วิชาการดอทคอม ptt logo

ปูนปลาสเตอร์

โพสต์เมื่อ: 19:06 วันที่ 9 พ.ย. 2549         ชมแล้ว: 78,791 ตอบแล้ว: 24
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
อยากทราบวิธีทำปูนปลาสเตอร์ จากเปลือกไข่ อะค่ะ

อยากทราบว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้างนอกจากเปลือกไข่แล้ว


mo_monji1234@hot(125.25.5.28,,)





จำนวน 21 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 21 พ.ย. 2549 (18:23)
อยากรู้ตวามหมายอะหาได้จากไหน
. (IP:125.24.46.114,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 22 พ.ย. 2549 (09:28)
ช่วยบอกวิธีทำปูนปลาสเตอร์
นิติพน9768@ks.ac.th (IP:61.19.121.164,127.0.0.1, 61.19.121.164,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 22 พ.ย. 2549 (18:47)
เคยดูรายการมาเหมือนกัน นำเปลือกไข่มาบดให้ละเอียดผสมกับแป้งมันและน้ำ ส่วนอัตราส่วนนี่เค้าก็ไม่ได้บอกมา เราเองก็กำลังทำโครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องนี้อยู่เหมือนกัน จะใช้ลดต้นทุนเอาไปทำเฝือกแทนปูนปลาสเตอร์อะ ถ้าลองทำแล้วก็มาบอกมั่งนะว่าคุณสมบัติเหมือนกันเปล่า
ตั๊กtuk-ice_love@hotmail.com (IP:203.113.44.10,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 8 ส.ค. 2550 (10:00)
ช่วยบอกวิธีทำปูนปลาสเตอร์
tana_2_b@hotmail.com (IP:203.113.17.173)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 14 ส.ค. 2550 (21:55)
อยากทราบวิธีทำปูนปลาสเตอร์ จากเปลือกไข่ ครับ



อยากทราบว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้างนอกจากเปลือกไข่แล้ว

ขอบคุณมากๆ ครับ
ิำbenzpanya@yahoo.co.th (IP:221.128.68.203)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 29 ก.ย. 2550 (15:24)
ไม่เห็นมีคนตอบเลยค่ะอยากทราบเหมือนกัน
A (IP:117.47.34.36)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 30 พ.ย. 2550 (13:45)
ปูนปลาสเตอร์



สุรศักดิ์ ไวทยวงศ์สกุล







ปูนปลาสเตอร์เป็นวัสดุชนิดหนึ่งที่มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์เป็นเวลายาวนานมาก หลักฐานเก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับปูนปลาสเตอร์พบที่ดินแดนอนาโตเลีย (ปัจจุบันคือประเทศตุรกี) และซีเรีย เมื่อ 9000 ปีมาแล้ว เช่นเดียวกับชาวอิยิปต์โบราณที่มีการผลิตปูนปลาสเตอร์เพื่อใช้เป็นวัสดุประสานในการก่อสร้างปิระมิด ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 กรุงปารีสได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของปูนปลาสเตอร์ เนื่องจากกษัตริย์ฝรั่งเศสได้ออกกฎหมายให้ชาวกรุงปารีสใช้ปูนปลาสเตอร์ฉาบบ้านไม้เพื่อป้องกันไฟไหม้ จนทำให้เกิดโรงงานผลิตปูนปลาสเตอร์ขนาดใหญ่ที่ชานกรุงปารีสเพื่อรองรับความต้องการใช้งานดังกล่าว จนเป็นที่มาของคำว่า Plaster of Paris อันเป็นชื่อเรียกปูนปลาสเตอร์ในภาษาอังกฤษที่ใช้กันในปัจจุบันนี้



ปูนปลาสเตอร์ทำมาจากแร่ยิปซัม ซึ่งมีชื่อทางเคมีว่า แคลเซียมซัลเฟตไดไฮเดรต ในโครงผลึกจะมีน้ำ 2 หน่วยต่อแคลเซียมซัลเฟต 1 หน่วย เมื่อนำยิปซัมมาเผาแคลไซน์ น้ำบางส่วนจะระเหยออกไปกลายเป็นปูนปลาสเตอร์ ซึ่งมีชื่อทางเคมีว่า แคลเซียมซัลเฟตเฮมิไฮเดรต ในโครงผลึกจะมีน้ำเพียง 1 หน่วยต่อแคลเซียมซัลเฟต 2 หน่วย ปฏิกิริยาดังกล่าวนี้เป็นปฏิกิริยาผันกลับได้ ดังนั้นเมื่อเราเติมน้ำให้กับปูนปลาสเตอร์ ปูนปลาสเตอร์จะทำปฏิกิริยากับน้ำเกิดเป็นผลึกรูปเข็มของยิปซัมและกลายเป็นก้อนแข็งอีกครั้ง กระบวนการดังกล่าวนี้จะกินเวลาประมาณ 20-30 นาที ซึ่งยาวนานพอที่ปูนเหลวจะไหลตัวเต็มตัวในแบบพิมพ์ได้อย่างอิสระ ปูนปลาสเตอร์จึงเป็นวัสดุที่เหมาะสมมาก กับการหล่อแบบให้เป็นรูปร่างต่างๆ ได้ตามต้องการ ปูนปลาสเตอร์ที่เริ่มแข็งตัวใหม่ๆ จะค่อนข้างร้อน เนื่องจากปฏิกิริยาการเซ็ตตัวของปูนปลาสเตอร์จะคลายความร้อน ออกมาด้วยนั่นเอง



ประโยชน์ของปูนปลาสเตอร์ที่สำคัญคือ ใช้ในการหล่อแบบเป็นชิ้นงาน เช่น หน้ากาก ตุ๊กตาและสิ่งของประดับบ้าน ทำเฝือกสำหรับคนไข้ที่ประสบอุบัติเหต ุกระดูกแขนหรือขาหัก ใช้พิมพ์รอยมือหรือเท้าสำหรับศึกษาและงานสืบสวน รวมถึงทำแบบพิมพ์สำหรับการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์เซรามิก การใช้ปูนปลาสเตอร์ทำแบบ สำหรับขึ้นรูปผลิตภัณฑ์เซรามิกมีข้อดีหลายประการ เนื่องจากปูนปลาสเตอร์มีความแข็งแรงและผิวหน้าเรียบ สามารถเก็บรายละเอียดต่างๆ ของต้นแบบได้ดี รวมถึงมีรูพรุนมาก จึงสามารถดูดน้ำออกจากเนื้อดินได้ ทำให้เนื้อดินแห้งเร็วกว่าการใช้วัสดุอื่นทำแบบ นอกจากนั้นยังมีราคาถูกอีกด้วย ข้อควรระวังในการทำแบบปูนปลาสเตอร์คือ จะต้องกำจัดฟองอากาศที่เกิดขึ้นในระหว่างการทำปฏิกิริยาระหว่างปูนปลาสเตอร์กับน้ำออกให้หมด มิฉะนั้นจะทำให้เกิดรูพรุนขนาดใหญ่ซึ่งจะส่งผลต่อความแข็งแรง และการดูดซึมน้ำของแบบที่ได้

ปูนปลาสเตอร์ หรือเรียกทางเคมีว่า แคลเซียมซัลเฟตเฮมิไฮเดรต (CaSO4.1/2 H2O)



CaSO4.2H2O = CaSO4.1/2 H2O + 11/2 H2O

ยิปซั่ม ปลาสเตอร์ น้ำ



การผลิตปูนปลาสเตอร์ในทางการค้า ทำได้โดยให้ความร้อนแก่ผงแร่ยิปซั่มที่อุณหภูมิประมาณ 160 oC ในภาชนะที่เป็นเหล็ก (Steel Pans) โดยน้ำจะระเหยออกจากแร่ยิปซั่มใน 2 ช่วง นั่นคือ ที่อุณหภูมิ 128 oC เป็นช่วงแรก (First Boil) และที่อุณหภูมิ 163 oC เป็นช่วงที่ 2 (Second Boil) และถ้ากระบวนการดังกล่าวดำเนินต่อเนื่องไปอีกจนกระทั่งไม่มีน้ำเหลืออยู่อีกเลย (หรือเรียกว่า "Dead-Burned") เราจะได้แคลเซียมซัลเฟตที่ไม่มีน้ำอยู่เลย หรือเรียกว่า Anhydrous Calcium Sulphate (CaSO4)



ในกระบวนการเผาหรือให้ความร้อนแก่ยิปซั่ม จะสามารถผลิตปูนปลาสเตอร์ได้ 2 แบบ นั่นคือ ชนิด α และ β ถ้าเป็นกระบวนการที่ให้ความร้อนแก่ปลาสเตอร์อย่างรวดเร็ว และตัวอย่างถูกกวนเพื่อให้ไอน้ำระเหยออก จะได้ปูนปลาสเตอร์ชนิด β ออกมา ส่วนปลาสเตอร์ชนิด α จะผลิตโดยการให้ความร้อนแก่แร่ยิปซั่มในบรรยากาศที่มีความชื้นอย่างเพียงพอ หรือโดยการเผาในสภาวะแบบไอน้ำ (Steam Treatment)



แม่พิมพ์ปลาสเตอร์โดยทั่วๆ ไปมักจะทำจากปูนปลาสเตอร์ชนิด β แต่ก็อาจจะมีชนิด α ปนอยู่ด้วยบางส่วน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะในการเผา (Calcination) โดยทั่วๆ ไปปลาสเตอร์ชนิด α จะให้คุณสมบัติด้านความแข็งแรงที่มากกว่า แต่บางครั้งในแม่พิมพ์ที่มีความแข็งแรงมากเกินไป อาจจะนำไปสู่คุณสมบัติที่ไม่เป็นที่ต้องการได้ เช่น ความสามารถในการดูดซึมน้ำต่ำ



เมื่อทำการเติมน้ำลงในปูนปลาสเตอร์ จะเกิดการดึงน้ำกลับเข้าไปในโครงสร้างอีกครั้ง (Rehydrate) ซึ่งทำให้เกิดการก่อตัวเป็นผลึกยิปซั่มขึ้น เมื่อปูนปลาสเตอร์เกิดการเซ็ทตัวน้ำที่อยู่ภายนอกโครงสร้าง (Uncombined Water) จะเกิดการระเหยออกไป ทำให้ทิ้งรูพรุนเปิด (Open Pore) เอาไว้ในโครงสร้าง ดังนั้นการเติมน้ำมากขึ้นในการผสมปูนปลาสเตอร์กับน้ำ ก็จะทำให้แม่พิมพ์หลังการแห้งตัวแล้วมีรูพรุนมากยิ่งขึ้น และทำให้ประสิทธิภาพในการดูดซึมน้ำของแม่พิมพ์ในระหว่างกระบวนการหล่อชิ้นงานมากขึ้นตามไปด้วย



แม่พิมพ์ที่ใช้สำหรับกระบวนการหล่อน้ำดิน (Casting Slips) โดยทั่วๆไปจะมีความพรุนตัวสูงกว่าแม่พิมพ์ที่ใช้สำหรับการขึ้นรูปแบบเนื้อดินปั้น (Plastic Making) หรือเรียกว่า แม่พิมพ์สำหรับภาชนะทรงตื้น (Flatware Moulds)



ตัวอย่างส่วนผสมระหว่างปลาสเตอร์กับน้ำ แสดงได้ดังนี้



แม่พิมพ์สำหรับการหล่อ

(Casting Moulds) ปลาสเตอร์ 100 ส่วน / น้ำ 80 ส่วน

แม่พิมพ์สำหรับภาชนะทรงแบนตื้น (Flatware Moulds) ปลาสเตอร์ 100 ส่วน / น้ำ 70 ส่วน



ปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งและมีอิทธิพลต่อคุณสมบัติของแม่พิมพ์ก็คือ การผสมกันของปลาสเตอร์กับน้ำ หรือเรียกว่า อัตราส่วนของปลาสเตอร์ต่อน้ำ (Plaster/Water Ratio) ในทางปฏิบัติคุณสมบัติของแม่พิมพ์อาจมีการเปลี่ยนแปลง อันเนื่องมาจากความเปลี่ยนแปลงหรือไม่สม่ำเสมอของปูนปลาสเตอร์ ซึ่งเกิดมาจากบริษัทผู้ผลิตปูนเอง



สภาวะการเก็บรักษาปูนปลาสเตอร์โดยการเปิดหรือไม่เปิดถุงปูนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีอิทธิพลและส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติของปูนปลาสเตอร์



จากการทดลองศึกษาของ Cubbon และ Walker ที่แสดงถึงการเปิดถุงปูนปลาสเตอร์ พบว่าหลังจากเปิดถุงเป็นเวลา 1 วัน ค่าการไหลตัวของปลาสเตอร์ = 108 o Overswing (วัดโดยการใช้ Technico Torsion Viscometer ในปูนปลาสเตอร์ผสมกับน้ำ) และหลังจาก 36 วันผ่านไป พบว่าค่าการไหลตัววัดได้เท่ากับ 232 o Overswing



การเปลี่ยนเป็นปูนปลาสเตอร์ที่เก็บไว้ในถุงที่ปิดสนิท แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าส่วนผสมของปลาสเตอร์กับน้ำมีการไหลตัวมากขึ้น จากการทดสอบพบว่า วันที่ 1 ให้ค่าการไหลตัวเท่ากับ 108 o Overswing และหลังจาก 29 วัน ส่วนผสมระหว่างปลาสเตอร์กับน้ำเดียวกันนั้น ให้ค่าการไหลตัวเท่ากับ 200 o Overswing จากการวัดโดยใช้เครื่อง Torsion Viscometer การใช้ปูนปลาสเตอร์ ควรใช้หลังจากมีการทิ้งช่วงระยะเวลาให้ปูนปลาสเตอร์เสถียรแล้ว ซึ่งอาจเป็นระยะเวลาถึง 4 สัปดาห์ขึ้นไป



การผสมและการเซ็ทตัวของปูนปลาสเตอร์



โครงสร้าง (Microstructure) และคุณสมบัติของแม่พิมพ์ปลาสเตอร์จะขึ้นอยู่กับส่วนผสมระหว่างปูนปลาสเตอร์กับน้ำ โดยอัตราในการผสมและความยาวของช่วงเวลาในการผสมเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ในระหว่างเวลาที่ปลาสเตอร์กำลังเซ็ทตัว ผลึกจะกำลังเจริญเติบโต และถ้าผู้ที่ทำแม่พิมพ์ยังคงกวนผสมต่อเนื่องไป จะทำให้เกิดการทำลายการเจริญเติบโตของผลึกขึ้น นั่นหมายความว่า แม่พิมพ์จะประกอบไปด้วยผลึกหลายๆ ผลึก ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในขนาดและรูปร่างของผลึกขึ้นอยู่กับกรรมวิธีที่ปลาสเตอร์ได้รับในระหว่างกระบวนการกวนผสม



เเต่ขอโทษสำหรับคนที่อ่านมายืดยาวเพราะผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำจากไข่อย่างไร
mupingvc
ร่วมแบ่งปัน30 ครั้ง - ดาว 183 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 4 ธ.ค. 2550 (20:44)
ทุบเปลือกไข่ให้ละเอียดแล้วนำไปผสมกับแป้งข้าวจ้าวและน้ำคนให้เข้ากันแล้วเทใส่แม่พิมพ์
(IP:117.47.171.145)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 23 ธ.ค. 2550 (20:44)
อยากทราบวิธีการทำปูนปลาสเตอร์แบบง่ายๆ
kookaitong@hotmail.com (IP:117.47.171.42)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 7 ก.พ. 2551 (18:34)
มีวิธีการทำตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์มั๊ยค่ะช่วยหน่อยนะค่ะ

gunni1989@hotmail.com
gunni1989@hotmail.com (IP:202.149.25.225)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 22 ส.ค. 2551 (13:05)

ก็ดีล่ะ อิอิ ล้อเล่น ม่ายรู้นะ บายนะ แล้วเจอกกันนะ


DA_LOVE_2009@hotmai.com (IP:202.143.163.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 6 ก.ย. 2551 (08:58)
ÍÂÒ¡ÃÙéÇÔ¸Õ·ÓẺ¾ÔÁ¾ì»Ù¹»ÅÒÊàµÍÃì ªèǺ͡˹è͹ФÐ
beau_a_n@hotmail.com (IP:118.172.201.96)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 10 ต.ค. 2551 (12:09)
อยากรู้จังเรยค่ะ ว่าทามมั้ยปูนปลาสเตอร์สามารถนำมาทำชอล์กได้แต่ทามมั้ยต้องปายผสมกับส่วนผสมอื่นทามมั้ยถึงม่ายถึงม่ายนำปูนปลาสเตอร์มาทำชอล์กเรยค่ะ
...........ช่วยตอบหนูหน่อยนะ........รักคนตอบที่สู๊ดเรย........ฮิฮิ....ขอบคุงมากค่ะ
doremonza_dewil@hotmail.com (IP:118.174.32.247)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 21 ธ.ค. 2551 (20:36)
สสส
mayura.roithai (IP:125.26.226.98)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 25 ม.ค. 2552 (00:02)

ผมก็อยากรู้


... (IP:58.147.10.108)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 4 มี.ค. 2552 (11:37)

อยากรุ้วิทำปูนปลาสเตอร์


puppy_pooh_puppy@hotmail.com (IP:118.173.58.196)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 29 ก.ค. 2552 (19:14)

ช่วยคิดที่มาและความสำคัญของโครงงานเรื่องชอล์กจากเปลือกไข่


classic_bearhappynut@hotmail.com (IP:113.53.113.8)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 12 ก.ย. 2552 (08:44)

อยากให้มีความรู้อีก


miyo-maru@hotmail.com (IP:112.142.209.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 8 ก.พ. 2553 (20:33)
อยากทราบวิธีการทำปูนปลาเตอร์
Suchda.co.th (IP:125.27.37.209)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 3 ก.ย. 2553 (14:09)
กวนปูนพลาสเตอร์กับน้ำใส่แม่พิมพ์ตุ๊กตา หลังจากนั้นต้องคอยถือไว้ ปูนที่เหลือก็แข็งก่อนทุกที อีกอย่าง แม่พิมพ์สำเร็จรูปรูปตุ๊กตาน่ารักๆ ที่คุณภาพดีๆ ไปซื้อได้ที่ไหนเหรอค่ะ ที่ซื้อมามันไม่เนียน ไม่ค่อยสวยเลย ลืมอีกละ แล้วหลังจากลงสีโปสเตอร์แล้วจะให้มันมันๆ ต้องเอาอะไรทาเหรอค่ะ หรือว่าต้องซื้อแบบพ่น
piyaratgeol@hotmail.com (IP:58.137.128.190)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 20 พ.ย. 2553 (13:42)
thank หลายๆ
888 (IP:110.164.29.200)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม