้ว ทูนกระหม่อมยังต้องทรงศึกษาวิชชาและรับการฝึกหัดที่โรงเรียนนายเรือในหน้าที่ต่างๆ เหมือนอย่างนักเรียนชุดเดียวกันทุกๆ ประการ กล่าวคือ :-

๑. ปีแรก พ.ศ.๒๔๕๔ เรียน และทำหน้าที่ คะเด็ตทหารเรือ เริ่มแต่หน้าที่พลทหาร และจ่าขึ้นมาตามลำดับ ถึงสิ้นปีสอบไล่

๒. ปีที่ ๒ พ.ศ.๒๔๕๖ ศึกษาวิชชา และฝึกหัดอย่าง แฟนริชทหารเรือ พอครบปีสอบไล่ใหญ่ แม้จบหลักสูตรเพื่อจะเป็นเรือตรีได้แล้ว ก็ยังต้องรอการเลื่อนยศอยู่ก่อน

๓. ปีที่ ๓ เมษายน ถึง สิงหาคม พ.ศ.๒๔๕๗ ราว ๔/๕ เดือน บรรดา แฟนริชทหารเรือ ซึ่งสอบไล่ได้แล้วตามข้อ ๒ ข้างบนนี้ ต้องไป ศึกษา ฝึกหัด ดูการ ดังนี้:- (ก) การปืนใหญ่ทหารเรือ (ข) การตอร์ปิโด (ค) กิจการในกองพันทหารเรือฝ่ายบก (นาวิกโยธิน) แห่งละไม่เกิน ๒ เดือน

๔. ปีที่ ๓/๔ กันยายน พ.ศ.๒๔๕๗ ถึง กันยายน พ.ศ.๒๔๕๘ เป็นเวลา ๑ ปีเต็ม นี้เป็นกำหนดที่ แฟนริชทหารเรือ ซึ่งได้ปฏิบัติตามข้อ ๓ ข้างบนนี้แล้ว จะต้องลงประจำเรือรบเพื่อปฏิบัติการหาความชำนาญในหน้าที่นายทหารเรือต่อไป พอจะเรียกในภาษาไทยว่า เป็น นักเรียนทำการนายเรือ ครบรอบ ๑ ปีแล้ว เมื่อได้รับเลือกจากคณะนายทหารเรือชั้นสัญญาบัตรในเรือรบเดียวกันแล้วนั้น จึ่งจะได้เลื่อนยศเป็นนายเรือตรีได้

รวมเวลาทั้งสิ้นด้วยกัน คือ ตั้งแต่เป็นคะเด็ตทหารเรือ จนเลื่อนยศเป็นเรือตรี ถึง ๓ ปีครึ่ง จึงจะนับว่ามีความรู้ความชำนาญ เป็นเรือตรีแห่งราชนาวีเยอรมันได้

ทูนกระหม่อมได้ทรงศึกษาวิชชาการทหารเรือตามกำหนดที่สรุปความไว้เป็นข้อๆ ข้างบนนี้ พอนับว่าจบตามข้อ ๓ แล้ว ยังขาดแต่ข้อ ๔ คือ ลงประจำเรือรบเพื่อปฏิบัติการหาความรู้ความชำนาญต่อไป ก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๑ พระนิสัยของทูนกระหม่อมนั้น เมื่อจะทรงเล่าเรียนหรือปฏิบัติการอันใด ก็ทรงปรารถนาจะทำให้ครบถ้วนตามระเบียบ เพราะดั่งนั้นจึงมีพระประสงค์อันแรงกล้าในอันที่จะลงประจำเรือรบแห่งราชนาวีเยอรมัน เพื่อดูการปฏิบัติการจริง แม้จะเป็นการเสี่ยงอันตรายก็ตาม จึงได้ทรงขอให้อัครราชทูตรายงานเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เรื่องนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชดำริด้วยความสุขุมคัมภีรภาพแล้วว่า เพราะเหตุที่ได้มีประกาศเรื่องกรุงสยามเป็นกลางในสงครามครั้งนั้น จึงไม่พระราชทานพระบรมราชานุญาต
NickyNick เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 642 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 100 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 4 ต.ค. 2549 (12:17)
40301
กับสมเด็จแม่
สมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

NickyNick เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 642 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 100 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 4 ต.ค. 2549 (16:12)
ลืมบอกไป พระรูปข้างบน นำมาจากหนังสือ "ศรีสวรินทิรานุสรณีย์" ที่เพิ่งพิมพ์จำหน่ายครับ

ขอนอกเรื่องหน่อยครับ ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เกิดความสงสารสมเด็จพระพันวัสสาฯ เป็นอย่างมาก พระองค์ถึงกับรำพันถึงความทุกข์ที่ได้รับจากการมีพระชนมชีพยืนยาว
ได้เห็นทั้งการสวรรคตของทั้งสมเด็จพระสวามี และการสิ้นพระชนม์ของพระราชโอรสธิดา

".....ดูใครๆ ก็ตายกันหมด ได้มีชีวิตยืนอยู่นี่ก็ไม่เห็นมีอะไรจะดี เปลี่ยนชื่อไป เปลี่ยนชื่อไป จนจะจำชื่อตัวเองไม่ได้"

เมื่อตอนที่พระองค์เป็นสมเด็จพระศรีสวรินทิรา พระบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ในรัชกาลที่ ๘


......
......

