คุณสมบัติของ กรด เบส กลาง มีรัยมั่ง

คุณสมบัติของ กรด เบส กลาง มีรัยมั่ง บอกหน่อยจะเอาไปทำโครงงาน ต้องการความรู้จากคนหลายๆคนมารวมกัน



ความคิดเห็นที่ 9


25 ต.ค. 2551 13:23
  1. บ้า



ความคิดเห็นที่ 6

9 ก.ค. 2551 15:19
  1. กรด
    -รสเปรี้ยว
    -มะนาว
    -น้ำยาล้างห้อน้ำ
    -กัดกร่อน ต่างๆ
    เบส
    -ลื่น
    -ฝาด
    เช่น
    -น้ำยาล้างจาน
    -สารที่ลงท้ายด้วย-ไซด์



ความคิดเห็นที่ 7

9 ก.ค. 2551 15:21
  1. กลาง เช่น
    -เมื่อทดลองด้วย กระดาดลิตมัสทั้ง2สีแล้วไม่เปลี่ยนสีเลยก้อคือกลาง
    เช่น
    -น้ำเชื่อม
    กรดเจือจาง เช่น
    -น้ำกลั่น



ความคิดเห็นที่ 1

ครอบจักรวาล
3 ธ.ค. 2549 17:40
  1. ทดสอบได้ง่ายๆด้วยกระดาษลิตมัสซิครับ มันคือ"อินดิเคเตอร์"ประเภทหนึ่ง ถ้ากระดาษเปลี่ยนสีจากแดงเป็น้ำเงินคือ เบส ถ้าน้ำเงินเป็นแดงก็คือ กรด ถ้าไม่เปลี่ยนสีก็คือ กลาง ไงละครับ



ความคิดเห็นที่ 10

23 ธ.ค. 2551 12:38
  1. ถ้ากระดาษไม่เปลี่ยนสีก็จะเป็นกลาง
    ถ้ากระดาษเปลี่ยนสีเป็นสีเเดงเป็นสีน้ำเงินก็เป็นเบส
    ถ้ากระดาษเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงินเป็นสีน้ำเเดงก็เป็นกรด




ความคิดเห็นที่ 3

14 ก.ย. 2550 18:50
  1. เบสมีผงฟู กรดน้ำมะนาว กลางน้ำเปล่า รู้เเค่นี้อ่ะนะ



ความคิดเห็นที่ 2

18 ส.ค. 2550 12:02
  1. 54881



ความคิดเห็นที่ 8

4 ต.ค. 2551 17:47
  1. อยากได้มากกว่านี้



ความคิดเห็นที่ 4

OOEJUNG
22 พ.ย. 2550 21:33
  1. แล้วทำไมกระดาษลิตมัสมันถึงเปลี่ยนสีได้ล่ะค่ะ



ความคิดเห็นที่ 5

18 ธ.ค. 2550 13:27



ความคิดเห็นที่ 11

11 ส.ค. 2552 19:19
  1. สารละลายกรด

    1. มีรสเปรี้ยว

    2. เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง

    3. ทำปฏิกิริยากับเบสได้เกลือกับน้ำหรือเกลือ

    เพียงอย่างเดียว

    4. นำไฟฟ้าได้

    5. ทำปฏิกิริยากับโลหะบางชนิด เช่น

    Zn,Mg,Fe,Al ได้ก๊าซ H2 และเกลือของโลหะ

    นั้น เช่น

    Zn(s) + HCl(aq) ZnCl(aq) + H

    6. ทำปฏิกิริยากับเกลือคาร์บอเนตหรือเกลือ

    ไฮโดรเจนคาร์บอเนตได้แก๊ส CO2 เช่น

    2HNO3 + CaCO3 Ca(NO3)2(aq) +

    H2O(1) + CO2(aq)




    สารละลายเบส

    1. มีรสฝาด

    2. เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีแดงเป็นสีน้ำเงิน

    3. ทำปฏิกิริยากับเบสได้เกลือน้ำหรือเกลือเพียง

    อย่างเดียว

    4. นำไฟฟ้าได้

    5. ลื่นคล้ายสบู่ เมื่อนำไปต้มกับไขมันจะได้สบู่

    6. ต้มกับเกลือแอมโมเนีย เช่น NH4Cl, (NH4)2 ,

    SO4 จะได้แก๊ส NH3 ซึ่งเปลี่ยนสีกระดาษ

    ลิตมัสจากแดงเป็นน้ำเงิน




ความคิดเห็นที่ 12

29 ก.ค. 2553 20:55
  1. งงอะ



ความคิดเห็นที่ 13

27 ส.ค. 2553 14:09
  1. ดีจัง



ความคิดเห็นที่ 14

5 ก.ย. 2553 15:37
  1. ขออีกหน่อยนะค่ะ และก็ขอบคุณค่ะ



ความคิดเห็นที่ 15

6 ก.ย. 2553 19:03
  1. ใจครับ ผมทำรายงานเสร็จพอดีเลยครับ ขอบใจจริงๆครับ



ความคิดเห็นที่ 16

6 ก.ย. 2553 21:48
  1. THANK U;) หลายๆๆ อิอิ



ความคิดเห็นที่ 17

6 ก.ย. 2553 21:50
  1. มีอิกไหม ค้นหาในเน็ต มันก้อน้อย ไปนิสนุง แต่ก็ยังมีอยู่ แต่ยังไงก็ขอบใจจร๊ๆๆ THANK U:) หลายยยยย ย ย ย ย!!@#~



ความคิดเห็นที่ 18

6 ก.ย. 2553 21:53
  1. โพ้ส ให้เยอะละ ละ ละ ละ!!#$ แต่ชอบอ่ะ แต่งงตรง เปลี่ยนสีไม่เปลี่ยนสี!@#!



ความคิดเห็นที่ 19

23 ก.ย. 2553 19:41
  1. กรด - เบส กรด - เบส คืออะไร กรด เบส ในชีวิตประจำวัน ( Acid Base in Everyday Life) สารประกอบจำพวกกรด เบส มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์อย่างมาก ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า กรด เบส คืออะไรอย่างง่ายๆ สารละลายกรด คือสารละลายที่มีรสเปรี้ยว เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากน้ำเงินเป็นแดง หรือทำปฏิกิริยากับโลหะได้ แก๊ส H 2 และ เกลือ สารละลายเบส คือสารละลายที่มีรสขม เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากแดงเป็นน้ำเงิน หรือมีลักษณะลื่นๆ นิยามของกรด-เบส Arrhenius Concept กรด คือ สารประกอบที่มี H และเมื่อละลายน้ำจะแตกตัวให้ H + หรือ H 3O + เบส คือ สารประกอบที่มี OH และเมื่อละลายน้ำจะแตกตัวให้ OH - ข้อจำกัดของทฤษฎีนี้คือ สารประกอบต้องละลายได้ในน้ำ และไม่สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมสารประกอบบางชนิดเช่น NH 3 จึงเป็นเบส Bronsted-Lowry Concept กรด คือ สารที่สามารถให้โปรตอน ( proton donor)แก่สารอื่น เบส คือ สารที่สามารถรับโปรตอน ( proton acceptor)จากสารอื่น ปฏิกิริยาระหว่างกรดกับเบสจึงเป็นการถ่ายเทโปรตอนจากกรดไปยังเบสเช่น แอมโมเนียละลายในน้ำ NH 3(aq) + H 2O (1) NH 4 + (aq) + OH - (aq) base 2 ........ acid 1 ........ acid 2 ........ base 1 ในปฏิกิริยาไปข้างหน้า NH 3 จะเป็นฝ่ายรับโปรตอนจาก H 2O ดังนั้น NH 3 จึงเป็นเบสและ H 2O เป็นกรด แต่ในปฏิกิริยาย้อนกลับ NH 4 + จะเป็นฝ่ายให้โปรตอนแก่ OH - ดังนั้น NH 4 + จึงเป็นกรดและ OH - เป็นเบส อาจสรุปได้ว่าทิศทางของปฏิกิริยาจะขึ้นอยู่กับความแรงของเบส Lewis Concept กรด คือ สารที่สามารถรับอิเลคตรอนคู่โดดเดี่ยว ( electron pair acceptor) จากสารอื่น เบส คือ สารที่สามารถให้อิเลคตรอนคู่โดดเดี่ยว ( electron pair donor)แกสารอื่น ทฤษฎีนี้ใช้อธิบาย กรด เบส ตาม concept ของ Arrhenius และ Bronsted-Lowry ได้ และมีข้อได้เปรียบคือสามารถอธิบาย กรด เบส ในกรณีที่เกิดปฏิกิริยาระหว่างกัน และได้สารประกอบที่มีพันธะโควาเลนซ์ เช่น OH - (aq) + CO 2 (aq) HCO 3 - (aq) BF 3 + NH 3 BF 3-NH 3 คู่กรด – เบส คู่กรด – เบส คือ สารที่เป็นคู่กรด-เบสกัน H + ต่างกัน 1 ตัว โดยที่ คู่กรดจะมี H + มากกว่าคู่เบส 1 ตัว ความแรงของกรดและเบส = การแตกตัวในการให้โปรตอน(กรด) ความสามารถในการรับโปรตอน(เบส) CH 3COOH (aq) + H 2O (aq) CH 3COO - (aq) + H 3O + (aq) > 1. ถ้าสมดุลเลื่อนไปทางขวา CH 3COOH เป็นกรดแรงกว่า H 3O + / H 2O เป็นเบสแรงกว่า CH 3COO - 2. ถ้าสมดุลเลื่อนไปทางซ้าย H 3O + เป็นกรดแรงกว่า CH 3COOH / CH 3COO - เป็นเบสแรงกว่า H 2O ถ้าค่า K > 1 สมดุลเลื่อนไปข้างหน้า(สารผลิตภัณฑ์มากกว่าสารตั้งต้น) K < 1 สมดุลเลื่อนย้อนกลับ(สารผลิตภัณฑ์น้อยกว่าสารตั้งต้น) K = 1 ไปข้างหน้าเท่ากับย้อนกลับ (สารผลิตภัณฑ์=สารตั้งต้น) ความแรงทั้ง 2 ข้างเท่ากัน เปรียบเทียบกรดแก่กับเบสแก่ กรดแก่ เบสแก่ 1. กรดแก่มีอะไรบ้าง 2. กรด Hydro = HCl HBr HI 3. กรด Oxy = HNO3 HClO3 HClO4 H2SO4 4. การแตกตัว 100% 5. การเป็นอิเล็กโทรไลต์ = แก่ 1. เบสแก่มีอะไรบ้าง 2. หมู่ 1 = LiOH NaOH KOH RbOH CsOH 3. หมู่ 2 = Ca(OH)2 Sr(OH)2 Ba(OH)2 4. การแตกตัว 100 % ( หมู่ 2 แตก 200 %) 5. การเป็นอิเล็กโทรไลต์ = แก่ กรดแก่ ( strong acid) คือกรดที่สามารถแตกตัวได้ 100% ในน้ำ เช่น HCl H2SO4 HN03 HBr HClO4 และ HI เบสแก่ ( weak base) คือกรดที่สามารถแตกตัวได้ 100% ในน้ำ เช่น Hydroxide ของธาตุหมู่ 1 และ 2 ( NaOH LiOH CsOH Ba(OH) 2 Ca(OH) 2 ) กรดอ่อน ( weak acid) คือกรดที่สามารถแตกตัวเป็นไอออนได้เพียงบางส่วน เช่น กรดอะซิติคในน้ำส้มสายชู (vinegar) ยาแอสไพริน (acetylsalicylic acid) ใช้บรรเทาอาการปวดศรีษะ saccharin เป็นสารเพิ่มความหวาน niacin (nicotinic acid) หรือ ไวตามินบี เป็นต้น ตัวอย่างปฏิกิริยาของสารละลายกรด CH 3COOH ในส่วนผสมของน้ำส้มสายชูจะมีดังนี้ : CH 3COOH (aq) + H2O (1) H3O + (aq) + CH3COO - (aq) มีค่า K a เบสอ่อน (weak base) คือเบสที่สามารถแตกตัวเป็นไออนได้เพียงบางส่วน เช่น NH 3 urea aniline เป็นต้น ตัวอย่างปฏิกิริยาของ ammonia มีดังนี้ NH3(aq) + H2O (aq) NH4 + (aq) + OH - (aq) ชนิดของกรดและเบส กรด แบ่งตามการแตกตัว แบ่งได้ 3 ชนิด 1. กรด Monoprotic แตกตัว 1 ได้แก่ HNO 3 , HClO 3 , HClO 4 , HCN 2. กรด Diprotic แตกตัว 2 ได้แก่ H 2SO 4 , H 2CO 3 3. กรดPolyprotic แตกตัว 3 ได้แก่ H 3PO 4 การแตกตัวของกรด Polyprotic แต่ละครั้งจะให้ H + ไม่เท่ากัน แตกครั้งแรกจะแตกได้ดีมาก ค่า Ka สูงมากแต่แตกครั้งต่อ ๆ ไปจะมีค่า Ka ต่ำมาก เพราะประจุลบในไอออนดึงดูด H + ไว้ดังสมการ H 2SO 4 H+ + HSO 4 - Ka 1 = 10 11 HSO 4 - H+ + SO 4 2- Ka 2 = 1.2 x 10 -2 เนื่องมาจากกรด Polyprotic มักมีค่า K 1 >> K 2 >> K 3 H + ในสารละลายส่วนใหญ่จะได้มาจากการแตกตัวครั้งแรก ถ้าค่า K 1 มากกว่า K 2 =10 3 เท่าขึ้นไปจะพิจารณาค่า pH ของสารละลายกรด Polyprotic ได้จากค่า K 1 เท่านั้น แต่ถ้าค่า K 2 มีค่าไม่ต่ำมาก จะต้องนำค่า K 2 มาพิจารณาด้วย เบส แบ่งตาม จำนวน OH - ในเบส แบ่งได้เป็น 3 ชนิด คือ 1. เบสที่มี OH - ตัวเดียว เช่น LiOH NaOH KOH RbOH CsOH 2. เบสที่มี OH - 2 ตัว เช่น Ca(OH) 2 Sr(OH) 2 Ba(OH) 2 3. เบสที่มี OH - 3 ตัว เช่น Al(OH) 3 Fe(OH) 3 รวมสูตรที่ใช้คำนวณในกรณีหา กรดอ่อน เบสอ่อน ไม่ผสมกัน สูตรที่ กรณี (ต้องการหาอะไร) กรดอ่อน เบสอ่อน 1. หาค่า K Ka = [H +] 2 /N Kb = [ OH -] 2 /N 2. หา [ H +] [H +] = [Ka.N]^1/2 [ OH -] = [Kb.N]^1/2 3. หา % การแตกตัว % การแตกตัว = [H +] x 100 / N % การแตกตัว = [ OH -] x 100 / N 4. การรวมสูตรของ % กับ K % = Ka x 100 / N % = Kb x 100 / N ปฏิกิริยาของกรด - เบส ปฏิกิริยาของกรด เบส แบ่งได้เป็น 4 ชนิดคือ o ปฏิกิริยาระหว่างกรดแก่กับเบสแก่ o ปฏิกิริยาระหว่างกรดแก่กับเบสอ่อน o ปฏิกิริยาระหว่างกรดอ่อนกับเบสแก่ o ปฏิกิริยาระหว่างกรดอ่อนกับเบสอ่อน การแตกตัวของน้ำและค่า pH ของสารละลาย น้ำบริสุทธิ์จัดเป็นตัวทำละลายที่สำคัญ เป็นพวก นอน-อิเลคโตรไลท์ (nonelectrolyte) หรือไม่สามารถนำไฟฟ้า แต่จากการทดลองพบว่า น้ำบริสุทธิ์นำไฟฟ้าได้บ้างเล็กน้อย ทั้งนี้เพราะว่าน้ำสามารถแตกตัวได้เอง ซึ่งเรียกว่า self-ionization หรือ autoprotolysis H 2O (1) + H 2O (1) H 3O + (aq) + OH -(aq) .... acid 1 .....base 2 .............acid 2 ........base 1 หรือ 2H 2O (1) = H 3O + (aq) + OH - (aq) จากความสัมพันธ์ของ K w ในปฏิกิริยาการแตกตัวของน้ำ K w = [H 3O +][ OH -] = 1.0 x 10 -14 ที่ 25 C (K w ที่ 0 C = 0.12 x 10 -14 และ ที่ 60 C = 9.6 x 10 - 14 M2) จะได้ pK w = pH + pOH โดยที่ pH ของ น้ำ = -log [H 30 +] = 7 และpOH ของ น้ำ = -log[ OH -] = 7 โดยทั่วไปแล้ว ค่า pH ของสารละลายที่พบอยู่ทั่วไป จะมีค่าอยู่ในช่วง 1-14 เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ค่า pH อาจแสดงค่าเป็นลบหรือมีค่ามากกว่า 14 ได้เช่นเดียวกัน ตัวอย่าง ค่า pH ของนมสด เท่ากับ 6.5 ถ้านมเสีย (เปรี้ยว) ค่า pH ของนมเสียจะมากหรือน้อยกว่านมสด ตอบ น้อยกว่า ตัวอย่าง จงหาค่า pH ของสารละลายที่เจือจางของ HCl เข้มข้น 1.0 x 10 - 8 M วิธีทำ HCl เจือจาง แตกตัวได้ H + 1.0 x 10 - 8 M และน้ำแตกตัวได้ H+ 1.0 x 10 - 7 M ปริมาณ H + ที่เกิดขึ้น = 1.0 x 10 -8 + 1.0 x 10 - 7 M pH = -log (1.0 x 10 -8 + 1.0 x 10 -7 ) = 6.96 สารละลายบัฟเฟอร์ ( Buffer Solution) สารละลายบัฟเฟอร์ คือ สารละลายที่สามารถต้านทานการเปลี่ยนแปลงค่า pH ของสารละลายได้ สารละลายบัฟเฟอร์ คือ สารละลายที่ค่า pH จะไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อนำไปทำให้เจือจางหรือเข้มข้นขึ้น สารละลายบัฟเฟอร์ คือ สารละลายที่ประกอบไปด้วยกรดอ่อนกับเกลือของกรดอ่อนหรือเบสอ่อนกับเกลือของเบสอ่อน และสารในระบบจะไม่ทำปฏิกิริยากัน โดยที่กรดในระบบจะคอยทำปฏิกิริยากับเบสที่เติมลงไป และเบสในระบบจะคอยทำปฏิกิริยากับกรดที่เติมลงไป ตัวอย่าง จงหา pH ของสารละลายที่ประกอบด้วย 0.10 M NH 3 และ 0.20 M NH 4Cl เมื่อ K b ของ NH 3 เท่ากับ 1.8x10 -5 ที่ 25 oC วิธีทำ สมดุลการแตกตัวของเบส : ความเข้มข้น ( M) NH 3(aq) + H 2O (1) NH 4 + (aq) + OH - (aq) ........................................................ เริ่มต้น ................ 0.10 .......................................0.20 ............0 ........................................................ เปลี่ยนแปลง .......... -x ..........................................+x ..............+x ........................................................ ที่สมดุล .................. 0.10-x ..................................0.20+x .......x ค่าคงที่การแตกตัวของเบสอ่อน : K b = 1.8 x 10 -5 = ใช้วิธีประมาณว่า 0.20 + x ~ 0.20 และ 0.10 - x ~ 0.10 จะได้ = 1.8 x 10 -5 .......................................................................... x = [ OH - ] = 1.8x10 -5 x = 9.0 x 10 -5 ........................................................................ pH = 14.00 - pOH = 14.00 + log[ OH - ] ....................................................................... 14.00 + log (9.0 x 10 -5) = 14.00 - 5.05 = 8.95 ถ้าเติมกรดปริมาณเล็กน้อยลงไปในสารละลายบัฟเฟอร์นี้ สมการที่เกิดขึ้นคือ NH 3 + H + = NH 4 + ถ้าเติมเบสปริมาณเล็กน้อยลงไปในสารละลายบัฟเฟอร์นี้สมการที่เกิดขึ้นคือ NH 4 ++ OH -= NH 3+H 2O การเลือกใช้สารละลายบัฟเฟอร์ที่เหมาะสม ตัวอย่าง ต้องการเตรียมสารละลายบัฟเฟอร์ที่มี pH คงที่ = 4.30 จะต้องเลือกใช้สารละลายบัฟเฟอร์จากขวดใดต่อไปนี้ ขวดที่ 1 HS0 4 - / SO 4 2- Ka = 1.2 x 10 -2 ขวดที่ 2 HOAc / OAc - Ka = 1.8 x 10 -5 ขวดที่ 3 HCN / CN - Ka = 4.0 x 10 -10 วิธีทำ สารละลาย pH = 4.30 [H +] = 5.0 X 10 - 5 M เลือกใช้ HOAc / OAc - เพราะมีค่า Ka ใกล้เคียงกับ [H +] = 5.0 X 10 - 5 M ที่คำนวณได้มากที่สุด แต่จะต้องมีการปรับอัตราส่วนของกรด ต่อเบส .............. acid + H 2O = H 3O + + conjugate base เมื่อ H + = 5.0 X 10 –5 และ Ka = 1.8 x 10 -5 จะได้ [HOAc] / [OAc - ] = 2.8 อัตราส่วนนี้จะคงที่เสมอ ไม่ว่าจะเติมน้ำทำให้เจือจาง หรือใช้ปริมาตรเท่าไร อินดิเคเตอร์ อินดิเคเตอร์ คือ สารที่ใช้ทดสอบกรด-เบสของสารละลาย อินดิเคเตอร์ทั่วไปมีสมบัติเป็นกรดอ่อน เป็นสารที่เปลี่ยนสีได้เมื่อ pH ของสารละลายเปลี่ยนไป *โดยทั่วไปจะใช้ HIn แทนสูตรทั่วไปของอินดิเคเตอร์ สมการการแตกตัวของอินดิเคเตอร์ HIn (aq) + H 2O (l) H 3O + (aq) + In - (aq) Ka = [H 3O +][ In - ] / [ HIn] • ยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์ สามารถบอกความเป็นกรดเป็นเบสของสารละลายได้ และบอกค่า pH ได้ การเปลี่ยนสีของอินดิเคเตอร์ HIn (aq) + H 2O (l) H 3O + (aq) + In - (aq) แดง .............................................................................. น้ำเงิน • ถ้าเติมกรดลงไปเปรียบเสมือนเติม H 3O + สมดุลจะย้อนกลับจะได้สารละลายสีแดง • ถ้าเติมเบสเปรียบเสมือนเติม OH - , OH - จะไปดึง H 3O + ให้กลายเป็นน้ำสมดุลเลื่อนไปข้างหน้าสารละลายเป็นสีน้ำเงิน หลักการเลือกอินดิเคเตอร์ ควรเลือกสารที่มีการเปลี่ยนสีตามการเปลี่ยนค่า pH เเละ สีสังเกตได้ชัด การคำนวณหาช่วง pH ช่วง pH = -log K Hin + 1 คู่กรด-เบส กรด เบส HCl กรดไฮโดรคลอริก Cl− คลอไรด์ไอออน H2SO4 กรดซัลฟิวริก HSO4− ไฮโดรเจนซัลเฟตไอออน HNO3 กรดไนตริก NO3− ไนเตรตไอออน H3O+ ไฮโดรเนียมไอออน H2O น้ำ HSO4− ไฮโดรเจนซัลเฟตไอออน SO42− ซัลเฟตไอออน H3PO4 กรดฟอสฟอริก H2PO4− ไดไฮโดรเจนฟอสเฟตไอออน HC2H3O2 กรดแอซิติก C2H3O2− แอซิเตตไอออน H2CO3 กรดคาร์บอนิก HCO3− ไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน H2S กรดไฮโดรซัลฟิวริก HS− ไฮโดรเจนซัลไฟด์ไอออน H2PO4− ไดไฮโดรเจนฟอสเฟตไอออน HPO42− ไฮโดรเจนฟอสเฟตไอออน NH4+ แอมโมเนียมไอออน NH3 แอมโมเนีย HCO3− ไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน หรือไบคาร์บอเนตไอออน CO32− คาร์บอเนตไอออน HPO42− ไฮโดรเจนฟอสเฟตไอออน PO43− ฟอสเฟตไอออน H2O น้ำ (เป็นกลาง, มีค่า pH = 7) OH− ไฮดรอกไซด์ไอออน HFSbF5 กรดฟลูออโรแอนติโมนิก SbF5− แอนติโมนีเพนตะฟลูออไรด์ไอออน



ความคิดเห็นที่ 20

30 พ.ย. 2553 21:15
  1. ขอบคุณคร๊าฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น