ดุจดาวที่พราวฟ้า | เว็บบอร์ด วิชาการ.คอม

ดุจดาวที่พราวฟ้า

โพสต์เมื่อ: 15:15 วันที่ 3 พ.ย. 2549         ชมแล้ว: 1,433 ตอบแล้ว: 1
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
สวัสดีครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของผม หลังจากที่เลิกล้มความตั้งใจไปหลายครั้งหลายครา ก็มาสู่ความตั้งใจอันแน่วแน่เสียที แต่คงมาอัพกระทู้บ่อยๆไม่ได้นะครับ เพราะเวลาว่างมีน้อยเหลือเกิน เอาล่ะ วันนี้ขอลงตอนที่ 1 นะครับ


OBORO
ร่วมแบ่งปัน271 ครั้ง - ดาว 152 ดวง





จำนวน 1 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 3 พ.ย. 2549 (15:21)
ตอนที่ 1







เสียงบีบแตรเป็นจังหวะรัวๆ ดังแว่วมาจากหน้าบ้าน ทำให้มือเรียวบางที่กำลังขะมักเขม้นกับงานข้างหน้าตัวชะงักเล็กน้อย



เนิ่นนาน.. จนรู้สึกรำคาญ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจากงานทำอยู่ตรงหน้า พลางแปลกใจว่าเหตุใดคนในบ้านจึงไม่ไปเปิดประตูรับเสียที



เสียงบีบแตรยังคงดังถี่ขึ้นอีก คราวนี้รัวเร็วขึ้นตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของคนกด เพลงดาวตัดใจละมือจากงานที่ทำ แล้วเดินออกไปหน้าบ้านอย่างใจเย็น เพราะรู้ว่าจะอย่างไรเสียก็คงเป็นเขาผู้นั้นอย่างแน่นอน






"ให้ตายสิวะ! บีบแตรตั้งชาตินึงแล้ว พึ่งจะมาเปิด"ชายหนุ่มงึมงัมอย่างหัวเสียเมื่อเห็นคนเดินช้าๆออกมาจากตัวบ้าน

" นี่เร็วหน่อยได้ไหม ฉันรอเป็นชาติแล้วนะ.."

"อ้าว!... แล้วตาชมกับเด็กในบ้านหายหัวไปไหนเนี่ย ทำไมปล่อยให้คุณมาเปิดเอง หรือว่าอู้งานกัน อย่างนี้ต้องหักเงินเดือนกันบ้างแล้วมั้ง.."ชายหนุ่มผิวขาว สูงโปร่ง ลดโทสะลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหล่อนเป็นคนมาเปิด

หญิงสาวมองหน้าเขาอย่างเฉยชา แล้วก้มลงมองนาฬิกาเรือนจิ๋วที่ได้มาจากสวิตเซอร์แลนด์เมื่อปีกลายบนข้อมือ พบว่าเป็นเวลา เกือบเที่ยงแล้ว จึงเงยหน้าขึ้น



"คุณมาตอนคนเขาทานข้าวกัน ป่านนี้อยู่ในครัวกันกระมัง คงดูทีวีกันอยู่ "หญิงสาวเอ่ยเรียบๆ พลางมองเขาเหมือนจะให้รู้ว่า 'โทษตัวเองจะดีกว่า ที่กลับมาตอนที่คนอื่นเขาทำธุระกันอยู่'

ปรเมศร์เงียบไปนิดหนึ่ง เหมือนคิดอะไรบางอย่าง แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงออกจะเกรงๆ



"แล้วเมื่อไหร่คุณจะเปิดประตูให้ผมสักที เมื่อยจะแย่ เฮ้อ..ทำไมร้อนอย่างนี้วะ" ประโยคท้ายพูดกับตัวเอง ขยับคอเสื้อที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ



เพลงดาว กดปุ่มเปิดประตูระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ป้อมยาม ประตูบานใหญ่ค่อยๆเลื่อนเปิดออก หล่อนเดินเนิบๆกลับเข้าบ้านโดยไม่หันกลับไปมองคนในรถแม้แต่นิดเดียว



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



จะก้าวเข้าบ้าน เด็กรับใช้คนหนึ่งเดินผ่านมาพลางยอบตัวให้



"หนูเห็นคุณผู้หญิงเดินไปหน้าบ้าน มีอะไรรึเปล่าคะ ถ้ามีอะไรน่าจะเรียกใช้หนู"จันพูดเสียงอ่อนๆเนื่องด้วยกลัวจะถูกตำหนิ



"ฉันไปเปิดประตูบ้านให้คุณผู้ชายเขา เห็นบีบแตรอยู่นาน ไม่มีใครไปเปิดสักที ฉันรำคาญเลยเดินไปเปิดให้เอง ไม่มีอะไรหรอก ไปทำงานเถอะ"เพลงดาวโบกไม้โบกมือไล่



ปรเมศร์เดินตามเข้ามาหลังจากเอารถไปจอด ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นดุๆเมื่อเห็นหน้าเด็กรับใช้ ซึ่งเพลงดาวรู้ทันทีว่าเสแสร้ง



"มัวทำอะไรกันอยู่ ถึงให้คุณผู้หญิงเดินไปเปิดประตูให้ฉันเองน่ะ"



เด็กจันก้มหน้า



"เอ่อ...ตาชมดูทีวีอยู่กับเมียแกน่ะค่ะ คงเปิดดังไปหน่อยเลย.."



"อ๋อ..ดีจริง ดูทีวีกันเพลิน คุณผู้หญิงเลยต้องไปเปิดเองงั้นสิ"



เพลงดาวมองหน้าเด็ก สงสารเพราะเป็นเด็กที่พึ่งรับเข้ามาใหม่ อีกทั้งยังเป็นญาติของคนเก่าแก่ในตระกูล ประกอบทั้งรู้ว่าเขาทำเป็นโมโหโทโสไปอย่างนั้นเองเพื่อจะกลบเกลื่อน'สิ่งเลวๆ' ที่ไปกระทำมานอกบ้าน จึงพูดตัดบท



"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นานๆแกจะไม่ได้ยินที ใช่ว่าเป็นบ่อยเสียที่ไหนกัน อย่าไปถือสาหาความแกเลย " พลางพยักหน้าเป็นสัญญานว่าไปได้แล้ว



เขาทำหน้าไม่สบอารมณ์นัก หากแต่ยอมที่จะไม่พูดต่อ



"เอาอะไรเย็นๆมาให้ฉันที่ห้องรับแขกสักแก้วนะ ไวๆล่ะ"



เด็กสาวยอบตัวพลางรีบเดินออกไป



ก้าวเข้ามาในบ้าน เสียงโทรศัพท์ดังกังวาน

หล่อนเดินเข้าไปรับ เพียงปลายหูสัมผัสโทรศัพท์ก็ได้ยินเสียงหวานๆใส่จริตเต็มที่ ฉอเลาะออดอ้อนมาตามสาย คงเข้าใจว่าสามีหล่อนเป็นคนรับสายกระมัง



"คุณเมศเหรอคะ นี่ นาเองนะคะ กลับถึงบ้านรึยัง ......อย่าลืมนัดพรุ่งนี้นะคะ....."



กลั้นใจฟังได้เพียงเท่านี้ก็สุดจะทน หล่อนหันไปมองเขาที่นั่งอ่านนิตยสารบันเทิงอยู่โซฟารับแขกอย่างสบายอารมณ์ โดยไม่ได้สนใจหล่อนหรือโทรศัพท์แต่อย่างใด



"ของคุณ"



"หือ?"