ในรัชกาลที่ ๔ ทรงมีพระนามว่า
๑. พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา

ในรัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระนามโดยลำดับว่า
๒. พระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา
๓. สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาพระราชเทวี
๔. สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาพระบรมราชเทวี

ในรัชกาลที่ ๖ ทรงมีพระนามว่า
๕. สมเด็จพระมาตุจฉาเจ้าสว่างวัฒนาพระบรมราชเทวี

ในรัชกาลที่ ๗ ทรงมีพระนามว่า
๖. สมเด็จพระศรีสวรินทิรา พระบรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจ้า

ในรัชกาลที่ ๘ และรัชกาลปัจจุบัน ทรงมีพระนามว่า
๗. สมเด็จพระศรีสวรินทิราพระบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

รวมแล้วถึง ๗ พระนาม ที่เป็นทางราชการ

และที่ไม่เป็นทางราชการอีก ๔ พระนาม คือ

๑. พระองค์หญิงกลาง
๒. สมเด็จพระตำหนัก
๓. สมเด็จสวนหงส์
๔. สมเด็จวังสระปทุม
๕. และยังจะต้องทรงเปลี่ยนต่อไปอีกในอนาคตกาล





(จากหนังสือ "สมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ" โดย สมภพ จันทรประภา รวมสาส์น พิมพ์ครั้งที่ ๔ พ.ศ.๒๕๓๐)
NickyNick เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 642 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 100 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 4 ต.ค. 2549 (20:44)
พึ่งกลับสู่พระนคร เลยแวะมาไล่อ่านง่ะ

เห็นด้วยกับคุณนิค พระองค์มีอายุยืนนาน ทำให้ทรงทราบทั้งข่าวดีและข่าวร้ายของเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์
สรรพสิ่งล้วนเป็นของไม่เที่ยงจริงๆ
Buran (IP:203.185.131.3,10.226.20.84,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 5 ต.ค. 2549 (11:20)
ครับ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นอนิจจัง
คนเราจึงไม่ควรยึดติดกับ ลาภ ยศ สรรเสริญ นัก

แต่สำหรับสมเด็จพระพันวัสสาฯ แล้ว พระองค์เป็นผู้ที่มีจิตใจเปี่ยมด้วยความเป็นธรรมยิ่งนัก
สมเด็จพระนางเจ้าสุวัทนาฯ ยังตรัสสรรเสริญในความรักความเอ็นดูที่มีต่อสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาดุจดั่งลูกหลานสายตรงเลยทีเดียวครับ
NickyNick เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 642 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 100 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 5 ต.ค. 2549 (22:47)
แวะมาอ่านด้วยคนครับ
โพธิ์ประทับช้าง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 487 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 154 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 6 ต.ค. 2549 (09:44)
สวัสดีครับทุกท่าน
ต่อจาก ๒๔ เลยครับ


เสด็จกลับเมืองไทยและทรงรับราชการในกระทรวงทหารเรือ

ต้นเดือนมีนาคม ปลายปี พ.ศ.๒๔๕๗ ทูนกระหม่อมเสด็จกลับจากต่างประเทศเข้ามาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เวลานั้นพระชนมายุครบ ๒๓ ปี ๒ เดือนแล้ว พระองค์ท่านทรงมีพระฉวีวรรณผุดผ่อง พระวรกายสง่างาม เวลาทรงเครื่องแบบด้วยแล้ว ทรงมีลักษณะองอาจผึ่งผาย สมเป็นชายชาติทหาร แต่ในพระหฤทัยนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยน และความเมตตาปรานีต่อคนทั่วไป ผู้ใดได้เฝ้าหรือแม้แต่เพียงพบเห็นก็รู้สึกชื่นชมในพระบารมี

ตอนปลายเดือนมีนาคมนั้นเอง ทูนกระหม่อมได้รับพระราชทานเลื่อนยศเป็นร้อยโท ในราชนาวี และได้ทรงรับราชการในกระทรวงทหารเรือตั้งแต่เดือนเมษายน จนถึงเดือนมกราคม พ.ศ.๒๔๕๘ เป็นเวลาทั้งสิ้น ๙ เดือนครึ่ง ดังปรากฏในบทความ “สมเด็จพระราชบิดากับราชนาวีไทย” ตีพิมพ์ในหนังสือนาวิกศาสตร์ เล่ม ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๗

