|
พิษของยาพาราเซตามอล (paracetamol)
โพสต์เมื่อ:
00:30 วันที่ 23 ต.ค. 2549 ชมแล้ว:
12,956
ตอบแล้ว:
23
พิษของพารา...ใครว่าธรรมดา
ภญ.อัมพร จันทรอาภรณ์กุล พาราเซตามอล (paracetamol) หรือ อะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) เป็นยาบรรเทาอาการปวด (analgesics) ไม่มีผลข้างเคียงเรื่องการระคายเคืองผนังกระเพาะอาหาร และการแข็งตัวของเลือดเหมือนยากลุ่มเอ็นเซด (non-steroidal anti-inflammatory; NSAIDs) เช่น ยาแอสไพริน ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หากใช้ในขนาดการรักษาปกติ ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่ค่อยรู้พิษสงของยานี้เท่าไหร่ นอกจากนี้ยังสามารถหาซื้อได้ง่ายโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ เป็นเหตุให้ปริมาณการใช้ยาตัวนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พาราเซตามอลกลายเป็นยาประจำบ้านที่ขายดิบขายดี เป็นอะไรก็กินแต่พาราเซตามอล ปวดศีรษะ ไข้หวัด ก็พาราเซตามอล ปวดหลัง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ก็พาราเซตามอล ยิ่งกว่านั้นบางรายปวดท้อง เวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ก็กินพาราเซตามอล ซึ่งพาราเซตามอลก็คงไม่ได้ช่วยอะไร ทำได้แค่ให้สบายใจขึ้นเพราะได้กินยาแล้ว บ้างก็มัวแต่ผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่ยอมไปหาหมอรักษากัน พลอยทำให้โรคที่เป็นลุกลามมากขึ้น ต้องเสียเงินรักษามากขึ้นโดยใช่เหตุ ในหลายประเทศได้แก่ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ได้มีการสำรวจวิจัยพบว่ามีการใช้ ยาพาราเซตาอลเกินขนาดมากขึ้นทุกปี และมีผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากการเกิดพิษของพาราเซตามอลจำนวนมากจนน่าตกใจจนต้องออกมารณรงค์ให้ใช้ยาพาราเซตามอลเฉพาะเมื่อมีความจำเป็น และเผยแพร่ความรู้เรื่องพิษของยาให้ประชาชนตระหนักมากยิ่งขึ้นผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ วิทยุ ใบปลิว เอกสารกำกับยา หรืออินเตอร์เน็ต อันตรายจากการใช้ยาพาราเซตามอลที่พบได้มากที่สุด คือ พิษต่อตับ ทำให้ตับวาย รองมาเป็นเรื่องของการเกิดปฏิกิริยากับยาอื่น หรือตีกับยาอื่นนั้นเอง ซึ่งเกิดขึ้นจากความตั้งใจและไม่ตั้งใจ ที่เกิดจากความตั้งใจ ทุกคนคงทราบกันดี นั่นคือ การกินพาราเซตามอลประชดชีวิต การฆ่าตัวตาย ซึ่งบางรายก็แค่ต้องการประท้วง เรียกร้องความสนใจ นึกว่าพิษของพาราเซตามอลเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้นเพราะพาราเซตามอลจะทำให้ตับเสียการทำงานหรือตับวายได้ ซึ่งหากได้รับยาต้านพิษไม่ทันเวลาก็จะทำให้เสียชิวิตได้ ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ เนื่องจากพาราเซตามอลที่ผลิตออกจำหน่ายในปัจจุบันนั้นมีหลายรูปแบบ หลายความแรง หลายยี่ห้อซึ่งเป็นการยากที่ประชาชนทั่วไปจะทราบ ได้แก่ รูปของยาเม็ด ยาน้ำเชื่อม และการนำพาราเซตามอลไปผสมกับยาอื่นๆ ได้แก่ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้หวัด ยาแก้ปวด เป็นต้น ทำให้เกิดการกินยาซ้ำซ้อนโดยไม่รู้ตัว หากเป็นระยะเวลาไม่นานแค่ 2 ถึง 3 วันก็ยังพอไหว หากระยะเวลานานเป็นเดือนการเกิดพิษต่อตับคงเกิดอย่างแน่นอน ดังนั้นทางที่ดี ก่อนกินยาอะไรควรอ่านฉลากยาให้ละเอียดเสียก่อน และหากไม่แน่ใจว่าเป็นยาอะไร เป็นยาสูตรผสมหรือไม่ ก็ควรปรึกษาเภสัชกร หรือแพทย์ก่อนทุกครั้ง เรื่องที่น่าคิดอีกเรื่อง คือ การกินพาราเซตามอลร่วมกับเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า ไวน์ รัม ยีน หรือ เบียร์ เพราะตัวแอลกอฮอล์เองเป็นที่ทราบกันดีว่าหากได้รับในปริมาณมาก หรือต่อเนื่องกันนานๆ ก็ทำให้เกิดภาวะตับแข็ง ตับวายได้ หากกินร่วมกับพาราเซตามอลก็จะเท่ากับเป็นการเหยียบคันเร่งให้ตับพังได้เร็วยิ่งขึ้น คณะกรรมการอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกกฎหมายให้มีการพิมพ์คำเตือนบนฉลากยาพาราเซตามอลว่า ห้ามรับประทานร่วมกับเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์เนื่องจากเกิดคดีพิพากษาเกี่ยวกับการกินยาพาราเซตามอลร่วมกับไวน์เป็นประจำของชาวเวอร์จิเนียรายหนึ่งจนทำให้ตับวาย จนต้องมีการปลูกถ่ายตับใหม่ บริษัทผู้ผลิตยาแพ้คดีต้องจ่ายเงินชดใช้ถึง 8 ล้านดอลลาร์ เรื่องสุดท้ายที่อยากจะเตือนคุณผู้อ่านก็คือ เรื่องของยาตีกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริง แต่เดิมไม่เคยมีใครคิดถึงเรื่องนี้เลย คิดว่าพาราเซตามอลเป็นยาสามัญประจำบ้าน ไม่มีพิษสงอะไร ไม่ตีกับยาอื่น แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้วเนื่องจากระยะหลังนักวิจัยได้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เพราะคนใช้ยาพาราเซตามอลมากขึ้น ยังกับพาราเซตามอลเป็นขนมอย่างนั้นแหละ ตัวอย่างหนึ่งที่ดิฉันพบเองก็คือ พาราเซตามอลตีกับยาต้านการแข็งตัวของเลือดตัวหนึ่งในผู้ที่เป็นเลือดข้น กล่าวคือพาราเซตามอลทำให้เลือดแข็งตัวช้าลงได้หากได้รับในปริมาณมาก อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ซึ่งเท่ากับไปเสริมฤทธิ์ของยาต้านการแข็งตัวของเลือดจนทำให้ผู้นั้นเกิดเลือดออกผิดปกติขึ้น ทางที่ดีคุณควรใช้ยาพาราเซตามอลเท่าที่จำเป็นในขนาดการรักษาปกติ คือ ยาพาราเซตามอล 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (เช่น น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ก็กินแค่ยาเม็ดขนาด 500 มิลลิกรัม 1 เม็ด ก็เพียงพอ) และหากไม่มีอาการแล้วก็ควรหยุดกินยาทันที หรือหากใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลาประมาณ 3-4 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้นก็ควรไปพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยเพิ่มเติมจะดีกว่าเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง จากหนังสือ Health today ฉบับเดือนสิงหาคม 2549 จำนวน 21 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- Paracetamol หรือ Tylenol หรือ Acetaminophen (สองชื่อแรกเป็นชื่อยี่ห้อ - tradename ในอังกฤษ/ยุโรป กับในอเมริกา ส่วนชื่อหลังเป็นชื่อสารเคมี - generic name) มีข้อเสียมากถ้าใช้เกินกำหนดหรือใช้เป็นประจำ รวมทั้ง เป็นอันตรายต่อตับ (hepatotoxicity, hepatic necrosis) ทำให้เกิดดีซ่าน (cholestatic jaundice) เป็นอันตรายต่อไต (acute tubular necrosis, chronic nephropathy), โรคเลือด (hemolytic anemia, pancytopenia, thrombocytopenia, leukopenia) ผู้ที่เป็นโรคตับ โรคไต ดื่มสุรามาก ต้องระวังไม่ใช้ยานี้ พาราเซตามอล (paracetamol) หรือ อะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) ทั้งสองชื่อเป็นชื่อสามัญ (generic name) ส่วนชื่อทางการค้า (trade name) มีมากมายในประเทศไทย เช่น มายพารา ซาร่า ไทลีนอล พาราแคบ เป็นต้น ขนาดสูงสุดที่ของพารา คือไม่เกินวันละ 4 กรัม หรือก็คือ 8 เม็ด นั่นเอง ![]() cellulose (IP:202.57.183.157) ขอบคุณมากเลย เราเองก็เคนกินยาพาราเพื่อเรียกร้องความสนใจ ตอนนี้เวลาไปหาหมอ หมอบอกเลยว่าตับไม่ดี แย่ๆมากๆ illicit (IP:58.9.44.205) ขนาดยาสำหรับเด็ก 10-15มิลลิกรัม/กิโลกรัม/ครั้ง ทุก 6-8 ชั่วโมง จึงจะปลอดภัยนะครับ มีความรู้มากๆเลยค่ะ..เพราะปี2 ก็คงได้เรียนเกี่ยวกับพิษของยาพารา (แอบเห็นแว๊บๆ)อยู่ใน Biopharm อิอิ mod_rakayutaya@hotmail.com (IP:203.113.81.68) สรุปว่าพาราเซตามอล เป็นชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของ อะเซตามิโนเฟน pink (IP:61.7.231.50) พิษที่สามารถทำลายเซลล์ตับได้ น่ากลัวจริงๆ น่ากลัวการทำลายตับ (IP:125.24.252.236) แล้วควรกินไม่เกินเท่าไรเอ่ย กินประมาณ 4-6 เม็ดต่อวัน มาเกือบอาทิตย์แล้ว katibkk (IP:203.146.63.182) เวลาเป็นไข้ เจ็บคอ (คอแดง คออักเสบ) ควรจะกินยาเม็ดฟ้าทะลายโจรดีกว่า กินพาราเซทมอล เพราะฟ้าทะลายโจร มีสรรพคุณ ลดไข้ [tex]บำรุงตับ [/tex]ลดความดันโลหิต ต้านอักเสบที่คอ แก้ท้องเสีย อย่างไรก็ตาม ฟ้าทะลายโจร มีรสเย็น (เป็นยาเย็น) ถ้าเป็นหวัดในฤดูฝน ควรจะดื่มน้ำขิงอุ่นๆ (บีบน้ำมะนาวเล็กน้อย-อร่อย) ร่วมด้วย (แต่ห่างกันมากกว่า 1 ช.ม.) จะช่วยให้เกิดความสมดุลในร่างกาย สำหรับผู้ที่ใช้ยาฟ้าทะลายโจรแล้วไม่ค่อยได้ผล ขอแนะนำว่าเวลาซื้อยา ควรเลือกวันที่ผลิตยาไม่เกิน 6 เดือน และควรกินยามากกว่าฉลากข้างกล่อง (ถ้ายาเม็ดนั้นมิได้เป็นยาสกัด) ข้าพเจ้าเคยใช้ถึง 8-10 เม็ดต่อมื้อ วันละ 3 เวลาก่อนอาหาร ปริมาณใบฟ้าทะลายโจรที่มีใน 1 เม็ดนั้นไม่กี่ใบ (มีแป้งราวกึ่งหนึ่ง) การกินยาประเภทนี้เหมือนกินผักขมมากกว่า "ยา" ที่สังเคราะห์แผนปัจจุบัน อาการปวดที่เกิดขึ้นในร่างกายมีที่มาและสาเหตุ บางครั้งการด่วนกินยาแก้ปวดก็ทำให้แพทย์หาต้นตอของโรคได้ยากขึ้น และการบรรเทาปวดนั้นก็แก้เพียงปลายเหตุ มิให้มีทุกขเวทนามากเกินไป อย่าเห็นว่าพาราเซทมอล เป็นยาสามัญประจำบ้านที่ใครๆ ก็กินได้เสมอไป ya_ma@yahoo.com (IP:58.8.4.2) If you need the product paracetamol. Please contact Ms :sylvie. E-Mail shunyinmagnetic@126.com welcome to our website:www.cqmft.com shunyinmagnetic@126.com (IP:211.158.52.207) Although I do not know your language, you also sure of our best support and cooperation! Yahoo:xiongjiesylvie@yahoo.com.cn sylvie shunyinmagnetic@126.com (IP:211.158.52.207) Paracetamol ออกฤทธิ์ยับยั้ง cox ในสมอง เมื่อเข้าร่างกายจะถูกเปลี่ยนรูปที่ตับ โดยปฏิกิริยา glucuronidation (60%) sulfation (30%) ขับทางปัสสาวะ มีการmetabolized โดย CYP (4%) ได้เป็น NAPQI ซึ่งมีพิษต่อตับและไต โดยปกติอ่ะ NAPQI ถูก detoxified โดยconjugation กับ reduced glutathione และขับทางปัสสาวะ อาการพิษมี 4 ระยะนะคะ ระยะ 1 หลังรับยาประมาณ 24 ชั่วโมง ไม่มีอาการเลยก้อได้นะ อาจจะคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร แต่ยังไม่มีอาการตาเหลืองตัวเหลืองนะคะ ระยะ 2 ปวดชายโครงด้านขวาเน้อ หลังรับยา 24-72 ชั่วโมงนะ มีbilirubin,hepatic enzyme,prothrombin time ที่สูงมากกว่าปกตินะคะ ตอนนี้ก้อเริ่มมี hepatic necrosis จาก toxic metabolite จ๊ะ ระยะ 3 รับยาประมาณ 72 - 96 ชั่วโมงเน้อ เป็นระยะที่มีการทำลายตัยมากขึ้นเรื่อยๆเลยนะคะ อาจเกิด hepatic encephalopathy เลือดออกผิดปกติ น้ำตาลในเลือดต่ำ จากการทำงานของตับที่ลดลงนะ จนอาจเสียชีวิตได้เลยนะ ระยะ 4 หลังรับยา4 วัน ถึง 2 อาทิตย์ หากในระยะ3อ่ะผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้นะ การทำงานของตับก็จะดีขึ้นเรื่อยๆจนมาปกติใน 4 วัน-2สัปดาห์ ทั้งนี้ก้อยังขึ้นกะความรุนแรงของตับอักเสบด้วยนะคะ ####ปกติจะเกิดอาการพิษเมื่อได้รับยาเกินขนาด 150 mg/kg (ประมาณ 15 -20 เม็ด)### วิธีดูแลรักษาผู้ป่วยที่ได้รรับผิด @ Basic life support ผู้ป่วยกลุ่มนี้ในระยะเเรกมักมีความรู้สึกตัวปกติ หากมีอาการคลื่นไส้มากนะคะ ก็ควรที่จะให้สารน้ำเข้าไปทดแทนนจ๊ะ @ Early managament * prevent absorption ป้องกันการดูดซึม ทำการล้างท้อง ซึ่งจะมีประโยชน์ใน 1-2 ชั่วโมงแรก หลังจากได้รับยาเกินขนาด หรือ ให้ผงถ่านกมมันต์ ช่วยในการดูดซับสารพิษ โดยให้ขนาด 1 g/kg ไม่จำเป็นต้องให้ผงถ่านซ้ำอีก * เร่งการขับถ่ายยาออก การทำ hemodialysis หรือ hemoperfusion ไม่มีประโยชน์มากนัก *ยาต้านสารพิษ(antidote) : N -acetylcysteine (NAC) มีทั้งรูปกินและฉีดนะคะ แต่ในรูปฉีดอ่ะคะ มีผลข้างเคียงสำคัญนะคะ คือ anaphylactoid reaction ส่วนยารูปแบบกินนะ ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งจะส่งผลให้ได้รับปริมาณยาได้ไม่เพียงพอนะจ๊ะ kikudey@hotmail.com [ Rx'19 su ] (IP:202.44.135.35) ยาเป็นสิ่งหนึ่งที่มนุษย์ต้องการมาก เนื่องจากให้หายโรคจากตัวเรา ถ้ากินยาพาราเซตามอล 500 mg 30 เม็ด จะปรากฎอาการอย่างไรบ้างค่ะ ภายหลังจากการกินยา 3 ชม. ไปแล้วค่ะ ampire_nu@hotmail.com (IP:61.19.21.3) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 19 มี.ค. 2551 (19:50) Nice site! Nikolet (IP:91.74.160.18) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 15 พ.ค. 2551 (08:01) ข้อมูลดีหรอ? ดียังไง ไม่มีแหล่งข้อมูลที่ชัดเจน คุณเป็นหมอหรือป่าวอ้างอิงอย่างนี้ ระวังจะโดนคนเขาฟ้องหมิ่นประมาทซะหรอก ถ้ายาพารามันเป็นอย่างที่คุณพูดจนเป็นตุเป็นตะจริง ไม่ลงข่าวหน้าหนึ่งไปแล้วหรอ แล้วทางการโลก อเมริกา ก็ยังยอมรับยาพารา ว่าเป็นยาแก้ปวด นี่คุณกำลังใส่ร้ายยาพาราเกินจริง โอเคไม่มีสิ่งไหนที่กินมากไปแล้วมีผลเสีย พาราก็ด้วย แต่แค่กินวันละ 2 เม็ดน่ะ ทุกคนทั่วโลกเขาก็ทำกัน แล้วคุณปลุกข่าวแบบนี้ มันทำให้ประชาชนเสียขวัญ ยิ่งรากหญ้า หรือคนระดับกลาง ที่เวลาปวดหัวเป็นไข้ก็กินพารากันทั้งนั้น มันเหมือนกับคุณกำลังไปห้ามไม่ให้ชาวนาในรถไถนานั่นแหละ คุณกำลังทำบาปอยู่ รู้ตัวใช่มั้ย ไม่ได้บอกว่าไม่ยอมรับฟังข่าวสาร แต่คุณควรรอให้มันมีมูลฐานที่ชัดเจนกว่านี้ จะดีกว่ามาพูดปาวๆ แบบไร้ข้อมูลที่น่าเชื้อถือ เพรดี้ (IP:124.121.60.113) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 15 พ.ค. 2551 (08:03) ภญ.อัมพร จันทรอาภรณ์กุล<BR>ไม่ได้หมิ่น แต่ภญ. นี่อะไร แพทย์หญิง? ไม่ใช่ พญ.รึ เพรดี้ (IP:124.121.62.240) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 19 พ.ค. 2551 (11:06) ขึ้นชื่อว่ากินยาแล้วมีผลต่อตับทั้งหมดครับ รักษาสุขภาพให้อย่าเป็นไรจะดีกว่า จะได้กินยาน้อยๆ .|.|.|.|.|.|.|. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 20 พ.ค. 2551 (00:32) ภญ คือเภสัชกรจ้า |