ป.ตรี วิศวกรรมชีวการแพทย์ มหิดล

Bachelor of Engineering in Biomedical Engineering
ป.ตรี วิศวกรรมชีวการแพทย์ สาขาใหม่ที่ มหาวิทยาลัยมหิดล

วิศวกรรมแนวใหม่ ที่ได้รับการนิยมมากในต่างประเทศทั้ง USA และ EU เป็นการนำความรู้ทางวิศวกรรมในหลายๆสาขามาประยุกค์ใช้กับเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อพัฒนาคุณภาพทางการรักษาและวินิจฉัย เป็นจุดเชื่อมระหว่าง แพทยศาสตร์กับวิศวกรรมศาสตร์

ทางม.มหิดลได้ เปิดสอนระดับปริญญาโทมาตั้งแต่ปี พศ. 2541 เป็นหลักสูตรแรกของประเทศไทย และปัจจุบันได้เปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีด้วย สำหรับนักศึกษาที่สนในทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ สามารถหารายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่
http://www.eg.mahidol.ac.th/dept/egbio/pages/course_bachelor.php

สำหรับผู้ที่สนในทำงานวิจัย ลองดูที่หน่วยวิจัยhttp://www.eg.mahidol.ac.th/dept/Bartlab/


ความคิดเห็นที่ 125

u4605227@student.mahidol.ac.th (Guest)
14 ม.ค. 2551 22:34
  1. สร้างสมการอธิบายระบบร่างกาย



    วิธีทำงานคือสร้างสมการเพื่ออธิบายอัตราการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในร่างกายคนเรานั้นขึ้นอยู่กับตัวแปรใด แล้วนำไปวิเคราะห์กับทฤษฎีแบบไม่เชิงเส้น ซึ่งจะช่วยหาคำตอบของสมการได้ว่าจะเกิดพฤติกรรมอย่างไรเมื่อตัวแปรต่างๆ ในสมการ เปลี่ยนไป ทำให้สามารถคาดการณ์โรคหรือระบบการทำงานในร่างกายได้



    "เราก็จะรู้ว่าควรจะผลิตยาให้ไปจู่โจมตรงส่วนไหน หรือเพื่อยับยั้งปฏิกิริยาตรงส่วนไหน เพื่อต้านทานการติดเชื้อ" ศ.ดร.ยงค์วิมลชี้ให้เห็นถึงการผสานคณิตศาสตร์เข้ากับการแพทย์ ซึ่งในเมืองไทยเธอคือคนแรกที่บูรณาการศาสตร์ทั้งสองเข้าด้วยกัน ขณะที่การใช้คณิตศาสตร์ทำงานฟิสิกส์ก็มีคนนำหน้าไปไกลมากจนเธอรู้สึกว่าต้อง "ตะกาย" เพื่อให้ทันคนอื่นก่อนที่จะได้เริ่มทำงานใหม่ๆ ซึ่งต้องเป็นงานที่ยากเพราะคนอื่นได้ทำงานง่ายๆ ไปหมดแล้ว



    เดิมนั้นนักวิจัยประมาณระบบต่างๆ ในรูปแบบสมการเชิงเส้น แต่ในความเป็นจริงแล้วในธรรมชาติล้วนเป็นระบบแบบสมการไม่เชิงเส้น ซึ่ง ศ.ดร.ยงค์วิมลได้อธิบายให้เห็นภาพว่าเปรียบเหมือนการขี่อูฐ ซึ่งน้ำหนักของคน 1 คนทำให้อูฐหลังแอ่นไปค่าหนึ่ง หากเป็นฟังก์ชันเชิงเส้นก็จะมองว่าเมื่อน้ำหนักเพิ่ม 2 เท่าก็ทำให้อูฐหลังแอ่นไป 2 เท่า และน้ำหนัก 3 เท่าทำให้อูฐหลังแอ่นไป 3 เท่า เป็นต้น



    "แต่จริงๆ แล้วมีจุดหนึ่งที่แค่เพิ่มน้ำหนักเท่าขนนกเข้าไปอูฐก็ล้มเลย นี่คือผลที่มันไม่เชิงเส้น ผลจะผิดหูผิดตาได้เลยแม้มีการเปลี่ยนแปลงเพียงนิดเดียว ซึ่งระบบในธรรมชาติจะเป็นแบบไม่เชิงเส้นทั้งนั้น หาน้อยมากที่จะเป็นเชิงเส้น" ศ.ดร.ยงค์วิมลอธิบาย



    อ่านต่อทีข่าวประกาศ ในwww.thaibme.org



ความคิดเห็นที่ 128

Meadow (Guest)
21 ก.พ. 2551 14:08
  1. <P>สวัสดีค่ะ</P>

    <P>คืออยากถามว่าควรเตรียมตัวยังไงดีคะ ตอนนี้ติดสอบตรงของมหิดลแล้วค่ะ แต่กลัวเรื่องการเรียนในมหาวิทยาลัย ควรไปหาอ่านหนังสือจากที่ไหนดีคะ ขอบคุณค่ะ</P>



ความคิดเห็นที่ 129

กุ้ง
4 มี.ค. 2551 04:12
  1. ไม่ต้องคิดมากครับ ปีหนึ่งเรียนทั่ว ของคณะวิทยาศาสตร์ครับ ไว้ระหว่างเรียนปีหนึ่งค่อยคิดก็ได้ครับ



ความคิดเห็นที่ 130

popzkung156
18 มี.ค. 2551 23:19
  1. สวัสดีพี่กุ้งนะครับ



    ผมเพิ่งจะเปิดเจอหน้ากระทู้นี้ครั้งแรก



    ตอนนี้กำลังสนใจเกี่ยวกับ BME มากครับ กำลังคิดจะเข้าเรียนในปีหน้า (ตอนนี้กำลังจะขึ้น ม.6 ครับ)



    อยากถามพี่กุ้งครับว่า ถ้าผมจะเรียนด้านนี้ควรจะเข้า BME ตั้งแต่ปริญญาตรีเลย แล้วต่อ โท-เอก



    หรือว่าถ้าเรียนวิศวะด้านอื่นมาก่อน แล้วค่อยมาต่อโทดีครับ



    คือผมไม่มั่นใจว่าผมจะเรียนไหวหรือเปล่าน่ะครับ เพราะดูแล้วค่อนข้างยากพอสมควร



    ตอนนี้อยากเรียนครับ แต่รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจกับอนาคตหลังเข้าไปซักเท่าไร รวมถึงตอนเรียนจบด้วยน่ะครับเลยยังไม่ค่อยกล้าตัดสินใจเท่าไรตอนนี้



    ขอบคุณมากๆนะครับพี่กุ้ง




ความคิดเห็นที่ 133

กุ้ง
28 มี.ค. 2551 05:39
  1. เรื่องเรียนชั้นไหนดี จริงๆขึ้นกับว่าใจอยากเรียนแบบไหนครับ เพราะถ้าอยากรู้มากต้องเรียนตั้งแต่ป.ตรีครับ เพราะ ป.โทจะไม่สอนอะไรมาก แต่เน้นทางด้านวิจัยเฉพาะทาง ก็คงต้องดูว่าอยากทำอะไร ขอบอกเป็นว่า จำนวนปีที่เรียน กับรายวิชาเป็นตัวบอก ความรู้ที่จะได้ในสายนั้นๆครับ



    คนที่มาเรียน ป.โท BME ณ ปัจจุบัน เป็นคนที่สนใจและอยากเปลี่ยนสายการทำงาน เพราะไม่อยากทำงานในสายที่เรียนมาและสนใจด้านนี้ (เมื่อก่อนยังไม่มี ป.ตรี) แต่ในปัจจุบันทำให้พูดยากว่าจะเริ่มตรงระดับไหนดี



    "เรื่องงานเป็นเรื่องที่ ตอบลำบาก เพราะผมไม่เคยเอาเรื่องนี้มาตัดสินใจว่าจะเรียนอะไร แต่ผมเลือกในสิ่งที่ชอบครับ"



    ในอนาคตงานเทคโนโลยีทางการแพทย์ (Engineering)ในตลาดทั่วโลกยังเปิดครับ ของประเทศไทย เรากำลังมุ่งให้ไทยเป็นศูนย์การแพทย์ของโลก เราคงต้องการ BME พอสมควรครับ



    ปล. มช.เปิด ป.โท BMEแล้วนะครับ ไปหาดูกัน ไม่ต้องเข้ามาเรียนที่กรุงเทพก็ได้ครับ




ความคิดเห็นที่ 134

kkkkkkkk (Guest)
21 เม.ย. 2551 22:35
  1. <P>พี่อยากเข้ามากๆเลยอะคะ อยากติดรับตรง มันสอบอะไรบ้างอะคะ ขึ้นมอหกปีนี้คะ แล้วก็ถ้าหนูคิดจะเลือกคณะนี้อันดับหนึ่ง อันดับสอง สาม หนูควรเลือกอะไรดีคะ คือหนูขอโทษที่ต้องบอกว่าหนูหาคณะวิศวะที่คะแนนต่ำกว่านี้ไม่เจอ เข้าใจหนูนะคะ หนูอยากติดที่นี่มากๆ บอกหนูหน่อยนะคะ จะได้อ่านตรงจุด แล้วพี่กุ้งเป็นเด็กคณะนี้ปะคะ มีอะไรจะได้ปรึกษาได้ ขอบคุณมากๆนะคะ</P>



ความคิดเห็นที่ 135

กุ้ง
22 เม.ย. 2551 02:23
  1. ถึงคุณ kkkkkk



    ผมไม่ทราบเรื่องรับตรง หรือการเลือกอันดับเลยครับ เพราะว่าผมไม่ได้อยู่ที่เมืองไทย ถ้าอยากรู้ลองไปที่



    http://my.dek-d.com/ubyi/story/view.php?id=305821



    http://www.milkclub.net/forums/



    น่าจะมีน้องๆที่เรียนอยู่ตอบให้นะครับ



    ป.ตรี มี



    มหิดล (ศาลายา) http://www.eg.mahidol.ac.th/dept/egbio/



                           http://www.bartlab.org



    มศว (องครักษ์)  ผมยังไม่สามารถหาข้อมูลของที่ มศว ได้เลยครับ รู้จักแค่อาจารย์ผู้ดูแลหลักสูตรคนเดียว (ดร.วงวิทย์)



    "เลือกในสิ่งที่อยากเรียนนะครับ ขอให้โชคดี"




ความคิดเห็นที่ 136

subwoofer144@hotmail.com (Guest)
25 เม.ย. 2551 12:44
  1. <P>สอบตรงที่มหิดล ข้อสอบเหมือนกันหมดอ่ะ</P>