ในที่นี้ผู้พูดปรารถนาจะแสดงความเห็นให้ท่านทราบสักข้อหนึ่ง ว่าเหตุใดทูนกระหม่อม จึงได้ทรงลาออกจากราชการทหารเรือ เรื่องนี้ได้มีการพูด การเขียนกันเป็นหลายนัยต่างๆ กัน ฟังได้บ้าง และไม่ถนัดบ้าง ยิ่งเล่าต่อๆ สืบกันมาก็ยิ่งมี “ฝอย” เพิ่มขึ้น ส่วนความเห็นของผู้พูดนั้นขอสรุปความดังนี้ –

ทูนกระหม่อมคงจะได้ทรงพระดำริว่า กิจการที่ได้ทรงปฏิบัติอยู่ในกระทรวงทหารเรือสมัยนั้นเกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติยังไม่มากพอ หากแต่ยังมีกิจการอย่างอื่นที่ทรงเห็นว่าสำคัญ และจะเป็นประโยชน์ยิ่งกว่า คือ การสาธารณสุข และการแพทย์ ดังนั้นพระองค์ท่านจึงได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ลาออกจากราชการทหารเรือแล้วเสด็จออกไปยังต่างประเทศ เพื่อศึกษาวิชชาดั่งกล่าวแล้ว
NickyNick เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 642 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 100 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 6 ต.ค. 2549 (16:18)
40302
เมื่อครั้งครอบครัวยังคงคึกคัก แม้จะขาดสมเด็จพระราชบิดาไปแล้ว แต่พระราชโอรสธิดา ทั้งแท้ ทั้งบุญธรรม ยังเหลืออยู่หลายพระองค์

สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า กับ
สมเด็จเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร และ
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรฯ

และพระราชธิดาบุญธรรมทั้งสามพระองค์ คือ

พระองค์เจ้าเยาวภาพงษ์สนิท
พระองค์เจ้าประภาพรรณพิไล (แฝด)
พระองค์เจ้าวาปีบุษปากร

(พระรูปนี้ไม่มีกรมพระยาชัยนาทนเรนทร ต้นสกุล "รังสิต")



แต่เมื่อเวลาผ่านไป เหลืออยู่เพียงพระองค์เดียวเท่านั้นที่ร่วมดูแลงานพระศพของพระองค์ คือ พระองค์เจ้าวาปีบุษปากร พระราชธิดาบุญธรรม สมาชิกพระองค์อื่นในครอบครัว ต่างสิ้นพระชนม์ก่อนสมเด็จฯ จนหมดสิ้น

อันเป็นเหตุแห่งความทุกข์ของพระองค์ที่เนื่องมาจากการมีพระชนม์ยืนยาว ดังใน คหพต.๒๖

(พระรูปจาก "ศรีสวรินทิรานุสรณีย์")

NickyNick เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 642 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 100 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 8 ต.ค. 2549 (16:24)
40303
พระองค์เจ้าเยาวภาพงษ์สนิท
กับสมเด็จฯ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร
อีกสองพระราชธิดา-โอรสบุญธรรม

("ศรีสวรินทิรานุสรณีย์")

NickyNick เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 642 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 100 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 10 ต.ค. 2549 (09:43)
40304
พระราชธิดาบุญธรรม ๓ พระองค์ คือ

พระองค์เจ้าเยาวภาพงษ์สนิท
พระองค์เจ้าประภาพรรณพิไล (แฝด)
พระองค์เจ้าวาปีบุษบากร

("ศรีสวรินทิรานุสรณีย์")

NickyNick เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 642 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 100 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 11 ต.ค. 2549 (08:53)
ความส่งท้าย

ได้เล่าเรื่องทูนกระหม่อมสมเด็จพระราชบิดาฯ เฉพาะตอนที่อยู่ในความทรงจำ ตั้งแต่สมัยทรงพระเยาว์ จนถึงทรงพระเจริญวัย ทั้งได้ถวายสดุดีเป็นลำดับมาแล้วด้วย บัดนี้ขอกล่าวอย่างสรุปความดังนี้ –

“ทูนกระหม่อมทรงเป็นเจ้าฟ้า – แต่ไม่เป็นเจ้ายศ หรือเจ้าศักดิ์ – โปรดแต่การประพฤติปฏิบัติอย่างไพร่ฟ้าที่เป็นคนดีมีศีลมีสัตย์”

