|
การผลิตน้ำมันปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100) จากน้ำมันปาล์มดิบ
โพสต์เมื่อ:
11:38 วันที่ 1 พ.ย. 2549 ชมแล้ว:
182,326
ตอบแล้ว:
521
![]() การผลิตน้ำมันไบโอดีเซล จากน้ำมันปาล์มดิบ มีกรรมวิธี ขั้นตอนหลากหลาย แตกต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้ ก็แตกต่างกัน ขอเชิญทุกท่านร่วมแบ่งปันความรู้เพื่อการสร้างสรร และพัฒนา ปาล์มไบโอดีเซล (CPO B100) จำนวน 502 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| -7- 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| 25| 26| ![]() สบู่ที่ผลิตจาก กลีเซอรีนจากน้ำมันปาล์มดิบ ใช้ประโยชน์ในการชำระล้างทุกระดับ หลายท่านที่มาเยี่ยมชม นำกลับไปใช้อาบน้ำล้างหน้า บอกว่า ดีมาก ล้างแล้วหน้าไม่แห้ง มีความชุ่มชื้นจากกลีเซอรีนล้นเหลือ บางท่านบอกว่า เหมาะต่อการล้างหน้าช่วงใกล้ๆสิ้นเดือนเป็นอย่างยิ่ง ระดับผู้บริหารต้องใช้กันตั้งแต่กลางเดือน เป็นระดับผู้บริหารต้องรับรองแขกบ่อย กระเป๋าและหน้าตาแห้งเร็วกว่าเกษตรกรตัวจริงอยู่แล้ว ช่วงนี้ ตัดหญ้าในสวน อีกหลายจึงจะเสร็จ เสร็จแล้วก็ตัดปาล์มต่อ ถ้าเงียบไป ก็แสดงว่าอยู่ในสวนปาล์มครับ เป็นเกษตรกร ต้องทำหน้าที่เกษตรกรให้ดีที่สุด ต้องลงทุนลงแรงด้วย จะรอปันผลจากเทวดาอย่างเดียวนั้นไม่ได้ ![]() สบู่ที่ผลิตจาก กลีเซอรีนจากน้ำมันปาล์มดิบ ![]() ข้อคิด เรื่อง ผลพลอยได้/เสีย จากการผลิตไบโอดีเซล ![]() ถึงเว็บมาสเตอร์ ช่วงนี้ส่งรูปภาพ ไฟล์ข้อมูลประกอบข้อความ ไม่ได้เลยครับ วันนี้สมัครสมาชิกแล้วหลังจากรีรอมานาน เข้ามาคอยดูรูปสบู่จากกลีเซอรีนของคุณเกษตรกรตัวจริงครับ ชัชวาลย์ จุดวาบไฟของน้ำมันปาล์มไบโอดีเซล ที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มดิบ อยู่ที่ 175 องศาเซลเซียส จุดวาบไฟของน้ำมันไบโอดีเซล ที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มเสตียรีนดิบ อยู่ที่ 165 องศาเซลเซียส จากการทดลอง น้ำมันไบโอดีเซล มีจุดวาบไฟสูง มากกว่า 100 องศาเซลเซียสขึ้นไป มากกว่าเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับน้ำมันดิบตั้งต้น จากการทดลองอีกเช่นกัน พบว่าถ้า มี เมทานอล ปนอยู่ในไบโอดีเซล ประมาณ 1% (ไบโอดีเซล 100 ซีซี เมทานอล 1 ซีซี )จุดวาบไฟ ลดต่ำลงเหลือ ประมาณ 