|
การผลิตน้ำมันปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100) จากน้ำมันปาล์มดิบ
โพสต์เมื่อ:
11:38 วันที่ 1 พ.ย. 2549 ชมแล้ว:
182,340
ตอบแล้ว:
521
![]() การผลิตน้ำมันไบโอดีเซล จากน้ำมันปาล์มดิบ มีกรรมวิธี ขั้นตอนหลากหลาย แตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้ ก็แตกต่างกัน ขอเชิญทุกท่านร่วมแบ่งปันความรู้เพื่อการสร้างสรร และพัฒนา ปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100) จำนวน 502 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| -21- 22| 23| 24| 25| 26| ![]() ![]() ของทั้งสองประเทศ เพื่อการเพิ่มผลผลิตน้ำมันปาล์มให้กับตลาดโลก ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพแวดล้อม มีผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อระบบนิเวศวิทยาของประเทศนั้นๆและประเทศใกล้เคียง ถ้าจำกันได้ ประเทศไทยมีหมอกควันจากไฟเผาป่า ปกคลุมไปจนถึงภาคเหนือ ในมาเลเซีย มีหมอกควันปกคลุมไปทั่วทั้งกรุงกัวลาลัมเปอร์ เนื่องจากการเผาป่า เพื่อการสร้งสวนปาล์มในอินโดนีเซียมาแล้ว ![]() เห็นชัดได้ มากที่สุด จากอุรังอุตัง ![]() มีราคาค่างวดที่ไม่ได้นำมาคิดถึง เพราะมนุษย์คิดถึงแต่ความอยู่รอดของมนุษย์ เท่านั้นหรือ ? ขอการปลูกปาล์มเพื่อพลังงานทดแทนของประเทศไทย คืออีกบริบทหนึ่ง ที่เป็นรูปโฉมที่งดงาม สง่างาม คิด ทำ อย่างเหมาะสม ต่อสภาพของประเทศไทยด้วยเถิด กลับมาที่ประเทศไทยกันต่อนะครับ ประเทศไทยมีการปลูกปาล์มน้ำมันเป็นไม้ประดับ ที่สถานีทดลองยางคอหงส์ สงขลา เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2480 โดยพระยาประดิพัทธ์ภูบาล ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง มีการปลูกเป็นการค้ารอบแรกที่จังหวัดสงขลา ประมาณ 1000 ไร่ แล้วเลิกกิจการไป มีการปลูกในเชิงการค้าเป็นรอบที่สอง เมื่อปี 2511 ภาครัฐ โดยกรมประชาสงเคราะห์ ในโครงการนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ อ.ควนกาหลง จ.สตูล พื้นที่ 20,000 ไร่ สมาชิก 1,645 ราย ภาคเอกชน โดยบริษัทไทยอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มและสวนปาล์ม คุณ เจียร วานิช จำนวน 16,262 ไร่ ที่ตำบลปลายประยา อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ (ปัจจุบันคือ อำเภอ ปลายพระยา) ด้วยการนำปาล์มพันธุ์เทเนอร่า ( DxP ) จากประเทศมาเลเซีย มีการตั้งโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบแห่งแรกของไทย เมื่อปี 2515 เปิดดำเนินการได้เมื่อปี 2517 ด้วยพัฒนาการและประสพการณ์อย่างยาวนานของจังหวัดกระบี่ ที่เกี่ยวข้องกับปาล์มน้ำมัน ปัจจุบันมีแหล่งองค์ความรู้ปาล์มน้ำมันด้านต่างๆอยู่อย่างครบครัน มี"ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันยูนิวานิช" ซึ่งเปิดให้เข้าเยี่ยมชม ครบทุกเรื่อง ในงาน "วันยูนิวานิชพบเกษตรกร"ครั้งแรกนี้ด้วย ![]() ![]() เป็นปาล์มที่มีเปลือกนอกบาง กะลาหนา เมล็ดในใหญ่ ผลใหญ่ ใช้เป็นต้นแม่พันธ์ ![]() เป็นปาล์มที่มีเปลือกนอกหนา กะลาบาง เมล็ดในเล็ก ผลเล็ก ใช้เป็นต้นพ่อพันธุ์ ![]() ![]() ![]() ![]() น้ำมันดีเซลชีวภาพคุณภาพสูงแบบเศรษฐกิจพอเพียง จัดทำโดย 1.เด็กหญิงกนกกาญจน์ โกยกิจเจริญ 2.เด็กหญิงไข่มุก เหมทานนท์ 3.เด็กชายเมธัส ดำดี คุณครูที่ปรึกษา คุณครูวรรณพร หงษ์ยศ โรงเรียนชุมชนบ้านอ่าวลึกเหนือ อำเภออ่าวลึกเขตพื้นที่การศึกษากระบี่ http://www.geocities.com/chumchona/ http://www.geocities.com/chumchona/html/biodcell.htm" http://www.geocities.com/chumchona/html/biodcell.htm เป็นการทำไบโอดีเซล โดยการทำปฏิกิริยา แบบสองครั้ง เพื่อให้ได้การทำปฏิกิริยาที่สมบูรณ์ และได้น้ำมันไบโอดีเซลที่คุณภาพสูงขึ้น อยากทราบว่า Salt filter ทำมาจากอะไร และวิธีการทำงานของมันเป็นอย่างไร ช่วยอธิบายอย่างคร่าวๆทีนะครับ คือ ผมต้องเอาไปทำรายงานอ่ะครับ ขอบคุณผู้ตอบมากนะครับ Hikari (IP:58.64.120.117) สวัสดีปีใหม่ 2551 ครับ biowarning (IP:117.47.32.68) ![]() : สำนักพระราชวัง มีประกาศเรื่อง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ ความว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เสด็จประทับรักษาพระอาการประชวร ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราชพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.2550 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ พระอาการประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ และได้สิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 02.54 น. วันที่ 2 ม.ค.2551 รวมพระชันษา 84 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในบรมมหาราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนัก ไว้ทุกข์ถวายมีกำหนด 100 วัน ตั้งแต่วันสิ้นพระชนม์เป็นต้นไป ทรงพระกุรณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระศพ หน้าพระฉายาลักษณ์ ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหไทยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 13.00 น. -16.00 น. วันพุธที่ 2 ม.ค.2551 ![]() พระพี่นางเธอ 2 พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ข้าพระพุทธเจ้า ในนาม เครือข่ายวิสาหกิจไบโอดีเซล ภาคประชาชน http://www.biodieselthailand.org/ ![]() เรื่องดูงานจะนำชมต่อให้จนครบถึงสวน แต่ต้องรอสักครู่ ช่วงนี้"เกษตรกรตัวจริง"ต้องใช้เวลาเข้าสวนตัวเองมากหน่อย เตรียมรับหน้าแล้ง และเตรียมรับราคาปาล์มทะลาย(สุก) ราคา 6 บาทครับ บทความข้างล่างนี้ จาก ประชาชาติธุรกิจครับ "พลัฏฐ์ ฐิติณัฐชนน" ด็อกเตอร์ปาล์มน้ำมัน "ยูนิวานิช" คลุกคลีอยู่กับพืชน้ำมัน หรือปาล์ม น้ำมันมานานร่วม 30 ปี "ดร.พลัฏฐ์ ฐิติณัฐชนน" ผ่านชีวิตราชการจากกรมวิชาการเกษตรมาก่อนที่จะมาปักหลักในภาคเอกชนที่จังหวัดกระบี่ โดยทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบสวนปาล์มน้ำมันกว่า 38,000 ไร่ให้กับ ผู้ผลิตปาล์มน้ำมันเก่าแก่ของภาคใต้คือ บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสวน และดูแลศูนย์วิจัยและพัฒนาปาล์มน้ำมันนานเกือบ 20 ปี ดร.พลัฏฐ์ มองอนาคตอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในประเทศไทยว่า กิจการปาล์มน้ำมันของไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของโลก ทั้งนี้เมื่อปีที่ผ่านมาประเทศอินโดนีเซียได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอันดับหนึ่งแซงหน้ามาเลเซียไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนประเทศไทยรั้งอันดับสาม ซึ่งทั้งสองประเทศสามารถผลิตน้ำมันปาล์มป้อนตลาดโลกได้ประเทศละประมาณ 15-16 ล้านตัน/ปี รวมทั้งสิ้น 36-37 ล้านตัน ที่เหลืออีก 5 ล้านตันกระจายอยู่ที่ปาปัวนิวกินี ไนจีเรีย และอื่นๆ ส่วนประเทศไทยมีผลผลิตแค่ 1.2 ล้านตัน/ปี "ศักยภาพของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในบ้านเรายังถือว่าไปได้และยังไปได้ดีด้วย เพราะทุกวันนี้ความต้องการมันกลายเป็นความจำเป็น ไม่ใช่สินค้า luxury แต่เป็น essential คือมันจำเป็นต้องกิน ต้องใช้ ยิ่งไบโอดีเซลเข้ามาก็ยิ่งมีความต้องการมากขึ้น" ขณะเดียวกันเขาฟันธงว่า เรื่องไบโอดีเซลไม่ใช่กระแสแน่นอน และไม่เหมือนเอทานอล ตราบใดที่น้ำมันปิโตรเลียมแพงขึ้น ไบโอดีเซลก็ยิ่งจำเป็น และราคาน้ำมันก็ลดลงมายากแล้ว ถ้าผลิตไบโอดีเซลได้มากและนำไปใช้ได้มากก็จะดีขึ้นทุกฝ่าย เพียงแต่ว่าผลผลิตจะมีพอมั้ย ถ้าเปรียบเทียบในกลุ่มพืชน้ำมันด้วยกันแล้วสู้ปาล์มไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง หรือ สบู่ดำ เพราะผลผลิตน้ำมันปาล์มมีมากกว่าเป็น 10 เท่า เป็นพืชที่โตแล้วสามารถใช้ได้นานถึง 25 ปี และยังสามารถนำต้นปาล์มมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ด็อกเตอร์ปาล์มแห่งยูนิวานิชฯ ฝากแง่คิดสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนปลูกปาล์มให้ได้ผลผลิตดีว่า จะต้องมีสภาพพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อหวังผลให้คุ้มค่ากับการลงทุน และต้องหาคนที่รู้ดีรู้จริงๆ มาแนะนำส่งเสริม พื้นที่ที่เหมาะสมจริงๆ คือ ต้องมีฝนตก ถ้าฝนตกสม่ำเสมอตลอดทั้งปียิ่งดี หากฝนแล้งบ้างผลผลิตก็จะลดลงไปตามลำดับ เพราะปาล์มเป็นพืชที่ต้องการน้ำตลอด แต่ไม่ใช่ท่วมขัง ข้อดีของปาล์มคือเป็นพืชที่มีโรคและแมลงน้อย ถ้าสามารถปลูกเป็นแพลนเทชั่น หรือแปลงขนาดใหญ่จะดีต่อการบริหารจัดการ และต้องรู้จักเลือกพันธุ์ให้ดี ในส่วนของการนำผลปาล์มจากต้นมาเพาะเองนั้นพบว่า ส่วนใหญ่จะกลายพันธุ์ ครึ่งหนึ่งจะเหมือนเดิม อีกครึ่งหนึ่งจะไม่ให้ผลผลิตเลย ซึ่งมีความเสี่ยงมาก "ปัญหาการปลูกปาล์มในบ้านเราคือ เกษตรกรของเราเป็นรายย่อย การพัฒนาจึงยาก แต่ที่อินโดนีเซีย รัฐบาลจะสนับสนุนทุกอย่าง และให้สัมปทานใช้พื้นที่แปลงใหญ่ๆ ไปเลย ซึ่งทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ รวมทั้งทำให้การลงทุน การผลิตมีประสิทธิภาพ รัฐบาลก็มีรายได้จากภาษีอีกด้วย แต่ในเมืองไทยมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ปลูก ไม่มีพื้นที่ใหญ่ๆ ให้อีกแล้ว" แม้แต่ยูนิวานิชฯเองก็ไม่สามารถเพิ่มพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่ได้อีกแล้ว เพราะจุดหนึ่งต้องการอย่างน้อย 1 พันไร่ขึ้นไปเพื่อสะดวกในการจัดการ จึงจำเป็นต้องรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรนอกโครงการด้วย ดังนั้นบริษัทจึงต้องหันมาให้ความสำคัญเรื่องการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ (R&D) เพื่อใช้ปลูกทดแทน และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น ดร.พลัฏฐ์ระบุว่า ปัจจุบันยูนิวานิชฯเป็น ผู้ผลิตปาล์มน้ำมันครบวงจร มีทุกระบบตั้งแต่งานวิจัย สวนปาล์ม จนถึงโรงงาน ในส่วนของงานวิจัยนั้นเริ่มจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุ์ตั้งแต่ปี 2526 เป็นต้นมา มีงานวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้อยู่ระหว่างการทดลอง ทั้งในห้องแล็บ (การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ) และสวนปาล์มกว่า 70 โครงการ เพื่อเปรียบเทียบสายพันธุ์กว่า 400 ชนิด ในพื้นที่ทดลองปลูกเกือบ 4,000 ไร่ ซึ่งจะมีทีมงานคอยสังเกตเก็บข้อมูล ใช้เวลาอีก 7-8 ปีจึงจะรู้ผลว่าพันธุ์ไหนเหมาะกับสภาพอย่างไร การทำ R&D ผู้บริหารจะต้องเห็นความสำคัญ เพราะกว่าจะได้ผลต้องใช้เวลานับ 10 ปี ถ้าจะทำงานวิจัยจะต้องมีพื้นที่ประมาณ 1 พันไร่ขึ้นไป ซึ่งในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมายูนิวานิชใช้งบประมาณเพื่อการวิจัยไปแล้วไม่ต่ำกว่า 50-60 ล้านบาท หรือประมาณปีละ 5-6 ล้านบาท ฉะนั้นการวิจัย เพื่อให้ได้พันธุ์ปาล์มที่ดี เป็น "หัวใจ" สำคัญอย่างยิ่งของการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของไทย ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 03 มกราคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3963 (3163) ผมอยู่ที่จว.เพชรบบูรณ์ มีความสนใจในเรื่องการปลูกปาล์ม ไม่ทราบว่ามีความเป็นไปได้แค่ไหนในเรื่องของพื้นที่การเพาะปลูก เรื่องดินฟ้าอากาศ และตลาดรองรับ boazdiesel (IP:125.24.101.238) ปัจจุบันราคาน้ำมันปาล์มที่นำมาบริโภค ราคาสูงมาก 760/ปี๊บ (18 ลิตร) ไม่ทราบว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไรในอนาคต ทั้งนี้กระทบต่อการผลิต และการบริโภคเป็นอย่างมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร boazdiesel (IP:125.24.101.238) ผมอยู่ระยอง จะทำการทดลองผลิตไบโอจาก Palm stearin (Hard) ในห้องทดลอง เนื่องจากใช้น้อยมาก ประมาณครั้งละ 20 ลิตร จะสามารถติดต่อที่ไหนได้บ้าง เพื่อขอซื้อมาทำการทดลองครับ ขอความอนุเคราะห์ด้วย charn2502@hotmail.com ชาญ charn2502@hotmail.com (IP:125.27.78.76) Email ผิดครับไม่มี "r" ครับ chan2502@hotmail.com ชาญ chan2502@hotmail.com (IP:125.27.78.76) |