วิชาการดอทคอม ptt logo

ระบบสืบพันธ์

โพสต์เมื่อ: 16:28 วันที่ 30 ก.ย. 2549         ชมแล้ว: 182,005 ตอบแล้ว: 97
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
คัยพอจารุเรื่องเกี่ยวกับ ระบบสืบพันธ์ มั่งอ่า
ช่วยอธิบายให้หน่อย จาสอบแล้ว อ่านไงก้อม่ายรุเรื่อง
ของ ม.5 นะ ชีวะ เล่ม 3 อ่านะ


pan_pann@hotmail.com(203.114.102.239,,)





จำนวน 74 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 1 ต.ค. 2549 (16:01)
การสืบพันธุ์พันธุ์แบ่งออกเป็น 2 ชนิดน่ะครับ

แบบที่ 1 การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ(Asexual Reproduction)

แบบที่ 2 การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ(Sexual Reproduction)



การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ(Asexual Reproduction)

การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในพืชและสัตว์ชั้นต่ำน่ะครับ เพราะว่ามันไม่มีอวัยวะสำหรับสืบพันธุ์โดยเฉพาะ ตัวที่เกิดขึ้นใหม่จะเกิดจากการแบ่งเซลล์แบบไมโทรซิส(Mitotic division)ของตัวเดิม การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศแบ่งออกได้ 3 ชนิด ได้แก่ การแบ่งออกเป็นสองส่วน (Binary fission) , การแตกหน่อ (Budding) และ การงอกใหม่ (Regeneration)
Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 1 ต.ค. 2549 (16:02)


40374
การแบ่งออกเป็นสองส่วน (Binary fission)

ส่วนใหญ่เป็นการแบ่งเซลล์ของพวกโพรทิสต์น่ะครับ อาจจะแบ่งตัวตามขวางหรือตามยาวก็ได้ ขึ้นกับชนิดของโพรทิสต์นั้น ๆ เช่น อะมีบา พารามีเซียม ยูกลีนา เป็นต้นครับ หลังจากการแบ่งแล้วแต่ละเซลล์จะแยกจากกันออกไปเจริญเติบโต แต่จะมีโพรทิสต์บางชนิดเมื่อแบ่งแล้วมันจะยังอยู่รวมกันอยู่โดยไม่แยกออกจากกันครับ ก็พวก โพรโทค็อกคัส (Protococcus) หรืออาจจะแยกกันภายหลังก็ได้

Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 1 ต.ค. 2549 (16:06)
การแบ่งตัวออกเป็น 2 ส่วน นั้น นิวเคลียสจะแบ่งตัวก่อน ในพารามีเซียมถึงจะมีนิวเคลียส 2 อัน คือ นิวเคลียสใหญ่หรือมาโครนิวเคลียส(Macronucleus) และนิวเคลียสเล็กหรือไมโครนิวเคลียส(Micronucleus) ก็ตามนิวเคลียสทั้ง 2 แบ่งตัวก่อน เมื่อแบ่งแล้วจึงแบ่งไซโทพลาสซึมแล้วจึงแบ่งเยื้อหุ้มเซลล์ ทั้งไซโทพลาสซึมและเยื้อหุ้มเซลล์จะแบ่งออกจากกันโดยเด็ดขาด แล้วเซลล์ใหม่ที่เกิดจะเหมือนกับเซลล์แม่ทุกประการ
Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 1 ต.ค. 2549 (16:13)


40375
การแตกหน่อ(Budding)

การสืบพันธุ์แบบนี้พบได้ในสิ่งมีชีวิตหลายชนิด ทั้งพวก โพรทิสต์ สัตว์ชั้นต่ำ พวก ยีสต์ ไฮดรา ฟองน้ำ น่ะครับ



เมื่อสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นมีอาหารอย่างสมบูรณ์ เซลล์หรือว่าตัวเดิมจะเริ่มมีติ่งเล็ก ๆ ยื่นออกมา และติ่งนั้นจะค่อย ๆ ใหญ่ขึ้น ๆ จนกระทั่งถึงระยะหนึ่งจะมีรูปร่างเหมือนตัวเดิมแล้วจึงหลุดออกไปหรือจะติดกับตัวเดิมก็ได้ ครับ

Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 1 ต.ค. 2549 (16:29)


40376
การงอกใหม่ (Regeneration)

การงอกใหม่ เป็นการงอกอวัยวะขึ้นทดแทนอวัยวะที่เป็นอันตรายที่หลุดออกไป อย่างเช่น จิ้งจก อ่ะครับที่โดนจับแล้วปล่อยให้หางหลุดไป นอกจากจิ้งจกแล้วยังมีสัตว์อื่นอีก เช่น ไฮดรา ซีแอนีโมนี ดาวทะเล พลานาเรีย ในสัตว์พวกนี้นอกจากจะสร้างอวัยวะขึ้นมาทดแทนได้แล้วยังสามารถสร้างตัวใหม่ขึ้นได้ เช่น พลานาเรีย เมื่อถูกตัดแต่ละท่อนจะเจริญไปเป็นตัวใหม่ได้ครับ การสร้างตัวใหม่นั้น จะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมด้วยน่ะครับ



* การแบ่งเซลล์เนื้อเยื้อไม่ถือว่าเป็นการสืบพันธุ์เพราะไม่มีการเพิ่มจำนวนสิ่งมีชีวิต

*การงอกใหม่ของหางจิ้งจกไม่ถือว่าเป็นการสืบพันธุ์เพราะว่าจิ้งจกไม่ได้เพิ่มจำนวน

Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 1 ต.ค. 2549 (16:42)
การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ (Sexual Reproduction)

การสืบพันธุ์ของสัตว์ที่แยกเพศผุ้และเพศเมียอยู่คนละตัว แบ่งออกได้ 2 แบบครับ คือ การปฏิสนธิภายนอก (External fertilization) และ การปฏิสนธิภายใน (Internal fertilizetion)



การปฏิสนะภายนอก(External fertilizetion)

ในการผสมพันธุ์ของสัตว์ที่แยกเพศอยู่คนละตัวนั้น การปฏิสนธิอาจมีทั้งภายนอกและภายในสัตว์ สำหรับสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังส่วนใหญ่จะปฏิสนธิภายนอกตัวครับ เช่น พวกหอย กุ้ง ปู เป็นต้น มักจะเกิดกับสัตว์น้ำครับ เพราะจะใช้น้ำเป็นตัวกลางในการผสมพันธุ์ครับ สัตว์ที่ผสมพันธุ์กันจะปล่อยอสุจิและไข่ออกมากโดยไม่ต้องจับคู่กันครับ โดยแต่ละตัวจะปล่อยเซลล์สืบพันธุ์จำนวนมากมายออกมา ถ้าเซลล์สืบพันธุ์ทั้งสองเพศมีโอกาสพบกันจึงเกิดปฏิสนธิครับ การเข้าปฏิสนธิของเซลล์สืบพันธุ์จะเกิดจากการว่ายน้ำของอสุจิมุ่งตรงไปหาไข่อย่างถูกต้องครับ เพราะว่าไข่จะมีสารเคมีเป็นตัวกระตุ้นให้เข้ามาหา



สำหรับสัตว์มีกระดูกสันหลังที่ผสมพันธุ์ภายนอกตัว จะมีการจับคู่ผสมพันธุ์กันในน้ำครับ ได้แก่ปลาหลายชนิด แล้วก็พวกสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ได้แก่ พวกกบ คางคก อึ่งอ่างเป็นต้นครับ
Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 1 ต.ค. 2549 (16:51)
การปฏิสนธิภายใน(Internal fertilization)

สัตว์บางนิดมีการปฏิสนธิภายในตัวแม่ (Internal fertilization) หลังจากที่ไข่ถูกปฏิสนธิแล้วจะเจริญไปเป็นไซโกต ซึ่งอาจเจริญภายนอกตัวแม่ เช่น พวกสัตว์ปีก หรือ พวกสัตว์ชั้นสูง เช่น ตุ่นปากเป็ด สัตว์พวกนี้เรียกว่า Oviparous animals ครับ ส่วนสัตว์ที่มีการปฏิสนธิแล้วเจริญอยู่ภายในตัวแม่ แล้วคลอดออกมาเป็นตัว ถ้ตัวอ่อนเจริญเติบโตจากอาหารที่สะสมเอาไว้ในไข่ เช่น ฉลาม กระเบน พวกนี้เรียกว่า โอโววิวิพารัส (Ovoviviparous animals) ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ตัวอ่อนเจริญในตัวแม่โดยได้อาหารจากแม่ทางรก เช่น คน สุนัข แมว สัตว์เหล่านี้เรียกว่า วิวิพารัส (Viviparous animals) ครับ
Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 1 ต.ค. 2549 (17:00)
การสืบพันธุ์ของคน

อวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย

อวัยวะสืบประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนแรก อัณฑะ (Testis) และ ส่วนที่เป็นท่อ (Accessory ducts)



อัณฑะ (Testis) มีอยู่ 1 คู่ ทำหน้าที่สร้างสเปิร์ม อัณฑะแต่ละข้างประกอบ
Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 1 ต.ค. 2549 (17:01)
คห.ที่ 8 -*- กดผิดครับ โทษที เอาใหม่ ๆ
Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 1 ต.ค. 2549 (17:01)
การสืบพันธุ์ของคน

อวัยวะสืบพันธุ์เพศชาย

อวัยวะสืบประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนแรก อัณฑะ (Testis) และ ส่วนที่เป็นท่อ (Accessory ducts)
Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 1 ต.ค. 2549 (17:17)


40377
อัณฑะ (Testis)

อัณฑะในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตอนเป็นตัวอ่อนจะอยู่ภายในช่องท้อง ก่อนคลอดประมาณ 2 เดือน อัณทะ จะเคลื่อนตัวเข้าไปอยู่ในถุงอันฑะ(Scrotal pouch) ซึ่งห้อยอยู่นอกตัว ทำให้อุณหภูมิต่ำกว่าภายในลำตัวประมาณ 2 องศาเซลเซียส เป็นอุณหภุมิที่พอเหมาะแก่การเจริญเติบโตของสเปิร์ม



อัฑะ มีอยู่ 1 คู่ ทำหน้าที่สร้างสเปิร์ม อัณฑะแต่ละข้างประกอบด้วยหลอดสร้างสเปิร์ม (Seminiferous tube) มากกว่า 800 หลอด ความยาวของหลอดสร้างสเปิร์มในอันฑะทั้ง 2 ข้าง ยาวประมาณ 225 เมตร น่ะครับ O_o '' ผนังของหลอดสร้างสเปิร์มบุด้วยเซลล์ 2 ชนิดครับ คือ เซลล์ที่จะกลายเป็นสเปิร์ม และเซลล์พี่เลี้ยง (Sustentacular cell) ที่ให้อาหารแก่เสเปิร์มในการเจริญเติบโต และยังหลั่งของเหลวเข้าสู่หลอดสร้างสเปิร์มด้วย จำนวนเซลลืพี่เลี้ยงจะลดลงหลังจากอายุ 60 ปีแล้ว



ระหว่างหลอดสร้างสเปิร์มจะมีเซลล์อินเตอร์สติเชียล หรือเลย์ดิกเซลล์ (Interstital cell or Leydig cell) ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพศ คือ แอนโดรเจน ซึ่งประกอบด้วยเทสโทสเตอโรนเป็นส่วนใหญ่น่ะครับ

Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 1 ต.ค. 2549 (17:29)
ขอแก้กระทู้ที่ 10 อีกทีนึงน่ะครับ พอดีผมเบอลไปหน่อย



อวัยวะสืบพันธุ์เพศชายประกอบด้วย 4 ส่วนน่ะครับ

1.อัณฑะ (Testis)

2.ส่วนที่เป็นท่อ (Accessory ducts)

3.ส่วนที่เป็นต่อม (Accessory glands)

4.เพนิส(Penis)

น่ะครับ >_<
Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 1 ต.ค. 2549 (17:47)


40378
ส่วนที่เป็นท่อ (Accessory ducts)

ส่วนที่เป็นท่อจะประกอบไปด้วย 4 ส่วนน่ะครับ



1. เอพิดิไดมิส หรือ หลอดเก็บสเปิร์ม (Epididymis) จากหลอดสร้างสเปิร์มก่อนเปิดเข้าหลอดเก็บสเปิร์มจะเป็นท่อตรงเรียกว่า ทูบูลิ เรคติ (Tubulirecti) งหลอดเหล่านี้จะมาประสานกันเป็นตาข่ายเรียนกว่า รีตี เทสทิส (Retetestis) แล้ว รีตี เทสทิส จึงเปิดสู่หลอดเล็ก ๆ เรียกว่า ดัคทูไล เอฟเฟอเรนส์ หรื เฟเฟอเรนต์ ดัคท์ (Ductuli efferent or Efferent duct) หรือ วาส เอฟเฟอเรนส์(Vas efferens) จากหลอดวาสเอฟเฟอเรนส์ จะเข้าหลอดเก็บอสุจิซึ่งแบ่งเป็น 3 ตอนครับ หลอดที่ขดอยู่ด้านบนของอัณฑะ (Head of epididymis) หลอดที่ลงมาด้านล่างของอัณฑะ (Body of epididymis) และวกกลับขึ้นมาเป็นส่วนห่าง (Tail of epididymis) หลังจากนี้จึงเปิดสู่ท่อนำสเปิร์ม (Vas deferns)



หน้าที่หลักของหลอดเก็บสเปิร์มมี 3 อย่างคือ

1.เก็บสเปิร์มจนกว่าจะโตเต็มที่ และพร้อมจะขับออกไป

2.เป็นท่อนำสำหรับให้สเปิร์มผ่านออกจากอัณฑะไปยังท่อขับสเปิร์ม หรือท่อฉีดสเปิร์ม (Ejaculatory duct)

3.มีกล้ามเนื้อเรียบตามวง (Circular smooth muscle) ช่วยขับให้สเปิร์มที่โตเต็มที่แล้วออกไปโดยวิธีเพอริสทัลซิส



*สเปิร์มที่ออกจากหลอดสร้างสเปิร์ม จะเข้ามาอยู่ในหลอดเก็บสเปิร์มนี้จะเดินทางอยู่ในหลอดนี้ประมาณ 10 วัน หรือนานถึง 4-5 สัปดาห์จนกว่าสเปิร์มจะสมบูรณ์ในระหว่างที่อยู่ในหลอดเก็บนี้ จะมีอาหารสำหรับเลี้ยงสเปิร์มด้วยครับ

Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 1 ต.ค. 2549 (18:05)
*** ดูรูปได้จากความคิดเห็นที่ 13 น่ะครับ

2.ท่อนำสเปิร์ม (Ductus deferens) ยาวประมาณ 45 cm O_o (ยาวน่าดูเลยเนอะ -*- ) ต่อจากตอนปลายของหลอดเก็บสเปิร์มนะครับ และไปต่อกับท่อฉีดสเปิร์ม (Ejaculatory duct) ท่อนำสเปิร์มจะวกไปเหนือกระดูกเชิงกรานผ่านด้านหลังของกระเพราะปัสสาวะ และผ่านต่อมสร้างน้ำเลี้ยงสเปิร์ม (Seminal vesicle) ท่อนำสเปิร์มจะขยายใหญ่เป็นแอมพูลลา(Ampulla) ซึ่งจะเก็บสเปิร์มไว้ก่อนฉีดออกไปตามท่อ ท่อนำสเปิร์มมีผนังเป็นกล้ามเนื้อเรียบหนาจึงมีลักษณะเป็นหลอดที่คลำได้จากภายนอก



3.ท่อฉีดสเปิร์ม(Ejaculatory duct) เป็นรอยต่อระหว่างแอมพูลลาของท่อนำสเปิร์มกับท่อของต่อมสร้างน้ำเลี้ยงสเปิร์ม ท่อฉีดสเปิร์มแต่ละท่อยาวประมาณ 2 cm เป็นที่รับสารที่ขับออกจากต่อมสร้างน้ำเลี้ยงสเปิร์มผ่านต่อมลูกหมาก และเปิดเข้าท่อปัสสาวะ



4.ท่อปัสสาวะ(Urethra) เป็นส่วนสุดท้ายของระบบสืบพันธุ์เพศชาย และเป็นทางออกของน้ำปัสสาวะออกจากกระเพาะปัสสาวะ ผ่านต่อมลูกหมากเข้าสูเพนิสเป็นทางออกของน้ำสเปิร์มด้วย
Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 2 ต.ค. 2549 (10:31)
ขยันมากๆเลยครับ ชื่นชมๆ
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 2 ต.ค. 2549 (20:43)
-*- เข้ามาดูเรตติ้งหน่อยครับว่ามีคนเข้ามาดูเยอะป่าว ถ้ามีเยอะได้เพิ่มเติมต่อกลัวไม่มีใครเข้ามาดู >_<
Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 29 พ.ย. 2549 (19:21)
ก่อนอื่นผมขออนุญาตขุดกระทู้นี้นิดนึงน่ะครับ พอดีว่าเห็นมีคนเข้ามาโพสหาข้อมูเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์กัน ก็เลยจะมาโพสต่อให้เสร็จ - -*



ปล.พอดีว่าขี้เกียจไปค้นหาข้อมูลใหม่แล้วครับ >_<

ปล2.ขออนุญาติทำต่อให้เสร็จน่ะครับ >_<
Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 29 พ.ย. 2549 (19:31)
3.ส่วนที่เป็นต่อม (Accessory glands)

ส่วนที่เป็นต่อม ได้แก่ ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ,ต่อมลูกหมาก และ ต่อมบัลโบยูรีทรัล สารต่าง ๆที่ต่อมเหล่านี้สร้างขึ้นรวบรวม กับอสุจิ เรียกว่า น้ำอสุจิ (Semen หรือ Seminal fluid)



-ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ (Seminal vesicle) มี 1 คู่ สร้างสารมีสภาพเป็นเบสเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ๋ของน้ำอสุจิ ประกอบด้วย น้ำ,น้ำตาลฟรุกโตส,โพรสตาแกลนดิน,และวิตามินซี ซึ่งเป็นอาหารให้แก่อสุจิและช่วยปรับความเป็นกรดในช่องคลอดหญิงให้เป็นกลาง

-ต่อมลูกหมาก (Prostate gland) อยู่ด้านล่างของกระเพาะปัสสาวะ มีลักษณะเป็นก้อนกลม ๆ สร้างสารที่ช่วยให้อสุจิเคลื่อนไหวได้ดี และลดความเป็นกรดในช่องคลอดหญิง

-ต่อมบัลโบยูรีทรัล (Bulbourethral glands) หรือต่อมคาวเปอร์ (Cowper's glands) ขนาดและลักษณะคล้ายรูปถั่วมี 1 คู่ อยู่ต่ำกว่าต่อมลูกหมาก ทำหน้าที่สร้างสารเป็นเบส ส่งเข้าท่อปัสสาวะเพื่อลดความเป็นกรดของปัสสาวะ และหลั่งสารหล่อลื่นออกมาในขณะที่มีการตื่นตัวทางเพศ





น้ำอสุจิ (Semen) สารคัดหลั่งจากหลอดเก็บอสุจิ,ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ ต่อมลูกหมาก รวมทั้งต่อมคาวเปอร์ รวมเรียกว่า น้ำอสุจิ ในจำนวนนี้มีอสุจิอยู่เพียง 1% ที่เหลือเป็นสารที่ช่วยลดความเป็นกรดในท่อปัสสาวะของชายและในช่องคลอดของหญิง น้ำตาลฟรุกโตสที่เป็นอาหารของอสุจิ และอิเล็กโทรไลต์ และฟอสโฟลิพิดที่ทำให้อสุจิเคลื่อนที่
Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 29 พ.ย. 2549 (19:39)
40379




4.เพนิส (Penis) เพนิส ช่วยนำน้ำปัสสาวะผ่านท่อปัสสาวะออกสู่ภายนอกและเป็นทางผ่านของน้ำอสุจิ เพนิสประกอบด้วยเนื้อเยื่อที่แข็งตัวได้ เมื่อมีเลือดเข้าไปคั่งอยู่ ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 แท่ง คือ คอร์ปัส คาร์เวอร์โนซัม (Corpus carvernosum) เป็นแท่งยาวขนานกัน ภายในมีเส้นเลือดแดง และอีกแท่ง คือ คอร์ปัส สปองจิโอซัม (Corpus spongiosum) หรือ คอร์ปัส คาร์เวอร์โนซัม ยูรีทรา (Corpus carvernosum urethrae) ซึ่งตอนปลายพองออกเป็น แกลนส์ เพนิส (Glands penis) และมีหนังปกคลุมอยู่ (Prepuce)



