สารกำจัด มอด (Moths) กับเคมีของการได้กลิ่น




สารกำจัด มอด (Moths) กับเคมีของการได้กลิ่น

ตอนเด็ก หลายๆ คน คงเคยสงสัยว่าทำไมคุณแม่จะต้องนำ ลูกกลมๆ เล็กๆ สีขาวที่มีกลิ่นรุนแรงเฉพาะตัวมาวางไว้ในตู้เสื้อผ้าด้วย พอถามจะได้คำตอบว่ามันคือ naphthaline (รู้จักกันในชื่อของลูกเหม็น) เอาไว้คอยไล่แมลงโดยเฉพาะมอด(Moths) ที่คอยทำลายเสื้อผ้าให้เสียหาย กระบวนการทำงานของานของลูกเหม็นนี้มันชั่งหน้าตื่นตาตื่นใจสำหรับเด็กที่เคยเห็นเป็นครั้งแรก ก็เพราะเจ้าลูกเหม็นนี้มันสามารถหายไปหมดโดยไม่ทิ้งล่องรอยในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งการหายไปของมันก็เป็นบทเรียนแรกสำหรับหลายคนในเรื่องการระเหิด (sublimation)







Clothes Moths

มอด(moths) เป็นสัตว์ในตระกูล ผีเสื้อกลางคืน ที่มีการเจริญแบบ metamorphosis (การเปลี่ยนแปลงจากไข่ไปเป็นตัวโดยไม่ต้องอาศัย sperm) โดยมีวัฏจักรเริ่มจาก



ไข่(egg) หนอน(larva) ดักแด้( pupa) ตัวเต็มไว(adult)



โดยในระยะ larva นี่เองที่มันสามารถในการย่อย keratin ที่เป็นองค์ประกอบในวัสดุอินทรย์เช่น ขนสัตว์ ใหม ขนนก โดยที่พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตไม่กี่สิ่งในโลกนี้ที่สามารถย่อย keratin ได้ (keratin เป็นโปรตีนที่ละลายได้ยาก มีโครงสร้างที่เหนียว และทนทาน สร้างโดยสัตว์)







Moth-Repellent Products

หากถามว่าแล้วมีสารเคมีอะไรที่สามารถนำมากำจัดหรือไล่มอดได้ คำตอบก็คือมีสารประกอบอยู่อย่างน้อน 4 ประเภทที่ใช้กันในปัจจุบันได้แก่

1. Naphthaline (หรือ Naphyhalene)

2. p-dichlorobenzene

3. camphor (การบูร)

4. hexachloroethane



โดยที่ camphor (การบูร) ได้ถูกรู้จักและนำมาใช้กำจัดมอดในระยะ larva และตัวโตเต็มไวมาเป็นเวลานาน แต่ที่โดดเด่นกว่าจนถึงปัจจุบันนี้คือ naphthalene และเมื่อไม่นานมานี้ p-dichlorobenzene ก็ถูกนำมาใช้ด้วยเช่นกัน โดยสารเหล่านี้สามารถตรวจสอบดูได้ที่ข้างบรรจุภันฑ์ ของผลิตภันฑ์





สารประกอบทั้ง 4 ที่กล่าวมาขข้างต้น มีคุณสมบัติเป็นของแข็งที่อุณหภุมิห้อง และสามารถที่จะเกิดการระเหิด (sublimation) ได้อย่างง่ายดาย เมื่อบรรจุภันฑ์เปิดออก สารเหล่านี้จะเปลี่ยนรูปจากของแข็งไปเป็นแก๊ส ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจาก ของแข็งเหล่านี้ต้องการหาสภาพที่เข้าสู่สมดุลของสถานะ (phase equilibrium)ในกรณีนี้คือสมดุลระหว่างของแข็งกับไอ กล่าวคือเมื่อสภาพโดยรอบไม่มีไอของมันอยู่หรือมีอยู่น้อยยังไม่สมดุล มันก็จะเกิดการระเหิดกลายเป็นไอ เพี่อขับเคลื่อนตัวเองเข้าสู่สมดุล







