|
การผลิตน้ำมันปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100) จากน้ำมันปาล์มดิบ
โพสต์เมื่อ:
11:38 วันที่ 1 พ.ย. 2549 ชมแล้ว:
182,336
ตอบแล้ว:
521
![]() การผลิตน้ำมันไบโอดีเซล จากน้ำมันปาล์มดิบ มีกรรมวิธี ขั้นตอนหลากหลาย แตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้ ก็แตกต่างกัน ขอเชิญทุกท่านร่วมแบ่งปันความรู้เพื่อการสร้างสรร และพัฒนา ปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100) จำนวน 502 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| -20- 21| 22| 23| 24| 25| 26| ![]() ราคาวันนี้ 4.90 บาท ต่อ กก. ขณะดิฉันกำลังทำโปรเจคไบโอดีเซลอยู่คะ แต่ดิฉันไม่แน่ใจว่าเมทานอลที่ใช้ความเข้มข้นเท่าไรคะ ถึงจะได้ไบโอดีเซลี่มีคุณภาพ ขอความกรุณาตอบด่วนนะคะเพราะมันส่งผลในการเรียนพบปริญาของดิฉัน..ขอขอบคุณล่วงหน้าคะ kegjunk@hotmail.com (IP:203.147.20.141) ![]() รง.น้ำมันปาล์มออกอาการเซ วัตถุดิบขาดทยอยขายกิจการ โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มกว่าครึ่งร้อยแห่งทั่วประเทศระส่ำ วัตถุดิบไม่เพียงพอป้อนต้องแข่งขันกันซื้อ หลายโรงแบกต้นทุนไม่ไหวเริ่มขายกิจการ นายกสมาคมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มแนะรัฐต้องสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน นายกฤษดา ชวนะนันท์ นายกสมาคมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากกระแสผลิตพลังงานทดแทนโดยเฉพาะไบโอดีเซล ซึ่งจะมีการใช้น้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบ ทำให้ช่วง2-3 ปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการทั้งในวงการและนอกวงการปาล์มน้ำมัน ลงทุนสร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มกันเป็นจำนวนมาก กระทั่งปัจจุบันมีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 64 โรง จากเดิมมีเพียงประมาณ 20 30 โรงเท่านั้น อย่างไรก็ดีจำนวนโรงงานสกัดน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้มีโครงการสวนปาล์มเกิดขึ้นมารองรับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในระบบ สวนปาล์มที่มีอยู่จึงไม่เพียงพอสนองความต้องการของโรงงาน ผลที่ตามมาคือเกิดการแย่งซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรกจนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาผลปาล์มเพิ่มจากกิโลกรัมละ 2 บาทเศษ ขึ้นมาเป็นกิโลกรัมละ 4 5 บาทในปัจจุบัน นอกจากโรงงานต้องแข่งกันซื้อวัตถุดิบราคาสูงแล้ว ยังไม่คำนึงถึงคุณภาพ ขอเพียงให้มีวัตถุดิบเข้าสู่โรงงานเท่านั้น ซึ่งในอนาคตจะไม่เป็นผลดีเพราะจะทำให้เกษตรกรไม่ดูแลเอาใจใส่คุณภาพผลผลิต ที่สำคัญ ณ วันนี้ผู้ประกอบการณ์โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มหลายรายเกิดการขาดทุน และจำเป็นต้องขายกิจการให้กับนักลงทุนรายใหม่ที่สนใจในธุรกิจนี้ "ธุรกิจโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม เริ่มมีทยอยขายกิจการ ยังไม่ถึงกับปิดกิจการหากแต่มีการขายหรือเปลี่ยนมือเจ้าของ เพราะกระแสไบโอดีเซล ยังสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนเข้าสู่วงการ เมื่อเจ้าของเดิมประกาศขายกิจการก็มีคนใหม่เข้ามาซื้อ" นายกฤษดา กล่าวตอนหนึ่ง นายกสมาคมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม กล่าวว่า โรงสกัดน้ำมันปาล์ม 1 แห่งจะต้องมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันรองรับประมาณ 100,000ไร่ ดังนั้นปริมาณพื้นที่ปลูกปาล์มที่เพียงพอกับกำลังการผลิตของโรงสกัดน้ำมันปาล์มทั้ง 64 แห่ง ควรจะมี 6.4 ล้านไร่ ขณะที่ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันเพียงประมาณ 3 ล้านไร่เท่านั้น พื้นที่ปลูกปาล์มจึงมีความจำเป็นต้องขยายเพิ่มขึ้นอีก "ตอนนี้ผลปาล์มที่ผลิตได้ทั้งประเทศ สามารถป้อนโรงงานให้เดินเครื่องผลิตได้เพียง 40% ของกำลังการผลิตทั้งหมด นั่นหมายความว่าหากมีการขยายพื้นที่เพาะปลูกปาล์มน้ำมันไปอีก 1 เท่าตัว โดยไม่มีการสร้างโรงสกัดน้ำมันปาล์มเพิ่ม ก็จะไม่เกิดปัญหาราคาตกต่ำอย่างแน่นอน เพราะมีโรงงานรองรับผลผลิตอยู่แล้ว" เขากล่าวตอนท้ายว่าภาครัฐต้องสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรว่าอุตสาหกรรมปาล์มมีอนาคต เพื่อให้เกษตรกรมีแรงจูงใจในการปลูกปาล์ม พร้อมกับยกตัวอย่างกรณีศึกษาจากประเทศมาเลเซียว่าในประเทศมาเลเซียจะไม่อนุญาตให้สร้างโรงสกัดน้ำมันปาล์มหากไม่มีพื้นที่ปลูกปาล์มหรือเกษตรกรที่ทำสัญญาขายผลผลิตให้มารองรับ และเกษตรกรกลุ่มนั้นจะต้องไม่ได้ทำสัญญาซื้อขายกับโรงสกัดน้ำมันปาล์มอื่นๆมาก่อนด้วย ***กลุ่มโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ประมาณ 20 โรงงาน เคยออกมาขู่จะหยุดรับซื้อผลปาล์มจากเกษตรกร หากมีการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจากต่างประเทศ แกนนำการเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ก็เป็นโรงงานใน จ.ชุมพร แต่นายกสมาคมฯ เงียบ ณ วันนี้โรงงานปาล์มในชุมพร ก็รับซื้อปาล์ม ในราคาที่สูงกว่าราคาที่ประกาศ ราคาซื้อปาล์มสูงกว่าจังหวัดอื่นๆ จนปาล์มในสุราษฎร์ กระบี่ ก็วิ่งไปขายชุมพรกันแล้ว *นายกโรงสกัด พูดเรื่องขนาดความสามารถในการผลิต มีมากเกินกว่าผลปาล์มที่มี แต่โรงงานตัวเองก็ขยายกำลังการผลิต และเปิดโรงงานใหม่เพิ่มอีก เวลาแถลงข่าว ไม่งง ตัวเองหรือครับ ปาล์มน้ำมันเคยราคาสูง 5 บาท อย่างนี้มาแล้วคร้งหนึ่ง เมื่อ 8 ปีก่อน แล้วก็เคยตกลงมา เหลือ 0.80 บาท เมื่อปี 44 เกษตรกรไม่ควรลำพองใจหรอกครับ ความสุขเรื่องราคามันแค่ชั่วครู่ชั่วยามเสมอ วันนี้ปุ๋ยใส่ปาล์ม ราคาทะยานขึ้นจาก 660 บาท เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว ไปอยู่ที่ 820 บาทต่อกระสอบแล้วครับ ขอคัดข้อความตามข่าวข้างต้นมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นดังนี้ "ตอนนี้ผลปาล์มที่ผลิตได้ทั้งประเทศ สามารถป้อนโรงงานให้เดินเครื่องผลิตได้เพียง 40% ของกำลังการผลิตทั้งหมด นั่นหมายความว่าหากมีการขยายพื้นที่เพาะปลูกปาล์มน้ำมันไปอีก 1 เท่าตัว โดยไม่มีการสร้างโรงสกัดน้ำมันปาล์มเพิ่ม ก็จะไม่เกิดปัญหาราคาตกต่ำอย่างแน่นอน เพราะมีโรงงานรองรับผลผลิตอยู่แล้ว" ราคา FFB มันผูกกับราคา CPO และราคา CPO ก็ผูกกับ Demand ในตลาดโลก ถ้า Demand ในตลาดโลกสูงกว่า Supply แต่ต้องไม่ลืนนะครับว่า FFB ในเมืองไทยมันมีฤดูกาลเช่นถ้าฝนตกสม่ำเสมอในเดือน เม.