วิชาการดอทคอม ptt logo

พิษของยาพาราเซตามอล (paracetamol)

โพสต์เมื่อ: 00:30 วันที่ 23 ต.ค. 2549         ชมแล้ว: 120,126 ตอบแล้ว: 57
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
พิษของพารา...ใครว่าธรรมดา
ภญ.อัมพร จันทรอาภรณ์กุล

พาราเซตามอล (paracetamol) หรือ อะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) เป็นยาบรรเทาอาการปวด (analgesics) ไม่มีผลข้างเคียงเรื่องการระคายเคืองผนังกระเพาะอาหาร และการแข็งตัวของเลือดเหมือนยากลุ่มเอ็นเซด (non-steroidal anti-inflammatory; NSAIDs) เช่น ยาแอสไพริน ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หากใช้ในขนาดการรักษาปกติ ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่ค่อยรู้พิษสงของยานี้เท่าไหร่ นอกจากนี้ยังสามารถหาซื้อได้ง่ายโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ เป็นเหตุให้ปริมาณการใช้ยาตัวนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พาราเซตามอลกลายเป็นยาประจำบ้านที่ขายดิบขายดี เป็นอะไรก็กินแต่พาราเซตามอล ปวดศีรษะ ไข้หวัด ก็พาราเซตามอล ปวดหลัง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ก็พาราเซตามอล ยิ่งกว่านั้นบางรายปวดท้อง เวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ก็กินพาราเซตามอล ซึ่งพาราเซตามอลก็คงไม่ได้ช่วยอะไร ทำได้แค่ให้สบายใจขึ้นเพราะได้กินยาแล้ว บ้างก็มัวแต่ผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่ยอมไปหาหมอรักษากัน พลอยทำให้โรคที่เป็นลุกลามมากขึ้น ต้องเสียเงินรักษามากขึ้นโดยใช่เหตุ
ในหลายประเทศได้แก่ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ได้มีการสำรวจวิจัยพบว่ามีการใช้ ยาพาราเซตาอลเกินขนาดมากขึ้นทุกปี และมีผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากการเกิดพิษของพาราเซตามอลจำนวนมากจนน่าตกใจจนต้องออกมารณรงค์ให้ใช้ยาพาราเซตามอลเฉพาะเมื่อมีความจำเป็น และเผยแพร่ความรู้เรื่องพิษของยาให้ประชาชนตระหนักมากยิ่งขึ้นผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ วิทยุ ใบปลิว เอกสารกำกับยา หรืออินเตอร์เน็ต
อันตรายจากการใช้ยาพาราเซตามอลที่พบได้มากที่สุด คือ พิษต่อตับ ทำให้ตับวาย รองมาเป็นเรื่องของการเกิดปฏิกิริยากับยาอื่น หรือตีกับยาอื่นนั้นเอง ซึ่งเกิดขึ้นจากความตั้งใจและไม่ตั้งใจ
• ที่เกิดจากความตั้งใจ ทุกคนคงทราบกันดี นั่นคือ การกินพาราเซตามอลประชดชีวิต การฆ่าตัวตาย ซึ่งบางรายก็แค่ต้องการประท้วง เรียกร้องความสนใจ นึกว่าพิษของพาราเซตามอลเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้นเพราะพาราเซตามอลจะทำให้ตับเสียการทำงานหรือตับวายได้ ซึ่งหากได้รับยาต้านพิษไม่ทันเวลาก็จะทำให้เสียชิวิตได้
• ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ เนื่องจากพาราเซตามอลที่ผลิตออกจำหน่ายในปัจจุบันนั้นมีหลายรูปแบบ หลายความแรง หลายยี่ห้อซึ่งเป็นการยากที่ประชาชนทั่วไปจะทราบ ได้แก่ รูปของยาเม็ด ยาน้ำเชื่อม และการนำพาราเซตามอลไปผสมกับยาอื่นๆ ได้แก่ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้หวัด ยาแก้ปวด เป็นต้น ทำให้เกิดการกินยาซ้ำซ้อนโดยไม่รู้ตัว หากเป็นระยะเวลาไม่นานแค่ 2 ถึง 3 วันก็ยังพอไหว หากระยะเวลานานเป็นเดือนการเกิดพิษต่อตับคงเกิดอย่างแน่นอน ดังนั้นทางที่ดี ก่อนกินยาอะไรควรอ่านฉลากยาให้ละเอียดเสียก่อน และหากไม่แน่ใจว่าเป็นยาอะไร เป็นยาสูตรผสมหรือไม่ ก็ควรปรึกษาเภสัชกร หรือแพทย์ก่อนทุกครั้ง
เรื่องที่น่าคิดอีกเรื่อง คือ การกินพาราเซตามอลร่วมกับเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า ไวน์ รัม ยีน หรือ เบียร์ เพราะตัวแอลกอฮอล์เองเป็นที่ทราบกันดีว่าหากได้รับในปริมาณมาก หรือต่อเนื่องกันนานๆ ก็ทำให้เกิดภาวะตับแข็ง ตับวายได้ หากกินร่วมกับพาราเซตามอลก็จะเท่ากับเป็นการเหยียบคันเร่งให้ตับพังได้เร็วยิ่งขึ้น คณะกรรมการอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกกฎหมายให้มีการพิมพ์คำเตือนบนฉลากยาพาราเซตามอลว่า “ห้ามรับประทานร่วมกับเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์”เนื่องจากเกิดคดีพิพากษาเกี่ยวกับการกินยาพาราเซตามอลร่วมกับไวน์เป็นประจำของชาวเวอร์จิเนียรายหนึ่งจนทำให้ตับวาย จนต้องมีการปลูกถ่ายตับใหม่ บริษัทผู้ผลิตยาแพ้คดีต้องจ่ายเงินชดใช้ถึง 8 ล้านดอลลาร์
เรื่องสุดท้ายที่อยากจะเตือนคุณผู้อ่านก็คือ เรื่องของยาตีกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริง แต่เดิมไม่เคยมีใครคิดถึงเรื่องนี้เลย คิดว่าพาราเซตามอลเป็นยาสามัญประจำบ้าน ไม่มีพิษสงอะไร ไม่ตีกับยาอื่น แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้วเนื่องจากระยะหลังนักวิจัยได้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เพราะคนใช้ยาพาราเซตามอลมากขึ้น ยังกับพาราเซตามอลเป็นขนมอย่างนั้นแหละ ตัวอย่างหนึ่งที่ดิฉันพบเองก็คือ พาราเซตามอลตีกับยาต้านการแข็งตัวของเลือดตัวหนึ่งในผู้ที่เป็นเลือดข้น กล่าวคือพาราเซตามอลทำให้เลือดแข็งตัวช้าลงได้หากได้รับในปริมาณมาก อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ซึ่งเท่ากับไปเสริมฤทธิ์ของยาต้านการแข็งตัวของเลือดจนทำให้ผู้นั้นเกิดเลือดออกผิดปกติขึ้น
ทางที่ดีคุณควรใช้ยาพาราเซตามอลเท่าที่จำเป็นในขนาดการรักษาปกติ คือ ยาพาราเซตามอล 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (เช่น น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ก็กินแค่ยาเม็ดขนาด 500 มิลลิกรัม 1 เม็ด ก็เพียงพอ) และหากไม่มีอาการแล้วก็ควรหยุดกินยาทันที หรือหากใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลาประมาณ 3-4 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้นก็ควรไปพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยเพิ่มเติมจะดีกว่าเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

จากหนังสือ Health today ฉบับเดือนสิงหาคม 2549


บุปผาหยกไร้ใจ
ร่วมแบ่งปัน99 ครั้ง - ดาว 178 ดวง





จำนวน 49 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 23 ต.ค. 2549 (07:55)
รู้สึกว่าถ้ากินเกินปริมาณที่กำหนดนี่จะเป็นพิษต่อตับใช่ไหมครับ
Chitaro
ร่วมแบ่งปัน93 ครั้ง - ดาว 154 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 6 พ.ย. 2549 (01:10)
Paracetamol หรือ Tylenol หรือ Acetaminophen (สองชื่อแรกเป็นชื่อยี่ห้อ - tradename ในอังกฤษ/ยุโรป กับในอเมริกา ส่วนชื่อหลังเป็นชื่อสารเคมี - generic name) มีข้อเสียมากถ้าใช้เกินกำหนดหรือใช้เป็นประจำ รวมทั้ง

เป็นอันตรายต่อตับ (hepatotoxicity, hepatic necrosis) ทำให้เกิดดีซ่าน (cholestatic jaundice) เป็นอันตรายต่อไต (acute tubular necrosis, chronic nephropathy), โรคเลือด (hemolytic anemia, pancytopenia, thrombocytopenia, leukopenia)



ผู้ที่เป็นโรคตับ โรคไต ดื่มสุรามาก ต้องระวังไม่ใช้ยานี้
ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5945 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 9 ธ.ค. 2549 (05:20)
พาราเซตามอล (paracetamol) หรือ อะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) ทั้งสองชื่อเป็นชื่อสามัญ (generic name) ส่วนชื่อทางการค้า (trade name) มีมากมายในประเทศไทย เช่น มายพารา ซาร่า ไทลีนอล พาราแคบ เป็นต้น
weerapong_rx
ร่วมแบ่งปัน20 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 16 ธ.ค. 2549 (18:44)
ขนาดสูงสุดที่ของพารา คือไม่เกินวันละ 4 กรัม หรือก็คือ 8 เม็ด นั่นเอง
cellulose (IP:202.57.183.157)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 20 ธ.ค. 2549 (19:01)
ขอบคุณมากเลย

เราเองก็เคนกินยาพาราเพื่อเรียกร้องความสนใจ

ตอนนี้เวลาไปหาหมอ หมอบอกเลยว่าตับไม่ดี

แย่ๆมากๆ
illicit (IP:58.9.44.205)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 2 ม.ค. 2550 (00:16)
ขนาดยาสำหรับเด็ก 10-15มิลลิกรัม/กิโลกรัม/ครั้ง ทุก 6-8 ชั่วโมง จึงจะปลอดภัยนะครับ
pharmacy35
ร่วมแบ่งปัน26 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 18 พ.ค. 2550 (02:12)
มีความรู้มากๆเลยค่ะ..เพราะปี2 ก็คงได้เรียนเกี่ยวกับพิษของยาพารา (แอบเห็นแว๊บๆ)อยู่ใน

Biopharm อิอิ
mod_rakayutaya@hotmail.com (IP:203.113.81.68)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 5 ส.ค. 2550 (14:41)
สรุปว่าพาราเซตามอล เป็นชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของ อะเซตามิโนเฟน
pink (IP:61.7.231.50)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 6 ส.ค. 2550 (19:22)
พิษที่สามารถทำลายเซลล์ตับได้

น่ากลัวจริงๆ
น่ากลัวการทำลายตับ (IP:125.24.252.236)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 11 ส.ค. 2550 (17:30)
แล้วควรกินไม่เกินเท่าไรเอ่ย กินประมาณ 4-6 เม็ดต่อวัน มาเกือบอาทิตย์แล้ว
katibkk (IP:203.146.63.182)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 16 ก.ย. 2550 (22:51)
เวลาเป็นไข้ เจ็บคอ (คอแดง คออักเสบ) ควรจะกินยาเม็ดฟ้าทะลายโจรดีกว่า กินพาราเซทมอล เพราะฟ้าทะลายโจร มีสรรพคุณ ลดไข้ [tex]บำรุงตับ [/tex]ลดความดันโลหิต ต้านอักเสบที่คอ แก้ท้องเสีย อย่างไรก็ตาม ฟ้าทะลายโจร มีรสเย็น (เป็นยาเย็น) ถ้าเป็นหวัดในฤดูฝน ควรจะดื่มน้ำขิงอุ่นๆ (บีบน้ำมะนาวเล็กน้อย-อร่อย) ร่วมด้วย (แต่ห่างกันมากกว่า 1 ช.ม.) จะช่วยให้เกิดความสมดุลในร่างกาย สำหรับผู้ที่ใช้ยาฟ้าทะลายโจรแล้วไม่ค่อยได้ผล ขอแนะนำว่าเวลาซื้อยา ควรเลือกวันที่ผลิตยาไม่เกิน 6 เดือน และควรกินยามากกว่าฉลากข้างกล่อง (ถ้ายาเม็ดนั้นมิได้เป็นยาสกัด) ข้าพเจ้าเคยใช้ถึง 8-10 เม็ดต่อมื้อ วันละ 3 เวลาก่อนอาหาร ปริมาณใบฟ้าทะลายโจรที่มีใน 1 เม็ดนั้นไม่กี่ใบ (มีแป้งราวกึ่งหนึ่ง) การกินยาประเภทนี้เหมือนกินผักขมมากกว่า "ยา" ที่สังเคราะห์แผนปัจจุบัน



อาการปวดที่เกิดขึ้นในร่างกายมีที่มาและสาเหตุ บางครั้งการด่วนกินยาแก้ปวดก็ทำให้แพทย์หาต้นตอของโรคได้ยากขึ้น และการบรรเทาปวดนั้นก็แก้เพียงปลายเหตุ มิให้มีทุกขเวทนามากเกินไป อย่าเห็นว่าพาราเซทมอล เป็นยาสามัญประจำบ้านที่ใครๆ ก็กินได้เสมอไป
ya_ma@yahoo.com (IP:58.8.4.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 4 ธ.ค. 2550 (23:55)
Paracetamol ออกฤทธิ์ยับยั้ง cox ในสมอง เมื่อเข้าร่างกายจะถูกเปลี่ยนรูปที่ตับ โดยปฏิกิริยา glucuronidation (60%) sulfation (30%) ขับทางปัสสาวะ มีการmetabolized โดย CYP (4%) ได้เป็น NAPQI ซึ่งมีพิษต่อตับและไต โดยปกติอ่ะ NAPQI ถูก detoxified โดยconjugation กับ reduced glutathione และขับทางปัสสาวะ

อาการพิษมี 4 ระยะนะคะ

ระยะ 1 หลังรับยาประมาณ 24 ชั่วโมง ไม่มีอาการเลยก้อได้นะ อาจจะคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร แต่ยังไม่มีอาการตาเหลืองตัวเหลืองนะคะ

ระยะ 2 ปวดชายโครงด้านขวาเน้อ หลังรับยา 24-72 ชั่วโมงนะ มีbilirubin,hepatic enzyme,prothrombin time ที่สูงมากกว่าปกตินะคะ ตอนนี้ก้อเริ่มมี hepatic necrosis จาก toxic metabolite จ๊ะ

ระยะ 3 รับยาประมาณ 72 - 96 ชั่วโมงเน้อ เป็นระยะที่มีการทำลายตัยมากขึ้นเรื่อยๆเลยนะคะ อาจเกิด hepatic encephalopathy เลือดออกผิดปกติ น้ำตาลในเลือดต่ำ จากการทำงานของตับที่ลดลงนะ จนอาจเสียชีวิตได้เลยนะ

ระยะ 4 หลังรับยา4 วัน ถึง 2 อาทิตย์ หากในระยะ3อ่ะผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้นะ การทำงานของตับก็จะดีขึ้นเรื่อยๆจนมาปกติใน 4 วัน-2สัปดาห์ ทั้งนี้ก้อยังขึ้นกะความรุนแรงของตับอักเสบด้วยนะคะ

####ปกติจะเกิดอาการพิษเมื่อได้รับยาเกินขนาด 150 mg/kg (ประมาณ 15 -20 เม็ด)###

วิธีดูแลรักษาผู้ป่วยที่ได้รรับผิด

@ Basic life support ผู้ป่วยกลุ่มนี้ในระยะเเรกมักมีความรู้สึกตัวปกติ หากมีอาการคลื่นไส้มากนะคะ ก็ควรที่จะให้สารน้ำเข้าไปทดแทนนจ๊ะ

@ Early managament

* prevent absorption ป้องกันการดูดซึม ทำการล้างท้อง ซึ่งจะมีประโยชน์ใน 1-2 ชั่วโมงแรก หลังจากได้รับยาเกินขนาด หรือ ให้ผงถ่านกมมันต์ ช่วยในการดูดซับสารพิษ โดยให้ขนาด 1 g/kg ไม่จำเป็นต้องให้ผงถ่านซ้ำอีก

* เร่งการขับถ่ายยาออก การทำ hemodialysis หรือ hemoperfusion ไม่มีประโยชน์มากนัก

*ยาต้านสารพิษ(antidote) : N -acetylcysteine (NAC) มีทั้งรูปกินและฉีดนะคะ แต่ในรูปฉีดอ่ะคะ มีผลข้างเคียงสำคัญนะคะ คือ anaphylactoid reaction ส่วนยารูปแบบกินนะ ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งจะส่งผลให้ได้รับปริมาณยาได้ไม่เพียงพอนะจ๊ะ
kikudey@hotmail.com [ Rx'19 su ] (IP:202.44.135.35)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 5 ม.ค. 2551 (09:46)
ยาเป็นสิ่งหนึ่งที่มนุษย์ต้องการมาก เนื่องจากให้หายโรคจากตัวเรา
dee007
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 130 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 9 ม.ค. 2551 (13:23)
ถ้ากินยาพาราเซตามอล 500 mg 30 เม็ด จะปรากฎอาการอย่างไรบ้างค่ะ ภายหลังจากการกินยา 3 ชม. ไปแล้วค่ะ
ampire_nu@hotmail.com (IP:61.19.21.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 19 มี.ค. 2551 (19:50)
Nice site!
Nikolet (IP:91.74.160.18)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 15 พ.ค. 2551 (08:01)
ข้อมูลดีหรอ? ดียังไง ไม่มีแหล่งข้อมูลที่ชัดเจน คุณเป็นหมอหรือป่าวอ้างอิงอย่างนี้ ระวังจะโดนคนเขาฟ้องหมิ่นประมาทซะหรอก ถ้ายาพารามันเป็นอย่างที่คุณพูดจนเป็นตุเป็นตะจริง ไม่ลงข่าวหน้าหนึ่งไปแล้วหรอ แล้วทางการโลก อเมริกา ก็ยังยอมรับยาพารา ว่าเป็นยาแก้ปวด นี่คุณกำลังใส่ร้ายยาพาราเกินจริง โอเคไม่มีสิ่งไหนที่กินมากไปแล้วมีผลเสีย พาราก็ด้วย แต่แค่กินวันละ 2 เม็ดน่ะ ทุกคนทั่วโลกเขาก็ทำกัน แล้วคุณปลุกข่าวแบบนี้ มันทำให้ประชาชนเสียขวัญ ยิ่งรากหญ้า หรือคนระดับกลาง ที่เวลาปวดหัวเป็นไข้ก็กินพารากันทั้งนั้น มันเหมือนกับคุณกำลังไปห้ามไม่ให้ชาวนาในรถไถนานั่นแหละ คุณกำลังทำบาปอยู่ รู้ตัวใช่มั้ย ไม่ได้บอกว่าไม่ยอมรับฟังข่าวสาร แต่คุณควรรอให้มันมีมูลฐานที่ชัดเจนกว่านี้ จะดีกว่ามาพูดปาวๆ แบบไร้ข้อมูลที่น่าเชื้อถือ
เพรดี้ (IP:124.121.60.113)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 15 พ.ค. 2551 (08:03)
ภญ.อัมพร จันทรอาภรณ์กุล<BR>ไม่ได้หมิ่น แต่ภญ. นี่อะไร แพทย์หญิง? ไม่ใช่ พญ.รึ
เพรดี้ (IP:124.121.62.240)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 20 พ.ค. 2551 (00:32)