อันตรกิริยา (interaction) ระหว่างโมเลกุลภายในของแข็งที่ระเหิดได้ ส่วนใหญ่คือแรงยึดเหนี่ยวแบบอ่อนๆ ที่เรียกว่า London force เกิดขึ้นโดยทั่วไประหว่างโมเลกุลที่ไม่มีขั้ว (nonpolar molecule) แต่ยกเว้นในกรณีของ camphor เป็นโมเลกุลที่มีขั้ว แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลจึงเป็นแบบ แรงยึดเหนียวระหว่างขั้ว (dipole-dipole interaction) ซึ่งมีความแข็งแรงกว่า London force







Odor Chemistry

การได้กลิ่นคือการตอบสนองจากสมอง ที่เริ่มต้นจากประสาทสัมผัส ( sensory receptors) ถูกกระตุ้นด้วยสารเคมีที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งในมนุษย์ ประสาทสัมผัสดังกล่าวคือ chemoreceptor ที่อยู่บนเนี้อเยี่อ olfactory epithelium ภายในโพรงจมูก ซึ่ง receptor นี้จะเป็นตัวส่งสัณญาณ ( impulse) ไปยังสมองเมื่อได้รับสารที่ให้กลิ่น ซึ่งลักษณะของกลิ่นที่เกิดขึ้นจะมีความแปรผันตาม รูปร่าง ขนาด และ stereochemistry ของโมเลกุล





คำอธิบายหนึ่งในหลายคำอธิบายได้ พูดถึง อันตรกิริยาของโมเลกุลกับ olfactory cell ( องค์ประกอบของ olfactory epithelium ) ว่า โมเลกุลแต่ละโมเลกุลจะมีการสั่น (vibration) ด้วยค่าความถีเฉพาะตัวค่าหนึ่ง ซึ่งที่ olfactory cell ก็จะมีหน่วยที่มีการสั่นด้วยความถี่ต่าง และเมื่อโมเลกุลที่มีกลิ่นเข้าใกล้ olfactory cell มันก็จะเร้า olfactory cell ด้วยการสั่นเฉพาะตัวของมันและเหนี่ยวนำให้เกิดการสั่นพ้อง(resonance) กับหน่วยของ olfactory cell ที่สั่นด้วยความถี่เดียวกันแล้วเกิดเป็นสัณญาณส่งไปยังสมอง นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคำอธิบายเกี่ยวกับการได้กลิ่นนี้ หากผู้อ่านสนใจ ขอให้ลองตามอ่านใน reference ที่ให้ไว้ด้านล่าง





ดังนั้น สารที่สามารถให้กลิ่นได้จึงต้องเกิดการกลายเป็นไอก่อน โดยไอจะสามารถกำจัดแมลงได้ก็ต่อเมื่อ โมเลกุลที่เป็นไอนั้น เป็นพิษกับแมลงด้วย เมื่อแมลงได้กลิ่นก็จะตายหรือหลบหนีไป





Referance

1. J.Chem.Ed,82,9,2005,1321-1324

2. www.extension.iastate.edu/Publications/PM1963A.pdf

3. www.schoolscience.co.uk/content/5/chemistry/smells/index.html

4. http://www.schoolscience.co.uk/content/5/chemistry/smells/smellsch2pg1.html

5. http://scifun.chem.wisc.edu/CHEMWEEK/Odors/CHEMOREC.html
14 พ.ย. 2549 15:18
54 ความเห็น
1217645 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 19 Nikolet (Guest)

Nice site!
20 มี.ค. 2551 01:56


ความคิดเห็นที่ 20 mo-ok (Guest)

การกำจัดมอดหรือป้องกันมี 3 วิธีคือ <BR>1.นำพริกเเห้งโรยบนข้าวสาร <BR>2.นำกระดองปูตากเเห้งวางไว้บนข้าวสาร <BR>3.นำมะนาวหมกไว้ในข้าวสาร
4 เม.ย. 2551 15:58


ความคิดเห็นที่ 21 may@hotmail.com (Guest)

