คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
การผลิตน้ำมันปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100) จากน้ำมันปาล์มดิบ
โพสต์เมื่อ: 11:38 วันที่ 1 พ.ย. 2549         ชมแล้ว: 182,330 ตอบแล้ว: 521

การผลิตน้ำมันไบโอดีเซล จากน้ำมันปาล์มดิบ มีกรรมวิธี ขั้นตอนหลากหลาย แตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้ ก็แตกต่างกัน ขอเชิญทุกท่านร่วมแบ่งปันความรู้เพื่อการสร้างสรร และพัฒนา ปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100)

เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 502 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| -6- 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| 25| 26|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 17 ม.ค. 2550 (22:16)
รายการทดสอบ B100 ของ ปตท.
ช่วงนี้ไม่ทราบว่าเปิดรับบริการหรือยัง
ถ้ายังก็ส่งที่อื่นๆไปก่อน
สำหรับตัวผมแล้ว เงินจำนวนขนาดนี้ผมเอาไปซื้อปุ๋ยใส่ปาล์มดีกว่า
ไม่ไหว มันแพงจริงๆครับ ตรวจแล้วไม่ผ่านก็ต้องเสียเงินอยู่ดี
วันนี้ทำน้ำมันปาล์มไบโอดีเซล ต้นทุน ลิตรละ 23.00 บาทยังไม่มีค่าการตลาดเลยครับ
เพราะทำใช้เอง ขับรถมาถึงกรุงเทพ อ้าว น้ำมันดีเซลตามปั๊ม 22 บาทกว่าๆเท่านั้นเอง
มองโลกในแง่ดีกันไว้
ใจเย็นๆกันนะครับ
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 17 ม.ค. 2550 (22:34)
ส่งใหม่อีกครั้ง
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 17 ม.ค. 2550 (22:40)
ส่งใหม่อีกครั้ง ๆ
1367

เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 18 ม.ค. 2550 (07:13)
จริงๆก็เป็นอย่างที่คุณเกษตรกรตัวจริงบอกครับว่า เราทำเองใช้เองจะ Test ไปทำไม เอาเงินไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นดีกว่า ผมว่าทุกคนก็ทำแบบเดี่ยวกันนี้รวมทั้งตัวผมเอง แน่นอนครับ ไม่มีใครส่งทดสอบทุกครั้งการผลิต บางท่านอาจจะมีเครื่องวิเคราะห์ตัวอย่างการผลิตได้บ้าง บ้านท่านก็อาจจะเคยส่งทดสอบบ้างหัวข้อ บางท่านก็อาจจะไม่เคยส่งทดสอบเลย หรือแต่ที่แน่ผมคิดว่า % น้อยมากครับที่เคยส่งทดสอบครบทั้ง 24 ข้อ

จริงอยู่ครับ...ไม่มีกฎหมายข้อบังคับอะไรให้เราต้องส่งทดสอบทุกครั้งการผลิต ..
จริงอยู่ครับ...เราไม่ได้ขายให้กับ ปตท.
จริงอยู่ครับ...เราทำเองใช้เอง สามารถวัดระดับความพอใจในคุณภาพของไบโอดีเซลด้วยตัวเองได้

แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ...สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาคุณภาพการผลิตไบโอดีเซลอย่างแท้จริงครับ...เพราะถ้าหากคุณไม่มีเครื่องมือใดชี้วัดหรือกระจกสะท้อน คุณจะรู้ได้อย่างว่าคุณภาพการผลิตของคุณมีคุณภาพแค่ไหน

ถูกต้องครับ..คุณบอกว่าคุณทำเองใช้เอง..ที่ผ่านมาก็ใช้ได้..ถามหน่อยเถอะ..เราควรพอใจแค่ตรวนี้หรือ..หรือว่าเราควรจะพัฒนาคุณภาพให้ดีกว่ากว่านี้ได้...สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องการเครื่องวัดและวิธีทดสอบที่ได้มาตรฐานทั้งนั้นล่ะครับ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากเครื่องวัดและวิธีทดสอบเกิดผิดเพี้ยนการเทียบค่ามาตรฐานและคุณภาพการผลิตก็ย่อมผิดเพี้ยนไปด้วยครับ

แนวความคิดที่ผมเสนออยากจะให้ Lab กลางหรือสถาบันวิจัยไบโอดีเซลแห่งชาติ

ไม่ใช่เพื่อ...บังคับให้คุณหรือผมส่งทดสอบทุกครั้งการผลิต
ไม่ใช่เพื่อ...ผมจะได้ส่งทดสอบโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

แต่เพื่อ....เป็นศูนย์กลางของมาตรฐานในเครื่องวัดและวิธีทดสอบที่มีสถาบันที่เกี่ยวข้องในการรับรอง
แต่เพื่อ....เป็นศูนย์กลางการสนับสนุนพัฒนาคุณภาพการผลิตไบโอดีเซลของชาติ

เรื่องแบบนี้คิดเองก็ได้ครับว่า...มันคุ้มค่าแค่ไหน..ที่จะทำอะไรให้กับประเทศชาติอย่างจริงๆจังๆเสียที...
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 372 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 18 ม.ค. 2550 (19:31)
ใช่แล้วครับ การส่งทดสอบผลงานของเรา ไม่ใช่เอาไว้ไปโอ้อวดกับใคร

แต่เอาไว้ดูว่าที่เราทำไปน่ะมันถูกต้องหรือยัง จะต้องแก้ที่จุดไหนบ้าง

การพัฒนาสิ่งใดก็ตามมันต้องมีตัววัดผล จึงจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้

ไม่ต้องตั้งสถาบันอะไรหรอกครับ แค่ให้หน่วยงานไหนทางราชการมีห้องทดสอบ

ทดสอบให้ประชาชนในราคาถูก และให้ได้ผลที่รวดเร็ว แค่นี้ก็ได้ชื่อว่าช่วยพัฒนาไบโอดีเซลแล้วครับ
ชัชวาลย์ (IP:124.120.40.59)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 19 ม.ค. 2550 (06:39)
ความเห็นของคุณชัชวาลย์อาจจะเป็นทางออกในขั้นต้นที่จะสนับสนุนการพัฒนาการผลิตไบโอดีเซลในประเทศได้ จริงๆแล้วปัจจุบันมี Lab ภาควิชาวิศวกรรมเคมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน รับทดสอบตัวอย่างไบโอดีเซลในราคาที่พอรับได้ เช่น ราคาค่าทดสอบ Fame :% เมธิลเอสเตอร์และ Glyceride ต่างๆ ราคาเพียงตัวอย่างละ 1000.- นั้น และนอกจากนั้นก็ยังมีอีกหลาย Lab ให้บริการกันไป ซึ่งแน่นอนครับ ราคานี้ช่วยพวกเราในระดับหนึ่ง

