คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
สายลับจอมเปิ่นป่วนโลกอนาคต
โพสต์เมื่อ: 09:46 วันที่ 16 พ.ย. 2549         ชมแล้ว: 589 ตอบแล้ว: 0
ตอนที่1 โรงเรียนสายลับฝึกหัดเวสเทรียร์

แสงแดดอันอบอุ่นยามเช้าส่องสว่าง เหมือนดั่งเป็นสัญญาณให้เปลือกตาบางของเธอค่อยๆเปิดออก และลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีน้ำทะเลกวาดมองรอบๆห้อง ก่อนเธอจะลุกออกไปรูดปิดผ้าม่านสีเขียวอ่อนที่อยู่เป็นเพื่อนหน้าต่างขนาดสองช่วงแขนกับแจกันดอกไม้สีสวยอีกอันหนึ่งบนโต๊ะไม้ข้างเตียง

นาฬิกาดิจิตอลเหนือประตูเลื่อนเหล็กสีเงินบอกเวลาเก้านาฬิกาสามสิบนาที

“............”

เธอกำลังยืนอยู่หน้ากระจกเงาข้างผนัง
ภายในกระจกบานนั้น เด็กหญิงอายุราวสิบเจ็ดปีผู้มีดวงตาสีเขียวอมน้ำเงินจ้องตอบกลับมา ผมยาวสีฟ้ายังคงดูเรียบร้อยแม้ว่าจะเพิ่งตื่นนอนก็ตาม เธอลองเอามือขยี้ผมสองสามที มันดูยุ่งๆสักพักหนึ่งก่อนจะกลับมาสู่สภาพเดิม

“จริงอย่างที่เขาว่า มันจะใช้ได้ไปอาทิตย์หนึ่งเต็มๆ” มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบางของเธอ ก่อนจะจางหายไป “แต่เจ้าเครื่องช็อตนี่ก็ยังเทียบเครื่องกระจายฝันของเรียร์ไม่ติดฝุ่น ขืนปล่อยไว้แบบนี้มีหวังได้ถูกสั่งพักการเรียนข้อหาป่วยอย่างไม่มีเหตุผลบ่อยๆแน่เลย”

เธอถอดอะไรบางอย่างคล้ายๆกับนาฬิกาซึ่งพันข้อมืออยู่ออกและโยนไปไว้บนเตียง พลางนึกถึงเมื่อช่วงปิดเทอมก่อนที่ไปนอนบ้านเพื่อน ..มันเป็นเครื่องมือแสนวิเศษที่ทำงานโดยสลัดความฝันออกจากความคิด วิธีใช้ก็ง่ายแสนง่ายเพียงสวมไว้บนศีรษะแล้วกำหนดเวลาที่ต้องการเอาไว้ ทว่ามีราคาสูงขนาดที่เธออ้อนพี่เป็นเวลาสองเดือนก็ไม่ยอมซื้อให้

แน่นอน.. เครื่องช็อตจากร้านค้าริมถนนจะเทียบของแบบนั้นได้อย่างไร

“บ้าจริง..”

เธอส่ายหน้าอย่างเอือมระอาก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง



เสียงประตูด้านหน้าเลื่อนเปิดออก
หญิงสาววัยยี่สิบสองปีย่างเข้ามา สายตาจับจ้องที่เด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียงระดับเข่า

“ตื่นเดี๋ยวนี้นะ ลีเนฟ ฟรอนไชน์!” หญิงสาวคนนั้นตะโกนลั่น เรียกสติเด็กหญิงได้ดียิ่งกว่าเครื่องกระจายฝันเสียอีก
“มีอะไรเหรอ อาทีน...” หลังจากงัวเงียได้ไม่ทันจบประโยคก็มีหมอนปริศนาปลิวผ่านมา
“บอกเป็นครั้งที่หนึ่งพันสามร้อยเก้าสิบเจ็ดแล้วว่าให้เรียก พี่ อา ที น่า” เธอย้ำให้น้องสาวฟัง พลางพยายามควบคุมสติอารมณ์
“น่าๆ มีอะไรก็ว่ามา” ลีเนฟว่าพลางเดินไปดึงผ้าม่าน และหันมาประจันหน้ากับพี่สาวเธอ

อาทีน่ามีเรือนผมสีน้ำตาลเข้มที่รวบไว้ข้างหลัง หน้าผมถูกหวีไว้ด้านข้างอย่างเรียบร้อยเป็นทรงผมที่น่ารักแต่ดูดีในแบบผู้ใหญ่ เธอมีดวงตาสีอำพันที่อบอุ่น
“จะเที่ยงแล้วนะยังมัวนอนอยู่ได้ ตกลงจะไปโรงเรียนไหมน่ะ” เธอมองน้องสาวที่ส่ายหน้าดิกๆ

“......อะไรกันโดนเข้าไปตั้งขนาดนี้ไม่ตื่น” เธอดูตัวเลขบอกปริมาณกระแสไฟฟ้าบนสายรัดข้อมือหรือที่เรียกอีกอย่างว่าเครื่องช็อตไฟฟ้ากำลังต่ำ
“ก็หนูบอกให้ซื้อเครื่องดรีมสเกตเทอร์ พี่ก็ไม่ยอมซื้อนี่” เธอพูดพร้อมกับทำท่างอนนิดๆ
“โธ่ เธอควรจะฝึกตัวเองให้ตื่นเช้านะ ฉันว่าเธอคงไม่ชอบเวลาที่กำลังนอนฝันหวานแล้วอยู่ดีๆก็ตื่นขึ้นมาหรอก ไม่ชอบแน่ๆ”
“อืม ช่างมันเถอะนั่นจะไปไหนเหรอ” ลีเนฟสังเกตเห็นชุดเรียบเป็นมันสีขาวรัดรูปของพี่ก็ถามขึ้น
“ทำงาน.. แล้วก็จะพาเธอไปโรงเรียนด้วย เพราะฉะนั้นรีบไปอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวนี้” อาทีน่าสั่งแต่น้องสาวจอมขี้เกียจก็ยังเฉย
“ไม่ไปมีอะไรไหม” เธอเอ่ยเรียบๆ “อัจฉริยะระดับหนูคงไม่ต้องไปโรงเรียนแบบนั้นหรอกมั้ง”
“ต้องไป ไม่รู้ล่ะยังไงวันนี้พี่จะต้องพาเธอไปโรงเรียนให้ได้” อาทีน่ายื่นคำขาดกับน้องสาวคนเก่งของเธอ “เร็ว หรืออยากให้พี่จับเธออาบน้ำแต่งตัว ฮึ”
“ค่าๆจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ” ลีเนฟกดปุ่มตู้เหล็กเล็กๆบนผนังทางขวามือของกระจกเงา มีอะไรบางอย่างที่คล้ายกับลิ้นชักแต่มีขนาดกระทัดรัดกว่ามากยื่นออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดหนึ่ง

เธอเดินเข้าห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆกัน ได้ยินเสียงอาทีน่าแว่วมา “ลิน พี่ให้เวลาห้านาที ถ้าช้ากว่านั้นละก็....”





เวลาสิบสามนาฬิกา

นาฬิกาเหนือประตูเลื่อนยังคงทำงานอย่างเที่ยงตรง

เด็กหญิงนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมขนาดหนึ่งคนในห้องนั่งเล่น ผมของเธอกลับมาเป็นลอนแบบคลื่นอีกครั้ง อุปกรณ์ต่างๆบนโต๊ะแก้วใสที่เป็นโลหะพิเศษไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้เลย

อาทีน่ายืนอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง เธอกำลังดูข้อความจากหน้าจอรับส่งข้อความเล็กๆนั้น

“เธอจะไปไหน” อาทีน่าถามเมื่อเห็นน้องลุกออกไป
“ทำผม..” ประตูเลื่อนหน้าห้องเปิดออก และปิดลงโดยรีโมตในมือของใครคนหนึ่ง ลีเนฟส่งสายตาไม่พอใจไปให้พี่สาวเธอ
“เดี๋ยวพี่ทำให้” เธอเดินเข้าไปในลิฟต์และกลับมาพร้อมกับอุปกรณ์อะไรสักอย่างหนึ่งคล้ายๆเครื่องหนีบผม
“ทีหลังจะใช้ก็มาขอไม่ใช่เอาไปเฉยๆแบบนี้ อ้อ แล้วนี่น่ะพี่เจอในห้องเธอใช้แล้วกรุณาเอามาคืนด้วยนะค่ะ” เธอว่าขณะกำลังทำผมให้น้องสาว ซึ่งเธอกำลังยิ้มน่ารักน่าชังระคนน่าตบอยู่

...วันนี้ไม่รู้เป็นอะไรช่างเอาใจเป็นเป็นพิเศษ ลีเนฟนึกอย่างขบขัน

“เอ้า เสร็จแล้วไปเร็วเดี๋ยวไม่ทัน”
“ไหนๆก็สายแล้วนี่ไม่เห็นเป็นไร เดี๋ยว!ไม่ทันอะไร?” เธอหันมาจากกระจกเงา เมื่อจัดแจงผมเผ้าเรียบร้อยแล้ว

และโดยไม่ตอบคำถาม อาทีน่าก็ลากลินที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือออกมา





โรงเรียนสายลับฝึกหัด เวสเทรียร์

อักษรสีเงินตัวโตจารึกไว้บนแผ่นป้ายโลหะหนา

พวกเธอเดินเข้าไปในโรงงานเล็กๆแห่งหนึ่งที่ดูซอมซ่อจนอยากจะทุบทิ้งเสียให้ได้ ข้างทางก็เป็นพวกเศษเหล็กที่สนิมเกรอะกรัง แล้วก็ต้องระวังไม่ให้เผลอเดินเหยียบสายไฟพวกนั้นด้วย ..ทว่าสองพี่น้องก็ไม่ได้มีท่าทีใดๆกับทุกอย่างที่ว่านี้เลย

“โรงเรียนสายลับเวสเทรียร์ แหม ลับมากนักนี่ป้ายเด่นหราออกขนาดนั้น” ลีเนฟบ่นอุบอิบขณะพยายามเดินตามพี่สาวที่ก้าวฉับๆไปเรื่อย

พอจะเห็นได้ลางๆว่าที่ต้นแขนซ้ายมีแถบสีแดงอ่อนอยู่
“พี่ได้เลื่อนขั้นแล้วเหรอ” ลีเนฟถามขณะที่พวกเธอยืนอยู่ในลิฟต์เก่าๆ
“อืม” อาทีน่าตอบสั้นๆ

รูปแบบสายลับที่ถูกต้องของทุกสังกัดจะต้องมีแถบสีต่างๆระบุไว้ชัดเจน เพื่อบ่งชี้ถึงสังกัดของตนและเพื่อบ่งบอกถึงระดับของการเป็นสายลับอีกด้วย ซึ่งที่ตั้งแถบสีจะแตกต่างกันไปตามสังกัดที่ตนอยู่ ในที่นี้อาทีน่ามีแถบสีแดงอยู่บนแขนเสื้อของชุด และเช่นกัน ชุดสีดำขลับรูปแบบเดียวกับอาทีน่าของลีเนฟก็มีสีเหลืองเข้มปรากฏอยู่

แถบสีจะเริ่มต้นตั้งแต่สีเหลืองอ่อน เหลือง เหลืองเข้ม ส้ม และไล่สีไปเรื่อยๆจนถึงแดง ม่วง ดำ แต่ลีเนฟก็ยังคงเส้นคงวาอยู่กับสีเหลืองไม่เปลี่ยนแปลง เพราะเหตุผลที่เธอเข้าใจเอาเองว่า เมื่อก้าวขึ้นสู่ระดับที่สูงเท่าใดหน้าที่และความรับผิดชอบก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่ากัน ซึ่งมันก็ตรงตามนั้น

“อาทีน่า..”
“พี่อาทีน่าค่ะ”
“.........” เลเนฟก้มหน้าถาม พยายามทำน้ำเสียงเรียบๆ “เคยเจอสายลับขั้นแบลคไหม”
“ก็... จริงๆแล้วเคยได้ยินเสียง แต่ก็ไม่ได้เจอตัวเป็นๆเลยสักครั้ง” อาทีน่าสังเกตเห็นท่าทีแปลกๆของน้อง ลีเนฟไม่เคยใส่ใจเรื่องระดับขั้นเลย “ทำไมเหรอ”
“เปล่า.. น่าอิจฉาได้รู้จักกับคนระดับสูงสุดแบบนั้น” เธอพูดยิ้มๆ
“ไม่หรอก พี่ไม่เคยรู้จักคนระดับสูงสุดเลย แม้แต่เสียงก็ยังไม่เคยได้ยิน” เธอพูดเสียงสบายๆ
“หมายความว่าไง ระดับสูงสุดไม่ใช่แบลค” ลีเนฟชักจะเวียนหัวขึ้นมา
“..ใช่ ระดับสูงสุดจริงๆคือ ไวท์” อาทีน่ามองหน้าน้องสาวตรงๆ “ไม่เคยได้ยินล่ะสิ แต่พี่ก็ไม่แน่ใจนักหรอกว่าจะมีจริงหรือเปล่า”
“....นั่นสินะ คงไม่มีหรอกแบบนั้น ถ้ามีจริงใครจะเป็นคนเลื่อนระดับให้” เธอเอ่ย ก่อนหัวเราะเบาๆ
“ถ้าไม่มีใครเลื่อนให้.. มันก็เลื่อนเองเลยไง”
“อย่างนั้นก็ดีสิ หนูจะเลื่อนให้เป็นไวท์เลย” เธอว่าพลางยิ้มขำๆ
“ฮะๆ มันไม่ง่ายนักหรอกคุณเลเนฟ พวกที่ทุจริตด้านนี้ก็มีเยอะแต่ไม่มีใครเลื่อนเกินออเร้นวันได้เลย” เธอว่าพลางจ้องมองแถบสีของน้อง ออเร้นวันคือระดับถัดไปของเลเนฟ “พวกโปรแล้วก็ยังทำได้แค่นั้น เพราะพวกที่เหลือมักจะโดนจับได้แล้วก็ถูกโยนออกสังกัดพร้อมข้อหาไปหมดเลย”
“เหรอ แต่อย่าลืมล่ะฉันมันโปรเหนือโปร กับแค่เปลี่ยนแถบสีอย่านึกนะว่าจะทำไม่ได้” เธอพูดอย่างวางภูมิ

อาทีน่าส่ายหัวอย่างเอือมระอา
“ไปสอบระดับถัดไปให้ผ่านก่อนเถอะแม่คุณ” เธอว่าแกมเยาะเย้ย “แต่ถ้าอยากเป็นขั้นเหนือเมฆจริงๆละก็ ต้องไปสอบให้ผ่านเป็นแบลคแล้วทำภารกิจระดับเอสไปเรื่อยๆสักวันก็คงจะได้”
“มันเปลี่ยนได้เองเหรอ”
“อืม จำไม่ได้เหรอก่อนที่จะได้เป็นลาสเยลโล่เนี่ย เธอไม่ได้ไปสอบแต่มันได้มาเองตอนเสร็จสิ้นภารกิจ”
“จริงน่ะ”
“จริง... ฉันส่งแค่นี้ล่ะขืนอยู่นานจะมีคนจับได้ว่าแอบมาทางประตูลับ”
“ไม่มีทาง เพราะพี่น่ะระดับเอ็กตร้า” ลีเนฟว่าด้วยเสียงที่หนักแน่นแกมหยอกล้อ
“............” อาทีน่าลูบผมน้องก่อนจะเดินหายไป

เบื้องหน้าเด็กสาวขณะนี้เป็นอาคารรูปทรงประหลาด
ถ้ามองจากมุมสูงจะเห็นเป็นวงรี ที่มีกระจกแก้วชนิดพิเศษครอบคลุมไปทั่ว รอบบริเวณมีเหล่าต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ กระทั่งผืนหญ้าและน้ำพุเล็กๆตั้งอยู่ อากาศบริสุทธิ์ขนาดทำให้ลืมโรงงานซอมซ่อที่ผ่านมานั่นได้เลย บริเวณนี้ทั้งหมดเป็นสถานที่สำหรับเรียนและฝึกของนักเรียนระดับลาสเยลโล่อย่างเธอ



........................................................

kuraira เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 18 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม
หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.