ภญ คือเภสัชกรจ้า


น้ำต้น
ร่วมแบ่งปัน11 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 8 ก.ค. 2551 (10:50)
กินยาพาราฯกับนม หรือน้ำส้มได้รีเปล่าคะ?
jujup001@hotmail.com (IP:125.24.45.57)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 7 ส.ค. 2551 (21:03)
ความรู้สำหรับ

ความเห็นที่20

1.ภญ.คือเภสัชกรหญิง

2.ร่างกายสามารถขับสารพิษที่เป็นโทษได้แต่ถ้าหากมากเกินไปจนร่างกายจะไม่สามารถขับออกได้จะทำให้เกิดอาการเป็นพิษต่างๆตามที่ทุกท่านได้ให้ความรู้กันในกระทู้ต้นๆแล้ว

ไม่ได้อ่านหรือคะว่าปริมาณที่เป็นพิษมันเท่าไหร่เว็บไซต์อื่นก็มีบอกนะคะ เค้าเตือนมาจะฟังแล้วเอามาประมวลผลด้วยสมองแล้วจะปฏิบัติตามหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ

จะกินกันวันละ20เม็ดก็เชิญเถอะค่ะแล้วแต่ถ้ามันมีประโยชน์ขนาดนั้นไม่บอกคงคิดว่าที่บ้านทำยาพาราเซ็ตตามอลขายแต่คิดไปคิดมาคงไม่ใช่เพราะว่าขนาดคำว่า

ภญ.ยังไม่รู้จักความรู้คงไม่กว้างขนาดนั้น



ดิฉันหาความรู้เรื่องยาที่เป็นพิษต่อตับที่หาซื้อได้ง่ายๆเอาไว้ใช้ฆ่าตัวตายค่ะแบบตายทันทีไม่เอาค่ะเอาไม่ชอบอยากได้แบบผ่อนส่งตายแบบช้าๆให้มันทรมานที่สุดค่ะ

ขอบคุณนะคะความเห็นที่20คุณเป็นคนแรกเลยที่สนับสนุนให้ดิฉันทำบาปต่อตัวเองได้

ขอบคุณค่ะ
moonlight (IP:202.91.19.205)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 6 พ.ย. 2551 (18:14)

ขอบคุณสำหรับทุกข้อมูลนะค่ะ


เป็นประโยชน์ต่อหนูมากๆเลย


preyaporn10@gmail.com (IP:61.90.230.140)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 7 ม.ค. 2552 (13:11)

ปวดหัวกินไป 8 เม็ดเป็นอะไรมากหรือเปล่าอ่าคะ


อ่ะนะ (IP:117.47.220.198)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 7 ม.ค. 2552 (21:05)

ขอบคุณมากครับความรู้เพื่อสุขภาพทั้งนั้น


noppolcham
ร่วมแบ่งปัน16 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 25 ม.ค. 2552 (12:04)

ฉันเคยกินยาฆ่าตัวตายฉันตั้งใจแค่ประชด  พอฉันทนอาการมึนหัวและเหมือนจะหลับไม่ได้ ฉันจึงไปหาหาหมอ(หลังจากที่กินยาไปประมาน 5 ชั่วโมง)
หมอบอกว่าล้างท้องก็คงไม่ช่วยอะไร คงต้องใช้ยา เข้าไปแทนที่ฉันก็กินยาเข้าไปสักพักฉันก็อาเจียน มันทรมานมากเลย มันพะอืดพะอม ฉันอาเจียนออกมามีน้ำสีเหลืองแล้วก็มีเลือดปน ฉันเหนื่อยมาก และทรมานมาก
อย่ากินเลยทรมาน


tttt (IP:58.8.197.27)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 31 ม.ค. 2552 (08:26)

แล้วถ้าเราเอายาพาราเซตามอลมาบดให้เป็นผงเอาไปละลายน้ำใส่แจกันแล้วเอาดอกกุหลาบมาใส่ไว้ แต่ทำไมดอกกุหลาบถึงเหี่ยวเร็วกว่า ใส่ในน้ำธรรมดา ในยาพาราเซตามอลมียาอะไรที่ทำให้ดอกไม้เหี่ยวได้เร็วขนาดนี้ล่ะ ใครรู้ช่วยบอกที


น้ำ (IP:117.47.63.232)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 26 เม.ย. 2552 (10:36)

สงสัยเรื่องการใช้ ฟ้าทะลายโจร ทำให้เป็นโรคไตวานได้หรือไม่
มีคนรู้จัก อายุ 61 ปีกินฟ้าทะลายโจรเป็นประจำ (มีโรคประจำตัว เป็นเบาหวาน ความดัน อัมพฤกษ์ด้วย) ต่อมา  หมอบอกว่าเป็นไควายจากการกำฟ้าทะลายโจร
อยากให้ให้ความรู้ด้วยว่าฟ้าทะลายโจร ควรกินกี่เม็ด  กินนานเท่าไหร่จึงจะไม่ทำให้เป็นไตวาย


111@hotmail.com (IP:125.24.148.247)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 16 ก.ค. 2552 (14:09)
ภาวะพิษจากการกินพาราเซตามอลเกินขนาด (Paracetamol poisoning)
Paracetamol หรือ acetaminophen เป็นยาแก้ปวดที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ปัจจุบันเป็นยาแก้ปวดที่ใช้กันบ่อยมากเป็นอันดับหนึ่ง บ่อยกว่า aspirin เนื่องจากเป็นยาที่ซื้อหา ได้ง่าย จึงเป็นสาเหตุสำคัญในผู้ป่วยที่ตั้งใจรับประทานยาเกินขนาด นอกจากนี้แพทย์โดยทั่วไปอาจจะยังให้การรักษาภาวะเกินขนาดจากยานี้ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือไม่ ทราบว่ามียาต้านพิษ หรือให้ยาต้านพิษช้าเกินไป ถ้าแพทย์สามารถให้ยาต้านพิษภายใน 10 ชั่วโมงจะสามารถป้องกันการทำลายตับได้ แต่ถ้าไม่ให้ยาต้านพิษ หรือให้ช้ากว่า 24 ชั่วโมง ผู้ป่วยอาจมีอาการตับอักเสบจนถึงตับวายและเสียชีวิตได้
พิษจลนศาสตร์และกลไกการเกิดพิษ
โดยทั่วไป paracetamol จะถูกดูดซึมได้ค่อนข้างเร็ว แต่ในภาวะเป็นพิษการดูดซึมจะช้า อาจจะนานกว่า 4 ชั่วโมง โดยเฉพาะถ้ารับประทานยาอื่นร่วมด้วย การกำจัดยา paracetamol มากกว่า 98% จะเป็นที่ตับโดยการ conjugate กับ glucuronide และ sulfate เป็นสาร nontoxic แล้วถูกขจัดออกจากร่างกาย อย่างไรก็ดีประมาณ 5% จะถูก metabolize โดย P-450 mixed function oxidase เป็น metabolites ที่เป็นพิษ แต่ร่างกายมีการกำจัดสารพิษนี้โดยมี glutathione (GSH) ซึ่งปกติมีอยู่ในร่างกายจะคอยทำหน้าที่ เป็น reducing agent ป้องกันสารพิษจับ paracetamol ที่เป็นพิษและขับออกทางปัสสาวะ
ในภาวะที่ได้รับยา paracetamol เกินขนาด ยาที่เข้าสู่ร่างกายจะมาก แม้ว่าส่วนหนึ่งจะถูก conjugate ไป ส่วนที่เหลือจะยังถูกเปลี่ยนเป็น toxic metabolites เป็นจำนวน มาก ส่วนนี้แม้จะมี GSH คอยทำลาย แต่ก็ยังเกินปริมาณของ GSH ที่มีอยู่ ผลคือจะมี toxic metabolites จำนวนมากที่ทำลายตับและไต จากการศึกษาพบว่าร่างกายคนเรามี GSH สามารถที่จะทำลายปริมาณ paracetamol ที่รับประทานเข้าไปไม่เกิน 7.5 g ในคนปกติ half-life ของ paracetamol ประมาณ 4 ชั่วโมง แต่ในภาวะยาเกินขนาด half-life อาจยาวไปเป็น 12 ชั่วโมงได้

อาการทางคลินิก
ภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังผู้ป่วยได้รับยาเกินขนาด อาจจะมีอาการระบบทางเดินอาหารเช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร หลังจากนั้นประมาณ 24-48 ชั่วโมง ผู้ป่วยมีความ รู้สึกคล้ายจะดีขึ้น ไม่ค่อยมีอาการอะไร หลังจาก 24 ชั่วโมง ผู้ป่วยจะมีอาการทางตับ คือ อาเจียน ปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา (right upper quardrant) อ่อนเพลีย มีอาการตัว เหลือง ตาเหลือง ระยะนี้ hepatic enzymes อาจจะสูงได้เป็นพัน เป็นแบบมีการทำลายเซลล์ตับ (hepatocellular damage) อาการคล้ายตับอักเสบจากไวรัสเฉียบพลัน ในรายที่เป็น มากจะมีอาการซึม และมีอาการ coma หรือ hepatic encephalopathy นอกจากนี้ยังมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น ตับอ่อนอักเสบ (pancreatitis), กล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลาย (myocardial damage) โดยที่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ (ST elevation, arrhythmias) ในผู้ป่วยที่มีตับอักเสบรุนแรงอาจจะมีเส้นเลือดขอดที่หลอดอาหาร (esophageal varices) และความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด (clotting) และ เกล็ดเลือดต่ำ (thrombocytopenia) ร่วมด้วย นอกจากนี้บางรายจะมีอาการของ acute tubular necrosis ซึ่งพบ ประมาณ 10% ในผู้ป่วยที่ได้รับ paracetamol เกินขนาด ในกลุ่มผู้ป่วยที่ใช้ paracetamol เป็นประจำเป็นเวลานานๆ อาจจะมี renal papillary necrosis ร่วมด้วย นอกจากนี้ยัง อาจพบความผิดปกติทาง metabolism เช่น ฟอตเฟตในเลือดต่ำ (hypophosphatemia), metabolic acidosis

