คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
การผลิตน้ำมันปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100) จากน้ำมันปาล์มดิบ
โพสต์เมื่อ: 11:38 วันที่ 1 พ.ย. 2549         ชมแล้ว: 244,956 ตอบแล้ว: 630

การผลิตน้ำมันไบโอดีเซล จากน้ำมันปาล์มดิบ มีกรรมวิธี ขั้นตอนหลากหลาย แตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้ ก็แตกต่างกัน ขอเชิญทุกท่านร่วมแบ่งปันความรู้เพื่อการสร้างสรร และพัฒนา ปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100)

เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 328 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 607 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| 25| -26- 27| 28| 29| 30| 31|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 510 17 เม.ย. 2551 (12:34)
<P><FONT face="Georgia, Times New Roman, Times, Serif">ผมอยากทราบพันธุ์ปาล์มที่ประจวบ ผมถามว่าเป็นพันธุ์อะไร เขาตอบว่าเป็นพันธุ์ มาเลเซีย</FONT></P>
<P><FONT face=Georgia>ผมอยากทราบว่าหาซื้อได้ที่ไหน และราคาเท่าไหร่ ผมอยู่จังหวัดระยอง จะหาซื้อได้ที่ไหนครับ</FONT></P>
niroonjun@hotmail.com (IP:61.19.90.18)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 511 25 เม.ย. 2551 (17:49)
88122

ลุงนันท์ พาไปเยี่ยมชม สวนถาวร  สวนปาล์มองค์รักษ์  ที่ตำบลบางลูกเสือ  จังหวัดนครนายก


ที่มีการปลูกปาล์มน้ำมัน อายุเข้า 3 ปี แล้ว เริ่มให้ผลผลิตเป็นปาล์มทะลาย  เริ่มตัดปาล์มส่งโรงงานกันแล้วครับ


จาก โอม  ลูกของเกษตรกรตัวจริง


เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 328 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 512 25 เม.ย. 2551 (18:03)
88124

ช่วงแรกๆต้องตัดผลปาล์มทิ้งกันอย่างนี้  เพราะมีน้อยไม่คุ้มค่าขนส่งที่ต้องส่งไปที่ชลบุรี ครับ


ถ้ามีหมู ไก่ เอาไปเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ ก็ดีนะครับ เสียดาย 


วันนี้ ปาล์มทะลาย ราคา  5 บาทต่อ กิโลกรัมแล้วครับ


ต่อไปคงมีโรงงานอยู่ใกล้ๆนะครับ 


 


โอม


เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 328 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 513 25 เม.ย. 2551 (18:12)
88126

ที่นีปลูกปาล์มลูกผสม สายพันธ์สุราษฎร์ 1 ด้วยครับ  ผลปาล์มอ่อน มีสีเขียว เมื่อสุกมีสีเหลืองส้ม 


ต้นนี้มีดอกตัวผู้มากไปหน่อยครับ


โอม


เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 328 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 514 25 เม.ย. 2551 (18:23)
88127
ช่วงนี้ปาล์มอายุน้อย  ยังมีพื้นที่ระหว่างต้น  ลุงถาวร  ฉัตรสมสง่า เจ้าของสวน ปลูกตะไคร้  มะละกอ แซมระหว่างต้นปาล์มครับ  แต่ลุงเขาบอกว่า  ถ้าตะไคร้ไม่ได้ กิโลละสิบบาท ก็ปล่อยทิ้งเหมือนกัน
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 328 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 515 25 เม.ย. 2551 (18:42)
88128

เช้าวันเสาร์ 26 เมษายน 2551  รายการเกษตรพอเพียง  ตอนเช้า 8.30 น.ช่อง 11 NBT



 ผมกับพ่อ(เกษตรกรตัวจริง) ลุงรวง(ผู้ใหญ่บ้านดำดี) 



 นำเสนอเรื่องน้ำมันปาล์มธรรมชาติ เพื่อการบริโภคเป็นอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย



ถ้าสนใจ ติดตามชมกันนะครับ



โอม


เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 328 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 516 27 เม.ย. 2551 (15:59)
<P>ปาล์ม 1 กก.หากนำมาหีบน้ำมันจะได้จำนวนเท่าใด หรือต้องใช้ผลปาล์มกี่ กิโลกรัมมาหีบเพื่อให้ได้น้ำมันปาล์ม 1 ลิตร ขอขอบคุณมากๆครับขอถามแค่นี้ก่อนครับ</P>
tukkei@gmail.com (IP:125.26.165.103)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 517 6 พ.ค. 2551 (20:32)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24<BR>เห็นข้อมูลก็รู้ว่ามีประโยชน์ ขอบคุณคุณเกษตรกรตัวจริง <BR>ที่เผยแพร่ความรู้นี้ให้กับผู้สนใจครับ <BR>ราคา CPO ตอนนี้ปาเข้าไป 18.xx กก. เพราะผลผลิตมีน้อย <BR>ประกอบกับส่งออกไปมาเลเชียได้ ดีใจกับชาวสวนปาล์มครับ <BR>ยิ่งถ้าหากรู้ว่า ชาวสวนปาล์ม ได้ราคาดีขึ้นก็จะดีใจมากกว่านี้ ที่แน่ๆอยากจะรู้ว่า<BR>อุตสาหกรรมปาล์มเขามีระบบ แบ่งผลประโยชน์ <BR>ระหว่าง ชาวสวน โรงหีบ โรงแยก กันยังไง ข้อมูลพวกนี้ท่านใดรู้บ้างครับ <BR><BR><BR>ตอบคุณศุภชัย <BR>วันนี้ ตัดปาล์มส่งโรงงาน <BR>ราคาปาล์มทะลาย หน้าโรงงาน 3.15 บาท<BR>เปอร์เซ็นต์น้ำมันเฉลี่ย 18 %<BR>ผลผลิตช่วงนี้ลดลง 50-60 % เทียบจากค่าเฉลี่ยทั้งปี<BR>บางสวน เหลือ 10 %เท่านั้น<BR>ชาวสวน ขายปาล์มทะลาย 1000 กิโลกรัม @ 3.15 บาทต่อ ก.ก. = 3150 บาท<BR>โรงงานสกัด ได้น้ำมันปาล์มดิบ 180 กิโลกรัม @19.00 บาทต่อ ก.ก. = 3420 บาท<BR>ได้น้ำมันเมล็ดใน 25 กิโลกรัม @21.00 บาทต่อ ก.ก. = 525 บาท<BR>ได้กะลาปาล์ม 60 กิโลกรัม @1.50 บาทต่อ ก.ก. = 90 บาท<BR>ได้กากเมล็ดใน 30 กิโลกรัม @4.00 บาทต่อ ก.ก. = 120 บาท<BR>ได้ใยปาล์มกากปาล์ม 110 กิโลกรัม @0.10 บาทต่อ ก.ก. = 11 บาท<BR>ได้ทะลายปาล์ม 280 กิโลกรัม @0.10 บาทต่อ ก.ก. = 28 บาท<BR>รวมรายรับของโรงงานทั้งหมด (ถ้าขายทุกอย่างตามนี้) = 4194 บาท<BR>รายรับของชาวสวนก็คือของชาวสวน รายรับของโรงงานก็คือของโรงงาน <BR>ไม่มีระบบแบ่งผลประโยชน์ใด ทุกอย่างขึ้นอยู่กันสถานะการณ์ในขณะนั้น<BR>ราคาปาล์มทะลาย*(100/%น้ำมัน) = ราคาน้ำมันปาล์มดิบ<BR>3.15 * (11/18) = 17.49 บาท ต่อ กิโลกรัม<BR>แต่ราคาน้ำมันปาล์มดิบที่โรงงานขายวันนี้ (19 .00 บาท) <BR>ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดทางด้านโรงงานรีไฟน์<BR>น้ำมันปาล์มไบโอดีเซลที่ ทำเอง ที่นี่ วันนี้ ต้นทุนอยู่ที่ 22.73 บาท <BR>ขายแพงกว่าดีเซลครับ <BR>
baans71@hotmail.com (IP:125.24.102.84)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 518 9 พ.ค. 2551 (12:30)
91067