    <P>ก้อ เหมือนสอบทั่วๆไป ฟิสิก เคมี ฉบับเดียวกัน รุสึกว่าจะ 2ชม.นะ</P>

    <P>ไม่ยาก ถ้าเตรียมตัวมาดี คล้ายๆข้อสอบเอ็นทั่วๆไป </P>

    <P>เลขอ่ะ เราทำไม่ค่อยได้ เพราะไม่ได้อ่านอะไรไปเรยเหอะๆ</P>

    <P>ลักษณะข้อสอบก้อแนว ถูก ผิดอ่ะ ให้โจทย์มาแล้วมี ข้อย่อย แล้วมีช้อยว่า</P>

    <P>ข้อ 1 และ 2 ถูก ไรประมานนี้</P>

    <P>มานเสียเวลาคิดมากอ่ะ ต้องเช็คทั้ง 2 ข้อ </P>

    <P>ไทย สังคม อังกิด อย่างละ ชม. ชีวะ มีอีกฉบับ 1 ชม.</P>

    <P>โดยรวมเราว่าไม่ยากนะ วัดเด็กได้ ไม่เหมือน เอ เนต เลข ยากมากเหอะๆ</P>

    <P>สู้ๆแล้วกาน </P>

    <P>เราไม่ติดตรง แอดยื่นไปท่าจะไม่ติดด้วย</P>

    <P>แต่ตอนนี้ได้ วิศวะ - วัสดุขั้นสูงและนาโนเทคโนโลยี ที่ศิลปากรแล้ว</P>

    <P>คิดว่าน่าจะเอา </P>

    <P>&nbsp;</P>

    <P>&nbsp;</P>

    <P>&nbsp;</P>

    <P>&nbsp;</P>

    <P>&nbsp;</P>

    <P>&nbsp;</P>

    <P>&nbsp;</P>

    <P>&nbsp;</P>

    <P>&nbsp;</P>

    <P>&nbsp;</P>



ความคิดเห็นที่ 137

sand dollar* (Guest)
27 เม.ย. 2551 19:11
  1. <P>นอกจากมหิดลแล้ว</P>

    <P>ที่ไหนอีกที่เปิดสอนคณะนี้ในระดับปริญญาตรี?</P>

    <P>ม.ขอนแก่นมีรึเปล่าคะ?</P>



ความคิดเห็นที่ 138

กุ้ง
27 เม.ย. 2551 22:46
  1. B.Eng in Biomedical Engineering

    1. Mahidol University (BME department)

    2. Srinakarinwirot University (BME,???)

    3. PSU (BME in EE department)

    4. KMIT-NB (Biomedical Equipment, B.Sc)





    M.Eng in Biomedical Engineering

    1. Mahidol University (Biomedical Engineering)

    2. Chulalongkorn University (Biomedical Engineering)

    3. Chiang Mai University (Biomedical engineering)

    4. KMITL (Bioelectronics engineering)

    5. KMITT (Biological engineering)

    6. Mahidol University (Biomedical equipment, M.Sc)

    7. KMIT-NB (Biomedical Equipment, M.Sc)



    PhD in Biomedical Engineering

    1. Chulalongkorn University (Biomedical Engineering)

    2. KMITT (Biological engineering)

    3. Mahidol University (coming soon)



ความคิดเห็นที่ 139

sand dollar* (Guest)
28 เม.ย. 2551 12:29
  1. ขอบคุณค่ะ



ความคิดเห็นที่ 140

กุ้ง
4 พ.ค. 2551 04:34
  1. เข้ามาวันนี้ ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับ น้องๆทุกท่านที่สอบติดในคณะฯที่น้องๆได้เลือกไว้นะครับ ส่วนน้องๆที่ไม่ได้ก็ขอให้พยายามต่อไป



    "เรียนที่ไหนก็เก่งได้ถ้าคนเรียนตั้งใจเรียน กลับกันถ้าคนเรียนไม่ตั้งใจเรียน ไม่ว่าอาจารย์จะเก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ครับ"



    ขอให้ทุกท่านได้ในสิ่งที่หวังนะครับ




ความคิดเห็นที่ 141

กุ้ง
4 พ.ค. 2551 19:11
  1. BME-MU(2551) Max 7159 Min 6637.7 (2550: 7300-6300)



     




ความคิดเห็นที่ 142

กุ้ง
4 พ.ค. 2551 19:42
  1. คณะวิศวกรรมศาสตร์ จัดสรรทุนสนับสนุนการศึกษาให้แก่นักศึกษา ที่ได้คะแนนสอบสูงสุด ๕ อันดับแรก และมีคะแนนรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๕ ของการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ทุนละ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปีการศึกษาตลอดหลักสูตร แต่ไม่เกิน ๔ ปีการศึกษา (คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ขอรับทุนสนับสนุนการศึกษาตามรายละเอียดในระเบียบมหาวิทยาลัยมหิดลว่าด้วยทุนการศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล) .



    ๑ สาขาวิชาที่เปิดสอน ได้แก่ วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมเคมี วิศวกรรมอุตสาหการ วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมโยธา และวิศวกรรมชีวการแพทย์ .



    ๒ นักศึกษาที่สอบคัดเลือกได้คะแนนสูงสุด ๕ อันดับแรก (โดยนำคะแนนของทุกสาขามาเรียงลำดับ) มีสิทธิ์ขอรับทุนสนับการศึกษาทุนละ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปีการศึกษาตลอดหลักสูตร แต่ไม่เกิน ๔ ปีการศึกษา .



    ๓ นักศึกษาหลักสูตรวิศวกรรมชีวการแพทย์ที่มีคะแนนเฉลี่ยสะสมในชั้นปีที่ ๓ ตั้งแต่ ๓.๒๕ ขึ้นไป สามารถเลือกเข้าศึกษาในโปรแกรมพิสิฐวิธาน โดยโปรแกรมดังกล่าวเป็นโปรแกรมที่เน้นการ ทำวิจัยสำหรับนักศึกษาที่ต้องการศึกษาต่อในระดับบัณฑิตศึกษาทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ ทั้งในและต่างประเทศ



    "ถ้าเป็นตามนี้ BME เก็บทุนหมด"




ความคิดเห็นที่ 143

กุ้ง
5 พ.ค. 2551 19:21
  1. BME-MU(2551)   Max 7159 Min 6637.7 (2550: 7300-6300)



    Rank#6 of all Engineering programs in Thailand



     



    BME-SWU(2551) Max 6676.2 Min 5973.3 (2550: - )



    Rank#19 of all Engineering programs in Thailand



     



    List by Alisa(202.28.180.202)



     



    http://www.vcharkarn.com/vcafe/144026




ความคิดเห็นที่ 144

กุ้ง
9 พ.ค. 2551 04:28
  1. ใครได้ทุน 1ใน5 ผู้ได้คะแนนสูงสุด บอกกันบ้างนะครับ ตามข้อมูล น่าจะกวาดได้หมดทั้ง 5 ทุน ไปสัมภาษณ์ก็ลองไปถามที่คณะดูครับ



    "เรียนที่ไหนก็เก่งได้ถ้าคนเรียนตั้งใจเรียน กลับกันถ้าคนเรียนไม่ตั้งใจเรียน ไม่ว่าอาจารย์จะเก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ครับ"



     



    ปล. ไม่มีใครเขียนเลย เหงา




ความคิดเห็นที่ 145

BME@MU#1 (Guest)
9 พ.ค. 2551 13:40
  1. <P>&nbsp;</P>

    <P>สวัสดีครับ พี่กุ้ง</P>

    <P>ผมเป็น นักศึกษาคนหนึ่ง ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาชีวการแพทย์ นะครับ</P>

    <P>ก่อน อื่น ต้อง ขอ ขอบคุณพี่กุ้ง ก่อน ที่ทำให้ผมได้รู้ว่า "ชีวการแพทย์" คืออะไร</P>

    <P>ตั้งแต่ เมื่อปีที่แล้ว อ่ะครับ เชื่อว่าคงมีหลายคนที่อ่านอยู่ นะครับ</P>

    <P>แต่ ก็น่าเสียดาย สำหรับบางคน ที่ยังไม่รุ้ หรือรู้ก็สายไปแล้วนะครับ ว่ามี วิศวะ สาขานี้ในไทย แล้ว</P>

    <P>ผม เห็น พี่กุ้ง พูดถึงเรื่องทุน คณะวิศวะ มหิดล</P>

    <P>ใน ปีผม 2550 &nbsp;Biomed ไม่น่าจะได้ทั้งหมดอ่ะครับ (อันนี้ ไม่ชัวร์ นะครับ รอคนมายืนยันอีกครั้ง)</P>

    <P>ส่วนตัวผมคิดว่า นักศึกษา ภาควิชาอื่น ก็เก่ง และมีความสามารถ ไม่แพ้ เด็ก Biomed เลยอ่ะครับ</P>

    <P>&nbsp;</P>

    <P>สุดท้ายนี้</P>

    <P>อยาก ขอบคุณ สำหรับ คำเนะนำ ที่ดี ที่พี่กุ้งให้มาเสมอๆ&nbsp; นะครับ </P>

    <P>&nbsp;</P>

    <P>&nbsp;</P>



ความคิดเห็นที่ 146

กุ้ง
13 พ.ค. 2551 03:11
  1. ขอบคุณ สำหรับน้องๆที่เข้ามาอ่าน






    ผมชอบที่น้องBME@MU#1บอกว่า "ส่วนตัวผมคิดว่า นักศึกษา ภาควิชาอื่น ก็เก่ง และมีความสามารถ ไม่แพ้ เด็ก Biomed เลยอ่ะครับ" เพราะรู้สึกว่าไม่แตกแยก มีความชื้นชมในเพื่อนร่วมคณะฯ








    ณ วันที่ตั้งหัวข้อนี้ ผมอยากให้ทุกคนทราบว่าวิศวกรรมชีวการแพทย์ ก็สามารถหาเรียนที่เมืองไทยได้ เพราะจากที่เห็นมา เรามีคนไทยเก่งๆไปเรียนหรือทำงานวิจัยในต่างประเทศ และในที่สุดเราก็ได้ภูมิใจที่เห็นคนไทยเป็นผู้ออกแบบอะไรหลายๆอย่างแต่สุดท้าย มันกลับมาขายให้คนไทยเองแพงมาก หรือบางที่เราก็เสียสิทธิบัตรของพืชไทยหลายชนิด(การสกัดเคมีทำยา) ให้กับต่างประเทศไป เพราะคนไทยเอาออกไปเพื่อเป็นหัวข้อวิจัยปริญญาโท เอก บางครั้งเราได้ ดร. กลับมาหนึ่งคนเราก็เสียสิทธิบัตรพืชไปหนึ่งชนิด






    ผมจึงอยากให้คนไทยเรียนในไทยมากขึ้น ในสาขาที่มีประโยชน์กับคนไทย เช่น วิศวกรรมชีวการแพทย์ วิศวกรรมนาโน วิศวกรรมการบิน วิศวกรรมพื้นฐาน และวิทยาศาสตร์พื้นฐาน






    ที่ผมต้องออกมาเรียนต่างประเทศเพราะ ตอนนั้นไม่มีป.เอก BMEในไทย แต่โดยส่วนตัว ผมขอบอกว่าอาจารย์ในประเทศไทย เก่งไม่แพ้ต่างประเทศครับ�และผมก็จะพยายามให้มีหลักสูตร ป.เอก ในประเทศไทยมากขึ้นครับ เพราะทุกสิทธิบัตร หรืองานวิจัยที่ทำได้ ก็จะได้ประโยชน์กับคนไทยมาก






    ปล. ดีใจที่หลายมหาวิทยาลัยในไทย สนใจพัฒนาหลักสูตรทาง BME มากขึ้นกว่าแต่ก่อน




ความคิดเห็นที่ 147

0oBME_MUo0
17 พ.ค. 2551 22:56
  1. สวัสดีครับ พี่กุ้ง พี่ออม และเพื่อนๆทุกคนที่เข้ามาชมกระทู้นี้นะครับ



    ผมรู้สึกดีใจมากครับที่ได้เข้าเรียนในคณะนี้สมความตั้งใจ(เลือกเป็นอันดับ 1) หลังจากที่ผิดหวังกับการเป็นแพทย์ คะแนนผมเกือบหลุดแน่ะครับ ถือว่าผมโชคดีมากๆ



    นี่เป็นครั้งแรกอ่ะครับที่ได้เข้ามาอ่านข้อมูลของวิศวชีวการแพทย์ ทำให้มีความรู้มากขึ้น ทั้งเรื่องของงานวิจัย และการเรียน หลายๆหลักสูตรท้าทายต่อความสามารถมากๆเลยครับ เรียนครบทุกศาสตร์ของสายวิทย์เลยก็ว่าได้



    แต่..



    ผมไม่มั่นใจอ่ะครับ เพราะว่าการเรียนหลายๆพื้นฐานวิชาแล้ว กลัวว่าความรู้มันจะตีกันนะครับ ซึ่งผมยังไม่รู้ว่าจะเตรียมตัวรับมืออย่างไรดี อยากให้พี่กุ้งช่วยแนะนำให้หน่อยอ่ะครับ



    ตอนสัมภาษณ์อาจารย์บอกผมว่า อยู่ที่ความสนใจที่ผมเลือกที่จะทำ ว่าอยากจะศึกษาในแขนงไหน มันหลากหลายมากครับ เพราะผมสมใจและอยากศึกษาเครื่องมือที่สามารถช่วยผู้ป่วยที่มีมาก



    ตอนนี้ผมถนัดฟิสิก(ยกเว้นไฟฟ้ากระแส+สลับ) ชีวะพื้นฐาน เคมีพวก(ไฟฟ้าเคมี สมดุล กรดเบส)



    การเรียนในระดับปริญญาตรี ผมว่าคงต่างจากการเรียนในระดับม.ปลายมาก จะติดตามจ้อมูลความรู้จากที่นี่เรื่อยครับ ได้รับความรู้มาก




ความคิดเห็นที่ 148

กุ้ง
18 พ.ค. 2551 04:30
  1. สวัสดีครับ นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งทุกท่าน




    ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่สมหวังและท่านที่อาจจะไม่สมหวังนิดหน่อย:)




    เรื่องการเรียนระดับปริญญาตรี BME อาจจะดูกว้างในมุมมองเรื่องเนื้อหา เพราะนักศึกษาควรจะรู้ทุกอย่างที่จะต้องใช้ในการทำงานด้านนี้ แต่คงไม่ใช่ลงลึกในทุกด้าน อาจจะมีการลงลึกบางในชั้นปีที่สูงขึ้น




    ปีที่1 เป็นการเรียนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และพื้นฐานทางวิศวกรรมทั่วไป เพื่อเป็นการปรับตัว




    ปีที่2-3 เป็นการเรียนเนื้อหาหลักของทางหลักสูตร ซึ่งยังไม่แยกสาขาย่อย เป็นเวลาที่จะต้องมองว่า เราชอบเรียนในวิชาใด เพื่อเป็นส่วนในการเลือกวิชาในปีที่ 4 ซึ่งจะเป็นช่วงที่เรามีสิทธิเลือกวิชาเรียนได้




    ฝึกงาน ก็เป็นช่วงค้นหาตัวเองช่วงหนึ่ง ว่าเราชอบหรือคิดอยากทำอะไร เพราะตอนปี 4 นักศึกษาต้องมีโครงงาน (Project) ถ้าเริ่มหาข้อมูลตั้งแต่ฝึกงานก็จะทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น




    ปีที่ 4 "เรียน กับ ทำโครงงาน" ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นเพราะแค่นี้ก็หนักแล้ว




    ปล. เรื่องงานหลังเรียนจบ หรือ เรื่องเรียนต่อ กรุณาคิดหลังจากแน่ใจว่าจะจบ เพราะมีเพื่อนผมได้งานแต่เรียนไม่จบ เพราะมัวแต่หางาน





แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น