|
เครื่องร่อน สไตล์ SNV
โพสต์เมื่อ:
22:03 วันที่ 2 พ.ย. 2549 ชมแล้ว:
87,326
ตอบแล้ว:
158
ผมลองทำเครื่องร่อนไว้หลายรูปแบบ ในตอนแรกๆ ผมก็ทำแบบลองผิดลองถูกไปก่อน ซึ่งในขณะนี้ก็ยังต่องอาศัยการลองอยู่ เพราะเราหาตำราที่เกี่ยวกับเครื่องร่อนจริงๆ ยาก และข้อมูลที่ได้ก็ต้องนำมาจากวารสารหลายเล่ม ที่สำคัญคือ การได้ทดลอง ได้ทำ ได้ลองเล่น และก็พยายามใช้เหตุผลในการวิเคราะห์และแก้ปัญหา ก็เลยเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และน่าสนุก ผมจะค่อยๆ ทะยอยนำมาเล่าให้เพื่อนๆ ที่สนใจเครื่องร่อนได้อ่านได้ชมกัน และก็อยากให้นำไปทดลองและเผยแพร่ให้กับรักเรียนๆ จะได้มีโอกาสลองเล่นบ้าง เผื่อวันข้างหน้า เขาอาจเป็นนักบินโดยได้รับแรงบันดาลใจจากการเล่นเครื่องร่อน เมื่อครั้งเป็นเด็กก็ได้
เครื่องร่อนที่ผมลองทำทั้งหมดที่ผ่านมา ผมใช้มือพุ่ง และยิงด้วยยาง ดังนั้นเครื่องร่อนในตอนนี้จะเป็นเครื่องร่อนขนาดเล็ก หรือขนาดที่โตขึ้นอีกนิก เมื่อกางปีก ก็น่าจะไม่เกิน 12 ถึง 14 นิ้ว ถ้าเล็กลงไป ก็ประมาณ 6 ถึง 8 นิ้ว การทำเครื่องร่อนขนาดไม่เกินกว่านี้จะใช้งบไม่มาก เหมาะสำหรับการเริ่มต้น แต่ถ้าใครจะทำขนาดใหญ่กว่านี้ก็ไม่ว่ากัน และคิดว่าในอนาคตก็คงจะทำให้มีขนาดใหญ่ขึ้นแน่นอน วันนี้ผมลองยิงเครื่องร่อนด้วยยาง แต่ลมแรงมาก เมื่อยิงด้วยความแรงสูง ปรากฏว่าไม่ดี ต้องผ่อนแรงมาหน่อย สดงว่าถ้าลมแรง ควรยิงค่อย ถ้าลมอ่อน ก็ยิงแรงได้ จากการทดลองพบว่าจุดศูนย์ถ่งของเครื่องร่อนพุ่งด้วยมือ กับเครื่องร่อนยิงด้วยยางอยู่คนละที่ และพบว่าถ้ายิงด้วยยาง ศูนย์ถ่วงจะขยัยมาทางด้านหลัง เราสามารถทำเครื่องร่อนพุ่งด้วยมือ และยิงด้วยยาง ในเตรื่องเดียวกันได้ เพียงแต่ขยับจุกศูนย์ถ่วงให้เหมาะสม จาก คห.7นะครับ ในความคิดของผมนะครับ การยิงด้วยยางนั้นอาจจะทำให้ ส่วนประกอบบางส่วนของเครื่องร่อนยกตัวอย่างเช่น ปีก ตะปูถ่วงหัว ฯลฯ เลื่อนถอยหลังไปบ้างเล็กน้อย สาเหตุอาจจะเป็นเพราะความบอบบางของวัสดุที่ใช้ในการทำตัวเครื่องร่อนเอง หรือไม่ก็จากการผิดพลาดเล็กน้อยจากการประกอบเครื่องร่อนครับ เอ่อ ผมไม่ได้บอกว่าคุณ snv ทำเครื่องร่อนได้ไม่ดีนะครับ คือบทความของคุณน่าสนใจสำหรับผมมากครับ ![]() ผมก็เพียงเขามาชมแล้วก็ร่วมแสดงความคิดเห็นเท่านั้นเองครับ เพื่อจะได้พัฒนาเครื่องร่อนต่อไปครับ ใจจริง ถ้ามีเวลาว่าง ผมก็อยากจะทำเล่นมั่งครับ แต่ติดเรียน กำลังสนใจอยากจะเอาไปทำเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์ หรือไม่ก็โครงงานประดิษฐ์ครับ ขอคุณครับคุณ Nimitzup ที่ให้ความเห็นและข้อแนะนำที่ดี จริงๆ ก็เป็นไปอย่างที่คุณ Nimitzup ให้ความเห็นทุกอย่างครับ แต่เนื่องจาก ผมเน้นที่ความประหยัด และเป็นการเริ่มต้น ผมเคยยิงยางแรงๆ แล้วปรากฏว่าปีกขาดบริเวญข้างๆ ลำตัวด้านซ้าย เป็นอาการขาดแบบเฉียบพลัน แต่ก็ได้แง่คิดครับ ขณะเดียวกันก็หาทางเสริมความแข็งแรงตอนนี้ดีขึ้นแล้วครับ ส่วนตะปูที่เสียบหัวก็แก้ไขโดยการเสียบให้ขัดร่อง พีพีบอร์ด ทำให้เกิดความฝืดและขยับไปมายากขึ้นครับ ส่วนการผิดพลาดเล็กน้อย นั้นเกิดขึ้นจริงๆ ครับ เพราะว่าเวลาประกอบมักจะละเลยเรื่องความละเอียด ความสมมาตร บางทีระยะของปีกซ้ายกับปีกขวาไม่เท่ากับ เพราะใช้สายตาเล็ง