คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
จะแก้ปัญหาการเรียนการสอนวิชาฟิสิกส์อย่างไรดี
โพสต์เมื่อ: 16:27 วันที่ 20 พ.ย. 2549         ชมแล้ว: 833 ตอบแล้ว: 12
จากการเรียนวิชา สัมมนาการสอนฟิสิกส์หลังจากฝึกสอนค่ะ พบว่าตอนนี้การเรียนการสอนวิชาฟิสิกส์ทั้งในบ้านเราและต่างประเทศมีปัญหาเยอะมากๆ ทั้งเรื่องของการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ยังไงก็ทำให้เด็กหันมาสนใจฟิสิกส์ไม่ได้ เพราะเด็กบางคนมองว่าฟิสิกส์ยากมาก ก็เลยไม่ตั้งใจเรียนมันซะเลย
นอกจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแล้ว ปัญหาที่สำคัญอีกอย่างคือ อุปกรณ์ในการทดลองไม่เพียงพอ แต่ที่โดนมากับตัวเองตอนฝึกสอนก็คือ ไม่มีห้อง Lab ใช้ เพราะกลายเป็นห้องเรียนประจำไปหมดแล้ว เวลาทำการทดลองแต่ละครั้ง ครูต้องแบกอุปกรณ์มาให้ แต่ถ้าอุปกรณ์ใหญ่มาก ก็แบกมาไม่ได้ แถมตอนนี้หลกสูตรของบางโรงเรียนยังไม่มีการเชื่อมโยงเนื้อหา อยากจะยกเรื่องไหนมาสอนก็ยกมาสอน เราจะมีวิธีการแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไรดีคะ

particle-in-a-box เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 31 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 11 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 22 พ.ย. 2549 (18:19)
การเรียนและการสอนวิชาฟิสิกส์ เด็กนักเรียนจะสนใจถ้า
เขารู้ว่าเรียนวิชานี้ไปทำไม หรือวิชานี้มีประโยชน์อย่างไรกับชีวิตประจำวันบ้าง

ดังนั้น ครูจะต้องบอกให้นักเรียนทราบว่า วิชาฟิสิกส์มีประโยชน์อย่างไร และเรียนไปทำไม โดยเฉพาะฟิสิกส์เกี่ยวข้องอย่างไรกับชีวิตประจำวัน

เช่น ถ้าสอนเรื่อง แสง อาจถามว่า ทำไม ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า และตอนเย็นเป็นสีแดง รุ้งกินน้ำเกิดอย่างไร แสงจากไฟฟ้าและดวงอาทิตย์เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ประตูที่เลื่อนเปิด-ปิด ได้เองเมื่อเราเดินไปใกล้ๆ เกิดขึ้นได้อย่างไร เหล่านี้ เป็นต้น

เรื่อง เลนส์ อาจจะใช้ช้อนกินข้าวที่แวววาวหน่อยเป็นเลนส์ ให้นักเรียนมองตัวเองจากด้านนูนของช้อน ด้านเว้าของช้อน ก็จะเห็นภาพจริงภาพเสมือนนั่นเอง เป็นการใช้อุปกรณ์ใกล้ตัวและหาง่าย

ถ้าสอนเรื่องไฟฟ้า ต้องให้นักเรียนสามารถคำนวณค่าไฟฟ้าได้ ให้นักเรียนไปคำนวณค่าไฟฟ้าที่บ้านว่า เดือนหน้าน่าจะเสียสักเท่าไร เรามีวิธีลดค่าไฟฟ้าที่บ้านได้อย่างไร หากเราจะซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้า เราควรเลือกอย่างไร ดูจากตรงไหนว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าอันไหนกินไฟมากน้อยอย่างไร เป็นต้น

มีอีกเยอะแยะ นี่เป็นแค่ตัวอย่างเพียงเสี้ยวหนึ่ง อาจจะมีวิธีอีกมากมายที่ดีกว่านี้ ที่สำคัญ ครูต้องมีเทคนิควิธีการนำเข้าสู่บทเรียนที่น่าสนใจ น่าติดตาม
อ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 114 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 22 พ.ย. 2549 (18:35)
ส่วนเรื่องอุปกรณ์การสอน หาอุปกรณ์ใกล้ตัวและมีในท้องถิ่นแทนถ้าอุปกรณ์ขาดแคลน ถ้าไม่มีจริงๆก็ต้องเสนอเพื่อจัดซื้อ ทางโรงเรียนอนุมัติแน่นอน ถ้ามันจำเป็นจริงๆ

ปัจจุบันนี้ แต่ละโรงเรียน จะมีห้อง เคมี ฟิสิกส์ และชีววิทยา เกือบทุกโรงเรียน หากโรงเรียนไหนยังไม่มีลองนำเสนอโครงการดูนะคะ เพราะห้องเหล่านี้จำเป็นจริงๆ

ส่วนการเรียงเนื้อหา ได้มีการเรียงเนื้อหาใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการ เคยศึกษาดู เห็นว่ามีความเหมาะสม

ในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ อาจนำเสนอเรื่องราวทางฟิสิกส์ให้นักเรียนได้ขบคิด และทดลองกัน หรือแข่งขัน จะทำให้นักเรียนรู้จักฟิสิกส์และชอบฟิสิกส์มากขึ้น

มีหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ การทดลองฟิสิกส์สุดท้าทาย
จัดว่าเป็นหนังสือที่ดี เหมาะกับประถมและมัธยม และมีอื่นๆอีกหลายเล่ม ลองหาดู อาจได้อุปกรณ์การทดลองที่ทำเองได้และหาได้ง่าย
อ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 114 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 22 พ.ย. 2549 (18:46)
หากอยากรู้อะไรใหม่ๆเพื่มเติมเรื่อยๆ
ต้องแวะไปที่ ของฝากครูฟิสิกส์ ของท่านอาจารย์นิรันดร์ค่ะ
มีมุมมองและความรู้ที่น่าสนใจอยู่หลากหลาย
อ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 114 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 19 ก.พ. 2550 (13:20)
คนทั่วไปเรียนเพื่อการเข้าใจและรับสิ่งใหม่ๆ ได้โดยไม่พิศวงงงงวยมาก นักวิทยาศาสตร์เรียนเป้นฐานความรู้ที่จะนำไปต่อยอด นักประดิษฐเพื่อเข้าใจหลักการและการประยุกต์ใช้ ทำให้เกิดเทคโนโลยี ส่วนนักเรียนจะสนใจหรือแล้วแต่ว่าจะเป็นประเภทไหน ถ้าคนที่สนใจจริง ต่อให้มีแต่ตัวหนังสือเค้าก็ชอบ ดังการสอนฟิสิกส์ที่ดีต้องสร้างทัศนคติ แนวทาง ความคืดของรักเรียนของนักเรียนด้วย แต่ทำยากจัง
หกฟหก (IP:203.113.17.172)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 19 ก.พ. 2550 (15:04)
นำความรู้หรือปัญหาในชีวิตประจำวันมาเป็นตัวนำเข้าสู่บทเรียน เช่น
- ลากวัตถุให้เคลื่อนที่ ในช่วงแรก จะใช้แรงมาก เมื่อมันได้เคลื่อนที่แล้ว จะใช้แรงน้อยกว่าเดิม
- แตงโมหล่นจากท้ายรถ จะวิ่งตามรถ
- วัตถุหล่นจากหิ้งบนรถโดยสารที่กำลังแล่นจะโดนศีรษะคนที่อยู่ตรงวัตถุนั้น แทนที่จะโดนศีรษะของคนที่นั่งข้างหลัง(เพราะรถเคลื่อนที่)
ฯลฯ
เอกอาสอวอ (IP:202.57.179.189)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 22 ก.พ. 2550 (10:23)
ขอบคุณคุณ"อ้อ"ที่อ้างถึง"ของฝากครูฟิสิกส์"ครับ
กำลังคิดจะเลิกโพสต์กระทู้นี้แล้ว
มาเห็นข้อความของคุณอ้อ ก็เลยคิดว่า จะทำต่อไปก็แล้วกัน

physics นั้น ความหมายตามรากศัพท์เดิมก็คือ "ธรรมชาติ"
เรืยนฟิสิกส์ก็คือวิชา"ธรรมชาติศึกษา"นั่นเอง
อะไรที่ทำไม่ได้ ธรรมชาติทำไม่ได้ก็ไม่ใช่ฟิสิกส์
แต่ธรรมชาติเป็นเรื่องละเอียดลออ

