|
การผลิตน้ำมันปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100) จากน้ำมันปาล์มดิบ
โพสต์เมื่อ:
11:38 วันที่ 1 พ.ย. 2549 ชมแล้ว:
182,315
ตอบแล้ว:
521
![]() การผลิตน้ำมันไบโอดีเซล จากน้ำมันปาล์มดิบ มีกรรมวิธี ขั้นตอนหลากหลาย แตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้ ก็แตกต่างกัน ขอเชิญทุกท่านร่วมแบ่งปันความรู้เพื่อการสร้างสรร และพัฒนา ปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100) จำนวน 502 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| -11- 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| 25| 26| ลองเข้า เว็บจังหวัดกระบี่ดูก่อนครับ จะมีลิงค์ให้เข้าต่อ โลโก้ kmpalm http://www.krabi.go.th ตอนนี้ได้เริ่มใช้ไบโอดีเซล 100% มาประมาณ 10,000 km แล้วกับรถกระบะ tiger D4D ระบบคอมมอนเรลซึ่งไม่มีปัญหาใดๆ เลย อัตราเร่งสูงสุดประมาณ 4000 กว่ารอบ/นาที ที่ความเร็วสูงสุด 150-160 กม./ชม.อัตราการสิ้นเปลืองปกติ ทุกอย่างไม่ต่างกับดีซลเลยซึ่งทุกท่านไม่ต้องกลัวว่ารถรุ่นใหม่ๆจะใช้กับไบโอดีเซลไม่ได้ ใช้ได้แต่น้ำมันคุณต้องมีคุณสมบัติที่ดีพอ และทางที่ดีคุณต้องค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับการทำงานของเครื่องยนต์ด้วย ซึ่งระบบคอมมอนเรลนั้น มีการทำงานที่ซับซ้อนมากกว่าระบบปกติ โดยมีระบบ electronic มาควบคุมการทำงานของส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ และมีการควบคุมและรักษาระดับความดันน้ำมันในท่อคอมมอนเรล เพื่อที่จะจ่ายไปยังหัวฉีดในปริมาณที่เท่าๆกันและระบบหัวฉีดนั้นมีความละเอียดสูงมากของละอองน้ำมันซึ่งเป็นผลสืบเนื่องต่อการประหยัดน้ำมันนั้นเอง และถ้าน้ำมันของคุณยังมีค่าความหนืดสูงหรือไม่มีความสะอาดเท่าที่ควร อาจจะส่งผลต่อระบบการไหลของน้ำมันและจะส่งผลไปยังระบบหัวฉีดในที่สุด ซึ่งอาจจะทำให้อัตราเร่งไม่คงที่ หรือรอบของเครื่องยนต์ตก หนืด ถ้าผมมีอะไรใหม่ๆจะมาเล่าสู่กันฟังอีกนะครับ เด็กเก็บขยะ (IP:203.146.63.184) เรียน คุณเด็กเก็บขยะ ขอขอบคุณในการแสดงความเห็น ผลการใช้งานไบโอดีเซล 100% กับเครื่องยนต์ดีเซลแบบคอมมอนเรลของคุณ เป็นตัวอย่างที่ดีต่อวงการไบโอดีเซลได้ชัดเจนทีเดียว โดยการเน้นถึงคุณภาพน้ำมันว่าต้องมีคุณสมบัติที่ดีพอ หลายท่านคงต้องการทราบว่า"ดีพอ"คืออย่างไร มีโอกาสช่วยเพิ่มเติมให้ด้วยครับ จับตัวเลขความสิ้นเปลืองมาเล่าสู่กันฟังด้วยครับ ขอเสริมเรื่อง คอมมอนเรล สักเล็กน้อย ระบบ คอมมอนเรล ( common rail) แปลง่ายๆว่าระบบท่อร่วม เป็นระบบที่ส่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยแรงดันสูง (มากกว่า 1000 กก./ตร.ซม. ขึ้นไป แล้วแต่แต่ละค่ายรถยนต์จะทะยอยเพิ่มแรงดัน เพื่อเป็นการเพิ่มราคาคุย ขึ้นไปอีกเรื่อยๆ D4D ใช้แรงดัน 1377 กก./ตร.ซม.