"โทรศัพท์ของคุณ"เสียงดังขึ้นเล็กน้อย



"ใครมันโทรวันหยุดอย่างนี้ เซ็งจริงๆ"เขาว่า หากตรงข้ามกับคำพูด ชายหนุ่มรีบลุกจากโซฟา มารับโทรศัพท์ไปจากหล่อน โดยมิได้สังเกตเห็นรอบยิ้มเหยียดๆอย่างคนรู้เท่าทันบนใบหน้าของภรรยาแม้แต่น้อย



เมื่อปลายหูแนบโทรศัพท์ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีหันมามองหล่อนแทบจะทันที สีหน้ากระอักกระอ่วนนิดๆ หากไม่พูดอะไรออกมาที่จะเน้นย้ำความผิดของเขาให้เพิ่มขึ้น



กว่า 10 นาที บทสนทนาระหว่างเขากับหล่อนผู้นั้นยังคงดำเนินต่อยืดยาวไปเรื่อยๆ จนกระมั่ง หญิงสาวทนความรู้สึกแปลบๆ ที่มันบาดแทงใจ จนเจ็บขึ้นทีละนิด แทบไม่ไหว จึงตัดสินใจลุกขึ้น ตั้งใจว่าจะไปไหนก็ได้ ให้มันพ้นจากเสียงหัวร่อต่อกระซิกของ เขากับสตรีผู้นั้น



ก้าวได้ไม่ทันถึง 2 ก้าว คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆก็รีบวางโทรศัพท์ คว้าแขนเรียวบางไว้ด้วยกิริยาที่เกือบจะเป็นการกระชาก



"ทำไม คุณ..แค่นี้ถึงจะทนฟังไม่ไหวเชียว "เอ่ยเยาะๆ



หล่อนจ้องหน้าเขากลับ นิ่วหน้านิดนึงด้วยเจ็บจากแรงบีบที่แขนหากตอกกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา



"ใช่.. ฉันทนฟังความอัปยศของใครบางคนไม่ไหว ไม่ด้านพอที่จะฟังอะไรที่มันเลวๆของผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนึงกับผู้หญิงไร้ยางอายอีกคน อ้อ!.ต้องพูดว่าอีกหลายคนสิใช่ไหม ถึงจะถูก"เพลงดาวแค่นหัวเราะ



"ไม่หรอกมั้ง ผมว่าคุณหึงผมมากกว่า แกล้งทำเป็นไม่สนใจ แต่พอเจอเข้าจริงๆ กลับทนไม่ได้ อย่างว่าละนะผู้หญิงที่แต่งงานแล้วสามีไปมีคนอื่น มันคือสิ่งที่ผู้หญิงควรจะรู้สึกอายไม่ใช่หรือ ว่าตัวเองใช้ไม่ได้ จนผู้ชายต้องไปหาความสุขนอกบ้าน!"

เขาเน้นคำว่า 'ใช้ไม่ได้' ด้วยสีหน้าที่สะใจ





เพลงดาวแทบกรี๊ด กับถ้อยคำหยาบคายร้ายกาจที่เขาสรรหามาเชือดเฉือนน้ำใจหล่อน ทำนบกั้นความโกรธที่เพียรก่อไว้อย่างอดทน ตั้งแต่แต่งงานใหม่ๆทำท่าจะทลายลงดั่งเขื่อนที่กำลังจะแตก หากไม่เพราะป้านิ่มหญิงชราวัย60 เศษ เดินเข้ามา ก่อนจะพูดด้วยเสียงค่อยๆอย่างเกรงใจ



"คุณหนูคะ ต้นไม้ที่สั่งไว้ มีรถมาส่งแล้วค่ะ จะให้ลงที่ไหนคะ?" จะด้วยเหตุบังเอิญหรือต้องการมาขัดจังหวะมิให้ร้าวฉานกันไปมากกว่านี้ก็ไม่อาจรู้ได้ หากหล่อนก็ขอบใจหญิงชรา ที่มาทันท่วงทีก่อนที่อะไรๆมันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้

...ที่สำคัญ.. หญิงสาวไม่อยากให้บุพการีทั้งสองเสียใจและผิดหวัง หากเกิดการทะเลาะกันถึงขั้นเลวร้ายไปกว่านี้



"เดี๋ยวฉันออกไปดูเองจ้ะ ป้า บอกเขารอเดี๋ยวนะ"

คนเก่าแก่ของครอบครัวเดินออกไป ทิ้งให้สองสามีภรรยาเผชิญหน้ากันตามลำพัง



"พูดจบแล้วใช่ไหม ฉันจะได้ไปเสียทำงานเสียที"



ปรเมศร์ยิ้มด้วยมุมปาก ..



ความเจ็บปวดที่คุกกรุ่นสืบเนื่องตั้งแต่อดีต จวบจนบัดนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเสื่อมสลายไป เขาต้องการเอาชนะ ทำอย่างไรก็ได้ที่ตัวเองจะไม่รู้สึกว่าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แพ้เพราะหลงรักร่างบางๆตรงหน้าอย่างสุดหัวใจ ด้วยอยากให้อีกฝ่ายเจ็บปวดเท่ากับที่เขากำลังได้รับ

เอ่ยปากจะเสียดสีหล่อนต่อ หากต้องชะงัก เมื่อเห็นสีหน้าที่แฝงความเศร้าของภรรยา จะด้วยความห่วงหาอาดูร หรือความรักที่จริงๆมันยังคงกรุ่นอยู่ในหัวใจก็มิอาจรู้ เขาเกือบจะเอื้อมมือสัมผัสไหล่ของหล่อน ปลอบประโลม แล้วบอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายจิตใจของเธอเลย หากก็แค่ความคิด มือที่กำลังจะเอื้อมไปจึงตกลู่ลงแนบตัวเช่นเดิม ด้วยทิษฐิมานะบุรุษเพศที่คิดว่าตัวเองจะต้องยิ่งใหญ่กว่าเพศหญิงไปทุกครา..



เขาเอ่ยตามหลังไปให้ร่างบางตรงหน้าพอได้ยิน เน้นเสียง



"อย่าลืมนะ อะไรที่คุณทำได้ผมก็ทำได้เหมือนกัน เพลงดาว!"



ประโยคที่เขาพร่ำพูดพร่ำย้ำเตือนหล่อน โดยที่หล่อยไม่เคยได้รู้และเข้าใจถึงความหมายของคำพูดที่เขาเอ่ยออกมาแม้แต่เศษเสี้ยวของมัน



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - - - -



เสียงคนงานสองสามคนคุยกันดังโหวกเหวก พอจับเค้าได้ว่า กำลังเถียงกันว่าจะเอาต้นไม้ลงบริเวณไหน

ก็พอดีที่เพลงดาวเดินเข้าไปถึง หนึ่งใน 2 คนนั้น จึงเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อม



"อ้าว.. คุณมาพอดีเลยครับ ผมกำลังเถียงกับไอ้เชิดมันอยู่ว่าจะเอาของลงตรงไหน มันยืนยันว่าคุณผู้หญิงจะต้องให้วางตรงศาลาไทย ไอ้ผมก็ไม่อยากจะเชื่อ ตรงนั้นมันมีต้นไม้ปลูกเต็มไปหมด ผมบอกมันว่าคุณผู้หญิงคงไม่อยากปลูกเพิ่มแล้ว ตรงนี้มันยังน้อยอยู่สีสันไม่ค่อยเตะตาเท่าไหร่ ผมเถียงกะมันก็เลยเอารถมาจอดตรงนี้แทนครับ"



หล่อนยิ้ม ในความช่างพูดช่างคุยและรู้ใจของเขา อารมณ์ที่ขุ่นข้องอยู่เมื่อสักครู่ค่อยๆจางหายไปทีละนิด บอกเสียงใส



"วางตรงนี้แหละจ้ะ เดาใจฉันถูกจริงๆ ตรงนี้มันทึมๆไปหน่อย เลยอยากได้ไม้ดอกสีสดๆมาเติมเสียหน่อย "



เจ้าหนุ่มพนักงานขนของยิ้มแฉ่ง มันเคยได้ยินสมญานามมานานแล้ว ว่าคุณผู้หญิงบ้านนี้สวยอย่างหาตัวจับยาก นางแบบ ดารา ในทีวีที่มันเห็นมายังเทียบไม่ได้แม้แต่ธุลี...

จริงอยู่....ที่นางแบบพวกนั้นสวยแบบเตะตา แต่มองไม่นานก็เริ่มเบื่อ หากผู้ที่อยู่ตรงหน้ามันกลับตรงกันข้ามมันแอบมองคุณผู้หญิง ก็ยิ่งรู้สึกว่ายิ่งพิศยิ่งงาม ดูได้ไม่รู้เบื่อ 'เป็นบุญ



ของกูเหลือ เกิน ที่ได้มาเห็น' 'คุณผู้ชายไปไหนหว่า ไม่ยักกะตามมาด้วย เป็นกูนะจะจ้องไม่ให้คลาดสายตาเลย สวยอย่างนี้ใครๆเห็นก็หลงวะ'



หนุ่มสองคนขมีขมันกันขนของลงไปวางอย่างเรียบร้อย หญิงสาวให้เด็กในบ้านเอาหยิบธนบัตรแดงใหม่เอี่ยม เป็นค่าสินน้ำใจในการทำงานคนละสองใบ จึงพากันกลับไป



หญิงสาวยุ่งอยู่กับการเลือกต้นไม้และคิดถึงตำแหน่งในการวางต้นไม้แต่ละต้นอยู่ครู่หนึ่ง ป้านิ่มนวลก็เดินมาหา



"คุณหนูคะ คุณผู้ชายท่านกลัวคุณหนูลืม ท่านเลยโทรมากำชับว่า อย่าลืมงานเลี้ยงบริษัทคืนพรุ่งนี้นะคะ งานจะเริ่ม 2 ทุ่มตรง ที่โรงแรมเดิม ท่านย้ำเตรียมชุดราตรีไว้ให้พร้อม"

"ไม่ลืมหรอกจ้ะ ดาวจำได้ ป้าเตือนดาวเป็นรอบที่ร้อยแล้วกระมัง" เพลงดาวยิ้มนิดๆ



หากคนเก่าคนแก่ของตระกูลยังไม่จากไป



"เอ้อ..."ป้านิ่มอ้ำอึ้ง



"อะไรจ้ะป้า"



"คือ..คุณหนูรู้ใช่ไหมคะว่างานนี้ คุณเอ่อ..คุณเมศต้องไปด้วย.."



เพราะรู้ตื้นลึกหนาบางระหว่างหญิงสาวที่อุ้มชูเลี้ยงดุมาตั้งแต่เล็กกับคุณผู้ชายของบ้านนี้ดี คำพูดใดๆที่พัวพันถึงคุณผู้ชาย ทำให้หญิงชราออกจะเกรงๆถึงจิตใจของหญิงสาวที่



เธอเลี้ยงมาแต่เล็ก



"เอ๊ะ!..ไปทำไมกัน งานนี้มันงานเลี้ยงบริษัทเราไม่ใช่หรือ ไม่เกี่ยวกันนี่ คุณเมศเขาก็มีบริษัทเขา อีกอย่างบริษัทเขาก็ไม่ร่วมงานกับเราสักหน่อย คนละสายงานกันด้วยซ้ำ"เพลงดาว



มองหน้าหญิงชราเอาคำตอบ หาเหตุผลมากีดกัน น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดเล็กน้อย



"คือ..."