ปล.ขอเรียนแบบพี่โก๋แก่นิดนึงน่ะครับที่เอาอิโมชั่นมาคั่นระหว่างภาพกับข้อความ มันดูสวยดีข้อความมันไม่ติดกับภาพ
Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 29 พ.ย. 2549 (19:50)
40380




*** ในการหลั่งน้ำอสุจิแต่ละครั้ง 15-20% เป็นของเหลว ตากต่อมลูกหมากของเหลวจากต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิราว 75-80% นอกนั้นเป็นของเหลวจากหลอดเก็บอสุจิและตัวอัณฑะเองราว ๆ 2-5% ส่วนน้ำหล่อลื่นจากต่อมคาวเปอร์ออกมาน้อยมาก



อสุจิ(Sperm,Spermatozoa) ส่วนประกอบของตัวอสุจิ มีส่วนหัวขนาดใหญ่ ปลายสุดทางด้านหน้าของหัวอสุจิ คือ อะโครโซม (Acrosome) สร้างเอนไซม์ทำหน้าที่ย่อยเซลล์ไข่เพื่อให้ตัวอสุจิผสมกับไข่ ถัดเข้ามากินบริเวณเนื้อที่ส่วนใหญ่ของหัว คือ นิวเคลียส ถัดจากหัวเป็นส่วนแรกของหาง (Middel piece) ประกอบด้วยเซนทริโอลสองชนิด คือ เซนทริโอลส่วนต้น (Proximal centriole) กับ เซนทริโอลส่วนปลาย (Distal centriole) และส่วนสำคัญที่เป็นแหล่งให้พลังงานกับตัวอสุจิก็คือ ไมโทคอนเดรีย อสุจิมีความยาวเพียง 0.05 มิลลิเมตร และต้องใช้เวลามากกว่า 2 เดือน จึงจะเจริญพัฒนาเป็นอสุจิที่สมบูรณ์ (นานจังแฮะ *0* )
Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 29 พ.ย. 2549 (20:18)
40381




[b]อวัยวะเพศหญิง[/b]

ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง ประกอบด้วย รังไข่ (Ovary) ท่อนำไข่ (Oviduct) หรือปีกมดลูก (Follopian tube) ช่องคลอด(Vagina) และช่องเปิดของอวัยวะเพศภายนอก (External genitalia)



1.รังไข่ (Ovary)

รังไข่ (Ovary) ทำหน้าที่สร้างไข่ (Ovum) และฮอร์โมนเพศ รังไข่มีตำแหน่งอยู่ 2 ข้างของมดลูก ในบริเวณอุ้งเชิงกราน โดยมีเยื่อมีโซวาเรียม (Mesovarium) ยึดรังไข่เอาไว้ให้ติดกับผนังลำตัว ขนาดของรังไข่ประมาณเท่าหัวแม่มือ คือ ยาวประมาณ 3 cm กว้าง 1.5 cm หนา 1cm หนักเพียง 2-3 กรัม ไข่จะอยู่ในรังไข่ตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์มารดา แต่ไข่ยังไม่เจริญไม่เต็มที่ เรียกว่า โอโอไซต์ระยะแรก (Prinary oocyte) ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2 ล้านเซลล์ แต่เมื่อถึงระยะแรกเกิดจะเหลือประมาณ 4 แสนเซลล์ โอโอไซต์นี้จะมีฟอลลิเคิลเซลล์ (Follicular cell) ล้อมรอบถุง เรียกว่า ฟอลลิเคิล (Follicle) ในระยะต่อมาเมื่อฟอลลิเคิลเซลล์มีจำนวนมากขึ้น และมีหลายชั้น จะมีโซนาเพลลูซิดา (Zona pellucida) ล้อมรอบโอโอไซต์ไว้ เรียกว่า ฟอลลิเคิลระยะแรก (Primary follicle) ต่อมาภายในฟอลลิเคิลมีการสะสมของเหลวไว้ในช่องแอนทรัม ระยะนี้เรียกว่า ฟอลลิเคิลระยะที่สอบ (Secondary follicle) ซึ่งโอโอไซต์จะถูกดันไปอยู่ด้านหนึ่ง ทำให้เกิดส่วนยกนูนเรียกว่า คิวมิวลัส โอโอฟอรัส (Cumulus oophorus) และเซลล์ที่ล้อมรอบโอโอไซต์ในแนวรัศมี เรียกว่า กราเฟียนฟอลลิเคิล (Graafian follicle) ภายในฟอลลิเคิลแอนทรัมขนาดเล็กหลาอันรวมกันเป็นแอนทรัมขนาดใหญ่ และเนื้อเยื่อทีอ่ยู่รอบฟอลลิเคิลมีเซลล์ ทีคา อินเตอร์นา (Theca interna) หลั่งฮอร์โมนเพศหญิง คือ อิสโทรเจน ส่วนเนื้อเยื่อชั้นนอกกว่า คือ ทีคา เอกซ์เทอร์นา (Theca externa) ประกอบด้วยเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ไม่มีหน้าที่สร้างฮอร์โมน



เมื่อฟอลลิเคิลขยายขนาดใหญ่ขึ้น จึงแตกออกที่ผิวรังไข่ ทำให้ โอโอไซต์ที่มีโซนาเพลลูซิดาล้อมรอบและเซลล์ของโคโรนาเรดิเอตา หลุดออกจากรังไข่ เรียกว่า การตกไข่ (Ovulation) ครับ



หลังจากไข่ตกออกจากรังไข่ จะมีเลือดออกเล็กน้อยย ภายในฟอลลิเคิล ผนังฟอลลิเคิลจะเหี่ยวและพับ และเปลี่ยนแปลงเป็นคอร์ปัสลูเทียม (Corpus luteum) ถ้าไข่ตกไปไม่ถูกปฏิสนธิ คอร์ปัสลูเทียมจะเจริญอยู่ราว ๆ 9 วัน แล้วสลายออกไป และเปลี่ยนแปลงเป็น คอร์ปัส อัลบิแคนส์ (Corpus albicans)



แต่ถ้ไข่ถูกปฏิสนธิ คอร์ปัสลูเทียมจะขยายขนาดขึ้นเพื่อสร้าง โพรเจสเทอโรน (Progesterone) อีกระยะหนึ่ง ปกติคอร์ปัสลูเทียมสร้างได้ทั้ง อิสโทรเจนและโปรเจสเทอโรน แต่สร้างอิสโทรเจนได้น้อยกว่า โพรเจสเทอโรนทำหน้าที่ยับยั้งการตกไข่และกระตุ้นการหนาตัวของมดลูก พร้อมทั้งกระตุ้นต่อมน้ำนม เพื่อเตรียมรับการตั้งครรภ์ โพรเจสเทอโรนที่มีปริมาณมาก ยับยั้งการหดตัวของมดลูกแต่ถ้าการตั้งครรภ์ไม่เกิดภายใน 24 ชม. หลังจากสร้างคอร์ปัสลูเทียม มันจะสลายตัวไปเป็นคอร์ปัส อัลบิแคนส์
Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 3 ก.พ. 2550 (12:03)
อายุ 54 ปี เวลานอนกับภรรยาน้ำไม่ค่อยมีออกมาก เพราะอะไร โปรดตอบรายละเอียด อะไรบ้างที่ต้องทำให้มีน้ำอสุจิเพิ่ม หรือมากขึ้น

พอน้ำไม่ค่อยมีหรือ สาเหตุอะไรทำให้ไม่ค่อยถึงจุดสุดยอด น้ำออก

ขอบคุณ
pakornolf@hotmail.com (IP:203.150.193.113)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 3 ก.พ. 2550 (12:05)
ชื่อที่ส่งคำถามไปผิดโปรด แทนที่
pakorngolf@hotmail.com (IP:203.150.193.113)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 16 ก.พ. 2550 (15:00)
ชอบ
อิ๊ด (IP:203.172.201.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 17 พ.ค. 2550 (17:24)
จะเอาไปทำรายงานอ่ะค่ะ

จะหาข้อมูลได้ที่ไหนค่ะ

กรุณาบอกด้วยนะค่ะพอดีต้องส่งวันจันทร์ค่ะ

ด้วยความขอบพระคุณอย่างสูง

ปล.ข้อเป็นทางการพยาบาลนะค่ะ

ยัยตัวแสบขอร้องล่ะค่ะ
i_am_mangpo@hotmail.com (IP:203.113.45.228)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 18 พ.ค. 2550 (20:15)
อยากขอความช่วยเหลือจากผู้รู้ทุกท่าน ด่วน....

เนื่องจากตอนนี้ โดนคำสั่งให้ทำรายงานเรื่อง การเจริญเติบโตของมนุษย์ ตั้งแต่เริ่มการปฏิสนธิ มาท้อง - แร้วก็คลอด ต้องการเนื้อหาทำรายงาน ส่งวันอังคารนี้ แย่แน่เลย
โบว์ mimumok_bow@hotmail.com (IP:61.91.193.235)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 19 พ.ค. 2550 (03:20)
ให้ความรู้ได้ดีมากๆครับ
xxxxxx_xxx@hotmail.com (IP:124.120.232.221)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 20 พ.ค. 2550 (09:07)
ดี
ดนรร (IP:202.133.154.21)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 20 พ.ค. 2550 (19:18)
อยากรู้ความหมายของสัพท์ชั้นสูงของแพทย์

พวก แกรนูโลซา พวกนี้อะคับ
nut (IP:58.9.14.37)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 22 พ.ค. 2550 (09:49)
อยากรู้ความหมายของสัพท์ชั้นสูงของแพทย์คะ
www.thaimail.com (IP:203.113.17.173)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 24 พ.ค. 2550 (17:01)
ขอบคุณคับผมจะด้ประโยดมากนำไปทำรายงาน
เด็กเทพ (IP:203.113.77.73)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 25 พ.ค. 2550 (11:31)
ขอบคุณค่ะจะเอาไปเป็นเนื้อหารายงาน
คนไม่สำคัญ (IP:125.26.199.158)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 26 พ.ค. 2550 (07:39)
อยากรู้เรื่องเกี่ยวกันระบบสืบพันธ์ของสัตวื ใช้ทำหน้าที่ออะไร
far_298@hotmail.com (IP:58.147.90.125)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 26 พ.ค. 2550 (19:30)
ช่วยบอกชักนิดนะค่ะ

จะเอาไปทำรายงาน

ส่งวันจันทร์

ขอขอบคุณเป็นอย่างสูง

เด็กบางแก้วขอร้อง
เด็กบางแก้ว (IP:125.24.128.227)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 27 พ.ค. 2550 (13:41)
^^ข้อมูลดีมั่กๆ จะเอาไปทำรายงานค่ะ
naza_nutzaa@hotmail.com (IP:58.10.201.160)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 3 มิ.ย. 2550 (12:04)
ขอบคุณในความขยันครับ ดีใจจริงๆที่ได้เจอข้อมูลในส่วนนี้ ขอรับข้อมูลนี้ไปใช้ประโยชน์นะ

ขอขอบคุณผู้จัดทำอีกครั้งครับ
thaijad21317@hotmail.com (IP:58.8.194.81)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 3 มิ.ย. 2550 (12:55)
จะเอาเนื้อหามาเพิ่มเติมดีไหม๊นิ เห็นมีคนไปขุดมา =_=
Mr.T
ร่วมแบ่งปัน512 ครั้ง - ดาว 169 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 4 มิ.ย. 2550 (09:51)
ขอบคุนที่ช่วยบอกความรุดีๆมาให้
oh-oh-sit@hotmail.com (IP:61.7.252.138)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 6 มิ.ย. 2550 (18:22)
ใจดีจัง ขอบคุนมากเรย หุหุ ช่วยได้เยอะเลยอ่า
น่าตาดี (IP:222.123.101.207)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 9 มิ.ย. 2550 (09:19)
เนื้อหาดี
ฝ้าย (IP:124.121.128.87)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 12 มิ.ย. 2550 (21:05)
ขอบคุณมากๆ
นู๋หลิว (IP:203.113.77.7)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 13 มิ.ย. 2550 (09:09)
เข้าใจง่ายดีค่ะ ขอบคุณค่ะ
กระดืบ (IP:203.113.17.161)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 16 มิ.ย. 2550 (13:21)
อยากรู้ว่าข้อมูลและรูปภาพเรื่องระบบสืบพันธุ์หามาจากเว็บไหนบอกมั่งดิ
เจ้าตัวแสบ (IP:203.113.61.71)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 19 มิ.ย. 2550 (13:29)
ช่วยหาเรื่องระบบสืบพันธุ์หน่อย
poly_love (IP:61.7.175.34)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 21 มิ.ย. 2550 (11:51)
อ่านดูแล้วเข้าใจดีคะ
มะเหมี่ยว (IP:61.19.237.130)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 22 มิ.ย. 2550 (13:16)
สวัสดีค่ะ ตรงข้างบนนั้นทำเปงภาษาไทยได้ไม๊คะพี่ๆขา อันตัวหนูน่ะจาทามดครงงานค่า

(ของฟามการุนาด้วยคร่า)
Sarocha_nuyjung@hotmail.com (IP:61.7.175.203)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 22 มิ.ย. 2550 (17:27)
ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง ประกอบด้วย รังไข่ (Ovary) ท่อนำไข่ (Oviduct) หรือปีกมดลูก (Follopian tube) ช่องคลอด(Vagina) และช่องเปิดของอวัยวะเพศภายนอก (External genitalia)



1.รังไข่ (Ovary)

รังไข่ (Ovary) ทำหน้าที่สร้างไข่ (Ovum) และฮอร์โมนเพศ รังไข่มีตำแหน่งอยู่ 2 ข้างของมดลูก ในบริเวณอุ้งเชิงกราน โดยมีเยื่อมีโซวาเรียม (Mesovarium) ยึดรังไข่เอาไว้ให้ติดกับผนังลำตัว ขนาดของรังไข่ประมาณเท่าหัวแม่มือ คือ ยาวประมาณ 3 cm กว้าง 1.5 cm หนา 1cm หนักเพียง 2-3 กรัม ไข่จะอยู่ในรังไข่ตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์มารดา แต่ไข่ยังไม่เจริญไม่เต็มที่ เรียกว่า โอโอไซต์ระยะแรก (Prinary oocyte) ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2 ล้านเซลล์ แต่เมื่อถึงระยะแรกเกิดจะเหลือประมาณ 4 แสนเซลล์ โอโอไซต์นี้จะมีฟอลลิเคิลเซลล์ (Follicular cell) ล้อมรอบถุง เรียกว่า ฟอลลิเคิล (Follicle) ในระยะต่อมาเมื่อฟอลลิเคิลเซลล์มีจำนวนมากขึ้น และมีหลายชั้น จะมีโซนาเพลลูซิดา (Zona pellucida) ล้อมรอบโอโอไซต์ไว้ เรียกว่า ฟอลลิเคิลระยะแรก (Primary follicle) ต่อมาภายในฟอลลิเคิลมีการสะสมของเหลวไว้ในช่องแอนทรัม ระยะนี้เรียกว่า ฟอลลิเคิลระยะที่สอบ (Secondary follicle) ซึ่งโอโอไซต์จะถูกดันไปอยู่ด้านหนึ่ง ทำให้เกิดส่วนยกนูนเรียกว่า คิวมิวลัส โอโอฟอรัส (Cumulus oophorus) และเซลล์ที่ล้อมรอบโอโอไซต์ในแนวรัศมี เรียกว่า กราเฟียนฟอลลิเคิล (Graafian follicle) ภายในฟอลลิเคิลแอนทรัมขนาดเล็กหลาอันรวมกันเป็นแอนทรัมขนาดใหญ่ และเนื้อเยื่อทีอ่ยู่รอบฟอลลิเคิลมีเซลล์ ทีคา อินเตอร์นา (Theca interna) หลั่งฮอร์โมนเพศหญิง คือ อิสโทรเจน ส่วนเนื้อเยื่อชั้นนอกกว่า คือ ทีคา เอกซ์เทอร์นา (Theca externa) ประกอบด้วยเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ไม่มีหน้าที่สร้างฮอร์โมน



เมื่อฟอลลิเคิลขยายขนาดใหญ่ขึ้น จึงแตกออกที่ผิวรังไข่ ทำให้ โอโอไซต์ที่มีโซนาเพลลูซิดาล้อมรอบและเซลล์ของโคโรนาเรดิเอตา หลุดออกจากรังไข่ เรียกว่า การตกไข่ (Ovulation) ครับ



หลังจากไข่ตกออกจากรังไข่ จะมีเลือดออกเล็กน้อยย ภายในฟอลลิเคิล ผนังฟอลลิเคิลจะเหี่ยวและพับ และเปลี่ยนแปลงเป็นคอร์ปัสลูเทียม (Corpus luteum) ถ้าไข่ตกไปไม่ถูกปฏิสนธิ คอร์ปัสลูเทียมจะเจริญอยู่ราว ๆ 9 วัน แล้วสลายออกไป และเปลี่ยนแปลงเป็น คอร์ปัส อัลบิแคนส์ (Corpus albicans)



แต่ถ้ไข่ถูกปฏิสนธิ คอร์ปัสลูเทียมจะขยายขนาดขึ้นเพื่อสร้าง โพรเจสเทอโรน (Progesterone) อีกระยะหนึ่ง ปกติคอร์ปัสลูเทียมสร้างได้ทั้ง อิสโทรเจนและโปรเจสเทอโรน แต่สร้างอิสโทรเจนได้น้อยกว่า โพรเจสเทอโรนทำหน้าที่ยับยั้งการตกไข่และกระตุ้นการหนาตัวของมดลูก พร้อมทั้งกระตุ้นต่อมน้ำนม เพื่อเตรียมรับการตั้งครรภ์ โพรเจสเทอโรนที่มีปริมาณมาก ยับยั้งการหดตัวของมดลูกแต่ถ้าการตั้งครรภ์ไม่เกิดภายใน 24 ชม. หลังจากสร้างคอร์ปัสลูเทียม มันจะสลายตัวไปเป็นคอร์ปัส อัลบิแคนส์
งง oh-oh-sit@hotmail.com (IP:203.188.26.59)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 26 มิ.ย. 2550 (19:56)
ขอบจัยพี่ๆมากนะคะ(เย้ !มีรายงานส่งครูแย้วโว๊ยยยยยยยยย^^"โทดค่ะ ดีใจมากไปหน่อย)
Sarocha_nuyjung@hotmail.com (IP:222.123.131.246)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 26 มิ.ย. 2550 (20:36)
สารสาสน์ป.5 ก็ให้ทำรายงานแล้ว ภายนอก-ภายในเนี่ย เครียดๆๆๆๆๆๆๆๆ-.-
แซน5/1 (IP:58.9.19.151)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 27 มิ.ย. 2550 (20:43)
ระบบสืบพันธ์ของเพศชาย

เพนิส (Penis) เพนิส ช่วยนำน้ำปัสสาวะผ่านท่อปัสสาวะออกสู่ภายนอกและเป็นทางผ่านของน้ำอสุจิ เพนิสประกอบด้วยเนื้อเยื่อที่แข็งตัวได้ เมื่อมีเลือดเข้าไปคั่งอยู่ ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 แท่ง คือ คอร์ปัส คาร์เวอร์โนซัม (Corpus carvernosum) เป็นแท่งยาวขนานกัน ภายในมีเส้นเลือดแดง และอีกแท่ง คือ คอร์ปัส สปองจิโอซัม (Corpus spongiosum) หรือ คอร์ปัส คาร์เวอร์โนซัม ยูรีทรา (Corpus carvernosum urethrae) ซึ่งตอนปลายพองออกเป็น แกลนส์ เพนิส (Glands penis) และมีหนังปกคลุมอยู่ (Prepuce)

เอพิดิไดมิส หรือ หลอดเก็บสเปิร์ม (Epididymis) จากหลอดสร้างสเปิร์มก่อนเปิดเข้าหลอดเก็บสเปิร์มจะเป็นท่อตรงเรียกว่า ทูบูลิ เรคติ (Tubulirecti) งหลอดเหล่านี้จะมาประสานกันเป็นตาข่ายเรียนกว่า รีตี เทสทิส (Retetestis) แล้ว รีตี เทสทิส จึงเปิดสู่หลอดเล็ก ๆ เรียกว่า ดัคทูไล เอฟเฟอเรนส์ หรื เฟเฟอเรนต์ ดัคท์ (Ductuli efferent or Efferent duct) หรือ วาส เอฟเฟอเรนส์(Vas efferens) จากหลอดวาสเอฟเฟอเรนส์ จะเข้าหลอดเก็บอสุจิซึ่งแบ่งเป็น 3 ตอนครับ หลอดที่ขดอยู่ด้านบนของอัณฑะ (Head of epididymis) หลอดที่ลงมาด้านล่างของอัณฑะ (Body of epididymis) และวกกลับขึ้นมาเป็นส่วนห่าง (Tail of epididymis) หลังจากนี้จึงเปิดสู่ท่อนำสเปิร์ม (Vas deferns)

