แอสไพรินสามารถหยุดการเติบโตของเนื้อร้ายได้ | เว็บบอร์ด วิชาการ.คอม

แอสไพรินสามารถหยุดการเติบโตของเนื้อร้ายได้

โพสต์เมื่อ: 13:53 วันที่ 15 ต.ค. 2549         ชมแล้ว: 1,000,216 ตอบแล้ว: 2
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
13519
นักวิจัยพบกลไกที่อธิบายว่า ยาแอสไพรินช่วยในการต่อสู้กับโรคมะเร็งได้อย่างไร

นักวิทยาศาสตร์จากสหราชอาณาจักรได้ค้นพบจากการทดสอบในห้องทดลองว่า ยาระงับความปวดสามารถลดการสร้างของหลอดเลือดที่จะไปช่วยเติมพลังงานในการเติบโตของก้อนเนื้อร้าย
โดยผลการทดลองสามารถจำกัดขนาดก้อนเนื้อร้ายให้มีขนาดเล็กเพียงแค่เม็ดถั่วได้ ซึ่งทีมวิจัยจากเมืองนิวคาสเซิลกล่าวว่า การค้นพบนี้อาจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการรักษาโรคมะเร็งแนวใหม่ได้

การศึกษานี้ถูกตีพิมพ์ในวารสารของสหพันธ์ของสมาคมอเมริกันเกี่ยวกับการทดลองทางชีววิทยา (Journal of the Federation of American Societies for Experimental Biology)

ยาแอสไพรินซึ่งได้รับการขนานนามบ่อยๆ ว่าเป็น “ยามหัศจรรย์” ที่ใช้ในการรักษาอาการปวด โดยมีคุณสมบัติยับยั้งการอักเสบและยังถูกแนะนำในการช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

การศึกษาที่ผ่านมาเปิดเผยว่าถ้ามีการใช้ยาแอสไพรินนานเกินช่วงปกติ ซึ่งก็อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งประเภทต่างๆ รวมถึงมะเร็งเต้านมและลำไส้

ในการค้นหากลไกเบื้องหลังที่เป็นไปได้ของปฏิกิริยาป้องกันที่เกิดขึ้น นักวิทยาศาสตร์มองไปถึงการออกฤทธิ์ของยาบนการเจริญเติบโตของก้อนเนื้อ ซึ่งพวกเขาใช้ยาแอสไพรินด้วยความเข้มข้นที่ต่างกัน กับเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างหลอดเลือดที่เรียกว่า เอนโดทีเลียลเซลล์ (Endothelial cells) ซึ่งพวกเขาค้นพบว่าที่ขนาดความเข้มของยาต่ำๆ ยาแอสไฟรินจะมีปฏิกิริยาโจมตีไปบนเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการสร้างหลอดเลือด

ดร.เฮเลน อาเธอร์ ผู้นำการแต่งรายงานจากสถาบันพันธุศาสตร์มนุษย์แห่งมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลกล่าวว่า “หลอดเลือดเลี้ยงมะเร็งด้วยออกซิเจนและสารอาหารที่ช่วยทำให้มันเจริญเติบโต”

“มะเร็งยังใช้หลอดเลือดใหม่ๆ ในการกระจายทั่วร่างกายซึ่งนำไปสู่การพัฒนาไปเป็นมะเร็งระยะที่สอง”

“แอสไพรินดูเหมือนจะทำงานต่อต้านการสร้างก้อนเนื้อในหลายๆ ทาง หนึ่งในนั้นคือการจำกัดจำนวนเลือดที่ไปหล่อเลี้ยง การปราศจากออกซิเจนและสารอาหารที่ถูกนำพาโดยเลือด ก้อนเนื้อที่แข็งจะไม่สามารถเติบโตได้เกินขนาดของเม็ดถั่ว”

นอกจากนี้ ดร.เฮเลน อาเธอร์ ยังกล่าวว่า ผลการวิจัยนี้นอกจากจะสามารถอธิบายว่ายาแอสไพรินมีส่วนต่อการป้องกันมะเร็งได้อย่างไรแล้ว มันยังนำไปสู่การรักษารูปแบบใหม่ด้วย