คนเก่าแก่อธิบายเหตุผลยังไม่ทันที่จะจบ ผู้อ่อนวัยกว่าก็โพล่งออกมาก่อน



"งั้นก็ให้เขาไปคนเดียวละกันนะจ้ะ ป้า ดาวไม่ไปหรอก"กับบิดามารดา และหญิงชราผู้นี้ หญิงสาวมักแทนสรรพนามตัวเองว่าดาวเสมอ มันคือความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและสนิทสนมยิ่ง



เท่านั้นคนแก่กว่าก็แย้งทันที



"ไม่ได้นะคะ คุณหนู คุณท่านท่านสั่งกำชับมาทีเดียว ว่าให้ไปให้ได้ ท่านมีคนจะแนะนำให้รู้จัก อ้อ! ท่านว่าจะมีบริษัทเราจะมีบริษัทใหม่มาร่วมลงทุนด้วย อยากให้คุณหนูไปทำ



ความรู้จักกับเขาเสียหน่อย เป็นชาวสเปนหรือไงนี่แหละค่ะ"



"ฮึ!.. ไปก็ได้ แล้วนี่เขารู้รึยังล่ะป้า"ขัดใจเหลือเกิน แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นคำสั่งของบุพการีทั้งสอง ทำให้หน้าตาที่ดูวิตกกังวัลของคนที่เคยเลี้ยงมายิ้มแย้มแทบจะทันที

"ป้าบอกคุณผู้ชายไปหลายวันแล้วค่ะ ท่านก็ไม่ว่าอะไร เห็นตกปากรับคำว่าไปแน่"



'คงจะไปได้หรอก ก็เห็นแม่นั่นโทรมาเตือนนัดนี่นะ นัดวันเดียวกันเสียด้วย จะยอมสละเวลามาได้เทียวหรือ '



คิดแล้วเริงรื่นในใจ พอคิดถึงโอกาสที่เขาจะติดนัดพัวพันและไม่ได้ไปด้วยกันในงานเลี้ยง เพราะอาจไปทะเลาะกันจนเสียบรรยากาศ ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ดั่งทุกวัน เพลงดาวก็อดจะยิ้มนิดๆด้วยความยินดีไม่ได้ จนหญิงชราที่ยืนอยู่ด้วยรู้สึกงงๆ ว่าทำไมคุณหนู



ของแกจึงเดี๋ยวทำหน้าบึ้ง ประเดี๋ยวๆก็ยิ้มเสียแล้ว พิกลจริง



"คุณหนูจะเตรียมชุดเอง หรือว่าให้เด็กเตรียมให้คะ"

"เดี๋ยวดาวเตรียมเองจ้ะจะรื้อดูชุดเก่าๆด้วย อีกอย่าง..ไม่มีอะไรแล้ว ดาวว่าป้าไปพักผ่อนเถอะ เห็นป้าเดินไปเดินมาทั้งวัน เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้งไปอีก"

"นอนอะไรกันนักหนาคะคุณหนู ให้ป้านอนทั้งวันกินบ้านกินเมืองไม่ไหวหรอกค่ะ ป้าอยู่มาแต่ไรๆก็มีงานให้ทำมันเคยมือ พอไม่ได้ทำมันก็เหงา จะให้จับเจ่าดูทีวีมันก็ไม่ใช่นิสัย"

ป้านิ่มแย้งนิดๆพลางยิ้ม และนึกเอ็นดูที่คุณหนูยังอ่อนโยน ช่างเป็นห่วงเป็นใยอยู่เสมอมา



"งั้นเดี๋ยวป้าให้เด็กเตรียมเฉพาะของคุณผู้ชายนะคะ"แล้วหญิงชราก็โขยกเขยกเดินจากไป



'คงจะไปได้หรอกนะ คุณผู้ชายของป้าน่ะ'หล่อนคิด



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



มือเรียวบางอมชมพู ลูบไล้ไปตามชุดออกงานที่ดูเรียบๆแต่เก๋ ฝีมือดีไซน์เนอร์ฝรั่งเศสที่หยิบมา หนึ่งในของฝากที่บรรดาเพื่อนๆของมารดาหล่อนซื้อติดไม้ติดมือมาฝาก