และแล้ว  ประวัติศาสตร์ ก็ซ้ำรอย 


วิธีการทำงาน  วิถีชีวิต แบบไทยๆ 


ในบางพื้นที่มีการกดราคากันสูงมากๆ จนเกิดปัญหาแบบนี้ ถ้าใจทุกคนเป็นธรรม  เรื่องแบบนี้ไม่เกิดหรอกครับ


สมาคมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม  ประกาศว่า ประเทศไทยมีโรงงานสกัดที่มีความสามารถสกัดน้ำมันปาล์มดิบได้มากกว่าผลผลิตที่มีอยู่อีกเท่าตัว


มาวันนี้ ปาล์มล้นลานเท ปาล์มทะลายล้นโรงงาน  จนล้นมาอยู่บนถนน  ทั่วไปหมดทุกพื้นที่


โรงงานลดราคารับซื้อปาล์มลงมา  ไม่พูดอ้างเรื่องเปอร์เซ็นต์น้ำมันต่ำอีกแล้ว  มุขนี้มันเก่าไปแล้ว


ราคารับซื้อผลปาล์มต่ำลง เพราะผลผลิตล้นโรงงาน สกัดน้ำมันได้ช้า ความเป็นกรดของน้ำมันสูง


แต่อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันปาล์มดิบ ยังคงรักษาระดับสูงอยู่ต่อไป  ไม่ได้เป็นราคาที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ตามปัจจัยการผลิต 


เรียกได้ว่าเป็นช่วงทำกำไรอย่างงดงามของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มกันเลยครับ(หลังจากสะบักสะบอมกันมาในปีที่แล้ว


น้ำมันปาล์มบริโภค  และไบโอดีเซล ราคาจึงยังคงสูงอยู่ต่อไป


 


 


เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 328 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 519 10 พ.ค. 2551 (02:02)

     ไม่เห็นมีรถบรรทุก FFB ระดับ 20-30 Ton มาร่วมประท้วงเลยครับ 


 แต่อย่างไรก็ตามมันก็เป็นความขัดแย้งที่ลงตัวมานานกว่า20ปีแล้ว  ทางแก้เพื่อให้เสริมแรงแข็งขันและพอเพียงนั้นพอจะมีอยู่ ถ้าได้มีโอกาสได้พบ รมต.พาณิชย์ นำเสนอให้ท่านพิจารณาครับ


พืชพลังงาน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 19 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 520 10 พ.ค. 2551 (07:27)
91220

ต้องขอออกตัวก่อนว่า ผมเป็นเพียงคนในวงนอกของอุตสาหกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับปาล์ม ในสายตาผมนั้น ปาล์มเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งที่เป็นดัชนีชี้วัดราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตไบโอดีเซลเพื่อพึ่งพาตนเองเท่านั้น



ปัจจุบันต้นทุนน้ำมันพืชใช้แล้วว่ากันไปถึง กก.ละ 27-28.- นั่นเพราะ ราคาน้ำมันปาล์มดิบ วิ่งไปถึง กก.ละ 35.- หรือจะสูงเท่าไหร่ พวกเราก็ไม่ยั่น นั่นเป็นเพราะ ถ้ามันเกิดขึ้น และเป็นไปตามความเป็นจริงของตลาด พวกเราทำได้แค่ไหน เราก็จะทำกันไปแค่นั่น เพราะนั่นคือ ..การพึ่งพาตนเองนั่นเอง



ราคาน้ำมันพืชใช้แล้วที่วิ่งถึง กก.ละ 27.- เมื่อ อาทิตย์ที่แล้ว ราคานี้ต้องยอมรับพวกเราทำได้ไบโอดีเซลได้ยาก เพราะต้นทุนการผลิตจะใกล้ดีเซลเต็มที แต่ยังไงก็ดิ้นร้นเพื่อจะพะยุงแนวของการพึ่งพาตนเองให้อยู่กับพวกเราต่อไป ถึงแม้จะยังกลุ่มอื่นที่พยายามเรียกซื้อน้ำมันใช้แล้วในราคาสูงกว่าพวกเราก็ตาม



สิ่งที่แปลกและไม่น่าเกินขึ้นได้ก็คือ ..ข่าวการประท้วงภาระราคาปาล์มตกต่ำ ..ผมเองก็ยัง ..งง..ว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ในขณะที่ตลาดมีความต้องการปาล์มสูงมากอย่างนี้ ???



