พิษของยาพาราเซตามอล (paracetamol)

พิษของพารา...ใครว่าธรรมดา

ภญ.อัมพร จันทรอาภรณ์กุล



พาราเซตามอล (paracetamol) หรือ อะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) เป็นยาบรรเทาอาการปวด (analgesics) ไม่มีผลข้างเคียงเรื่องการระคายเคืองผนังกระเพาะอาหาร และการแข็งตัวของเลือดเหมือนยากลุ่มเอ็นเซด (non-steroidal anti-inflammatory; NSAIDs) เช่น ยาแอสไพริน ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หากใช้ในขนาดการรักษาปกติ ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่ค่อยรู้พิษสงของยานี้เท่าไหร่ นอกจากนี้ยังสามารถหาซื้อได้ง่ายโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ เป็นเหตุให้ปริมาณการใช้ยาตัวนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พาราเซตามอลกลายเป็นยาประจำบ้านที่ขายดิบขายดี เป็นอะไรก็กินแต่พาราเซตามอล ปวดศีรษะ ไข้หวัด ก็พาราเซตามอล ปวดหลัง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ก็พาราเซตามอล ยิ่งกว่านั้นบางรายปวดท้อง เวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ก็กินพาราเซตามอล ซึ่งพาราเซตามอลก็คงไม่ได้ช่วยอะไร ทำได้แค่ให้สบายใจขึ้นเพราะได้กินยาแล้ว บ้างก็มัวแต่ผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่ยอมไปหาหมอรักษากัน พลอยทำให้โรคที่เป็นลุกลามมากขึ้น ต้องเสียเงินรักษามากขึ้นโดยใช่เหตุ

ในหลายประเทศได้แก่ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ได้มีการสำรวจวิจัยพบว่ามีการใช้ ยาพาราเซตาอลเกินขนาดมากขึ้นทุกปี และมีผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากการเกิดพิษของพาราเซตามอลจำนวนมากจนน่าตกใจจนต้องออกมารณรงค์ให้ใช้ยาพาราเซตามอลเฉพาะเมื่อมีความจำเป็น และเผยแพร่ความรู้เรื่องพิษของยาให้ประชาชนตระหนักมากยิ่งขึ้นผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ วิทยุ ใบปลิว เอกสารกำกับยา หรืออินเตอร์เน็ต

อันตรายจากการใช้ยาพาราเซตามอลที่พบได้มากที่สุด คือ พิษต่อตับ ทำให้ตับวาย รองมาเป็นเรื่องของการเกิดปฏิกิริยากับยาอื่น หรือตีกับยาอื่นนั้นเอง ซึ่งเกิดขึ้นจากความตั้งใจและไม่ตั้งใจ

• ที่เกิดจากความตั้งใจ ทุกคนคงทราบกันดี นั่นคือ การกินพาราเซตามอลประชดชีวิต การฆ่าตัวตาย ซึ่งบางรายก็แค่ต้องการประท้วง เรียกร้องความสนใจ นึกว่าพิษของพาราเซตามอลเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้นเพราะพาราเซตามอลจะทำให้ตับเสียการทำงานหรือตับวายได้ ซึ่งหากได้รับยาต้านพิษไม่ทันเวลาก็จะทำให้เสียชิวิตได้

• ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ เนื่องจากพาราเซตามอลที่ผลิตออกจำหน่ายในปัจจุบันนั้นมีหลายรูปแบบ หลายความแรง หลายยี่ห้อซึ่งเป็นการยากที่ประชาชนทั่วไปจะทราบ ได้แก่ รูปของยาเม็ด ยาน้ำเชื่อม และการนำพาราเซตามอลไปผสมกับยาอื่นๆ ได้แก่ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้หวัด ยาแก้ปวด เป็นต้น ทำให้เกิดการกินยาซ้ำซ้อนโดยไม่รู้ตัว หากเป็นระยะเวลาไม่นานแค่ 2 ถึง 3 วันก็ยังพอไหว หากระยะเวลานานเป็นเดือนการเกิดพิษต่อตับคงเกิดอย่างแน่นอน ดังนั้นทางที่ดี ก่อนกินยาอะไรควรอ่านฉลากยาให้ละเอียดเสียก่อน และหากไม่แน่ใจว่าเป็นยาอะไร เป็นยาสูตรผสมหรือไม่ ก็ควรปรึกษาเภสัชกร หรือแพทย์ก่อนทุกครั้ง

เรื่องที่น่าคิดอีกเรื่อง คือ การกินพาราเซตามอลร่วมกับเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า ไวน์ รัม ยีน หรือ เบียร์ เพราะตัวแอลกอฮอล์เองเป็นที่ทราบกันดีว่าหากได้รับในปริมาณมาก หรือต่อเนื่องกันนานๆ ก็ทำให้เกิดภาวะตับแข็ง ตับวายได้ หากกินร่วมกับพาราเซตามอลก็จะเท่ากับเป็นการเหยียบคันเร่งให้ตับพังได้เร็วยิ่งขึ้น คณะกรรมการอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกกฎหมายให้มีการพิมพ์คำเตือนบนฉลากยาพาราเซตามอลว่า “ห้ามรับประทานร่วมกับเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์”เนื่องจากเกิดคดีพิพากษาเกี่ยวกับการกินยาพาราเซตามอลร่วมกับไวน์เป็นประจำของชาวเวอร์จิเนียรายหนึ่งจนทำให้ตับวาย จนต้องมีการปลูกถ่ายตับใหม่ บริษัทผู้ผลิตยาแพ้คดีต้องจ่ายเงินชดใช้ถึง 8 ล้านดอลลาร์

เรื่องสุดท้ายที่อยากจะเตือนคุณผู้อ่านก็คือ เรื่องของยาตีกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริง แต่เดิมไม่เคยมีใครคิดถึงเรื่องนี้เลย คิดว่าพาราเซตามอลเป็นยาสามัญประจำบ้าน ไม่มีพิษสงอะไร ไม่ตีกับยาอื่น แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้วเนื่องจากระยะหลังนักวิจัยได้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เพราะคนใช้ยาพาราเซตามอลมากขึ้น ยังกับพาราเซตามอลเป็นขนมอย่างนั้นแหละ ตัวอย่างหนึ่งที่ดิฉันพบเองก็คือ พาราเซตามอลตีกับยาต้านการแข็งตัวของเลือดตัวหนึ่งในผู้ที่เป็นเลือดข้น กล่าวคือพาราเซตามอลทำให้เลือดแข็งตัวช้าลงได้หากได้รับในปริมาณมาก อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ซึ่งเท่ากับไปเสริมฤทธิ์ของยาต้านการแข็งตัวของเลือดจนทำให้ผู้นั้นเกิดเลือดออกผิดปกติขึ้น

ทางที่ดีคุณควรใช้ยาพาราเซตามอลเท่าที่จำเป็นในขนาดการรักษาปกติ คือ ยาพาราเซตามอล 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (เช่น น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ก็กินแค่ยาเม็ดขนาด 500 มิลลิกรัม 1 เม็ด ก็เพียงพอ) และหากไม่มีอาการแล้วก็ควรหยุดกินยาทันที หรือหากใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลาประมาณ 3-4 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้นก็ควรไปพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยเพิ่มเติมจะดีกว่าเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง



จากหนังสือ Health today ฉบับเดือนสิงหาคม 2549



ความคิดเห็นที่ 27


7 ม.ค. 2552 13:11
  1. ปวดหัวกินไป 8 เม็ดเป็นอะไรมากหรือเปล่าอ่าคะ




ความคิดเห็นที่ 30

31 ม.ค. 2552 08:26
  1. แล้วถ้าเราเอายาพาราเซตามอลมาบดให้เป็นผงเอาไปละลายน้ำใส่แจกันแล้วเอาดอกกุหลาบมาใส่ไว้ แต่ทำไมดอกกุหลาบถึงเหี่ยวเร็วกว่า ใส่ในน้ำธรรมดา ในยาพาราเซตามอลมียาอะไรที่ทำให้ดอกไม้เหี่ยวได้เร็วขนาดนี้ล่ะ ใครรู้ช่วยบอกที




ความคิดเห็นที่ 16

dee007
5 ม.ค. 2551 09:46
  1. ยาเป็นสิ่งหนึ่งที่มนุษย์ต้องการมาก เนื่องจากให้หายโรคจากตัวเรา



ความคิดเห็นที่ 45

14 ธ.ค. 2553 11:09
  1. ผมก็เคยกิน ไปประมาน24เม็ด แต่ตอนนั้นกินน้ำด้วย ประมานๆครึ่งลิตร ตอนนั้น Sadมาก เลยกิน ประชดพ่อ T^T ไปรพ. เพราะพ่อรู้ เพราะพารา หมดกระปุก ^^ แรกๆจะมีอาการ มึนๆครับ จะทรงตัวไม่ค่อยไหว หัวจะหนักๆ แต่ผมไม่มีอาการรู้สึกที่จะอาเจียนเลยอ่ะครับ??? หรือเพราะว่าผมกินน้ำเข้าไปด้วยหว่า??? ตอนแรกไปรพ.บอกมาล้างท้อง เค้าก็ให้นั่งรอ?? บอกว่ากินยาเกินขนาด ต้องนั่งรอ??? ทั้งๆที่รพ. ตอนนั้น มีคนไข้นั่งอยู่ประมาน4คน กว่าจะได้ล้างท้องก็ปาไปเกือบๆ3ชม. พอมารพ.ใหญ่ พ่อผมก็เลยถามแพทย์ว่า เรื่องฉุกเฉินแบบนี้ ต้องนั่งรอต่อคิวหรอ? ผมกินไปเมื่อกลางๆปี53 ตอนนี้ รุ้สึกว่ามีอาการโรคนิ่ว แล้วครับ ผมไม่แน่ใจนะว่า มันเกิดจากพาราหรือเปล่า แต่ผมไม่ได้อั้นปัสสาวะ บ่อยมากนะครับ เครื่องคื่มเกลือแร่ก็ไม่ค่อยได้กิน อยากจะถามผู้รู้ว่า 1.กินพาราเกินขนาดไปแล้วจะมีผลทำให้เกิดโรคนิ่วหรือไม่ครับ?



ความคิดเห็นที่ 19

15 พ.ค. 2551 08:01
  1. ข้อมูลดีหรอ? ดียังไง ไม่มีแหล่งข้อมูลที่ชัดเจน คุณเป็นหมอหรือป่าวอ้างอิงอย่างนี้ ระวังจะโดนคนเขาฟ้องหมิ่นประมาทซะหรอก ถ้ายาพารามันเป็นอย่างที่คุณพูดจนเป็นตุเป็นตะจริง ไม่ลงข่าวหน้าหนึ่งไปแล้วหรอ แล้วทางการโลก อเมริกา ก็ยังยอมรับยาพารา ว่าเป็นยาแก้ปวด นี่คุณกำลังใส่ร้ายยาพาราเกินจริง โอเคไม่มีสิ่งไหนที่กินมากไปแล้วมีผลเสีย พาราก็ด้วย แต่แค่กินวันละ 2 เม็ดน่ะ ทุกคนทั่วโลกเขาก็ทำกัน แล้วคุณปลุกข่าวแบบนี้ มันทำให้ประชาชนเสียขวัญ ยิ่งรากหญ้า หรือคนระดับกลาง ที่เวลาปวดหัวเป็นไข้ก็กินพารากันทั้งนั้น มันเหมือนกับคุณกำลังไปห้ามไม่ให้ชาวนาในรถไถนานั่นแหละ คุณกำลังทำบาปอยู่ รู้ตัวใช่มั้ย ไม่ได้บอกว่าไม่ยอมรับฟังข่าวสาร แต่คุณควรรอให้มันมีมูลฐานที่ชัดเจนกว่านี้ จะดีกว่ามาพูดปาวๆ แบบไร้ข้อมูลที่น่าเชื้อถือ



ความคิดเห็นที่ 20

15 พ.ค. 2551 08:03
  1. ภญ.อัมพร จันทรอาภรณ์กุล<BR>ไม่ได้หมิ่น แต่ภญ. นี่อะไร แพทย์หญิง? ไม่ใช่ พญ.รึ



ความคิดเห็นที่ 46

6 ก.ย. 2554 00:29
  1. ได้ความรู้ดี แต่ชอบที่เถียงกันมากก่้้่า คห.25 ด่าได้ไฮโซดีชอบ แบบเข้ามาเพราะคิดว่าพาราแบบละลายน้ำหาซื้อที่ไหน ปล.หลงมา



ความคิดเห็นที่ 7

pharmacy35
2 ม.ค. 2550 00:16
  1. ขนาดยาสำหรับเด็ก 10-15มิลลิกรัม/กิโลกรัม/ครั้ง ทุก 6-8 ชั่วโมง จึงจะปลอดภัยนะครับ



ความคิดเห็นที่ 31

26 เม.ย. 2552 10:36
  1. สงสัยเรื่องการใช้ ฟ้าทะลายโจร ทำให้เป็นโรคไตวานได้หรือไม่
    มีคนรู้จัก อายุ 61 ปีกินฟ้าทะลายโจรเป็นประจำ (มีโรคประจำตัว เป็นเบาหวาน ความดัน อัมพฤกษ์ด้วย) ต่อมา  หมอบอกว่าเป็นไควายจากการกำฟ้าทะลายโจร
    อยากให้ให้ความรู้ด้วยว่าฟ้าทะลายโจร ควรกินกี่เม็ด  กินนานเท่าไหร่จึงจะไม่ทำให้เป็นไตวาย




ความคิดเห็นที่ 10

6 ส.ค. 2550 19:22
  1. พิษที่สามารถทำลายเซลล์ตับได้
    น่ากลัวจริงๆ



ความคิดเห็นที่ 23

8 ก.ค. 2551 10:50
  1. กินยาพาราฯกับนม หรือน้ำส้มได้รีเปล่าคะ?



ความคิดเห็นที่ 28

noppolcham
7 ม.ค. 2552 21:05
  1. ขอบคุณมากครับความรู้เพื่อสุขภาพทั้งนั้น




ความคิดเห็นที่ 3

weerapong_rx
9 ธ.ค. 2549 05:20
  1. พาราเซตามอล (paracetamol) หรือ อะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) ทั้งสองชื่อเป็นชื่อสามัญ (generic name) ส่วนชื่อทางการค้า (trade name) มีมากมายในประเทศไทย เช่น มายพารา ซาร่า ไทลีนอล พาราแคบ เป็นต้น



ความคิดเห็นที่ 22

น้ำต้น
20 พ.ค. 2551 00:32
  1. ภญ คือเภสัชกรจ้า




ความคิดเห็นที่ 15

4 ธ.ค. 2550 23:55
  1. Paracetamol ออกฤทธิ์ยับยั้ง cox ในสมอง เมื่อเข้าร่างกายจะถูกเปลี่ยนรูปที่ตับ โดยปฏิกิริยา glucuronidation (60%) sulfation (30%) ขับทางปัสสาวะ มีการmetabolized โดย CYP (4%) ได้เป็น NAPQI ซึ่งมีพิษต่อตับและไต โดยปกติอ่ะ NAPQI ถูก detoxified โดยconjugation กับ reduced glutathione และขับทางปัสสาวะ
    อาการพิษมี 4 ระยะนะคะ
    ระยะ 1 หลังรับยาประมาณ 24 ชั่วโมง ไม่มีอาการเลยก้อได้นะ อาจจะคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร แต่ยังไม่มีอาการตาเหลืองตัวเหลืองนะคะ
    ระยะ 2 ปวดชายโครงด้านขวาเน้อ หลังรับยา 24-72 ชั่วโมงนะ มีbilirubin,hepatic enzyme,prothrombin time ที่สูงมากกว่าปกตินะคะ ตอนนี้ก้อเริ่มมี hepatic necrosis จาก toxic metabolite จ๊ะ
    ระยะ 3 รับยาประมาณ 72 - 96 ชั่วโมงเน้อ เป็นระยะที่มีการทำลายตัยมากขึ้นเรื่อยๆเลยนะคะ อาจเกิด hepatic encephalopathy เลือดออกผิดปกติ น้ำตาลในเลือดต่ำ จากการทำงานของตับที่ลดลงนะ จนอาจเสียชีวิตได้เลยนะ
    ระยะ 4 หลังรับยา4 วัน ถึง 2 อาทิตย์ หากในระยะ3อ่ะผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้นะ การทำงานของตับก็จะดีขึ้นเรื่อยๆจนมาปกติใน 4 วัน-2สัปดาห์ ทั้งนี้ก้อยังขึ้นกะความรุนแรงของตับอักเสบด้วยนะคะ
    ####ปกติจะเกิดอาการพิษเมื่อได้รับยาเกินขนาด 150 mg/kg (ประมาณ 15 -20 เม็ด)###
    วิธีดูแลรักษาผู้ป่วยที่ได้รรับผิด
    @ Basic life support ผู้ป่วยกลุ่มนี้ในระยะเเรกมักมีความรู้สึกตัวปกติ หากมีอาการคลื่นไส้มากนะคะ ก็ควรที่จะให้สารน้ำเข้าไปทดแทนนจ๊ะ
    @ Early managament
    * prevent absorption ป้องกันการดูดซึม ทำการล้างท้อง ซึ่งจะมีประโยชน์ใน 1-2 ชั่วโมงแรก หลังจากได้รับยาเกินขนาด หรือ ให้ผงถ่านกมมันต์ ช่วยในการดูดซับสารพิษ โดยให้ขนาด 1 g/kg ไม่จำเป็นต้องให้ผงถ่านซ้ำอีก
    * เร่งการขับถ่ายยาออก การทำ hemodialysis หรือ hemoperfusion ไม่มีประโยชน์มากนัก
    *ยาต้านสารพิษ(antidote) : N -acetylcysteine (NAC) มีทั้งรูปกินและฉีดนะคะ แต่ในรูปฉีดอ่ะคะ มีผลข้างเคียงสำคัญนะคะ คือ anaphylactoid reaction ส่วนยารูปแบบกินนะ ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งจะส่งผลให้ได้รับปริมาณยาได้ไม่เพียงพอนะจ๊ะ



ความคิดเห็นที่ 5

16 ธ.ค. 2549 18:44
  1. ขนาดสูงสุดที่ของพารา คือไม่เกินวันละ 4 กรัม หรือก็คือ 8 เม็ด นั่นเอง



ความคิดเห็นที่ 25

7 ส.ค. 2551 21:03
  1. ความรู้สำหรับ
    ความเห็นที่20
    1.ภญ.คือเภสัชกรหญิง
    2.ร่างกายสามารถขับสารพิษที่เป็นโทษได้แต่ถ้าหากมากเกินไปจนร่างกายจะไม่สามารถขับออกได้จะทำให้เกิดอาการเป็นพิษต่างๆตามที่ทุกท่านได้ให้ความรู้กันในกระทู้ต้นๆแล้ว
    ไม่ได้อ่านหรือคะว่าปริมาณที่เป็นพิษมันเท่าไหร่เว็บไซต์อื่นก็มีบอกนะคะ เค้าเตือนมาจะฟังแล้วเอามาประมวลผลด้วยสมองแล้วจะปฏิบัติตามหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ
    จะกินกันวันละ20เม็ดก็เชิญเถอะค่ะแล้วแต่ถ้ามันมีประโยชน์ขนาดนั้นไม่บอกคงคิดว่าที่บ้านทำยาพาราเซ็ตตามอลขายแต่คิดไปคิดมาคงไม่ใช่เพราะว่าขนาดคำว่า
    ภญ.ยังไม่รู้จักความรู้คงไม่กว้างขนาดนั้น

    ดิฉันหาความรู้เรื่องยาที่เป็นพิษต่อตับที่หาซื้อได้ง่ายๆเอาไว้ใช้ฆ่าตัวตายค่ะแบบตายทันทีไม่เอาค่ะเอาไม่ชอบอยากได้แบบผ่อนส่งตายแบบช้าๆให้มันทรมานที่สุดค่ะ
    ขอบคุณนะคะความเห็นที่20คุณเป็นคนแรกเลยที่สนับสนุนให้ดิฉันทำบาปต่อตัวเองได้
    ขอบคุณค่ะ



ความคิดเห็นที่ 8

18 พ.ค. 2550 02:12
  1. มีความรู้มากๆเลยค่ะ..เพราะปี2 ก็คงได้เรียนเกี่ยวกับพิษของยาพารา (แอบเห็นแว๊บๆ)อยู่ใน
    Biopharm อิอิ



ความคิดเห็นที่ 38

27 มี.ค. 2553 14:07
  1. antidote (แอนติโดส) คือ ตัวต้านพิษค่ะ antidote ของพารา..N-acetylcysteine ค่ะ ปกติ N-acetylcysteine ในขนาดต่ำๆเป็นยาละลายเสมหะค่ะ แต่ในการแก้พิษพาราต้องใช้ในขนาดที่สูงมากเพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถใช้ทางการกินได้ จึงต้องใช้ฉีดทางเส้นเลือดแทน(ความเข้มข้นสูงโอกาสแพ้ก็สูงตามไปด้วย) และต้องใช้เวลาหลายวันในการรักษาและเสี่ยงต่อการเกิดพิษต่อตับในระยะยาวด้วยค่ะ



ความคิดเห็นที่ 11

11 ส.ค. 2550 17:30
  1. แล้วควรกินไม่เกินเท่าไรเอ่ย กินประมาณ 4-6 เม็ดต่อวัน มาเกือบอาทิตย์แล้ว

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น