35-40 องศาเซลเซียส ที่บอกเป็นค่าประมาณเพราะเครื่องมือยังไม่ได้ผ่านการรับรองว่าเครื่องมืออยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (ยังไม่มีตังค์ครับ) จุดวาบไฟของน้ำมันดีเซล ของไทย อยู่ที่ 52 องศา จุดวาบไฟของเมธานอล อยู่ที่ 12 องศาเซลเซียส จุดวาบไฟของไบโอดีเซลที่มีเมทานอลปนอยุ่มากจนจุดวาบไฟต่ำลงมาก อาจทำให้เกิดการชิงจุดระเบิด ในเครื่องยนต์ ทำให้ลูกสูบโดนกระแทกย้อนกลับทาง อาจเกิดรุนแรงจนก้านสูบ และข้อเหวี่ยงคดได้ อนึ่ง จุดวาบไฟที่ต่ำมาก อาจเกิดจาก การเติมสารไวไฟ น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดไวไฟ ปนเปื้อนอยู่โดยเจตนาหรือไม่ก็ได้ การใช้ความร้อนสูงกว่าจุดวาบไฟนั้น เพื่อไล่เอาสารไวไฟเหล่านั้นออก ก็ต้องกระทำอย่างระมัดระวังด้วยเช่นกัน ![]() นอกประเด็นนิดหนึ่งครับ อยากถามคุณเกษตรกรตัวจริงว่า ค่า PH ของน้ำมันดีเซล อยู่ที่เท่าไรครัย ผมไม่มีอุปกรณ์ในการวัด หากใครเคยวัดกรุณาบอกด้วยครับ ที่อยากทราบเพราะ อยากรู้ว่าค่า PH ของน้ำมันดีเซล เพื่อเทียบกับไบโอดีเซล เมื่อล้างเสร็จแล้ว ตอนนี้ผมกำลังทดลองใช้ไบโอดีเซลผสมกับน้ำมันพืชเก่าใช้แล้ว อยู่ที่ 50:50 โดยน้ำมันพืชเก่าผมทำความสะอาดการล้างน้ำเหมือนไบโอแล้วไล่น้ำ จึงนำมาผสมกับไบโอดีเซล และเติมใช้งาน เหตุผลที่ทำเพราะอยากจะประหยัด และอยากรู้ว่าหากน้ำมันพืชใหม่ที่มีกลีเซอรีนอยู่ รถยนต์ยังใช้ได้ และหากจะต่างกับน้ำมันพืชเก่าก็คงเรื่อง ความสกปรก ความเค็มจากเครื่องปรุงต่างๆ และความหนืดที่เพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย ผมจึงทดลองทำการความสะอาด โดยกรอง ทำการล้างเหมือนกับไบโอดีเซล ไล่น้ำ แล้วจึงน้ำมาผสมกับไบโอดีเซล ลักษณะน้ำมันเมื่อผสมเสร็จ แน่นอนครับย่อมหนืดกว่าไบโอดีเเซล แต่ก็ยังหนืดน้อยกว่าเดิมพอสมควร หลังจากเติมเต็มถัง และวิ่งอยู่ขณะนี้ ความรู้สึกที่ได้ ก็ปรกติดีครับ กลิ่นแรงขึ้นหมายถึงได้กลิ่นที่เป็นน้ำมันกำลังทอดมากขึ้น แต่ที่แปลกคือ ปกติน้ำมันเติมเต็มถัง ของรถโตโยต้าไมตี้เอ็กส์ สี่ ประตู ปี 95 ของผมจะวิ่งได้ประมาณ 400 กม. แต่ตอนนี้เลยครึ่งถังมาหน่อย วิ่งได้ระยะทางมากกว่า 400 กม. แล้วครับ อยากรู้เหมือนกันว่าจะวิ่งต่อไปได้อีกเท่าไร เพื่อความไม่ประมาทผมเตรียมน้ำมันสำรอง ติดรถไว้ตลอดเพราะมันเลยระยะทางที่มันเคยวิ่งได้ไปแล้ว คิดเอาเองว่าน้ำมันพืชมันหนืด จึงไหลเข้าปั๊มช้า เป็นเหตุให้ฉีดน้ำมันได้น้อย แต่แรงกำลังกับไม่ตกครับ เอาไว้น้ำม้นหมดเมื่อไรจะเอามาเล่าให้ฟ้งครับ มันจะวิ่งได้เท่าไร่ เรียน คุณthongma ที่ผมเคยวัด ค่า pH ของน้ำมันดีเซล ด้วยกระดาษลิตมัส ได้ค่า 4.5 มีความเป็นกรดอ่อน เป็นสาเหตุให้มีความระคายเคืองที่ผิวหนังเมื่อสัมผัสโดน สาเหตุหลักที่ทำให้น้ำมันดีเซลมีความเป็นกรด อ่อนๆ เนื่องจากปริมาณกำมะถันที่มีอยู่ในน้ำมันดีเซล ซึ่งโรงกลั่นพยามกลั่น ฟอก ล้าง ให้มีกำมะถันต่ำสุดๆแล้ว และส่วนอื่นๆที่มีผลต่อความเป็นกรดของน้ำมันก็คือสารปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน (ADDITIVE) ซึ่งในดีเซลมี สารป้องกันการทำปฏิกิริยากับออกซิเจน สารป้องกันสนิม สารทำความสะอาด สารป้องกันการเกิดฟอง การมีกำมะถันอยู่ในน้ำมัน เป็นต้นกำเนิดของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่เป็นสารก่อมะเร็ง ออกมากับควันไอเสียของเครื่องยนต์ดีเซล และถ้ามีกำมะถันส่วนน้อยจำนวนหนึ่งรวมตัวกันเป็นซัลเฟอร์ไตรออกไซด์ (sulfer trioxide) ถ้ารวมกับไอน้ำที่เกิดขึ้นในระหว่างการเผาไหม้ ทำให้เกิดกรดกำมะถัน ซึ่งถ้าไปเกาะตามผิวโลหะของเครื่องยนต์ เกิดการกัดกร่อนตามมาได้ จึงต้องมีการควบคุมปริมาณกำมะถันในน้ำมันดีเซล แต่กำมะถันที่มีก็ช่วยลดการสึกหรอให้เครื่องยนต์ การทำน้ำมันดีเซลหรือน้ำมันอื่นๆที่มีปริมาณกำมะถันต่ำ จึงจำเป็นต้องชดเชยสารหล่อลื่นชนิดอื่นเข่าไปแทน ซึ่งนี่ก็คือสาเหตุหลักที่ทำให้ในต่างประเทศบังคับใช้ไบโอดีเซล ในหลายๆอัตราส่วน เช่น บี10 บี20 กัน ฝรั่งเขาต้องการให้ทำน้ำมันประเภท กำมะถันต่ำยิ่งยวด (Ultra Low Sulfur Diesel) ก็เลยบังคับโรงกลั่นให้ลงทุนเพิ่มหลายเงินทีเดียว แล้วใช้ไบโอดีเซลเป็นสารปรับปรุงคุณภาพในการเป็นสารหล่อลื่น และเป็นสารเชื้อเพลิงด้วยในตัว การปรับปรุงมาตรฐานเครื่องยนต์ให้สูงขึ้น ดีขึ้น ไปตามลำคับ ตั้งแต่ ยูโร1-ยูโร4 -5 นั้น ต้องปรับปรุงคุณภาพเชื้อเพลิงตามไปด้วย จึงสามารถลดมลพิษได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ ประเทศไทยเรา ยูโรไหน มาก็ตามหมด แต่ถ้าน้ำมันยังเดิมๆ มลภาวะก็เดิมๆครับ หลักของเราตอนนี้คงต้องจัดการกับมลภาวะทางการเมือง มลภาวะทางสังคม มลภาวะในหัวใจ ของเราก่อนครับ ไบโอดีเซล เคยวัดได้ 6.5-7 ครับ การวัดด้วย Ph หยาบไปครับ ควรใช้การไตรเตรท ครับ ![]() ความหนืดที่มีน้อยเกินไป ทำให้น้ำมันฉีดออกง่ายเกินไป จนอาจไม่ฟุ้งกระจายเป็นฝอย พุ่งเป็นลำตรงๆลงไปบนหัวลูกสูบ เข้าไปมากเกินไปจนเปลือง และล้างน้ำมันหล่อลื่นที่เคลือบชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วได้ น้ำมันที่มีความหนืดมากเกินไป การฉีดเป็นฝอยทำได้ยาก น้ำมันเป็นฝอยละเอียดน้อยและพุ่งกระจายไม่ทั่วมีผลต่อการเผาไหม้ล่าช้าเช่นเดียวกัน ปั้มหัวฉีดต้องทำงานหนักขึ้น การวัดกำลังเครื่องยนต์ด้วยความรู้สึก อาจมีค่าเบียงเบนเนื่องจากเจตนคติ อารมณ์ ความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง โทสะคติ โลภะคติ โมหะคติ อย่างใดอย่างหนึ่งได้ การขึ้นแท่นทดสอบแรงม้า แรงบิด การวัดค่ามลพิษไอเสีย ก็มีอยู่ทั่วไป หลายๆหน่วยงาน ลองหาโอกาสขึ้นแท่นดูครับ จะได้ข้อมูลที่ทุกคนยอมรับว่าเป็นกลาง และตัวเลขชัดเจนกว่า ชิ้นส่วนหัวฉีด มีความละเอียดสูงมาก มากกว่า 2.5ไมครอน ควรกรองน้ำมันให้ละเอียด เพื่อให้หัวฉีดอายุยืนครับ ![]() บทสัมภาษณ์ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา จาก นสพ.ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 12 ตุลาคม 2548 สกู๊ป หน้า 1 "น้ำมันไบโอดีเซล 30 ปี ในหลวงทรงเริ่ม " ข้อสรุปการใช้น้ำมันปาล์มในเครื่องจักรกลการเกษตร น้ำมันปาล์มดิบ ที่นำไปอุ่นที่ 80 องศาเซลเซียส แล้วนำมาเติมในเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็ก คูโบต้า 8 แรงม้า พบว่า เมื่อเดินเครื่องไป 500 ชั่วโมง แหวนลูกสูบ จะสึกหรอมากจนเครื่องยนต์หมดกำลัง ต้องถอดเปลี่ยน แต่หัวฉีดไม่สึกหรอ หากใช้น้ำมันปาล์มโอเลอีนบริสุทธ์ เมื่อเดินเครื่องไป 2000ชั่วโมง แหวนลูกสูบจะสึกหรอ....ต้องถอดเปลี่ยนเช่นกัน "น้ำมันปาล์มดิบผ่านกระบวนการแยกยางเหนียวและลดกรด ด้วยการอุ่นที่ 120 องศาเซลเซียส นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงเดินเครื่องยนต์ได้ 1,200 ชั่วโมง จึงเกิดการสึกหรอที่แหวนลูกสูบ... หากใช้น้ำมันไบโอดีเซลที่ผลิตจากปาล์มดิบ สามารถเดินเครื่องยนต์ได้ถึง 3,000 ชั่วโมง จึงจะเกิดการสึกหรอที่แหวนลูกสูบ" DIESEL KNOCK เครื่องยนต์ดีเซลรอบจัด แบบ 4 จังหวะ ที่ใช้กันอยู่ทั่วไป อัตราส่วนกำลังอัด ประมาณ 16 ต่อ 1 ความดันการอัด ประมาณ 4254 KPa อุณหภูมิ ทางทฤษฎี สูงถึง 525 องศาเซลเซียส รุ่นปัจจุบัน อาจสูงกว่านี้เนื่องจากมีการอัดอากาศด้วย เทอร์โบ การฉีดน้ำมันของหัวฉีด เริ่มต้นฉีดก่อนลูกสูบเคลื่อนที่ถึงศูนย์ตายบน 30-15 องศา การเผาไหม้ เกิดก่อน ลูกสูบเคลื่อนที่ถึงศูนย์ตายบนเล็กน้อย 2-3 องศา การฉีดเชื้อเพลิงจะสิ้นสุดลง และการลุกไหม้ที่สมบูรณ์เกิดขึ้นที่หลังลูกสูบเคลื่อนที่ผ่านศูนย์ตายบนเล็กน้อย 2-3 องศา จังหวะการระเบิดที่เกิดขึ้นสร้งแรงบิดให้เครื่องยนต์เป็นวงรอบต่อเนื่องกันไป จะเห็นว่าเครื่องยนต์ดีเซล ควบคุมการจุดระเบิด ทำงาน โดยการควบคุมจังหวะการฉีดน้ำมัน ถ้าน้ำมันมีความไวไฟสูงขึ้น มีจุดวาบไฟต่ำลง จะมีผลให้เกิดการจุดระเบิดและการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ สร้างแรงดันสูงสุดก่อนที่ลูกสูบวิ่งถึงศูนย์ตายบนได้ คลื่นการกระแทกที่เกิดก่อนเวลาที่ถูกต้องที่เกิดขึ้นนี้ สร้างแรงดันย้อนกลับไปเกิดแรงกระแทกที่หัวลูกสูบและชิ้นส่วนอื่นๆต่อไป มีเสียงเหมือนมีการเคาะเหล็กอยู่ในเครื่องยนต์ เรียกว่า ดีเซลน็อค บ่อเลี้ยงกุ้งแถบนี้ พยามใช้แก๊สหุงต้ม LPG เพื่อให้การใช้ดีเซลลดลง ตอนที่ดีเซลแพงมากๆ บางรายปล่อยแก๊สเข้าไปมากเกินไป จนเครื่องน็อคอย่างรุนแรง ลูกสูบแตก ก้านสูบและข้อเหวี่ยงคดต้องซ่อมใหญ่ หรือทิ้งเครื่องกันมาแล้ว การใช้ดีเซล โดยมีเบนซินปน อาจจะเด็กปั๊มเติมผิดก็ได้ หรือการใช้ถังขนส่งร่วมกันโดยมีน้ำมันต่างชนิดปนกันอยู่ ก็ได้ หรือการใช้ไบโอดีเซล โดยมีอัลกอฮอล์หลงเหลือ ปนอยู่มาก ทำให้อาการ ดีเซลน็อค เกิดขึ้นได้เช่นกัน (มาตรฐานกำหนดให้มี เมทานอลไม่สูงกว่า 0.20% โดยน้ำหนัก) ![]() อยากทราบความเร็วของเครื่องเหวี่ยง(centrifuge) ในขั้นตอนการแยกของ biodiesel และ Glycerine คะ และยอกทราบว่าจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องนี้หรือไม่และหาซื้อได้ที่ๆไหน kanlaya@ultracore.co.th (IP:124.120.199.79) ![]() ภาพตัวอย่างการใช้เครื่องเหวี่ยงแยกในการแยก น้ำมันและกลีเซอรัน น้ำมันและน้ำในขั้นตอนการล้าง เป็นเครื่องขนาดเล็ก ทำงานแบบต่อเนื่อง ใช้ความเร็วรอบสูง มาจากทางยุโรป เคยติดต่อสั่งซือ เครื่องขนาดเล็ก 1.5 ลิตร ต่อนาที (90ลิตรต่อชั่วโมง) ราคาเกือบ 9000 USD เครื่องตัวใหญ่ระดับอุตสาหกรรม ความสามารถ ตั้งแต่ 10 ตัน -50 ตัน ต่อ ชม. ก็มี ราคาหลายแสน จนถึงหลายล้านบาท มี ตั้งแต่ มาจากจีนแดง ญี่ปุ่น เยอรมัน และ สวิสเซอร์แลนด์ ในประเทศไทยมีการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น การแยกน้ำยางออกจากน้ำเพื่อทำน้ำยางข้น การแยกตะกอนสิ่งสกปรกออกจากน้ำมันปาล์ม การแปรรูปอาหารบางชนิด การแยกไบโอดีเซล แบ่งเป็นประเภทตามลักษณะของวัตถุที่จะแยก ในที่นี้ ที่คุณต้องการ คือการแยกของเหลวออกจากของเหลว ที่มีความหนาแน่นแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ น้ำมันไบโอดีเซล 0.875 กรัม ต่อลิตร และกลีเซอรีน ซึ่งจะมีแอลกอฮอล์และสบู่ปนอยู่ความหนาแน่นขึ้นอยู่กับปริมาณของสิ่งเจือปน น่าจะอยุ่ระหว่าง 1.100-1.250 (ตามที่เคยทดสอบมา) ซึ่งความหนาแน่นที่ต่างกันมากขนาดนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้แรง G มากนัก ก็สามารถแยกได้ แรงG ขึ้นอยู่กับรูปแบบและความเร็วรอบของเครื่อง โดยทั่วไปมี 2 แบบ คือแบบทรงกระบอก และแบบจาน เครื่องแบบทรงกระบอก ชุดหมุนเหวี่ยง(ROTOR)มีขนาดเล็ก ต้องมีรอบสูงมาก 6000-10000 รอบต่อนาที เครื่องแบบจานมีขนาดใหญ่ความเร็วรอบก็ต่ำลงได้แต่ก็มีแรงG สูงมาก เครื่องเหวี่ยงแยกเหล่านี้ มีแรงG สูง ระดับ หลักร้อยG ไปจนถึง หลักพันG เครื่องรุ่นใหม่ ๆมีการใช้อุปกรณ์ปรับความเร็วรอบ (INVERTOR) ในการเริ่มเดินเครื่องและเลือกย่านความเร็วที่จะใช้งาน เครื่องที่ความเร็วสูงมาก วัสดุต้องมีความแข็งแรงสูงมากเพื่อรับแรงที่เกิดขึ้นและต้องมีการถ่วงน้ำหนักเพื่อสร้างความสมดุลเหมือนการถ่วงล้อรถยนต์ เพื่อไม่ให้เครื่องสั่นเวลาทำงาน จากการทดลอง การแยกชั้นของกลีเซอรีนและไบโอดีเซล ในแนวดิ่ง กลีเซอรีนใช้เวลาในการตกลงด้านล่าง 1 ซม. ต่อ10 นาที และแตกต่างกันไปบ้างตามอุณหภูมิ ถ้าใช้ถังทรงกระบอก ที่มีความสูงมากขึ้นก็ต้องใช้เวลามากขึ้น เป็นสัดส่วนตามกัน การตกของกลีเซอรีนในท่อแนวตั้ง กับท่อที่วางเอียงประมาณ 60 องศา พบว่าท่อที่วางเอียงตกตะกอนได้เร็วกว่า 4-5 เท่า เพราะระยะทางในการเดินทางของกลีเซอรีนลงไปที่ผนังของท่อสั้นลงกว่าเดิม ในถังตกจมขนาดใหญ่ สามารถทำแผ่นลูกฟูกวางเอียงไว้เพื่อช่วยเร่งเวลาในการตกจมของกลีเซอรีนได้ การแยกกลีเซอรีนแบบต่อเนื่องในสภาพแรงโน้มถ่วงของโลก 1G ก็สามารถทำได้ ถ้ากำหนดให้ความเร็วในการไหลของของผสมนั้น(ไบโอดีเซล+กลีเซอรีน)มีความเร็วในการไหลขึ้นบน ช้ากว่าความเร็วในการตกจมของกลีเซอรีน ส่วนตัวผมแล้วคิดว่าการแยก มีเทคนิคกรรมวิธีและขนาดหลากหลาย น่าจะเลือกใช้ตามเหตุผลและปัจจัย ของแต่ละกรณีที่แตกต่างกัน การลงทุนสูงกับเครื่องมือเทคโนโลยี่สูง ต้องการการดูแลสูงเช่นกัน ประหยัดสุด ประโยชน์สูง ใช้งานสะดวก ดูแลง่าย เป็นแนวทางหลักของเกษตรกรตัวจริง ใช้อยู่ เครื่องมือ เครื่องจักร ทีดีที่สุด ไม่ใช่เครื่องที่ถูกที่สุด และไม่ใช่เครื่องที่แพงที่สุดเช่นเดียวกัน ฐานความดีที่สุดของแต่ละคนไม่เท่ากันครับ การใช้ฐานของความเหมาะสมตามภูมิเศรษฐศาสตร์ น่าจะเป็นการดีครับ ตามร้านขายอุปกรณ์เคมี หรือเครื่องจักรอุตสาหกรรมเฉพาะทาง ติดต่อขอรายละเอียดและสั่งซื้อได้ครับ ![]() ที่น่าประหลาดใจมากก็คือ ยุโรป ผลิตเครื่องเหวี่ยงแยกน้ำยางมาขายเมืองไทยเยอะมาก แต่ที่บ้านเขาไม่มีต้นยางสักต้น ด้วยเหตุนี้ก็เลยศึกษาและจะลองดูสักตั้ง อยากรู้เหมือนกันว่าคนไทยจะยอมรับกันเองขนาดไหน มีความเป็นไปได้แค่ไหน ที่จะมีใครสามารถ เอาเครื่องซักผ้า มาทำเครื่องผลิตไบโอดีเซล เช่นด้านถังซัก ก็เอามาเป็นถังผสม ทำปฏิกริยา หรือด้านถังปั่นแห้ง ประยุกต์เป็นถังเครื่องเหวี่ยงแยกแบบทรงกระบอก เพราะราคาเครื่องซักผ้าเดี๋ยวนี้มันถูกเหลือเกิน 2-3 พันบาท ThongMa (IP:124.120.26.166) มีความเป็นไปได้แล้วครับ มีผู้ผลิตรายหนึ่งอยู่เขตปริมณฑล ใช้เครื่องซักผ้าเป็นเครื่องผสมทำปฏิกิริยาไบโอดีเซล ส่งให้กับรถเมล์โดยสาร เท่าที่ทราบว่ามีปัญหาอยู่บ้างเกี่ยวกับซีลยาง วาล์วน้ำ ที่รั่วบ่อย ประเด็นอื่นไม่ทราบครับ เรื่องถังเหวี่ยงปั่นแห้งในเครื่องซักผ้าเป็น เครื่องเหวี่ยงแยกแบบตะกร้าในแนวดิ่ง ใช้เหวี่ยงแยกของเหลวออกจากของแข็ง (แยกน้ำออกจากเสื้อผ้า) เครื่องแบบนี้มีแกนเหวี่ยงติดตั้งตายตัวอยู่ด้านล่าง ถังเหวี่ยงมีความสูง เสียศูนย์ สั่นได้ง่าย รอบหมุนและแรงG ที่เครื่องทำได้ ผมไม่มีข้อมูลครับ ประกายไฟจากระบบลานนาฬิกาตั้งเวลาของเครื่องซักผ้า เป็นตัวจุดระเบิด Methanol ในการผลิตด้วยเครื่องซักผ้าได้อย่างดีคะ และเครื่องซักผ้าไม่สามารถปิดฝาให้สนิทได้อากาศและความชื้นเข้าได้ก็ทำให้มีสบู่เพิ่มอีกคะ wararat (IP:222.123.2.186) |