<P>ที่บอกวิธีกำจัดมอดหรือป้องกันทั้ง 3 วิธี&nbsp; ก็ทำแล้วแต่ไม่ได้ผล ข้าวสารยังมีมอดอยู่เหมือเดิมพอมีวธีอื่น อีกไหม เพราะตอนนี้ก็เจอปัญหามอดกินข้าวสาร โดยเฉพาะข้าวสารใหม่</P>
15 พ.ค. 2551 15:32


ความคิดเห็นที่ 22 poolmeehotmail.c0m (Guest)

<P>มีวิธีกำจัดมอดในรำสกัดมั้ยค่ะช่วยตอบหน่อย</P>
24 พ.ค. 2551 13:24


ความคิดเห็นที่ 23 budmgt99@yahoo.co.th (Guest)

เห็นมีนวัตกรรม ที่โรงเรียนบ้านหมอ สระบุรี

เอาลูกปิงปองผ่าซึก เอาแผ่นฟิล์มปิด เจาะรูเล็กพอมอดลอดได้ วางเอารูไว้ข้างล่าง หมกในข้าวสาร แล้วเอาไปตากแดด มอดร้อดจะหนีเข้าลูกปิงปอง แล้วหาทางออกไม่ได้ แล้วก็จับมอดไปกดน้ำให้ตาย



ภูมิปัญญาอภิวัฒน์

www.budmgt.com
14 ก.ค. 2551 19:25


ความคิดเห็นที่ 24 sp.glass@hotmail.com (Guest)

ผมใช้วิธีเอาข้าวเทใส่ถาดสแตนเลสเกลี่ยให้ความหนาประมาณ 1 นิ้ว เอาไปตากแดด ถ้าแดดจัด 1 วัน ตายทั้งตัวโตเต็มวัย ตัวอ่อน และใข่ กว่าจะหาวิธีได้ มันกินข้าวผมหมดไปหลายถุงเลยครับ ลองใช้วิธีนี้ดู แต่ต้องแน่ใจว่ามันตายหมดน่ะ ถ้ายังตายไม่หมดให้ทำซ้ำ แต่เวลาหุง

ต้องใส่น้ำมากกว่าปรกติที่เคยใส่ เพราะว่าข้าวที่ตากแดดสูญเสียน้ำไป
20 ก.ค. 2551 17:36


ความคิดเห็นที่ 25 หมูหวาน (Guest)

รักจัง
20 ส.ค. 2551 13:36


ความคิดเห็นที่ 26 ศ.จ. 30 (Guest)

พวก เรา คือ G.น้ำดงกล้วย 30 จุ๊บนำทีม ....................................รัก......................ทุกคน.................................อิอิอิ...............บาย
20 ส.ค. 2551 13:42


ความคิดเห็นที่ 27 ใคร มี น้ำ ใจ (Guest)

ใคร มี น้ำ ใจ ขอ เอา ที่ ดิ
20 ส.ค. 2551 13:45


ความคิดเห็นที่ 28 sp.glass@hotmail.com (Guest)

เอาข้าวสารใส่ถังที่ทำด้วยไม้สัก เห็นคนซื้อถังก็เลยลองถามดู เขาบอกว่าได้ผลมอดไม่มารบ
กวน
22 ก.ย. 2551 12:57


ความคิดเห็นที่ 29 tow2army@hotmail.com (Guest)

ถ้ามอดขึ้นไม้ให้นำไม้ไปแช่น้ำประมาณ 3-4 เดือน แล้วมอดจะหายไปและไม่กลับมาเจาะไม้อีกต่อไป
21 ต.ค. 2551 14:40


ความคิดเห็นที่ 30 wiwat@nutrition.co.th (Guest)

อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับมอด ทั้งการเกิด การดำรงอยู่ และวิธีป้องกัน
22 ต.ค. 2551 10:10


ความคิดเห็นที่ 31 snatchkaral@hotmail.com (Guest)

มอดอยู่ในอาหารสุนัขและอยู่ทั่วไปในบริเวณกระสอบอาหารสุนัขมีวิธีกำจัดอย่างไรบ้าง เคยใช้มาหลายวิธีแล้วกำจัดไม่เคยได้เลย

2 พ.ย. 2551 18:33


ความคิดเห็นที่ 32 ppat27@hotmail.com (Guest)

เปลือกไข่บดสามารถกำจัดมอดได้  เพิ่มแคลเซียมให้กับข้าวสาร  หรืออาหารหมาก็ได้

20 ก.พ. 2552 21:45


ความคิดเห็นที่ 33 ppat27@hotmail.com (Guest)

เปลือกไข่บดกำจัดมอด   วิธีทำดังนี้
1. ตากเปลือกไข่แดดจัด ๆ   3-4  ชม.(ช่วง11.00 - 15.00 น.)
2. ล้างเปลือกไข่ด้วยน้ำด่างทับทิม (แช่ไว้ 20 - 30  นาที)
3.นำเปลือกไข่ไปต้มในน้ำเดือด
4. อบแห้ง (ใช้เตาไมโครเวฟก็ได้เพื่อไล่ความชื่น)
5. บด /กรองด้วยตะแกรง เพื่อแยกเปลือกแข็งออก
6. นำผงละเอียดไปผสมกับ  ข้าวสาร / อาหารหมา อัตราส่วน 1 ช้อนโต๊ะ/ 1 กก  เท่านี้ก็กำจัดมอดได้  แถมเพิ่มแคลเซียมให้กับข้าว / อาหารหมาด้วยนะ

20 ก.พ. 2552 21:52


ความคิดเห็นที่ 34 -- -- (Guest)

เอาใบมะกรูดกับพริกแห้งโรยไว้บนข้าว

25 เม.ย. 2552 12:17


ความคิดเห็นที่ 35 piyachut_s@hotmail.com (Guest)

มอดขึ้นบ้านจำนวนมากจะทำอย่างไรดี ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่ตายซะที จะทำอย่างไรดี ใครรู้ช่วยบอกที

24 พ.ค. 2552 22:17


ความคิดเห็นที่ 36 tom/ neerunchara@yahoo.com (Guest)

รบกวนชาวยบอกวิ๊ธีกำจัดมอดด้วยคะ สร้างโรงเรือนไม้ไฝ่ไว้ตอนนีมีมอดมาเยอะมากทั้งๆที่เพิ่งสร้างเสร็จ เป็นปัญหามากเข้าไปอยู่ไม่ได้เลย เห็นบอกว่ามีสารเคมีกำจัดได้ ไม่ทราบว่าหาซื้อได้ที่ไหน ราคาเท่าไหร่ ใครทราบกรุณาช่วยด้วยะเดือนร้อนมาก เป็นโรงเรือนสำหรับเด็กมาเรียนด้วยต้องการใช้ด่วน ถ้าทราบกรุณาส่งข่าวได้ที่ neerunchara@yahoo.com
9 มิ.ย. 2552 15:46


ความคิดเห็นที่ 37 โดย itnangrong

หากต้องการฆ่ามอดข้าวสาร 100 % และปลอดภัยต่อการบริโภค....
โดยการใช้วิธีการและอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์...... ไม่มั่วนิ่ม....

คลิกไปดูวิธีฆ่ามันได้เลยครับ....(ไม่แนะนำให้คนขวัญอ่อน....และใจบุญสุนทานเข้าชมครับ....
เพราะวิธีการนี้คือวิธีการฆ่า.... ไม่ใช่ไล่ให้มันหนีไป ่...
แต่หวังผลในการรักษาข้าวสารให้พ้นจากเงื้อมปากของมอดข้าวสาร 100 %)

ตามลิ้งค์ข้างล่างนี้ไปเลยครับ http://kasate.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=78#78
29 มิ.ย. 2552 02:27


ความคิดเห็นที่ 38 tusanee27@hotmail.com (Guest)

ช่วยบอกหน่อย มอดขึ้นข้าวสาร
ใส่ทั้งมะนาว มะกรูด  ก็ขึ้นอยู่ดี
ทำไงดีค่ะ 

19 ก.ค. 2552 13:16

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น