พระองค์ท่านทรงพระเจริญด้วยพระคุณธรรมนานาประการ มีสำคัญที่ควรกล่าวในที่สุดนี้ว่า ทรงมีพระหฤทัยเต็มไปด้วยความเมตตากรุณาแก่คนทั้งปวง เริ่มต้นด้วยตรัสปราศรัยแก่ผู้ที่ได้เข้าเฝ้าให้ชุ่มชื่นหัวใจ ทรงอุปการะแก่บุคคลตามฐานานุรูป แต่สำหรับกิจการกุศลสาธารณประโยชน์นั้น ทรงสละทั้งกำลังพระวรกาย กำลังทรัพย์ กำลังพระสติปัญญา เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชนชาวไทย มีพยานเป็นหลักฐานเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ คือความเจริญของศิริราชพยาบาล ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากพระวิริยะอุตสาหของพระองค์ท่าน จัดว่าสมเด็จพระราชบิดาฯ ได้ทรงเป็นบุพการีอย่างประเสริฐของวงการแพทย์แห่งนี้ บัดนี้ท่านทั้งหลายได้มารำลึกถึงพระคุณของพระองค์ท่านแล้วบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายในกาลอันสมควร นับว่าท่านเป็นผู้ปฏิการตอบแทนคุณท่าน

กรณียะ ๒ ประการนี้ คือ บุพการ และ ปฏิการบัณฑิต ย่อมสรรเสริญ อันควรเป็นแบบอย่างที่อนุชนรุ่นต่อๆ ไปในคณะนี้จักประพฤติปฏิบัติตามกำลังสามารถ

ในที่สุดนี้ ผู้พูดขออนุโมทนาส่วนกุศล ซึ่งท่านทั้งหลายได้บำเพ็ญในวันนี้ และขออำนวยพรแก่บรรดาผู้ที่ชุมนุมอยู่ ณ ที่นี้ ให้มีความสุขและความเจริญในอาชีพ ได้ประกอบการงานอันเป็นประโยชน์แก่ท่านเอง และแก่เพื่อนร่วมชาติ สืบไปชั่วกาลนาน
NickyNick เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 642 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 100 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 12 ต.ค. 2549 (10:50)
40305
เนื้อเรื่องจบแล้วครับ

แต่ขอนำภาพมาสร้างเสริมบรรยากาศ

กำลังอุ้มพระธิดาพระองค์แรกครับ
เป็นความสุขของพ่อแม่ทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจนแค่ไหน
("ศรีสวรินทิรานุสรณีย์")

NickyNick เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 642 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 100 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 12 ต.ค. 2549 (12:26)
40306
.
Prince Charming

นชน

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 12 ต.ค. 2549 (12:30)
40307
.
พ.ศ 2439

นชน

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 12 ต.ค. 2549 (12:33)
40308
.
เดาว่า พ.ศ. 2469

นชน

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 12 ต.ค. 2549 (12:36)
40309
.

นชน

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 13 ต.ค. 2549 (14:13)
40310
ขอบคุณมากครับ ที่นำภาพดีๆ สวยๆ มาฝาก

ภาพ ๓๘ นั้นกำลังอุ้มพระโอรสธิดา ๒ พระองค์แรกอยู่
สมเด็จกรมหลวงนราธิวาสฯ ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๖ พฤษภาคม ๒๔๖๖
รัชกาลที่ ๘ พระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ ๒๐ กันยายน ๒๔๖๙

ในภาพนั้น รัชกาลที่ ๘ ยังแบเบาะอยู่ ก็คงฉายราวปลาย ๒๔๖๘ หรือต้น ๒๔๖๙

ผมขอนำภาพแบบนี้มาให้ชมกันบ้าง ดวงตาดวงใจของพ่อแม่ทุกคนครับ
ทรงอุ้มรัชกาลที่ ๘ ดูจากองค์ประกอบของภาพแล้วน่าจะถ่ายวันเดียวกันกับ ๓๘ ครับ


(ภาพจาก "ศรีสวรินทิรานุสรณีย์")

NickyNick เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 642 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 100 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 14 ต.ค. 2549 (10:11)
40311
ทรงอุ้มพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

เดาว่าน่าจะปี ๒๔๗๑

("ศรีสวรินทิรานุสรณีย์")

NickyNick เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 642 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 100 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 17 ต.ค. 2549 (14:41)

ขอบคุณมากครับ

พี่น้องสองกษัตริย์
("ศรีสวรินทิรานุสรณีย์")

NickyNick เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 642 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 100 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 18 ก.ค. 2551 (13:46)

ทูนหม่อมชาย(มหิดล)มีพระอิสริยศักดิ์เป็นเจ้าพี่เจ้าน้องกับท่านชายครับ


หลวงศุโขทัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.