ปัญหามีอยู่ว่า เราพอใจแค่นี้เองหรือครับ ...
อุตสาหกรรมพลังงานถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงระบบความเป็นอยู่และเศรษฐกิจของคนทั้งชาติ แต่เชื่อไหมครับ ประเทศไทยไม่เคยมี สถาบันวิจัยพลังงานที่เป็นของรัฐบาลอย่างแท้จริงเลย ไม่ว่าการวิจัยคุณภาพน้ำมันปิโตรเคมี ก็ต้องอาศัย Lab ของ ปตท.เป็นต้น

แต่ต้องอย่าลืมข้อ 1 ...ที่ว่า..ปัจจุบัน ปตท.เป็นเมืองขึ้นของระบบทุนนิยมไปแล้วครับ
สถาบันวิจัยพลังงานจึงมีบทบาทสำคัญที่เป็นหน่วยงาน ที่ร่วมพัฒนาวิจัยคว้าและส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานทดแทนอย่างเป็นรูปธรรม

รัฐบาลประกาศเลื่อนกำหนดในการปรับปรุงคุณภาพการกลั่นน้ำมันจาก ยูโร 2 เป็น ยูโร 4 ให้เร็วขึ้น อีก 2 ปี ข้างหน้า นั่นก็แสดงว่า แนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้มองเห็นความสำคัญของคุณภาพชีวิตของคนในชาติมากขึ้น หรือบางทีรัฐบาลก็ต้องการแค่สร้างภาพให้ต่างชาติมองว่ารัฐบาลไทยได้เห็นความสำคัญในปัญหามลพิษ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาโลกร้อนและปัญหาเรือนกระจก แค่นั้นก็เป็นได้

ยูโร 4 หมายถึงการปรับปรุงคุณภาพการกลุ่นน้ำมันปิโตรเลี่ยนที่มีคุณภาพเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นซึ่งต้องใช้งบประมาณ 50,000 ล้าน

รายงานผลวิจัยของ ปตท.ระบุชัดว่า ถ้าใช้ไบโอดีเซล 100% (B100) กับรถยนต์ดีเซล Dmax ปี 2003 DI และ TOYOTA D4D คอมมอนเรล ปี 2003 พบว่า ไม่มีผลเสียหายกับเครื่องยนต์ แต่อัตราการสิ้นเปลื้องเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นไม่เกิน 10% และกำลังเครื่องยนต์ลดลงไม่เกิน 10% แต่สิ่งเราได้ก็คือ ปริมาณคาบอนมอนน๊อคไซด์มาอากาศลดลง 40% ควันดำลดลง 60% ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรกับเราหรือครับ ตัวเลขเหล่านี้บอกผู้ที่จริงใจกับคนในชาติว่า

นี่เป็นโอกาส...ที่ท่านจะแสดงผลงานเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน
นี่เป็นโอกาส...ที่ท่านจะทดแทนบุญคุณแผ่นดิน
นี่เป็นโอกาส...ที่ท่านจะทดแทนบุญคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านทรงเป็นบิดาไบโอดีเซลของไทย พระองค์ท่านทรงเป็นผู้ริเริ่มวิจัยการพัฒนาไบโอดีเซลของชาติ

ขอถามหน่อยครับ...โอกาสแบบนี้ท่านไม่เสียหรือครับ ..
ขอถามอีกทีครับ.....โอกาสแบบนี้ท่านจะปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่ใยดีอย่างงั้นหรือครับ

เพียงแค่ท่านริเริ่มให้รถยนต์ดีเซลที่วิ่งในพื้นที่ กรุงเทพ และปริมณฑล ใช้น้ำมันไบโอดีเซล B100 เท่านั้นเองครับ ท่าลองใช้อวัยะส่วนใดก้ได้ที่ท่านถนัดก่ายหน้าผากคิดดูซิครับว่า.

ถ้าหาก...ปริมาณคาบอนมอนนอคไซด์ลดลง 40%
ถ้าหาก...ปริมาณควันดำลดลง 60%

คุณภาพชีวิตชาวกรุงเทพเมืองอมรจะดีขึ้นอีกแค่ไหน...ยกเว้นท่านไม่ต้องการให้เรื่องแบบนี้เกืดขึ้น

*** ผม Post ผลงานวิจัย ปตท.ไว้ที่นี่ครับ >>>> http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=60235
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 372 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 19 ม.ค. 2550 (08:29)
กรุงเทพมหานคร ใช้น้ำมันวันละเท่าไหร่ครับ
B 1 (IP:203.209.117.85)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 19 ม.ค. 2550 (23:40)
*ผลการทดสอบที่แตกต่าง
**งานของกรมอู่ทหารเรือ ระบุชัดเจนว่า แรงบิดเพิ่มขึ้น 7.5 % แรงม้าเพิ่มขึ้น 12%
the vehicle using B100 blend obviously gave the maximum power at every cycle of speed
compared with the one using D100. The graph analysis revealed that B100 resulted in the
increased in power by 12 % and a rise in the torque by 7.5 % whereas the vehicle using
D100 promoted the least power to the engine at the maximum speed. ***งานของวท. ได้ระบุชัดเจนเรื่องความสิ้นเปลือง คำนวณความประหยัดกว่า ดีเซล 6 %
****การทดสอบของทั้งสองหน่วยงานี้ ทดสอบโดย.............
วท. ได้ทดลองนำ Fatty Acid Methyl Ester จากน้ำมันปาล์ม หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า เอสเตอร์ของน้ำมันปาล์ม มาเป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ดีเซลด้วย Fatty Acid Methyl Ester ที่นำมาใช้ทดลองนี้ได้ วิจัยผลิตขึ้นในห้องปฏิบัติการ โดยใช้น้ำมันปาล์มดิบทำปฏิกิริยากับเมททานอล มีกรดเป็นคะตะลิสต์ เอสเตอร์ของน้ำมันปาล์มที่ได้ มีค่าความหนืดใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซล และมีค่า Cetane สูงกว่าน้ำมันดีเซล ในการทดลองกับเครื่องยนต์ พบว่าเครื่องยนต์ให้กำลังเทียบเท่ากับการใช้น้ำมันดีเซลทุกประการ อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานการทดลอง และผลที่มีต่อเครื่องยนต์เมื่อใช้ในระยะยาว
สมรรถนะของเครื่องยนต์ และความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทั้ง 5 ชนิด ข้างต้นเปรียบเทียบกัน ดังแสดงในรูปที่ 1 และ ตารางที่ 1. (เจนวนิชปัญจกุล 2525).

รูปที่ 1. เปรียบเทียบสมรรถนะของเครื่องยนต์ เมื่อใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทั้ง 5 ชนิด
(คำอธิบาย: DO-น้ำมันดีเซล, Crude peanut oil- น้ำมันถั่วลิสงชนิดดิบ,
40% BDO- น้ำมันถั่วลิสงชนิดดิบ 40% ในน้ำมันดีเซล
50% BK-น้ำมันถั่วลิสงชนิดดิบ 50 % ในน้ำมันก๊าด,
FAME-เอสเตอร์ของน้ำมันปาล์ม)
ตารางที่ 1. เปรียบเทียบอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทั้ง 5 ชนิดที่ความเร็วรอบสูงสุด 2,400 รอบ ต่อนาที

เชื้อเพลิง แรงม้าเบรคสูงสุด อัตราการสิ้นเปลือง อัตราการสิ้นเปลือง
ของเครื่องยนต์ เชื้อเพลิง(ลิตร ต่อชม.) เชื้อเพลิงเฉพาะ
(ลิตร ต่อแรงม้าเบรค-ชม.)


1. น้ำมันดีเซล 5.98 2.09 0.3495
2. น้ำมันถั่วลิสงชนิดดิบ 5.85 1.93 0.3299
3. น้ำมันถั่วลิสงชนิดดิบ
40% ในน้ำมันดีเซล 5.22 1.77 0.3391
4. น้ำมันถั่วลิสงชนิดดิบ
50 % ในน้ำมันก๊าด 5.31 1.91 0.3597
5. เอสเตอร์ของน้ำมันปาล์ม
FAME ของน้ำมันปาล์ม 5.98 1.97 0.3294
สกุลอำนวยพงศา (2526) ทำการศึกษาและทดสอบการใช้น้ำมันมะพร้าวเปรียบเทียบกับน้ำมันดีเซลในเครื่องยนต์ดีเซล โดยใช้น้ำมันมะพร้าวผสมในน้ำมันดีเซล และน้ำมันก๊าดในอัตราส่วนต่างๆกัน กล่าวคือ น้ำมันมะพร้าว 100%, น้ำมันมะพร้าวผสมน้ำมันดีเซล ในอัตราส่วน 98 : 2, น้ำมันมะพร้าวผสมน้ำมันก๊าด ในอัตราส่วน 10 : 1, 20 : 1, 30 : 1, 40 : 1 โดยปริมาตร ผลทดสอบสรุปได้ ดังนี้
1. ในสัดส่วนน้ำมันที่ทำการทดลองนั้น พบว่าน้ำมันที่ใช้ได้ดีทีสุด และเหมาะสม คือ น้ำมันมะพร้าวผสมน้ำมันก๊าด ในอัตราส่วน 20 : 1 จึงได้นำน้ำมันนี้ไปทำการทดลองกับเครื่องยนต์
2. ถึงแม้ว่าสัดส่วน 20 : 1 จะเป็นน้ำมันที่มีคุณสมบัติที่ดีที่สุดในการทดลองครั้งนี้ก็ตาม แต่มีปัญหาในการเดินเครื่องยนต์ กล่าวคือ น้ำมันไหลไม่สะดวก และเครื่องยนต์สดุดเมื่อใช้งานที่ภูมิอากาศเย็น ทั้งนี้เนื่องจาก น้ำมันมะพร้าวมีความหนืดสูงขึ้นมาก เมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 25oซและมีจุดแข็งตัวที่อุณหภูมิ 15 - 17oซ
3. การทดลองกับเครื่องยนต์ดีเซล ต้องทำการดัดแปลง และเพิ่มเติมอุปกรณ์การให้ความร้อนกับน้ำมันเชื้อเพลิงก่อนป้อนเชื้อเพลิงเข้าสู่ปั้มน้ำมันเชื้อเพลิง
4. ผลการทดลองกับเครื่องยนต์ดีเซล 4 จังหวะ สูบเดียว 10 แรงม้า โดยใช้น้ำมันมะพร้าว : น้ำมันก๊าด = 20 : 1 เปรียบเทียบกับน้ำมันดีเซล พบว่า
• เมื่อทดลองที่ no load: เป็นระยะเวลานาน 350 ชั่วโมง มีการสึกหรอของเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันมะพร้าวผสมกับน้ำมันก๊าดใกล้เคียงกับใช้น้ำมันดีเซล
• เมื่อทดลองกับการสูบน้ำ: สูบน้ำจากบ่อลึก 1 เมตร ท่อเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว
• ต้องอุ่นน้ำมันเชื้อเพลิงก่อนเข้าสู่ปั้ม
• ติดตั้งทางเดินน้ำมันเชื้อเพลิงที่สามารถสลับใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันมะพร้าวผสมน้ำมันก๊าด
• ใช้งาน 100 ชม. เครื่องยนต์เดินเรียบ
• เมื่อทดลองกับการขนส่ง : รถบรรทุกใช้เครื่องยนต์คูโบต้า 3 สูบ 24 แรงม้า ความจุกระบอกสูบ 1115 ลบ.ซม. น้ำหนักรถ 1800 กก.ทดสอบกับ ระยะทาง 6,000 กม.ความเร็วสูงสุด 70 กม./ชม.
• ใช้น้ำมันมะพร้าวผสมกับน้ำมันก๊าด สลับกับการใช้น้ำมันดีเซล
• ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงใช้งานได้ 125 - 130 ชม. ไส้กรองตันเร็วกว่าการใช้น้ำมันดีเซล
• หม้อต้มน้ำมันที่ใช้ในการอุ่นน้ำมันก่อนการป้อนเข้าสู่ปั้มน้ำมันเชื้อเพลิงไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 60-70oซได้ เมื่ออุณหภูมิน้ำมันเชื้อเพลิงสูงเกินกว่า 80oซเกิด Vapor lock และเครื่องยนต์ดับ
5. การตรวจสภาพชิ้นส่วนของเครื่องยนต์หลังจากการใช้น้ำมันมะพร้าวผสมกับน้ำมันก๊าด เปรียบเทียบกับเมื่อใช้น้ำมันดีเซล พบว่า
• ลูกสูบ ฝาสูบ และหัวฉีด มีเขม่าสีดำปนเทา มีปริมาณมากกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันดีเซล
• มีการสึกหรอของเสื้อสูบและแหวนใกล้เคียงกันกับเมื่อใช้ดีเซล
1499

เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 20 ม.ค. 2550 (22:43)
ไบโอดีเซล ภาคประชาชน ไบโอดีเซล ภาคประชาชน ไบโอดีเซล ภาคประชาชน
ไบโอดีเซล ภาคประชาชน ไบโอดีเซล ภาคประชาชน ไบโอดีเซล ภาคประชาชน
พบกันที่

นิทรรศการ“รวมพลพรรค…รักไบโอดีเซลภาคใต้ ตอน “ร่วมทลายป้อมไบโอดีเซล”
วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2550
โซนนิทรรศการ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ อ.ทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
การบรรยายและสาธิตการผลิตไบโอดีเซล
อาจารย์ชาญณรงค์ ไชยรัตน์ ต้นกำเนิดผู้ก่อการดี จาก แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช

คุณเจษฎา ไบโอดีเซล ผู้ผลิตไบโอดีเซลเชิงพาณิชย์ระดับครัวเรือน จ. นครศรีธรรมราช

ความรู้เครื่องยนต์ดีเซล ฉบับ มือใหม่ จาก โรงเรียนเทคโนโลยีภาคใต้ ( เอส เทค )

คุณวสันต์ วังกุลางกูร , นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ผู้บุกเบิกไบโอดีเซล ตัวจริง เสียงจริง จาก ชมรมไบโอดีเซล จังหวัดตรัง

รศ. ดร. ชาคริต ทองอุไร ตักศิลา แห่งพลังงานพืชน้ำมันภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ. สงขลา

คุณอธิราษฎร์ ดำดี นักวิจัยภาคประชาชน ผู้กล้าขอ “ ปลดแอกพลังงาน ” จาก ชมรมดำดีไบโอดีเซล จังหวัดกระบี่

สัมมนาวิชาการ “ขับเคลื่อนพลพรรค...รักไบโอดีเซลภาคประชาชน” ครั้งที่ 2
วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2550

บรรยายพิเศษเรื่อง “ศึกษาเครือข่ายที่สำเร็จ จากผู้เกิดก่อน”
โดย คุณชยพล คติการ ประธานเครือข่ายวิสาหกิจ ชิ้นส่วนจักรยานยนต์ SMEs 007

กระบวนการขับเคลื่อนเครือข่ายไบโอดีเซล แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (กลุ่มย่อย)

ศาลาเพียงใจ โซนนิทรรศการ
บรรยายพิเศษเรื่อง พลัง3 (พลังใจ พลังพลเมือง สร้างพลังงาน)
โดยอาจารย์ประสาท มีแต้ม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ประมวลผลข้อมูล แนวทางขับเคลื่อนเครือข่ายไบโอดีเซล

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ ศูนย์บริการวิชาการและสหกิจศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้
โทรศัพท์ 0 7553 8030 ต่อ 116 โทรสาร 0 7536 3433 มือถือ 0 8310 4603 0
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 24 ม.ค. 2550 (20:48)
วันนี้ ราคาปาล์มทะลาย 3 .00 บาท ต่อกิโลกรัม
ราคาน้ำมันปาล์มดิบ 19.00 บาท ต่อกิโลกรัม
ถ้าคิดราคาตามสูตร
ราคาปาล์มทะลาย*(100/%น้ำมัน) = ราคาน้ำมันปาล์มดิบ
3.00 * (100/18) = 16.66 บาท ต่อ กิโลกรัม
แต่ราคาน้ำมันปาล์มดิบที่โรงงานขายวันนี้ 19 .00-19.50 บาท
ราคาไขปาล์มเสตียริน คงสูงตามไปด้วย
เป็นเพราะราคาในตลาดต่างประเทศสูงขึ้น ทำให้มีการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบมากขึ้น
แต่ราคารับซื้อปาล์มจากเกษตรกร ก็อยู่ที่การร่วมกันกำหนดราคารับซื้อจากเกษตร
ของกลุ่มโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม
การทำไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มดิบก็ต้องเพลาๆกันไปบ้าง
เปลี่ยนไปใช้น้ำมันพืชใช้แล้ว น้ำมันสัตว์ เข้ามาเสริมแทน
การทำโครงการขนาดเล็ก แบบพอเพียง สามารถปรับตัวเองได้ ยืดหยุ่นตามสภาพปัญหา
ทำมากบ้าง ทำน้อยบ้างว่ากันไปตามสภาวะ ตามฐานานุรูป
และก็ยังสามารถใช้ไบโอดีเซล 100 % ได้อยู่ครับ
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 96 25 ม.ค. 2550 (07:04)
ถ้าสูตรที่คุณเกษตรกรตัวจริงว่าไว้ ซึ่งก็หมายถึง ราคาปาล์มทะลาย*(100/%น้ำมัน) = ราคาน้ำมันปาล์มดิบ เช่น 3.00 * (100/18) = 16.66 บาท ต่อ กิโลกรัม แต่ราคาน้ำมันปาล์มดิบที่โรงงานขายวันนี้ 19 .00-19.50 บาท ซึ่งราคานี้แน่นอนว่าเป็นการกำหนดโดยราคาต่างประเทศ ที่มีความต้องการน้ำมันปาล์มสูงขึ้น

แต่...ถ้าสูตรที่คุณเกษตรกรตัวจริงว่าไว้ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติหรือวิธีปฏิบัติที่ เป็นระบบแบ่งผลประโยชน์ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา ระหว่าง ชาวสวนปาล์มกับโรงงาน นั่นก็ต้องสรุปว่า ขณะนี้ชาวสวนปาล์มไม่ได้ในสิ่งที่ควรได้แล้วล่ะครับ

เพราะเหตุว่า...ราคาที่คิดกัน 18% นั้นผมคิดเอาเองว่าเป็น% ที่เผือให้โรงงานมีกำไร มากเพียงต่อระบบอุตสาหกรรมอยู่แล้ว (แน่นอนโรงง่นเป็นผู้ตั้งสูตรนี้)
เพราะเหตุว่า...ราคาที่ขึ้นสูงนี้ถึงแม้จะขึ้นด้วยเหตุผลอะไร ในเมื่อขายได้แพงขึ้น ก็ควรจะรับซื้อในราคาแพงขึ้นด้วย
เพราะเหตุว่า...ราคาที่น้ำมันปาล์มดิบสูงถึง 19.5 ราคาปาล์มทะลายก็ควรจะได้ = 3.50 ซึ่งเป็นราคาที่ชาวสวนควรจะได้รับผลตอบแทนโดยสุจริตของธรรมชาติความต้องการของตลาด

ทั้งนี้ทั้งนั้น..ผมไม่มีพื้นฐานหรือความรู้เกี่ยวกับระบบการซื้อขายปาล์มมากก่อน ผมไม่มีเจตนาสร้างความแยกแตกระหว่าง ชาวสวนกับโรงงานแต่อย่างใด ผมคิดง่ายๆแบบเอาความเป็นธรรมเป็นหลัก ความแตกต่างในระบบการแบ่งผลประโยชน์ที่ชาวสวนถูกโรงงานเอาเปรียบแบบเห็นได้ชัดนี้ ควรจะรวมกลุ่มเรียกร้องความเป็นธรรม เรียกร้องสิ่งที่ควรจะเรียกร้อง เพราะเรียกนี้ ถ้าไม่แก้ไขวันนี้ วันหน้ามันจะเกิดซ้ำรอย เกิดขึ้นมาแล้วเกิดขึ้นอีก การเอารัดเอาปรียบ การเห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ ก็จะซึมเข้าไปสู่สันดานของเยาวชนของเรา จากผู้ใหญ่ไปสู่เด็ก และจากเด็กไปสู่ผู้ใหญ่ รุ่นแล้วรุ่นเล่า ความเอื้อเผื้อแผ่แบบไทยๆ จะเห็นแค่เป็นการกระทำต่อหน้า ไม่มีแววตาของความอ่อนโยนและจริงใจให้เห็นกันอีก ...เรื่องแบบนี้เป็นโรคร้ายมากกว่าโรคเอดส์ หรือ ไข่หวัดนกซะอีกครับ..

สิ่งที่ผมอยากเห็นก็คือ.. ผมอยากเห็นการแบ่งปันที่เป็นธรรมระหว่างกันครับ...
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 372 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 97 25 ม.ค. 2550 (07:15)
ราคาปาล์มที่ขึ้นสูงนี้...

มองอีกด้านหนึ่งก็ดี ..สำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มในประเทศ ที่กำไรส่วนต่างจากชาวสวนไปอีก 50 สตางค์ ..

มองอีกด้านหนึ่งก็ดี..สำหรับชาวสวนถ้าชาวสวนปาล์มจะได้ราคาที่ควรได้ นั่นก็คือ ส่วนต่างที่โรงงานเอาเปรียบชาวสวนไว้อีก 50 สตางค์นั้น

แต่มีมุมมองอีกด้านทำให้ทำนายต่อไปว่า ..ถ้าปล่อยให้เห็นอย่างนี้ ก็จะกลายเป็นเรากำลังจะปลูกปาล์มเพื่อการส่งออกไปแล้ว ..โอกาสที่เราจะนำมาสร้างพลังงานทดแทนเพื่อให้มีศักยภาพทางพลังงานในประเทศเราจะไม่เห็นอีกต่อไป....

นั่นก็เพราะว่า ต่างประเทศมองเห็นน้ำมันปาล์มมีความสำคัญในการผลิตไบโอดีเซลสูง ราคาความต้องการจึงพึ่งสูง สวนกระแสน้ำมันดิบปิโตรเลี่ยม แต่พวกเราในประเทศกับมองแค่ B5 มองแค่แบ่งผลประโยชน์กันยังไร จึงจะผูกขาดพลังงานได้มากที่สุด

อย่าลืมน่ะครับ ...คนบางคนรวยแค่ไหน ก็ไม่เห็นมีความสุข
อย่าลืมน่ะครับ....คนทุกคนรวยแค่ตายไปก็เอาไปไม่ได้หรอกครับ เอาเงินบาทเดียวยัดปากเผาให้ไปเท่านั้น...
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 372 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 98 25 ม.ค. 2550 (07:46)
เคยอ่านตำราปาล์มน้ำมันก่อนลงมือทำสวน เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 20-25 มีน้ำมันเมล็ดในอีก 2.5 %

คนตัวใหญ่มักเอาเปรียบคนตัวเล็ก
คนรวยมักเอาเปรียบคนจน เสมอ

ทุกครั้งที่กลุ่มเกษตรกรเรียกร้องราคาที่เป็นธรรม ก็จะมีตัวแทนของรัฐ ของเอกชน ออกมาโต้ตอบ เกษตรกรว่าเอาแต่เรียกร้องราคา ไม่สนใจการดูแลคุณภาพผลผลิต กระบอกเสียงก็ดีกว่า สื่อก็รุมล้อม
นอกจากคิด ปลดแอกพลังงานแล้ว ต้องคิดปลดแอกสังคมด้วยแล้วครับ
ไม่คิดสู้รบตบมือกับใคร แค่พึ่งพาตัวเองให้ได้มากขึ้นทุกวันๆ ก็พอแล้ว
ต่อไปก็ต้องสกัดน้ำมันดิบเองบ้างแล้วครับ
พบกับการสกัดน้ำมันดิบระดับครอบครัวเร็วๆนี้ครับ
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 99 25 ม.ค. 2550 (08:45)
การสกัดน้ำมันดิบในระดับครอบครัว อาจจะเป็นทางออกของการพึ่งพาตัวเองในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ทางออกของระบบผลประโยชน์ที่อ้างอิงหลักการของการแบ่งปันที่เป็นธรรม เพราะศักยภาพของชาวสวนและละคนก็จะมีขีดจำกัดไม่เหมือนกัน

ในสมัยยุคที่ป๋าเปรมท่านเป็นนายกรัฐมนตรี มีพลเอกชาติชาย ชุณหะวัน เป็นรมว.อุตสาหกรรม มี ม.ร.ว.จิรายุ อิศรางกูร ณ.อยุธยา ท่านเป็น รมช.อุตสาหกรรม (ขออภัยทุกท่านที่ผมเคารพ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน) สมัยนั้นได้มีการจัดระบบแบ่งผลประโยชน์ระหว่าง ชาวไร่อ้อยกับโรงงานน้ำตาล จนตกลงกันได้ เรียกกันว่า 70/30 โดยโรงงานได้ 70 ชาวไร่ 30 นั้นก็คือเป็นการเจรจาระหว่าง สมาคมโรงงานน้ำตาลแห่งประเทศไทย กับสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย โดยมีกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นคนกลาง ปัจจุบันระบบนี้ก็ยังใช้กันอยู่ ไม่ว่าราคาจะขึ้นหรือลง ชาวไร่กับโรงงานก็ยัง 70/30 อยู่นั่นเอง

อาจจะถูกต้องถ้าหากเราสามารถสกัดน้ำมันปาล์มได้เองในระดับครอบครัว เพราะนั่นเป็นการพึ่งพาตัวเองได้ แต่นั่นเป็นการหาทางออกให้กับตัวเองหรือเปล่า

ทรัพยากรในประเทศถูกสัมปทานกันไปหมด นั่นก็เป็นข้ออ้างของการแบ่งผลประโยชน์ในระดับทุนนิยม น้ำมันดิบปิโตรเลี่ยมจะถูกสูบมาใช้จนหมดโลกไป แต่ปาล์มน้ำมันปลูกแล้วเก็บปีนี้ปีหน้าก็ยังได้เก็บมาใช้เอง แสดงว่า ปาล์มน้ำมันจะเป็นทรัพยากรพลังงานที่มีศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจสูงในอนาคตอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น..น่าจะถึงเวลาแล้วครับ ที่จะลุกขึ้นปฏิวัติระบบการจัดการอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันที่เป็นธรรม ที่ควรห่วงแหนทรัพยากรที่มีค่านี้ และจะเป็นรากฐาน เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ชั่วลูกชั่วหลาน..เพื่อจะสืบสานการแบ่นปันที่เป็นธรรมในสังคม..กันต่อไป

การอยู่อย่างพึ่งพาตัวเองได้ก็เยี่ยมครับ ..แต่การพึ่งพาตัวเองและมีโอกาสทดแทนบุญคุณแผ่นดินได้ด้วยนั่น..เยี่ยมกว่าครับ

อย่าลืมน่ะครับ...ยังมีอีกมากมายหลายอย่างที่ ระบบทุนนิยมซื้อไปจากใจเราไม่ได้ ...นั่นก็คือความจงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ...ครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 372 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 100 25 ม.ค. 2550 (09:34)
79174

การพึ่งพาตัวเองเป็นสร้างแรงสมดุลเพื่อให้เกิดดุลยภาพมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

การเริ่มต้นสกัดน้ำมันขนาดเล็กๆ เป็นการทดลองหาเปอร์เซ็นต์น้ำมันที่แท้จริง เป็นอันดับแรก

การนำเอาความรู้ ประสบการณ์ มุมมองไบโอดีเซล จากฐานะของเกษตรกร ที่ทำไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มดิบมาเผยแพร่ให้สังคมได้รับทราบ เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ เพื่อจะได้มีการต่อยอดซึ่งกันและกันในวันข้างหน้า ผมก็ถือได้ว่าได้เอื้อเฟื้อ ต่อสังคม

และทดแทนบุญคุญแผ่นดินบ้างแล้วครับ สำหรับเกษตรกรตัวเล็กๆอย่างผม

ก็สุดแล้วแต่ผู้คนในสังคมจะรับได้ และเชื่อถือ ขนาดไหน

สำหรับท่านอื่นๆก็ต้องตอบคำถามตัวเองในประเด็นนี้บ้างครับ

มุมมองของ "เกษตรกรตัวจริง"นี้จะสะท้อนความจริงที่เที่ยงตรง เที่ยงธรรมมากที่สุด

เพราะไม่ได้มีอคติต่อผู้ใด องค์กรใด และไม่มีผู้ใดสนับสนุน ทั้งสิ้นนอกจากแรงกายของตัวตน สติปัญญาเท่าที่มีอยู่และแรงใจจากครอบครัว

สำหรับปัญหาของสังคมนั้น ต้องอาศัยพลังระดับสังคมช่วยกันขับเคลื่อน ซึ่งทุกองคาพยพของสังคมปาล์มน้ำมัน

ก็ได้มีการขับเคลื่อนมาตลอด 30 ปีที่มีปาล์มน้ำมันเกิดขึ้นในประเทศไทย

ทุกวันนี้เกษตรกรปาล์มน้ำมันมีโรงงานสกัดน้ำมันขนาดใหญ่ 45 ตันทะลายต่อชั่วโมง

เพียงโรงเดียวของชุมนุมสหกรณ์ ซึ่งเป็นการผลักดันจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ก็ไม่มีกำลังพอที่จะเข้าไปสร้างสมดุลในระบบปาล์มน้ำมันต่อเกษตรกร ก็ต้องมีการขับเคลื่อนกันต่อไปในทุกๆพื้นที่

ก็ต้องขึ้นกับนโยบายรัฐ การกำกับดูแล ส่งเสริม ตัดตอน ของภาคราชการซึ่งต้องทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งและทำงานเชิงรุกมากกว่าการตั้งรับ รอแก้ปัญหาเฉพาะหน้า



**เสียงเรียกของประชาชนทุกเสียงมีความหมาย เราๆท่านพึงสดับตรับฟังกันไว้ให้ดี**



***ท่านที่ได้มีโอกาสเป็นตัวแทนของประชาชนในด้านต่างๆพึงทำงานเพื่อประชาชนให้ได้สัมฤทธิผลด้วยเถิด***
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 101 25 ม.ค. 2550 (11:10)
แนวทางของคุณเกษตรกรตัวจริงเป็นอีกหนึ่งทางที่น่าชื่นชมยกย่องถือเป็นแบบอย่าง ถ้าหากหลายคนมีแนวความคิดแบบนี้บ้าง เรายังจะพบแต่การเอื้อเฟื้อแบ่งปันกันอย่างอบอุ่น ..นึกถึงเพลงๆนี้ครับ...ถ้าเราแบ่งปันกันวันนี้..แล้วเราก็จะไม่ต้องล่องเรือ...เรฟูจี..ของคาราบาว

คุณเกษตรกรตัวจริงบอกว่าเป็นเพียงเกษตรกรตัวเล็กคนหนึ่ง ..ทำให้ผมต้องมองตัวเอง ขนาดคุณเกษตรกรตัวจริงยังบอกอย่างนี้ แล้วผมเป็นใครกัน...เพราะผมทำไบโอดีเซลใช้เองจากน้ำมันพืชใช้แล้วโดยเก็บน้ำมันเองในพื้นที่ ขนาดกะล่ะ 250 ลิตร ดูแล้วผมเล็กกว่าเสียอีกครับ ..ผมมองไม่เห็นว่า การที่ผมออกมาเรียกร้อง หาความสมดุลย์ของพลังงานทดแทนที่จะเกิดขึ้นนี้ ผมจะได้ประโยชน์ตรงไหน อย่างไร ..แล้วผมทำไปเพื่อหาสวรรค์วิมานอะไรกันแน่

แต่ก็คิดเพียงว่า...ถ้ามีโอกาส..ถ้ามีช่องทางก็จะขอต่อสู้และเรียกร้องดุลยภาพแห่งพลังงานทดแทนให้ถึงที่สุดครับ...
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 372 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 102 25 ม.ค. 2550 (20:36)
วันนี้ ได้มีโอกาสต้อนรับ คณะผู้บริหารสถาบันการเงิน แห่งหนึ่งที่ต้องทำหน้าที่หลักทางด้านการเงินในโครงการไบโอดีเซลและการส่งเสริมการปลูกปาล์มตามเป้าของรัฐ
พร้อมๆกับสื่อมวลชนโทรทัศน์อีกช่องหนึ่ง
จึงได้รวบรวมเพื่อนเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ร่วมต้อนรับและแสดงความคิดเห็น ทางด้านไบโอดีเซลและปาล์มน้ำมัน เพื่อสะท้อนความจริงด้านต่างๆ ให้เพื่อเป็นข้อคิด ด้วยหวังว่าจะได้เป็นสนับสนุนข้อมูลให้ทางคณะผู้เข้าเยี่ยมชม ให้ได้รับข้อมูลจากเกษตรกรโดยตรง เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในการวางแนวทางของรัฐต่อโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องกัน
และ ด้วยหวังว่าเป็นแนวทางการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างองค์กรต่างๆของรัฐ
ร่วมกับภาคประชาชน ได้สรุปประเด็นการนำเสนอไว้ดังนี้

*รัฐบาลควรทบทวนมาตรฐานและการบังคับใช้ไบโอดีเซลให้เหมาะสมกับภูมิสังคมของประเทศ
*การบังคับใช้ไบโอดีเซลทั่วประเทศเพื่อเป็นการสนับสนุนการใช้น้ำมันปาล์มดิบที่เหลือจากการบริโภค เพื่อให้ราคาปาล์มและราคาน้ำมันปาล์มดิบมีเสถียรภาพ
โดยเฉพาะทางด้านเกษตรกรได้รับผลจากสถานะการณ์ราคาปาล์มตกต่ำตลอดทุกปี
เกษตรกรไม่ได้ต้องการราคาที่สูงที่สุด แต่ต้องการราคาที่สม่ำเสมอ และเป็นธรรม
เพื่อที่จะได้มีความสามารถในการดูแลรักษาผลผลิตให้สม่ำเสมอ และขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มเติมตามความต้องการของภาครัฐ
*ควรดูแลการใช้ประโยชน์วัตถุดิบน้ำมัน พืชเพื่อประโยชน์ภายในประเทศเป็นหลักสำคัญอันดับหนึ่ง แทนการขายเป็นน้ำมันดิบออกไปต่างประเทศ
*โครงการไบโอดีเซลชุมชนที่รัฐกำลังส่งเสริม ควรให้องค์ความรู้ที่ดี ให้ประชาชนสามรถพึ่งพาตัวเองได้ ไม่ควรให้โอกาสเอกชนที่เข้าทำโครงการให้เข้าครอบงำการขายสารเคมี
**ควรตรวจสอบ ประเมินความสำเร็จของโครงการที่ส่งเสริมไปแล้ว ก่อนที่จะทำการขยายโครงการต่อไป
*การทำโครงการที่ให้องค์ความรู้อย่างมีขีดจำกัดทำให้โครงการขาดความยั่งยืนและล้มเหลวได้
*ควรมีการทำวิจัยผลโดยตรงทางเศรษฐศาสตร์ที่จะเกิดขึ้นจากการผลิตไบโอดีเซลในระดับต่างๆเพื่อให้ได้ข้อมูลเพื่อการขับเคลื่อนไบโอดีเซลประเทศไทย ได้เกิดขึ้นอย่างถูกทิศทางและแม่นยำต่อเป้าหมาย

ในกรณีที่ท่านทั้งหลายมีความต้องการเสนอข้อคิดใดๆเพื่อให้เกิดประโยชน์ เป็นการบูรณาการร่วมกันทางความคิด การใช้การสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางกระทู้นี้ก็เป็นอีกโอกาสหนึ่งที่"เกษตรกรตัวจริง "ยินดีที่จะรับฟังและนำเสนอตามโอกาสต่างๆที่มี
ส่วนการแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยี่ที่เหมาะสมต่อปาล์มไบโอดีเซลก็ยังยินดีด้วยอย่างมากเช่นเดียวกัน
ขอขอบคุณล่วงหน้าต่อทุกความเห็นครับ
เกษตรกรตัวจริง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 286 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 103 26 ม.ค. 2550 (07:04)
แนวทางข้อเสนอเกี่ยวกับปัญหาของการพัฒนาไบโอดีเซลของคุณเกษตรกรตัวจริง ส่วนใหญ่จะตรงกับแนวทางหลังของพวกเรา ..เครือข่ายผู้ผลิตไบโอดีเซลแห่งประเทศไทย ...เพราะปัญหาและอุปสรรคเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งเราได้พบกันในทางปฏิบัติโดยตรง ผมขออนุญาตสรุปประเด็นใหญ่ๆ ที่พวกเราอยากจะคลื่นไหวนำเสนอผู้มีอำนาจแก้ไขดังนี้ครับ

1.มาตรฐานของไบโอดีเซลตามประกาศใช้ปี 2548 ที่กำหนดคุณลักษณะไว้ 24 ข้อ เป็นการกำหนดโดยการเลือกเอาข้อดีของ มาตรฐานยุโรปส่วนหนึ่ง และมาตรฐานของอเมริกาส่วนหนึ่ง โดยไม่มีข้อมูลอ้างอิงสนับสนุนทางวิชาการว่า มาตรฐานเหล่านี้เหมาะกับการใช้งานสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้ในพื้นที่และภูมิอากาศประกาศไทยหรือไม่อย่างไร อีกทั้งมาตรฐานบางข้อมีข้อกำหนดที่ซ้ำซ้อนทำให้เป็นการเพิ่มภาระการทดสอบคณภาพโดยไม่จำเป็น พวกเราจึงขอเสนอให้ทบทวนใหม่ เพื่อให้เป็นมาตรฐานที่มีคุณภาพและใช้ในประเทศไทยมากที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องไปลอกเลี่ยนแบบอย่างในประเทศยุโรปหรืออเมริกา เพราะประเทศไทยใม่ไช่เมืองขึ้นของประเทศเหล่านั้น

2.ปัจจุบันคุณภาพในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง รัฐบาลไม่สถาบันวิจัยและทดสอบที่มีมาตรฐานและเป็นกลางของตัวเอง จะเชื่อถือและใช้ทดสอบที่ สถาบันวิจัยของปตท. เป็นหลัก แต่สิ่งหนึ่งที่จะลืมไม่ได้ว่า ขณะนี้ สถานะภาพของปตท. เป็นเมืองขึ้นของระบบทุนนิยมไปแล้ว อีกทั้ง สถาบันวิจัยของ ปตท.ตั้งมาไม่มีสถาบันใดที่เชื่อถือได้ในการการวิจัยพลังงานโลกเป็นผู้รับรองผลการรับของปตท. ทั้งนี้เพื่อให้คุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้อยู่ประเทศไทย เชื่อถือได้ และเป็นมาตรฐานเดียวกันตามที่ข้อกำหนดและประกาศใช้ตามมาตรฐานนั้น ให้เกิดผลการยอมรับในระดับความเชื่อถือเดียวกันของผู้ใช้เชื้อเพลิงในอาศัยอยู่ในโลกใบนี้ อีกทั้งจะได้เป็นสถาบันหลักที่จะสนับสนุนและพัฒนาคุณภาพการผลิตไบโอดีเซลของไทยได้อีกทางหนึ่ง พวกเราจึงขอเสนอให้ตั้งสถาบันวัจัยพลังงานแห่งชาติ โดยมีหน่วยงานรับรองมาตรฐานที่เชื่อถือได้และได้รับการยอมรับคุณภาพในมาตรฐานพลังงานเชื้อเพลิงเป็นผู้รับรองคุณภาพ

3.ถ้าหากรัฐบาลมีมาตรฐานที่เหมาะสมกับประเทศไทย และมีสถาบันวิจัยที่เชื่อถือได้และเน้นการพัฒนาการผลิตเพื่อให้คุณภาพจริงๆ ก็สามารถเปิดให้จำหน่ายและใช้ไบโอดีเซลทั่วไปได้ ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพจะต้องได้รับการรับรองจากสถาบันวิจับพลังงานแห่งชาติ

4.ปาล์มเป็นพืชน้ำมันที่มีความสำคัญต้องศักยภาพการผลิตไบโอดีเซล พวกเราจึงขอเสนอว่า รัฐบาลต้องเข้ามาดูแลเพื่อให้การแบ่งผลประโยชน์ระหว่างเกษตรกรชาวสวนปาล์มกับโรงงานให้เป็นธรรมและเกิดดุลยภาพ

หลักๆที่พวกเราเห็นว่า เป็นสิ่งที่สำคัญเร่งด่วนที่ควรหยิบขึ้นมาพูดคุยและแก้ไขครับ
ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 372 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 104 26 ม.ค. 2550 (07:35)

ศุภชัย เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 372 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 165 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 105 26 ม.ค. 2550 (09:34)
จากสมาชิกเครือข่าย ฯ เขตภาคเหนือ ขออภัยที่ไปร่วมงานเปิดโรงงาน 5000 ลิตร ของ คุณ BIOWIN ไม่ได้ แต่จะติดตาม ข่าวคราว การร่วมงาน และ การนัดประชุมอีกครั้งที่คุณ ศุภชัย แจ้งว่าในเดือน กุมภาที่จะถึง ( จะปลูกกระท่อม รอข่าว อยู่หลังเขา ขอย้ำ กำลังปลูกจริงๆนะ)
เห็นด้วยกับแนวทางที่เสนอครับ คิดถึงเสมอ ไม่ได้ติดต่อมา 2 ปี คือ ตั้ง ปลายปี 06 ถึงต้นปี 07 นี่แหละ ให้กำลังใจกันดีกว่า หนทางที่ผ่านมา มีทั้งขม อมหวาน หนทางข้างหน้า แน่นอนว่า มีทั้งหวานทั้งขม ไม่มีสิ่งไหนที่ตั้งทำแล้ว ทุ่มเทแล้ว จะไม่เกิดผล แม้ล้มเหลว ก็ได้ทำได้รู้ผลที่เกิดขึ้น
suphat เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 8 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.