ปูนปลาสเตอร์

อยากทราบวิธีทำปูนปลาสเตอร์ จากเปลือกไข่ อะค่ะ



อยากทราบว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้างนอกจากเปลือกไข่แล้ว



ความคิดเห็นที่ 9 

ท (Guest)
4 ธ.ค. 2550 20:44
  1. ทุบเปลือกไข่ให้ละเอียดแล้วนำไปผสมกับแป้งข้าวจ้าวและน้ำคนให้เข้ากันแล้วเทใส่แม่พิมพ์



ความคิดเห็นที่ 10

kookaitong@hotmail.com (Guest)
23 ธ.ค. 2550 20:44
  1. อยากทราบวิธีการทำปูนปลาสเตอร์แบบง่ายๆ



ความคิดเห็นที่ 6

A (Guest)
29 ก.ย. 2550 15:24
  1. ไม่เห็นมีคนตอบเลยค่ะอยากทราบเหมือนกัน



ความคิดเห็นที่ 13

beau_a_n@hotmail.com (Guest)
6 ก.ย. 2551 08:58
  1. ÍÂÒ¡ÃÙéÇÔ¸Õ·ÓẺ¾ÔÁ¾ì»Ù¹»ÅÒÊàµÍÃì ªèǺ͡˹è͹ФÐ



ความคิดเห็นที่ 18

puppy_pooh_puppy@hotmail.com (Guest)
4 มี.ค. 2552 11:37
  1. อยากรุ้วิทำปูนปลาสเตอร์




ความคิดเห็นที่ 14

doremonza_dewil@hotmail.com (Guest)
10 ต.ค. 2551 12:09
  1. อยากรู้จังเรยค่ะ ว่าทามมั้ยปูนปลาสเตอร์สามารถนำมาทำชอล์กได้แต่ทามมั้ยต้องปายผสมกับส่วนผสมอื่นทามมั้ยถึงม่ายถึงม่ายนำปูนปลาสเตอร์มาทำชอล์กเรยค่ะ
    ...........ช่วยตอบหนูหน่อยนะ........รักคนตอบที่สู๊ดเรย........ฮิฮิ....ขอบคุงมากค่ะ



ความคิดเห็นที่ 1

. (Guest)
21 พ.ย. 2549 18:23
  1. อยากรู้ตวามหมายอะหาได้จากไหน



ความคิดเห็นที่ 16

mayura.roithai (Guest)
21 ธ.ค. 2551 20:36
  1. สสส



ความคิดเห็นที่ 12

DA_LOVE_2009@hotmai.com (Guest)
22 ส.ค. 2551 13:05
  1. ก็ดีล่ะ อิอิ ล้อเล่น ม่ายรู้นะ บายนะ แล้วเจอกกันนะ




ความคิดเห็นที่ 11

gunni1989@hotmail.com (Guest)
7 ก.พ. 2551 18:34
  1. มีวิธีการทำตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์มั๊ยค่ะช่วยหน่อยนะค่ะ

    gunni1989@hotmail.com



ความคิดเห็นที่ 4

tana_2_b@hotmail.com (Guest)
8 ส.ค. 2550 10:00
  1. ช่วยบอกวิธีทำปูนปลาสเตอร์



ความคิดเห็นที่ 3

ตั๊กtuk-ice_love@hotmail.com (Guest)
22 พ.ย. 2549 18:47
  1. เคยดูรายการมาเหมือนกัน นำเปลือกไข่มาบดให้ละเอียดผสมกับแป้งมันและน้ำ ส่วนอัตราส่วนนี่เค้าก็ไม่ได้บอกมา เราเองก็กำลังทำโครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องนี้อยู่เหมือนกัน จะใช้ลดต้นทุนเอาไปทำเฝือกแทนปูนปลาสเตอร์อะ ถ้าลองทำแล้วก็มาบอกมั่งนะว่าคุณสมบัติเหมือนกันเปล่า



ความคิดเห็นที่ 7

โธญฑ๒ญฯฑ๋ญธฎศ๓ (Guest)
30 พ.ย. 2550 13:28
  1. พไ ๆร่ะ



    พเษ็ฎโณฑ๊ณํฌ๊๔ฑณ๊ฌํฑธษฌ๋ฑํ



ความคิดเห็นที่ 15

pink_b_pink@hotmail.com (Guest)
18 พ.ย. 2551 16:11
  1. ขอบคุณ............................................................................................................
    ที่ให้คำเเนะนำมาสามารถทามหัยเราไปใช้ในการศึกษาเเละทามรายงานวิชาการงาน..................................................................................................................ถ้าใครรู้เกี่ยวกับปูนปลาเตอร์ก้อบอกเราด้วย



