|
การผลิตน้ำมันปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100) จากน้ำมันปาล์มดิบ
โพสต์เมื่อ:
11:38 วันที่ 1 พ.ย. 2549 ชมแล้ว:
182,310
ตอบแล้ว:
521
![]() การผลิตน้ำมันไบโอดีเซล จากน้ำมันปาล์มดิบ มีกรรมวิธี ขั้นตอนหลากหลาย แตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้ ก็แตกต่างกัน ขอเชิญทุกท่านร่วมแบ่งปันความรู้เพื่อการสร้างสรร และพัฒนา ปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100) จำนวน 502 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| -16- 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| 25| 26| ขอรายจ่ายต่อคนที่แน่นอนด้วยครับ คนไท ไบโอ (IP:203.172.175.226) *ค่าที่พัก เต้นท์สนาม พักได้ 1-6 คน ราคาคืนละ 450 บาท บ้านพักอุทยานฯ พักได้1-4 คน ราคาคืนละ 800-1000 บาท โรงแรม รีสอร์ท พักได้ 1-2 คน ราคาคืนละ 1000-1200 บาท -ค่าอาหาร 3 วัน ตามรายการ 1,030 บาท(รวมมื้อค่ำ วันเสาร์ที่ 29 มื้อเลี้ยงต้อนรับคาราวานฯ) -ค่าสัมนา ดูงาน 1,000 บาท **การเดินทาง 1. ร่วมขบวนคาราวานฯ จาก กทม. ( ถ้าไม่ได้นำรถมา ให้ติดต่อประสานงาน คุณอัครนัฐ(อ้วน) หงษ์ทอง โทร. 081-442-1779 thongpattana@hotmail.com เพื่อให้คุณอ้วน จัดหาที่นั่งร่วมรถในคาราวานได้) 2.รถทัวร์ ขนส่งสายใต้ มีเที่ยวเช้าถึงเย็น และเที่ยวเย็นถึงเช้า บริการรับจากสถานีขนส่งให้ แต่ต้องแจ้งล่วงหน้าให้ทราบก่อน และมาถึงก่อนการสัมมนา 3. เครื่องบิน มีสายการบิน 4 สาย จาก ดอนเมือง และสุวรรณภูมิ ถึงกระบี่ ไปกลับมี 18 เที่ยว ค่าที่พัก จ่ายตามจริงซึ่งแต่ละท่าน อาจจะเลือกที่พักไม่เหมือนกัน จำนวนคนเข้าพักไม่เท่ากัน เช่น พักเดี่ยวบ้านพัก 1 คน 3 คืน (3,000 บาท) รวมสัมมนา (1 ,000) และอาหาร (1,030) รวมจ่าย 5,030 บาท พักเต้นท์สนาม รวม 4 คน 3 คืน (340 บาท) รวมสัมมนา (1 ,000) และอาหาร (1,030) รวมจ่าย 2,370 บาท เพราะฉนั้น ควรเตรียมงบ 2,500-6,000 บาท ต่อ 1 ท่าน (ยังไม่รวมค่าเดินทาง) ผู้เข้าร่วมสัมมนาครบรายการ มีสิทธิพิเศษ บริการทดสอบคุณภาพน้ำมันไบโอดีเซล (3-8 รายการ)โดยศูนย์ทดสอบคุณภาพน้ำมันของเครือข่ายฯ ***ร่วมกันระดมสมอง เสนอแนวทางไบโอดีเซล ภาคประชาชน ต่อ กรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ*** ท่านที่จะเข้าร่วมงาน มีแบบเอกสารแจ้งความจำนง ให้แจ้งกลับ ติดต่อประสานงานตามรายชื่อที่ให้ไว้ครับ ![]() รับประทานอาหารมื้อค่ำพร้อมกันที่ จ.กระบี่ ![]() จะมีผู้เข้าร่วมสมทบตามเส้นทาง เป็นระยะๆ ตามจุดนัดพบรายทาง หลายท่านเข้าสมทบและเดินทางถึงกระบี่เลยครับ ***คาราวานครอบครัวไบโอดีเซล *** พ.ศ. 2550 (ครั้งที่ 1) เส้นทาง กรุงเทพฯ - กระบี่ เวลา 6.00 -7.30 น. วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2550 ( ครั้งที่ 1 ) ร่วมรณรงค์ลดภาวะโลกร้อน ด้วยการใช้ไบโอดีเซล พลังงานแห่งการพึ่งพาตนเอง ช่วยเศรษฐกิจไทยแข็งแรง ณ ลานบริเวณหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นาย อภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นประธานปล่อยขบวนรถไบโอดีเซล พบกับ รถยนต์คอมมอนเรล รุ่นใหม่ ป้ายแดงๆ ของ ผู้ใช้ไบโอดีเซล B 5 - B 100 ทุกระดับ พิสูจน์ คุณภาพ การใช้งาน ความประทับใจ ความเชื่อมั่น ความรักและความหลงใหลในไบโอดีเซล กลุ่มพลังไบโอดีเซลภาคประชาชน ผู้ยึดมั่น ในแนวพระราชดำริ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จัดโดย เครือข่ายวิสาหกิจ ไบโอดีเซล ภาคประชาชน ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจครับ วิทยากร และผู้ดำเนินรายการ รายการ จากต้นน้ำ สู่ ปลายน้ำ จาก ปาล์มน้ำมันสู่ไบโอดีเซล 1 ดร. พลัฏฐ์ ฐิติณัฐชนน ผู้เชี่ยวชาญปาล์มน้ำมัน การเพาะพันธ์ การปลูก การดูแลรักษา การจัดการผลผลิต 2 คุณ จรัส ประทุมสุวรรณ เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน การทำสวนปาล์มน้ำมันแบบผสมผสาน 3 คุณ เศวต ดุลยพัชร์ Mr.Product ปาล์มน้ำมัน ธ.ก.ส. ธ.ก.ส.กับ ปาล์มน้ำมัน 4 คุณ สมชาย สิทธิโชค คณะกรรมการปาล์มน้ำมันกระบี่ อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและไบโอดีเซล 5 คุณ ปณต สังข์สมบูรณ์ พลังงานจังหวัดกระบี่ กฎหมายพลังงาน กับไบโอดีเซลในปัจจุบัน 6 คุณ อธิราษฎร์ ดำดี ประธานเครือข่ายวิสาหกิจไบโอดีเซล ภาคประชาชน ผู้ดำเนินรายการ รายการ องค์ความรู้ไบโอดีเซล รศ.ดร.ชาคริต ทองอุไร ผู้อำนวยการสถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทน จากน้ำมันปาล์มและพืชน้ำมัน การปฏิบัติการไบโอดีเซล ความหลากหลายทางวัตถุดิบ ความหลากหลายทางเทคโนโลยี ทีมงานสถานวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนจากน้ำมันปาล์มและพืชน้ำมัน สมาชิกเครือข่ายวิสาหกิจไบโอดีเซล ภาคประชาชน การบรรยายพิเศษ "เศรษฐกิจพอเพียง ไบโอดีเซลพอเพียง" อ. อภิชาติ ดำดี สสร.ไบโอดีเซล สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ "การพัฒนาคน การพัฒนาเครือข่ายฯ กับการพัฒนาพลังงานภาคประชาชน" คุณลุง ประยงค์ รณรงค์ ชาวบ้าน นักพัฒนาชุมชนระดับรางวัลแม็กไซไซ กรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เรียนคุณเกษตรกรตัวจริง ในโอกาสนี้เราควรใช้วาระของการออกเสียงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ เสนอประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฏหมายไบโอดีเซลที่อาจจะมีอะไรที่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ทำให้ภาคประชาชนและรัฐถูกเอาเปรียบกับทาง สสร.ที่กรุณามาร่วมรับฟังการสัมมนาในครั้งนี้มากกว่านะครับเพราะทราบมาจากกรรมการมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตยท่านหนึ่งบอกว่าการห้ามโฆษณาเหล้าและขายเหล้าเป็นเวลายังผิดรัฐธรรมนูญ และศาลฯสั่งยกเลิกเรื่องนี้ไปแล้ว และผู้ออกระเบียบฯนี้มาบังคับใช้ระยะหนึ่งจึงเป็นผู้ที่ทำความผิดกฏหมายเรียบร้อยแล้วเช่นกันกำลังถูกองค์กรภาคประชาชนที่เสียประโยชน์กับระเบียบนี้ตั้งท่าฟ้องศาลฯอยู่ ผมจึงเสนอให้ผู้จัดงานเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจาก มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย มาจุดประกายให้พวกเราในประเด็นกฏหมายไบโอดีเซลบ้างครับ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการไม่บังคับใช้กฏหมายน้ำมันพืชเก่าเพื่อนำน้ำมันพืชเก่ามาทำไบโอดีเซลหรือทำอะไรที่ไม่ใช่อาหารเพื่อไม่ให้นำน้ำมันพืชเก่าไปใช้ซ้ำในวงจรอาหารคนและอาหารสัตว์ให้เป็นการสะสมสารก่อมะเร็งกันอีก ซึ่ง USA และ EU หรือที่เขามีประชาธิปไตยเต็มร้อยเขาใช้บังคับกัน WVO (IP:222.123.122.135) ขอขอบคุณในทุกความคิดเห็นที่นำเสนอเข้ามาในทุกๆช่องทาง ทุกข้อคิดมีประโยชน์ มีมุมมองที่ชัดเจน และจะนำมาประมวลในการจัดงานครั้งนี้ทุกๆความคิดเห็นครับ ในกิจกรรมของเครือข่ายฯ ทุกครั้ง ทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรรมโอกาสที่พูดทุกคน เมื่อมีการแสดงความคิดเห็น จะมีการบันทึกรวบรวมความคิดเห็นเหล่านั้นไว้อย่างเป็นทางการ เพื่อการนำประมวลผล กลั่นกรอง เพื่อการขับเคลื่อนของกระบวนการเสมอ การจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 มีการประกาศวัตถุประสงค์ไว้อย่างชัดเจน คัดลอกมาลงไว้ให้ดูครับ *** 8. วัตถุประสงค์: 8.1 เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและน้อมนำพระราชดำริด้าน พลังงานไบโอดีเซล มาเผยแพร่และสานต่อให้เกิดเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ต่อสังคมไทย 8.2 เพื่อรณรงค์ ส่งเสริม การใช้งานพลังงานทดแทนไบโอดีเซล เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน 8.3 เพื่อจัดงาน สัมมนาวิชาการ เครือข่ายวิสาหกิจ ไบโอดีเซล ภาคประชาชน ( ครั้งที่ 4 ) 8.4 เพื่อสร้างความตระหนักทางด้านเศรษฐกิจ ด้านคุณภาพและมาตรฐานพลังงานไบโอดีเซลกับการ พัฒนาไบโอดีเซลภาคประชาชน 8.5 เพื่อเข้าร่วมสัมมนาทางวิชาการ เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสร้างฐานองค์ความรู้ไบโอดีเซลตามโครงการ "องค์ความรู้ไบโอดีเซล " ของเครือข่ายฯ 8.6 เพื่อนำความรู้ ประสบการณ์ ที่ได้รับจากการสัมมนามาปรับปรุง กระบวนการผลิต คุณภาพ และการใช้งาน 8.7 เพื่อรวบรวมและนำเสนอข้อมูล ต่างๆ ต่อภาครัฐฯ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อการพัฒนาไบโอดีเซลของประเทศไทยต่อไป **** กิจกรรมของเครือข่ายฯจัดตามแผนการจัดกิจกรรม ตามมติของที่ประชุมสมาชิก ทั้งหมดลงมติร่วมกัน ดำเนินการตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ และแผนงาน ที่ประกาศไว้ *การจัดงานครั้งนี้เรามี ผู้ทรงคุณวุฒิ จาก สนช. และ สสร. จะมาอยู่ร่วมกิจกรรมกับทางเครือข่าย (คบป.)ทั้งวันของการสัมมนาวันที่ 30 ก.ค. เชื่อมั่นว่าจะบรรลุวัตถุประสงค์ ข้อ 8.7 แน่นอนครับ ***ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมด้วยกันครับ*** ![]() ทุกอย่าง พร้อมครับ กทม. พร้อม คาราวาน พร้อม สมาชิก พร้อม วิทยากร พร้อม กระบี่ พร้อม ![]() รายละเอียดการเดินทาง*** คาราวานครอบครัวไบโอดีเซล 2550 (ครั้งที่ 1) *** 05.00-06.00 น. ครอบครัวไบโอดีเซล รวมตัวพร้อมกันที่ ลานบริเวณหน้าศาลาที่ว่าการ กทม. 06.45 น. เตรียมความพร้อม จัดขบวนรถ ชี้แจงแผนการเดินทาง 1.จัดรถขบวนคาราวาน ติดสติกเกอร์ 2.จัดซุ้มปล่อยรถ ธงโบก 2 อัน (อย่างน้อย) 3.จัดเตรียมคนเข้าร่วมพิธีการ 07.00 น. -พิธีกรเชิญประธานดำเนินงานกล่าวรายงาน 07.00 น. -ผู้ว่าฯกล่าวเปิด -ประธานดำเนินงานมอบของที่ระลึก และถ่ายภาพ -เยี่ยมชมนิทรรศการ รถไบโอดีเซล บี 5 บี 100 และพบปะกับสมาชิกฯ 4.พิธีกรเชิญสมาชิกฯเข้าประจำรถ 5.พิธีกรเชิญผู้ว่าฯ ปล่อยขบวนรถคาราวานครอบครัวไบโอดีเซล 6.ผู้ว่าฯแจก ชุดอาหารว่างและเครื่องดื่ม และทักทาย ขบวนคาราวานออกเดินทาง..สู่กระบี่.. 10.00 น. จอดพักรถ ที่ อ. หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ (15 นาที สี่แยกหัวหิน ) ผู้เข้าร่วมคาราวานรณรงค์การใช้ไบโอดีเซล จาก กทม. แยกขบวนกันที่ หัวหิน 10.15 น. กลุ่มครอบครัวไบโอดีเซล เดินทางต่อไปงานสัมมนาฯ 12.30 น. จอดพักรถ ทานอาหารเที่ยง ที่ จุดพักรถเขาโพธิ์ (400 ก.ม. จาก กทม.) (30 นาที) 14.30 น ถึง อ.เมือง ชุมพร 16.30 น. ถึง CO-OP สุราษฎร์ฯ ( อีก 170 ก.ม.ถึงกระบี่) 17.00 น. แยกถนนสายเอเชีย ตัด ถนนเซาท์เทินซีบอร์ด ( อีก 140 ก.ม. ถึง กระบี่) รวมรถอีกครั้ง 18.30-19.00 น. เดินทางถึง จ.กระบี่ โดยสวัสดิภาพ รวมตัวพร้อมกันสวนสาธารณะ ธารา กระบี่ (800 ก.ม.) รับประทานอาหารค่ำพร้อมกัน เดินทางเข้าที่พัก หาดนพรัตน์ธารา จ. กระบี่ **ทะเบียนรายชื่อ/อุปกรณ์การสื่อสาร /เครื่องมือรถ / ชุดปฐมพยาบาล / น้ำมันสำรอง / ชุดลากจูง ตรวจสภาพรถให้พร้อม สำหรับการเดินทางไกลในฤดูฝน คนขับรถควรพักผ่อนให้เต็มที่ และมีคนผลัดเปลี่ยน ทุก 3 ช.ม. ความเร็วเดินทาง 80-120 ก.ม./ช.ม. ความเร็วเฉลี่ย 90 ก.ม./ช.ม. เตรียมน้ำมันไบโอดีเซลให้พร้อม ***ระหว่างการเดินทาง มีการรณรงค์ไบโอดีเซล และ รณรงค์การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 19 ส.ค. นี้*** ดิฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมเครือข่ายวิสาหกิจไบโอดีเซลภาคประชาชนมาทั้ง 3 ครั้ง จากครั้งแรกไม่รู้จักใครเลย จนกระทั่งครั้งที่ 3 ทำให้ได้รู้จักกัน คุ้นเคยกัน เข้าใจกัน ดิฉันรู้สึกว่าเป็นสังคมที่อบอุ่นมาก เป็นเหมือนครอบครัวที่ทุกคนเท่าเทียมกัน มีความร่วมมือร่วมใจกัน ยอมรับนับถือความรู้ความสามารถกัน มีความเคารพซึ่งกันและกัน ณ. เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่คนในวงการไบโอดีเซล จะมาแข่งขันกัน ปั่นราคา แย่งชิงวัตถุดิบกัน เพราะจะทำให้ทุกคนแพ้ แต่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับไบโอฯ จะต้องหันหน้าเข้าหากัน ร่วมมือกันพัฒนาไบโอดีเซลไปด้วยกัน หาแนวทางที่ชัดเจนที่จะทำให้ไบโอดีเซล ในปัจจุบันอยู่ได้อย่างมีอนาคตที่ดีต่อไป ดิฉันรู้สึกดีใจที่มีเครือข่ายวิสาหกิจฯ นี้ เกิดขึ้นมา เพราะเรามีความหลากหลาย เรามีสมาชิกที่มีความแตกต่างกันมาก ทั้งในเชิงอาชีพ ฐานะทางเศรษฐกิจ ฐานะทางสังคม ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ วิสัยทัศน์ แต่เราก็สามารถรวมตัวกันได้เป็นอย่างดี เป็นเครือข่ายฯ ที่สมบูรณ์แบบอีกเครือข่ายหนึ่ง เมื่อจะมีการประชุมครั้งที่ 4 ทุกคนก็รับอาสาทำหน้าที่ต่างๆ กันด้วยความเต็มใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากมากในสังคมทุกวันนี้ ดิฉันดีใจที่ทุกคนรู้สึกว่าเครือข่ายฯ นี้คือเครือข่ายฯ ของทุกคน การรวมตัวกันครั้งนี้ก็จะเป็นการแสดงถึงความเข้มแข็งของเครือข่ายอีกครั้งหนึ่ง คาราวานครอบครัวไบโอดีเซล และ ท่องเที่ยวกระบี่ เรียนรู้ไบโอดีเซล งานนี้เราต้องการให้มาเที่ยวเป็นครอบครัว เพื่อความอบอุ่นและความสัมพันธ์ที่ดีภายในแต่ละครอบครัว เพื่อที่เราจะมารวมตัวกั นเป็นครอบครัวใหญ่ คือ ครอบครัวเครือข่ายวิสาหกิจไบโอดีเซลภาคประชาชน ของเรา ดิฉันอยากให้พวกเรามีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมกันคิด ร่วมกันพูด ร่วมกันทำ ร่วมกันสร้างสรรค์ เพราะงานนี้คืองานของสมาชิกทุกคน โดยสมาชิกทุกคน เพื่อสมาชิกทุกคน เครือข่ายฯ ของเรายินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ ๆ เพื่อเข้ามาร่วมกันสร้างความเป็นปึกแผ่น ในการพัฒนาพลังงานไบโดดีเซลต่อไป ทุกวันนี้ใจจดจ่อ รอคอย ที่เราทุกคนจะได้พบกันอีก ยินดีต้อนรับ พี่ๆ น้องๆ ทุกๆ คนค่ะ girl mark (IP:125.27.197.181) ![]() TOLลงนามซื้อปาล์มผลิตB100 5พันตันจากปาล์มบีชส่งได้ทันที บริษัทไทยโอลีโอเคมี (TOL) ลงนามในสัญญาซื้อซื้อขายน้ำมันปาลม กับ 4 โรงสกัด ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานการลงนามในสัญญาซื้อขายน้ำมันปาล์มระหว่าง บริษัทไทยโอลีโอเคมี (TOL) กับ 4 บริษัทประกอบด้วย บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน), บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปาล์ม บิซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อป้อนน้ำมันปาล์มให้กับโรงงานผลิตไบโอดีเซล (B100) กำลังผลิต 600,000 ลิตร/วัน ของ TOL ที่จะเริ่มผลิตในช่วงปลายปี 2550 การลงนามซื้อขายน้ำมันปาล์มครั้งนี้ทั้ง 4 บริษัทจะจัดส่งน้ำมันปาล์ม ในปริมาณขั้นต่ำที่ 50,000-100,000 ตัน/ปี มูลค่า 60 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี พร้อมกันนี้ทาง TOL ยังเปิดเจรจากับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม อีก 10 รายเพื่อจัดซื้อน้ำมันปาล์ม ให้เพียงพอกับความต้องการของ TOL ในช่วงแรกไม่ต่ำกว่า 300,000 ตันต่อปี "ความจริงวันนี้ปัญหาของไบโอดีเซลยังอยู่ที่น้ำมันปาล์มดิบ ภายในประเทศยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในอุตสาหกรรม ทั้งประเทศมีกำลังการผลิตอยู่ประมาณ 1 ล้านตัน ในจำนวนนี้ใช้เพื่อการบริโภคไปแล้ว 900,000 ตัน ซึ่งมันไม่พอ ตอนนี้เราได้ทำเรื่องไปยัง กระทรวงพลังงาน เพื่อขอนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงพลังงานเองก็มีนโยบายสนับสนุนการผลิต ไบโอดีเซลเป็นพลังงานทดแทนอยู่แล้ว" นายคงกระพัน อินทรแจ้ง กรรมการ บริษัทไทยโอลีโอเคมี หรือ TOL กล่าว ทั้งนี้ทาง TOL ได้ประมาณการไว้ว่า หากจะต้องมีการนำเข้า น้ำมันปาล์ม เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังการผลิตของบริษัท จะต้องนำเข้าประมาณ 100,000-200,000 ตัน โดยมองไว้ที่การนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย ทั้งๆ ที่ TOL เองมีนโยบายที่จะรับซื้อ น้ำมันปาล์มในประเทศเป็นอันดับแรก แต่เมื่อผลผลิตไม่พอก็มี "ความจำเป็น" ที่จะต้องนำเข้าจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม โรงงานของ TOL นอกจากไปจากการผลิต B100 ในสัดส่วนร้อยละ 50 ของกำลังผลิตแล้ว ส่วนที่เหลือยังสามารถผลิต "แฟตตี้แอลกอฮอล์" หรือ สารตั้งต้นในการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและสุขอนามัย กำลังผลิต 20,000 ตัน/ปี ซึ่งใช้ปาล์มดิบเป็นวัตถุดิบเช่นเดียวกัน จากปัจจุบันที่มีการนำเข้าแฟตตี้แอลกอฮอล์ ปีละ 3,000 ล้านบาท ด้านนายวัชรินทร์ สุทธิประภา กรรมการบริหาร บริษัท ปาล์มบิซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทและบริษัทสาขาในเครือมีความพร้อมที่ผลิตน้ำมันปาล์มให้กับ TOL โดยเฉพาะ โรงสกัดน้ำมันปาล์ม ของบริษัทที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์-นครศรีธรรมราช-ชุมพร นอกจากนี้บริษัทยังมีความร่วมมือกับกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกปาล์ม ในหลายพื้นที่ที่ยืนยันที่จะป้อนผลปาล์มเพื่อการผลิตด้วย รวมแล้วบริษัทจะมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 5,000 ตัน/เดือนและในอนาคตหากความต้องการเพิ่มขึ้น บริษัทยังมีแผนที่จะลงทุนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมด้วย พร้อมกันนี้ บริษัทปาล์ม บิซ ยืนยันว่า บริษัทไม่มีนโยบายที่จะนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบแน่นอน ที่สำคัญบริษัทต้องการที่จะสนับสนุนเกษตรกรในประเทศ จากโครงการของบริษัทที่ให้ความช่วยเหลือด้านพันธุ์ปาล์มให้กับเกษตรกร สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มเชื่อว่าจะยังคงยืนในราคาสูงจากปัจจุบันอยู่ที่ 500-700 เหรียญสหรัฐ/ตัน ส่วนผลปาล์มทะลายก็ปรับขึ้นไปถึง ก.ก.ละ 4 บาท และแม้ว่า ราคาน้ำมันปาล์มจะลดลง แต่ก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 500 เหรียญสหรัฐ/ตัน ประชาชาติ วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3915 (3115) palmer (IP:125.27.197.249) ![]() ให้เกียรติเป็นประธานงานคาราวานครอบครัวไบโอดีเซล 2550 ครั้งที่ 1 ณ หน้าศาลาว่าการ กรุงเทพมหานคร ![]() ติดตามภาพกิจกรรม ได้อีกทางหนึ่งจากเว็บบอรด์ มอ. กระทู้ 329 http://www.biodiesel.eng.psu.ac.th/webboard/view.php?No=329 ขอบพระคุณทุกท่านที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ อยากทราบว่าจะทราบราคาของเครื่องจักรที่ใช้ในโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มได้ที่ไหน อยากได้ทุกขนาดของกำลังการผลิต รวมถึงราคาเครื่องจักรในการผลิตไบโอดีเซลด้วยค่ะ ใครทราบช่วยบอกทีนะคะ อยากได้ที่อ้างอิงได้ค่ะ pp (IP:203.144.213.3) จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2244 16 ส.ค. - 18 ส.ค. 2550 ปาล์มน้ำมันราคาพุ่ง : กระทบตลาดน้ำมันบริโภคและโครงการไบโอดีเซล ราคาผลปาล์มน้ำมันทั้งทะลายพุ่งสูงที่สุดในรอบสิบปี โดยพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2549 กล่าวคือในเดือนมิถุนายน 2550 ราคาผลปาล์มน้ำมันพุ่งขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 4.46 บาท จากที่เคยอยู่ในระดับกิโลกรัมละ 2.74 บาท ปัจจุบันราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันหน้าโรงงานขยับขึ้นไปอยู่ที่ 4.40-4.70 บาท ส่งผลกระทบต่อเนื่องทั้งตลาดน้ำมันบริโภคและโครงการผลิตไบโอดีเซล เนื่องจากต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทำให้เริ่มมีการตั้งเป้าหมายขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันเพื่อให้มีปาล์มน้ำมันเพียงพอทั้งสำหรับตลาดน้ำมันบริโภคและการผลิตไบโอดีเซล อย่างไรก็ตามในระยะต่อไปทางภาคเอกชนเรียกร้องให้ภาครัฐบาลเข้ามาจัดสรรโควตาระหว่างอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากน้ำมันปาล์มและอุตสาหกรรมไบโอดีเซล รวมทั้งการจัดสรรโควตาการนำเข้าในกรณีที่ผลผลิตในประเทศไม่เพียงพอ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแย่งผลผลิตในอนาคต ปัจจัยดันราคาปาล์มน้ำมันพุ่ง ปัจจัยที่ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันขยับสูงขึ้นมาจากปัจจัยหลักทั้งภายในและภายนอกประเทศ สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ประกอบด้วย 1.ปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันที่เข้าสู่ตลาดลดลงประมาณ 30% เป็นผลจากฤดูกาลผลิตของปาล์มช่วงตั้งแต่เดือนเม.ย.-ก.ค.ของทุกปีปริมาณผลปาล์มที่ตัดเก็บได้จะน้อยกว่าช่วงอื่น 2. ในระยะ 1-2 ปีที่ผ่านมาโรงงานแปรรูปปาล์มน้ำมันกว่า 60% ขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับพื้นที่การปลูกปาล์มน้ำมัน และรองรับปริมาณการบริโภคภายในประเทศจาก 40 ตัน/ชม. เป็น 60 ตัน/ ชม.ทำให้แต่ละโรงงานมีความต้องการวัตถุดิบเพิ่มขึ้น 3. นโยบายการส่งเสริมไบโอดีเซลของภาครัฐทำให้ในหลายพื้นที่เริ่มมีโรงงานผลิตไบโอดีเซลทั้งขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ซึ่งแต่ละโรงงานขณะนี้ต้องการวัตถุดิบคือผลปาล์มเข้าป้อนโรงงานเป็นจำนวนมาก 4. ปัญหาความไม่สงบในชายแดนใต้ ทำให้การนำเข้าน้ำมันปาล์มจากมาเลเซียทั้งเข้ามาอย่างถูกต้องและไม่ถูกต้องลดจำนวนลงเป็นอย่างมาก กล่าวคือ ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2550 ปริมาณการนำเข้าน้ำมันปาล์มเพียง 1,490 ตัน มูลค่า 44.15 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้วทั้งปริมาณและมูลค่าลดลง 91.7% และ 91.6% ตามลำดับ กลุ่มพ่อค้าที่เคยนำเข้าสินค้าดังกล่าวได้หันมาสั่งซื้อน้ำมันปาล์มจากโรงงานภายในประเทศมากขึ้นเพื่อป้อนให้กับลูกค้าของตนเอง จึงยิ่งส่งผลให้สัดส่วนปริมาณความต้องการปาล์มน้ำมันไม่สมดุลกับพื้นที่การผลิต จึงเป็นตัวดึงให้ราคาปาล์มน้ำมันขยับราคาพุ่งขึ้น 5. การส่งออกน้ำมันปาล์มของไทยเพิ่มสูงขึ้น ในช่วงครึ่งแรกปี 2550 ปริมาณการส่งออกน้ำมันปาล์มเท่ากับ 146,792 ตัน มูลค่า 3,319 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาแล้วทั้งปริมาณและมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น 2.1 เท่าตัวและ 2.9 เท่าตัว โดยแหล่งส่งออกสำคัญคือ มาเลเซีย 43.3% รองลงมาคือ พม่า 13.3% เนเธอร์แลนด์ 9.3% จีน 7.4% และเวียดนาม 7.0% ทั้งนี้เนื่องจากความต้องการน้ำมันปาล์มในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก และในปีที่ผ่านมาปริมาณการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มของไทยนั้นมากกว่าความต้องการในประเทศ จนกระทั่งเกิดปัญหาล้นตลาด รวมทั้งในปีนี้ผลผลิตปาล์มน้ำมันของไทยก็ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องด้วย ด้านปัจจัยภายนอกประเทศ ตั้งแต่ต้นปี 2550 ราคาน้ำมันปาล์มปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากอัตราความต้องการใช้น้ำมันปาล์มที่เพิ่มขึ้นจากจีน ปากีสถาน และอินเดีย รัฐบาลมาเลเซียคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการคาดการณ์ว่าน้ำมันพืชทั่วโลกจะประสบภาวะขาดแคลน อันเป็นผลจากการคาดการณ์ผลผลิตพืชน้ำมันที่มีแนวโน้มลดลงทั้งในปี 2550 และปี 2551 อันเป็นผลจากภูมิอากาศที่แปรปรวน และปัญหาภัยธรรมชาติโดยเฉพาะคลื่นความร้อนและปัญหาน้ำท่วมในประเทศผู้ผลิตพืชน้ำมันสำคัญของโลก ในขณะที่ความต้องการพืชน้ำมันเพิ่มขึ้นทั้งเพื่อเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันพืชบริโภคและป้อนโรงงานผลิตไบโอดีเซล รวมทั้งเป็นการทดแทนผลผลิตน้ำมันถั่วเหลืองที่มีแนวโน้มลดลง จากการที่เกษตรกรในสหรัฐฯซึ่งเป็นแหล่งผลิตถั่วเหลืองสำคัญของโลกหันไปปลูกข้าวโพดเพื่อป้อนโรงงานไบโอดีเซล กระทรวงอุตสาหกรรมการเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์ของมาเลเซียคาดการณ์ว่าการส่งออกน้ำมันปาล์มของมาเลเซียในปี 2550 นี้เท่ากับ 3.5 หมื่นล้านริงกิต หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.0 เนื่องจากปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันปาล์มที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยในช่วงครึ่งแรกปี 2550 มูลค่าการส่งออกน้ำมันปาล์มเท่ากับ 1.743 หมื่นล้านริงกิต นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบจะยังคงอยู่ในเกณฑ์สูงต่อเนื่องไปในช่วง 2 ปีข้างหน้า ตลาดน้ำมันบริโภคและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง...ปรับราคาขึ้นตาม ราคาผลปาล์มน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันปาล์มดิบ และกระทบไปถึงตลาดน้ำมันพืชบรรจุขวดรวมทั้งอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ซึ่งราคาน้ำมันปาล์มดิบในช่วงครึ่งแรกของปี 2550 ปรับขึ้นไปสูงสุดที่กิโลกรัมละ 29 บาท จากที่ในช่วงปลายปี 2549 ราคาอยู่ในระดับกิโลกรัมละ 20-23 บาทเท่านั้น ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงน้ำมันปาล์มบรรจุขวดและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งน้ำมันปาล์มบรรจุขวดและอุตสาหกรรมต่อเนื่องต้องเผชิญกับราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามน้ำมันปาล์มบรรจุขวดนั้นเป็นสินค้าควบคุมราคา ดังนั้นการปรับราคาของน้ำมันปาล์มบรรจุขวดนั้นมีการปรับราคาได้ไม่เกินเพดานขวดละ 38 บาท(ขนาด 1 ลิตร) และผู้ประกอบการก็ไม่ได้ปรับราคาขึ้นมากกว่านี้ เนื่องจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรงของตลาดน้ำมันพืช กล่าวคือ ปัจจุบันตลาดน้ำมันพืชมีมูลค่าตลาดรวม 9,000 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนตลาดเป็นน้ำมันปาล์มประมาณ 65% น้ำมันถั่วเหลือง 25% น้ำมันรำข้าว 6% และน้ำมันพืชอื่นๆ 4% อย่างไรก็ตามผู้บริโภคก็เผชิญกับราคาน้ำมันพืชที่เป็นราคาเต็มตามราคาข้างขวด เมื่อเทียบกับในช่วงที่ราคาพืชน้ำมันในปีที่ผ่านๆมาไม่ได้อยู่ในเกณฑ์สูง ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อน้ำมันพืชได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาข้างขวด ส่วนอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ต้องใช้น้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบซึ่งเผชิญปัญหาราคาวัตถุดิบสูงขึ้น แต่การปรับราคาขึ้นนั้นค่อนข้างลำบาก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาในปัจจุบัน ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ผู้ประกอบการจึงต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นบางส่วน และต้องปรับตัวในการปรับประสิทธิภาพการผลิต และพยายามขยายฐานตลาดเพื่อเพิ่มปริมาณยอดการจำหน่าย ไบโอดีเซล ต้นทุนพุ่ง ในช่วงที่มีการศึกษาถึงแนวทางในการนำน้ำมันปาล์มมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซลนั้นราคาผลปาล์มน้ำมันที่เหมาะสมควรจะอยู่ในระดับกิโลกรัมละ 2.50 บาท และรัฐบาลจะต้องเข้าไปชดเชยบางส่วนเพื่อที่จะทำให้ราคาจำหน่ายปลีกน้ำมันไบโอดีเซลต่ำกว่าน้ำมันดีเซล ผลกระทบของราคาผลปาล์มน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตไบโอดีเซล โดยความผันผวนของราคาปาล์มน้ำมันนับว่าเป็นความเสี่ยงสำคัญประการหนึ่งของผู้ที่จะลงทุนตั้งโรงงานผลิตไบโอดีเซล โดยแยกผลกระทบ ดังนี้ ผู้ผลิตไบโอดีเซลเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันมีบริษัทจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง 2 รายที่จำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซลที่สถานีจำหน่ายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง(ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7) คือ ปตท.และบางจาก ผู้ค้าน้ำมันไบโอดีเซลกลุ่มนี้จะได้รับเงินชดเชยตามประกาศกำหนดอัตราเงินชดเชยของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน โดยอัตราเงินชดเชยจะเปลี่ยนแปลงไปตามส่วนต่างของราคาน้ำมันดีเซลกับน้ำมันไบโอ ดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน เนื่องจากเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการใช้ผู้ใช้น้ำมันดีเซลหันมาน้ำมันไบโอดีเซล ปัจจุบันอัตราเงินชดเชยสำหรับไบโอดีเซลบี5 ลิตรละ 0.769 บาท ผู้ผลิตไบโอดีเซลชุมชน ผู้ผลิตไบโอดีเซลกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบมากกว่าผู้ผลิตไบโอดีเซลเชิงพาณิชย์ กรณีตัวอย่างของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ ผลปาล์มน้ำมันที่มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 4.60 บาท หากคำนวณแล้ว ณ ปัจจุบันการผลิตไบโอดีเซลมีต้นทุนลิตรละ 26 บาท(ราคาอ้างอิงของราคาน้ำมันปาล์มดิบ) เมื่อรวมค่าบริหารจัดการ และค่าแรงงานแล้วราคาไบโอดีเซลสูงถึงลิตรละ 31 บาท เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันดีเซลที่ปัจจุบันอยู่ที่ลิตรละ 25.74 บาทแล้วสูงกว่าถึงลิตรละ 5.26 บาท ในขณะชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่จำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซลให้ผู้ใช้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรในราคาลิตรละ 24 บาท เท่ากับชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ขาดทุนลิตรละ 7 บาท เนื่องจากไม่ต้องการผลักภาระให้กับเกษตรกร นอกจากนี้ผู้ผลิตไบโอดีเซลบางรายยังมีปัญหาขาดเงินหมุนเวียน ทั้งในส่วนของโรงกลั่นไบโอดีเซล และโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ อย่างไรก็ตามผู้ผลิตไบโอดีเซลชุมชนแต่ละรายจะได้รับผลกระทบมากน้อยแตกต่างกัน ทั้งนี้เงื่อนไขสำคัญคือประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนด้านค่าบริหารจัดการและค่าแรงงาน รวมทั้งการตั้งราคาจำหน่ายที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามต้นทุนการผลิต ฐานไบโอ (IP:125.27.197.107) ![]() ขั้นตอนการผลิตน้ำมันปาล์มดิบมีหลายกรรมวิธี และขนาดแตกต่างกันมาก คิดกำลังการผลิตกันเป็น จำนวนตันต่อชั่วโมง ในเมืองไทย ถ้าน้อยกว่า 45 ตัน(ปาล์มทะลาย)ต่อชั่วโมงถือว่าเป็นขนาดเล็ก ถ้ามากกว่านี้ จัดว่าเป็นขนาดใหญ่ ในขนาดที่เล็กมากกว่านี้ มักเป็นการหีบรวมด้วยเครื่องอัดแบบเกลียว โดยผลปาล์มต้องย่าง หรือทอดมาก่อน เครื่องขนาดเล็ก ความสามารถการสกัดน้ำมันตั้งแต่ 1-2 ตันผลปาล์มต่อชั่วโมง มีหลายๆตัวก็เพิ่มกำลังการผลิตได้ แต่ในส่วนเครื่องอื่นที่เกี่ยวข้องยังมีอีกมากมาย โรงงานสกัดปาล์มในไทยส่วนมากใช้เครื่องจักร แบบแปลน กรรมวิธีจากมาเลเซีย มีเครื่องจักรขนาดเล็กที่ผลิตจากภายในประเทศ(ที่ชุมพร)สำหรับการสกัดขนาดเล็ก เครื่องทำไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มดิบ ในรายละเอียดเครื่องคงแตกต่างกันไม่มาก แต่แตกต่างกันในกระบวนการทางเคมี เวลา ขั้นตอนที่ใช้ในการเดินเครื่อง และผลผลิตที่จะได้ก็มีสัดส่วนแตกต่างไปตามกระบวนการ น้ำมันปาล์มดิบเหมาะสำหรับการผลิตไบโอดีเซลในเชิงปริมาณ มีความชำนาญในการจัดการกับกรดไขมันอิสระมีเครื่องมือที่เหมาะสมในกระบวนการที่ซับซ้อนขึ้น และราคาไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มดิบต้องลอยตัวตามราคาวัตถุดิบทั้งสองตัว (CPO+MET)ซึ่งในปีนี้ ราคาไบโอดีเซลจากปาล์มสูงกว่าดีเซลมาโดยตลอด 28-30 บาท การศึกษา เตรียมการความพร้อมเรื่องเครื่องจักร ความรู้ เอาไว้รับน้ำมันปาล์มดิบในวันข้างหน้า ซึ่งราคาอาจจะเปลี่ยนแปลงไปจากนี้(แพงขึ้นหรือถูกลง ก็มิอาจคาดเดาได้ นักวิเคราะห์ เซียนฟันธงทั้งหลาย ถูกหักปากกา หักธง หน้าแหกกันไปหมดแล้ว) เป็นเรื่องที่ดี ขอให้ใช้ความคิดพินิจพิจารณาข้อมูลต่างๆให้ถี่ถ้วน เชื่อใครไม่ได้โดยเด็ดขาด ไม่เว้นแม้แต่ตัวเอง เลือกเทคโนโลยี่ที่ดี เหมาะสม กับวัตถุดิบ เลือกขนาดการลงทุนที่เหมาะสม ตามศักยภาพรวมที่ประเมินได้ดีแล้ว ทำใจไว้กลางๆ (ยุคขุดทอง หมดไปจากโลกนี้แล้ว) ส่วนเรื่องรายละเอียด(ลึกๆ)ให้ถามแบบเฉพาะเจาะจง(ขนาด)มาได้ใหม่ เพราะที่ถามมา คำถามกว้างมากจนตอบไม่ถูก แต่ก็เผลอตอบมาให้บ้างแล้วไว้เพื่อเป็นแนวทางในการถามในโอกาสต่อไป ขออภัยที่ตอบช้า มากๆ โพสต์ทูเดย์ เล็งออกประกาศ จัดระบบผลิต-จำหน่าย ไบโอดีเซล แยกชัด ใช้ในชุมชนปลอดภาษี ใช้เชิงพาณิชย์ต้องจ่ายภาษี นายเมตตา บันเทิงสุข อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กล่าวว่า ได้เสนอต่อนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รมว.พลังงาน ถึงปัญหาการควบคุมมาตร ฐานการผลิตไบโอดีเซลในปัจจุบัน เนื่องจากเริ่มมีหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่กระทรวงพลังงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้มีการผลิตกันมากขึ้น ทั้งในเชิงพาณิชย์ และใช้ในชุมชน ดังนั้นจึงควรมีการกำหนดเกรดของไบโอดีเซลให้ชัดเจน เพราะหากผลิตไบโอดีเซลในเชิงพาณิชย์ก็ต้องเข้าข่ายปฏิบัติตามเงื่อนไขการจำหน่ายน้ำมันของ ธพ. ที่ต้องชำระภาษีทุกประเภทตามกฎหมายให้ถูกต้อง แต่ถ้าเป็นไบโอดีเซล เพื่อชุมชนจะได้รับยกเว้นภาษี จะทำให้มีราคาแตกต่างกันมาก ปัจจุบันจากนโยบายส่งเสริมพลังงานทดแทนของกระทรวงพลังงาน ทำให้มีหลายหน่วยงานสนใจที่จะผลิตไบโอดีเซลจากพืชมากขึ้น ในลักษณะของไบโอดีเซลชุมชน เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัย ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่จะต้องปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน เนื่องจากเกรงว่าหากผลิตไบโอดีเซลชุมชนก็ต้องจำหน่ายในพื้นที่เท่านั้น เพราะมีราคาที่ต่ำ เฉลี่ยลิตรละ 15-20 บาท ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบในการใช้ ไม่ควรนำมาจำหน่ายคนนอก หรือเชิงพาณิชย์ สิ่งที่เป็นห่วงคือ มีการนำสิทธิประโยชน์ที่ได้รับยกเว้นภาษีของไบโอดีเซลชุมชนมาใช้กับการผลิตในเชิงพาณิชย์ ดังนั้นจึงต้องมีการออกประกาศควบคุมให้ชัดเจนอีกครั้ง คาดว่าจะเสนอ รมว.พลังงาน ได้ในสัปดาห์หน้า นายเมตตา กล่าว ขณะนี้ ราคาไบโอดีเซล (บี-100) ที่ผลิตในเชิงพาณิชย์จะมีราคาสูงกว่าไบโอดีเซลชุมชน เนื่องจากจะถูกเก็บภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม และเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ส่วนใหญ่จะผลิตจากปาล์มน้ำมัน เพื่อนำมาผสมกับดีเซลในสัดส่วน 5% เพื่อได้ บี5 โดยปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 24.64 บาท/ลิตร แต่ถ้าเป็นไบโอดีเซลเพื่อชุมชน ราคาที่จำหน่ายกันในพื้นที่ไม่เกิน 15-20 บาท อย่างกรณีในภาคใต้ หากผลิตจากน้ำมันพืชใช้แล้ว จะมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 17 บาท/ลิตร หรือภาคอีสานเฉลี่ยอยู่ที่ 20 บาท/ลิตร ข่าวเด่น ไบโอดีเซล 23 ส.ค. 50 (IP:125.27.198.23) ขอบคุณที่ให้ข้อมูลนะคะ ดิฉันกำลังทำ thesis เรื่องการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการเงิน ของการจัดตั้งโรงงานผลิตไบโอดีเซล ค่ะ แต่ดิฉันยังมีข้อมูลค่อนข้างน้อย จึงอยากจะรบกวนถามหน่อยค่ะว่า พวกต้นทุนต่างๆ ของการผลิต และผลตอบแทน ที่ได้ต่างๆเ่ช่น ราคาน้ำมันไบโอดีเซล ราคากลีเซอรีน จะสามารถหาข้อมูล ได้จากที่ไหนบ้างคะ หากมีประเด็นอะไรดีก็ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ ่ pp (IP:203.144.213.3) ราคาน้ำมันปาล์มดิบไทย บาท/ก.ก. ราคาเมทานอล บาท/ก.ก. ราคา B100 บาทต่อลิตร 9 Feb 07 18.63 21.00 24.58 16 Feb 07 18.63 21.00 24.58 23 Feb 07 18.83 22.15 24.91 2 Mar 07 18.88 20.08 24.65 9 Mar 07 18.88 20.08 24.65 16 Mar 07 18.88 19.77 24.60 23 Mar 07 18.88 19.47 24.55 30 Mar 07 18.88 19.47 24.55 6 Apr 07 18.88 19.47 24.55 13 Apr 07 19.51 19.47 25.17 20 Apr 07 20.32 17.33 25.63 27 Apr 07 21.07 17.33 26.35 4 May 07 22.05 17.33 27.30 11 May 07 23.13 17.33 28.36 18 May 07 23.76 11.92 28.15 25 May 07 24.63 11.92 29.00 1 Jun 07 25.28 11.92 29.62 8 Jun 07 26.18 11.92 30.50 15 Jun 07 26.75 12.04 31.07 22 Jun 07 28.08 12.17 32.38 29 Jun 07 25.95 12.17 30.32 6 Jul 07 25.38 12.17 29.76 13 Jul 07 24.93 12.17 29.32 20 Jul 07 25.13 11.04 29.35 27 Jul 07 25.73 11.04 29.93 3 Aug 07 26.03 11.04 30.22 10 Aug 07 24.98 11.04 29.20 17 Aug 07 25.46 11.17 29.69 24 Aug 07 25.03 11.17 29.27 สูตรราคาไบโอดีเซล B100 = 0.97 CPO + 0.15 MtoH + 3.32 B100 คือ ราคาขายไบโอดีเซล (B100) ในกรุงเทพมหานคร หน่วย บาท/ลิตร CPO คือ ราคาขายน้ำมันปาล์มดิบในเขตกรุงเทพมหานคร หน่วย บาท/ กิโลกรัม MtOH คือ ราคาขายเมทานอลในกรุงเทพมหานคร หน่วย บาท/กิโลกรัม รายการข้างบนนี้เป็นราคากลางของวัตถุดิบ และราคาไบโอดีเซล ลองเข้าไปดูจากหน้าเว็บ ไบโอดีเซลของ พพ.(กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน) http://www.dede.go.th/dede/index.php?id=173 ราคาไบโอดีเซล ปัจจุบันคิดเป็นราคาลอยตัว ตามราคาวัตถุดิบ ราคากลางนี้ถูกใช้เป็นราคากลางเพื่อการซื้อขายไบโอดีเซลระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อไบโอดีเซลโดยถ้าผู้ซื้อที่เป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 สามารถขอเงินชดเชยได้ มีรายละเอียดพอสมควร จะลงรายละเอียดแบบวิเคราะห์ให้ชัดเจนอีกครั้ง ส่วนในข้อเท็จจริง ราคาซื้อขาย เป็นอย่างไร เท่าไหร่ แล้วไปขอชดเชยอย่างไร เท่าไหร่ มีการปฏิบัติตามประกาศหรือไม่ ลองสืบค้นดูครับ เผื่อเราจะได้ทราบว่า บรรษัทที่มีหลักธรรมาพิบาล มีจริงในเมืองไทย ? ![]() |