บทเรียนที่ให้นักเรียนได้ศึกษาในชั้นประถม - มัธยม นั้น ไม่สามารถเข้าถึงธรรมชาติที่แท้จริงได้
เช่นเรียนเรื่องกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ก็เป็นการอ้างว่าไม่มีแรงเสียดทาน ทั้งที่แรงเสียดทานมีอยู่มาก
หรือ
แรงเสียดทานมีค่าไม่คงที่ แต่บทเรียนก็ว่าคงที่

บทเรียนว่าสายไฟฟ้าไม่มีความต้านทาน ทั้งที่จริงแล้วมีแต่ซูเปอร์คอนดักเตอร์ที่ไม่มีความต้านทาน
ถ่านไฟฉายมีความต้านทานภายในไม่คงที่ แต่บทเรียนว่าเป็นค่าคงที่
หลอดไฟฟ้ามีความต้านทานไม่คงที่ แต่บทเรียนกว่าไม่คงที่

ทีนี้ การทดลองมันเป็นของจริง
พอทำตามบทเรียน ผลที่ได้ก็ไม่ตรงตามบทเรียน
ครูแทนที่จะชี้แจงกับนักเรียนว่าเป็นเพราะอะไร
กลับบอกว่าเครื่องมือไม่มาตรฐาน ต่อไปไม่ต้องทำการทดลอง
ด้วยกลัวสอนไม่ทันตามหลักสูตร เพราะเน้นจำนวนหน้าที่สอนได้
มากกว่า
ความรู้สึกที่เข้าไปในสมองเด็ก

การแก้ไข หากจะทำกันจริง ก็ต้องแก้กันเป็นระบบ
และร่ายกันยาวมาก
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12073 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 779 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 22 ก.พ. 2550 (10:53)
ของฝากครูฟิสิกส์
ตอนนี้มีถึงหน้าที่ 17 แล้ว ลองเลือกที่จะเหมาะกับบทเรียนนะครับ
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12073 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 779 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 22 ก.พ. 2550 (22:49)
พี่โก๋แก่ครับ
คนไทยบางคนนะครับ(ไม่รู้ว่าใครบ้างเหมือนกัน )
คนไทยด้วยกันเอง ต่อชักแม่น้ำทั้ง 5 อย่างไรเขาก็ไม่เชื่อเพราะเป็นคนไทยด้วยกัน
จะต้องเสียเงินแพง ๆ มาจ้างฝรั่งบ้าง ญี่ปุ่นบ้าง มาสอน แล้วก็เชื่อเขา
แต่
ก็ไม่ทำตามที่เชื่อ เพราะสภาพแวดล้อมมันทำไม่ได้
เครื่องมือ วัสดุที่เรามีอยู่ไม่เหมือนเขาบ้าง
สรุป ไม่ทำอยู่ดี

กับคนไทยที่เขาเศษแก้วแตก ลูกโป่งดีบ้าง แตกบ้าง เศษท่อน้ำ ลูกปิงปองที่เด็กเลิกเล่นแล้ว
รวมทั้งตะเกียบใช้แล้วทิ้ง ฯลฯ มาทำเป็นสื่อการสอนฟิสิกส์
เขาก็ไม่เชื่อ หาว่ากระจอกงอกง่อยบ้าง ไม่ดึงดูดความสนใจบ้าง ถึงกับว่าไม่เป็นฟิสิกส์ ก็มี
เพราะไม่ได้ใช้เครื่องมือราคาแพง

ตรงข้ามกับฝรั่ง พอได้ยินก็ตาลุก จ้างคนไทยที่ใช้ขยะสอนฟิสิกส์ได้ให้ตระเวนไปบรรยายให้พวกเขาฟัง

อยากบอกว่า ไม่มีอะไรในจักรวาลนี้ที่ไม่ใช่ฟิสิกส์

ไล่ไปตั้งแต่ธุลี ไปจนถึงหลุมดำ
นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12073 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 779 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 23 ก.พ. 2550 (09:07)
อ่าน คหพต.ของ อ.นิรันดร์ พร้อมกับการดูดนมขวด(ชนิดเปรี้ยว)ไปด้วย
พออ่านจบก็หมดขวดพอดี ก็คิดตาม อ.นิรันดร์ไปว่า ขวดนมนี้จะนำมาทำสื่อการสอนฟิสิกส์ได้หรือไม่
ผลการคิดเป็นดังนี้ครับ

1. นำยางรัดของมาสองเส้น เส้นที่หนึ่งขึงพาดปากขวดให้ตึงแล้วรัดด้วยยางเส้นที่สองรอบปากขวดให้แน่น
ลองดึงยางที่ขึงพาดปากขวดแล้วปล่อย ปรากฏว่ามีเสียงดังเหมือนเสียงกลอง
ลองขึงยางให้ตึงมากน้อยแล้วดีดดู พบว่าจะความตึงหนึ่งที่ทำให้เสียงดังที่สุดและเพราะที่สุด
2. เติมน้ำลงไปในขวดแล้วดีดหนังยาง ระดับเสียงจะเปลี่ยนไป แต่เสียงดังไม่มาก ลองเปลี่ยนความตึงของยางอีกเสียงจะดังมากขึ้น
3. ถ้าทำอย่างนี้กับขวดหลายๆใบก็สามารถเล่นเป็นเครื่องดนตรีได้
4. เติมน้ำลงไปในขวด ใช้กระดาษปิดปากขวดแล้วคว่ำลง น้ำจะไม่ไหลออกจากขวด
5. ทำเช่นเดียวกับข้อ 4 แต่คว่ำขวดไว้ในขันน้ำแล้วดึงกระดาษออก น้ำก็จะยังคงค้างอยู่ในขวด
6. จุดเทียนตั้งไว้ในจานที่มีน้ำ แล้วใช้ขวดใบนี้แหละ คว่ำครอบเทียน เทียนจะดับ แล้วน้ำก็จะสูงขึ้นไปในขวด(ข้อนี้เป็นเรื่องของเคมี แต่ให้มองให้เป็นฟิสิกส์)
7. กรอกน้ำลงไปในขวดแล้วนำไปต้ม ทั้งๆที่ขวดเป็นพลาสติก แต่น้ำก็เดือดได้โดยขวดไม่หลอมเหลม
8. นำถุงพลาสติกมาครอบปากขวด รัดด้วยหนังยางให้แน่นแล้วนำไฟมาลนขวด สังเกตถุงพลาสติก
9. ปาขวดให้ลอยไปในแนวระดับ สังเกตการเคลื่อนที่ของขวด
10. ทำเช่นเดียวกับข้อ 9 แต่ปาขึ้นไปเป็นมุม 30 องศา 45 องศา 80 องศา และ 90 องศา สังเกตการเคลื่อนที่ของขวดและระยะห่างของจุดที่ขวดตก
11. กรอกน้ำใส่ขวดแล้วนำเชือกสองเส้นมาผูกปากขวดแขวนไว้ ให้เชือกทั้งสองเส้นทำมุมต่างๆกัน ปลายเชือกผุกับเครื่องชั่งสปริง
12. ใช้ขวดใบนี้แหละเล่นสนุกหรือทดลองเกี่ยวกับไฮโดรสแตติกในลักษณะต่างๆ

(เหนื่อยที่จะพิมพ์แล้ว)

ก็สรุป(ตามคำแนะนำของ อ.นิรันดร์) ได้ว่าของเล่นของใช้ หรือวัสดุเหลือใช้ทั้งใกล้ตัว ไกลตัว สามารถนำมาทำสื่อการสอนฟิสิกส์ได้มากเลยครับ
Np (IP:202.57.179.189)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 23 ก.พ. 2550 (10:34)


ขอบคุณ อ.นิรันด์ ที่กรุณามาต่อความเห็นให้
ครับไม่มีข้อโต้เถียงในความเห็นที่ให้มา มิน่าทั้งบ้านผมบ้าน อาจารย์ถึงได้เต็มไปด้วยขยะเค็มบ้านไปหมด
กี๋ผม ลงทุนซื้อบ้านติดกันย้ายไปอยู่ข้างบ้านแล้ว บอกรกไม่มีที่เดินที่นอนแล้วหนีเลย อิอิ

อาจารย์น่าจะลองเขียนหนังสือสักเล่มนะ วิธีสอนฟิสิกส์จากกองขยะ วิชาฟิสิกส์หลังบ้าน ฯลฯ อะไรๆพวกนั้น

เคยรื้อ เมาส์คอมพิวเตอร์รุ่นเก่าๆที่มีลูกเหล็กกลมๆดู มีของเล่นในนั้นมากมาย Micro Switch เล็กๆอย่างดี 2-3ตัว
Photo Cell หรือ Photo Transistor อีก2 LED อีก 2 ตัว Counter Wheel และอะไรๆ อีกมาก

ความจรืงมันไม่มีอะไรเสียง่ายไหรอก รื้ออกมาเอาฝุ่นที่ไปติดภายในออก มันก็ใช้ได้แล้วส่วนมากมันสกปรกทำให้ล้อ
ที่ใข้นับระยะเคลื่อนที่มันฝืด เลยทำให้ล้อที่ไปหมุน Counter Wheel เลื่อนบ้างไม่เลื่อนบ้างเช็ดล้างเสียหน่อยก็ใช้ได้แล้ว

หากถอดเป็นชิ้นๆไปหาซื้อมาใส่ รับรองราคาเป็นพันเลย เมาส์ตัวเดียว
รถเด็กเล่นของเล่นเด็ก มีทั้ง มอเตอร์ เฟืองทด จักรกลการทำให้เคลื่อนไหว หลอดไฟ เสียง ฯลฯ เอามาดูมาศึกษา

พูดไปแล้วต้องขอบคุณๆพ่อผม ไม่เคยดุว่าเลยถ้าผมจะรื้อดูข้างในว่ามัน เดินอย่างไรหมุนอย่างไร(รื้อแล้วใส่กลับไม่ได้)
ผมเรียนพื้นฐานฟิสิกส์จากของเล่นพวกนี้(ของดีที่ทำเสียด้วย) มากกว่าที่โรงเรียนอีก
เท่าที่จำได้ นาฬิกาลูกคุ้ม 2 เรือน ข้อมืออีก ตะเกียงลาน แผ่นเสียงไขลาน วิทยุหลอด ลำโพง ไมโครโฟน ฯลฯ
เละเป็นเศษเหล็กด้วยน้ำมือมามากต่อมาก แล้ว

หากท่านที่อยากส่งเสริมให้ลูกเรียนหรือรู้เรื่องด้านจักรกล กลไก ไฟฟ้าต่างๆ ไม่ต้องลงทุนมากนัก สัก 2-3 ร้อยก็เหลื่อแหล่
หาเครื่องมือช่างพื้นฐานให้สักชุด ไขควงปากแบน ปาก+ ไขควงเล็กๆ ตีมปากยาว คีมตัด ปากแบน หัวแร้งตะกั่ว
ให้เจ๋งทางไฟฟ้าก็ มัลติมิเตอร์อีกตัว แล้วก็ของเล่นสมัยเด็กๆ อีกกองมาแกะดูก็ทำโครงงาน วิทยาศาสตร์ แจ๋วๆได้มากมาย
แค่ผสมประสาน ความคิดสร้างสรรค์เข้าไปอีกหน่อยก็เท่านั้นเอง






เมื่อไรถึงแก้ไขข้อความที่โพสแล้วโดยไม่แถมเว้นบรรทัดเสียทีก็ไม่รู้




โก๋แก่ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2629 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 528 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 23 ก.พ. 2550 (12:47)
พี่โก๋แก่ครับ
ผมลองแก้แบบนี้
ลอกไปใส่เวิอร์ด แล้วลอกกลับมาแปะใหม่ ไฉไลกว่าเก่า

นิรันดร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12073 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 779 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม

ชื่อ / email:
ข้อความ

รูปภาพ หรือ ไฟล์
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.