ความคิดเห็นที่ 5

ิำbenzpanya@yahoo.co.th (Guest)
14 ส.ค. 2550 21:55
  1. อยากทราบวิธีทำปูนปลาสเตอร์ จากเปลือกไข่ ครับ



    อยากทราบว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้างนอกจากเปลือกไข่แล้ว

    ขอบคุณมากๆ ครับ



ความคิดเห็นที่ 17

... (Guest)
25 ม.ค. 2552 00:02
  1. ผมก็อยากรู้




ความคิดเห็นที่ 8

mupingvc
30 พ.ย. 2550 13:45
  1. ปูนปลาสเตอร์



    สุรศักดิ์ ไวทยวงศ์สกุล







    ปูนปลาสเตอร์เป็นวัสดุชนิดหนึ่งที่มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์เป็นเวลายาวนานมาก หลักฐานเก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับปูนปลาสเตอร์พบที่ดินแดนอนาโตเลีย (ปัจจุบันคือประเทศตุรกี) และซีเรีย เมื่อ 9000 ปีมาแล้ว เช่นเดียวกับชาวอิยิปต์โบราณที่มีการผลิตปูนปลาสเตอร์เพื่อใช้เป็นวัสดุประสานในการก่อสร้างปิระมิด ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 กรุงปารีสได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของปูนปลาสเตอร์ เนื่องจากกษัตริย์ฝรั่งเศสได้ออกกฎหมายให้ชาวกรุงปารีสใช้ปูนปลาสเตอร์ฉาบบ้านไม้เพื่อป้องกันไฟไหม้ จนทำให้เกิดโรงงานผลิตปูนปลาสเตอร์ขนาดใหญ่ที่ชานกรุงปารีสเพื่อรองรับความต้องการใช้งานดังกล่าว จนเป็นที่มาของคำว่า Plaster of Paris อันเป็นชื่อเรียกปูนปลาสเตอร์ในภาษาอังกฤษที่ใช้กันในปัจจุบันนี้



    ปูนปลาสเตอร์ทำมาจากแร่ยิปซัม ซึ่งมีชื่อทางเคมีว่า แคลเซียมซัลเฟตไดไฮเดรต ในโครงผลึกจะมีน้ำ 2 หน่วยต่อแคลเซียมซัลเฟต 1 หน่วย เมื่อนำยิปซัมมาเผาแคลไซน์ น้ำบางส่วนจะระเหยออกไปกลายเป็นปูนปลาสเตอร์ ซึ่งมีชื่อทางเคมีว่า แคลเซียมซัลเฟตเฮมิไฮเดรต ในโครงผลึกจะมีน้ำเพียง 1 หน่วยต่อแคลเซียมซัลเฟต 2 หน่วย ปฏิกิริยาดังกล่าวนี้เป็นปฏิกิริยาผันกลับได้ ดังนั้นเมื่อเราเติมน้ำให้กับปูนปลาสเตอร์ ปูนปลาสเตอร์จะทำปฏิกิริยากับน้ำเกิดเป็นผลึกรูปเข็มของยิปซัมและกลายเป็นก้อนแข็งอีกครั้ง กระบวนการดังกล่าวนี้จะกินเวลาประมาณ 20-30 นาที ซึ่งยาวนานพอที่ปูนเหลวจะไหลตัวเต็มตัวในแบบพิมพ์ได้อย่างอิสระ ปูนปลาสเตอร์จึงเป็นวัสดุที่เหมาะสมมาก กับการหล่อแบบให้เป็นรูปร่างต่างๆ ได้ตามต้องการ ปูนปลาสเตอร์ที่เริ่มแข็งตัวใหม่ๆ จะค่อนข้างร้อน เนื่องจากปฏิกิริยาการเซ็ตตัวของปูนปลาสเตอร์จะคลายความร้อน ออกมาด้วยนั่นเอง



    ประโยชน์ของปูนปลาสเตอร์ที่สำคัญคือ ใช้ในการหล่อแบบเป็นชิ้นงาน เช่น หน้ากาก ตุ๊กตาและสิ่งของประดับบ้าน ทำเฝือกสำหรับคนไข้ที่ประสบอุบัติเหต ุกระดูกแขนหรือขาหัก ใช้พิมพ์รอยมือหรือเท้าสำหรับศึกษาและงานสืบสวน รวมถึงทำแบบพิมพ์สำหรับการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์เซรามิก การใช้ปูนปลาสเตอร์ทำแบบ สำหรับขึ้นรูปผลิตภัณฑ์เซรามิกมีข้อดีหลายประการ เนื่องจากปูนปลาสเตอร์มีความแข็งแรงและผิวหน้าเรียบ สามารถเก็บรายละเอียดต่างๆ ของต้นแบบได้ดี รวมถึงมีรูพรุนมาก จึงสามารถดูดน้ำออกจากเนื้อดินได้ ทำให้เนื้อดินแห้งเร็วกว่าการใช้วัสดุอื่นทำแบบ นอกจากนั้นยังมีราคาถูกอีกด้วย ข้อควรระวังในการทำแบบปูนปลาสเตอร์คือ จะต้องกำจัดฟองอากาศที่เกิดขึ้นในระหว่างการทำปฏิกิริยาระหว่างปูนปลาสเตอร์กับน้ำออกให้หมด มิฉะนั้นจะทำให้เกิดรูพรุนขนาดใหญ่ซึ่งจะส่งผลต่อความแข็งแรง และการดูดซึมน้ำของแบบที่ได้

    ปูนปลาสเตอร์ หรือเรียกทางเคมีว่า แคลเซียมซัลเฟตเฮมิไฮเดรต (CaSO4.1/2 H2O)



    CaSO4.2H2O = CaSO4.1/2 H2O + 11/2 H2O

    ยิปซั่ม ปลาสเตอร์ น้ำ



    การผลิตปูนปลาสเตอร์ในทางการค้า ทำได้โดยให้ความร้อนแก่ผงแร่ยิปซั่มที่อุณหภูมิประมาณ 160 oC ในภาชนะที่เป็นเหล็ก (Steel Pans) โดยน้ำจะระเหยออกจากแร่ยิปซั่มใน 2 ช่วง นั่นคือ ที่อุณหภูมิ 128 oC เป็นช่วงแรก (First Boil) และที่อุณหภูมิ 163 oC เป็นช่วงที่ 2 (Second Boil) และถ้ากระบวนการดังกล่าวดำเนินต่อเนื่องไปอีกจนกระทั่งไม่มีน้ำเหลืออยู่อีกเลย (หรือเรียกว่า "Dead-Burned") เราจะได้แคลเซียมซัลเฟตที่ไม่มีน้ำอยู่เลย หรือเรียกว่า Anhydrous Calcium Sulphate (CaSO4)



    ในกระบวนการเผาหรือให้ความร้อนแก่ยิปซั่ม จะสามารถผลิตปูนปลาสเตอร์ได้ 2 แบบ นั่นคือ ชนิด α และ β ถ้าเป็นกระบวนการที่ให้ความร้อนแก่ปลาสเตอร์อย่างรวดเร็ว และตัวอย่างถูกกวนเพื่อให้ไอน้ำระเหยออก จะได้ปูนปลาสเตอร์ชนิด β ออกมา ส่วนปลาสเตอร์ชนิด α จะผลิตโดยการให้ความร้อนแก่แร่ยิปซั่มในบรรยากาศที่มีความชื้นอย่างเพียงพอ หรือโดยการเผาในสภาวะแบบไอน้ำ (Steam Treatment)



    แม่พิมพ์ปลาสเตอร์โดยทั่วๆ ไปมักจะทำจากปูนปลาสเตอร์ชนิด β แต่ก็อาจจะมีชนิด α ปนอยู่ด้วยบางส่วน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะในการเผา (Calcination) โดยทั่วๆ ไปปลาสเตอร์ชนิด α จะให้คุณสมบัติด้านความแข็งแรงที่มากกว่า แต่บางครั้งในแม่พิมพ์ที่มีความแข็งแรงมากเกินไป อาจจะนำไปสู่คุณสมบัติที่ไม่เป็นที่ต้องการได้ เช่น ความสามารถในการดูดซึมน้ำต่ำ



    เมื่อทำการเติมน้ำลงในปูนปลาสเตอร์ จะเกิดการดึงน้ำกลับเข้าไปในโครงสร้างอีกครั้ง (Rehydrate) ซึ่งทำให้เกิดการก่อตัวเป็นผลึกยิปซั่มขึ้น เมื่อปูนปลาสเตอร์เกิดการเซ็ทตัวน้ำที่อยู่ภายนอกโครงสร้าง (Uncombined Water) จะเกิดการระเหยออกไป ทำให้ทิ้งรูพรุนเปิด (Open Pore) เอาไว้ในโครงสร้าง ดังนั้นการเติมน้ำมากขึ้นในการผสมปูนปลาสเตอร์กับน้ำ ก็จะทำให้แม่พิมพ์หลังการแห้งตัวแล้วมีรูพรุนมากยิ่งขึ้น และทำให้ประสิทธิภาพในการดูดซึมน้ำของแม่พิมพ์ในระหว่างกระบวนการหล่อชิ้นงานมากขึ้นตามไปด้วย



    แม่พิมพ์ที่ใช้สำหรับกระบวนการหล่อน้ำดิน (Casting Slips) โดยทั่วๆไปจะมีความพรุนตัวสูงกว่าแม่พิมพ์ที่ใช้สำหรับการขึ้นรูปแบบเนื้อดินปั้น (Plastic Making) หรือเรียกว่า แม่พิมพ์สำหรับภาชนะทรงตื้น (Flatware Moulds)



    ตัวอย่างส่วนผสมระหว่างปลาสเตอร์กับน้ำ แสดงได้ดังนี้



    แม่พิมพ์สำหรับการหล่อ

    (Casting Moulds) ปลาสเตอร์ 100 ส่วน / น้ำ 80 ส่วน

    แม่พิมพ์สำหรับภาชนะทรงแบนตื้น (Flatware Moulds) ปลาสเตอร์ 100 ส่วน / น้ำ 70 ส่วน



    ปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งและมีอิทธิพลต่อคุณสมบัติของแม่พิมพ์ก็คือ การผสมกันของปลาสเตอร์กับน้ำ หรือเรียกว่า อัตราส่วนของปลาสเตอร์ต่อน้ำ (Plaster/Water Ratio) ในทางปฏิบัติคุณสมบัติของแม่พิมพ์อาจมีการเปลี่ยนแปลง อันเนื่องมาจากความเปลี่ยนแปลงหรือไม่สม่ำเสมอของปูนปลาสเตอร์ ซึ่งเกิดมาจากบริษัทผู้ผลิตปูนเอง



    สภาวะการเก็บรักษาปูนปลาสเตอร์โดยการเปิดหรือไม่เปิดถุงปูนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีอิทธิพลและส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติของปูนปลาสเตอร์



    จากการทดลองศึกษาของ Cubbon และ Walker ที่แสดงถึงการเปิดถุงปูนปลาสเตอร์ พบว่าหลังจากเปิดถุงเป็นเวลา 1 วัน ค่าการไหลตัวของปลาสเตอร์ = 108 o Overswing (วัดโดยการใช้ Technico Torsion Viscometer ในปูนปลาสเตอร์ผสมกับน้ำ) และหลังจาก 36 วันผ่านไป พบว่าค่าการไหลตัววัดได้เท่ากับ 232 o Overswing



    การเปลี่ยนเป็นปูนปลาสเตอร์ที่เก็บไว้ในถุงที่ปิดสนิท แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าส่วนผสมของปลาสเตอร์กับน้ำมีการไหลตัวมากขึ้น จากการทดสอบพบว่า วันที่ 1 ให้ค่าการไหลตัวเท่ากับ 108 o Overswing และหลังจาก 29 วัน ส่วนผสมระหว่างปลาสเตอร์กับน้ำเดียวกันนั้น ให้ค่าการไหลตัวเท่ากับ 200 o Overswing จากการวัดโดยใช้เครื่อง Torsion Viscometer การใช้ปูนปลาสเตอร์ ควรใช้หลังจากมีการทิ้งช่วงระยะเวลาให้ปูนปลาสเตอร์เสถียรแล้ว ซึ่งอาจเป็นระยะเวลาถึง 4 สัปดาห์ขึ้นไป



    การผสมและการเซ็ทตัวของปูนปลาสเตอร์



    โครงสร้าง (Microstructure) และคุณสมบัติของแม่พิมพ์ปลาสเตอร์จะขึ้นอยู่กับส่วนผสมระหว่างปูนปลาสเตอร์กับน้ำ โดยอัตราในการผสมและความยาวของช่วงเวลาในการผสมเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ในระหว่างเวลาที่ปลาสเตอร์กำลังเซ็ทตัว ผลึกจะกำลังเจริญเติบโต และถ้าผู้ที่ทำแม่พิมพ์ยังคงกวนผสมต่อเนื่องไป จะทำให้เกิดการทำลายการเจริญเติบโตของผลึกขึ้น นั่นหมายความว่า แม่พิมพ์จะประกอบไปด้วยผลึกหลายๆ ผลึก ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในขนาดและรูปร่างของผลึกขึ้นอยู่กับกรรมวิธีที่ปลาสเตอร์ได้รับในระหว่างกระบวนการกวนผสม



    เเต่ขอโทษสำหรับคนที่อ่านมายืดยาวเพราะผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำจากไข่อย่างไร



ความคิดเห็นที่ 2

นิติพน9768@ks.ac.th (Guest)
22 พ.ย. 2549 09:28
  1. ช่วยบอกวิธีทำปูนปลาสเตอร์



ความคิดเห็นที่ 19

classic_bearhappynut@hotmail.com (Guest)
29 ก.ค. 2552 19:14
  1. ช่วยคิดที่มาและความสำคัญของโครงงานเรื่องชอล์กจากเปลือกไข่




ความคิดเห็นที่ 20

miyo-maru@hotmail.com (Guest)
12 ก.ย. 2552 08:44
  1. อยากให้มีความรู้อีก


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น