เหตุผลหลักของภาวะปาล์มล้นที่เกิดขึ้นนั้น ว่ากันว่า ปาล์มเป็ลผลผลิตที่แตกต่างจากพืชอย่างอื่น ถ้าตัดแล้วต้องรีบ ส่งโรงหีบภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าเวลาไม่อยู่ในช่วงนี้โรงงานอาจจะกดราคาหรือไม่รับก็ได้ เนื่องจากค่าความเป็นกรดจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ปาล์มก็เลยต้องอาศัยแต่ละพื้นที่ ที่อาจจะมีปัญหาและภาวะที่แตกต่างกัน เช่น พื้นที่ ท่าชนะ อาจจะมีโรงหีบไม่มาก หรือมีกำลังการผลิตน้อย ก็เลยหีบไม่ทัน อาจจะทำให้ ผลผลิตล้นโรงงานก็เป็นได้



แต่ถ้าปัญหาโรงหีบๆไม่ทันจริง ...ที่กระบี่มีโรงหีบมาก ที่ชุมพรก็พอสมควร  แต่ทำไม ก็ยังเจอปัญหาปาล์มล้นตลาดเหมือนกัน...



หรือว่า...เป็นเพราะปาล์มออกมามากจนเกินไป จนโรงหีบรับไม่ไหวจริงๆ ..แล้วที่ขอนำเข้าก่อนหน้ืานี้ล่ะ..จะว่ายังไง????



ดูเหมือนว่า...ทุกอย่างจะแย้งๆกันยังไงไม่รู้...



พวกเราก็รู้เต็มอกว่า ...ราคา CPO กก.ละ 35.- ราคาน้ำมันพืชใช้แล้ว กก.27.- แต่วัตถุดิบอย่างปาล์ม เป็นภาวะล้นตลาดจนทำให้ราคาตกต่ำ อ้าว...เมื่อซื้อปาล์มต่ำ ทำไมราคา CPO จึงไม่ลงมาด้วย??
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนอุปสงค์ อุปทานของความตลาดที่เป็นจริงในตลาดบ้างเลยหรือ?



พวกเราก็รู้เต็มอกว่า ...ราค CPO กก.ละ 35.- นั้น ราคารับซื้อปาล์มทะลายจริงน่าจะอยู่ที่เท่าไหร่? หรือว่า เงื่อนไขนี้ใช้ได้เฉพาะ 1 หรือ 2 ปี นี้เท่านั้น หรือว่า ..เราจะเลือกปฏิบัติแบบ.."ห้ามผีเข้าป่าช้า..ยังไงก็เผา...."



พวกเรายังรู้เต็มอกอีกว่า ...ปาล์ม..ที่หีบมาแล้วนั้น อาจจะส่งโรงงานไบโอดีเซล หรือโรงงานอาหารสัตว์ หรือจะส่งโรงงานรีไฟว์โดยตรงก็ยังได้



พวกเรายังรู้มากไปกว่านั้นว่า ...ปัจจุบันความต้องการพืชพลังงานในตลาดโลกมีความต้องการ อย่างไม่จำกัด เพื่อต่อสู้กับภาวะราคาน้ำมันปิโตรเลี่ยมที่วิ่งไม่หยุด



เหตุผลเหล่านี้ ...ไม่มีเหตุผลไหนที่เป็นดัชนีตัวชี้วัดว่า .ปาล์มราคาตกเลย ..อยากจะรู้จังว่า ...อะไรซ้อนอยู่ใต้เหตุการณ์นี้



ที่แน่นอนว่า เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดมาแล้วหลายครั้ง ...ปัญหาจะยอมให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาอีกอย่างงั้นหรือ? ถึงเวลาหรือยังที่จะกำหนดนโยบายปาล์มให้ชัดเจนซักที



ผมว่า..หลายคนรู้ดีว่า ..ปัญหาและทางออกที่ยั่งยืนนั้น จะไปในทิศทางไหน และจะไปอย่างไร แน่นอนครับ อาจจะไม่ใช่ทางที่ปูด้วยกลีบกุหลาบ แต่ก็เป็นทางที่จะแก้ปัญหานี้ไม่ให้เกิดขึ้นมาอีกได้ ผมก็หวังแต่เพียงว่า ถึงเวลาหรือยังครับที่ ....ทุกฝ่าย ทั้งชาวสวน โรงหีบ โรงรีไฟว์ โรงงานไบโอดีเซล โรงงานอาหารสัตว์ ตลอดจนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  จะมีโอกาสหันมาพูดคุยกันให้แบบผู้ที่รักษาผลประโยชน์ของชาติร่วมกันสักที...



หรือว่า..ถึงเวลาแล้ว..ที่ชาวสวนปาล์มจะรวมกลุ่มกัน เปิดโรงหีบของตัวเอง เพื่อพึ่งพาตนเอง ให้รู้แล้วรู้รอดไปซะเลย !


ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 421 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 521 11 พ.ค. 2551 (20:36)
<P>ถ้าเราจะทำโรงกลั่น น้ำมันปาล์มดิบ ชุมชน รองรับพื้นที่ปลูกประมาณ 300 ไร่&nbsp;</P>
<P>จะใช้เงินลงทุนประมาณเท่าไรครับ (ค่าเครื่องจักร + ค่าอุปกรณ์เก็บน้ำมันที่ผลิต + อื่น ๆ ที่ไม่รู้)</P>
<P>และถ้าจะทำ ไบโอดีเซล ชุมชน ประมาณ&nbsp; วันละ 100-250 ลิตร มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดครับ</P>
<P>ปัจจุบันอยู่กรุงเทพ&nbsp; แต่อยากกลับบ้านไปอยู่ที่นครศรีธรรมราช ก็เลยต้องหาอะไรทำครับ</P>
<P>&nbsp;</P>
ravinee_p@hotmail.com (IP:124.121.5.149)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 522 12 พ.ค. 2551 (05:58)




“ปาล์ม” ราคาทรุด “พาณิชย์” โบ้ยไม่เกี่ยวนำเข้า 3 หมื่นตัน-ยันปลูกกันเยอะเอง


 


พาณิชย์ เต้นแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ ยืนยัน ไม่เกี่ยวกับมาตรการนำเข้า 3 หมื่นตัน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนของรัฐบาลขิงแก่ พร้อมระบุ ต้นเหตุที่ราคาตกต่ำ เพราะชาวบ้านแห่ปลูกกันมากจนผลผลิตล้นตลาด
       

       นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะอนุกรรมการน้ำมันพืชเพื่อติดตามสถานการณ์ราคาผลปาล์มดิบ เนื่องจากปัจจุบันมีผลปาล์มดิบของเกษตรกรที่จำหน่าย ราคามีแนวโน้มลดลง เพราะก่อนหน้านี้ มีการนำไปใช้พลังงานทดแทน เกษตรกรจึงปลูกน้ำมันปาล์มออกมามากเกินความจำเป็น ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์จะเร่งหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อให้ราคาผลปาล์มดิบไม่ลดต่ำลงไปมาก
       
       อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดราคาผลปาล์มดิบได้ว่า ราคาควรจะเป็นเท่าใด ต้องจะรอการพิจารณาของอนุกรรมการน้ำมันพืชก่อน
       
       นายยรรยง กล่าวยืนยันว่า ราคาผลปาล์มดิบที่ราคาลดลงไม่เกี่ยวข้องกับการที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้อนุมัติให้นำเข้าผลปาล์มดิบจากต่างประเทศจำนวน 30,000 ตัน ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.ปีนี้ เพราะผลปาล์มดิบที่นำเข้าก็เพื่อชดเชยการขาดแคลน แต่ทางกระทรวงพาณิชย์จะหาทางช่วยเหลือเกษตรกรเต็มที่
       
       ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ใน 9 จังหวัดภาคตะวันออก เช่น จันทบุรี ระยอง ตราด ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก ชลบุรี สระแก้ว และสมุทรปราการ ที่ปีนี้ผลไม้ที่จะออกสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็น เงาะ มังคุด ทุเรียน ลองกอง ลำไย จะมีปริมาณค่อนข้างมาก หลายฝ่ายจึงเกรงว่า ราคาจะตกต่ำเกษตรกรจะได้รับความเดือดร้อน
       
       ดังนั้น กรมการค้าภายใน จึงร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า เช่น เซ็นทรัล และท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่จะร่วมมือกันจัดงานสัปดาห์สินค้าพาณิชย์ สุดยอดผลไม้ดี โอทอปเด่น โดยทางห้างสรรพสินค้าพร้อมที่จะเข้ามารับซื้อผลไม้จาก 9 จังหวัด จำนวนไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน คิดเป็นเงินมากกว่า 60 ล้านบาท เพื่อนำผลไม้กระจายไปตามสาขาที่มีจำนวนรวมกันมากก่วา 94 สาขาทั่วประเทศ เพื่อกระจายสินค้าผลไม้ไทยไปสู่จังหวัดภาคต่างๆ
       
       นายยรรยง กล่าวว่า ขณะนี้ราคาผลไม้โดยเฉลี่ย เช่น เงาะปีนี้ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 11-12 บาทต่อกิโลกรัม แต่เชื่อว่า หลังการกระจายราคาจะปรับเพิ่มขึ้น และสินค้าชนิดอื่นๆ ที่เชื่อว่า จะทำให้ถึงมือผู้บริโภค ขณะเดียวกัน ในส่วนของลำไย นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ได้นำผู้นำเข้าลำไยจากทั่วโลกไปพบเกษตรกรผู้ปลูกลำไยใน 9 จังหวัดภาคเหนือ ในวันที่ 10 พฤษภาคม เพราะขณะนี้ความต้องการลำไยมีมากกว่า 4 แสนตันแล้ว และมีความต้องการผลไม้อื่นๆ อีก ปีนี้จึงเชื่อว่า ผลไม้จะราคาดี


--------------------------------------------------







โดย ผู้จัดการออนไลน์ 11 พฤษภาคม 2551 15:06 น.


http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9510000054814


 


ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 421 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 523 24 พ.ค. 2551 (08:31)

วิทยาลัยเทคนิคนครนายก อบรมไบโอดีเซลเบื้องต้นและการบริโภคนำมันปาล์มแดง วันที่ 21 -22 มิ.ย. 51 ฟรีไม่เสียค่าอบรม สนใจสำรองที่ได้ในเวปนี้เลยครับ ขอเบอร์โทรด้วย หรือ ติดต่อ086 0997755 รับ40ท่านเท่านั้น วิทยากรรับเชิญท่านเกษตรกรตัวจริงและทีมงานครับ สมัครด่วนครับ



นภพล เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 31 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 524 25 พ.ค. 2551 (07:47)

เรียน เพื่อนสมาชิกและคุณศุภชัย


        ปัญหาทะลายปาล์มสดออกมามากเกินกำลังการผลิตของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบนั้น นอกจากเป็นความไม่พอดีในหลายๆประเด็นที่ลงตัวมานานนับ 10 ปีแล้ว(ประเด็นไหนบ้างของไม่นำเสนอเพราะกระทบผลประโยชน์ที่ทำให้ไม่มีการพัฒนาปาล์มน้ำมันมานาน) แต่ปัญหาทะลายปาล์มสดที่ตกค้างทำให้กรดไขมันอิสระในผลปาล์มสูงขึ้นจนไม่สามารถนำไปกลั่นเป็น RBD-PO เพื่อทำน้ำมันปาล์มบริโภคและทำไบโอดีเซลด้วย Transesetrification ทำให้เกษตรกรถูกกดราคาลงครึ่งหนึ่งของราคาปกติ


         ปัจจุบันมี Catalyst เทคโนโลยีใหม่ที่ไม่ต้องใช้กรดซัลฟูริค ทำให้สามารถเปลี่ยนไขมันอิสระให้เป็น ME ได้โดยตรงแล้ว


        ประเด็นมันอยู่ที่ว่า


        1)โรงงานไบโอดีเซล B100 เชิงพาณิชย์ที่ใช้ Knowhow Turnkey จากเมืองนอกทั้งหมด 4 โรงคือ TOL , Pure Biodiesel , Bangchak Biofuel และ New Biodiesel ล้วนแล้วแต่ใช้ Yesterday Technology จึงไม่สามารถใช้ CPO ที่มี FFA สูงได้นั่นเอง