“หนึ่งในปัญหาของการทานแอสไพรินเป็นระยะเวลานานเกินกำหนดซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการมีเลือดออกที่กระเพาะอาหาร เราต้องการที่จะดูเป้าหมายเชิงโมเลกุลของแอสไพริน ซึ่งมีอิทธิพลต่อการสร้างหลอดเลือดใหม่ๆ และจะเป็นโอกาสที่จะพัฒนายาที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ดร. แคท อาร์นี่ย์ สำนักงานอาวุโสทางด้านข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เชิงวิจัยโรคมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักร ได้เตือนสาธารณะชนว่า ผลการวิจัยในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นของการศึกษาการเจริญเติบโตของเซลล์แค่ในระดับห้องทดลองเท่านั้น โดยกล่าวว่า “ยังจะต้องใช้การศึกษาอีกยาวนาน ก่อนที่จะไปก่อนที่เราจะรู้ ยาแอสไพรินหรือยาชนิดอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน จะสามารถพัฒนาไปสู่การรักษาโรคมะเร็งรูปแบบใหม่ได้จริงๆ และนี่จะเป็นแค่ความสำเร็จขั้นเล็กๆ ในการเดินทางอันอีกยาวไกล”


ดร.เฮเลน อาเธอร์ ยังกล่าวย้ำว่า
“เรายังจะไม่แนะนำต่อผู้ป่วยโรคมะเร็งให้ทานแอสไพรินโดยปราศจากคำแนะนำจากแพทย์ เพราะการใช้ในปริมาณมากจะทำให้เกิดอันตรายได้”

แหล่งที่มาของข่าว

- เว็บไซต์ บีบีซีนิวส์ออนไลน์ http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/5398328.stm


ธัญญวรรณ
ร่วมแบ่งปัน153 ครั้ง - ดาว 174 ดวง





จำนวน 2 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 8 ก.พ. 2550 (11:23)
แอสไพรินสามารถหยุดการเติบโตของเนื้อร้ายได้



นักวิจัยพบกลไกที่อธิบายว่า ยาแอสไพรินช่วยในการต่อสู้กับโรคมะเร็งได้อย่างไร



นักวิทยาศาสตร์จากสหราชอาณาจักรได้ค้นพบจากการทดสอบในห้องทดลองว่า ยาระงับความปวดสามารถลดการสร้างของหลอดเลือดที่จะไปช่วยเติมพลังงานในการเติบโตของก้อนเนื้อร้าย

โดยผลการทดลองสามารถจำกัดขนาดก้อนเนื้อร้ายให้มีขนาดเล็กเพียงแค่เม็ดถั่วได้ ซึ่งทีมวิจัยจากเมืองนิวคาสเซิลกล่าวว่า การค้นพบนี้อาจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการรักษาโรคมะเร็งแนวใหม่ได้



การศึกษานี้ถูกตีพิมพ์ในวารสารของสหพันธ์ของสมาคมอเมริกันเกี่ยวกับการทดลองทางชีววิทยา (Journal of the Federation of American Societies for Experimental Biology)



ยาแอสไพรินซึ่งได้รับการขนานนามบ่อยๆ ว่าเป็น “ยามหัศจรรย์” ที่ใช้ในการรักษาอาการปวด โดยมีคุณสมบัติยับยั้งการอักเสบและยังถูกแนะนำในการช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ



การศึกษาที่ผ่านมาเปิดเผยว่าถ้ามีการใช้ยาแอสไพรินนานเกินช่วงปกติ ซึ่งก็อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งประเภทต่างๆ รวมถึงมะเร็งเต้านมและลำไส้



ในการค้นหากลไกเบื้องหลังที่เป็นไปได้ของปฏิกิริยาป้องกันที่เกิดขึ้น นักวิทยาศาสตร์มองไปถึงการออกฤทธิ์ของยาบนการเจริญเติบโตของก้อนเนื้อ ซึ่งพวกเขาใช้ยาแอสไพรินด้วยความเข้มข้นที่ต่างกัน กับเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างหลอดเลือดที่เรียกว่า เอนโดทีเลียลเซลล์ (Endothelial cells) ซึ่งพวกเขาค้นพบว่าที่ขนาดความเข้มของยาต่ำๆ ยาแอสไฟรินจะมีปฏิกิริยาโจมตีไปบนเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการสร้างหลอดเลือด



ดร.เฮเลน อาเธอร์ ผู้นำการแต่งรายงานจากสถาบันพันธุศาสตร์มนุษย์แห่งมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลกล่าวว่า “หลอดเลือดเลี้ยงมะเร็งด้วยออกซิเจนและสารอาหารที่ช่วยทำให้มันเจริญเติบโต”



“มะเร็งยังใช้หลอดเลือดใหม่ๆ ในการกระจายทั่วร่างกายซึ่งนำไปสู่การพัฒนาไปเป็นมะเร็งระยะที่สอง”



“แอสไพรินดูเหมือนจะทำงานต่อต้านการสร้างก้อนเนื้อในหลายๆ ทาง หนึ่งในนั้นคือการจำกัดจำนวนเลือดที่ไปหล่อเลี้ยง การปราศจากออกซิเจนและสารอาหารที่ถูกนำพาโดยเลือด ก้อนเนื้อที่แข็งจะไม่สามารถเติบโตได้เกินขนาดของเม็ดถั่ว”



นอกจากนี้ ดร.เฮเลน อาเธอร์ ยังกล่าวว่า ผลการวิจัยนี้นอกจากจะสามารถอธิบายว่ายาแอสไพรินมีส่วนต่อการป้องกันมะเร็งได้อย่างไรแล้ว มันยังนำไปสู่การรักษารูปแบบใหม่ด้วย



“หนึ่งในปัญหาของการทานแอสไพรินเป็นระยะเวลานานเกินกำหนดซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการมีเลือดออกที่กระเพาะอาหาร เราต้องการที่จะดูเป้าหมายเชิงโมเลกุลของแอสไพริน ซึ่งมีอิทธิพลต่อการสร้างหลอดเลือดใหม่ๆ และจะเป็นโอกาสที่จะพัฒนายาที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น”



อย่างไรก็ตาม ดร. แคท อาร์นี่ย์ สำนักงานอาวุโสทางด้านข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เชิงวิจัยโรคมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักร ได้เตือนสาธารณะชนว่า ผลการวิจัยในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นของการศึกษาการเจริญเติบโตของเซลล์แค่ในระดับห้องทดลองเท่านั้น โดยกล่าวว่า “ยังจะต้องใช้การศึกษาอีกยาวนาน ก่อนที่จะไปก่อนที่เราจะรู้ ยาแอสไพรินหรือยาชนิดอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน จะสามารถพัฒนาไปสู่การรักษาโรคมะเร็งรูปแบบใหม่ได้จริงๆ และนี่จะเป็นแค่ความสำเร็จขั้นเล็กๆ ในการเดินทางอันอีกยาวไกล”





ดร.เฮเลน อาเธอร์ ยังกล่าวย้ำว่า

“เรายังจะไม่แนะนำต่อผู้ป่วยโรคมะเร็งให้ทานแอสไพรินโดยปราศจากคำแนะนำจากแพทย์ เพราะการใช้ในปริมาณมากจะทำให้เกิดอันตรายได้”



แหล่งที่มาของข่าว



- เว็บไซต์ บีบีซีนิวส์ออนไลน์ http://news.bbc.co.uk/2/hi/health/5398328.stm
oa_am@thaimail.com (IP:203.114.99.4)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 14 ต.ค. 2551 (08:35)

อาจารของผมก็ทำวิชาเกี่ยวกับยาต้านอักเสบกับการเกิดมะเร็งอยู่ เพราะเกิดแนวคิดที่ว่าสารสื่ออักเสบที่สำคัญคือ Prostaglandin ที่สร้างมาจากการเหนี่ยวนำของเอนไซม์ COX-2 ซึ่ง Prostaglandin ที่สร้างจากเอนไซม์ COX-2 จะทำให้เกิดการอักเสบ เหนี่ยวนำให้ผิวหนังไวต่อแสงมากขึ้น เหนี่ยวนำให้เซลล์นั้นเกิดการก่อกลายพันธุ์ ยาต้านอักเสบหลายตัว เช่น แอสไพริน หนรือพวก NSIADs เช่น ไอบูโพเฟน สามารถยับยั้บ COX-2 ได้ จึงมีผลต่อเซลล์มะเร็งได้

แต่ข้อควรระวังของ NSIADs คือ ต้องรับประทันหลังอาหาร เพราะยากลุ่มนี้จะกัดกระเพาะมากมายคับ


amalia603@hotmail.com
ร่วมแบ่งปัน88 ครั้ง - ดาว 49 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.0376 seconds !