.357 แล้วทำไมต้อง Magnum

1. อยากทราบว่าคำว่า magnum ที่ตามหลัง .357 มันหมายถึงอะไร

2. ทำไม่ปืนพก .357 magnum มักทำออกมาเป็นปืนลูกโม่

3. มันดีกว่า 9mm อย่างไร

4. ปืบพก .357 magnum กับ ปืนยาว m16 อันใหนแรงกว่ากัน



ช้วยตอบผมหน่อยนะ อยากรู้ครับ


ความคิดเห็นที่ 13

ศานติ
10 ต.ค. 2556 19:02
  1. ปืนลูกโม่ (revolver) ส่วนมากบันจุกระสุนได้ 6 นัด บางรุ่นที่ออกแบบเพื่อพกแบบซ่อน บันจุกระสุนได้ 5 นัด เพราะต้องการลดขนาดตัวลูกโม่ลงจะได้พกได้มิดชิด  ถ้าปืนลูกโม่ใช้กับลูกปืนที่เราเรียกว่า ลูกกรด หรือ .22 long rifle บางรุ่นอาจบันจุกระสุนได้ 10 นัด  นอกจากนั้นแล้วยังมีลูกโม่ใหญ่ที่บันจุได้เกิน 6 นัด แต่หายากปืนลูกซองไม่ได้มีแมกกาซีนแบบปืนกึ่งอัตโนมัติ บางอย่างจุได้ 1 นัด ถ้าปืนแฝดชนิดลำกล้องซ้อนกัน หรือ คู่กัน ก็จุได้สองนัด ถ้าเป็นกึ่งอัตโนมัติ (semi-automatic shotgun) หรือ แบบที่ต้องกระชากลูกเลื่อนทุกนัด (pump shotgun) จะมีหลอดใส่กระสุนติดอยู่ใต้ลำกล้อง แบบนี้จุได้ 5 หรือ 6 นัด แล้วแต่ความยาวของกระสุนปืนที่จุกระสุนได้มากที่สุด (ไม่รวมทั้งปืนยาวหรือปืนกล) ได้แก่ปืนกึ่งอัตโนมัติ (semi-automatic) อันนี้ขึ้นกับขนาดกระสุน กับ การออกแบบ ถ้ากระสุนไม่ใหญ่นักเช่น 9 มม Luger หรือ .40 S&W  แล้วออกแบบแมกกาซีนให้กระสุนวางสลับเยื้องตำแหน่งกัน (staggered) อาจจุได้ถึง 17 นัด  ถ้ากระสุนโตหน่อยเช่น .45 ACP แล้วกระสุนเรียงเดี่ยวอาจจุได้แค่ 7 หรือ 8 นัด  นอกจากนั้นแล้วยังมีบางบริษัทออกแบบแมกกาซีนยาวผิดปกติโผล่ออกมาพ้นด้ามหลายนิ้ว อาจจุได้ถึง 30 นัด แต่เกะกะ


ความคิดเห็นที่ 12

10 ต.ค. 2556 15:54
  1. อยากทราบว่าปืนลูกโม่และแม็กาซีนของปืนลูกซองบรรจุกระสุนได้แม็กซ์สุดที่กี่ลูกและปืนลูกโม่และแม็กกาซีนชนิดอื่นจะบรรจุกระสุนได้จำนวนเท่ากันหมดหรือเปล่าคะ

ความคิดเห็นที่ 11

2 เม.ย. 2556 19:50
  1. มั่วกันทั้งนั้น .38 Special 1898 พัฒนามาจาก .38 Long Colt โดยที่ .38 Spl ยึดความยาวปลอกเพิ่มอีก 0.124นิ้ว จุดินมากกว่า แรงกว่า เพื่อกันการสับสนกับกระสุนเดิมจึงเปลี่ยนชื่อเป็น .38 Special กระสุน .357 magnum 1934 เกิดจากกระสุน .38 spl ด้อยอานุภาพในการหยุดยั้งเป้าหมายมนุษย์ที่รูปร่างใหญ่ และมีความอดทนสูง เช่นพวกเมายา จึงได้มีการปรับปรุง .38 Spl ให้มีอานุภาพมากขึ้น โดยการเพิ่มดินขับเข้าไป เป้าหมายคือ เพิ่มความเร็วให้มากกว่า 1000 ft/s. จนมาลงตัวที่ 1,200-1,600 ft/s (ขึ้นอยู่กับน้ำหนักหัวกระสุน) และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสับสน เอากระสุน .357 ไปใส่ในลูกโม่ปืน .38 Spl ขึงได้ยืดความยาวปลอกขึ้นอีก 0.135นิ้ว และเปลี่ยนชื่อโดยใช้หน้าตัดจริง คือ .357 แล้วตามด้วยคำว่า Magnum เพราะเป็นการบอกว่ากระสุนแรงกว่าปกติ ปล. การตั้งชื่อ .38 Special และ .357 Magnum เป็นการหวังผลทางการตลาดแง่หนึ่ง .38 Spl ถ้าใช้หน้าตัดจริงคือ .357 มาตั้งผู้ซื้ออาจจะมองว่าด้อยกว่า .38 LC เดิม จึงใช้ .38 Special แทน .357 ที่ใช้ขนาดหน้าตัดจริงเป็นชื่อกระ เพราะใช้คำว่า "Magnum" ตามหลังเพื่อบ่งบอกว่าเป็นลูกแรงสูง

ความคิดเห็นที่ 10

1 ธ.ค. 2554 13:39
  1. เพิ่มเติมครับ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของกระสุน .38 กับ .357 นั้น จริงๆแล้วมีขนาดเท่ากันครับ คือ .357 นิ้วครับ แต่เนื่องด้วยกระสุนขนาด .38 ได้กำเนิดมาร้อยกว่าปีแล้ว เทคโนโลยีการวัดสมัยก่อนไม่ค่อยละเอียด จึงทำให้เกิดความผิดพลาดของตัวเลขเล็กน้อย และสมัยก่อน พวกฝรั่งมันซน ชอบโหลดกระสุนกันเองให้มีความแรงกว่า .38 ขึ้นไปอีก โดยที่ยังใช้ปลอก .38 เดิม พอเป็นที่นิยมของคนกันมากขึ้น ทีนี้พอทางโรงงานรู้เข้าจึงได้พัฒนาปืนขึ้นมาใหม่ให้แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม และจัดการยืดปลอกกระสุนขึ้นอีก 4 มิลลิเมตร แล้วเปลี่ยนชื่อเสียใหม่ เพื่อจะได้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยและเพื่อป้องกันการนำกระสุน .357 ไปใช้ในปืน .38 เดิม ซึ่งแรงดันในรังเพลิงต่ำกว่า

ความคิดเห็นที่ 9

24 พ.ย. 2553 19:59
  1. ข้อมูลปึ๊กมากพี่ แต่ผมที่กำลังจะซื้อปืน ยังไม่มีความรู้เรื่องปืนเลยครับแต่คิดไว้ว่าจะซื้อ s&w .357 ลำกล้อง 4 นิ้ว บรรจุ 7 นัด เร็ว ๆ นี้ (ซื้อจากสหกรณ์น่ะครับ) ถ้าพี่มีอะไรจะแนะนำรบกวนด้วยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ความคิดเห็นที่ 8

10 พ.ค. 2553 16:07
  1. เป็นความรู้ชั้นครู ยอดเยี่ยมมากครับ

ความคิดเห็นที่ 6

ศานติ
7 พ.ค. 2552 02:26
  1. ข้อเสียของปืนที่ใช้ลุกกระสุนที่พลังมาก คือ การสะบัด (recoil) กับ ความดัง ถ้าดังมากสะบัดมาก คนยิงจะเครียดมากทำให้ยิงไม่แม่น เพราะเป็นห่วงเสียงกับการสะบัด เลยกดไกไม่นิ่มนวล ฝรั่งใช้คำว่า flinch คือเตรียมตัวจะลั่น คล้ายคนถ่ายรูปไม่เป็น กดปุ่มแรงๆกล้องกระเทือน รูปไม่ชัด�แต่ถ้าเป็นนักถ่ายรูปเขาจะค่อยๆกดปุ่มจนคลิก ไม่รู้แน่ว่าจะคลิกตอนไหน ยิงปืนพลังมากๆก็เหมือนกัน (นอกจากจะเก่งจริงๆ) ผู้ยิงมักจะกดไกแรงๆ ต้องการให้ลั่น แทนที่จะค่อยๆกด จนตัวเองก็แปลกใจเมื่อลั่นถ้าลองยิง ปืน .22 หรือที่เรียกว่าลูกกรด ยิงสบายที่สุด ยิงสนุก ลูกปืนถูกถัดไปเป็นขนาด 7.65 mm กับ .32� เล็ก แต่ก็ยิงคนตายได้.380 เป็นขนาดใช้กับปืนยุโรปแบบกื่งอัตโนมัติ (semi-automatic) เช่น Walther PPK (ที่ James Bond ใช้ในหนัง) หรือของ Beretta แบบนนี้ก็ยิงสบายถัดไปเป็น 9 mm. Luger หรือ Parabellum�ออกแบบในเยอรมันนี ใช้ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 จนปัจจุบัน ตำรวจในยุโรปนิยม��กระสุนขนาดนี้แรงพอ ไม่ใช่ยิงแล้วแค่ทำให้คนโดนยิงโมโหมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยิงสบาย�หนักขึ้นไปหน่้อยก็ .38 ของอเมริกัน (โปรดสังเกตุว่า .38 กับ .380 ในทางคำนวนอาจเื่ท่ากัน แต่ในแง่กระสุนแล้ว .38 แรงกว่ามาก) เป็นปืนที่ตำรวจอเมริกันใช้กันมาก ส่วนมากเป็นลูกโม่ (revolver) จนกระทั่งเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้วมีการยิงสู้กับกลุ่มคนร้ายที Florida คนร้ายใช้ปืนที่กระสุนแรงกว่า พนักงานรักษาความสงบ (ตำีวจ กับ FBI) ถึงมาสำนึกว่าปืนที่ใช้อยู่ทุกวันนั้นสู้ปืนคนร้ายไม่ได้ เลยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไปใช้ .357 Magnum,� .40 S&W,� .44 Magnum หรือ แบบทหาร .45 นอกจากนั้นยังเปลี่ยนจากใช้ปืนลูกโม่มาเป็นปืนกึ่งอัตโนมัติ เพราะลูกโม่จุได้แค่ 6 นัดเป็นอย่างมาก บางกระบอก 5 นัดด้วยซ้ำ ส่วน semi-automatic นั้น magazine จุได้มากอาจถึง 12-15 นัด อีกอย่างที่ฝ่ายตำรวจกับ FBI มารู้ก็คือเวลายิงกันดุเดือด เปลี่ยน magazine ง่ายกว่าเร็วกว่าบันจุกระสุนปืนลูกโม่หลายเท่าลูกปืนขนาดถัดขึ้นมาจาก .38 คือ .45 ที่เราเรียกปืน US Army�(ร. ๘� ทรงถูกลอบปลงพระชนม์ด้วยปืนแบบนี้)��ลูกปืนนี้ออกแบบให้ยิงแล้วคนคนโดนยิงล้มด้วยแรงกระสุน เพราะอเริกันได้ความรู้ตอนสงครามในประเทศฟิลิปปินส์ว่าขนาด .38 ไม่แรงพอยับยั้งคนบ้ายา กว่าจะล้มก็ประชิดตัวแล้วหลังจากนั้นก็มี .357 Magnum กับ .44 Magnum แรกใช้กับปืนลูกโม่ ยิงทีหูดับ สะบัดมาก แรงจนยิงทะลุเสื้อสูบเครื่องยนตร์อะลูมินัมได้ ตำรวจทางหลวงอเมริกันชอบเพราะยิงให้รถหยุดได้ แต่ก็เกรงกันว่าจะมีคนโดนลูกหลงมากขึ้นเพราะวิถีกระสุนไกลมากแรกๆปืนกึ่งอัตโนมัติมีแค่ .45 แต่ Smith & Wesson ออกแบบลูกปืนใหม่ เรียก .40 S&W แรงกว่า .45 มาก ยิงไม่สนุก เพราะสะบัดกับดังมาก มีอีกขนาด คือ 10 mm. แต่ไม่ค่อยมีคนใช้ปืนบางยี่ห้อมีหลายขนาด เช่น Glock มีทั้ง 9 mm., .40, .45, .357สมัยหนึ่งกฎหมายไทยอนุญาตให้พลเรือนมีปืนไว้ในครอบครองได้แค่ .32 หรือ 7.65 mm.� มี .38 ไม่ได้นอกจากเป็นทายาทของนายทหาร (กองทัพอากาศก่อนสงครามโลกที่สอง มีปืน Colt Super Automatic .38 ขายให้นายทหารในราคากระบอกละ 20 กว่าบาท พ่อผมซื้อไว้กระบอกหนึ่ง) พอปืนขนาด .357 ออกมา ทางกรมตำรวจเลยอนุญาตให้ชาวบ้านมีไว้ในครอบครองได้ เพราะถ้าดูตามตัวเลข .357 เล็กกว่า .38 ไ่ม่ผิดกฎหมาย แต่ในที่สุดกรมตำรวจก็รู้ว่า .357 นั้นรุนแรงกว่า .38 มาก ดูจากตัวเลขจะงง ความจริงเส้นผ่าศูนย์กลางของกระสุน�.38 กับ .357 เ่ท่ากัน ต่างกันตรง .357 ปลอกกระสุนยาวกว่า ดินปืนมากกว่า แรงขับมากกว่าแยะ ตัวเลขต่างกันเพราะวัดลำกล้องต่างกัน เนื่องจากลำกล้องมีเกลี่ยวทำให้วัดระหว่างส่วนนูน (land) หรือส่วนร่อง (groove) ของ เกลียวไ้ด้ค่าต่างกัน� ปืน .357 ยิงลูก .38 ได้ แต่ .38 ยิงลูก .357 ไม่ได้ เพราะปลอกยาวกว่า ถ้ายิงได้ก็อันตราย ลำกล้องอาจแตกเพราะความรุนแรงของการระเบิดผิดกันมาก ปืน .38 บอกบางกว่า�.357


ความคิดเห็นที่ 5

6 พ.ค. 2552 22:25
  1. ปืนของจริง มันไม่เหมือนกับ ปืนในเกมส์ อย่างสิ้นเชิงครับ มันต่างกันเยอะ


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น