ระบบสืบพันธ์ของเพศหญิง

ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง ประกอบด้วย รังไข่ (Ovary) ท่อนำไข่ (Oviduct) หรือปีกมดลูก (Follopian tube) ช่องคลอด(Vagina) และช่องเปิดของอวัยวะเพศภายนอก (External genitalia)

1.รังไข่ (Ovary)

รังไข่ (Ovary) ทำหน้าที่สร้างไข่ (Ovum) และฮอร์โมนเพศ รังไข่มีตำแหน่งอยู่ 2 ข้างของมดลูก ในบริเวณอุ้งเชิงกราน โดยมีเยื่อมีโซวาเรียม (Mesovarium) ยึดรังไข่เอาไว้ให้ติดกับผนังลำตัว ขนาดของรังไข่ประมาณเท่าหัวแม่มือ คือ ยาวประมาณ 3 cm กว้าง 1.5 cm หนา 1cm หนักเพียง 2-3 กรัม ไข่จะอยู่ในรังไข่ตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์มารดา แต่ไข่ยังไม่เจริญไม่เต็มที่ เรียกว่า โอโอไซต์ระยะแรก (Prinary oocyte) ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2 ล้านเซลล์ แต่เมื่อถึงระยะแรกเกิดจะเหลือประมาณ 4 แสนเซลล์ โอโอไซต์นี้จะมีฟอลลิเคิลเซลล์ (Follicular cell) ล้อมรอบถุง เรียกว่า ฟอลลิเคิล (Follicle) ในระยะต่อมาเมื่อฟอลลิเคิลเซลล์มีจำนวนมากขึ้น และมีหลายชั้น จะมีโซนาเพลลูซิดา (Zona pellucida) ล้อมรอบโอโอไซต์ไว้ เรียกว่า ฟอลลิเคิลระยะแรก (Primary follicle) ต่อมาภายในฟอลลิเคิลมีการสะสมของเหลวไว้ในช่องแอนทรัม ระยะนี้เรียกว่า ฟอลลิเคิลระยะที่สอบ (Secondary follicle) ซึ่งโอโอไซต์จะถูกดันไปอยู่ด้านหนึ่ง ทำให้เกิดส่วนยกนูนเรียกว่า คิวมิวลัส โอโอฟอรัส (Cumulus oophorus) และเซลล์ที่ล้อมรอบโอโอไซต์ในแนวรัศมี เรียกว่า กราเฟียนฟอลลิเคิล (Graafian follicle) ภายในฟอลลิเคิลแอนทรัมขนาดเล็กหลาอันรวมกันเป็นแอนทรัมขนาดใหญ่ และเนื้อเยื่อทีอ่ยู่รอบฟอลลิเคิลมีเซลล์ ทีคา อินเตอร์นา (Theca interna) หลั่งฮอร์โมนเพศหญิง คือ อิสโทรเจน ส่วนเนื้อเยื่อชั้นนอกกว่า คือ ทีคา เอกซ์เทอร์นา (Theca externa) ประกอบด้วยเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ไม่มีหน้าที่สร้างฮอร์โมน

เมื่อฟอลลิเคิลขยายขนาดใหญ่ขึ้น จึงแตกออกที่ผิวรังไข่ ทำให้ โอโอไซต์ที่มีโซนาเพลลูซิดาล้อมรอบและเซลล์ของโคโรนาเรดิเอตา หลุดออกจากรังไข่ เรียกว่า การตกไข่ (Ovulation) ครับ

หลังจากไข่ตกออกจากรังไข่ จะมีเลือดออกเล็กน้อยย ภายในฟอลลิเคิล ผนังฟอลลิเคิลจะเหี่ยวและพับ และเปลี่ยนแปลงเป็นคอร์ปัสลูเทียม (Corpus luteum) ถ้าไข่ตกไปไม่ถูกปฏิสนธิ คอร์ปัสลูเทียมจะเจริญอยู่ราว ๆ 9 วัน แล้วสลายออกไป และเปลี่ยนแปลงเป็น คอร์ปัส อัลบิแคนส์ (Corpus albicans)

แต่ถ้าไข่ถูกปฏิสนธิ คอร์ปัสลูเทียมจะขยายขนาดขึ้นเพื่อสร้าง โพรเจสเทอโรน (Progesterone) อีกระยะหนึ่ง ปกติคอร์ปัสลูเทียมสร้างได้ทั้ง อิสโทรเจนและโปรเจสเทอโรน แต่สร้างอิสโทรเจนได้น้อยกว่า โพรเจสเทอโรนทำหน้าที่ยับยั้งการตกไข่และกระตุ้นการหนาตัวของมดลูก พร้อมทั้งกระตุ้นต่อมน้ำนม เพื่อเตรียมรับการตั้งครรภ์ โพรเจสเทอโรนที่มีปริมาณมาก ยับยั้งการหดตัวของมดลูกแต่ถ้าการตั้งครรภ์ไม่เกิดภายใน 24 ชม. หลังจากสร้างคอร์ปัสลูเทียม มันจะสลายตัวไปเป็นคอร์ปัส อัลบิแคนส์
kittinan_jeff@hotmail.com (IP:203.113.71.100)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 29 มิ.ย. 2550 (17:59)
อยากทราบว่าเอามาจากเว๊บไหนอ่ะคะจะได้ไปหาเพิ่มเติมเพราะจะต้องทำรายงานส่งอ่ะ

ขอบคุณล้วงหน้าค่ะ
5555+ (IP:203.156.48.222)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 11 ก.ค. 2550 (14:46)
ขอบคุณมากเลยที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับระบบสืบพันธ์เพราะว่าคุณแม่กำลังหาให้ลูกสาว

เอาไปทำรายงานพอขอบคุณมากกกกค้า
คุแม่ลูกสอง (IP:125.24.73.251)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 14 ก.ค. 2550 (13:27)
มีความรู้มาก
ฮิฮิๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (IP:203.113.57.70)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 19 ก.ค. 2550 (17:37)
อยากได้ พืชเลี้ยงง่าย
ha ha ha hhhhhaaaaaa (IP:61.91.164.136)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 22 ก.ค. 2550 (13:29)
ตอนแรกก็ยังไม่ได้อ่านหรอกนะคะแต่คิดว่าคงจะมีประโยชน์
dora_nang@hotmail.com (IP:222.123.97.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 22 ก.ย. 2550 (21:34)
หาจากไหนอ่าจาหาเพิ่มเติมเพราะจาสอบในวันจันทร์แว้ว- -*
555+.........................-*- (IP:124.121.32.254)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 20 ธ.ค. 2550 (19:39)
1.ผมอยากทราบว่าอะโครโซม (Acrosome) สร้างเอนไซม์ทำหน้าที่ย่อยเซลล์ไข่เพื่อให้ตัวอสุจิผสมกับไข่ หมายความว่ายังไง



2.แล้วสัตว์กับมนุษย์อ่ะคับเหมือนก้านไหม



3.อยากรู้เกี่ยวกับไส้เดือนงับ





ขอขอบคุณล่วงหน้าขอรับ
ท้อปม.1/10 (IP:203.113.62.4)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 21 ธ.ค. 2550 (10:51)
68219
อะโครโซม(Acrosome)ในสัตว์กับมนุษย์เหมือนกัน โดยอะโครโซมเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก สำหรับตัวอสุจิ เนื่องจากอสุจิจะสามารถเจาะทะลุเปลือกไข่เพื่อเข้าผสมกับไข่นั้น จำเป็นต้องอาศัยเอ็นไซม์(Enzyme) จากอะโครโซมเพื่อสลายเปลือกไข่ ดังนั้น ถ้าอะโครโซมผิดปกติ หรือถูกทำลาย อสุจิจะไม่สามารถเจาะทะลุเปลือกไข่เพื่อเข้าไปผสมได้
Origin_start
ร่วมแบ่งปัน50 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 18 ก.พ. 2551 (09:20)
<P>ก็น่าสนใจดีอ่ะค่ะ</P>

<P>&nbsp;</P>
น่ารัก (IP:61.7.166.251)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 13 มิ.ย. 2551 (17:16)
ในการเรียนชั้นม.ปลายปัจจุบัน ผู้ที่แต่งงานแล้วหรือส่งตัวแล้วสามารถเรียนได้ไหม
เด็กไทยสงสัย (IP:125.26.73.190)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 17 มิ.ย. 2551 (19:30)
<STRONG>ผมอยากรู้ว่าขนาดของไข่ใหญ่กว่าอสุจิกี่เท่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ขอคำตอบด่วนผมต้องการใช้เดี่ยวนี้</STRONG>
แก้ว (IP:202.149.24.129)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 28 มิ.ย. 2551 (21:17)

มีงานส่งครูแล้ว


ICANDO_MAN_UTD_GRIT (IP:125.24.255.174)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 28 มิ.ย. 2551 (21:24)










ระบบสืบพันธ์ในเพศชาย

ระบบสืบพันธ์ของเพศชาย จะประกอบไปด้วยอวัยวะหลักๆ 2 ส่วนได้แก่ ลูกอัณฑะ
ซึ่งเป็นส่วนที่สร้างสเปอร์มหรืออสุจิ และอวัยวะเพศชาย ซึ่งภายในมีท่อสำหรับให้น้ำ
ปัสสาวะและน้ำอสุจิผ่านออกไปจากร่างกาย และเนื่องจากระบบสืบพันธ์และระบบ
ทางเดินปัสสาวะของเพศชายจะอยู่ใกล้กัน และทำงานสัมพันธ์กันอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้นความผิดปกติหรือโรคของระบบหนึ่ง จะมีผลไปถึงอีกระบบหนึ่งอย่างง่ายดาย

ในระบบสืบพันธ์เพศชาย จะมีอวัยวะอีกอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญ ได้แก่ ต่อมลูกหมาก
ซึ่งจะอยู่ตรงส่วนต่อของกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะส่วนต้น ต่อมลูกหมากจะมีหน้าที่
สร้างน้ำหล่อเลี้ยงตัวสเปอร์มหรือตัวอสุจิ ซึ่งลูกอัณฑะเป็นผู้สร้างและส่งมาเก็บไว้ในที่พักใกล้ๆ
กับต่อมลูกหมาก เมื่อผู้ชายมีการบรรลุถึงจุดสุดยอด น้ำอสุจิจะถูกส่งผ่านเข้าไปใน
ท่อปัสสาวะและออกมาทางปลายอวัยวะเพศ

ท่านอาจจะฟังแล้วงงไม่เข้าใจอะไรเลย จึงขอกล่าวโดยสรุปดังนี้ ระบบสืบพันธ์เพศชาย
กับระบบทางเดินปัสสาวะเพศชาย มีความสัมพันธ์กันอย่างมาก อวัยวะที่อาจมีปัญหา
ที่ท่านควรจำชื่อได้ ได้แก่

1.ลูกอัณฑะ มีหน้าที่สร้างสเปอร์มหรืออสุจิ

2.ท่อนำเชื้ออสุจิจากลูกอัณฑะ ไปยังที่พัก ก่อนถูกปล่อยออกไป ทางท่อปัสสาวะเวลาบรรลุจุดสุดยอด

3. ต่อมลูกหมาก อยู่ตรงส่วนต่อระหว่างกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ
ส่วนต้น มีหน้าที่สร้างน้ำหล่อเลี้ยงตัวอสุจิ

4. ท่อปัสสาวะส่วนต้น ซึ่งออกจากกระเพาะปัสสาวะต้องผ่านต่อมลูกหมาก

5. อวัยวะเพศชาย ซึ่งภายในมีท่อสำหรับให้น้ำปัสสาวะและน้ำอสุจิผ่านออก
ไปจากร่างกาย

เมื่อมีความผิดปกติของระบบใดระบบหนึ่งหรือทั้งสองระบบ แพทย์ผู้รับผิดชอบดูแลรักษา
คือ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ

ณุเทพ (IP:125.24.255.174)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 17 ก.ค. 2551 (21:21)
หมา ๆๆๆๆๆๆๆๆ
คน (IP:118.174.93.158)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 20 ก.ค. 2551 (16:10)
อยากได้รูป
เค (IP:222.123.10.12)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 30 ก.ค. 2551 (10:53)
สุดยอด เก่วมากเลย
rewo_ang@hotmail.com (IP:125.26.36.30)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 19 ส.ค. 2551 (22:59)
แอดอีเอกดีเริ้กัดอี้กะเดอี

เกกกกกกกกกกกกกกก
moomayzazzz
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 19 ส.ค. 2551 (23:05)
106544
ขอบคุณมากเลยคะ

ช่วยได้เยอะเลย

ถ้ามีอะไรให้เราช่วยก็บอกได้นะคะ
moomayzazzz
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 19 ส.ค. 2551 (23:07)
106545
thank you very much
moomayzazzz
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 16 ก.ย. 2551 (15:15)
อยากรู้จังว่าคนในไฟล์นี้เคยมีเพศสำพันธ์หรือไม่
กนกพร (IP:125.27.120.229)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 3 ม.ค. 2552 (12:21)

ขอบคุณมากเลยค่ะ


antbug (IP:203.87.178.170)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 5 ก.พ. 2552 (21:52)

อยากรู้ระบบสืบพันของจระเข้คับ....ฒงานด่วน


  หาได้ที่ไหนบอกด้วยนะคับ


palm_nkvyoyo@hotmail.com (IP:125.25.221.137)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 96 20 ก.ค. 2553 (15:31)
ขอบคุณม๊ากๆๆๆๆๆๆสำหรับข้อสอบ
jutamas_02595@hotmail.com (IP:113.53.103.168)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 97 17 ส.ค. 2553 (17:41)
fghfhfghhfgh
gdfgf (IP:112.142.192.82)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม