|
แนวคิด หนึ่งชุมชน สองโรงงาน เป็นไปได้แค่ไหน
โพสต์เมื่อ:
15:00 วันที่ 26 ก.ย. 2549 ชมแล้ว:
2,592
ตอบแล้ว:
6
แนวคิดพลังงานทดแทนที่ให้มีการกระจายพลังงานในระดับชุมชน โดยให้ชุมชนจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนในรูปของโรงไฟฟ้าพลังไบโอแมส และโรงงานไบโอดีเซล จะมีผลดีผลเสียอย่างไรและมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดครับ
จำนวน 6 ความเห็น, หน้า่ | -1-
เคยเห็นอาจารย์บรรจงมาโพสต์ที่วิชาการเรื่องกังหันลม ก็คงมีกลุ่มของอาจารย์บรรจงที่จับเรื่องนี้อย่างกัดไม่ปล่อย น่าสนใจนะครับปั่นไฟให้ดูกันเห็น ๆ ไฟสว่างทันตาเห็น สูบน้ำได้เห็นกันจะ ๆ รู้สึกนักวิจัยกลุ่มนี้การตลาดค่อนข้างดี คงไม่ต้องห่วงว่างานวิจัยจะขึ้นหิ้งค้างไว้นาน งานวิจัยอย่างไรก็ต้องขึ้นหิ้งแน่นอน แต่ขึ้นแล้วต้องรีบเอาลงมาครับ ตามความคิดของผมระบบพืช (ไบโอแมส ไบโอดีเซล เอธานอล) นั้นการเปลี่ยนพลังงานแสงแดดเป็นพลังงานเคมีมีประสิทธิภาพต่ำมาก ตรงนี้เป็นข้อด้อยที่เราจะเล่นแต่ไบโอดีเซลและเอธานอลนานไม่ได้ เราคงอาศัยระบบพืชได้ชั่วคราวเท่านั้นเพราะตอนนี้ยังมีพื้นที่เพียงพอ แต่อย่าลืมว่าเราต้องผลิดอาหารด้วย ที่พึ่งจริง ๆ ควรจะเป็นแสงแดดเท่านั้น หากน้ำมันหมดไปจริง ๆ อย่าลืมว่าแสงแดดสามารถนำมาใช้ได้หลากหลาย ทั้งรูปแบบและขนาด อย่าเพิ่งไปมองแต่โซล่าเซลซึ่งมันยังแพงมาก อย่างไรก็ตามการวิจัยก็ต้องทำต่อไปครับครับ เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอะไรที่ไม่น่าเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นได้ เราอาจได้ใช้โซล่าเซลถูก ๆ แต่คงไม่เร็วนักหรอก ระหว่างรอยต่อของเทคโนโลยี (พลังงานแสงอาทิตย์ที่ยังไม่เติบโต) พลังงานทดแทนในระบบพืชยังมีความจำเป็นอยู่ครับ แต่มันอยู่กระจัดกระจาย เอามาใช้ไม่สดวก ถ้ารัฐส่งเสริมให้มีการผลิตการใช้อย่างจริงจังในชุมชนก็น่าจะทดแทนพลังงานกระแสหลักได้มาก น่าจะมีกฏหมายมารองรับ มีแผนการพัฒนาที่ชัดเจน และเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาพลังงานทดแทน ในต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรปเขาจะมี incentive สำหรับพลังงานที่ผลิตจาก renewables เพื่อเอื้อให้ธุรกิจเติบโตและพัฒนาเทคโนโลยีให้มีราคาถูกลงและแข่งขันได้ เช่นในกรณีโรงงานไฟฟ้าไบโอแมสจากของเสียชุมชนขนาดใหญ่ หรือป่าไม้โตเร็วก็จะมีการซื้อไฟฟ้าในราคาจูงใจเป็นเวลา 8-10 ปี (เท่ากับอายุการใช้งานของโรงงาน) เมื่อโรงงานรุ่นเก่าหมดสภาพโรงงานรุ่นใหม่เทคโนโลยีจะดีกว่าเพราะได้สะสมประสบการณ์มานานและราคาสามารถแข่งได้ ราคาจูงใจก็จะยกเลิกไป เพราะระยะเริ่มแรกอย่างไรก็สู้พลังงานกระแสหลักไม่ได้ เท่าที่ผมทราบมีโรงงานไฟฟ้าจากไบโอแมสสร้างขี้นแห่งแรกที่สุราษฏ์ธานีโดยใช้ทลายปาล์มเป็นเชื้อเพลิง และมีการศึกษาความเป็นไปได้ในพื้นที่ภาคใต้ และพบว่ามีพื้นที่ที่มีศักยภาพอีกหลายแห่ง โรงงานไฟฟ้าขนาดเล็กโดยใช้แกลบในพื้นที่ภาคกลางก็มีการศึกษาไว้เช่นกัน แต่ที่น่าแปลกใจคือมีข้อกำหนดจำกัดปริมาณไฟฟ้าที่ต่อเข้ากริดและต้องทำสัญญาเป็นปี ๆ ถ้าไม่แก้ไขตรงนี้พลังงานทดแทนไม่โตแน่ ที่ตั้งกระทู้ไว้ และอยากจะเห็นให้เกิดขึ้นคือวิสาหกิจพลังงานของชุมชนขนาดเล็กซึ่งอยู่กระจัดกระจายทั่วประเทศไทย ให้สามารถพึ่งตัวเองได้ในด้านพลังงานอย่างแท้จริง พึ่งพาพลังงานนำเข้าน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแก้สหุงต้ม น้ำมันเพื่อการขนส่ง และไฟฟ้า เรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ คุณโก๋แก่ความเห็นที่ 1 ว่าไว้ถูกต้องแล้วครับ ระดับชาวบ้านตอนนี้ที่เป็นได้ง่ายที่สุดก็ระบบBiogas และ Biomass ครับ ส่วนพลังลมก็ทำได้ในสเกลเล็ก และต้องเป็นที่มีลมแรงค่อนข้างสม่ำเสมอ ส่วนไบโอดีเซลถ้าทำขนาดเล็กก็ควบคุมคุณภาพยาก ชัชวาลย์ (IP:124.120.38.195) ปัจจุบันกังหันของคุณบรรจงพัฒนาไปถึงขั้นไม่เลือกลมแรงแล้วครับ เอาเป็นแค่ขอให้มีลมก็ผลิตไฟฟ้าได้ ของคุยกับคุณบรรจงโดยตรงดูนะครับ แต่ในส่วนพลังงานแสงอาทิตย์ผมยังคิดว่าราคาแพงเกินชมชนจะเอื้อมไหว ถ้าทำได้ก็จะยินดีมากครับ ส่วนพลังงานทดแทนอื่นๆ ช่วยกันทำขยายองค์ความรู้ให้ออกไปมากๆเถอะครับ มีประโยชน์ทั้งนั้นล่ะ ชุมชุนเดี๋ยวนี้ก็ให้ความร่วมมือดีครับ สำหรับไบโอดีเซลเรื่องคุณภาพนั้น ไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่ก็ควบคุมคุณภาพยากทั้งนั้นล่ะครับ ถ้าหากค่าทดสอบมาตรฐานครั้งล่ะ 4-5หมื่นต่อ 1 ตัวอย่างอย่างที่เราเจออยู่ขณะนี้ biomass บางชุมชนอาจทำได้ บางชุมชนอาจทำไม่ได้ เพราะหาวัตถุดิบที่เศษเหลือได้ไม่มากพอทุกๆวัน การใช้ biomass เพียงเป็นการชลอให้การใช้พลังงาน จากน้ำมันและถ่านหิน ให้ใช้ได้นานขึ้นเท่านั้นเอง โดยเอาสิ่งเหล่านี้มาทดแทน โดยยอมที่จะเสียเงิน มากขึ้นจากเดิมที่เราผลิตได้จากถ่านหิน และน้ำมัน เพราะต้นทุนจะสูงกว่า ส่วนพลังงานทดแทนอื่นๆที่น่าสนใจ น่าจะเป็น แสงแดด เพราะสิ่งที่ไทยมีมากที่สุดคือ แสงแดดนี้แหละ แต่การใช้เซลล์สุริยะกมีต้นทุนที่ สูงไม่แพ้กันเลย ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 11 ก.พ. 2551 (15:46) การดำเนินการในเรื่องของ ไบโอแมส น่าจะมีการ combine หลายๆ ส่วนเข้ามาด้วยกัน ซึ่งน่าจะทำให้การใช้พลังงานลดลงได้ มิใช่การนำเอาวัตถุดิบมาเป็นเชื้อเพลิงแต่อย่างเดียว ซึ่งถ้ามีการ combine เข้าด้วยกัน น่าจะทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและประหยัดพลังงานได้ เช่นการทำให้น้ำที่จะเข้าไปยัง boiler ร้อนก่อนด้วยแสงอาทิตย์ ซึ่งจะทำให้ประหยัดพลังงานที่จะทำให้น้ำไปถึงจุดเดือดได้ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด kchutham@yahoo.com (IP:61.7.175.7) |