การวินิจฉัย
นอกจากประวัติและการตรวจร่างกายแล้ว จำเป็นต้องเจาะเลือดหาระดับยา paracetamol ในเลือดเพื่อยืนยันการวินิจฉัยและการรักษา มีผู้ป่วยหลายรายที่ไม่มีประวัติใช้ยา และเข้ามาด้วยอาการตับวาย ไตวาย ผลตรวจเลือดพบว่าระดับยา paracetamol ในเลือดสูง
ภาวะพาราเซตามอลเกินขนาด แบ่งได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่

กรณีที่ผู้ป่วยรับประทานยาพาราเซตามอลเกินขนาดเฉียบพลัน หมายถึง กรณีที่ผู้ป่วยรับประทานยาพาราเซตามอลจำนวน 7.5 กรมในผู้ใหญ่หรือมากกว่าภายในช่วงเวลา 4 ชั่วโมง
กรณีที่ผู้ป่วยรับประทานยาพาราเซตามอลเกินขนาดแบบค่อยเป็นค่อยไป หมายถึง การที่ผู้ป่วยรับประทานยาพาราเซตามอลมากกว่า 7.5 กรัมต่อวันในบุคคลที่มีสุขภาพ ปกติ หรือมากกว่า 4 กรัมต่อวันในผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดพิษจากพาราเซตามอลมากกว่าคนปกติ ได้แก่ ผู้เสพแอลกอฮอล์เรื้อรัง ผู้ที่ใช้ยาที่กระตุ้นการทำงานของ เอนไซม์ที่ใช้กำจัดพาราเซตามอล (cytochrome inducers) เช่น ยากันชัก และ ยาต้านวัณโรคอย่าง isoniazid เป็นประจำ ผู้ที่มีภาวะขาดอาหาร ผู้ป่วยโรคติดเชื้อ HIV

หากเป็นไปได้ควรทำการวินิจฉัยภาวะพาราเซตามอลเกินขนาดเฉียบพลันด้วยการตรวจระดับยาพาราเซตามอลในพลาสมาโดยแปลผลด้วย Matthew-Rumack Normogram หากระดับยาสูงกว่าเส้นที่มีระดับเท่ากับ 150 ไมโครกรัม/มล. ที่เวลา 4 ช.ม.หลังการรับประทานยา จัดว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดตับอักเสบรุนแรงและควรได้รับการ รักษาด้วย N-acetylcysteine แต่หากระยะเวลที่รับประทานยากำกวมมีโอกาสผิดพลาดได้มากกว่า 24 ช.ม. จะไม่สามารถใช้ Normogram ได้ ควรประเมินผู้ป่วยโดยใช้การเจาะ เลือดตรวจวัดระดับพาราเซตามอลในซีรัมและระดับเอนไซม์ตับ (AST) หากพบระดับพาราเซตามอล > 10 ไมโครกรัม/มล. หรือระดับ AST สูงกว่าปกติ ผู้ป่วยควรได้รับการรักษา ด้วย N-acetylcysteine หากตรวจไม่พบระดับพาราเซตามอล (< 10 ไมโครกรัม/มล.) หรือระดับ AST ปกติ ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วย N-acetylcysteine
ในกรณีที่รับประทานยาพาราเซตามอลเกินขนาดแบบเฉียบพลันมานานเกิน 24 ช.ม. แล้ว ควรตรวจระดับ AST หากระดับ AST สูงกว่าปกติ ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาด้วย N-acetylcysteine
หากอยู่ในที่ที่ไม่สามารถตรวจระดับพาราเซตามอลในพลาสมาได้ อาจจำเป็นต้องวินิจฉัยโดยใช้ขนาดยาที่รับประทานเท่านั้น
การรักษา
ความสำคัญของการรักษาภาวะเป็นพิษจากยาแก้ปวด paracetamol คือการให้ยาต้านพิษทันเวลา บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยภาวะเป็นพิษจากยานี้มาที่แผนกฉุกเฉิน เนื่องจากผู้ป่วย ไม่ค่อยมีอาการอะไร แพทย์ให้ยาตามอาการแล้วปล่อยให้กลับบ้านไป โดยแพทย์ไม่ทราบว่าพิษของยาออกฤทธิ์ช้า กว่าจะมีอาการตับอักเสบก็ใช้เวลาหลายวันและอาจจะถึงเสียชีวิต ได้ และการให้ยาต้านพิษภายใน 24 ชั่วโมงจะช่วยชีวิตผู้ป่วยได้
การดูแลรักษาที่สำคัญ ได้แก่