ย.ของทุกปี FFB จะออกมามากจนต้องรอคิวเป็นสัปดาห์ ในช่วงเวลานั้นราคา FFB จะยังนิ่งอยู่ได้ไม่ต่ำเลย(ก็จะไม่เกิดปัญหาราคาตกต่ำอย่างแน่นอน)ก็น่าจะเป็นคำพูดที่เกินจริง Biowarning (IP:117.47.29.148) สวัสดีครับ..ผมเข้ามาศึกษารายละเอียดเอาไปทำรายงานเกี่ยวกับไบโอดีเซล ผมสนใจกระบวนการผลิตในความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 มากเลยครับ (ผังแสดงการผลิตโรงงานต้นแบบการผลิตไบโอดีเซล เชิงพาณิชย์ ขนาดกำลังการผลิต 10,000 ลิตร/วัน)แต่ตัวหนังสือเล็กมากครับพอขยายใหญ่ก็ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ อยากจะขอรูปที่แสดงรายละเอียดชัดกว่านได้ี้ไหมครับ (ขอขอบคุณ เกษตรกรตัวจริง) aim_atomie@hotmail.com (IP:124.121.0.218) เมทานอลที่ใช้ในกันในวงการอุตสาหกรรมต่างๆ ตั้งใจผลิตให้ได้ใกล้เคียง 100 ปอร์เซ็นต์มากที่สุด เพราะความชื้นหรือน้ำที่ตามด้วยจะไปส่งผลลบต่อการใช้งานได้ การทำไบโอดีเซลในขั้นตอนของการใช้ด่างเป็นตัวเร่งถ้ามีน้ำปนอยู่ น้ำจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับไขมัน น้ำมัน(ไตรกลีเซอไรด์)แยกออกเป็นกรดไขมัน และกรดไขมันทำปฏิกิริยากับด่างกลายเป็นสบู่ hydrolysis & saponification น้ำส่งผลให้เกิดสบู่ในระหว่างการทำไบโอดีเซล ได้ถึง 20 เท่าตัวของปริมาณน้ำที่อยู่ในระบบ ที่ซื้อขายกันในตลาดอุตสาหกรรม 99.9X % ราคาว่ากันตามภาวะตลาด และสภาวะโลก ช่วงเวลานี้ หน้าหนาวฝรั่งปิดโรงงานเพื่อซ่อมบำรุงเครื่องจักร และเดินทางมานอนอาบแดดตีพุงที่เมืองไทย เมทานอลราคาเลยแพงทุกหน้าหนาว และเป็นอย่างนี้มา เป็นปีที่ 2 แล้ว ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการผลิตไบโอดีเซลที่ทั่วโลกเร่งการผลิตกันครับ **กราฟราคาขายส่งล่วงหน้า เมทานอลในตลาดเอเชีย ราคาเป็น US ดอลลาร์ ต่อตัน (12500 ลิตร) ![]() ![]() เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 24 พ.ย. นายอุเทน เตชะไพบูลย์ อดีตผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการธนาคารศรีนคร และผู้ก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เสียชีวิตอย่างสงบที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ด้วยโรคนิวมอเนีย สิริรวมอายุได้ 94 ปี นับเป็นการสิ้นเสาหลักของตระกูล เตชะไพบูลย์ ซึ่งเป็นตระกูลนักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ตระกูลหนึ่งของเมืองไทย ก่อนหน้าเสียชีวิต นายอุเทนได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย อยู่ที่อาณาจักรส่วนตัวคือบ้านริมน้ำ ย่านพระราม 3 กับลูกๆหลานๆ แต่เนื่องจากสุขภาพร่างกายล่วงเข้าสู่วัยชรา จึงเข้าๆออกๆโรงพยาบาลเป็นครั้งคราว กระทั่งเมื่อ 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมา นายอุเทนได้เข้าโรงพยาบาลด้วยโรคชรา กระทั่งเสียชีวิตในที่สุด ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว โดยศพนายอุเทนมีพิธีเคลื่อนออกจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ในเวลา 12.00 น. วันที่ 25 พ.ย. นำไปประกอบพิธีตามประเพณีที่ศาลา 100 ปี วัดเบญจมบพิตรฯ ในเย็นวันเดียวกัน ประวัติของนายอุเทน เตชะไพบูลย์ เกิดเมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2456 ในวัยเด็กได้เริ่มต้นการศึกษาเมื่ออายุได้ 8 ขวบ ที่โรงเรียนสอนภาษาจีนใกล้บ้านซึ่งอยู่ย่านตลาดน้อย จากนั้นเข้าศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ต่อมาบิดาได้จ้างครูมาฝึกสอนภาษาจีนเพิ่มเติมที่บ้าน กระทั่งอายุ 20 ปี ก็เลิกเรียนมาเริ่มต้นช่วยบิดาค้าขายทำธุรกิจ เริ่มต้นจากกิจการสุราที่ประมูลจากโรงงานสุราบางยี่ขัน มาขายส่งในกรุงเทพฯ และเป็นผู้นำสุราขาวมาผสมกับยาจีนเป็นสุราผสมยี่ห้อ ค่างโหน วางขายส่งทั่วไป ช่วงที่นายอุเทนรับภาระโรงงานสุรา เป็นช่วงที่เจ้าตัวต้องทำงานหนักมาก และทำทุกอย่างตั้งแต่ เป็นผู้จัดการ เสมียน เจ้าหน้าที่โฆษณา ออกเยี่ยมลูกค้า ตลอดจนไปประมูลเหล้าด้วยตัวเอง ไม่นานนักจากผู้ประกอบการค้าสุรารายใหญ่ในประเทศ ตระกูลเตชะไพบูลย์ก็เลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นผู้ครองอาณาจักรอุตสาหกรรมสุราระดับประเทศ ภายใต้ชื่อสุรา แม่โขง และ กวางทอง สร้างความมั่งคั่งให้กับตระกูลด้วยเวลาไม่นาน เมื่อธุรกิจค้าสุราไปได้ดี จึงหันไปลงทุนในธุรกิจอื่น อาทิ โรงรับจำนำ ก่อนก้าวเข้าสู่ธุรกิจธนาคารในปี 2493 ภายใต้ชื่อ ธนาคารศรีนคร ที่ใช้เป็นฐานเงินในการขยายธุรกิจของครอบครัว และยังมีธุรกิจบริษัทประกันภัย และธุรกิจจัดสรรที่ดิน พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จนสามารถขยายอาณาจักรธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ จนผงาดขึ้นมาเป็นกลุ่มธุรกิจใหญ่อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ต่อมาจากการที่ตระกูลเตชะไพบูลย์หันไปจับธุรกิจหลากหลายมากขึ้น จนกลายเป็นการเดินหมากผิดแต้มทางยุทธศาสตร์การ บริหาร จนเกิดภาวะถดถอยของธุรกิจของครอบครัว กระทั่งเกิดปัญหาเศรษฐกิจยุคฟองสบู่แตกในปี 2540 จนทำให้ ธนาคารศรีนครต้องล่มสลายลงด้วยปัญหาสินเชื่อ และถูกธนาคารแห่งประเทศไทยเข้าควบคุม สั่งลดทุน เป็นการปิดตำนานธนาคารศรีนคร รวมทั้งโครงการเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าขนาดยักษ์ย่านสี่แยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นสมบัติ ชิ้นสุดท้ายของตระกูลเตชะไพบูลย์ที่เคยผงาดในวงการธุรกิจ ก็ต้องสูญเสียไปเพราะปัญหาเรื่องเงินๆทองๆจนเหลือเพียงตำนานเช่นกัน สำหรับประวัติด้านครอบครัวของนายอุเทน มีภรรยารวม 6 คน ส่วนบุตรธิดามี 13 คน คือ นางสุกัญญา โอสถานนท์ นางเพ็ชรี อมรวิวัฒน์ นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ นางจิตรามณฑ์ พันธาภิรัตน์ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ นายวิวัฒน์ เตชะไพบูลย์ นายวิระมิตร เตชะไพบูลย์ น.ส.วิมล เตชะไพบูลย์ นายวีระเดช เตชะไพบูลย์ นายบดินทร เตชะไพบูลย์ นายบวรชัย เตชะไพบูลย์ นายชยากร เตชะไพบูลย์ และ น.ส.อรกัญญา เตชะไพบูลย์ นายอุเทนเคยได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 600 นักการเงินการธนาคารและนักธุรกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกโดยนิตยสารโกลบอลไฟแนนซ์ ได้รับปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งเป็นประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งมูลนิธิฮั่วเคี้ยว ป่อเต็กเซี่ยงตึ้ง หรือป่อเต็กตึ๊ง นับเป็นผู้ประสบความสำเร็จทั้งในด้านธุรกิจการงานและส่วนตัวคนหนึ่ง จนได้รับการเคารพนับถือและยกย่องจากบุคคลทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ขอแสดงความเสียใจ ต่อการจากไป ของ คุณอุเทน เตชะไพบูลย์ บิดาของ คุณ วีรเดช เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาทางด้านการเงินและการลงทุน เครือข่ายวิสาหกิจไบโอดีเซล ภาคประชาชน ขอแสดงความเสียใจกับผู้หมวดวีรเดชด้วยครับ biowarning (IP:117.47.38.220) ![]() พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส ความว่า ขอขอบใจนายกรัฐมนตรีที่ได้กล่าวคำอวยพร และขอบใจท่านทั้งหลายที่ได้มา มาเยี่ยม และมาให้พร ทำให้มีกำลังใจ ความจริงการที่ท่านมานี้ เป็นการให้กำลังใจ ที่บอกว่าดูแข็งแรง ดูมี อนามัยที่ดี ความจริงไม่ใช่ ความดีของแพทย์ เป็นความดีของเราที่ ตั้งใจ ที่จะให้แข็งแรง เพื่อที่จะต้อนรับท่านได้ ถ้าไม่ได้ตั้งใจที่จะแข็งแรงที่จะต้อนรับท่าน ก็จะมาต้อนรับท่านไม่ได้ เพราะว่าเดิน ก็เดิน ขานำไปข้างหน้า ข้างหนึ่ง อีกข้างไปข้างหลัง ไม่ค่อยยอมสามัคคี ต้องสามัคคี แล้วก็ได้พูดเมื่อวานซืนนี้ ว่า ทหารก็ตาม พลเรือนก็ตาม ต้องสามัคคี เหมือนขาของเราที่จะต้องเดินสามัคคีกัน หมายความว่า ก้าวไปข้างหน้า แล้วอีกข้างหนึ่ง ก็ยันข้างหลัง และเมื่อยันข้างหลังเรียบร้อยแล้ว ก็ก้าวไปข้างหน้าอีกข้าง อันนี้ก็สามารถเดินได้ แล้วไม่หกล้ม ซึ่งถ้าไม่สามัคคี ก็บอกแล้วว่า ประเทศจะประสบความหายนะ ไม่ได้ใช้คำว่าหายนะ แต่ก็คล้ายกัน ว่าถ้าไม่สามัคคีกัน ไม่ปรองดองกัน ประเทศชาติล้ม ถ้าล้มก็ ผลของการล้มนั้น มีหลายอย่าง ถ้าทางกายก็ ร่างกายกระดูกหัก และต้องเข้ารักษา บางทีรักษานานๆ ไม่มีสิ้นสุด ถ้าไม่ระวังประเทศชาติก็ล่ม เมื่อล่มเราจะไปอยู่ที่ไหน ล่มก็หมายถึงว่า ลงไป จม ล่มจม ถ้าเราไม่ระวังประเทศชาติล่มจม ล่มจมก็หมายความว่า ล่มลงไปในทะเล เพราะว่าเมืองไทยนี้ก็ติดทะเล ถ้าล่มไปล่มมา ก็ลงทะเล และสมัยนี้เขาก็ ขู่กันว่า น้ำทะเลจะขึ้น แล้วก็เพราะว่าอากาศมันร้อน แต่ทำไปทำมาก็ไม่ได้ร้อนจริง มาตั้งแต่ธันวาฯ นี้คนบ่นว่าอากาศเย็น อากาศหนาว ก็ไม่รู้จะเชื่อใครว่า ตอนนี้จะหนาวหรือจะร้อน แต่ว่าคำว่า ร้อน ร้อนจริงๆ คือ เหงื่อออก ร้อน เดือดร้อน ถึงเดือดร้อนมากกว่า ทุกคนที่มานั่งอยู่ที่นี่ก็จะเดือดร้อน ภาษาไทยใช้คำว่า เดือดร้อน ร้อนแล้วเดือด น้ำเดือดมันร้อน อากาศร้อนก็อากาศทำให้เราไม่สบาย ถ้า ไม่สบายแล้ว อยู่ไม่ค่อยได้ ที่อากาศร้อน ก็เพราะว่าอากาศมันเจอความร้อนของพระอาทิตย์ ซึ่งเมืองไทยก็เคราะห์ดีอยู่เหมือนกันว่า อากาศร้อนไม่ได้เย็น ไม่ได้เย็นเหมือนอเมริกา เดี๋ยวนี้ที่อเมริกากำลังเดือดร้อน เพราะอากาศเย็น อากาศ หิมะตก ซึ่งตามปกติไม่น่าจะตกอย่างนี้ แต่ว่า อเมริกากำลังร้อน เดือดร้อนในความเย็น เมืองไทยนี้ ก็มีความเดือดร้อน ด้วยความเย็นเหมือนกัน แต่ว่าพูดว่าเดือดร้อน เราก็พูดถึงว่าเมืองไทย บ่นว่า เดือด ที่จริงไม่ได้เดือด แต่คนน่ะเดือด คนมันทำเดือด ทำให้คนเดือดร้อน แล้วเวลาเดือดร้อนนี่ มันไม่สบาย น้ำเดือดถึงจะมีประโยชน์ ต้มไข่ได้ แต่ว่าถ้าเดือดเฉยๆ ไม่มีประโยชน์ ทำให้คนเดือดร้อนเนี่ย สิ้นเปลืองเปล่าๆ แล้วก็เมื่อคนทำให้เดือดร้อน ที่ว่าสิ้นเปลืองเปล่าๆ แล้วก็บ่น บ่นว่า ประเทศลุกเป็นไฟ ก็ต้องระวังไม่ให้ลุกเป็นไฟ เพราะว่าจะทำให้ล่มจม ล่มจมอย่างนี้ ที่ต่างประเทศเขาบอกว่าเมืองไทยจะล่ม จะจม ความจริง ยังไม่ล่ม และยังไม่จม แต่ถ้าไม่ระวังก็จะล่ม จม ฉะนั้น ก็จะต้องระมัดระวัง หรือทุกวันนี้ไม่ปรองดองกัน เมื่อไม่ปรองดอง ไม่ปรองดอง ก็มีรู ก็จะล่ม ล่ม จมลงไป ที่จริงพยายามจะอุดช่อง ไว้อย่างมาก เช่น น้ำจะท่วม ก็ปิด กั้น ไม่ให้น้ำท่วม แต่ที่เขาทำ น้ำจะท่วม ก็ต้องสูบน้ำออกไปใส่ในทะเล ทะเลก็ มีน้ำมากเกินไป น้ำก็ล้นเข้ามาในพื้นแผ่นดิน แล้ว มันก็ ประเทศชาติก็ล่มจม ฉะนั้น การป้องกันไม่ให้ล่มจม จะต้อง ระวังไม่ให้น้ำขึ้นมากเกินไป ซึ่งถ้าน้ำขึ้นมามากเกินไป ก็ต้องแก้ไข จะแก้ไขนี่ มีหลายวิธี จะต้องทำเขื่อน แต่ว่าเขาด่ากันว่า ถ้าทำเขื่อน เท่ากับประเทศจะจม จมในน้ำ เพราะว่าตั้งเขื่อน น้ำก็ต้องขังเอาไว้ แต่ว่าการขังน้ำ โดยใช้เขื่อน มันมีหลายวิธี ซึ่งบางที ไม่เข้าใจ ทำเขื่อนแล้วก็ น้ำก็ท่วมบางแห่ง แต่ถ้าหากว่าทำเขื่อนแล้ว ไม่ระวัง ไม่ได้บริหารเขื่อนนั้นให้ดี มันก็อาจจะทำให้น้ำท่วม อย่างที่เคยพูดถึง เขื่อนป่าสักฯ เขื่อนป่าสักฯ นี้ ถ้าไม่ได้ทำ ถ้าไม่ได้ทำก็จะ เสียเงินเป็นพันล้านทุกปี แล้วก็เสียเงินอย่างนี้แล้ว ไม่ได้อะไรเลย เดี๋ยวนี้ ที่ได้ทำป่าสักฯ มา ทุกปีมีผลดี คือ ทำการเกษตร กสิกรรมได้ผล แล้วเมื่อได้ผลแล้วก็ได้รายได้ ถ้าไม่ได้ผลก็จะต้อง ก็จะต้อง ..นี่เขา (พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรฯ) น้ำท่วมทุ่ง นี่อย่างนี้น้ำท่วมทุ่งหรือ นี่เหมือนพ่อเขา พูดมาก ปู่พูดไม่มาก แต่เวลาพูดเขาก็ว่าบ้าง พูดมาก หาว่าน้ำท่วมทุ่ง ไอ้น้ำท่วมทุ่งนี่มันไม่ดี เพราะว่าเวลาท่วมทุ่งได้ทุ่งนั้นทำอะไรไม่ได้ พืชผลต่างๆ ก็เน่า ถ้าพืชผลเน่าก็เท่ากับทำให้ ทำลายพืชผลนั้น ซึ่งตามปกติพืชผลขึ้นมาสามารถที่จะขายได้แต่พืชผลที่เน่า ขายไม่ได้ พืชผลที่เน่าทำให้เสียหาย แต่ที่ปลื้มใจที่ป่าสักฯ นี่น้ำท่วมมีบ้างแต่น้อยมาก คือว่า แต่ก่อนนี้ทุกปีต้องเสียเงินเป็นพันล้านสำหรับแก้ไขเรื่องน้ำท่วม เสียหายไปพันล้านไม่มีรายได้เลยมีแต่รายจ่าย ถ้ามีรายได้ก็ไม่เป็นไร น้ำท่วมที่ เวลา มีน้ำท่วมขึ้นมา ความจริงก็มีรายได้เพราะว่า อย่างเช่น ข้าว ถ้าไม่มีน้ำก็แห้ง แห้งผาก ไม่มีผล แต่อย่างไรไม่มีผลอย่างนั้นยังงอกออกมาได้ ก็ยังมีข้าว แต่อย่างถ้าข้าวถูกท่วมและเน่า ต้องเสีย ข้าวนั่นเสีย ไม่ได้ผล มีแต่ทางเสีย ไม่มีทางได้ ฉะนั้นการที่ทำเขื่อนแล้วก็ ไม่มีน้ำท่วม ก็มีจ่ายเงินสำหรับค่าทำเขื่อน แล้วก็มีเสียหายเล็กน้อย จนถึงเดี๋ยวนี้ เมืองไทยก็มีรายได้มากกว่ารายจ่าย แต่ว่าถ้าไม่ได้ทำ โครงการป้องกันไม่ให้น้ำท่วม มีแต่รายจ่าย ไม่มีรายได้ แล้วอย่างนี้เราก็อยู่ไม่ได้ อันนี้ พูดเป็นปริศนาว่า ถ้าไม่มีรายได้ ก็ไม่มีรายจ่าย เขาว่าถ้าไม่มีรายได้ ก็ไม่สามารถที่จะจ่ายเพื่ออยู่ดี มีแต่ต้องจ่าย สำหรับป้องกันน้ำท่วมเท่านั้น ป้องกันแล้ว ไม่มีกำไรเลย มีแต่เสีย ฉะนั้นก็ ที่คนเขาว่า ทำโครงการแล้วก็เสีย จริง เสีย เสียเงิน แต่ว่าไม่เสียผลประโยชน์ ฉะนั้น ก็ต้องคิดดีๆ ว่าที่ได้ทำโครงการนั้น ก็มีจุดประสงค์ที่จะให้มีรายได้ แต่ถ้าพูดอย่างที่เขาพูด จ่ายเงินเยอะแยะ ที่จริงจ่ายแยะ แต่ว่าไม่ได้เสีย เพราะว่ามีรายได้ เวลาพูดกลับไปกลับมาอย่างนี้ท่านก็งง ท่านมองหน้าว่า เอ๊ะจะไปไหน ไปน่ะ ต้องทำโครงการนี้ อะไรก็ตาม ก็จะต้องมีเหตุผล ก็ต้องบริหารงานการให้ดี พูดถึงบริหาร ข้างหน้านี้ก็มีฝ่ายที่จะเป็นรัฐบาล รัฐบาลก็คือการบริหาร แต่ว่าบริหารนี้มีทุกอย่าง บริหารโครงการ บริหารกิจการต่างๆ บริหารการเงิน ทุกอย่างจะต้องบริหารให้ดี ฉะนั้นถ้าไม่บริหาร ก็ล่มจม แต่คนที่ไม่ได้เป็นฝ่ายบริหาร มีแต่ ตำหนิติเตียนว่าไม่ทำ ที่จริง ฝ่ายบริหารเขาก็ทำ คนที่ติเตียนนั้นก็เป็นคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ตรงข้าม มีแต่ทำลาย ฉะนั้น ที่มาเมื่อ 2-3 วันนี้ ชักกลุ้มใจ ที่ฟังวิทยุ ที่เขาพูด พูดว่า เมืองไทยนี่ไม่ก้าวหน้าเลย แต่ความจริงก็ก้าวหน้า ถ้าไม่ทำอะไรเลยป่านนี้ก็ล่มจมแล้ว ถ้าไม่ทำ ก็ล่มจมเหมือนเวลาน้ำท่วม ล่มจม นี่พูดถึงน้ำมากเกินไปแล้ว เดี๋ยวหาว่าพูดน้ำท่วมทุ่ง แต่ว่ายังไงก็ตามต้องพูด วันนี้ตั้งใจจะต้องพูด ว่า ถ้าไม่ทำอะไร ทำแต่พูด ก็จะไม่ดี ก็พูดมามากแล้วในทาง คล้ายๆ ปรามไม่ให้พูด แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้ท่านเงียบหมด ทุกคนเงียบ ก็หมายความว่า ท่านก็ตั้งใจจะไม่พูด เราก็เห็นว่าท่านไม่พูดเราก็จะไม่พูด แต่ก็พูดมากแล้ว แล้วก็ยังไงก็ตาม ก็จะต้อง อธิบายว่า ไปเข้าโรงพยาบาลนี้ เข้าๆ ออกๆ เข้าๆ ออกๆ หนังสือพิมพ์ก็ลง วันนี้เข้า เข้าแต่งสีชมพู ออกมาแต่งสี สีฟ้า เขาเหมือนตำหนิติเตียน ว่าทำไมเปลี่ยน ก็เข้าๆ ออกๆ ก็ต้องเปลี่ยนบ้าง ถ้าเข้าๆ ออกๆ และแต่งเครื่องแบบ มันน่าเบื่อ น่าเบื่อเขาก็ อย่าง อย่างท่านนายกฯ เขาก็แต่งเครื่องแบบ ท่านก็บอก น่าเบื่อ โอ๊ยน่าเบื่อ เบื่อหน้าแล้ว ถ้าเบื่อหน้าก็ไล่ออกซิ ไล่ออก แต่ท่านนายกฯ ไม่ได้ยิน เดี๋ยวหาว่าท่านนายกฯ เดี๋ยวนี้แก่แล้ว เขาว่าแก่ ที่จริงหนุ่ม หนุ่มนิดเดียว ของเราหนุ่มแบบพรุ่งนี้ จะอายุ 80 ไม่นึกเลยว่าจะถึงอายุ 80 80 ก็ใครจะว่าแก่ก็ไม่ว่า ใครตำหนิว่าแก่ ไม่ว่า เพราะว่าแก่จริงๆ แต่คนที่อายุ 60 นี้ไม่แก่ แต่ว่าท่านนายกฯ ก็น่าเบื่อ น่าเบื่อเพราะว่า เจอทีไรก็แต่ง แต่งเครื่องแบบขาวนี่ ความจริงควรจะแต่งสีอื่นบ้าง ของเรา วันนี้ไม่มีขาว สีขาว เป็นสีเหลือง แล้วเนกไทเป็นสีเหลือง แล้วก็มีสีชมพูด้วย ก็หมายความว่า เราก็ เราก็แก่แล้ว ไม่อยากแต่งตัวให้น่าเบื่อ วันนี้ก็เตรียมเสื้อคล้ายๆ ท่านองคมนตรี เสื้อเชิ้ตขาว และก็เสื้อ ไม่ใช่ท่านองคมนตรี ประธาน เสื้อสีน้ำเงินแก่ เราก็แต่งสีเทา ที่จริงแต่งงี้ก็ไม่น่าเบื่อ แต่ยังมีเนกไทสีเหลืองให้เก๋หน่อย ยังดีไม่ได้ใส่สีชมพู แต่วันนั้นใส่สีชมพู โหก็ตื่นเต้น เวลาใส่สีชมพูแล้วก็ใส่สีเขียว ใส่สีอะไรก็ได้ สีแดงก็ยังได้ สีแดงนี่เป็นกาลกิณีของเรา คนที่ว่าเป็นกาลกิณีของเรา ของเราไม่น่าจะใช้ นี่ยังไงตั้งแต่แม่ ท่านเกิดวันอาทิตย์ ท่านก็สีแดง พี่สาวก็เกิดวันอาทิตย์ พี่ชายก็เกิดวันอาทิตย์ ก็หมายความว่า เป็นสีแดง คนที่รับใช้ก็เกิดวันอาทิตย์ ยังดี ทองแดงนี่ดี ก็ไม่ได้เกิดวันอาทิตย์ เขาเกิดวันเสาร์ ก็เป็นสีม่วง ทองแดงสีม่วง เราก็ไม่เดือดร้อน แต่สีม่วงก็ดี วันก่อนนี้ใส่สีม่วง ก็เลยใส่ได้ทุกอย่าง ไม่เหมือนท่านนายกฯ ใส่เครื่องแบบขาวทุกวัน ทุกครั้ง มันน่าเบื่อ ก็จริง น่าเบื่อ แต่ว่าท่านเรียบร้อย แล้วก็แต่งขาว ท่านทำงานได้ดี ก็เลย ถ้าทำงานได้ดี ก็ไม่น่าเบื่อ ท่านผู้หญิงแต่งสีเหลือง สีเหลือง แต่เหลืองอ๋อย สีเหลืองเนี่ย ความจริงตามเรื่อง ต้องเป็นสีค่อนข้างเหลืองอ่อนมาก อย่างวันออก เมื่อวานนี้ใส่สีเหลือง สีเหลืองอ่อน นั่นน่ะเป็นสีเหลืองที่ถูกต้อง เพราะว่าเป็น สีเหลืองที่สว่างของพระจันทร์ ก็บรรยาย นี่เขาให้ มีกระต่ายอยู่ด้วย ก็เลยเป็นสีเหลืองที่ถูกต้อง แต่มาพูดบอกว่า ท่านนายกฯ แต่ง แต่งขาวนี่ ก็ได้เหมือนกัน เพราะว่าวันจันทร์ก็เป็นสีขาวก็มี เพราะฉะนั้นก็จะบอก ใครมาบอกว่าท่านนายกฯ น่าเบื่อ มาบอกว่าน่าเบื่อ น่าเบื่อไม่ได้ แต่งสีขาวสวยมาก ดีมาก แล้วทำงาน อะไรก็คล่องแคล่ว ไม่ใช่ทำงานไม่ดี ทำงานดี สีขาว ก็หมายความว่า หมดจดดี แล้วก็ ตั้งแต่ ครั้งแรกที่ คนเขาตำหนิ เมื่อปีที่แล้วไปบอกว่า นายกฯ อายุมาก ก็เปรียบเทียบกับนายกฯ เก่า นายกฯ เก่านั่นน่ะ เขาเด็กกว่า แต่ก็ไม่เท่าไหร่ ก็แก่ นายกฯ กำลังดี 60 กว่าๆ ก็กำลังดี ไม่เหมือนเรา เราแก่เกินไป เราแก่ แล้วก็นี่ท่านประธานองคมนตรีก็ยิ้มๆ บอกว่า ท่านก็แก่กว่า แต่ท่านเก่ง ท่านแก่กว่า ท่านก็แข็งแรง ท่านแข็งแรง 80 กว่านี่ กำลังดี พรุ่งนี้ข้าพเจ้าก็จะ 80 กว่า กำลังหนุ่ม กำลังแข็งแรง คนอื่นไม่แข็งแรง ยังไม่ 80 พูดถึง 80 ก็มีอยู่ว่า พี่สาวอายุ 84 ท่านค่อนข้างจะแก่ แล้วเมื่อวาน เมื่อวานนี้เราไปเยี่ยม ที่จริงไม่ควรจะ ควรจะมาพักที่สวนจิตรฯ นี่ แต่ท่านไม่สบาย ก็ไม่สบายอยู่มาก ก็ต้องไปให้กำลังใจท่าน วันนี้ก็ไปไม่ได้เพราะว่ามีงาน พรุ่งนี้ก็ไปไม่ได้ มะรืนนี้ก็ไปไม่ได้ แต่ว่าต้องไปเยี่ยม ท่านไม่สบาย แต่ว่ามีอยู่ว่า ประชาชนไปเยี่ยมอยู่มากมาย ที่โรงพยาบาล มีประชาชนไปเยี่ยมเต็มลาน ห้องชุมนุมเต็ม ก็เลยทำให้สบายใจว่า มีคนเอาใจใส่ คนที่ไม่สบาย ให้กำลังใจ อันนี้ต้องชมคนไทยว่า คนไหนไม่สบาย ก็ให้กำลังใจ ถึงว่าคนไหนไม่สบาย รู้ว่ามีคนเอาใจใส่ ก็สบาย อย่างที่เข้าโรงพยาบาล ไม่รู้ตัวว่าไม่สบาย เขาหาว่าเราจะแย่ ก็ดูแล คนเขาว่าว่า พิการที่สมอง สมองเรา เราก็ไม่รู้สึกว่ามีอะไร ทำไปทำมาบอกว่า เป็นที่ลำไส้ เขาบอกว่าพิการ หรือป่วยที่ลำไส้ เขาก็หาใหญ่ ตามธรรมดาลำไส้ที่พิการ เขาจะดูทางซ้าย แต่ว่า ทำไปทำมากลับดูว่าเป็นพิการทางขวา ทางขวาของเรา เขาไปดูทางซ้าย ทางซ้ายไม่มีอะไร เขาก็เคาะใหญ่ เคาะไป ไม่เป็นไร แท้จริงเป็นทางขวา เขาก็บอกว่า ประหลาด ว่าพิการทางขวา เรานึกว่าตัวเราเป็นคนประหลาด เวลาดูว่าป่วยทางไหน ก็มาดู ว่าป่วยทางขวา ก็แล้วไป แต่ทีหลังทำไปทำมาก็เรียบร้อย ดูแล้วไม่เป็นแล้ว ไม่เป็นแล้ว เขาก็บอกว่าเป็นที่สมอง เป็นที่สมองไม่ใช่ของเรา เป็นที่สมองของหมอ เพราะเขาว่า เขาว่าพิการ ที่จริงพิการที่สมองของหมอ แล้วเสร็จแล้วไปเข้าเครื่อง เครื่อง ในเครื่องดังป๊องๆๆๆๆ ไม่เป็นอะไร ไม่มีพิการ ก็เลยออกจากโรงพยาบาลดีกว่า ถ้าอยู่ในโรงพยาบาล จะพิการจริงๆ เพราะว่าอยู่โรงพยาบาลนี่แย่ เกือบจะเปลี่ยนโรงพยาบาล เปลี่ยนไปโรงพยาบาล ที่อยู่ฝั่งนี้ ไปอยู่ฝั่งโน้น จะเป็นบ้า แล้วก็ เลยนึกไป ไปดูว่าทำไมเป็นบ้า เป็นบ้าเพราะน้ำมันจะท่วม น้ำจะท่วม น้ำมันขึ้นเลย ขึ้นไปขึ้นมา แล้วใครมาบอกว่า น้ำจะท่วม แต่น้ำ ไม่ท่วม เพราะมีโครงการ มีโครงการที่พระประแดง แต่ก็พูดไปพูดมา เขาเอาเรือ ของกองทัพเรือ เขาสร้าง มีเรือใหญ่ เขาบอกว่าให้ไปเรือนี้ ก็เอาเรือนั้นมาจอด เรือสวยด้วย ก็เลยร่ำลือกันใหญ่ว่าพรุ่งนี้จะเสด็จฯ เรายังไม่ไป เพราะว่ามีงาน มีงานตลอดปี ตลอดทั้งเดือน ก็เลยต้องปฏิเสธ เขาบอกว่า ไม่ใช่พรุ่งนี้หรอก มะรืนนี้สิไป ไป บอกว่าจะไป จะไปเยี่ยมโครงการที่พระประแดง บอกว่ายังไม่ไป ไม่เชื่อ แต่ทำไปทำมาก็เชื่อ เรือไม่เอามาแล้ว ไม่งั้นเอาเรือมาจอด เอาเรือมาจอดให้เราไป เราก็เลยบอกว่า เรือนี่ใช้น้ำมัน เปลืองน้ำมันเหมือนกัน แต่เราจะใช้ไบโอดีเซล เขาบอกว่าใช้ไม่ได้ ถ้าใช้ไม่ได้ เราไม่ไป แต่เรือ เรือที่เป็นเรือแท็กซี่ เขาใช้ไบโอดีเซลได้ เดี๋ยวนี้กำลังพัฒนาไบโอดีเซล เพราะว่าถ้าใช้ดีเซล เปลือง แล้วก็ดีเซลจะหมดโลกแล้ว แต่ไบโอดีเซลของแบบฝรั่งมัน 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง หมายความว่าไบโอเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ เราไม่ยอม เราจะใช้ไบโอดีเซล 100 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าดีเซลแบบไบโอ แบบพืช ใช้ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างคราวก่อนนี้ไป แล้วก็นายกฯ ใช้ไบโอ 100 เปอร์เซ็นต์ ไบโอ ใช้น้ำมัน น้ำมันแบบก๊าซโซฮอล์ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ 10 เปอร์เซ็นต์ อย่างที่เขาใช้ ขึ้นภูเขา ขึ้นตรงเขื่อน ขึ้นชัน ก็ไปได้ดี รถใช้น้ำมัน ก๊าซโซฮอล์แบบของเรา ก็ขึ้นได้ดี แต่ว่าอาจจะมีน้อยหน่อย ราคาถูกกว่า ถูกกว่าดีเซลเดี๋ยวนี้ ก็ใช้ดีเซลแบบก๊าซโซฮอล์ มาตอนนี้จะใช้ดีเซลแบบน้ำมันปาล์ม น้ำมันปาล์ม 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ใช้ได้ ไม่ต้องใช้ดีเซลสั่งมาจากเมืองแขก เพราะว่าถ้าเราใช้ดีเซลจากเมืองแขก อีกหน่อยก็หมด อีกหน่อยหมด เดี๋ยวนี้เขาก็ไม่ เขาก็ไม่ใช้ แต่จะเก็บเอาไว้สำหรับมาขายให้เรา เราต้องเสียแพงๆ เราจะใช้ไบโอดีเซลแบบน้ำมันปาล์มที่เราปลูกเอง เราปลูกเองอาจจะมีน้อยหน่อย ก็ใช้น้อย อย่าไปฟุ่มเฟือยใช้มากเกินไป น้ำมัน ใช้น้อยๆ หน่อย แต่เราจะมี มีใช้ ปลูก ต้นปาล์ม แล้วมามาทำเชื้อเพลิง ต้นปาล์ม มาทอด มาทอดปลา ทอดอะไรต่างๆ ได้ แล้วก็มาใส่ในรถดีเซล ได้ใช้แล้ว ก็ใช้ได้ มันวิ่งช้าหน่อย วิ่งช้า ก็ไม่เป็นไร เราอย่าเร่งรีบ ชีวิตอย่าให้เร่งรีบมากเกินไป แต่ราคาก็ถูก ฉะนั้น ถือหลักว่า ใช้ของราคาไม่แพงเกินไป อาจจะไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับไฮสปีดดีเซล แต่ก็ไปได้ ก็ขอให้คิดว่าทำอะไร ต้องประหยัด คนก็ว่า ประหยัดๆ ดีกว่าไม่มีเลย ถ้าไม่มี ถ้าไม่มีดีเซล เราก็ต้องไปซื้ออยู่ดี เราไปซื้อ ก็มี 2 แห่งที่เขาขายเป็นสำคัญ ก็คือของแขก คือของฝรั่ง ของฝรั่งก็คืออเมริกัน เขาไม่ ของอเมริกันเขาไม่ค่อยขาย เขาบอกไม่มี แท้จริงเขามีเยอะ แต่ว่าเขาไม่ขายเพราะว่า เขาเก็บเอาไว้มาขายให้เราแพงๆ ที่จริงน้ำมัน จะเป็นดีเซล หรือน้ำมันเบนซิน มันราคาไม่ถึงที่ที่เขาขายกัน จนกระทั่งเขาแย่เพราะว่า เขาขายแพงเหลือเกิน เลยขายไม่ได้ ขายไม่ออก บางทีต้อง ลดราคา เพราะฉะนั้น เราซื้อน้ำมันราคาถูกของเราเอง ถูกกว่าของฝรั่ง ของแขก แล้วก็อาจจะคุณภาพ คือกำลังน้อยกว่าดีเซล ที่ขุดจากดิน แต่ที่จริงที่ขุดจากดินนั้นน่ะ ราคาไม่น่าจะแพงอย่างนั้น แต่เราโลภอยากได้น้ำมันที่มีกำลัง ก็เลยยอมเสียเงิน เสียเงิน ซึ่งเราควรจะไปใช้อย่างอื่น ฉะนั้นก็ การที่เราเสียรู้ทั้งฝรั่ง ทั้งแขก เสียเงินให้เขา ฝรั่งกับแขก เขาได้เงินเยอะๆ ก็ไปซื้ออาวุธ เขาสลับสู้รบกันเอง อิรัก เขาก็มีน้ำมันมาก แต่ว่าเขาไม่ขาย เขาไม่ขายเพราะว่าเขาขายไม่ได้ ไม่มีโรงที่จะกลั่น ก็ขายให้เรา แล้วเราเอามากลั่น แล้วเราก็ขายให้แขก แต่เขาซื้อในราคาถูก เขาขายในราคาแพง ไอ้นี่มันไม่ค่อยถูกหลักของการค้า การค้าที่รัฐบาลมีผู้เชี่ยวชาญการค้า ต้องขายอะไรให้ราคาแพงจะได้มีกำไร แล้วซื้อในราคาถูก แต่เราทำตรงข้าม เราซื้ออะไรราคาแพง เราขายราคาถูก อย่างนี้เราแย่ เพราะเรา เราไม่มี ไม่มีทางที่จะขายอะไรราคาแพง เพราะเขาก็ต้องบอก อู้..เขาขาดทุน เวลาไปที่ร้านเขาก็บอก ผม..ขาดทุน เป็นเสียงภาษาแขก เสียงภาษาจีน ภาษาฝรั่ง เขาก็ต้องบอกเขาขาดทุน ถ้าเราขายในราคาแพง โห..มันแพงเกินไป แล้วก็เลยซื้อไม่ได้ เขาบอกเขาซื้อไม่ได้ เพราะว่าเวลาจะซื้อเขา เขาก็ขายไม่ได้ เขาขาดทุน ที่จริงเราคนไทยนี่ เราใจดีเกินไป เรายอมขาดทุนเรื่อย ความจริงถ้า ถ้าเราขายอะไรไม่ให้ขาดทุน ซื้ออะไรไม่ให้ขาดทุน เรารวย เมืองไทยนี้รวย แต่ว่า เราใจดีเกินไป ต่างประเทศเขาบอกเขาขาดทุน เราก็ลงท้ายก็เดี๋ยวเชื่อเขา ไม่ดี เราขาดทุนไม่ได้ ไม่รู้รัฐบาลชุดนี้จะ จะซื้ออะไรขายอะไรให้ขาดทุน หรือเปล่า แต่ก่อนนี้ ขาดทุนเสมอ ฉะนั้นก็ เราก็จะต้องพยายามจะทำอะไรที่เราไม่ขาดทุน คือทำเอง ต้องทำเอง แล้วที่รัฐบาลสนับสนุนเศรษฐกิจพอเพียง พอเพียงเนี่ย หมายความว่า เราไม่ทุกข์ว่าเขาจะว่าว่าเราเอากำไรมากเกินไป เราไม่เอากำไรมาก เราไม่ทำให้ขาดทุน เราไม่ทำให้มี กำไรมากเกินไป เพราะเราขายกันเอง ก็กันเอง ก็ไม่ต้องขายแพง กันเองไม่ต้องซื้อแพง ฉะนั้นน่ะ เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้หมายความว่า ขาดทุน ขาดทุนก็ขาดทุน แต่ว่า ขาดทุน กำไร ของเราเอง กันเอง นี่พูดถึงเศรษฐกิจพอเพียงมาหลายปีแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจกัน เพิ่งมาเข้าใจเดือนหนึ่ง สองเดือนนี่ ฉะนั้นก็ ขอให้ไปศึกษาต่อในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง พอเพียงคืออะไร ไม่ใช่เพียงพอ คือว่าไม่ได้หมายความว่าให้ทำกำไรเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง ทำกำไรก็ทำ ถ้าเราทำกำไรได้ดี มันก็ดี แต่ว่าขอให้พอเพียง คือถ้าเอากำไรหน้าเลือดมากเกินไป มันไม่ใช่พอเพียง นักเศรษฐกิจก็ว่า พระเจ้าอยู่หัวฯ นี่ คิดอะไรแปลกๆ ก็แปลกสิ ขายไม่ให้ได้กำไร ซื้ออะไรไม่ขาดทุน เป็นเศรษฐกิจพอเพียง คือไม่ต้อง ไม่ต้องหน้าเลือด แล้วไม่ใช่ ไม่ใช่จะมีกำไรมากเกินไป หรือน้อยเกินไป ให้พอเพียง ไม่ใช่เรื่องของการค้าเท่านั้นเอง เป็นเรื่องของการพอเหมาะพอดี เราทำพอเหมาะพอดี ก็ดี พูดไปพูดมา เรื่อง เดี๋ยวก็จะเกิดเอา เราสร้างเรือ เราสร้างเรือให้พอเพียง เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง นั่นน่ะ มันไม่พอเพียง มันเล็กเกินไป ยังเล็กเกินไป ก็อาจจะ ควรจะใหญ่กว่าหน่อย แต่ถ้าใหญ่เกินไป ไม่พอเพียง ถ้าเล็กเกินไปก็ไม่พอเพียง ที่เขาจะทำน่ะ เรือที่เขาจะทำ เรือดำน้ำ เรือดำน้ำดำลงไป ไปปักเลนเลย เดี๋ยวเขาโกรธเอา ว่าเรือแล่นๆ ไป ลงไป ดำน้ำ ไม่พอ ใครมาเครื่องบิน เห็นแจ๋วเลย ต้องไปจมเลนถึงจะไม่เห็น แล่นๆ ไปปัก ปักเลน ถ้าอยากไปที่ที่ลึก ก็ไปอยู่นอกเส้น ก็รู้สึกว้าเหว่ ไกลไป ไอ้เรือ เรือดูแลใกล้ฝั่งนี่ดีกว่า แต่ลำที่เราสร้าง ก็ใช้ได้ดีแล้ว แต่ที่ควรจะสร้างต่อไปให้ใหญ่กว่านี้สัก ใหญ่กว่านี้หน่อย แต่ตอนนี้ก็คงไม่มีเงินแล้ว ต้องใหญ่กว่าหน่อย เพราะว่าถ้าไม่ใหญ่พอ จะไม่สามารถที่จะปฏิบัติการ อย่างต่อเนื่อง แต่ว่า นี่พูดกลายเป็นราชการลับ ที่พูดราชการลับว่า จะซื้อเรือของรัสเซีย เรือที่เขาสร้างใหม่ ใหญ่กว่าที่เราสร้างไม่มาก นั่นจะมีประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าซื้อของรัสเซียราคาไม่ถึงครึ่งของเยอรมัน ของอเมริกัน อเมริกันก็โกรธแน่ ถ้าเราไปซื้อของรัสเซีย ลองไปดู ลองไปดูเรือของรัสเซีย แต่เขาอาจจะไม่ขายให้ก็ได้ ลงท้ายทำไมทำมา เขาอาจจะขายให้ราคาแพง แต่ความจริงก็ควรจะขายเรา ขายเรา ไปขอเขาดู มัน ของรัสเซียดีจริงๆ แต่รู้ไม่ได้เดี๋ยว เขาขายให้เราลำโปเกโปเก ก็ได้ นี่พูดไม่ได้ ความลับราชการ แต่เมืองไทยความลับราชการก็เผยเรื่อย เผยความลับราชการ ก็ไม่รู้ละ นะทองแดง ถ้าเผยความลับราชการก็อาจจะ อาจจะดีก็ได้ เพราะว่าความลับราชการก็ไม่ได้เรื่องอยู่ดี ยังไงก็ จะทำอะไรก็มาเผยกันหมดก็ได้ ทุกกองทัพ กองทัพเรือ ก็มีเรือดำน้ำ กองทัพอากาศ ก็มีเรืออะไร สมัยใหม่นี่ แต่เดี๋ยวนี้เขาเกิดจะมาซื้อลำนิดเดียว แต่ราคาแพงเหมือนลำใหญ่ แต่ตอนนั้นจะซื้อลำใหญ่ราคานิดเดียวเหมือนลำเล็ก แต่ว่า แต่ก่อนนี้จะซื้อเครื่องบินลำใหญ่ ในราคาของลำเล็ก ก็ชอบกลอยู่นะ ก็รัสเซียเหมือนกันนะ ทำไปทำมาจะซื้อเรือรัสเซีย เรือบินรัสเซีย เราไม่เห็นด้วย แต่จะซื้อเรือ เรือน้ำรัสเซีย ก็น่าใช้ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ก็ได้ชวนกันซื้อเครื่องบิน อย่าซื้อเรื่องบินรัสเซีย ซื้อเรือรัสเซีย ไม่ใช่ ไม่อย่างงั้นจะชนกัน เรือของรัสเซีย เรือน้ำของรัสเซีย เข้าใจว่าดี เรือบินของรัสเซีย เข้าใจว่าใช้ไม่ได้ ลองไปดู นี่ นานๆ ทีได้พบกัน ก็ต้องปรารภ ว่าอะไรควรจะทำ ไม่ควรจะทำ เรือบิน ก็ดูตกลงกันแล้ว แต่ถึงเวลาได้เรือบินมา ก็อาจจะล้าสมัยแล้ว 2 ปีกว่าจะได้ 2 ปีคงล้าสมัยแล้ว เรือบินไม่ใช่รัสเซีย เรือบินของสวีเดนนะ ก็ ดูดีเพราะว่าลำมันไม่ใหญ่ กองทัพบกก็ จะไปซื้อรถ รถล้าสมัย ล้าสมัยเหมือนกัน ไม่รู้ว่า คนไทยนี่ ชอบซื้ออะไรล้าสมัย แต่เอามาเล่นก็ดีเหมือนกัน รถถังล้าสมัย แต่เมืองไทยนี่ใช้รถถัง ทันสมัย มันใช้ไม่ได้ มันจมเลน จมเลนแล้วก็ ถ้าจมเลนปั๊บก็ มันก็หมดสมัย มันลำบากที่จะ ซื้อ เดี๋ยวนี้จะซื้อ รัฐบาลก็หมดสมัยแล้ว อีกหน่อยก็หมดสมัย อีกไม่กี่เดือนก็หมดสมัย เอาไว้ให้รัฐบาลใหม่ เขาซื้อ เขาซื้อรถถัง รถอะไรนั่น แต่อย่างนี้มาแนะนำการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์กลางที่ประชุมนี้ ที่ประชุมนี้ก็ใหญ่กว่าสภาฯ คนมากกว่า มีคนตั้ง 20,000 คน ลงท้าย เขาฟังข้างนอก เขาก็งง ไม่รู้ว่าพูดเรื่องอะไร ยังไงก็ตาม ที่พูดอย่างนี้นะให้เห็นว่าเราต้องคิดดีๆ ว่าจะซื้อ จะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จะซื้อยังไง รู้สึกว่าท่านก็ คงงงหมดแล้ว ว่าไม่ได้พูดถึงพลเรือน ว่าจะซื้ออะไร มีแต่จะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ก็ต้องซื้อ ต้องมี เพราะว่าเดี๋ยวนี้ น้ำท่วม ก็ใช้กองทัพ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ไปช่วยชาวบ้าน สำหรับพวกพลเรือนไม่มี ไม่มีอาวุธที่จะไปช่วยพวกที่เดือดร้อน พวกที่ต้องการใช้ เรียกว่าอาวุธสำหรับช่วยประชาชน ยังไงก็พลเรือนก็ต้องมีอาวุธละกัน แต่ก่อนนี้พูดถึงตำรวจ เป็นกองทัพ แต่เดี๋ยวนี้เขาไม่เป็นแล้ว แต่ว่าต้องใช้อาวุธ สำหรับช่วยชาวบ้าน ยังไงก็ คงต้อง คงต้องเลิกพูด เพราะว่าถ้าพูดมาก เดี๋ยวท่านก็งงว่า จะมาใช้เงินเยอะแยะ ไหนๆ เรารวยแล้ว เดี๋ยวนี้เรารวย เงิน เงินบาทมีราคาสูง สูงเกินไปก็ใช้ซิ เงินบาทสูงเกินไปก็ใช้ ใช้ในที่ที่ควร ไม่ทราบ เราเดี๋ยวนี้ไม่รู้เรื่อง อาจจะเป็นที่หมอเขาว่า สมองเราฝ่อ แต่เรารู้สึกสมองเราไม่ฝ่อ แต่เขาว่าเราฝ่อ ฟังว่า รัฐบาล หรือเมืองไทย ประชาชน มีเงินเยอะ มีเงินเกินนะ ก็ใช้สิ เขาหาว่าเราเศรษฐกิจพอเพียง คำว่าพอเพียง ถ้ามีเงินก็ต้องใช้ ไม่ใช่ขี้เหนียว ถ้ามีเงิน ไม่ต้องขี้เหนียว ซื้อไปเถิด อะไรก็ตาม เครื่องบิน เรือ รถถัง ซื้อ ถ้ามีเงินเยอะ ก็ถือว่าสนับสนุนให้จ่าย เดี๋ยวนี้เขาก็ ในหนังสือพิมพ์เห็นว่า เขาสนับสนุนให้จ่าย ถ้ามีก็จ่าย แต่ถ้าไม่มีก็ระงับหน่อย มันเป็นอย่างนี้ คนเราก็พูดเกินไปเสมอ อย่าให้เขา ตอนนี้ ที่ท่านมาให้พรให้ อวยพร ก็นับว่าดีมาก ทำให้มีกำลังใจ แต่ไม่ทราบว่าคิดถูกหรือไม่ถูกเพราะว่า ท่านไม่ได้บอกอะไร เรามีเงินเยอะใช่ไหม ดูท่าทางว่า approve ว่า มีเงินเยอะ ก็ถ้ามีเงินเยอะก็จ่าย ใช้เงินให้สมกับที่เรามีเงิน ถ้าไม่มีเงินแล้วจ่ายจะอันตราย แต่ถ้ามีเงินและไม่จ่ายก็อันตรายเหมือนกัน เพราะว่า คนที่มีเงินแล้วไม่จ่าย หมายความว่า จะเก็บไว้ทำอะไร บางคนมีเงินแล้วไม่จ่าย ให้คนอื่นจ่าย ก็หมายความว่า คนที่ไม่มีเงินบอก ใช้เงินเถอะ เพื่อที่จะได้กำไร คนที่มีเงินยิ่งอยาก อยากได้กำไร อย่างนี้ไม่ดี ฉะนั้นก็ต้อง คนที่มีเงินก็จ่าย แล้วก็ช่วยคนที่ไม่มีเงิน นี่ รู้สึกตัวว่าพูดอะไรที่ถูกต้อง คนที่มีเงินต้องจ่าย คนที่ไม่มีเงินต้องไม่จ่าย แต่คนเขาคิดตรงข้าม คนที่ไม่มีเงินต้องจ่าย อย่างสมัยนี้ คนไม่มีเงิน ให้ใช้เงิน ใช้เงินมากๆ เพราะว่าถ้าคนไม่มีเงินใช้เงินมากๆ ก็ต้องไปกู้ คนที่มีเงินมากๆ ก็ได้กำไร ไม่พอเพียง ก็ยังไงก็ ขอให้ที่ท่านมานี่ ได้ผลไปคิด ให้ไปคิดว่าควรจะทำอะไร แล้วท่านก็มีความคิดดีอยู่แล้ว ก็อย่าไป ที่พูดว่า อย่าไปมีปมด้อยว่าไม่มีความคิด ซื้อเรือ ซื้อเครื่องบิน ซื้อรถถัง ก็ไปซื้อเถอะ เรือน่ะ สร้างเองน่ะ ให้เขาสร้าง เรืออันไหนที่สร้างไม่ได้ ไปสร้างที่อื่น แล้วก็ไปสร้างที่ๆ เขาแล่นๆ ไปนั่นนะ มันคลอนหมด ไปซื้อเรือที่แล่นๆ น่ะ จะไปสู้กับเขาไม่ได้ เพราะว่ามันคลอนหมด สร้างเองดีกว่า นี่เขางงว่าทำไม ยุให้สร้างเรือ สร้างเรือเอง ให้คุณภาพดี ไม่ให้คลอน แต่ก็ต้องมีเงินไปสร้างเอง มันตก ก็ยังไงก็ คง พูดมากเกินไป ทองแดงก็เมื่อย แต่พูดอะไรก็เห็นด้วยนะ อ้าว ยัง ยังไม่ไป ยังไม่ไป ก็ขอบใจที่ท่านมา ขอให้ท่านสามารถที่จะมีจิตใจที่เข้มแข็ง แข็งแรง แล้วก็เพื่อที่จะทำอะไรให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม ก็จะเป็นประโยชน์แก่ท่านเอง ก็ขอขอบใจ อีกทีที่มา" *********************************************************** ดีใจมากครับ รู้สึกว่ามีกำลังใจขึ้นอีกมาก จากพระดำรัสในหลวงในวันที่ 4 ธ.ค.50 เรื่องการใช้ไบโอดีเซล 100 เปอร์เซนต์ กระทรวงพลังงานตื่นหรือยัง ที่ให้ใช้ไบโอดีเซลกับเครื่องยนต์ดีเซลสูบเดียวไม่ให้ใช้กับรถยนต์ทั่วไป ชาวบ้านเขาใช้กับรถยนต์ตามพระราชดำรัสในหลวงกันมาตั้งนานแล้ว กระทรวงพลังงานน่าจะช่วยปรับปรุงและส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลให้กับชาวบ้านตามพระราชดำริของพระองค์ท่าน นภพล (IP:125.25.158.212) ตึแฝดสวยดี ค่ะ aon aen .com (IP:203.172.143.226) ![]() จัดที่ บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด(มหาชน) อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ วันเสาร์ ที่ 15 ธันวาคม 2550 จัดโดย บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) และ สำนักงานความร่วมมือทางวิชาการแห่งประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันนี (GTZ) มีกลุ่มเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์การเกษตร นักวิชาการ นักอุตสาหกรรมจากวงการปาล์มน้ำมันจากพื้นที่หลายจังหวัดภาคใต้ เข้าร่วมงานถ่ายทอด แลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านปาล์มน้ำมัน โดยเฉพาะทางด้านภาคเกษตร จากการเพาะพันธุ์ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การอนุบาล การปลูกใหม่ การปลูกทดแทน การใส่ปุ๋ย การใช้ยาปราบศัตรูพืช การดูแลจัดการสวน การให้น้ำ การเก็บเกี่ยว มีบริษัทเอกชนเข้าร่วมงานให้ความรู้ทางด้านต่างที่เกี่ยวข้อง แนะนำการใช้ปุ๋ย การใช้ยาปราบวัชพืช เครื่องมือเก็บเกี่ยวผลปาล์ม รถไถ รถแทรกเตอร์ ฯลฯ ![]() ![]() พื้นที่ปลูกที่กำลังทะยอยเพิ่มมากขึ้น ผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบที่มีมากขึ้น จนทำให้ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยสามารถผลิตน้ำมันปาล์มได้มากเกินกว่าการบริโภคภายในประเทศ และได้กลายเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มออกสู่ตลาดโลก **ข้อสังเกตุ** โรงงานปาล์มที่มีอยู่ในตอนนี้ มีจำนวน 64 ราย มีกำลังการผลิตรวม 2,319 ตันทะลายต่อชั่วโมง มีความต้องการปาล์มทะลายเข้าโรงงาน 14 ล้านตันต่อปี ในขณะที่ มีผลปาล์มจากสวน 7.27 ล้านตันต่อปี การเพิ่มขึ้นของโรงงานและการขยายการผลิตจนการปลูกเพิ่มขึ้นตามไม่ทัน ทำให้โรงงานเดินเครื่องได้เพียง 50 % และต้องแบ่ง(แย่ง)ซื้อผลปาล์มเข้าโรงงาน ทำให้ราคารับซื้อผลปาล์มสูงขึ้นและไม่ตกต่ำตามฤดูกาลเหมือนอย่างที่เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันต้องพบในปีที่ผ่านๆมา ผลกระทบในกลุ่มโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ให้ย้อนไปอ่านความเห็นเพิ่มเติมที่ 381 16 พ.ย. 2550 ***รง.น้ำมันปาล์มออกอาการเซ วัตถุดิบขาดทยอยขายกิจการ*** ไม่รู้เป็นยังไง ทำท่าจะโทษเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันอีกแล้ว วัตถุดิบเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่ขาดหรอกครับ โรงงานปาล์มเร่งขยายการผลิต แข่งราคากันซื้อผลปาล์ม เพื่อนจากจังหวัดภาคใต้ตอนบน บอกว่าเขาจะแย่งซื้อกันให้ตายไปเลยข้างหนึ่ง มีคนเคยสงสัยว่า เกษตรกรชาวสวนปาล์ม น่าจะเป็นผู้มีฐานะดี เวลาปาล์มราคาตกก็ไม่เดือดร้อนใจ ไม่เอาปาล์มไปกองหน้าทำเนียบ ไม่มีปากมีเสียงกับใคร เวลาปาล์มราคาดี ก็เรียกเพื่อนมากินเบียร์ฉลองราคาปาล์มกันบ่อยหน่อย พอสร่างก็วิ่งหาปุ๋ยกันให้วุ่น ปุ๋ยขึ้นราคา ซ้ำร้ายก็พาลจะขาดตลาดหาซื้อไม่ได้เอาด้วย คงต้องพักวงเบียร์ไปวิ่งหาปุ๋ยกันก่อนละคร้าบ ![]() ใน 1 ก.พ. 51 นี้จะมีการใช้ไบโอดีเซล 2 % ในน้ำมันดีเซลทั่วประเทศ โดยเลื่อนเวลาให้เร็วขึ้นมาอีก 3 เดือน จากเดิมซึ่งประกาศไว้ 1 เมษ. 51 จะทำให้ความต้องการใช้ไบโอดีเซลเชิงพาณิชย์ B100 เพิ่มขึ้นเป็น 1ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ 1,000 ตันต่อวัน คิดเป็นปาล์มทะลาย ไม่น้อยกว่า 5,882 ตันต่อวัน ( OER 17% ) คิดเป็นเงินหมุนสวนในสวนปาล์ม ประมาณ 23,528,000 บาท ต่อวัน เป็นเงินหมุนเวียนในภาคเกษตรกร 8,587,720 ,000 บาทต่อปี (8,587 ล้านบาท ) ส่วนบริษัทน้ำมันจะสูญเสียรายได้เป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ จะพอใจกับเรื่องนี้บ้างไหม และทำไมถึงไม่ค่อยจะทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องไบโอดีเซลเลย ถ้าถามไป เขาก็จะตอบกลับมาว่า เป็นบริษัท มหาชน "ต้องกลับไปถามผู้ถือหุ้นก่อน" มั่นใจดีเซลบี5วิ่งฉิว ปี54แทนบี2ทั้งหมด กรมพลังงานฯ มั่นใจยอดใช้ไบโอดีเซล บี 5 จะเพิ่มขึ้น ตามลำดับ และสามารถทดแทนการใช้ดีเซล บี 2 ได้ภายในปี 2554 นายพานิช พงศ์พิโรดม อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวภายหลังเปิดตัวโครงการ ภาพรวมการใช้ไบโอดีเซลในประเทศไทย ว่า ขณะนี้ปริมาณการผลิตไบโอดีเซลบริสุทธิ์ 100% หรือ บี 100 ในไทย เพียงพอกับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ย 1 ล้านลิตรต่อวัน โดยตั้งแต่เดือน ก.พ. 2551 จะมีมาตรการบังคับให้ผู้ผลิตน้ำมันต้องปรับสูตรน้ำมันดีเซลให้ผสม บี 100 ในสัดส่วน 2% เรียกว่า บี 2 ส่งผลให้ความต้องการใช้ไบโอดีเซลจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 ล้านลิตรต่อวัน สอดคล้องกับปริมาณการผลิตที่ปีหน้าจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2.1 ล้านลิตรต่อวัน ทั้งนี้ จากมาตรการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล บี 5 โดยกำหนดส่วนต่างราคาให้ถูกกว่าดีเซลปกติ 1 บาทต่อลิตร ทำให้มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจาก 1.9 แสนลิตรต่อวัน เป็น 3.1 ล้านลิตรต่อวัน ในเดือน พ.ย. 2550 และมีความเป็นไปได้ว่า ภายในปี 2554 ยอดการใช้ บี 5 จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นจนมาแทนที่การใช้น้ำมัน บี 2 อย่างแน่นอน ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น มาตรการชดเชยราคาอาจไม่จำเป็นต้องใช้อีกต่อไป ขณะนี้มีโรงงานผลิตไบโอดีเซลเชิงพาณิชย์ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมธุรกิจพลังงาน 8 แห่ง กำลังการผลิตรวม 1.5 ล้านลิตรต่อวัน และในปี 2551 จะมีกำลังการผลิตไบโอดีเซลรวม 2.1 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเพียงพอกับความต้องการในการนำมาผสมเป็นไบโอดีเซลอย่างแน่นอน สอดคล้องกับปริมาณการใช้ บี 5 ที่จะเพิ่มขึ้นตามลำดับ และค่ายรถยนต์ก็ได้ออกมารับประกันว่า ไม่มีปัญหาต่อเครื่องยนต์ นายพานิช กล่าว Post Today Last update : 12/14/2007 2:01:24 PM Post Today (IP:125.25.254.171) ![]() ราคาเฉลี่ย จากราคาสูงต่ำในแต่ละปี การคิดราคาเฉลี่ยที่เหมาะสมให้ถูกต้องตรงต่อสภาพความเป็นจริงนั้น ผลผลิตปาล์มน้ำมันมีราคาต่ำเมื่อมีปริมาณมาก มีราคาสูงเมื่อมีผลผลิตน้อย ถ้ามีการคิดแบบถ่วงน้ำหนัก คือการเอาปริมาณผลผลิตที่มีการซื้อขายมาคำนวณด้วย จะได้ราคาเฉลี่ยที่ถูกต้อง ที่แท้จริง ในปีนี้ปาล์มทะลายมีราคาเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามภาวะตลาดน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก ที่มีราคาสูงขึ้นเนื่องจากความต้องการน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ทดแทนน้ำมันพืชตัวอื่นที่มีการผลิตลดลงและราคาสูงกว่า รวมทั้งการนำน้ำมันปาล์มไปเป็นเชื้อเพลิงโดยตรง และการนำไปทำไบโอดีเซล(ในต่างประเทศ) ![]() ปัจจุบันนี้อินโดนีเซยมีพื้นที่ปลูกและผลผลิตน้ำมันมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก ส่วนของมาเลเซียนั้นพื้นที่ปลูกเต็ม ไม่มีพื้นที่เพียงพอต่อการขยายการปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่ม การปลูกปาล์มสายพันธ์ดีรุ่นใหม่แทนปาล์มน้ำมันที่มีอายุมากและให้ผลผลิตน้อยลงมากแล้ว การปรับปรุงพันธ์ปาล์มน้ำมันที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น และการขยายพื้นที่ปลูกของกลุ่มธุรกิจสวนปาล์มน้ำมันออกไปในประเทศใกล้เคียง เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งของการเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพการผลิตน้ำมันปาล์มของมาเลเซีย ส่วนประเทศไทยนั้นอยู่ในตำแหน่งที่ 3-4 คู่คี อยู่กับประเทศไนจีเรีย มีผลผลิตน้ำมันปาล์ม ประมาณการในปี 2550 อยู่ที่ 1ล้านตัน น้อยกว่ามาเลเซียที่มีอยู่มากถึง 15.80ล้านตัน รบกวนอยากขอความรู้จากคุณเกษตรกรตัวจริงเรื่องปาล์มได้มั้ยค่ะ ขอเบอร์โทรศัพท์ค่ะ jiraporn_bee@hotmail.com (IP:117.47.33.12) |