|
การผลิตน้ำมันปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100) จากน้ำมันปาล์มดิบ
โพสต์เมื่อ:
11:38 วันที่ 1 พ.ย. 2549 ชมแล้ว:
182,319
ตอบแล้ว:
521
![]() การผลิตน้ำมันไบโอดีเซล จากน้ำมันปาล์มดิบ มีกรรมวิธี ขั้นตอนหลากหลาย แตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้ ก็แตกต่างกัน ขอเชิญทุกท่านร่วมแบ่งปันความรู้เพื่อการสร้างสรร และพัฒนา ปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100) จำนวน 502 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| -4- 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| 25| 26| ![]() ![]() ![]() จากนั้นท่านสามารถนำ FFA ที่ได้ไปทำ Esterification 3 ครั้งก็จะได้ไบโอดีเซลสีดำสนิดและยังมี FFA ละลายอยู่ถึง 3% ที่อธิบายมายืดยาวจะบอกกล่าวกันว่าการทำเชิงอุตสาหกรรมยากลำบากมากที่ทำได้ก็ในเครื่องแก้วที่เห็นค๊ะ คำนวนต้นทุนค่ากรดกำมะกันและค่าโซดาไฟปรับ PHน้ำล้างและเมททานอลแล้วไม่คุ้มค่า นี่คือสาเหตุที่อุตสาหกรรมไบโอดีเซลบ้านเรา รายใหญ่ๆบางรายไม่ล้างสบู่ออกจากไบโอดีเซลก็หลอกขายกันไป บางรายล้างไบโอแต่แอบทิ้งน้ำสบู่ลงท่อระบายน้ำเลยก็มี ส่วนรายใหญ่อย่าง TOL ของ ปตท. ก็คงรอปิดโรงงานเพราะน้ำเสียจากสบู่หรือปิดโรงงานเพราะผลิตต่อไม่คุ้มค่ามังค๊ะ ขอขอบคุณ คุณ wararat ที่แบ่งปันประสพการณ์ให้ จะทดลองดูสักตั้งครับ ตอนนี้ได้แปลงกับมาเป็น FFA แล้ว แต่ยังไม่ได้วัด % ออกมา ใช้วิธีไหนวัด FFA ค่าสูงๆ จึงจะสะดวกดีครับ ช่วยแนะนำต่อด้วย ปัญหาเรื่อง สบู่และน้ำเสียจาก โรงไบโอดีเซลมีเกือบทุกที่ครับ เพราะคนไทยเราขอบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คว้าวิกฤติ มาเป็นโอกาส (ฉวยโอกาส) ก็เลยเอาเปรียบสังคม ทำร้ายสังคม ทั้งๆที่รู้ตัวดี คนที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทำลายแผ่นดิน วันหนึ่งอาจมีปัญหาเรื่องแผ่นดินที่จะอยู่อาศัยและทำมาหากิน คนทำไบโอดีเซลต้องไม่มักง่ายนะครับ ไบโอดีเซลจะได้ยั่งยืนตลอดไปสมกับคุณสมบัติที่ดีของตัวไบโอดีเซลเอง เรื่องสบู่ แล้วโรงงานรีไฟน์น้ำมันพืช เขาเอาสบู่ที่ได้จากตอนลดกรดไปไหนกันครับ พอทราบไหมครับ ถ้าใช้การลดกรดด้วยสารละลายด่างแบบนั้นจะเกิดสบู่ และอิมัลชั่น เท่าไหร่ น้ำมันจะเหลือเท่าไหร่ ขอบคุณล่วงหน้าครับ เรียน อาจารย์ เกตรกรตัวจริง โดรงงานกลั่นน้ำมันพืชบริโภคมี 2 สายคือ 1. น้ำมันถั่วเหลือง วัตถุดิบพวกนี้ มีการใช้โซดาไฟลงไปเปลี่ยน FFA ใปนสบู่ แล้วก็ใช้ Centrifuge แยกสบู่ออก แล้วใช้น้ำล้างสบู่ที่เหลือจากการเหวี่ยงแยกครั้งแรก แล้วใช้เครื่อง Centrifuge แยกน้ำที่มีสบู่เล็กน้อนออกมาอีกครั้ง จากนั้นเขาก็ทำการเปลี่ยน สบู่ให้เป็น FFA หรือเรียยกว่า Acid Oil ซึ่งวิธีการทำก็เหมือนวิธีข้างต้นค๊ะ แต่ Acid Oil ได้ไม่แข็ง 2. น้ำมันปาล์ม ตัวนี้ต้องใช้วิธีกลั่นเอา กำจัดยางเหนียว + พอกสี และ กลั่นลดกรดและกำจัดกลิ่น ซึ่ง FFA จะถูกกลั่นแยกออกมาด้วยการให้ความร้อนกว่า 200 C และ สูญญากาศที่ลึกมากๆค๊ะ โรงงานน้ำมันถั่วเหลือง ดิฉันไม่เคยเข้าไปดู แต่โรงกลั่นน้ำมันปาล์มกลุ่มของเรา ขลุกอยู่เป็นปีๆค๊ะ wararat (IP:124.157.209.237) อาจารย์ ผ่านมาอย่าลืมแวะมาเที่ยวที่ โรงงานนะ kanesuan (IP:61.90.221.58) เรียนอาจารย์เกษตรกรตัวจริง ผมกำลังศึกษาปริญญาโทที่ประเทศไอร์แลนด์และทำวิทยานิพนธ์เรื่องไบโอดีเซลผลิตจากปาล์มน้ำมัน ผมอ่านข้อมูลที่อาจารย์โพสต์ไว้แล้วพบว่าเป็นประโยชน์มากๆ ตอนนี้ที่เมือง Cork ที่ผมอยู่เค้ากำลังมีการเสนอโครงการเพื่อจัดทำโรงงานผลิตไบโอดีเซลโดยกำลังหาข้อมูลอยู่ว่าจะใช้วัตถุดิบชนิดใด ทางเลือกหนึ่งคือการนำเข้าปาล์มจากต่างประเทศ ซึ่งหนึ่งในประเทศเป้าหมายก็คือประเทศไทย แล้วบังเอิญผมมาศึกษาต่อประเทศนี้ก็เลยได้รับหัวข้อนี้มาโดยปริยาย ภาระงานของผมคือการคิดต้นทุนการผลิตตั้งแต่กระบวนการปลูก(ถ้าเป็นไปได้) จนถึงการส่งลงเรือมาที่ไอร์แลนด์แล้วนำเข้าสู่กระบวนการผลิตไบโอดีเซลที่นี่ ซึ่งผมถือเป็นมือใหม่มากๆและไม่มีความรู้ทางการเกษตรเลย ถ้าอาจารย์จะกรุณาช่วยตอบคำถามผมในบางเรื่องต่อไปนี้ได้ไหมครับ 1) โดยปกติประเทศไทยมีการส่งออกน้ำมันปาล์มไปยังต่างประเทศบ้างหรือไม่ 2) ถ้ามีการส่งออกทำในรูปแบบใดระหว่างส่งออกเป็นผลปาล์มกับส่งออกเป็นน้ำมันปาล์มดิบ 3) ราคาปาล์ม(จากการคาดเดา) น่าจะขึ้นกับปริมาณผลผลิตในแต่ละช่วงฤดูกาล อาจารย์พอจะช่วยอธิบายวัฏจักรการปลูกปาล์มได้หรือไม่ครับ 4) อาจารย์พอจะแนะนำหนังสือภาษาไทยหรือเว็บไซต์ที่พูดถึงการปลูกปาล์มในแง่ที่เกี่ยวกับผลผลิตที่จะได้รับต่อไร่ อัตราพลังงานต่อหน่วยของน้ำมันปาล์มฯลฯ ได้หรือไม่ครับ เนื่องจากผมต้องรวบรวมสถิติเหล่านี้มาใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ต้นทุนเพื่อเปรียบเทียบกับพืชอื่นๆที่ปลูกในประเทศนี้ครับ ถ้าผมมีคำถามอื่นๆในวาระต่อไป อยากขอความกรุณาช่วยให้ความรู้ผมด้วยครับ ขอบคุณมากๆครับ Thanasit (IP:143.239.7.2) ตอบคุณ Thanasit 1 ประเทศไทย มีการส่งออกน้ำมันปาล์มหลายประเภท ดังนี้ .1น้ำมันปาล์มดิบ crude palm oil เป็นน้ำมันจากเปลือกนอก (mesocarb) ,มี 20% ของน้ำหนักปาล์มทะลาย .2น้ำมันเมล็ดในปาล์ม (crude kernel palm oil) ,มี 2.5% ของน้ำหนักปาล์มทะลาย น้ำมันทั้งสองอย่างถูกส่งเข้าโรงงานเพื่อกลั่นให้บริสุทธิ์ และแยกประเภท ดังนี้ ก.น้ำมันปาล์มไม่แยกไข refine palm oil ข. น้ำมันปาล์มโอเลอิน Olein palm oil 65-70 % ค. น้ำมันปาล์มเสตียริน stearin palm oil 30-35% ง. กรดไขมันปาล์ม palm fatty acid distilled, PFAD ส่วนใหญ่ ใช้ภายในประเทศ เริ่มมีการส่งออก 2-3 ปีนี้ เพราะว่าไทยเราเพิ่งผลิตได้เกินความต้องการใช้ภายในประเทศ 2 ปาล์มทะลายสุกเต็มที่เมื่อตัดออกจากสวน ต้องส่งถึงโรงงาน ภายใน 24 ชม. เพื่อเข้ากระบวนการหีบสกัดโดยเร็ว เพื่อหยุดยั้งความเป็นกรดของน้ำมัน 3 ราคาปาล์ม ไม่สะท้อนถึงปัจจัยการผลิตที่แท้จริง เพราะ .1 ขึ้นอยู่กับปริมาณผลผลิตตามฤดูกาล .2 ตลาดน้ำมันปาล์มต่างประเทศ(ภาวะตลาด) .3 การรวมตัวกันกำหนดราคาของกลุ่มโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ปาล์มน้ำมันให้ผลผลิตหลังจากปลูกได้ 3-4 ปี เฉลี่ยผลผลิตในไทย 2.5-2.8 ตันต่อไร่ต่อปี รับผลได้ถึง 25 ปี คิดเป็นน้ำมัน 500-800 ลิตร ต่อไร่ ต่อปี 4 แนะนำเว็บ เรื่องปาล์มน้ำมัน http://203.151.46.10/anda/krabi/km-palm/index.asp ![]() เพื่อความสมานฉันท์ ความสามัคคีของชนในชาติ และผู้คนที่เดินทางผ่านมาในกระทู้นี้ ขอความกรุณาอย่าได้ต่อว่าต่อขานกันในกระทู้นี้เลยนะครับ การศึกษาดูงาน การสอบถามพูดคุยต่างๆ เป็นบันไดขั้นต้นแห่งการเรียนรู้ ผมยินดีที่จะนำทางไปสู่กระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองแบบพึ่งพาตนเอง ความรู้แบบสำเร็จรูปอาจไปสู่ข้อมูลที่ผิดพลาดจากมุมมองในการนำเสนอ คุณค่าทางความรู้อาจไม่เพียงพอ เฉกเช่นเดียวกับอาหารสำเร็จรูปบางอย่าง ข้อมูลรวมที่จะได้จากการค้นคว้าจากแหล่งต่างๆที่เชื่อถือได้เมื่อได้รับการประมวลผลรวมแล้ว ขอให้ออกมาเป็นองค์ความรู้ที่ดี ที่จะกลับมามีผลต่อการสร้างคน สร้างชาติในวันข้างหน้า อย่าทำเพียงเพื่อการเรียนให้จบเท่านั้นนะครับ ขอให้แรงใจให้ทุกคนทำเรื่องนี้เพื่ออนาคตของชาติ และของโลกเราด้วยครับ ค้นคว้าแล้ว กระทำแล้ว ได้สิ่งใดเพิ่มเติม ช่วยกันสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ อยู่ด้วยการเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน กัน ครับ ***ขอมูลที่ผมนำเสนอในที่นี้ ส่วนใหญ่ได้จากการทำงานจริงของตนเอง และเป็นความคิดจากมุมมองของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันเท่านั้น ไม่ใช่ร่างทรง เงา หรือมีสถานะภาพอื่นๆใด มุมมองอื่นๆที่เป็นสายวิชาชีพอื่น ถึงจุดหนึ่งก็สามารถ สื่อ สะท้อน ข้อมูลที่ดี ทำงานที่ดีออกมาได้เช่นกัน เมื่อเราสมสารถประร่วมกันได้ ก็ได้เกิดสังคมบูรณาการขึ้นมา เกษตรกรตัวจริง (IP:203.188.52.215) ![]() ต้องมาลำบากเกิดเป็นเกษตรกร ชีวิตที่แท้เป็นหนี้เป็นสินแน่นอน จึงขอเว้าวอนทุกคนใช้หนี้ตอบแทนแผ่นดิน ข้อมูลของคุณเกษตรกรตัวจริงถือว่าเปิดโลกทัศน์เกี่ยวกับปาล์มน้ำมันพอสมควรครับ แต่สำหรับผมยังห่างไกลมากทั้งนี้เนื่องจาก ไบโอดีเซลที่ทำก็เล็กๆ เก็บน้ำมันในพื้นที่ทำไป มีน้ำมันก็ทำ พอใช้เองบ้างเหลือก็ขาย เลยไม่มีโอกาสเข้ามาสนใจเกี่ยวกับปาล์มน้ำมันเลยครับ ต้องยอมรับว่า โลกความจริง ปาล์มน้ำมันจะเป็นน้ำมันตั้งต้นในการผลิตไบโอดีเซลให้ประเทศพึ่งพาตัวเองได้ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาเลเชีย นำเข้าปาล์มน้ำมันจากเขมร มาหลายปี และจากไทยก็มี ผลิตไบโอดีเซลนอกจากใช้ในประเทศแล้วยังมุ่งเป็นสินค้าหลักในการส่งออก ได้ยินว่าส่งออกไปญี่ปุ่นได้ลิตรละ 3x.xx .- ในขณะที่น้ำมันพืชที่ใช้บริโภคในประเทศของมาเลเซียให้ใช้น้ำมันถั่วเหลืองเท่านั้น สำหรับบ้านเมืองเรา จะเอาปาล์มมาทำไบโอดีเซลคงทำได้แต่ในอุดมคติ เนื่องจากราคาแพงมาก หรือเฉพาะกลุ่มโรงงานใหญ่ที่ผลิต B100 ขายให้ ปตท.เท่านั้น ทั้งนี้เพราะรัฐบาลได้เอาเงินภาษีของ ประชาชนมาชดเชยราคาให้กับ ปตท. พูดง่าย ปตท.ซื้อได้ถูก แต่ส่วนเกินของราคา B100 นั้น เอาเงินภาษีประชาชนมาช่วยให้ ปตท.รับซื้อ ไบโอดีเซลจากรายใหญ่ได้ 'ปิยสวัสดิ์' ยันไม่มีนโยบายนำเข้าปาล์มน้ำมันผลิตไบโอดีเซล โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 พฤศจิกายน 2549 19:00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานล้มโครงการปลูกปาล์มประเทศเพื่อนบ้าน ประกาศชัดไม่มีนโยบายนำเข้าจากต่างประเทศ ชี้ส่งเสริมในไทยเพื่อต้องการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไทยเท่านั้น ระบุปัจจุบันรัฐนำภาษีคนไทยทั้งประเทศมาอุดหนุนราคาไบโอดีเซลและเอทานอลอยู่ หากนำเข้าจากต่างประเทศเท่ากับอุดหนุนเกษตรกรประเทศอื่น >>> http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9490000147976 >>> ปิยสวัสดิ์"ยันไม่ลดเม็ดเงินเข้ากองทุนน้ำมันของไบโอดีเซล โดย ผู้จัดการออนไลน์ 23 ธันวาคม 2549 13:35 น. >>>> http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9490000157054 ในส่วนตัวแล้วเห็นความสำคัญของปาล์มน้ำมันมากครับ แต่ควรจะแยกให้ชัดเจน เกี่ยวกับการกำหนดให้ใช้ B5 หรือ B10 นั้นเป็นเพราะกลัวว่า ปาล์มน้ำมันจะไปแย่งปาล์มคนกินอะไรทำนองนี้ เหตุผลฟังไม่ขึ้นเลยครับ ทีสะบู่ดำพืชเพ้อเจ้อก็ยังรถณงค์ซื้อพันธ์มาแจกเกษตรกรตั้ง 5000 ล้านต้นได้ แต่รถรงค์ให้ปลูกในพืชที่ที่เหมาะสมอีกหลายที่ไม่ได้ นั่นเป็นที่นโยบายของรัฐบาลที่จะยอมรับความจริงต่างแตกล่ะครับ ผมเคยถามคุณเกษตรกรตัวจริงว่า ปัจจุบันระบบการแบ่งผลประโยชน์ระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มกับนายทุนโรงหีบโรงไรไฟย์นั้นแบ่งกันอย่างไร ขอสารภาพจริงๆครับ เรื่องนี้ไม่มีความรู้เลย เลยอยากจะรู้ คุณเกษตรจัวจริงก็ได้บอกมาแล้ว แต่ก็ไม่เข้าใจจริงๆ เอาชัดๆได้ไหมครับ ใน 100 กิโลกรัมนี้ เกษตรกรขายปาล์มให้โรงหีบได้ส่วนแบ่งกี่ % โรงหีบหีบปาล์มส่งโรงงานรีไฟย์ได้ส่วนแบ่งกี่ % โรงรีไฟย์ได้ส่วนแบ่งกี่ % ไม่ทราบว่าเขาแบ่งกันแบบที่ผมว่านี้ไหมครับ จากราคาปาล์มที่สูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 18.xx นั้นแสดงว่ามีความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้นมาก สาเหตุจริงๆเป็นเพราะอะไรหรือครับ ปัจจุบันในประเทศผลิตปาล์มได้เท่าไหร่ แล้วใช้ในส่วนไหนบ้าง เช่น โรงงานอาหารสัตว์กี่% คนกินกี่% ส่งออกกี่% และอื่นอีกกี่% เพียงพอกับความต้องการเหล่านี้หรือไม่ครับ การเปิดโอกาสให้นำเข้านั้นจะทำให้ราคาปาล์มลดลงหรือไม่ สิ่งเหล่ากระทบกระเทือนเกษตรกรหรือเปล่า เรื่องแบบนี้ผมว่าหลายคนอยากจะรู้ครับ ประการแรก กรุณาอย่าใช้คำว่า การแบ่งผลประโยชน์ เพราะว่า เกษตรกร โรงงานสกัด โรงรีไฟน์ ไม่ได้เป็นพวกเดียวกัน อาจมีบ้าง บางกลุม ทุนขนาดใหญ่ที่มี ครบทุกอย่าง ทั้งสวนปาล์มขนาดใหญ่ โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม และโรงรีไฟน์น้ำมัน แต่ส่วนใหญ่ เป็นเกษตรกรรายย่อย อาจมีการรวมกลุ่มในลักษณะต่างๆกันเพือความแข็งแรงของกลุ่มในการประกอบการ โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มมีการรวมกลุ่มเป็นสมาคมโรงสกัดน้ำมันปาล์ม โรงงานรีไฟน์ มีการรวมกลุ่มกันเป็นสมาคมโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม มีสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย ซึ่งผมก็ไม่เคยเห็นบทบาทเลย เพราะผมอยู่ไกลปืนเที่ยงจริงๆ และไม่มีโอกาสได้สมาคมกับผู้ใดเลย เป็นเกษตรกร ต้องอยู่ดูแลสวน มีภาษิตชาวสวนกล่าวไว้ว่า สวนที่ดี มีแต่รอยเท้าของเจ้าของสวน มาทำไบโอดีเซล โดยเฉพาะจากน้ำมันปาล์มดิบ สวนก็เริ่มรกแล้วครับ เพื่อความกระจ่าง ผมจะหาเวลาเพิ่มเติมข้อมูลให้ เต็มที่ครับ ต้องขออภัยที่ผมใช้ข้อความคำว่า "แบ่งผลประโยขน์" อาจจะทำให้ไม่ถูกใจก็เป็นได้ครับ สาเหตุที่ผมใช้คำนี้ก็เพราะมีความหมายจำเพาะเจาะจงชัดเจนลงไป แต่ผมไม่ได้หมายถึงการแบ่งผลประโยชน์ของกลุ่มคนพวกเดียวกัน แต่เป็นการแบ่งผลประโยชน์โดยระบบ ซึ่งแบ่งโดยวิธีปฏิบัติหรือธรรมเนียมปฏิบัติที่เป็นธรรมชาติหรือกลไกปฏิบัติสืบต่อกันมา อย่างกรณีการแบ่งผลประโยชน์ของระบบการผลิตในอุตสาหกรรมน้ำตาล ซึ่งแบ่งระหว่าง ชาวไร่อ้อยกับโรงงานน้ำตาล 30/70 ซึ่งแน่นอนว่า ชาวไร่อ้อย กับโรงงานน้ำตาล คนล่ะพวกกันครับ แต่ทั้ง 2 ส่วนนี้อยู่องค์ประกอบของระบบเดียวกับ ภาษาที่ใช้ก็เป็นเพียงเจตนาเพื่อให้เห็นภาพพจน์ในองค์มวลเดียวกันเท่านั้นครับ ไม่ได้มีเจตนาอื่นใด แต่ถ้าหากต้องการจะให้ผมแก้ไขข้อความนี้ผมก็ยินดีและขออภัยมา ณ.โอกาสนี้ด้วยครับ ภาพรวมที่ผมสอบถามนั้น เจตนาผมเพียงอยากจะทราบในระดับลึกๆจริงๆว่า ปัจจุบัน CPO ที่สูงถึง 18.xx บาทนั้น ชาวสวนปาล์มเขาได้ราคาสูงตามที่ CPO สูงขึ้นเป็นสัดส่วนที่น่าจะเป็นหรือไม่เท่านั้นเองครับ หลักใหญ่ใจความก็มีเพียงเท่านี้เองครับ เปรียบเทียบ ราคายางและราคาปาล์ม ปี 2549 เปรียบเทียบราคายางและปาล์ม ปี 2545-2549 ท่านใดจะใส่สถิติราคา น้ำมันดีเซล ลงไปด้วย จะทำให้เห็นข้อเปรียบเทียบชัดเจนขึ้นนะครับ จะได้เข้าใจกันเสียทีว่าทำไมการส่วเสริมการปลูกปาล์ม จึงล้มเหลว เปรียบเทียบราคายางและปาล์ม ปี 2545-2549 ท่านใดจะใส่สถิติราคา น้ำมันดีเซล ลงไปด้วย จะทำให้เห็นข้อเปรียบเทียบชัดเจนขึ้นนะครับ จะได้เข้าใจกันเสียทีว่าทำไมการส่งเสริมการปลูกปาล์ม จึงล้มเหลว ขอบคุณอาจารย์เกษตรกรตัวจริงมากครับสำหรับความกรุณาเอื้อเฟื้อข้อมูล และขอโทษคุณ search google ด้วย ถ้าคำถามที่ผมถามอาจารย์เกษตรกรตัวจริงทำให้คุณไม่พอใจ ผมเห็นด้วยกับอาจารย์เกษตรกรตัวจริงที่ว่าความรู้จากประสบการณ์ตรงเป็นความรู้ที่มีคุณค่า สำหรับกระทู้ล่าสุดเรื่องราคาปาล์ม ผมดูราคาเปรียบเทียบกับราคาดีเซลเทียบต่อลิตรแล้วไล่เลี่ยกันมาก ซึ่งถ้าเปรียบเทียบในแง่ราคาต่อหน่วยพลังงานความร้อนแล้ว เท่ากับว่าผู้ใช้รถต้องจ่ายเงินเติมน้ำมันจากปาล์มมากกว่าดีเซลเพื่อขับเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตรเท่าๆกัน เพราะพลังงานความร้อนจากปาล์มน้อยกว่าดีเซล เช่น ราคาน้ำมันดีเซล 22.54 บาท/ลิตร ค่าพลังงาน 36.8MJ/ลิตร = 0.61 บาท/MJ, ราคาดีเซลปาล์ม 22.04 บาท/ลิตร ค่าพลังงาน 32.76 MJ/ลิตร = 0.67 บาท/MJ ดูจากตัวเลขนี้เท่ากับว่าพลังงานทางเลือกจากน้ำมันปาล์มจะมีราคาแพงกว่า แต่ราคาปาล์มกลับตกต่ำ ถ้าปตท.สามารถลดค่าใช้จ่ายการกลั่นและรัฐบาลผลักดันราคาปาล์มเพิ่มได้ก็น่าจะทำให้ชาวสวนหันมาปลูกปาล์มเพิ่มขึ้น หรืออย่างน้อยก็ไม่เร่งเกี่ยวผลผลิตที่ยังไม่สุกเต็มที่ทำให้ได้น้ำมันจากผลปาล์มน้อยซึ่งถือเป็นการเสียโอกาสอย่างหนึ่ง ดูราคาดีเซลกับดีเซลปาล์มแล้วต่างกันประมาณ 0.50 บาทคงที่ไม่ว่าราคาดีเซลจะเพิ่มหรือลด ทั้งที่น้ำมันดีเซลมีต้นทุนผลิตไม่เหมือนน้ำมันปาล์ม แสดงว่าต้นทุนผลิตจริงของดีเซลปาล์มต่ำกว่าราคาที่ปตท.ขายอยู่ระดับหนึ่งทำให้สามารถลดราคาลงตามราคาดีเซลที่ลดลงได้ กำไรส่วนนี้ควรคืนให้กับผู้ใช้รถโดยตรงด้วยราคาดีเซลปาล์มที่เป็นจริงมากกว่าจะคืนทางอ้อมเหมือนที่ปตท.เคยออกโฆษณาทีวีบ่อยๆ Thanasit (IP:143.239.7.1) อีกเรื่องหนึ่งคือ ผมมองว่าการส่งออกน้ำมันปาล์มยังมีอนาคตที่สดใสอยู่ ตัวอย่างเช่นในประเทศไอร์แลนด์ที่ผมมาศึกษาต่อนี้เป็นส่วนหนึ่งของEU ซึ่งถูกบังคับด้วยสนธิสัญญาเกียวโต (Kyoto Protocol) ให้ต้องลดปริมาณco2ให้ได้ 13%ตามบรรทัดฐานปี 1990 ดังนั้นการวิจัยหาพลังงานทดแทนน้ำมันจึงมีความสำคัญมากๆสำหรับประเทศนี้ เค้ามีการผลิตไบโอดีเซลจาก Rapeseed ซึ่งมาจากต้น Rape เอาเม็ดมาบดให้น้ำมัน แต่น้ำมันที่ได้เฉลี่ยต่อไร่น้อยกว่าน้ำมันปาล์มประมาณ 4 เท่า ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเค้าถึงสนใจน้ำมันจากปาล์มแต่ลักษณะภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวยเค้าจึงมองถึงการนำเข้า และไอร์แลนด์เป็นประเทศที่ร่ำรวยมากประเทศหนึ่งใน EU เงิน 1 ยูโรก็เกือบห้าสิบบาทแล้ว ราคาน้ำมันที่นี่จากปั๊มน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 1 ยูโรต่อลิตร แถมเค้ายังพยายามผลักดันนโยบายลดเก็บภาษีจากพลังงานทางเลือกอยู่ด้วย ทำให้มองได้ว่าไบโอดีเซลมีศักยภาพที่จะแข่งขันสูงในตลาด EU อย่างน้อยเท่าที่ทราบก็ในไอร์แลนด์และอังกฤษ เนื่องจากอังกฤษนำเข้าน้ำมันปาล์มจากอินโดนิเซียเพื่อผลิตไบโอดีเซลเช่นกัน ตัวผมมองว่าถ้ารัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรกับกระทรวงพาณิชน์มีความตั้งใจก็น่าจะแก้ปัญหาราคาปาล์มได้ เนื่องจากมีตลาดรองรับในยุโรป และกลุ่มประเทศผู้ผลิตปาล์มรายใหญ่ก็ล้วนเป็นประเทศในภูมิภาคอาเซียน (มาเลเซีย อินโดนิเซีย ไทย) ซึ่งมีพันธะการค้าร่วมกัน ดังนั้นผมมองว่าเรื่องราคาปาล์มจึงขึ้นอยู่กับความตั้งใจในการแก้ปัญหาเป็นสำคัญครับ Thanasit (IP:143.239.7.1) เรียนคุณThanasit กรณีส่วนต่างของราคาน้ำมันดีเซลกับราคาดีเซลปาล์ม 50 สตางค์ ที่ปตท.จำหน่าย ที่คุณบอกว่า ปตท.คืนกำไรให้ประชาชน ผมข้อชี้แจงว่าเป็นการเข้าใจผิดอย่างมากครับ เพราะส่วนต่างต้นต้นทุนที่สูงขึ้นการซื้อ ไบโอดีเซล B100 กับผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหญ่(พรรคพวกเดียวกัน เหมือนกลุ่มผู้ผลิตเอทานอลให้ปตท.นั่นแหละ) ที่ผลิตส่งให้ ปตท.นั้น เป็นเงินภาษีของประชาชน โดยที่กระทรวงพลังงาน เก็บเงินเข้ากองทุนมาชดเชยส่วนต่างนี้ ปตท.ไม่ได้ลงทุนอะไรคืนกำไรให้ประชาชนอย่างที่คุณเข้าใจครับ >>>> http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9490000147976 นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันไม่มีนโยบายนำเข้าปาล์มน้ำมันมาผลิตไบโอดีเซล แต่ส่งเสริมด้วยการนำน้ำมันพืชใช้แล้วมาผลิต เพราะเห็นว่าการนำเข้าไม่ได้ตอบสนองนโยบายการส่งเสริมรายได้ของเกษตรกรไทย ในขณะที่ราคาไบโอดีเซลก็ยังสูงกว่าราคาดีเซล โดยปัจจุบัน ราคาดีเซลจากโรงกลั่นอยู่ที่ 17-18 บาท/ลิตร แต่ไบโอดีเซล (บี 100) มีราคา 22-23 บาท/ลิตร แต่การที่ราคาไบโอดีเซลหน้าปั๊ม (บี 5) ต่ำกว่าราคาดีเซล 50 สตางค์/ลิตร ก็เป็นเพราะการนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปอุดหนุน และมีการเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า ซึ่งขณะนี้ กระทรวงฯ ก็ไม่มีนโยบายสนับสนุนเพิ่มเติมมากกว่านี้ >>>> กรณีการส่งเสริมการปลูกล้มเหลวนั้นผมไม่เข้าใจหรอกครับ เพราะยังไม่ได้ศึกษาเป็นจริงเป็นจัง ผมมองเพียงว่า ปาล์มเป็นพืชพลังงานที่จะทำให้ประเทศชาติเรามีพลังงานทดแทนแบบพึ่งพาตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งอาจจะชดเชยการนำเข้าปิโตรเลี่ยมไม่มากก็น้อย ถ้าหากผู้บริหารบ้านเมืองเราไม่มองแต่ผลประโยชน์ของ ปตท.(เพื่อใคร) มากเกินไป ปัจจุบันราคาปาล์มวิ่งขึ้นไปสูงมาก ผมจะดีใจมากและดีใจด้วยถ้าหากชาวสวนขายปาล์มได้ราคาเป็นธรรมที่ควรจะได้จากราคา CPO ที่ขึ้นไปถึง 18-19 บาทต่อกิโลกรัม แต่ในทางตรงกันข้ามผมจะเสียใจมากถ้าหากชาวสวนปาล์มไม่ได้ส่วนแบ่งของราคาที่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นมานี้ครับ ผมไม่ทราบว่าคุณเกษตรกรตัวจริง ทำไบโอดีเซลจาก CPO มีขาดการผลิตระดับไหนอย่างไร แต่ถ้าคุณเกษตรกรตัวจริงเป็นชาวสวนจริงๆผมก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ ที่สามารถอยู่ระดับพึ่งพาตัวเองได้ และยิ่งสามารถเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ การนำไบโอดีเซลจาก CPO ต่อไปอีกผมว่า ชาวสวนปาล์มก็จะพึ่งพาตัวเองได้ต่อไปเช่นกัน..ผมขอแสดงยินดีจากใจจริงครับ เรียนทุกท่าน ขอให้ข้อมูลเพื่อความชัดเจนตามนี้ ดีเซลปาล์มบริสุทธิ์ ที่ ปตท. จำหน่าย เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จากการนำน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ผสมกับน้ำมันดีเซล ในสัดส่วนน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ไม่เกินร้อยละ10 โดยปริมาตร สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมันดีเซลได้ มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับน้ำมันดีเซล ตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ทุกประการ ผมไม่มีโอกาสได้เติม เพราะมีขายอยู่ตามนี้เท่านั้น นับตั้งแต่ 11 กรกฎาคม 2544 มีสถานีบริการน้ำมันทื่จำหน่ายน้ำมันดีเซลปาล์ม(บริสุทธิ์)แล้ว 4 แห่ง ได้แก่ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาสุขาภิบาล 3 สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาสวัสดิการสำนักพระราชวัง สนามเสือป่า สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขากรมช่างอากาศ สะพานแดง สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สวัสดิการ ร.1 รอ. (ถ.วิภาวดีรังสิต) แต่ที่ทำเรื่องนี้ ปตท. บอกว่าทำเพื่อ สร้างความพึงพอใจด้านราคาให้กับเกษตรกร รัฐไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินในการแทรกแซงราคาน้ำมันปาล์ม การช่วยลดมลพิษทางอากาศส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของประชาชน การที่มีขายน้อยอาจเป็นเพราะปัญหาความนิยมของประชาชนหรือการตลาดไม่ก้าวหน้าก็เป็นได้ ลองสอบถามโดยตรงนะครับ ปตท.ก็เป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ ของวิชาการ.คอม ด้วยเช่นกัน ดูจากโลโก้แล้วน่าจะเป็นเจ้าของด้วยซ้ำ ผมมาเป็นแขก มาเยี่ยมเยือน ได้มีโอกาสสะท้อนความเป็นจริง จากมุมๆหนึ่งให้ได้ทราบกัน เพื่อเป็นรักษาน้ำใจกัน เป็นไม่กล้ากระทบกระทั่งเจ้าบ้านหรอกครับ แต่กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังไม่มีข้อมูลไบโอดีเซล ในเว็บไซท์ของปตท.แต่อย่างใด ภาพไบโอดีเซล B5 ปตท. สีฟ้า ที่ผมนำมาทดสอบวัดความหนืดเปรียบเทียบกับน้ำมันตัวอื่นๆ ![]() |