การรักษาตามอาการ ได้แก่ การรักษาภาวะอาเจียน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถรับประทานยาต้านพิษได้
การลดการปนเปื้อน ได้แก่ การบริหาร activated charcoal ซึ่งสามารถให้ได้แม้ว่าจะบริหารยาต้านพิษ N-acetylcysteine ทางการรับประทานก็ตาม
การรักษาจำเพาะด้วยยาต้านพิษ ได้แก่ N-acetylcysteine ซึ่งบริหารได้ 2 วิธี คือ
การบริหารทางการรับประทานหรือทางสารให้อาหาร (Nasogastric tube) ทำโดยการให้ N-acetylcysteine ครั้งแรก 140 มก./กก. ตามด้วยครั้งต่อไปครั้งละ 70 มก./กก. ทุก 4 ช.ม. รวมอีก 17 ครั้ง วิธีบริหารยาวิธีนี้มีข้อเสีย ได้แก่ การที่ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมากและอาจได้ยาล่าช้าหรือไม่ครบจำนวน ดังนั้น หากผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมากอาจพิจารณาให้ยาทางหลอดเลือดดำแทน
การบริหารทางหลอดเลือดดำ ได้แก่ การรักษาในขนาด 150 มก./กก. ผสมกับสารละลายน้ำตาลเด็กซ์โตรส (5%D/W) 100 มล. ภายใน 45 นาที - 1 ช.ม. ตาม ด้วย 50 มก./กก. ผสมในสารละลายน้ำตาลเด็กซ์โตรส 500 มล. ใน 4 ช.ม. และ 100 มก./กก. ผสมในสารละลายน้ำตาลเด็กโตรส 1,000 มล. ใน 16 ช.ม. การ รักษาด้วยวิธีนี้มีข้อเสีย ได้แก่ การเกิด anaphylactoid reaction ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะมีประวัติเป็นโรคหอบหืด ซึ่งแก้ไขโดยให้ยาในอัตราที่ช้าลง
เภสัชกร สุริยา สุขวัฒนานนท์ โรงพยาบาลสอง จังหวัดแพร่
cipher_silva@hotmail.com (IP:202.69.141.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 30 ต.ค. 2552 (10:17)
สวัสดีคะทุกทุกคน
ดิฉันเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการกินยาพาราเพื่อฆ่าตัวตายมาคะ
ตอนนั้นฉันเลิกกับแฟน ได้สามเดือน ฉันเสียใจมาตลอด ร้องไห้ทุกๆวัน
แต่แฟนฉันไม่เคยที่จะโทรมาหาฉันเลย
ฉันนั่งฟังเพลง ฟั่นเฟื่อน จบ ก็มองไปเห็นกระปุกยาพารา
ดิฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะทำแบบนี้
แต่ความคิดชั่วขณะทำให้ดิฉันไม่ได้คิดไตรตรองถูกผิด
กินยาพารา ที่ละ 5 เม็ด 10 เม็ด
จนหมดกระปุก
ปริมาณที่กิน ก็ไม่ต่ำกว่า 40 ถึง 50 เม็ด
ประมาณ 10 นาที ก็เกิดอาการอาเจียน
ดีนะคะที่ดีฉันอาเจียนออกมาบ้าง
ดิฉันไม่ได้คิดเลยว่าอาการที่ตามมาคือ
ดิฉันปวดหัวมาก
และงวงนอน แต่ก็อยากอาเจียน ตลอดเวลา
ดิฉันไม่ได้คิดเลยว่าจะไปหาหมอ
เพราะคิดว่าพิษคงไม่ร้ายแรงมาก
เวลาผ่านมา 7-8 ชั่วโมง ดิฉันท่านอะไรไม่ได้เลย
ยังอยากอาเจียนอยู่ พี่ เพื่อน เลย
พาดิฉันไปหาหมอ
ตอนแรกฉันไม่บอกว่าเป็นอะไร
แต่ตอนหลังก็เลยตัดสินใจบอกหมอไปว่ากินยาพารา
เกินขนาด
ระยะเวลาที่กินมันซึมเข้าสู่เนเลือดฉัน
หมอบอกว่าไม่รู้จะช่วยได้ไหม
หมอแรงยาขับพิษจนรางกายฉันรับไม่ได้
การขับพิษคือการให้ยาทางนเส้นเลือดเพื่อขับพิดออกมา
ทรมาณมากเลย อาเจียนเป็นน้ำเขียวๆ
แค่นี้ยังไม่พ่อต้องขับพิษตั้งหลายวัน
แต่หลังจากนั้น 2 วัน หมอบอกว่า
ตับเราไม่ดี อาจวายได้
ต้องรักษาตัวนาน ถึง10 วัน
ดูอาการของตับ
พอออกจากโรงบาล ฉันก็ไม่เคยไปหาหมออีกเลย
แต่ฉันรู้แค่ว่ารางกายฉันเปลียนไป
จากคนที่ไม่เคยเป็นอะไร
ก็มานั่งไม่สบายเดือนหนึ่ง 2-3 ครั้ง
หายใจไม่ค่อยออก เจ็บตรงหน้าอก
แล้วตอนนี้ก็มีอาการปากดำ
ร้อนใน
ไม่รู้ว่าอาการที่ว่านี้เกิดจากการกินยาเกินขนาดหรือเปล่า
แต่อยากไรก็ตามนะคะ
ตอนอยู่ที่โรงบาลมีผู้หญิงคนหนึ่งคอยบอกฉันว่าต่อไปให้รักตัวเอง
ให้มากๆ เพราะแกรู้ว่าตัวแกอยู่ไม่ได้นานแก่ยังรกชีวิตตัวเองมากเลย
เพื่อนเพื่อนคะวันนี้ให้ทุกคนที่คิดจะฆ่าตัวตายจำไว้ว่า
คนที่รักเราที่สุดคือตัวเราเองคะ และยังมีอีกมากที่เป็นหวงเรา
ถ้าเราผิดหวังก็ปล่อยวางอย่าเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงเลย
รักตัวเองดีที่สุดคะ
.......................................................น้องนาง.............................................
nang.ars@hotmail.com (IP:125.26.114.129)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 30 ต.ค. 2552 (10:19)
สวัสดีคะทุกทุกคน
ดิฉันเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการกินยาพาราเพื่อฆ่าตัวตายมาคะ
ตอนนั้นฉันเลิกกับแฟน ได้สามเดือน ฉันเสียใจมาตลอด ร้องไห้ทุกๆวัน
แต่แฟนฉันไม่เคยที่จะโทรมาหาฉันเลย
ฉันนั่งฟังเพลง ฟั่นเฟื่อน จบ ก็มองไปเห็นกระปุกยาพารา
ดิฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะทำแบบนี้
แต่ความคิดชั่วขณะทำให้ดิฉันไม่ได้คิดไตรตรองถูกผิด
กินยาพารา ที่ละ 5 เม็ด 10 เม็ด
จนหมดกระปุก
ปริมาณที่กิน ก็ไม่ต่ำกว่า 40 ถึง 50 เม็ด
ประมาณ 10 นาที ก็เกิดอาการอาเจียน
ดีนะคะที่ดีฉันอาเจียนออกมาบ้าง
ดิฉันไม่ได้คิดเลยว่าอาการที่ตามมาคือ
ดิฉันปวดหัวมาก
และงวงนอน แต่ก็อยากอาเจียน ตลอดเวลา
ดิฉันไม่ได้คิดเลยว่าจะไปหาหมอ
เพราะคิดว่าพิษคงไม่ร้ายแรงมาก
เวลาผ่านมา 7-8 ชั่วโมง ดิฉันท่านอะไรไม่ได้เลย
ยังอยากอาเจียนอยู่ พี่ เพื่อน เลย
พาดิฉันไปหาหมอ
ตอนแรกฉันไม่บอกว่าเป็นอะไร
แต่ตอนหลังก็เลยตัดสินใจบอกหมอไปว่ากินยาพารา
เกินขนาด
ระยะเวลาที่กินมันซึมเข้าสู่เนเลือดฉัน
หมอบอกว่าไม่รู้จะช่วยได้ไหม
หมอแรงยาขับพิษจนรางกายฉันรับไม่ได้
การขับพิษคือการให้ยาทางนเส้นเลือดเพื่อขับพิดออกมา
ทรมาณมากเลย อาเจียนเป็นน้ำเขียวๆ
แค่นี้ยังไม่พ่อต้องขับพิษตั้งหลายวัน
แต่หลังจากนั้น 2 วัน หมอบอกว่า
ตับเราไม่ดี อาจวายได้
ต้องรักษาตัวนาน ถึง10 วัน
ดูอาการของตับ
พอออกจากโรงบาล ฉันก็ไม่เคยไปหาหมออีกเลย
แต่ฉันรู้แค่ว่ารางกายฉันเปลียนไป
จากคนที่ไม่เคยเป็นอะไร
ก็มานั่งไม่สบายเดือนหนึ่ง 2-3 ครั้ง
หายใจไม่ค่อยออก เจ็บตรงหน้าอก
แล้วตอนนี้ก็มีอาการปากดำ
ร้อนใน
ไม่รู้ว่าอาการที่ว่านี้เกิดจากการกินยาเกินขนาดหรือเปล่า
แต่อยากไรก็ตามนะคะ
ตอนอยู่ที่โรงบาลมีผู้หญิงคนหนึ่งคอยบอกฉันว่าต่อไปให้รักตัวเอง
ให้มากๆ เพราะแกรู้ว่าตัวแกอยู่ไม่ได้นานแก่ยังรกชีวิตตัวเองมากเลย
เพื่อนเพื่อนคะวันนี้ให้ทุกคนที่คิดจะฆ่าตัวตายจำไว้ว่า
คนที่รักเราที่สุดคือตัวเราเองคะ และยังมีอีกมากที่เป็นหวงเรา
ถ้าเราผิดหวังก็ปล่อยวางอย่าเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงเลย
รักตัวเองดีที่สุดคะ
.......................................................น้องนาง.............................................
nang.ars@hotmail.com (IP:125.26.114.129)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 16 ก.พ. 2553 (21:54)
ถึงความเห็นที่ 19 และ 20

ถ้าคุณไม่รู้จักแม้กระทั่งคำว่า ภญ. คือ เภสัชกรหญิง

และเภสัชกร คือ คนที่รู้เรื่องยามากที่สุด ทั้งในเรื่องการออกฤทธิ์ วิธีการผลิต การเกิดอันตร

กิริยากับยาอื่น ๆ พิษที่เกิดจากการใช้ยา วิธีการใช้ การรับประทานที่ถูกต้อง ฯลฯ

คุณก็ไม่สมควรที่จะมาว่าให้คนที่เค้าเป็นเภสัชกรที่เขียนบทความนี้ ถ้าหากคุณไม่รู้เรื่องในเรื่อง

ที่เค้ากำลังพูดถึงอยู่จริง ๆ

เพราะถ้าหากเค้าไม่เรียนมา เค้าคงไม่กล้ามาเขียนให้คุณอ่านหรอก

ทำอย่างนี้วิชาชีพเภสัชกรรมเสียหายนะคะ

จาก นิสิตเภสัชศาสตร์ (ที่รู้เรื่องยาดีกว่าคุณ)
tttt (IP:202.28.35.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 7 มี.ค. 2553 (23:44)
ขอทราบความหมายแอนตี้โดสคะ
แล้วแอนตี้โดสของพาราคืออะไรคะ จะสอบพยาบาลคะ ไม่ทราบ ถามผู้รู้คะ
อ้อนคะ/aon2523@windowslive.com (IP:125.26.65.219)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 27 มี.ค. 2553 (14:07)
antidote (แอนติโดส) คือ ตัวต้านพิษค่ะ

antidote ของพารา..N-acetylcysteine ค่ะ

ปกติ N-acetylcysteine ในขนาดต่ำๆเป็นยาละลายเสมหะค่ะ

แต่ในการแก้พิษพาราต้องใช้ในขนาดที่สูงมากเพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถใช้ทางการกินได้

จึงต้องใช้ฉีดทางเส้นเลือดแทน(ความเข้มข้นสูงโอกาสแพ้ก็สูงตามไปด้วย)

และต้องใช้เวลาหลายวันในการรักษาและเสี่ยงต่อการเกิดพิษต่อตับในระยะยาวด้วยค่ะ
นิสิเภสัช/debonair_star1@hotmail.com (IP:124.122.225.82)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 27 มิ.ย. 2553 (16:44)
อยากรู้ชื่อเริ่มต้นและชื่อทางการค้าของยาพารา
wi (IP:124.157.230.30)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 21 ส.ค. 2553 (21:42)
อยากได้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยาพาราเซตามอลค่ะ คือพี่เราน้ำหนัก ประมานห้าสิบกว่าๆ เกือบ60กิโลกรัม แล้วควรกินพาราขนาดเท่าไร และจำนวนกี่เม็ดคะ คือตอนนี้ที่ยาที่บ้านมีแต่เม็ดละ 500มิลลิกรัม ละทีนี้ ไปอ่านเจอในเน็ตอ่ะค่ะ ว่าไม่ควรกินยาพาราเซตามอล เกิน 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ซึ่งถ้าสมมุติกินไป2เม็ด ก็เป็น 1000/60 ซึ่งมันจะเท่ากับ 16.66 ค่ะ ซึ่งมากกว่าตามที่ในบทความบอกไว้ค่ะ

ใครทราบช่วยแนะนำหน่อยนะคะ พวกคุณหมอ เภสัชกร หรือ บุคคลที่มีความรู้

ขอบคุณล่วงหน้า เลยนะคะ ^O^
deknoi (IP:118.172.10.53)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 3 ต.ค. 2553 (13:26)
ดิฉันมีลูกสาว 2 คน คนโต 6 ขวบ คนเล็ก 4 ขวบ วันก่อนคนโตเป็นไข้เลือดออก ทานพารามา1อาทิตย์เต็มๆ พอหายก็ไปโรงเรียนได้ 2วัน ก็ติดไข้หวัดกลับมาอีก
ก้ต้องทานพาราอีก 2 วัน ก็หายไข้ แล้วก็ไปโรงเรียนอีก ได้ 2วัน ก็เป็นไข้กับมาอีกเรียกว่าแกทานพาราแทบทั้งเดือนแบบนี้อันตรายไม่ค่ะ ช่วยตอบกลับมาเร็วๆนะคะ
คุณแม่ห่วงลูกจริง เมื่อเช้าเพิ่งให้ทานไปเอง
ying.089@hotmail (IP:124.121.158.107)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 4 ธ.ค. 2553 (00:45)
คือหนูทะเลาะกับแม่นะค่ะ แล้วปวดหัวตุบๆ
เลยทานยาพ่ราไป สองเม็ด แล้วมันยังไม่หายเลยทานเข้าไปแบบ ครึ่งต่อครึ่งชั่วโมงเลยอะค่ะ
ทานไป สิบ เม็ด ก็รู้สึกอยากจะอาเจียน ตอนนั้นไม่ทราบว่า
พารามีพิษ แล้วพอรู้หนูก็เยอ้วกอะค่ะ อ้วกออกมา แบบค่อนข้างเยอะเลย
ทานไข่ขาว แล้วก็นม

(ตอนทานพาราหนูก็ทานกับนมค่ะ)
หนูหนัก สี่สิบห้า กิโลอะค่ะ
ตอนนี้พยายาม ทานนม กับน้ำให้อ้วกอะค่ะ

แบบนี้หนูต้องไปพบหมอมั้ยอะค่ะ
ไม่กล้าบอกแม่อะค่ะ

ช่วยตอบกลับด้วยนะค่ะ
hong_mikegm@hotmail.com (IP:223.204.199.45)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 4 ธ.ค. 2553 (01:08)

ไม่แน่ใจว่าการพยายามทำให้อ้วกจะช่วยได้หรือไม่ เพราะยา พารา ดูดซึมเร็ว การที่รู้สึกคลื่นไส้แสดงว่ายาน่าจะดูดซึมและออกฤทธิแล้ว

ภายใน 24 ชั่วโมงแรก หลังได้รับยาเกินขนาด จะมีอาการระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
หลังจากนั้นประมาณ 24-48 ชั่วโมง อาจรู้สึกดีขึ้น ไม่ค่อยมีอาการอะไร
แต่หลังจากนั้นประมาณ 24 ชั่วโมง จะมีอาการทางตับ คือ อาเจียน ปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา อ่อนเพลีย มีอาการตัว เหลือง ตาเหลือง
เซลล์ตับอาจถูกทำลาย (hepatocellular damage) อาการคล้ายตับอักเสบจากไวรัสเฉียบพลัน ในรายที่เป็นมากจะมีอาการซึม และมีอาการโคมา นอกจากนี้อาจมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น ตับอ่อนอักเสบ (pancreatitis), กล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลาย (myocardial damage) โดยที่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ (ST elevation, arrhythmias) ในผู้ป่วยที่มีตับอักเสบรุนแรงอาจจะมีเส้นเลือดขอดที่หลอดอาหาร (esophageal varices) และความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด (clotting) และ เกล็ดเลือดต่ำ (thrombocytopenia) ร่วมด้วย


Ouroboros
ร่วมแบ่งปัน2439 ครั้ง - ดาว 306 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 4 ธ.ค. 2553 (01:14)

การรักษา
การรักษาภาวะเป็นพิษจากยา paracetamol จะต้องให้ยาต้านพิษทันเวลา การให้ยาต้านพิษภายใน 24 ชั่วโมงจะช่วยชีวิตผู้ป่วยได้
แต่ปัญหาคือยาพาราดูซึมเร็วแต่พิษของยาออกฤทธิ์ช้า กว่าจะมีอาการตับอักเสบก็ใช้เวลาหลายวันและอาจจะถึงเสียชีวิต

การดูแลรักษา
   1. การรักษาตามอาการ ได้แก่ การรักษาภาวะอาเจียน เพื่อให้สามารถรับประทานยาต้านพิษได้
   2. การลดการปนเปื้อน ได้แก่ การให้ activated charcoal
   3. การรักษาจำเพาะด้วยยาต้านพิษ ได้แก่ N-acetylcysteine ซึ่งให้ได้ 2 วิธี คือ
          * รับประทานหรือทางสายให้อาหาร ทำโดยการให้ N-acetylcysteine ครั้งแรก 140 มก./กก. ตามด้วยครั้งต่อไปครั้งละ 70 มก./กก. ทุก 4 ช.ม. รวมอีก 17 ครั้ง แต่หากมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมากและอาจได้ยาล่าช้าหรือไม่ครบจำนวน จึงอาจเลี่ยงไปให้ยาทางหลอดเลือดดำแทน
          * ให้ยาทางหลอดเลือดดำ ได้แก่ การรักษาในขนาด 150 มก./กก. ผสมกับสารละลายน้ำตาลเด็กซ์โตรส (5%D/W) 100 มล. ภายใน 45 นาที - 1 ช.ม. ตาม ด้วย 50 มก./กก. ผสมในสารละลายน้ำตาลเด็กซ์โตรส 500 มล. ใน 4 ช.ม. และ 100 มก./กก. ผสมในสารละลายน้ำตาลเด็กโตรส 1,000 มล. ใน 16 ช.ม.

อาการที่น้องเป็นอยู่ตอนนี้
มีความเป็นไปได้ว่าเกิดภาวะเป็นพิษจากยาพาราแล้ว
แม้จะยังไม่แน่ว่าจะส่งผลต่อตับมากแค่ไหน
แต่หากรอให้เกิดอาการอาจเป็นอันตราย และรักษาไม่ทัน
สรุป คือ ควรจะไปพบแพทย์ ครับ เพราะการแก้พิษไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเองแน่นอน

บอกแม่ไปเถอะครับ

ด้วยความเป็นห่วง


Ouroboros
ร่วมแบ่งปัน2439 ครั้ง - ดาว 306 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 14 ธ.ค. 2553 (11:09)
ผมก็เคยกิน ไปประมาน24เม็ด แต่ตอนนั้นกินน้ำด้วย ประมานๆครึ่งลิตร
ตอนนั้น Sadมาก เลยกิน ประชดพ่อ T^T
ไปรพ. เพราะพ่อรู้ เพราะพารา หมดกระปุก ^^
แรกๆจะมีอาการ มึนๆครับ จะทรงตัวไม่ค่อยไหว หัวจะหนักๆ
แต่ผมไม่มีอาการรู้สึกที่จะอาเจียนเลยอ่ะครับ???
หรือเพราะว่าผมกินน้ำเข้าไปด้วยหว่า???
ตอนแรกไปรพ.บอกมาล้างท้อง
เค้าก็ให้นั่งรอ??
บอกว่ากินยาเกินขนาด ต้องนั่งรอ???
ทั้งๆที่รพ. ตอนนั้น มีคนไข้นั่งอยู่ประมาน4คน
กว่าจะได้ล้างท้องก็ปาไปเกือบๆ3ชม.
พอมารพ.ใหญ่
พ่อผมก็เลยถามแพทย์ว่า เรื่องฉุกเฉินแบบนี้ ต้องนั่งรอต่อคิวหรอ?
ผมกินไปเมื่อกลางๆปี53
ตอนนี้ รุ้สึกว่ามีอาการโรคนิ่ว แล้วครับ
ผมไม่แน่ใจนะว่า มันเกิดจากพาราหรือเปล่า แต่ผมไม่ได้อั้นปัสสาวะ บ่อยมากนะครับ
เครื่องคื่มเกลือแร่ก็ไม่ค่อยได้กิน

อยากจะถามผู้รู้ว่า
1.กินพาราเกินขนาดไปแล้วจะมีผลทำให้เกิดโรคนิ่วหรือไม่ครับ?
oak_naru@hot (IP:180.183.208.252)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 6 ก.ย. 2554 (00:29)
ได้ความรู้ดี แต่ชอบที่เถียงกันมากก่้้่า คห.25 ด่าได้ไฮโซดีชอบ แบบเข้ามาเพราะคิดว่าพาราแบบละลายน้ำหาซื้อที่ไหน ปล.หลงมา
fake (IP:115.87.121.230)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 6 พ.ค. 2555 (14:15)
ยาพารา กินแล้วทำให้ตับ ทำงานบกพ่อง ทำให้หน่าแก่ ต้องกินกรูตร้าไธโอนรักษา ที่หน้ามันบ่อย หน้าเป็นสิวง่ายหน้าหมองง่ายหน้าคล้ำง่ายเป็นเพราะตับไม่ดีสาเหตุมาจากการ กินยาพาราบ่อยแล้วก็ กินแอลกอฮอล อะไรที่มีผลเสียกับตับนั้นหร่ะที่ทำให้หน่าตาไม่ดูดี
guitar_prs@hotmail.com (IP:182.53.62.98)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 4 ม.ค. 2556 (14:56)
เคยกินเพราะว่าอยากตาย 30 เม็ด มีอาการอาเจียนตลอดหลังจากกิน ต้องนำไปโรงพยาบาล ใช้สายยางแหย่เข้าทางคอ แล้วทำให้อาเจียนมากที่สุด ทรมานคะ มากๆๆ อยู่โรงพยาบาลสามวัน อาเจียนตลอด สรุปแค่ยา 30 เม็ด เสียค่ารักษา 43000 บาท แต่ตับยังปกติดี(ทำไมไม่ตายนะ)
OA (IP:171.98.131.222)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 6 ม.ค. 2556 (10:52)

ทำไมคนเราจึงต้องอยากตายด้วยการกินพาราเยอะๆ  ซึ่งตายแต่ตับ เจ้าตัวไม่ตาย
แต่คนรอบข้าง รวมทั้งตัวเอง จะลำบากแสนสาหัส จากปัญหาสุขภาพ

ทำไมต้องตาย เกิดมาทั้งที มีชีวิตอยู่กับตัว
ซึ่งจะเลือกว่ามีความสุขหรือทุกข์ ก็ขึ้นกับตัวเราเลือกเอง คิดเอง

หาทางใช้ชีวิต ให้มีความสุข มีประโยชน์ ช่วยสังคม ช่วยคนอืนไม่ดีกว่าหรือครับ

อ่า.. นี่จำเขามาเขียนนะครับ มิได้คิดเอง
 


Jaiyen
ร่วมแบ่งปัน86 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 6 ม.ค. 2556 (11:39)

สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอน : เส้นทางของการดับทุกข์


 



 



เป็นเรื่องของการดับทุกข์โดยแท้ ซึ่งถือว่าเป็นแก่นของพุทธศาสนา ซึ่งผู้ใดปฏิบัติตามจะสามารถเข้าถึงสภาพของความไม่มีทุกข์ได้ ซึ่งเส้นทางของการพ้นทุกข์มีดังนี้



อริยสัจจ์สี่



ทุกข์ – สภาพการไม่พอใจ อยากเป็น อยากได้ ไม่อยากเป็น ไม่อยากได้ ความกังวล เจ็บ ตาย



สมุทัย - สาเหตุของการเกิดทุกข์

 - อนิจจัง คือ ตามธรรมชาติแล้ว ความรู้สึกของคนไม่คงเดิม เปลี่ยนไปตามเวลาเพราะใจคนมีสิ่งปรุงแต่งเพราะมีอุปาทาน ความพอใจจึงเปลี่ยนไปไม่สิ้นสุด เมื่อเหตุปัจจัยเปลี่ยนไป ดังเช่นกาแฟแก้วแรกจะรู้สึกว่าอร่อยกว่าแก้วที่สอง สาม



- ทุกขัง คือ เมื่อคนปรุงแต่งธรรมชาติจนน่ารักหน้าชัง ทำให้อยากเห็น อยากเป็น อย่างนี้อย่างนั้น ความรู้สึกก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่สมอยากก็ไม่พอใจ ก็เกิดทุกข์ ตัวอย่างเช่น ก้อนหินธรรมชาติรูปร่างคดงอ เมื่อนำสีไปป้ายแล้วเกิดรู้สึกว่าเป็นหินมังกรมีราคาแพง อยากให้มีคนชมคนซื้อถ้าผิดหวังย่อมเป็นทุกข์



- อนัตตา คือ ธรรมชาติไม่มีตัวตน  แม้คนก็เป็นธรรมชาติหรือธาตุกลุ่มหนึ่ง ทุกสิ่งมันเป็นไปตามธรรมชาติแท้ๆ แต่คนไปรู้สึกว่าเป็นอย่างอื่น มีรสมีชาติ น่ารักน่าชังและมีตัวเองสัมผัสของสิ่งนั้น ถ้าพิจารณาให้ลึกๆแล้ว(โดยพิจารณาว่าคนคือขันธ์ห้า) จะเห็นว่าไม่มีเจ้าของหรือตัวตนสัมผัสรู้สึกต่างๆ มีแต่อาการของธรรมชาติและกลไกเซลล์ประสาททำงาน



นิโรธ - สภาพที่ไม่มีทุกข์ เป็นสภาพจิตใจและร่างกายรู้สึกได้ซึ่งการหมดทุกข์อย่างสิ้นเชิง ไม่มีทางเกิดทุกข์ได้อีก ความทุกข์ตามไม่ถึง ไม่มีอุปาทานว่ามีตัวตน และ การยึดติดเมื่อสัมผัสสิ่งน่ารักน่าชังต่างๆ 



มรรค - วิธีปฏิบัติ ให้ถึงสภาพของการดับทุกข์



   ๑ ความเห็นชอบ คือ ปัญญาเห็นชอบในอริยสัจ ๔ การเข้าใจเรื่องที่ถูกต้อง เรื่องผลมาจากกรรม ธรรมชาติ  ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี อะไรถูก อะไรไม่ถูก อะไรใช่ อะไรไม่ใช่ อะไรเหมาะสม อะไรไม่เหมาะสม อะไรสมควร อะไรไม่สมควร อคติ ไม่อคติ ฯลฯ

   ๒ ความดำริชอบหรือตั้งใจชอบ คือ เมื่อมีความเห็นชอบแล้ว มรรคข้อ ๒ จะเกิดมีขึ้นตามมาเอง คือ ตั้งใจจะใช้หรือดำเนินชีวิตตามแนวทางมรรค ๘ องค์ เพราะเข้าใจดีว่าเกิดผลดี ต่อคุณภาพชีวิตทั้งตนและสังคม มีความดำริชอบ ในอันออกจากกาม๑  ในอันไม่พยาบาท๑ ในอันไม่เบียดเบียน๑

   ๓ วาจาชอบ คือ เว้นจากวจีทุจริต ๔  พูดเท็จ๑ พูดส่อเสียด๑ พูดคำหยาบ๑ พูดเพ้อเจ๋อ๑

   ๔ การกระทำชอบ คือ การเว้นจากกายทุจริต การฆ่าสัตว์๑ ลักทรัพย์๑ ประพฤติผิดในกาม๑

   ๕ หาเลี้ยงชีพชอบ คือ เว้นจาการเลี้ยงชีวิตในทางที่ผิด คือ ผิดศีลธรรม จริยธรรม

   ๖ ความเพียรชอบ คือ ทางสายกลาง และ เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้น๑ เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว๑ เพียรให้กุศลเกิดขึ้น๑ เพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้ว๑

   ๗ ตั้งสติชอบ คือ รับรู้ตามความเป็นจริงโดยไม่มีความหลงปรุงแต่งหรือเกิดตัวตน ตั้งสติพิจารณา กาย เวทนา จิต ธรรม  คนที่ตั้งสติดีตลอดเวลาจะมีสมาธิระดับแก้ปัญหาทำงานการที่ยากๆได้ดี

   ๘ สมาธิชอบ คือ การควบคุมจิตให้ได้โดยไม่ให้จิตเป็นตัวควบคุมตัวพาออกนอกลู่นอกทาง สามารถอยู่เหนือกระแสโลกได้ ซึ่งจะเข้าฌาน ๔  ปฐม ทุติ ตติย จตุตถฌาน และถึงการบรรลุนิพพาน



http://www.jengsud.com/webboard-3045/



 


นกแสก
ร่วมแบ่งปัน5644 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 8 ม.ค. 2556 (17:47)


นมัสการพระคุณเจ้าครับ



ผมมีหัวข้อธรรมอยากเรียนถามท่านให้ขยายความในความเห็นข้างบนสักเล็กน้อยครับ

คือในข้อ 5 สัมมาอาชีวะ ครับ

   ๕ หาเลี้ยงชีพชอบ
 คือ เว้นจากการเลี้ยงชีวิตในทางที่ผิด คือ ผิดศีลธรรม จริยธรรม



คือ ผมได้นำ CD บทสวดมนต์แปลของสวนโมก มาฟังอยู่เสมอ

ในบทสวดมนต์แปลนั้น จะกล่าวขยายความพระอริยมรรคในข้ออื่นๆไว้มากบ้างน้อยบ้างพอเข้าใจ

แต่ในข้อ ๕ นี้ จะบอกเพียงให้"เว้นจากการเลี้ยงชีวิตที่ผิดเสีย" เท่านั้น

กระผมจึงขอกราบนมัสการถามท่านว่า เว้นจากการเลี้ยงชีวิตที่ผิดนั้น เป็นอย่างไรบ้าง

คืออย่างไรผิด และที่ถูกคืออย่างไรครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน27034 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 8 ม.ค. 2556 (18:53)

สัมมาอาชีวะ คือเลี้ยงชีวิตชอบได้แก่ การเว้นจากการเลี้ยงชีพในทางที่ผิด

การประกอบสัมมาอาชีพคือ 

              เว้นจากการค้าขายเครื่องประหารมนุษย์และสัตว์ 

              เว้นจากการค้าขายมนุษย์ไปเป็นทาส 

              เว้นจากการค้าสัตว์สำหรับฆ่าเป็นอาหาร 

              เว้นจากการค้าขายน้ำเมา 

              เว้นจากการค้าขายยาพิษ



https://sites.google.com/site/thrrmsthanwicanthlo/dhamma/mrrkh-8-hnthang-haeng-kar-hlud-phn

นกแสก
ร่วมแบ่งปัน5644 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 8 ม.ค. 2556 (18:59)


ภิกษุล่อลวงชาวบ้าน



 



            สมณะ หรือพราหมณ์บางพวก กินอาหารที่ทายกถวายด้วยศรัทธาแล้วเขาเหล่านั้นยังเป็นผู้แสงหาลาภด้วยการ กล่าวคำล่อหลอก การกล่าวคำพิรี้พิไรการพูดแวดล้อมด้วยเลศนัย การพูดให้ทายกเกิดมานะมุทะลุในการให้ และการใช้ของมีค่าน้อยต่อเอาของมีค่ามาก



            ส่วนภิกษุในธรรมวินัยนี้ เธอเว้นขาดจากการแสวงหาลาภโดยอุบายหลอกลวงเช่นนั้นเสียแล้ว แม้นี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง



 



            สมณะหรือพราหมณ์บางพวก กินอาหารที่ทายกถวายด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีวิตผิด เพราะทำเดรัจฉานวิชา คืออะไรบ้าง ? คือ



            ทายลักษณะในร่างกายบ้าง ทายนิมิตลางดีลางร้ายบ้าง ทายของตกบ้าง



            ทำนานฝัน                   ทายชะตา                                 ทายผ้าหนูกัด



            ทำพิธีโหมเพลิง           ทำพิธีเบิกแว่นเวียนเทียน         ทำพิธีซัดโปรยแกลบ



            ทำพิธีซัดโปรยรำ         ทำพิธีซัดโปรยข้าวสาร                        ทำพิธีจุดโคมรับพระเจ้า



            ทำพิธีจุดไฟบูชา          ทำพิธีเสกเป่า                           ทำพิธีพลีด้วยโลหิตบ้าง



            เป็นหมอดูอวัยะร่างกาย           หมอดูภูมิที่ตั้งบ้านเรือน           ดูลักษณะไร่นา



            เป็นหมอปลุกเสก        เป็นหมอผี                    เป็นหมอทำยันต์กันบ้านเรือน



            หมองู                           หมดดับพิษ                              หมอแมงป่อง



            หมอหนูกัด                  หมอทายเสียงนก เสียงกา         หมอทายอายุ



            หมอกันลูกศร (อาจารย์อยู่ยงคงกระพันชาตรี)                         หมอดูรอยสัตว์




            ส่วนภิกษุในธรรมวินัยนี้ เธอเว้นขาดจากการเลี้ยงชีวิตผิด เพราะทำเดรัจฉานวิชาเห็นปานนั้นเสียแล้ว แม้นี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง




            คัด จากบาลีพระพุทธภาษิตสามัญญผลสูตร พุทธพจน์เหล่านี้ เป็นหลักฐานชี้ให้เห็นว่าภิกษุประพฤติตนผิดศีล ฝ่าฝืนคำสั่งของพระพุทธเจ้ากันเพียงใด



 



 



            สมณะหรือพราหมณ์บางพวก กินอาหารที่ทายกถวายด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีวิตผิดเพราะเดรัจฉานวิชา คืออะไรบ้าง คือ



            ดูฤกษ์แต่งงาน             ดูฤกษ์ทำการผูกมิตร               ดูฤกษ์ทำการแตกร้าว



            ดูฤกษ์ทำการเก็บทรัพย์           ดูฤกษ์ทำการจ่ายทรัพย์(ลงทุน                        ดูโชคดี โชคร้ายบ้าง



            ให้ยาบำรุงครรภ์          ร่ายมนต์ผูกยึด ปิดอุดบ้าง        ร่างมนต์สลัด



            ร่ายมนต์กั้นเสียง          เป็นหมอเชิญผีถามบ้าง                        ถามเทวดาบ้าง



            เชิญเจ้าเข้าหญิงถามบ้าง          ทำพิธีบวงสรวงพระอาทิตย์                 บวงสรวงมหาพรม



            ร่ายมนต์พ่นไฟ                        ร่ายมนต์เรียกขวัญให้บ้าง



            ส่วนภิกษุในธรรมวินัยนี้ เธอเว้นขาดจาการเลี้ยงชีวิตผิด เพราะทำเดรัจฉานวิชาเห็นปานนี้เสียแล้ว แม้นี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง



 



            สมณะ หรือพราหมณ์บางพวก กินอาหารที่ทายกถวายด้วยศรัทธาแล้ว ยังเป็นผู้เล่นการพนันหรือการเล่น อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทกันอยู่เนืองๆ คืออะไรบ้าง ? คือ



            เล่น หมากรุกชนิดแถวละ ๘ ตาบ้าง ๑๐ ตาบ้าง เล่นหมากเก็บ เล่นชิงนางหมากไหว โยนห่วง ไม้หึ่ง เล่นฟาดให้เป็นรูปต่างๆ ทอดลูกบาศก์ เป่าใบไม้ เล่นไถน้อย ๆ เล่นหกคะเมน เล่นไม้กังหัน เล่นรถน้อย ธนูน้อย เล่นเขียนทายกัน เล่นทายใจ เล่นล้อคนพิการบ้าง



            ส่วน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เธอเว้นขาดจากการเล่นการพนัน(สมัยนี้จะต้องรวมทั้งสลากกินแบ่ง สลากกินรวบ) หรือการเล่นอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เห็นปานนั้นเสียแล้ว แม้นี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง



 



            สมณะหรือพราหมณ์บางพวก กินอาหารที่ทายกถวายด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีวิตผิด เพราะทำเดรัจฉานาวิชา คืออะไรบ้าง ? คือ



            บนขอลาภต่อเทวดา    ทำการบวงสรวงแก้บน  สอนมนต์กันผี  กันบ้านเรือน



            ทำกะเทยให้เป็นชาย   ทำชายให้เป็นกะเทย    ทำพิธีปลูกเรือน



            ทำการบวงสรวงในที่ปลูกเรือน   พ่นน้ำมนต์  บูชาเพลิง



            ประกอบยาสำรอก    ประกอบยาประจุ     ประกอบยาแก้ประสาท



            ประกอบยาแก้ปวดศีรษะ   หุงน้ำมันหยอดหู    ทำยาหยอดตา



            ประกอบยานัตถุ์   ประกอบยาทำให้กัด     ประกอบยาทำให้สมาน



            เป็นหมอป้ายยาตา    เป็นหมอผ่าบาดแผล   เป็นหมอกุมาร



            หมอพอกยาแก้ยาให้บ้าง



            ส่วนภิกษุในธรรมวินัยนี้ เธอเว้นจากการเลี้ยงชีวิตผิด เพราะทำเดรัจฉานวิชาเห็นปานนั้นเสียแล้ว แม้นี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง



            ผู้มีศีลสมบูรณ์แล้วอย่างนี้ ย่อมไม่แลเห็นภัยอะไรที่จะเกิดเพราะเหตุที่รักษาศีล เหมือนกษัตริย์ผู้ได้มูรธาภิเษกแล้ว มีปัจจามิตรกำจัดเสียได้แล้วย่อมไม่แลเห็นภัยอะไรจากข้าศึก ฉะนั้นเธอประกอบด้วยกองศีลอันเป็นคุณสูงสุดนี้แล้ว ย่อมได้รับความสุขใจอันหาโทษมิได้



            ภิกษุทั้งหลาย ! เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลายพึงสำนึกไว้ว่า เรา ทั้งหลายจะบริโภคจีวร อาหาร ที่อยู่และยารักษาโรคของทายกทั้งหลายโดยประการที่จักทำให้ทายกเหล่านั้นได้ รับผลมาก มีอานิสงส์มากให้จงได้และการบรรพชาของเราทั้งหลาย ก็จักไม่เป็นหมันเสียเปล่า แต่กลับได้ผลมีกำไร



            ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุผู้หวังผลประโยชน์ตนก็ตาม หวังประโยชน์ผู้อื่นก็ตาม หวังประโยชน์ทั้งของตนทั้งของผู้อื่นก็ตาม ก็ควรแท้ที่จะทำตนให้มีศีลสมาธิ ปัญญา บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาท



            เมื่อ พระผู้มีพระภาคเจ้ากำลังแสดงเนื้อความดังกล่าวมาอยู่ ภิกษุประมาณ ๖๐ รูปกระอักเลือด ภิกษุประมาณอีก ๖๐ รูป ได้บอกเลิกสิขาหมุนกลับไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์โดยตนสำนึกว่า พรหมจรรย์นี้ประพฤติได้ยาก กระทำได้ยากอย่างยิ่ง แต่ภิกษุประมาณอีก ๖๐ รูปได้เป็นพระอรหันต์ มีจิตไม่ถือมั่น ด้วยอุปาทาน เพราะหลุดพ้นจากอาสวกิเลสทั้งหลายแล้วแล.



http://www.jaisabuy.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538776534&Ntype=2


นกแสก
ร่วมแบ่งปัน5644 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 9 ม.ค. 2556 (18:11)


กราบนมัสการพระคุณเจ้านกแสก

ขอบพระคุณท่านที่กรุณาตอบคำถามของผม

แต่ผมก็ยังมีข้อข้องใจอยู่เพิ่มเติมครับ

ในความเห็นข้อ 52 ของท่าน ผมพิจารณาแล้วก็คล้ายคลึงกับ การกระทำชอบ อยู่หลายส่วน

แต่ดูแล้ว ข้อนี้ เน้นการค้าขายมากสักหน่อย ไม่ขายอะไรที่จะไปให้ร้ายกับคนอื่นหรือสิ่งมีชีวิตอื่น



จากความเห็นข้อ 53 แล้ว เห็นว่าพระสงฆ์ของพระพุทธศาสนายังมีเดรัจฉานวิชชากันไม่น้อยเลยทีเดียว



อย่างนี้ เราสมควรนับถือท่านเหล่านั้นว่ายังเป็นสงฆ์สาวกของพรพะพุทธเจ้าอยู่หรือไม่

ท่านเหล่านั้น ล้วนไม่ได้เป็น สุปฏิบันโน อุชุปฏิปันโน ญาญะปฏิปันโน และ สามีจิปฏิปันโนกันสักเท่าใด



หากไม่กราบไว้ภิกษุเหล่านั้น จะเป็นบาปหรือเป็นบุญกันแน่ครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน27034 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 10 ม.ค. 2556 (07:17)

จะเลือก เคารพพระ แบบไหน


http://board.palungjit.com/f23/%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0-%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99-264780.html


นกแสก
ร่วมแบ่งปัน5644 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม