คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
การผลิตน้ำมันปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100) จากน้ำมันปาล์มดิบ
โพสต์เมื่อ: 11:38 วันที่ 1 พ.ย. 2549         ชมแล้ว: 182,338 ตอบแล้ว: 521

การผลิตน้ำมันไบโอดีเซล จากน้ำมันปาล์มดิบ มีกรรมวิธี ขั้นตอนหลากหลาย แตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้ ก็แตกต่างกัน ขอเชิญทุกท่านร่วมแบ่งปันความรู้เพื่อการสร้างสรร และพัฒนา ปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100)

เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 502 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| -5- 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| 25| 26|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 14 ม.ค. 2550 (10:50)
ข้อมูลการผลิตปาล์มน้ำมัน จากเกษตรกร
โครงสร้างราคาน้ำมันปาล์มดิบกับราคาปาล์มทะลาย
ซึ่งบางครั้ง ก็ไม่ได้เป็นไปตามนี้เสมอไป
ไม่มีสัดส่วนตายตัวระหว่างชาวสวนกับโรงงานสกัดและโรงงานรีไฟน์
ตลาดน้ำมันพืชโลกจะเป็นตัวสะท้อนราคารายวันตามสภาวะตลาดโลก

มีกฏหมายไทยที่ยินยอมให้โรงงานรีไฟน์สามารถนำน้ำมันรีไฟน์ผ่านแดน
เรียกว่าการนำเข้าเพื่อส่งออก(transit) แล้วก็การรั่วไหล หก ตกหล่น อยู่ภายในประเทศ
ทำให้มีผลต่อราคาปาล์ม ราคาน้ำมันปาล์มดิบ น้ำมันบริโภค
เปรียบเสมือน รัฐบาลได้ยื่นดาบให้แก่โรงรีไฟน์เอาไว้ฟันคอ เกษตรกร และโรงงานสกัด
ในรอบปีหนึ่ง ๆจะมีบางช่วงที่มีการนำเข้าเพื่อผ่านแดน จนกระทั่ง ราคาปาล์มทุกอย่างตกต่ำ
โรงงานสกัดต้องสกัดน้ำมันแต่ไม่มีการซื้อขาย
ประเทศไทยมีการผลิตน้ำมันปาล์มดิบได้เฉลี่ย เดือนละ 60,000 ตัน แต่ต้องมีการเก็บไว้ในคลังต่างๆถึง 250,000 ตัน ช่วงนั้นราคาปาล์มจะตกต่ำที่สุด
ปี2549 ที่ผ่านมา บางพื้นที่ราคาปาล์มเหลือ 1.50 บาท ต่อกิโลกรัม
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 14 ม.ค. 2550 (16:31)
วันนี้ที่ตอบช้าเพราะผมพยายามค้นประกาศกรมธุรกิจพลังงานเกี่ยวกับการกำหนดคุณลักษณะ และคุณภาพไบโอดีเซลที่บังคับใช้ ตามที่ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา (ฉบับที่ 3) พศ. 2548 ข้อ 5 ไห้กำหนดน้ำมันดีเซลเป็น 2 ประเภทคือ
1.น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา แยกเป็น 2 ชนิด ดังนี้
1.1.น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาได้แก่ น้ำมันดีเซลหมุนเร็วที่ ไม่ผสมไบโอดีเซล
1.2.น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 5 ได้แก่ น้ำมันดีเซลหมุนเร็วที่ผสมกับไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรมไขมัน ในสัดส่วน 95 ต่อ 5 โดยปริมาตร
2.น้ำมันดีเซลหมุนช้า

.......

ผมพยายามค้นต่อไปหากฎหมายเกี่ยวกับ ...ข้อกำหนดกระทรวงพาณิชย์ ที่ตามที่คุณเกษตรกรตัวจริงให้ข้อมูลไว้ว่า ....

ดีเซลปาล์มบริสุทธิ์ ที่ ปตท. จำหน่าย เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จากการนำน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ผสมกับน้ำมันดีเซล ในสัดส่วนน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ไม่เกินร้อยละ10 โดยปริมาตร สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมันดีเซลได้ มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับน้ำมันดีเซล ตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ทุกประการ

ไม่พบข้อมูลนี้ครับ ..ไม่ทราบว่ามีกฎหมายกระทรวงพาณิชย์ฉบับไหนที่อนุญาตให้ผสมน้ำมันดีเซลกับน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ในสัดส่วนไม่เกินร้อยล่ะ 10 โดยปริมาตร เพื่อจะจำหน่ายเป็น B5 หรือว่าผมเข้าผิด..หรืออย่างไรแนะนำด้วยครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 372 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 14 ม.ค. 2550 (21:26)
น้ำมันดีเซลปาล์ม(10%)ไม่ใช่ น้ำมันไบโอดีเซล B5
น้ำมันไบโอดีเซล B5 ทั้งบางจากและปตท.มีจำหน่ายอยู่ 200 สถานี ในกทม.และรอบๆ
ปริมณฑล มีการให้รายละเอียดไว้ตามนี้

***ความเป็นมาของ " ดีเซลปาล์มบริสุทธิ์ " ในประเทศไทย
เกิดขึ้นจากแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเล็งเห็นว่าประเทศไทยอาจประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในภาวะราคาน้ำมันแพง จึงทรงดำริให้โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ร่วมดำเนินการวิจัยกับหน่วยงานต่างๆ เช่น สถาบันการศึกษา หน่วยงานของรัฐ และเอกชน

ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจดสิทธิบัตรการใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ และน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ผสมกับน้ำมันดีเซล เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเรียบร้อยแล้ว
ปตท. ได้สนองพระราชดำริด้วยการร่วมมือกับโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ทำการวิจัยพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพดีเซลปาล์มบริสุทธิ์ จนสามารถใช้กับรถยนต์ดีเซลของโครงการส่วนพระองค์ฯ ได้โดยไม่ประสบกับปัญหาแต่อย่างใด รวมทั้งได้เปิดจำหน่ายดีเซลปาล์มบริสุทธิ์ให้กับประชาชนที่สนใจด้วย
คุณสมบัติของดีเซลปาล์มบริสุทธ์ ที่ออกจำหน่าย

ดีเซลปาล์มบริสุทธิ์ที่ ปตท. ออกจำหน่ายขณะนี้มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับน้ำมันดีเซลสำหรับใช้กับเครื่องยนต์หมุนเร็ว ไม่มีความแตกต่างกันในเชิงคุณสมบัติของน้ำมัน ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับปัจจุบัน สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว กล่าวคือ คุณสมบัติที่สำคัญ ยังคงมีคุณสมบัติอยู่ในเกณฑ์ข้อกำหนด ได้แก่

ค่าซีเทน ไม่ต่ำกว่า 47 ของน้ำมันดีเซลจะบ่งชี้ถึงคุณภาพในการต้านทานการน๊อค หรือ ความสามารถของน้ำมันดีเซลที่จะเผาไหม้โดยปราศจากการน๊อคในเครื่องยนต์
ค่าความหนืดที่ 40 ในช่วง 1.8 - 4.1 cSt. ซึ่งเหมาะสมต่อการใช้งาน
ค่าความร้อนจากการเผาไหม้
กากถ่าน ไม่สูงกว่าร้อยละ 0.05 โดยน้ำหนัก ค่าของกากถ่าน จะบ่งชี้ถึงการสะสมของกากถ่านในเครื่องยนต์มากน้อยเพียงใด หากมีมากเครื่องยนต์จะสกปรกอาจมีการอุดตันในส่วนต่างๆทำให้การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ไม่ราบเรียบ เครื่องยนต์จะเดินไม่สม่ำเสมอ
คุณสมบัติในการหล่อลื่น ทดสอบโดยวิธี HFRR จะเกิดการสึกกร่อนไม่เกิน 460 ไมโครเมตร
ปริมาณธาตุกำมะถัน ไม่สูงกว่าร้อยละ 0.05 โดยน้ำหนัก เนื่องจากเมื่อมีการเผาไหม้ น้ำมันก็จะก่อให้เกิดมลภาวะของกำมะถันต่อสภาพของงานที่ใช้และต่อสิ่งแวดล้อมด้วย
สำหรับคุณสมบัติอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวถึงนี้ดีเซลปาล์มบริสุทธิ์ จะมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับน้ำมันดีเซล ตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ทุกประการ

* รถยนต์สามารถเติมดีเซลปาล์มบริสุทธิ์ ผสมกับน้ำมันที่เหลือในถังได้เลย โดยไม่ต้องรอให้น้ำมันในถังหมด และผู้ใช้รถไม่ต้องปรับแต่งเครื่องยนต์แต่อย่างใด เพราะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเครื่องยนต์
***ตีความดูให้ดีครับ นี่ก็เป็นการเลี่ยงบาลีอีกกรณีหนึ่ง***
ส่วนตัวผมคิดว่าน้ำมันดีเซลปาล์ม (10%) นี้ยังมีส่วนที่เครื่องยนต์เผาไหม้ได้ไม่หมดซึ่งก็คือ กลีเซอรีนอยู่ อย่างน้อยก็น่าจะ1% แต่ผลการทดสอบกากถ่านอยู่ในเกณฑ์
ก็เลยสมอ้างขายกันไป แต่พอเป็นไบโอดีเซล บริษัทรถยนต์กลับยอมรับที่ B5 ก่อน
เรากำลังรอน้ำใจจากบริษัทรถยนต์อยู่ครับ รถยนต์ไม่มีวิญญาณแต่บริษัทน่าจะมีวิญญาณครับ

ตัวผมเองอยากพูดคุยเรื่อง องค์ความรู้ไบโอดีเซล และไบโอดีเซลภาคประชาชนมากกว่า
ไบโอดีเซลแบบพึ่งพาตนเองของภาคประชาชนควรเป็นอิสระจากโครงสร้างพลังงานเดิม
แต่ก็ควรมีกรอบมีโครงสร้างที่ดีของตัวเอง
เราไม่ได้เป็นคู่แข่งกับไบโอดีเซลขนาดใหญ่ในระบบทุนนิยมหรอกครับ
เราต้องแข่งขันและพัฒนากับตัวเอง
ภาครัฐควรให้โอกาสการพึ่งพาตัวเองทางด้านพลังงานทดแทน
และมีแนวนโยบาย มีระเบียบปฏิบัติในการให้โอกาสกับไบโอดีเซลภาคประชาชน
การส่งเสริมโครงการของรัฐยิ่งจะทำให้ต้องทบทวนเรื่องนี้อย่างหนัก
เพราะไม่สามารถปฏิบัติตามกรอบที่วางไว้ได้เหมือนกัน
เกษตรกรตัวจริง (IP:203.114.119.53)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 14 ม.ค. 2550 (21:42)
เอกสารผลการทดสอบการใช้ไบโอดีเซลของกรมอู่ทหารเรือ
ทดสอบโดย ปตท.
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 14 ม.ค. 2550 (21:45)
ส่งใหม่อีกครั้ง
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 14 ม.ค. 2550 (21:51)
1212
การทดสอบแรงบิด
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 14 ม.ค. 2550 (21:55)
1213
การทดสอบแรงม้า
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 14 ม.ค. 2550 (21:57)
1214
การทดสอบควันดำ
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 14 ม.ค. 2550 (22:05)
The Thai Naval Dockyard in co-operation with the Department of Alternative Energy
Development and Efficiency (DEDE) has further carried out a study on the impacts
on engines when using biodiesel as fuel. The energy department has provided 4 pick-up cars
the Naval Dockyard to proceed with the test program.
Fig. 10: The vehicles for the test program
The type of vehicles being tested was pick-up van, 2500cc diesel engines.
For the purpose of the accuracy of the test and to keep all engine conditions the same, all vehicles had been overhauled at the same period. Each van was running on different biodiesel blend i.e. B100 (100% biodiesel), B40 (40% biodiesel, 60% diesel), B20 (20% biodiesel,80% diesel) and D100 (100% diesel) respectively. Regarding the test method, the vehicles was running on chassis dynamometer, as the engine speed increased from 40 km/hr to 110 km/hr, the engine torque was measured, at every 10 km/hr step.
Torque (Nm)The comparison of the torque and power of the cars using different blends
The diagrams shown above is the comparison of the engine power of the 4 vehicles,
running on different blend of biodiesel, the vehicle using B100 blend obviously
gave the maximum power at every cycle of speed compared with the one using D100. The graph analysis revealed that B100 resulted in the increased in power by 12 % and a rise in the torque by 7.5 % whereas the vehicle using D100 promoted the least power to the engine at the maximum speed. This could likely be due to lower volumetric efficiency at the top speed. There was no significant drop in the power of any vehicles using the fuel which contained biodiesel blends because of better engine combustion, with the help of 10 % oxygen contained within the biodiesel fuel.
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 14 ม.ค. 2550 (22:24)
ผมเคยผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มดิบ(CPO)วันละ 20,000 ลิตร
แต่หยุดมาร่วม 5เดือนแล้วสำหรับวัตถุดิบตัวนี้ เพราะราคาน้ำมันดีเซลลดลง
สวนทางกับราคาน้ำมันปาล์มดิบและเมทานอล

นโยบายที่ทางการต้องการผลิตไบโอดีเซล 8.5 ล้านลิตรต่อวัน นั้นเป็นไปไม่ได้
เพราะผู้บริหารนโยบายไม่เข้าใจสภาพธุรกิจที่แท้จริง

ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าผมต้องการสร้างโรงงานไบโอดีเซลขนาด 100,000ลิตร/วัน
ถ้าผมต้องคอยซื้อผลผลิตจากเกษตรกร ผมก็ไม่สามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้
และจะทำให้ราคาCPOในท้องตลาดสูงขึ้นมาก มีผลต่อราคาน้ำมันพืชสำหรับบริโภค
ดังนั้นผมต้องทำการปลูกปาล์มน้ำมันเอง ซึ่งโรงงานขนาดนี้ต้องปลูก 45,000 ไร่
การปลูกปาล์มน้ำมันใช้เวลาสามปีกว่า และการสร้างโรงงานต้องใช้เวลาปีกว่าๆ
แต่อยากทราบว่าแหล่งเงินทุนที่ไหนจะเสี่ยงอุดหนุนโครงการโดยนโยบายรัฐไม่แน่นอน
มีวิธีเดียวที่จะสำเร็จได้คือ ถ้าผมสร้างโรงงานเสร็จแต่ผลผลิตปาล์มยังไม่ออกมา
ต้องให้เจ้าของโรงงานสามารถนำเข้าCPOจากต่างประเทศได้เพื่อใช้ในการผลิตไบโอดีเซล
จนกว่าผลผลิตจากฟาร์มปลูกปาล์มให้ผลผลิต ก็ลดการนำเข้าจนกระทั่งผลผลิตเพียงพอ
ถ้ารัฐบาลมีนโยบายอย่างนี้แหล่งเงินทุนก็พร้อมที่จะสนับสนุนโครงการ
และนโยบายผลิตไบโอดีเซล 8.5 ล้านลิตร/วันก็จะเป็นจริงขึ้นมาได้
ชัชวาลย์ (IP:124.120.38.195)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 15 ม.ค. 2550 (06:23)
ผมยังนึกไม่ออกและไม่เข้าใจว่า ประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับไหนที่อนุญาตให้ใช้น้ำมันปาล์มผสมน้ำมันดีเซล เป็นดีเซลปาล์มไม่น้อยกว่า 10% ...ถ้าเราผสมแบบนี้จะขายไดไหม???? ท่านใดพอมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้รบกวนด้วยนะครับ จะเป็นตัวบทกฎหมายที่ว่าเรื่องนี้ก็ได้ครับ

ผมเห็นด้วยกับแนวความคิดของคุณเกษตรตัวจริงเกี่ยวกับเรื่องไบโอดีเซลสำหรับการพึ่งพาตัวเอง แต่ถ้าหากประชาชนส่วนใหญ่ทำไบโอดีเซลใช้เองละพึ่งพาตัวเองมากขึ้น ก็ต้องส่งผลให้การใช้น้ำมันดีเซลในประเทศลดลง และเท่ากับแชร์ส่วนแบ่งภาคการตลาดของ ตลาดน้ำมันดีเซลใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีที่แล้ว ยอดใช้น้ำมันดีเซลในประเทศลดลงถึง 1.5% ครับ

อีกประเด็นกรณีที่เราทำไบโอดีเซลใช้เองแบบพึ่งพาตัวเองอย่างที่เราทำกันอยู่นี้ ก็เป็นอิสระอยู่แล้วครับ เราไม่จำเป็นต้องไปขออนุญาตอะไรถ้าหากเราไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เป็นสิทธิเต็มที่ของเราที่ยัดอะไรก็ตามใส่ในถังน้ำมันรถยนต์ของเรา รถจะพังก็เป็นรถของเราครับ อิสระตรงนี้ผมว่า เรามีสิทธิเต็ม..(ถ้าหากไม่ทำให้ใครเดือดร้อน)

กรณีทำเองใช้เองปัญหาอยู่ว่า ...เมื่อเราทำเองได้ ไม่มีเครื่องวัดและทดสอบใดๆ ที่เป็นดัชนีชี้วัดคุณภาพใด นอกจากทดสอบภาคสนามโดยนำมาใช้กับเครื่องยนต์ส่วนตัว พอใช้ได้ก็คิดว่าใช้ไป ไม่รู้ไปพัฒนาคุณภาพอะไรในเมื่อตัวเองก็ใช้ได้อยู่แล้ว ทำให้องค์มวลรวมของการผลิตไบโอดีเซลไม่เกิดการพัฒนาคุณภาพการผลิต ซึ่งถ้าหากการพัฒนาการผลิตที่ได้คุณภาพแล้วจะเกิดพลังงานทดแทนของชาติมูลค่ามหาศาล ซึ่งรัฐบาลต้องแยกให้ออกระหว่างผลประโยชน์ที่เสียไปยอดขายน้ำมันดีเซลของ ปตท.ที่ลดลง กับพลังงานทดแทนที่ประชาชนชาวไทยพึ่งพาตัวเองได้..อย่างไหนคุ้มค่ากว่ากัน

แนวทางจะส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการผลิตไบโอดีเซลอย่างเป็นรูปธรรมนั้น ต้องถามตรงๆว่า ทำอย่างไรเราจะใช้ไบโอดีเซลได้มากกว่า B5 เช่น อาจจะเป็น B20 อย่างอเมริกา หรือ B100 อย่างเยอรมันและออสเตรเลีย เพื่อให้เกิดพลังงานทดแทนอย่างแท้จริง

เมื่อได้คำตอบตรงนี้แล้ว รัฐบาลจะส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพได้อย่างไร?
1.มาตรฐาน 24 ข้อเหมาะสมกับภูมิประเทศใช้ในประเทศไทยหรือไม่?
2.จะทบทวนมาตรฐาน 24 ข้อนี้ใหม่หรือไม่?
3.มีสถาบันวิจัยไบโอดีเซลแห่งประเทศ (Lab กลาง) ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้ในโลกนี้ มีหน้าที่สนับสนุนและวิจัย ทดสอบและพัฒนาคุณภาพไบโอดีเซลของชาติ โดยบริการรับทดสอบตัวอย่างไบโอดีเซลของผู้ผลิตโดยไม่คิดมวลค่า

กระทรวงพลังงานได้แจกเครื่องผลิตไบโอดีเซลชุมชุนปีที่แล้วไม่รู้กี่เครื่อง แต่ข่าวแจ้งว่าปีนี้จะแจก 400 เครื่อง ปีหน้าอีก 400 เครื่องเป็นเครื่องขาดการผลิตกะ 100 ลิตร ราคา 500,000.- นอกจากกระทรวงพลังงานยังจัดงบจ้างบริษัทที่ปรึกษาไปเป็นพี่เลี้ยงให้กับชุมชุนที่ไปแจก รวมทั้งงบส่งตัวอย่างทดสอบไบโอดีเซลชุมชุมที่กำหนดไว้ 14 ข้อโดยส่งทดสอบไปที่ ปตท. ค่าใช้จ่ายในการทดสอบตัวอย่างละ 19,200.-

ถ้าหากกระทรวงพลังงานมีแนวความคิดมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนอย่างจริงจัง กระทรวงพลังงานจะต้องวางแผนทุ่มงบประมาณไปทำเรื่องการศึกษาวิจัยผลกระทบและทดสอบการใช้ไบโอดีเซลกับเครื่องยนต์ด้วยเอง โดยสร้างสถาบันวิจัยไบโอดีเซลแห่งประเทศไทยขึ้นมาเสียก่อน เพื่อจะเป็นหน่วยงานหลักที่จะให้คำตอบข้อสังสัยทิศทางจริงๆจังๆได้ด้วยตัวเอง มากกว่าไปพึ่งสถาบันวิจัยของ ปตท. ซึ่งกลายพันธ์เป็นระบบทุนนิยมสมบูรณ์ไปแล้ว เมื่อเป้นนี้การแจกเครื่องผลิตไบโอดีเซลก็เป็นเพียงการเอาเงินภาษีของประชาชนไปสร้างภาพพจน์มากกว่าการส่งเสริมการพึ่งพาตัวเองของชุมชน ทั้งนี้กระทรวงพลังงานเคยให้ข่าวว่า ถ้าหากชุมชนใดที่ยืนเครื่องไปใช้แล้วปล่อยทิ้วไว้ไมได้ให้เกิดประโยชน์ทางกระทรวงจะขอเอาเครื่องคืน ...นั้นก็หมายว่าทางกระทรวงพลังงานไม่มีการเตรียมพร้อมและวางแผนอะไรเลย นึกอยากแจกก็แจกเท่านั้นเอง (เรื่องนี้ คตส.น่าเข้ามาศึกษานะครับ)
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 372 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 15 ม.ค. 2550 (06:37)
เราต้องฟ้องการใช้ภาษีประชาชนไปกับราคาเครื่องผลิตไบโฮดีเซล เครื่องละ 5 แสนบาท โดยการสร้างเครื่องผลิตให้ได้มาตรฐานแต่ราคาต่ำกว่า แล้วนำออกแสดงให้สาธารณชนพิจารณาครับ
เรื่องปาล์มดีเซล กับมาตรฐานไบโอดีเซล มันขัดแย้งกันอยู่ในตัวอยู่แล้วครับ เพราะในปาล์มดีเซลมี Triglyceride หรือน้ำมันปาล์มเต็มรูปแบบ 10% ในขณะที่ Spec Biodiesel ไม่ยอมให้มี Triglyceride เป็นต้น
แต่เรื่อปาล์มดีเซลเราไม่ควรรื้อออกมาพูดเพราะมันผ่านไปแล้ว ปตท.อาจทำเรื่องนี้เพราะเหตุผลที่ไม่ควรแตะต้องครับ
สหกรณ์ไบโอดีเซล (IP:124.157.139.50)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 15 ม.ค. 2550 (08:29)
ผมเข้าใจและเคารพในเหตุผลที่ไม่ควรแตะต้องครับ และผมไม่เคยสงสัยในคุณภาพน้ำมันดีเซลปาล์มเลยแม้แต่น้อย เมื่อปีที่แล้วในช่วงน้ำมันดีเซลขึ้นไปถึง 27-28 บาทนั้น มีกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ปาเจโร่ใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ โดยซื้อน้ำมันปาล์มจากห้างแมคโครเติม 100% ในรถยนต์ปาเจโร่ด้วยซ้ำไปครับ เรื่องนี้สามารถ Search เรื่องนี้ใน www.weekendhobby.com >> กระดานปาเจโร่ ครับ ซึ่งแน่นอนว่า ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถน้ำมันปาล์มสกัดกับเครื่องยนต์ดีเซลได้จริงๆ อาจจะใช้ผสมกับน้ำมันดีเซลหรือไม่ก็แล้วแต่ความเหมาะสมครับ เรื่องนี้ผมไม่เคยสงสัยในคุณภาพครับ จึงขอเรียนชี้แจงมาเพื่อทำความเข้าใจครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 372 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 15 ม.ค. 2550 (10:48)
***การเติมสารเติมแต่งใน้มันดีเซล ให้ผู้ค้าแจ้งขอความเห็นชอบ และต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อน จึงจะดำเนินการได้***
หรือตามประกาศ ธพ .ดีเซล 48 ข้อ 7
เรื่องการนำเข้า น้ำมันปาล์มดิบ ถ้ามีการนำเข้าเมื่อไร ก็มีปัญหาระบบปาล์มในประเทศทันที
เว้นเสียแต่มีการวางมาตรการรองรับก่อน อย่างเช่นการประกันราคา การกำหนดควบคุมปริมาณที่เหมาะสม ที่ผ่านมาแล้ว หลังการประชุม ครม.สัญจรที่เชียงใหม่ มีการพูดถึงการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ เนื่องจากการส่งเสริมการปลูกปาล์มล่าช้าไม่ทันตามแผน รมต.ยังไม่ออกจากห้องประชุม ราคาปาล์มก็ร่วงยาวเลย
ถ้านับโครงการที่ใครต่อใครจะทำไบโอดีเซลตอนนี้รวมรายเล็กรายใหญ่ก็เกินน้ำมันที่มีในประเทศแล้ว อุตสาหกรรมไม่รู้จักคำว่าพอเพียงหรืออย่างไรครับ
แล้วน้ำมันปาล์มดิบที่ล้นสต็อคเกินกว่าการบริโภค ทุกวันนี้ไม่เอาไปทำกัน
ไม่ว่าไบโอดีเซลระดับขนาดใดก็ตาม ผมคิดว่าก็ต้องมีการกำกับดูแล สัดส่วนการผลิตให้สมดุลกับวัตถุดิบน้ำมันชนิดต่างๆที่เรามี เคยมีบางครั้ง บางพื้นที่ ราคาน้ำมันพืชใช้แล้วสูงเกินกว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบเสียอีก
ใน 2-3 ปีก่อนที่ผ่านมา ราคาไขปาล์มเสตียรีน 8 บาทต่อกก. มาวันนี้ก็แพงกว่า น้ำมันปาล์มดิบเสียแล้ว ก็เพราะไบโอดีเซลนี่แหละครับ
ปรากฏการณ์ที่ขาดการควบคุมเหล่านี้ ทำให้เกิดวิกฤติไบโอดีเซลมาเป็นระยะๆ
ทำให้โครงการไบโอดีเซลแทบทุกระดับขาดความยั่งยืน
นายธนาคาร ที่ไหนก็ต้องส่ายหน้าแน่นอน
การใช้ไบโอดีเซลเป็นการลดมลภาวะจากเครื่องยนต์ดีเซลได้มาก
แต่การทำไบโอดีเซลก็เป็นการสร้างมลภาวะได้มากเช่นเดียวกัน
ถ้าไม่มีระบบการบำบัดที่เพียงพอ ผู้ผลิตต้องตระหนักและทำเรื่องนี้ให้ครบด้วยนะครับ


เรื่องการทดสอบโดยไม่คิดมูลค่านี้ คงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ
การทดสอบบางรายการค่าสารเคมีสูงมาก ค่าเครื่องมือแต่ละตัวสูงมากๆ
เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ประจำศูนย์ก็ต้องมีมากมายหลายคนหลายฝ่าย
มีเวลาลองไปเยี่ยมชม ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ มอ. หาดใหญ่ ผอ.ศูนย์ที่นั่นเป็นที่รู้จักกันดี
ในวงการไบโอดีเซล ทดสอบไบโอดีเซลได้ครบทุกข้อ ค่าทดสอบก็ถูกกว่าปตท.
ค่าเครื่องมือทั้งศูนย์ทดสอบ ก็ร่วม 200 ล้านแล้ว เจ้าหน้าที่อีกเท่าไหร่
เหลือเพียงแต่ยกระดับเป็นศูนย์ทดสอบที่ออกใบรับรองให้ได้เท่านั้น
ใบรายงานผล กับใบรับรอง ไม่เหมือนกันนะครับ
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 15 ม.ค. 2550 (15:25)
ไอ้การเอาเครื่องผลิตไบโอดีเซลขนาด 100 ลิตร/วัน ราคาเครื่องละ 500,000 บาท
ไปแจกชุมชนปีละ 400 ชุดนั้น มันเป็นเรื่องหากินกันของผู้ที่เกี่ยวข้อง

ถ้าเจตนาดีต่อชาติบ้านเมืองจริงๆ เอาเงินจำนวนนั้น (ปีละ 200 ล้าน) มาสร้างLab แล้ว
รับทดสอบไบโอดีเซล ในราคาถูก (ตัวอย่างละไม่เกิน 3,000 บาท) จะช่วยชาติในการ
พัฒนาไบโอดีเซลได้ถูกจุดมากกว่า

แต่เรื่องดีๆอย่างนี้ผู้มีอำนาจไม่คิดทำหรอกครับ มันได้คอมฯ.แค่ครั้งเดียว
ชัชวาลย์ (IP:124.120.38.195)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 16 ม.ค. 2550 (07:07)
เป็นธรรมชาติและธรรมดาของตลาด ถ้าหากที่ไหนมีทางเลือก ย่อมกระทบกระทั่งกระเทือนตลาดเดิมๆนั้นอย่างแน่นอนครับ อย่างกรณีการเปิดให้นำเข้าปาล์มโดยเสรีนั้นก็เช่นกัน เมื่อก่อนอุตสาหกรรมน้ำตาลก็เป็นแบบเดียวกันนี้ครับ แต่สมัยท่านอาจารย์ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นรมช.อุตสาหกรรม และสมัย ป๋าเปรมท่านเป็นนายก ท่านได้ตั้งโต๊ะเจรจาจนเกิดความพอใจทั้ง 2 ฝ่ายในส่วนแบ่ง 70/30 ระหว่างโรงงานน้ำตาลกับชาวไร่อ้อย เรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นมาแล้วครับ ปัญหาชาวสวนปาล์มจะทำแบบนี้ได้หรือไม่อย่างไรนั้น ผมไม่มีข้อมูลจริงๆ เจตนาผมก็เพียงอยากให้ชาวสวนได้ผลประโยชน์เต็ม ในขณะเดียวกันก็อยากเห็นการเลือกใช้ปาล์มน้ำมันเป็นน้ำมันตั้นต้นให้เราได้พึ่งพาตัวเอง ..เจตนาผมก็มีอยู่เท่านี้ครับ

แนวความคิดผม กรณีมี Lab กลางโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายนั้นทำได้อย่างแน่นอนครับ ผมเข้าใจดีว่าทุกอย่างมีค่าใช้จ่าย อย่าง สารเคมีใช้ทดสอบ เครื่องมือ และอื่นๆ เป็นเรื่องปกติครับ ผมอยากจะให้เปรียบเทียบกับการซื้อเครื่องผลิคตไบโอดีเซลแจกชุมชุนยังทำได้ แต่ทำไมสร้างสถาบันวิจัยไบโอดีเซลแห่งชาตินั้นทำไม่ได้

จะมีค่าใช้จ่ายหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับเจตนาครับ ถ้าหากรัฐบาลมองเห็นเจตนากองทัพมด หรือกองทัพช้าง ทุ่มเทแรงกายแรงใจ และทุนทรัพย์ส่วนตัวเพื่อสร้างพลังงานทดแทนของชาติ สิ่งที่รัฐบาลและประเทศชาติได้รับก็คือ การลดการนำเข้าพลังงานที่พลังงานทดแทนส่วนนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรมจำนวนมหาศาล ลดงบประมาณการรักษาสิ่งแวดล้อม และสุขภาพจิต สุขภาพกายอันเกิดมาจากมลพิษ เนื่องจากไบโอดีเซล ลดควันดำได้ถึง 60% ลดคาบอนมอนน๊อกไซด์ได้ถึง 20-40% ลดงบประมาณในการรักษาปัญหาเรือนกระจก และโลกร้อน และลดงบประมาณอื่นๆอีกมากมาย

ผมถามหน่อยครับว่า ...งบประมาณที่รัฐบาลไม่ต้องจ่ายหรือจ่ายในทางลดลงแบบนี้ คุ้มค่ากับการเปิดสถาบันวัจิยไบโอดีเซลแห่งชาติบริการ ผู้ผลิตไบโอดีเซลทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือไม่ครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 372 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 16 ม.ค. 2550 (10:17)
จริง ๆ การผลักดันให้ไบโอดีเซลเป็นวาระแห่งชาติน่าจะทำได้ งบประมาณส่วนหนึ่งมาจากกองทุนของมวลสมาชิก ส่วนหนึ่งสนับสนุนโดยรํฐบาล
thawankesmala เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1361 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 281 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 16 ม.ค. 2550 (23:29)
รายการทดสอบและค่าใช้จ่าย ของสถาบันแห่งหนึ่ง
1327

เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 17 ม.ค. 2550 (09:15)
มีกฏข้อไหนที่บังคับว่า ต้องส่งตัวอย่างทุกวันที่ผลิตไปทดสอบ
ในทางปฏิบัติเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ร้องเสียงดังกันไปเปล่าๆ
ยังไม่มีใครต้องทำอะไรขนาดนั้นสักหน่อยนะค๊ะ
ใจเย็นๆคิดทบทวนให้รอบคอบกันนะค๊ะ
ถ้าทำเองใช้เอง เอารถตัวเองตรวจก็ได้
ถ้าต้องการใบรับรองเป็นบางข้อ ส่งตรวจตามสถาบันการศึกษา
มีหลายๆแห่งที่เขาบริการให้ได้ตั้งหลายข้อ ค่าใช้ก็ถูกมาก
บางที่มีใบรายงานผลการตรวจให้ ก็พอแปะข้างฝาไว้คุยได้
เราไม่ได้คิดค้าขายกับ ปตท.นี่คะ เขาบังคับเราไม่ได้หรอกค๊ะ
ขอคิดด้วยคนนะค๊ะ (IP:203.107.196.132)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 17 ม.ค. 2550 (10:14)
ผมว่าคุณขอคิดด้วยคนไม่เข้าใจและคิดด้วยคนล่ะประเด็นกันกับสิ่งที่ผมนำเสนอครับ คุณพอใจจะทำในสิ่งที่คุณเห็นสมควรก็ทำไปเถอะครับ ส่วนแนวทางของผมก็เป็นอีกความเห็นหนึ่ง ซึ่งคุณก็ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยก็เป็นเรื่องปกติครับ เอาเป็นว่าเป็นความเห็นที่แตกต่างแล้วกัน

ข่าวดีครับ อาจารย์ดร.ชาคริต ทองอุไร กำลังทำวิจัยเกี่ยวกับการรับทดสอบ Glyceride ในราคาถูกในจะเสร็จราวเดิอนหน้า อาจารย์แจ้งว่าอยากจะให้ราคาถูกที่สุดเป็นไปได้ก็หลักร้อย ท่านใดสนใจลองติดตามสอบถามโดยตรงกับอาจารย์เลยครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 372 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.