หรือ 135 เมกกะปาสคาล ) เข้าไปในท่อร่วม มีระบบรักษาแรงดันให้คงที่ หัวฉีดของเครื่องคอมมอนเรล สั่งงานปิดเปิด ด้วยไฟฟ้า 125 โวลท์ ควมคุมด้วยระบบสมองกล โดยจังหวะการฉีด ปริมาณการฉีดของน้ำมันเชื้อเพลิง ถูกประมวลผล จากสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ (รอบเครื่อง ไอดี ไอเสีย ตำแหน่งเพลาข้อเหวี่ยง อุณหภูมิเครื่อง น้ำหล่อเย็น แรงดันน้ำมัน แรงดันเทอร์โบ รอบเครื่อง ) และความต้องการของผู้ขับขี่ที่กระทำต่อคันเร่ง เครื่องยนต์ดีเซลทั่วไป แรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง ระดับ 100 กก./ตร.ซม. ด้วยปั้มหัวฉีดแบบแถวเรียง ซึ่งต้องมีลูกปั๊มเท่ากับ จำนวนลูกสูบของเครื่องยนต์ ส่งไปที่หัวฉีดแต่ละหัว จังหวะและปริมาณการฉีดน้ำมันของเครื่อง ใช้ระบบกลไกควบคุม โดยใช้รอบของเครื่องยนต์ และการตั้งแรงดันที่หัวฉีด การใช้คันเร่งเป็นการใช้เท้าสั่งเข้าไปที่ระบบควบคุมความเร็วที่เป็นกลไกในปั๊มหัวฉีดโดยตรง เครื่องยนต์ทั้งสองแบบ ใช้เชื้อเพลิงดีเซล ชนิดเดียว เหมือนกัน ทุกอย่าง การกรองน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องดีเซลทั่วไป ความละเอียดการกรอง ประมาณ 30 ไมครอน เครื่องคอมมอนเรล ใช้กรองความละเอียด 2-5 ไมครอน ความสะอาดของน้ำมันที่เราผลิตได้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในน้ำมันไบโอดีเซลที่เราผลิตได้ มีสิ่งที่เครื่องยนต์ไม่ชอบอยู่ระหว่างกระบวนการหลายอย่าง เช่น กลีเซอรีน สบู่ เมทานอล กรด ด่าง น้ำ สิ่งสกปรกต่าง กรดไขมันอิสระ ยางเหนียว แต่ละอย่าง ที่กล่าวถึง เครื่องยนต์ไม่ชอบมากน้อยไม่เท่ากัน มีผลเสียต่อเครื่องยนต์ ในระยะยาว ระยะสั้นแตกต่างกัน ผู้ผลิตชิ้นส่วนระบบเชื้อเพลิง รายใหญ่ 4ราย บ็อช เดนโซ่ เดลไฟล์ สแตนไดน์ ทำการรับรองว่าอุปกรณ์ระบบเชื้อเพลิงที่เขาผลิตสามารถใช้กับไบโอดีเซลที่มีคุณภาพได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่ มิถุนายน ปี 2000 รอก็แต่บริษัทรถยนต์ในบ้านเราเท่านั้น การตลาดนำหน้านโยบาย เน้นยอดขาย ไม่เน้นสังคม ไม่มีน้ำใจ ไม่มีวิญญาณ นี่แหละทุนนิยมของแท้ สอดคล้องกับบริโภคนิยมของเราจริงๆ บทความจาก มติชน วันที่ 05 เมษายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10617 ส่งเสริมไบโอดีเซล หรือฆ่าหมู่ชาวสวนปาล์ม? โดย ทวี ศรีสุคนธ์ นายกสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย ปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจที่ก่อกำเนิดอย่างพิสดารยากที่พืชอื่นเสมอเหมือนได้ ทั้งที่เป็นพืชนำเข้ามาจากต่างประเทศเช่นเดียวกับยางพารา มันสำปะหลัง กาแฟ อ้อย เป็นต้น เพราะนโยบายรัฐไม่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก ซ้ำร้ายยังพยายามให้เลิกปลูกด้วยซ้ำเพียงเพราะว่า ต้นทุนการผลิตน้ำมันปาล์มของไทยสูงกว่าผู้ผลิตรายใหญ่อย่างมาเลเซีย และอินโดนีเซีย รัฐบาลเมื่อหลายสิบปีก่อนและถัดๆ มาลืมไปว่า..... ประการหนึ่ง น้ำมันปาล์มนั้นไทยเราอยู่ในฐานะต้องนำเข้ามาเพื่อการบริโภคในครัวเรือนและการอุตสาหกรรม หากปลูกและให้ผลผลิตทดแทนได้น่าจะเป็นการดีไม่น้อย ประการสอง ลืมไปว่าความมั่นคงของประเทศนั้นมีความมั่นคงด้านอาหารควบคู่ไปด้วย เราพึ่งตัวเองได้ในเรื่องน้ำมันปาล์ม ประเทศไทยก็พลอยมั่นคงด้วย มองแค่มิติด้านเศรษฐกิจอย่างเดียวคงไม่พอกระมัง ประการสาม มหาอำนาจในโลกไม่ว่าสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป จีน อินเดีย ไม่มีการปลูกปาล์มน้ำมันหรือหากปลูกก็น้อยเต็มทน เพราะสภาพดินฟ้าอากาศไม่เอื้ออำนวยเมื่อเทียบกับถั่วเหลือง น่าดีใจด้วยซ้ำที่ไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่ปลูกปาล์มน้ำมันถึงขั้นพึ่งพาตัวเองได้ ก็เพราะไม่ยอมเชื่อในแนวคิดและนโยบายของรัฐ ทำให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มไทยขยายพื้นที่ปลูกตามลำดับ กระทั่งทุกวันนี้ผลผลิตน้ำมันปาล์มสามารถตอบสนองความต้องการได้ทั้ง 100% คือประมาณปีละ 6 ล้านตันผลปาล์มสด หรือ 1 ล้านตันน้ำมันปาล์ม แถมยังเหลือบริโภคปีละ 1-2 แสนตัน ที่ส่งออกทำรายได้กลับเข้ามาสู่ประเทศไทยอีกด้วย หากเป็นปัจจุบัน เกษตรกรชาวสวนปาล์มไทยน่าจะได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่นำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้อย่างอดทนยาวนานและผลลัพธ์พิสูจน์แล้วว่า เกษตรกรคิดอ่านถูกต้อง รัฐบาลเองต่างหากที่คิดผิดและทำพลาดมาโดยตลอด แม้กระทั่งเร็วๆ นี้ก็พลาดอย่างจัง... รัฐบาลไทยรักไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แม้นได้ชื่อว่าเป็นผู้ปลุกเร้าการปลูกปาล์มก็เป็นไปในลักษณะของตาบอดคลำช้าง ไม่รู้ธรรมชาติของปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแม้น้อยนิด การหยิบฉวยสถานการณ์น้ำมันเชื่อเพลิงจากฟอสซิลมีทีท่าหมดสิ้นในอนาคตอันใกล้ และราคาน้ำมันแพงขยับขึ้นมหาศาลกว่าเท่าตัว โดยการพึ่งพลังงานชีวภาพทดแทนโดยใช้น้ำมันปาล์มผลิตไบโอดีเซลถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องระดับหนึ่ง แต่ผิดพลาดมหาศาลดังนี้ 1.นโนบายการขยายพื้นที่ปลูกปาล์มชนิดคิดเอง เออเอง ถึง 23 ล้านไร่ทั่วประเทศนั้น เป็นความบ้าคลั่งไร้สติ ตกลงว่าคนไทยไม่ต้องปลูกข้าว ไม่กินข้าว แต่จะปลูกปาล์มและกินน้ำมันปาล์มหรือใช้เป็นพลังงานทดแทนอย่างเดียวกระนั้นหรือ? 2.อวิชชาความไม่รู้ธรรมชาติของปาล์ม ทำให้รัฐกำหนดนโยบายจะขยายพื้นที่ปลูกไปในภาคอีสานและภาคเหนือซึ่งไม่เหมาะที่จะปลูกแม้แต่น้อย ทำให้เกษตรกรสองภาคนี้หลงเชื่อและคลั่งไคล้ลงทุนปลูกปาล์ม โดยไม่รู้ว่าตัวเองต้องสิ้นเนื้อประดาตัวจากนโยบายรัฐในเวลาต่อมา ซึ่งเห็นได้จากตัวเลข 23 ล้านไร่ ลดเหลือ 4 ล้านไร่ ในประเทศ 3.ตัวเองยังเอาไม่รอดยังริอ่านไปช่วยคนอื่น ดังกรณีนโยบายส่งเสริมเอกชนปลูกปาล์มในประเทศเพื่อนบ้าน 1 ล้านไร่ โดยที่การขยายพื้นที่ปลูกปาล์มในประเทศยังขยับไม่ออกเต็มไปด้วยสารพันปัญหา 4.คำว่าบูรณาการ คำว่าเกษตรกรเป็นศูนย์กลางนั้น ในยุคทักษิณขลังนัก แต่ในแง่ทำงานจริงกลับไม่เห็น เช่นเดียวกับโครงการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม กระนั้นวิธีคิดของข้าราชการและนักการเมืองก็คิดไม่เป็น 5.น้ำมันปาล์มเป็นสินค้าอาหารเมื่อจะพ่วงไปใช้เพื่อเป็นพลังงานทดแทนอย่างไบโอดีเซล การเรียงลำดับความสำคัญจะเป็นคำตอบสำหรับการจัดสรรปริมาณที่จะนำไปบริโภคและผลิตไบโอดีเซล และต้องไม่ลืมว่าไบโอดีเซลนั้นมีคุณวิเศษดีเยี่ยม หากเรารู้จักใช้มันเป็นเครื่องมือในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันปาล์ม ตรงข้ามหากไม่รู้ มันจะกลายเป็นเครื่องมือทำลายความมั่นคงด้านอาหารของประเทศอย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ในเมื่อเรามีน้ำมันปาล์มเหลือจากบริโภคภายในประเทศแค่ปีละ 1-2 แสนตัน มีใครคิดบ้างไหมว่าโรงงานผลิตไบโอดีเซลควรมีสักกี่โรง กำลังผลิตรวมเท่าใด ลองเหลียวไปดูมาเลเซียผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก มีคนขอตั้งโรงงานนับร้อยโรงสุดท้ายเขาจำกัดให้ทำได้ไม่ถึง 10 โรง เทียบกับประเทศไทยเรามีหลายสืบโรง มันเข้าท่าไหม? สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม เคยไหมที่นั่งคุยกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ว่าประเทศไทยควรมีโรงงานไบโอดีเซลกำลังผลิตรวมเท่าไหร่จากวัตถุดิบที่มีอยู่หรือที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต หรือคิดแค่เปิดเสรี ใครใคร่เปิด-เปิด โดยไม่มองว่า... เกษตรกร ชาวสวนปาล์มไทยที่เป็นศูนย์กลางนั้น จะมีสภาพเยี่ยงไร ไบโอดีเซลเฟื่องเกษตรเฟื่องหรือเซื่องซึม เพราะราคาผลปาล์มไม่ได้ดีขึ้นอย่างใจหวัง ผู้ประกอบการ ในส่วนของโรงงานไบโอดีเซลเอาวัตถุดิบคือน้ำมันปาล์มดิบจากไหนเวลานี้ถึงมีก็ไม่พอกับจำนวนโรงงานอยู่แล้ว การปล่อยให้เอกชนลงทุนโดยรัฐรู้อนาคตความเสี่ยงสูงเช่นนี้เป็นการดีแล้วหรือ ทรัพยากรทุน เงินทุนเป็นทรัพยากรอย่างหนึ่งที่มีจำกัด หากนำไปลงทุนในโรงงานไบโอดีเซลอย่างพอเหมาะพอสม เงินที่เหลือก็สามารถนำไปลงทุนโครงการอื่นแทนการกระจุกตัวในอุตสาหกรรมไบโอดีเซลอย่างเดียว มันก็เกิดผลประโยชน์ต่อการบริหารทรัพยากรทุนของประเทศ แต่การทำงานระหว่างกระทรวงและหน่วยงานเกี่ยวข้องไม่เป็นไปในลักษณะบูรณาการประสานงานอย่างที่คุยโต เอาเข้าจริงเกษตรกรหาได้เป็นศูนย์กลางของพลังงานทดแทนไบโอดีเซลประการใดไม่ สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ตะบี้ตะบันให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมไบโอดีเซล โดยไม่คำนึงว่าอุตสาหกรรมจะอยู่อย่างไร อยู่รอดปลอดภัยหรือไม่ กระทรวงพลังงาน ความชินอยู่กับพลังงานฟอสซิล พอมาเจอพลังงานชีวภาพกระทรวงพลังงานก็มืออ่อนแขนอ่อนไปไม่ได้ ไปไม่ถูก นโยบายพลังงานทดแทนนั้นดี แต่ที่เห็นๆ มีแต่โรงเล็กโรงน้อยจิบจ้อยกันทั้งนั้น โรงงานในเชิงนโยบายยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม กระทรวงพาณิชย์ ลำพังที่ผ่านมาเอาตัวรอดกับราคาผลปาล์มสดเป็นฤดูๆ ไปนโยบายไบโอดีเซลแทบไม่เห็นความข้องเกี่ยวของกระทรวงนี้มากนักทั้งที่ต้องเกี่ยวข้องต่อไป กรมศุลกากร สร้างปัญหาให้วงการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มว่าด้วยการอนุญาตให้ขนสินค้าถ่ายลำ การขนสินค้าผ่านแดน ซึ่งปราศจากการควบคุมที่รัดกุมและโปร่งใส จนเป็นที่โจษขานว่าสินค้าเหล่านี้หลุดออกมาขายในประเทศไทยได้อย่างไร และผลกระทบย่อมตกอยู่กับเกษตรกรชาวสวนปาล์มไทยที่ไม่มีโอกาสขายผลปาล์มสดได้ราคา กระทรวงเกษตรฯ เจ้าภาพในการขยายพื้นที่ปลูกปาล์ม จนกระทั่งบัดนี้ยังอยู่ในอาการไปไหนมา สามวาสองศอก ทั้งที่รู้เรื่องปาล์มดีที่สุดในบรรดากระทรวงเกี่ยวข้อง ดังนั้น ความหวังที่จะเห็นเกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกโดยฝีมือกระทรวงเกษตรฯ จึงเป็นเรื่องที่หวังพึ่งได้ยาก เว้นแต่เกษตรกรจะเดินหน้าของตัวเองเหมือนอย่างที่ทำมาในอดีต นี่เป็นปัญหาซับซ้อนของวงการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ลามไปถึงไบโอดีเซล ซึ่งขณะนี้ทราบมาว่า มีโรงงานไบโอดีเซลขนาดใหญ่กำลังผลิต 6 แสนลิตร/วันของบริษัท ไทยโอลีโอ เคมี จำกัด ยื่นเรื่องต่อส่วนราชการขอนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซล โดยอ้างเหตุผลว่า น้ำมันปาล์มดิบในประเทศไม่เพียงพอ ในฐานะนายกสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย ขอตั้งคำถามให้คิดดังนี้ 1.นโยบายของกระทรวงพลังงาน โดย รมว.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ที่ห้ามนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบเพื่อผลิตไบโอดีเซลจะเป็นประการใด จะคงอยู่หรือเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุผลเช่นไร 2.หากให้รายหนึ่งนำเข้าโดยไม่เสียภาษีได้ก็เท่ากับเปิดให้ทุกรายนำเข้าด้วยใช่ไหม ตกลงว่าประเทศไทยจะผลิตไบโอดีเซลด้วยการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบทั้งดุ้น เพราะคงไม่มีใครโง่ที่จะใช้น้ำมันปาล์มดิบในประเทศที่มีราคาสูงกว่าการนำเข้า (เพราะไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าแม้สตางค์แดงเดียว) นโยบายนี้จะยังประโยชน์เฉพาะโรงงานไบโอดีเซลแน่นอน นอกนั้นทำลายเข่นฆ่าเกษตรกรชาวสวนปาล์ม 3-4 แสนครอบครัวอย่างย่อยยับ คำว่าเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องท่องจำหรือเรื่องต้องน้อมนำไปปฏิบัติ 3.หากรัฐอนุญาตนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบผลิตไบโอดีเซล สู้เรานำเข้าน้ำมันดีเซลจากฟอสซิสโดยตรงไม่ดีกว่าหรือ เพราะไม่มีใครเจ็บตัวมากกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ว่าเรานำเข้าน้ำมันฟอสซิลหรือน้ำมันปาล์มดิบมันก็คือการนำเข้า การสูญเสียเงินตราต่างประเทศเหมือนกัน ทำเช่นนี้จะเกิดประโยชน์อะไรต่อประเทศไทย เกษตรกรไทยเราเล่า ผู้เขียนคิดว่า รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ควรใช้วิจารณญาณพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ หาไม่แล้วชะตากรรมของเกษตรกรชาวสวนปาล์มไทยไม่ต่างไปจากเกษตรกรไทยผู้ปลูกหอม กระเทียม ภาคเหนือที่ถูกพิษข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-จีนทำลายจนสูญเผ่าพันธุ์ วันนี้เราต้องกินหอม หอมใหญ่ กระเทียม กระทั่งผลไม้เมืองหนาวจากจีน ผลกระทบนี้กว้างขวางยิ่งใหญ่ไม่แพ้อนาคตที่เรานำเข้าน้ำมันปาล์มดิบผลิตไบโอดีเซลจากมาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย ลงเอยคือเกษตรกรชาวสวนปาล์มไทยถูกรุมฆ่าหมู่จากนโยบายไบโอดีเซล พลังงานทดแทนที่สวยหรูแต่กินแล้วเป็นพิษถึงตายนับแสนครอบครัว ![]() ในส่วนของการผลิตจริง อาจได้ผลผลิตที่แตกต่างไปจากนี้ ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของระบบการผลิต การใช้เมทานอลจริงก็ต้องมีระบบการเรียกคืนทั้งสองขั้นตอน หรือมีการใช้เมทานอลร่วมกัน ทั้งสองขั้นตอน ขั้นตอนการทำเอสเตอริฟิเคชั่นด้วยกรด ใช้เวลานาน มีน้ำเกิดขึ้นส่วนหนึ่ง ต้องหาวิธีที่แยกน้ำออกอย่างได้ผลมาใช้ในส่วนนี้ด้วย น้ำมีผลต่อการทำทรานเอสเตอริฟิเคชั่นที่ใช้ด่าง มีการทดลองใช้ตัวทำปฏิกิริยาชนิดที่ไม่ใช่ ด่าง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเกิดสบู่ เนื่องจากกรดไขมันอิสระ เมื่อเจอกับด่าง จะกลายเป็นสบู่ การลดค่ากรดไขมันอิสระ (FFA /free fatty acid ) ให้ต่ำที่สุด < 1% ก็จะทำให้เกิดปัญหาข้างเคียงน้อยลง เกิดสบู่น้อย ปฏิกิริยาสมบูรณ์มากขึ้น น้ำมันที่มีค่ากรดไขมันอิสระสูงมาก กว่า 5 % อาจต้องทำปฏิกิริยาเอสเตอริฟิเคชั่น ด้วยกรด 2 ครั้งหรือมากกว่า ส่วนการทำปฏิกิริยาด้วยด่าง การทำปฏิกิริยา 2 ครั้งขึ้นไป(มีบางแห่ง ทำ ทรานสเอสเตอร์ 3 ครั้ง) ทำให้ได้ เมทิลเอสเตอร์สูงตามมาตรฐาน และสัดส่วนของ โมโน ได ไตร กลีเซอไรด์ น้อยลงมากๆ จะมีตัวเลขเปรียบเทียบให้ดูในโอกาสต่อไป ส่วนการแยกยางเหนียว มีการสูญเสียน้ำมันดิบ ประมาณ 0.5 % ยังไม่ได้มีการนำมารวมไว้ด้วยกัน ผลของ กรดไขมันอิสระ ที่มีต่อปริมาณผลผลิตของเมทิลเอสเตอร์ ผลของ กรดไขมันอิสระ ที่มีต่อปริมาณผลผลิตของเมทิลเอสเตอร์ แตกต่างกันตามแต่ละกระบวนการและชนิดของตัวเร่งปฏิกิริยา การใช้ด่างเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา มีการสูญเสียน้ำมัน 3 เท่า ของกรดไขมันอิสระ ในกรณีที่มีกรดไขมันอิสระ มากถึง 30 % จะสูญเสียน้ำมันทั้งหมด การเลือกกระบวนการผลิต ว่าจะใช้ตัวเร่งแบบกรดหรือด่าง ต้องพิจารณาจาก ค่าของกรดไขมันอิสระ และปริมาณผลผลิตที่ต้องการ การเลือกใช้กระบวนการแบบผสมผสาน โดยการใช้กรดและด่าง เป็นกระบวนการที่เหมาะสมต่อน้ำมันพืชที่มีค่ากรดไขมันอิสระ อยู่ระหว่าง 3-10 % ![]() เป็นไปได้หรือเปล่าครับถ้าใช้เทคโนโลยี ตัดต่อพันธุ์กรรมให้ พืชโตไวผลิตน้ำมันได้เยอะ (สักสองอาทิตย์เก็บผลผลิตได้) หรือ ตัดต่อให้ แพลงตอน มีน้ำมันเยอะ จะได้เอามาสกัดน้ำมันให้คุ้มทุน แล้ว เทคโนโลยีพวกเนี่ย เมืองไทยทำได้หรือยังครับ ติม/man_of_love939@hotmail.com (IP:58.8.51.245) ปิดยอดจองรถงานมอเตอร์โชว์ 10 วันฟัน 13,883 คัน ปู่เพิ่งจะพาลูกหลานไปงานมอเตอร์โชว์ หน้างาน มีป้ายสวยงาม พระบรมฉายาลักษณ์ พลังงานทดแทน ภาพศิลป ที่นำเอาผลปาล์ม ข้าวโพด ข้าวเปลือก เรียงเป็นภาพ ตัวหนังสือสวยงาม เดินเข้าดูงานอยู่ 4 ชม. เจอไบโอดีเซล B5 1 ขวด แก๊สโซฮอล์ 1 ขวด นอกนั้นก็มีแต่ การแสดง โฆษกประกาศว่าจินตลีลา แต่คุณย่าบอกว่าจ้ำบ๊ะประกอบรถยนต์ มากกว่า หนุ่มๆก็เอาแต่ถ่ายรูปสาวโชว์รถ สาวๆ ก็ตั้งท่านางแบบ สายเดี่ยว จะเป็นพริทตี้กะเขามั่ง ยอดจองรถล้นหลาม คนต้องซื้อรถรุ่นใหม่เพราะอยากจะประหยัดน้ำมัน อยากใช้แก้ส ปากบอกรักพ่อ อยากอยู่แบบพอเพียง อย่าทะเลาะกัน ทำไมพูดได้ดี เพราะ น่ารักจังเลย เวลาทำมันยากนะ กัดกันทุกวัน ก่อหวอดทุกวัน ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อทุกวัน ปั่นราคาจตุคามทุกวัน เฮ้อ เหนื่อย คุณปู่ไบโอ (IP:124.121.47.35) เรียน คุณเกษตรกรต้วจริง ผมขอความรู้การทำสบู่จากกลีเซอรีนด้วยครับ คนไท (IP:203.188.8.95) ท่านเกษตรกรตัวจริง หายไปไหนค๊ะ ??? tim (IP:124.121.45.166) เรียน...ท่านมือใหม่ไบโอ ตอนนี้ท่านทดลองอยู่ที่ไหนล่ะค่ะ ทดลองกะไขมันสัตว์แล้ว...ได้ทดลองกะน้ำมันพืชบ้างหรือยัง ถ้าต้องการผู้ช่วย...ก็ยินดีค่ะ เด็กน้อยไบโอ (IP:203.151.199.162) คิดถึง ท่านเกษตรกรตัวจริง แล้วเหมือนกัน เด็กน้อยไบโอ (IP:203.151.199.162) จากบทความของมติชนที่ท่านเกษตรกรนำมาลงแล้วมองภาพออกเลยในฉับพลันว่าทุกวันนี้เมืองไทยไม่ควรมีภาพพจน์แย่ๆอย่างนี้ ที่มันแย่อย่างที่เรารู้สึกนั้นเป็นเพราะพลังของขั้วทุนมันมีมากจนสลายจิตสำนึกของผู้บริหารบ้านเมือง ยอมจำนนต่อขั้วทุนทำลายความเป็นไทอย่างมีขั้นตอน ผมชอบนิยามของท่านที่ว่า นโยบาย คือคำแถลงอันไพเราะ จับใจ มีวรรคทอง อ่านแล้ว บางทีน้ำตาจะไหล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เรารู้ว่าเขากำลังพัฒนาประเทศแบบไร้ทิศทาง เห็นใจพี่น้องชาวเกษตรกรจริงๆจากใจ ผมยังเคยคุยเล่นๆกับพรรคพวกว่าหากจะให้ยั่งยืนจริงควรเริ่มจากการปฎิรูปโครงสร้างทั้งหมดก่อน หาจุดหลักให้มั่น ใครจะผลิต ใครจะปลูก ใครรับผิดชอบเรื่องจัดซื้อ ประกันราคา ตีกรอบให้ชัดเจนโปร่งใส แล้วถึงจะไปปั่นให้เขาปลูก เล่นทำกันผิดข้างตลอดเงินมาทีแก้ที กินข้าวกับเจ้าใหญ่เสร็จเปลี่ยนนโยบายวันรุ่งขึ้นโอยเกษตรกรงง ตราบใดที่ผู้บริหารยังงง เห็นทีเรามีแต่พึ่งตนเองครับ เมื่อไหร่ไปทำเนียบบอกด้วยนะครับ จะร่วมแจม อยากรู้จริงๆว่าเขาจบมาสูงๆทำไมถึงคิดไม่ออกสักทีหรือเงินมันทำให้คนคิดไม่ออก นีโอดีเซล (IP:203.188.12.45) จริงค่ะท่าน....นีโอดีเซล โดยเฉพาะ ตอนที่กินข้าวกับเจ้าใหญ่ แล้วนโยบายก้อเปลี่ยนวันรุ่งขึ้น นี่แหละค่ะ ซึ้งในรสพระรรมจริง ๆ ค่ะ เด้กน้อยไบโอ (IP:203.151.199.162) ![]() กลับมาแล้วครับ ไปพักร้อนมา ร้อนจริงๆ ส่งรูปให้ช่วยดูกันว่า มีความเหมาะสมหรือไม่ อยากผลิตไบโอดีเซล ทำไมต้องอิงแอบ อ้างอิงสถาบัน อยากทำมาหากิน กลัวทำประชาพิจารณ์แล้วชาวบ้านไม่ผ่าน ไม่ยอม กระนั้นหรือ ? "รักพ่อจนน้ำลายไหล" ถ้าเราไม่มีไฮโดรมิเตอร์ เราสามารถหาความบริสุทธิ์ของ methanol ที่กลั่นได้ โดยการชั่งน้ำหนักได้ไหมค่ะ ? เช่น 100 ml = 78 g แต่ความหนาแน่นของ methanol บริสุทธิ์ = 0.79 ดังนั้น ( 78 x 100 ) / 79 = 98 % เด็กน้อยไบโอ เด้กน้อยไบโอ (IP:203.151.199.162) ตามที่เครือข่ายไบโอดีเซลประชาชนภาคใต้ร่วมกับวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ ได้จัดประชุมสมาชิกเครือข่ายไบโอดีเซลภาคใต้ ครั้งที่ 2 ณ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และได้มีมติให้จัดประชุมสมาชิกอย่างต่อเนื่องเป็น ครั้งที่ 3 ณ จังหวัดชุมพร โดยจะเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อระดมความคิดเห็นจากสมาชิก ในการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนเครือข่ายไบโอดีเซลประชาชนภาคใต้ อย่างชัดเจน และสามารถเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วนของสังคมได้ ในการนี้เครือข่ายไบโอดีเซลประชาชนภาคใต้ และวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ จึงใคร่ขอเชิญท่านเข้าร่วม การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ เครือข่ายไบโอดีเซล ประชาชน ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 5 6 พฤษภาคม 2550 ณ จังหวัดชุมพร โดยชำระค่าลงทะเบียนเป็นค่าที่พักและอาหารว่าง ท่านละ 400 บาท ภายในวันที่ 27 เมษายน 2550 (รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย) กำหนดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ เครือข่ายไบโอดีเซล ภาคประชาชน ภาคใต้ ครั้งที่ 3 จังหวัดชุมพร วันที่ 5 - 6 พฤษภาคม 2550 วันที่ 5 พฤษภาคม 2550 13.00 น. เดินทางถึง โรงแรมภราดร อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร 13.00 16.30 น. แลกเปลี่ยน เรียนรู้ การสร้างเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จ 16.30 18.00 น. พักผ่อน ตามอัธยาศัย 18.00 19.00 น. รับประทานอาหาร (ชมรมเกษตรยั่งยืน จ. ชุมพร เป็นเจ้าภาพ) 19.00 21.00 น. กิจกรรมสันทนาการ 21.00 น. พักผ่อน วันที่ 6 พฤษภาคม 2550 07.00 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า (โรงแรมภราดร) 08.00 08.30 น. เดินทางไป ห้องประชุม บริษัท กรีน พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด 08.30 12.00 น. ประชุมเชิงปฏิบัติการ กำหนดแผนยุทธศาสตร์ เครือข่ายไบโอดีเซลฯ 12.00 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน (บริษัท กรีน พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นเจ้าภาพ) 13.00 14.30 น. ฟังบรรยาย และ เยี่ยมชม โรงงาน กรีน พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด 14.30 16.30 น. จัดทำแผนปฏิบัติการ 16.30 น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ หมายเหตุ : 1. เก็บค่าลงทะเบียน (ที่พักและอาหารว่าง) ท่านละ 400 บาท (พักห้องละ 2 ท่าน) 2. หากต้องการพักคนเดียว คิดค่าลงทะเบียน ท่านละ 700 บาท 3. โอนเงินค่าลงทะเบียน ผ่าน ชื่อบัญชี นางพุทธชาติ ซีโฮ่ เลขที่บัญชี 349-083026-6 ธนาคารกรุงเทพ สาขาทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช แบบตอบรับการเข้าร่วม หน่วยงาน........................................................................ รายชื่อผู้เข้าร่วม 1............................................................................. 2............................................................................. 3............................................................................. กรุณายืนยันการเข้าร่วมได้ที่ คุณพุทธชาติ ซีโฮ่ ศูนย์บริการวิชาการและสหกิจศึกษา โทรศัพท์ 083-1046030,075-538030-3 ต่อ 116 โทรสาร/Fax 075-363433 ภายในวันที่ 27 เมษายน 2550 |