หล่อนตัดสินใจเลือกสีฟ้าสำหรับงานนี้ ..เพราะมันเป็นสีโลโก้ของบริษัท ซึ่งคงแทบไม่ต้องเดาว่า ในงานคงจะะมีสีนี้ประดับตกแต่งอยู่มากมาย ที่ตั้งใจที่สุดคือ หล่อนตั้งใจเลือกให้ดูกลมกลืนกับสถานที่ ไม่เด่นจนเกิน เพราะรำคาญกับการต้องเผชิญกับนักข่าวและช่างถ่ายภาพจากหลากหลายแหล่ง



พอเลือกชุดเสร็จ ความไม่มีอะไรทำ มันทำให้หล่อนต้องคิด..

คิด..คิดในสิ่งที่เจ็บปวด..



...คืนนี้เขาออกไปอีกแล้ว....

ไม่เคยใส่ใจความรู้สึกของหล่อนแม้เพียงสักนิด....

มันช่างยากเหลือเกิน...ยากที่จะทำให้ใจไม่ให้คิดถึงเขา ในเมื่อความรักมันยังไม่ได้ขาดสะบั้น ดุจคนที่'เลิกรัก'กันแล้ว

แม้จะจืดจาง ด้วยทิษฐิ ด้วยการกระทำ ด้วยช่วงเวลาแห่งความหมางเมิน...

หากใจยังอาทร ใฝ่หาไม่เสื่อมคลายไปแม้สักขณะจิต...





อย่างบังคับตัวเองไม่ได้ เพลงดาวเอื้อมมือสั่นๆ ดุจใจที่ระริกไหวเข้าไปในส่วนลึกของตู้เซฟส่วนตัวที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับประดึ่งคนเลื่อนลอย หญิงสาวหยิบสร้อยคอฝัง



อัญมณีหลากสีเส้นเล็กๆที่มีความหมายมากมายกับชีวีตแต่งงานนี้ ขึ้นมาจดจ้องและจมลึกลงไปในห้วงความคิด



เนิ่นนาน..ดุจจมอยู่ในภวังค์ กว่าจะรู้สึกตัวรู้สึกตัวเพลงดาวก็พบว่าได้สวมมันลงไปบนคอของหล่อนแล้ว



แทบจะในนาทีนั้น.. ความระคนขื่นแค้นที่เก็บงำไว้มานานแสนนานก็พลุ่งพล่านขึ้นมา จนแทบจะกระชากมันออก ขยี้ให้แหลกราญ สาสมกับกับคับแค้นใจ



สร้อยเส้นนี้..ของขวัญสำหรับวันแต่งงาน

ระหว่าง...เธอและเขา...



เคยใส่...เคยถนอมติดกายอยู่ตลอดเวลา..เพราะรัก..



หากบัดนี้กลับยัดเยียดมันลงไปจนสุดสายตา...



ชีวิตที่แสนหวานของหล่อน พังทลายลงแทบไม่มีชิ้นดี



จู่ๆเขาก็เปลี่ยนไป..ดุจไม่ใช่คนเดิมที่เคยสัญญาว่าจะรักจะมั่นคงต่อหญิงสาว



ทำไมกันหนอ....



หญิงสาวสะอื้นไห้ ความขมขื่นแห่งอดีตที่สืบเนื่องมาจนปัจจุบันถาโถมเข้ามาจนมิอาจต้านทานได้ ดุจนาวาที่ล่องลอยอยู่กลางพายุกระนั้น..



***************************************
OBORO
ร่วมแบ่งปัน271 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.2345 seconds !