        2) คนในรัฐบาลไม่เชื่อว่าเลือกตั้งสมัยหน้าหลังแก้รัฐธรรมนูลเสร็จ ชาวสวนปาล์มจะเลือกพรรครัฐบาลที่สร้างผลงานเพื่อแก้ปัญหานี้ได้ จึงแกล้งทำไม่รู้ และไม่ชี้นำ


         แต่ขณะนี้ ผู้เขียนมีโอกาสเข้าไปเป็นทีมงานของโรงงาน 1 ใน 4 ข้างต้น คงใช้เวลา 18 -24 เดือนกว่าจะมีโอกาสนำเสนอเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้งานเพื่อแก้ปัญหาทะลายปาล์มสดล้นกำลังการผลิต 4 ใน 12 เดือนได้ครับ


พืชพลังงาน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 19 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 525 25 พ.ค. 2551 (11:28)
94212

ปาล์มน้ำมันในจังหวัดอุบลราชธานี ความสำเร็จที่ต้องการการเริ่มต้นที่ดี


โดยเกษตรกรตัวจริง


 


เกษตรกรตัวจริงมีโอกาส เดินทางไปเยี่ยมเยือน จังหวัดอุบลราชธานี  ทราบขั้นต้นมาก่อนแล้วว่า มีการปลูกปาล์ม มากันแล้ว 3 ปี มีเกือบหมื่นไร่  กำลังเริ่มมีผลผลิต  มีการส่งเสริมจากองค์กรท้องถิ่นให้มีการปลูกพืชน้ำมันชนิดนี้  คาดกันว่าภายในสิ้นปี 51 นี้จะมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ในจังหวัดอุบลเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนถึง 30,000 ไร่


ก่อนเดินทาง สืบค้นข้อมูลของจังหวัดอุบลฯ  เพื่อดูถึงสภาพความเหมาะสมต่อการปลูกปาล์มว่ามีความเหมาะสมเพียงใด ภูมิอากาศทั้งรอบปีเป็นอย่างไร


 


สภาพทั่วไปของจังหวัดอุบลราชธา


ที่ตั้งอาณาเขตและพื้นที่
จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ ประเทศ อยู่ห่างจาก กรุงเทพมหานคร ประมาณ 630 กิโลเมตรหรือ 575 กิโลเมตรโดยทางรถไฟ มีเนื้อที่ประมาณ 16,112.650 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 10.069 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 9.16 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมี อาณาเขตติดต่อดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อ จังหวัดอำนาจเจริญ จังหวัดยโสธรและสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว
ทิศตะวันออก ติดต่อ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ทิศใต้ ติดต่อ ประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย และจังหวัดศรีสะเกษ
ทิศตะวันตก ติดต่อ จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดยโสธร
แนวพรมแดน ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชาชนลาว และประเทศกัมพูชา รวมความยาวประมาณ 428 กม.
- ติดต่อกับ สปปล. 361 กม. (จากอำเภอเขมราฐ-อำเภอน้ำยืน ติดต่อกับแขวง สะหวันนะเขต แขวงสาละวัน และแขวงจำปาสัก)
- ติดต่อกับ กัมพูชา 67 กม. (อำเภอน้ำยืนติดต่อกับจังหวัดเขาพระวิหาร) (ดูแผนที่ประกอบ)

ลักษณะภูมิประเทศ
จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า แอ่งโคราช (Korat basin) โดยสูง จากระดับน้ำทะเล เฉลี่ย ประมาณ 68 เมตร (227 ฟุต) ลักษณะโดยทั่วไปเป็นที่สูงต่ำ เป็นที่ราบสูงลาดเอียงไปทางตะวันออกมีแม่น้ำโขง เป็นแนวเขตกั้นจังหวัดอุบลราชธานีกับสาธารณรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนลาวมีแม่น้ำชีไหลมาบรรจบกับ แม่น้ำมูลซึ่งไหลผ่านกลางจังหวัด จากทิศตะวันตกมายังทิศตะวันออกแล้วไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่อำเภอ โขงเจียม และมีลำน้ำใหญ่ ๆ อีกหลายสาย ได้แก่ ลำเซบก ลำโดมใหญ่ ลำโดมน้อย และมีภูเขาสลับซับซ้อนหลายแห่ง ทางบริเวณชายแดน ตอนใต้ที่สำคัญคือ เทือกเขาบรรทัดและเทือกเขาพนมดงรักซึ่งกั้นอาณาเขตระหว่าง จังหวัดอุบลราชธานีกับสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว และกัมพูชา
ลักษณะภูมิสัณฐานของ จังหวัดอุบลราชธานี แบ่งออกโดยสังเขป ดังนี้
1. บริเวณ ที่เป็นสันดินริมน้ำ (River levee)เกิดจากตะกอนลำน้ำที่พัดพามาทับถม สภาพพื้นที่เป็นเนิน สันดินริมฝั่งแม่น้ำโขง และบาง บริเวณสัน ดินริมฝั่งลำเซบาย
2. บริเวณที่ เป็นแบบลานตะพักลำน้ำ (Terrace) ที่เกิดจากการกระทำของขบวน การของน้ำนานมาแล้ว ประกอบด้วยบริเวณที่เป็นลาน ตะพักลำน้ำระดับต่ำ ระดับกลางและระดับสูง ลักษณะพื้นที่ที่มีทั้งที่เป็นที่ราบแบบ ลูกคลื่นลอนลาดจนถึงลูกคลื่นลอนชัน จะอยู่ถัดจากบริเวณ ที่ราบลุ่ม น้ำท่วมถึงขึ้นมาพื้นที่เหล่านี้จะพบในบริเวณ ทั่วไปของจังหวัด กล่าวคือทางตอนเหนือ ทางตะวันออกและทางใต้บางแห่งใช้สำหรับทำนาและ บางแห่ง ใช้สำหรับปลูกพืชไร่
3. บริเวณที่เป็นแอ่ง (Depression) หรือที่ราบต่ำหลังแม่น้ำ (Back swamp) เกิดจากการกระทำของ ขบวนการของน้ำ พบบางแห่งใน บริเวณ ริมแม่น้ำโขง แม่น้ำชี ลำเซบายและลำโดมใหญ่ จะมีน้ำแช่ขังนานในฤดูฝน
4. บริเวณที่ เป็นเนินตะกอนรูปพัด (Coalescing fans) สภาพพื้นที่แบบนี้มีลักษณะเด่น คือ รูปร่างจะเป็นรูปพัด เกิดจากหินในบริเวณ เหล่านั้น ถูกทำให้แตกหักสะสมอยู่กับพวกที่มีอนุภาคละเอียดกว่าเมื่อฝนตกลงมาในปริมาณมาก กำลังของน้ำจะมีมากจนสามารถพัดพาเอาตะกอน เหล่านั้น ออกมานอกหุบเขาได้ เมื่อมาถึงนอกหุบเขาหรือเชิงเขา สภาพพื้นที่ก็จะเป็นที่ราบทางน้ำไหลกระจายออกไป ทำให้กำลังของน้ำลดลงก็จะ ตกตะกอนในบริเวณน้ำจะพบอยู่ ทางตอนใต้และทางตะวันตกของจังหวัด
5. บริเวณที่ เป็นเนินที่เกิดจากการไหลของธารลาวา (Lava flow hill) เป็นเนินเขา ที่เกิดจากการไหลของธาร ลาวา ดินบริเวณนี้จะมี ศักยภาพ ทางการเกษตรสูง ซึ่งเป็นผลจากการสลายตัวผุพังของหินบะชอลท์ บริเวณนี้จะพบ อยู่ในอำเภอน้ำยืน
6. บริเวณที่ ลาดเชิงเขา (Foot hill slope) เป็นที่ลาดเชิงเขาที่ตะกอนบริเวณที่เกิด จากขบวนการของน้ำ นานมาแล้วทับถมกัน บริเวณ นี้จะพบ อยู่ในอำเภอโขงเจียม อำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอ ตระการพืชผล
7. บริเวณที่ ลาดเชิงซ้อน (Slope complex) ลักษณะเป็นภูเขาหรือเทือกเขามีความลาดชันมากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์จะพบบริเวณเทือกเขา พนมดงรักในอำเภอน้ำยืนอำเภอนาจะหลวยและอำเภอบุณฑริก อีกแห่งหนึ่ง คือ เทือกเขาภูเขา ซึ่งจะพบมากในอำเภอโขงเจียม และอำเภอ ศรีเมืองใหม่
ลักษณะภูมิอากาศและอุตุนิยมวิทยา
จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ในเขตที่มีปริมาณน้ำฝนค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย ของจังหวัดอื่น ๆ
ฤดูฝน จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเรื่อยไป จนถึงปลายเดือนตุลาคม และมักปรากฏเสมอว่าฝนทิ้งช่วง ในเดือน มิถุนายน ถึงเดือน กรกฏาคม แต่ระยะเวลาการทิ้งช่วงมักจะไม่เหมือนกันในแต่ละปี และในช่วงปลายฤดูฝน มักจะมีพายุดีเปรสชั่นฝนตกชุกบางปีอาจมีภาวะ น้ำท่วมแต่ภาวะการณ์ไม่รุนแรงนัก
ฤดูหนาว เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของประเทศ ทำให้ได้รับอิทธิพลลมมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อน ภูมิภาคอื่น อุณหภูมิจะเริ่มลดต่ำลงตั้งแต่เดือนตุลาคมและจะสิ้นสุดปลายเดือนมกราคม
ฤดูร้อน ถึงแม้ว่าเคยปรากฏบ่อยครั้งว่าอากาศยังคงหนาวเย็นยืดเยื้อมาจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยส่วนใหญ่แล้วอากาศจะ เริ่มอบอ้าว ในเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงประมาณต้นเดือนพฤษภาคมซึ่งอาจจะมีฝน เริ่มตกอยู่บ้างในปลายเดือนเมษายน แต่ปริมาณน้ำฝนมักจะ ไม่เพียงพอ เพาะปลูก นอกจากนั้นลักษณะภูมิอากาศทั่วไป คล้ายคลึงกับจังหวัดอื่น ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือ จะมีอากาศร้อนและค่อนข้าง หนาวใน ฤดูหนาว ส่วนในฤดูฝนจะมีฝนตกชุก ในช่วงเดือน มกราคมถึงเดือน พฤศจิกายน 2541 มีฝนตก ประมาณ 106 วัน ปริมาณน้ำฝนวัดได้ 1,297.3 มิลลิเมตร

 

เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 328 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 526 25 พ.ค. 2551 (11:40)
94214
ปริมาณน้ำฝนที่พอจะไปได้  แต่ภาวะฝนทิ้งช่วงที่นานถึง 5-6 เดือนนั้นถือว่าสาหัสทีเดียว
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 328 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 527 25 พ.ค. 2551 (11:50)
94215

อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีอยู่  รับน้ำฝนเต็มอ่างในช่วงที่ฝนตกหนักพอดี  ในช่วงแล้งไม่ทราบเหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร  แต่ในเส้นทาง ช่วงฤดูฝนนี้ มองไปทางในก็เขียวชอุ่ม ชุ่มชื้นใจไปหมด  มองไปพื่นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา


ค้นข้อมูลภาคเกษตรได้ความถึงอาณาจักรภาคเกษตรของชาวอุบลราชธานี  เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่จริงๆครับ


การเกษตรกรรม พื้นที่ถือครองเพื่อการเกษตร
ภาคเกษตรกรรม เป็นภาคเศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้แก่จังหวัดมาก เมื่อเทียบรายได้จากภาคเศรษฐกิจอื่น ทั้งนี้เพราะจังหวัด มีสภาพพื้นที่เหมาะกับการทำการเกษตร แต่ในระยะหลัง พื้นที่การเกษตรเริ่มลดลง เนื่องจากการที่ภาคอุตสาหกรรมเริ่มเข้ามาแทนที่ เป็นผลให้ราคาที่ดินสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สภาพการถือครองที่ดินจึงเริ่มเปลี่ยนไป จากพื้นที่ถือครองเพื่อการเกษตรทั้งหมด 5,804,814 ไร่ แบ่งเป็น



































พื้นที่อยู่อาศัย 131,629 ไร่ 2.26 %
พื้นที่นา 4,298,825 ไร่ 74.05%
พื้นที่พืชไร่ 534,946 ไร่ 9.21%
พื้นที่ไม้ผลและไม้ยืนต้น 128,067 ไร่ 2.20%
พื้นที่สวนผักและไม้ดอก 8,980 ไร่ 0.15%
พื้นที่เลี้ยงสัตว์ 52,841 ไร่ 0.91%
พื้นที่รกร้างว่างเปล่า 571,544 ไร่ 9.84%
พื้นที่อื่นๆ 77,982 ไร่ 1.34%

อย่างไรก็ตามจังหวัดอุบลราชธานี มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ และทำรายได้ให้แก่เกษตรกร ซึ่งเกษตรกรได้ทำการเพราะปลูก ในปัจจุบัน ได้แก่
- ข้าว การผลิตในปี 2543/44 พื้นที่เก็บเกี่ยว ข้าวเจ้า 2,141,956 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 439 กก./ไร่ ผลผลิตรวม 939,444 ตัน ข้าวเหนียว 1,688,207 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 415 กก./ไร่ ผลผลิตรวม 699,765 ตัน ราคาข้าวเจ้า เฉลี่ย 6,694 บาท/ตัน ข้าวเหนียว 4,828 บาท/ตัน มูลค่ารวม 9,667 ล้านบาท
- มันสำปะหลัง การผลิตในปี 2543/44 พื้นที่ปลูก 101,455 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 2,109 กก./ไร่ ผลผลิตรวม 214,013 ตัน มูลค่า 510 บาท/ตัน มูลค่ารวม 109.14 ล้านบาท
- ปอแก้ว เป็นพืชเศรษฐกิจหลัก โดยในปี 2543 มีพื้นที่เพาะปลูก 55,062 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 258 กก./ไร่ ผลผลิตรวม 12,470 ตัน มูลค่า 11,500 บาท/ตัน มูลค่ารวม 143.40 ล้านบาท
- พริกหัวเรือ การผลิตในปี 2543/44 มีพื้นที่เพาะปลูก 9,917 ไร่ ผลผลิตรวม 26,250 ตัน มูลค่า 11,500 บาท/ตัน มูลค่ารวม 301.87 ล้านบาท ผลผลิตเฉลี่ย 2,000 กิโลกรัม/ไร่ ราคาเฉลี่ย 12.5 บาทต่อกิโลกรัม มูลค่าทั้งสิ้น 0.075 ล้านบาท ปลูกมากแถบ อำเภอเมือง อำเภอเขื่องใน อำเภอวารินชำราบ อำเภอ ม่วงสามสิบ กิ่งอำเภอเหล่าเสือโก้ก ช่วงเวลาเพาะปลูกเดือน ธันวาคม หรือ มกราคม
- ยางพารา ในปี 2544 มีพื้นที่ปลูก 26,628 ไร่ เปิดกรีดแล้ว 5,248 ไร่ ราคาเฉลี่ย 23.50 บาท
- ปศุสัตว์
สภาพภูมิประเทศของจังหวัดอุบลราชธานี เป็นป่าไม้โปร่งและทุ่งกว้าง มีพื้นที่กว้างขวางขนาดใหญ่ จึงเหมาะสม แก่การเลี้ยงสัตว์ ทางจังหวัดจึงพยายามส่งเสริมให้แก่เกษตรกรเลี้ยงสัตว์ สัตว์เลี้ยงที่สำคัญ ได้แก่ โค กระบือ ซึ่งมีการเลี้ยงกัน อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะ โคและกระบือพันธุ์พื้นเมือง โดยโคมีการเลี้ยงมากที่อำเภอเมือง ส่วนกระบือเลี้ยงมากในอำเภอ เดชอุดม การเลี้ยงไม่ค่อยใช้หลัก วิชาการมาก เพราะเกษตรกรจะเลี้ยงไว้ใช้งานควบคู่ กับการเลี้ยงเป็นอาชีพ ซึ่งวิธีการเลี้ยง ก็ปล่อยให้ แทะเล็มหญ้าตามท้องไร่ท้องนา โดยมีฟางข้าว หรือหญ้าเป็นอาหารหลัก พันธุ์ที่เลี้ยงเป็นพันธุ์ไทยตัวเล็ก ส่วนพันธุ์ลูกผสม ยังมีการเลี้ยงน้อย
ปัจจุบันจังหวัดอุบลราชธานี ได้ส่งเสริมให้ เกษตรกร มีการ เลี้ยงโค-กระบือพันธ์ผสม เพื่อให้ได้ผลผลิต ที่คุ้มค่าแก่การลงทุน
- ประมง

จังหวัดอุบลราชธานีมีสภาพเป็นที่ลุ่มเหมาะสำหรับทำการ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแต่ด้วยเกษตรกรมีรายได้หลักจากการทำ กสิกรรม เป็นส่วนใหญ่ จึงไม่มีเกษตรกรรายใดเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นอาชีพอย่างจริงจังประกอบกับลักษณะภูมิประเทศของ จังหวัด มีสัตว์น้ำที่อุดมสมบูรณ์ ตามแหล่งน้ำ ธรรมชาติอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามประมงจังหวัด ได้พยายามส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอในปัจจุบันจึงมีการ เพาะเลี้ยงปลากัน เกือบทุกอำเภอ ปลาที่นิยมเลี้ยงกัน ได้แก่ปลาตะเพียน ปลานิล ปลาดุกเทศ ปลายี่สกเทศ ปลานวลจันทร์ และปลาทับทิม

เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 328 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 528 25 พ.ค. 2551 (12:00)
94216

 สภาพป่าที่หลงเหลืออยู่ และแหล่งน้ำตามธรรมชาติ จะมีผลต่อความชื้น อุณหภูมิ ที่มีผลต่อการให้ผลผลิตของปาล์มน้ำมัน 



อุบลฯยังมีพื้นที่เหลือให้ทำการเกษตรได้เยอะมากครับ  แต่ต้องรักษาป่าต้นน้ำ ป่าธรรมชาติไว้ให้คงอยู่นะครับ จะปลูกปาล์มน้ำมัน ควรใช้หลักการเปลี่ยนพืชปลูกทดแทนพืชอื่น ไม่บุกรุกป่านะครับ การปลูกปาล์มเป็นการปลูกพืชสวน เป็นพืชยืนต้นที่อยู่นานถึง 30 ปี ถือว่าเป็นการปลูกป่าด้วยเหมือนกันครับ ป่าปาล์มจะช่วยเรียกความชุ่มชื้นกลับคืนมาในพื้นที่ของท่าน ป่าปาล์ม(สวนปาล์มแปลงใหญ่ ช่วยเรียกฝนได้เป็นอย่างดี พื้นที่ ที่มีปัญหาแล้งซ้ำซาก ภูมิอากาศจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นครับ



ป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี คือ ป่าไม้ มีทั้งป่าเต็งรัง หรือป่าแดงที่มีอยู่ทั่วไป ป่าดงดิบในเขตอำเภอน้ำยืนและป่าผสม ส่วนป่าเบญจพรรณ มีอยู่ในบริเวณ อำเภอเขมราฐ อำเภอบุณฑริก และ อำเภอพิบูลมังสาหาร ไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้กระยาเลย ได้แก่ ไม้ยาง ไม้ตระแบก ไม้แดง ไม้ประดู่ ไม้เคี่ยม ไม้ชุมแพรก ไม้กันเกรา เป็นต้น

จากการแปรภาพดาวเทียม Landsat -5 ปรากฏว่ามีพื้นที่ป่าไม้เหลือจริง ปี 2538 เนื้อที่ประมาณ 2,495ตร.กม. หรือประมาณ 1.56 ล้านไร่ หรือประมาณ ร้อยละ 15.49 ของเนื้อที่ทั้งหมด ของจังหวัดอุบลราชธานี พื้นที่ป่าไม้ ที่เหลืออยู่นี้จะขึ้นหนาแน่น บริเวณแนวชายแดน เป็นส่วนใหญ่ เพราะมีสภาพเป็นภูเขาสูง ไม่เหมาะต่อการเกษตรกรรม ประการหนึ่ง ทั้งเป็นเขตหวงห้ามของทางราชการ ซึ่งบางพื้นที่ไม่มีความปลอดภัย

พื้นที่ป่าไม้ของจังหวัดอุบลราชธานี จำแนกได้ ดังนี้

- ป่าถาวร ตามมติ ครม. จำนวน 1 ป่า เนื้อที่ 77,312.50 ไร่

- ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 46 ป่า เนื้อที่ 3,396,009.163 ไร่

- พื้นที่ป่ามอบให้ สปก. จำนวน 40 ป่า เนื้อที่ 1,665,543.30 ไร่

- ป่าอนุรักษ์ ตาม มติ ครม. จำนวน 10 ป่า เนื้อที่ 1,439,998.402 ไร่

- ป่าอนุรักษ์ตามกฏหมาย จำนวน 5 ป่า เนื้อที่ 880,220.00 ไร่

- สวนป่า จำนวน 15 ป่า เนื้อที่ 20,985.73 ไร่

- พื้นที่ป่าธรรมชาติ (รวม จ.อำนาจเจริญ) เนื้อที่ 24,292,656 ไร่

แร่ธาตุ จากการสำรวจของกรมทรัพยากรธรณี พบว่า จังหวัดอุบลราชธานี มีแร่อโลหะเพียงชนิดเดียว คือ เกลือหิน ซึ่งเจาะพบแล้วมีอยู่ 2 แห่งคือ ที่อำเภอเมืองอุบลราชธานี และที่อำเภอตระการพืชผล นอกจากนี้มี ทรัพยากรแร่ที่อยู่ในรูปของหินชนิดต่างๆ อีกมากมาย

แหล่งน้ำธรรมชาติ ที่สำคัญไหลผ่านอำเภอต่างๆ ของจังหวัด ได้แก่ แม่น้ำโขง แม่น้ำมูล แม่น้ำชี ลำเซบก ลำเซบาย ลำโดมใหญ่ ลำโดมน้อย จังหวัดอุบลราชธานี ได้ก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำขนาดใหญ่ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ รวมทั้งผลิต กระแสไฟฟ้า 2 เขื่อนตั้งอยู่ในเขตอำเภอสิรินธร คือ

เขื่อนสิรินธร ตัวเขื่อนมีลักษณะเป็นอ่าง เก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดเขื่อนสูง 42 เมตร ยาว 950 เมตร สันเขื่อนกว้าง 7.50 เมตร เก็บน้ำได้ 1,550 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 36,000 กิโลวัตต์ ส่งน้ำช่วยเหลือทางการเกษตรได้ถึง 150,000 ไร่ และ

เขื่อนปากมูล ซึ่งเป็นเขื่อนที่สร้างขวางทางแม่น้ำมูล บริเวณ บ.หัวเหว่ มีความสูงเฉลี่ย 17 เมตร ยาว 300 เมตร ติดตั้งประตู ควบคุมน้ำฉุกเฉิน ขนาดใหญ่ 8 บาน สามารถระบายน้ำได้สูง 18,500 ลูกบาศก์เมตร/วินาที สามารถระบายน้ำหลาก ได้เท่ากับสภาพลำน้ำเดิม ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 4 เครื่อง ผลิตกำลังไฟฟ้าได้ 136 เมกกะวัตต์ หรือปีละ 280 ล้านกิโลเมตร/ชั่วโมง อำนวยประโยชน์ด้านการเกษตรได้ประมาณ 1.6 แสนไร่

เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 328 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 529 25 พ.ค. 2551 (12:45)
94228
ปาล์มน้ำมัน อายุ สามปี เริ่มให้ผลผลิตบ้างแล้ว ที่ ต.โพนงาม อ.บุญฑริก จ.อุบลฯ  หลงป่าอยู่นาน กว่าจะหาสวนแปลงนี้เจอ เหลืออีก 49 ก.ม. ก็ถึงช่องเม็ก ชายแดนไทย-ลาว สังเกตุดูผลผลิตของปาล์มให้ดีนะครับ   ขนาดทะลายโตใช้ได้  การติดผลเยอะ  แต่ทั้งรอบต้น มีอยู่ 1 ทะลาย ที่เหลืออยู่รอบๆ เป็นเกสรตัวผู้ทั้งนั้น 
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 328 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.