ก็ทำให้เครื่องร่อน ร่อนแบบผาดโผนโดยไม่ตั้งใจ ตอนแรกๆ คิดว่าฝีมือ แต่ที่ไหนได้ ทำได้ไม่เนี๊ยบนี่เอง ผมถือว่าผิดเป็นครูครับ เพียงแต่ขอให้สังเกตแล้ววิเคราะห์ หาสาเหตุ แล้วก็หาทางแก้ไขต่อไปครับ อีกอย่าง การเริ่มต้นสำคัญมาก ถ้าไม่เริ่มวันนี้แล้วเมื่อไหร่จะเห็นผลละครับ แม้ว่าการเริ่มต้นจะขลุกขลักไปบ้างก็ยังพอรับได้ใช่ใหมครับ และขอขอบคุณอีกครั้งที่ให้ความสนใจครับ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาผมทดลองบังคับเครื่องร่อนให้ไม่ร่อน คือยิงแล้วให้มุ่งหน้าตรงไป ก็พบว่ามีทางทำได้ครับ คือพยายามจัดศูนย์ถ่วงให้เหมาะสมแล้วก็ทดลองยิง ก็ได้ผลตามที่ต้องการครับ ผมคิดว่าสักวันผมจะนำความรู้เรื่องเครื่องร่อนไปต่อยอดจรวดขวดน้ำ เพื่อทำ จรวดร่อนให้ได้ครับ วันนี้ผมลองทำเครื่องร่อนหลายรูปแบบ ก็มีได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง ที่ได้ผลดี คือ เครื่องร่อนในรูปแบบยานโคลัมเบีย พบว่ายิงได้ไกลเที่ยงตรงพอสมควร การแหวกอากาศดี โอกาสหน้าจะนำภาพมาให้ชมกันครับ
ครับ ของเล่นเชิงสร้างสรรค์ หนังสือดี ๆ สร้างแรงบันดาลใจได้ ผมพบว่าถ้าใช้ยางยิง จุดศูนย์ถ่วงจะอยู่หลังกว่าใช้มือพุ่ง แต่เครื่องร่อนที่ผมทำ ขยับจุดศูนย์ถ่วงได้ ก็คงต้องทดลองกันมากหน่อย ที่แท้คุณ snv ก็แอบมาทำเครื่องร่อนในกระทู้นี้ (นึกว่าหายไปไหน) ตามความเห็นส่วนตัว เครื่องร่อนกับจรวดขวดน้ำ การพัฒนาในเบื้องต้นคงต้องแตกต่างกันไป เคยทำจรวดขวดน้ำเลียนแบบรูปทรงของลำตัวเครื่องบินโดยสาร พบว่า ทำระยะได้ดีขึ้น หรือว่าจรวดร่อนด้วยลำตัวของมันเอง ??? สิ่งที่ควรจะพัฒนาจรวดขวดน้ำในเบื้องต้นก็คือการลดแรงต้านอากาศ (ลดเสียงแวกอากาศ วี้ดดดดดดดด) การเพิ่มสัดส่วนของปริมาตรต่อน้ำหนัก เพิ่มความเร็วต้น การปลดบูสเตอร์ที่ระยะไกลขึ้น ฯลฯ จะเป็นสิ่งแรก ๆ ที่ทำให้ระยะดีขึ้นมาก (คุณเจี๊ยบตั้งไว้ที่ 330 m.ที่ 50 psi) เคยติดปีกให้กับจรวดขวดน้ำแล้วยังไม่เคยพบความสำเร็จสักที แต่เห็นรูปทรงของ SR71 ที่คุณ Nimitzup ลงรูปให้ดูในความเห็นที่ 12 แล้วคงต้องลองบ้าง ติดปัญหาตรงที่มีงานด่วน ต้องเร่งทำให้เสร็จก่อนสิ้นปี้ คงต้องรบกวนคุณ snv ทดลองไปพลาง ๆ ก่อน หลังปีใหม่คงมีโอกาสได้มาเยี่ยมเยียนแลกเปลี่ยนความคิดกัน ครับ จะว่าไปแล้ว ชาวจรวดน้ำเริ่มต้นจากจรวดน้ำ แต่ถ้าไปเริ่มที่เครื่องร่อนก่อนผมคิดว่าน่าจะดี เพราะเครื่องร่อนมีปีก 2 ปีกคือปีกหน้าและปีกหลัง จรวดน้ำมีแต่ปีกหลัง เวลาใส่ปีกหน้าให้จรวดก็อาจทำให้จรวดเหินฟ้าได้ แต่ถ้าได้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องร่อนเป็นพื้นฐาน ผมเชื่อว่าจรวดน้ำต้องไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้ การเรียนรู้เรื่องเครื่องร่อนลงทุน ลงแรงน้อยกว่า ไม่ต้องไปเก็บไกล ขณะที่เครื่องร่อนอยู่ในอากาศก็มองเห็นและปรับเปลี่ยนได้ทันทีทันใด ทำให้สะดวกในการศึกษาวิจัย ถ้าจะบอกว่าเราข้ามขั้นก็ไม่กล้าฟันธง แต่ขอพูดอย่างจริงจังว่า ถ้าเป็นไปได้ควรเรียนรู้เครื่องร่อนก่อน แล้วนำผลสรุปมาต่อยอด จรวด เครื่องบินเล็ก หรือเครื่องบินใหญ่ (เครื่องร่อนที่ผมพูดถึงไม่ต้องใหญ่โต มูลค่าไม่เกิน 10 บาท) ผมว่าเด็กๆ ก็ชอบด้วยครับ
|
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |