วิชาการดอทคอม ptt logo

.357 แล้วทำไมต้อง Magnum

โพสต์เมื่อ: 13:00 วันที่ 19 ธ.ค. 2549         ชมแล้ว: 41,186 ตอบแล้ว: 13
วิชาการ >> กระทู้ >> วิทยาศาสตร์ >> ฟิสิกส์
1. อยากทราบว่าคำว่า magnum ที่ตามหลัง .357 มันหมายถึงอะไร
2. ทำไม่ปืนพก .357 magnum มักทำออกมาเป็นปืนลูกโม่
3. มันดีกว่า 9mm อย่างไร
4. ปืบพก .357 magnum กับ ปืนยาว m16 อันใหนแรงกว่ากัน

ช้วยตอบผมหน่อยนะ อยากรู้ครับ


หยาดน้ำตามาร
ร่วมแบ่งปัน14 ครั้ง - ดาว 150 ดวง





จำนวน 13 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 11 ม.ค. 2550 (14:06)
๑. magnum หมายถึง ขนาดของลองลูกปืน(ปลอกกระสุน)ว่ามีขนาดยาวที่สุด(ยาวกว่า.๓๘)

๒. แบบ AUTO ก็มีครับแต่ไม่เป็นที่นิยม เพราะส่วนมากจะนิยมใช้ .๔๔ มม.กันมากกว่ามีทำมา ๑ ยี่ห้อ คือ สิงห์ทะเลทราย(Desert eggle)

๓. แตกต่างตรงความแรงของดินขับที่มากกกว่า

๔.ปพ .๓๕๗ ระยะหวังผล ๒๕ เมตร ส่วน ปลย.เอ็ม ๑๖ ระยะหวังผล ๔๕๐ เมตรนั้นจัดอยู่ในจำพวกไรเฟิลเพราะฉะนั้นระยะยิงย่อมไกลกว่า(เปรียบเทียบกันไม่ได้ คนละเรื่องกันเลย)ขนาดหน้าตัดก็ไม่เท่ากันแล้วปลย.เอ็ม ๑๖ แค่.๒๒มม.เองกระสุนเล็กกว่าแต่ดินขับ(ดินปืน)มากกว่า ๒ - ๓ เท่าจึงไปได้ไกลกว่า
sara_a2026@hotmail.com (IP:124.157.214.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 11 ม.ค. 2550 (17:49)
ผมเล่นเกมส์ Special force ใช้ไรเฟิล ดีสุด เงียบดี แถมยิงแล้วถ้าไม่ดดน วิ่งหนีได้ เพราะอยู่ไกลกว่าเป้าหมาย อิอิ
IzAx In Physics
ร่วมแบ่งปัน195 ครั้ง - ดาว 117 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 12 ม.ค. 2550 (02:53)
ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าลูกปืน .357 กับ .38 นั้นเส้นผ่าศูนย์กลางของลูกปืนนั้นเท่ากันไม่ต่างกันเลย ต่างกันตรงวิธีวัดลำกล้อง ปืนสมัยใหม่ทุกชนิดมีเกลียวตามความยาวของลำกล้อง อาจจะสองหรือสามเกลียว วนขวาหรือวนซ้ายแล้วแต่บริษัทแล้วแต่รุ่น (ช่วยตำรวจในการสอบสวนด้วยว่าลูกปืนที่ได้เป็นของกลางยิงจากปืนอะไรได้บ้าง) สมัยแรกมีแต่ .38 เขาวัดจากส่วนลึกที่สุดของเกลียวด้านหนึ่งของกระบอกไปอีกด้านหนึ่ง ได้ 0.38 นิ้ว ต่อมามีความต้องการกระสุนที่มีความรุนแรงมากกว่า .38 Special เขาออกแบบให้ลูกปืนขนาดเดียวกันแต่ปลอกกระสุนยาวขึ้นจะได้จุดินปืนได้มากขึ้น ต้องการจะให้มีความแตกต่างกับ .38 เดิม เลยเรียก .357 Magnum เพราะแรงกว่าเดิมมาก ตัว .357 คือระยะทางระหว่างส่วนตื้นสุดของเกลียวลำกล้องจากฟากหนึ่งไปอีกฟากหนึ่งเป็นนิ้วเช่นกัน ถ้าลองลบ .357 จาก .38 จะได้ 0.023 นิ้ว ดังนั้นคำนวนได้ว่าเกลียวปืนจะลึก 0.023 หารด้วยสอง (เพราะสองฟากลำกล้อง)



โดยเหตุที่ .357 กับ .38 นั้นไม่ต่างกัน เราอาจจะใช้ลูก .38 ในปืน .357 ได้ แต่เอาลูก .357 ใช้ในปืน .38 ไม่ได้เพราะปลอกยาวกว่ามาก ไม่น่าพยายามด้วยเพราะแรงระเบิดของ .357 นั้นมากกว่า .38 เยอะ เมื่อสมัย๒๐ ปีก่อนตำรวจอเมริกันใช้ปืนลูกโม่ (revolver) กันแพร่หลายเพราะคิดว่าปลอดภัยถ้าไม่ได้ขึ้นนกไว้ ไม่ต้องสอนเรื่อง safety กันมาก บางทีเขาใส่ลูกไว้ไม่ครบเหลือช่องลูกโม่ใต้นกว่างไว้เผื่อทำปืนตกกระทบนก จะได้ไม่ระเบิด (อันนี้ไม่จำเป็นถ้าปืนยี่ห้อดีๆ) ราชการจ่าย .38 แต่บางคนซื้อ .357 มาพกแทนของราชการ นัดแรกใส่ .38 ไว้ นัดที่สองใส่ .357 นัดแรกใช้ยิงผู้ร้าย (บางเมืองเขาห้าม .357 เพราะแรงมาก) นัดที่สองยิงเครื่องยนตร์เพราะ .357 แรงพอทะลุเสื้อสูบเครื่องยนตร์ที่เป็นอะลูมินัมอัลลอยได้ สมัยนี้ตำรวจอเมริกันเลิกพกปืนลูกโม่กันหมดแล้วนอกจากเมืองเล็กๆ ส่วนใหญ่พกปืนกึ่งอัตโนมัติ (semi automatic) ของ Smith @ Wesson, Glock หรือ Sig-Sauer กันมาก ปืนซับซ้อนกว่าลูกโม่หน่อยแต่เขาคิดว่าปลอดภัยกว่า จุกระสุนได้มากกว่า บรรจุกระสุนได้เร็วกว่าถ้ามีแมกกาซีนอาหลั่ย ส่วน caliber นั้นมีหลาย เช่น .40 S&W, .357 SIG, 10mm (.380 กับ 9mm. ไม่ค่อยใช้ในอเมริกา ดูเหมือนตำรวจยุโรปยังใช้อยู่มาก)



.357 มีใช้ในปืนกึ่งอัตโนมัติเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ .357 Magnum แต่เป็น .357 SIG ลูกปืนสั้นกว่าแบบแรกหน่อยเหมาะที่จะบรรจุในแมกกาซีน Glock เองมี 3 model ที่ใช้ลูกขนาดนี้ คือ G31 G32 กับ G33 (Standard, compact & subcompact)



ลองไปค้น ballistic (ข้อมูลเกี่ยวกับกระสุน) มาให้ดู



จะส่งเป็นตารางมาให้ดู
ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5742 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 13 ม.ค. 2550 (11:23)
พยายามส่งรูปตาราง ballistic ของลูกปืนมาแต่ไม่สำเร็จ เลยจะพิมพ์ให้



ขนาด ความเร็วที่๕๐ หลา พลังงานที่๕๐หลา

.380 Auto 885 169

.38 Special 790 194

9mm Luger 938 275

.357Magnum 1249 485

.357SIG 1132 398

10mm Auto 1154 446



สองลูกแรกหัวกระสุนหนัก 95 grain (1 grain = 0.0648 gm.)

ส่วนที่เหลือหนัก 140 grain ทำให้เปรียบเทียบลำบากระหว่างสองลูกแรกกับสี่ลูกหลัง เพราะกระสุนเบากว่ากันเยอะ จะเห็นว่า .357 Magnum .357 SIG กับ 10mm Auto ตัวเลขคล้ายๆกัน แต่ 9mm Luger หรือบางคนเรียก Parabellum ความเร็วที่ ๕๐ หลากับพลังงานที่ ๕๐ หลาน้อยกว่าสามตัวหลังมาก



ว่าที่จริงแล้ว โดนจังๆก็ม่องไม่ว่าขนาดไหน
ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5742 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 6 พ.ค. 2552 (22:25)

ปืนของจริง มันไม่เหมือนกับ ปืนในเกมส์ อย่างสิ้นเชิงครับ มันต่างกันเยอะ


patipol_pond@hotmail.com (IP:114.128.117.101)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 7 พ.ค. 2552 (02:26)

ข้อเสียของปืนที่ใช้ลุกกระสุนที่พลังมาก คือ การสะบัด (recoil) กับ ความดัง ถ้าดังมากสะบัดมาก คนยิงจะเครียดมากทำให้ยิงไม่แม่น เพราะเป็นห่วงเสียงกับการสะบัด เลยกดไกไม่นิ่มนวล ฝรั่งใช้คำว่า flinch คือเตรียมตัวจะลั่น คล้ายคนถ่ายรูปไม่เป็น กดปุ่มแรงๆกล้องกระเทือน รูปไม่ชัด�แต่ถ้าเป็นนักถ่ายรูปเขาจะค่อยๆกดปุ่มจนคลิก ไม่รู้แน่ว่าจะคลิกตอนไหน ยิงปืนพลังมากๆก็เหมือนกัน (นอกจากจะเก่งจริงๆ) ผู้ยิงมักจะกดไกแรงๆ ต้องการให้ลั่น แทนที่จะค่อยๆกด จนตัวเองก็แปลกใจเมื่อลั่น

ถ้าลองยิง ปืน .22 หรือที่เรียกว่าลูกกรด ยิงสบายที่สุด ยิงสนุก ลูกปืนถูก
ถัดไปเป็นขนาด 7.65 mm กับ .32� เล็ก แต่ก็ยิงคนตายได้

.380 เป็นขนาดใช้กับปืนยุโรปแบบกื่งอัตโนมัติ (semi-automatic) เช่น Walther PPK (ที่ James Bond ใช้ในหนัง) หรือของ Beretta แบบนนี้ก็ยิงสบาย

ถัดไปเป็น 9 mm. Luger หรือ Parabellum�ออกแบบในเยอรมันนี ใช้ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 จนปัจจุบัน ตำรวจในยุโรปนิยม��กระสุนขนาดนี้แรงพอ ไม่ใช่ยิงแล้วแค่ทำให้คนโดนยิงโมโหมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยิงสบาย

หนักขึ้นไปหน่้อยก็ .38 ของอเมริกัน (โปรดสังเกตุว่า .38 กับ .380 ในทางคำนวนอาจเื่ท่ากัน แต่ในแง่กระสุนแล้ว .38 แรงกว่ามาก) เป็นปืนที่ตำรวจอเมริกันใช้กันมาก ส่วนมากเป็นลูกโม่ (revolver) จนกระทั่งเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้วมีการยิงสู้กับกลุ่มคนร้ายที Florida คนร้ายใช้ปืนที่กระสุนแรงกว่า พนักงานรักษาความสงบ (ตำีวจ กับ FBI) ถึงมาสำนึกว่าปืนที่ใช้อยู่ทุกวันนั้นสู้ปืนคนร้ายไม่ได้ เลยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไปใช้ .357 Magnum,� .40 S&W,� .44 Magnum หรือ แบบทหาร .45 นอกจากนั้นยังเปลี่ยนจากใช้ปืนลูกโม่มาเป็นปืนกึ่งอัตโนมัติ เพราะลูกโม่จุได้แค่ 6 นัดเป็นอย่างมาก บางกระบอก 5 นัดด้วยซ้ำ ส่วน semi-automatic นั้น magazine จุได้มากอาจถึง 12-15 นัด อีกอย่างที่ฝ่ายตำรวจกับ FBI มารู้ก็คือเวลายิงกันดุเดือด เปลี่ยน magazine ง่ายกว่าเร็วกว่าบันจุกระสุนปืนลูกโม่หลายเท่า

ลูกปืนขนาดถัดขึ้นมาจาก .38 คือ .45 ที่เราเรียกปืน US Army�(ร. ๘� ทรงถูกลอบปลงพระชนม์ด้วยปืนแบบนี้)��ลูกปืนนี้ออกแบบให้ยิงแล้วคนคนโดนยิงล้มด้วยแรงกระสุน เพราะอเริกันได้ความรู้ตอนสงครามในประเทศฟิลิปปินส์ว่าขนาด .38 ไม่แรงพอยับยั้งคนบ้ายา กว่าจะล้มก็ประชิดตัวแล้ว

หลังจากนั้นก็มี .357 Magnum กับ .44 Magnum แรกใช้กับปืนลูกโม่ ยิงทีหูดับ สะบัดมาก แรงจนยิงทะลุเสื้อสูบเครื่องยนตร์อะลูมินัมได้ ตำรวจทางหลวงอเมริกันชอบเพราะยิงให้รถหยุดได้ แต่ก็เกรงกันว่าจะมีคนโดนลูกหลงมากขึ้นเพราะวิถีกระสุนไกลมาก

แรกๆปืนกึ่งอัตโนมัติมีแค่ .45 แต่ Smith & Wesson ออกแบบลูกปืนใหม่ เรียก .40 S&W แรงกว่า .45 มาก ยิงไม่สนุก เพราะสะบัดกับดังมาก มีอีกขนาด คือ 10 mm. แต่ไม่ค่อยมีคนใช้

ปืนบางยี่ห้อมีหลายขนาด เช่น Glock มีทั้ง 9 mm., .40, .45, .357

สมัยหนึ่งกฎหมายไทยอนุญาตให้พลเรือนมีปืนไว้ในครอบครองได้แค่ .32 หรือ 7.65 mm.� มี .38 ไม่ได้นอกจากเป็นทายาทของนายทหาร (กองทัพอากาศก่อนสงครามโลกที่สอง มีปืน Colt Super Automatic .38 ขายให้นายทหารในราคากระบอกละ 20 กว่าบาท พ่อผมซื้อไว้กระบอกหนึ่ง) พอปืนขนาด .357 ออกมา ทางกรมตำรวจเลยอนุญาตให้ชาวบ้านมีไว้ในครอบครองได้ เพราะถ้าดูตามตัวเลข .357 เล็กกว่า .38 ไ่ม่ผิดกฎหมาย แต่ในที่สุดกรมตำรวจก็รู้ว่า .357 นั้นรุนแรงกว่า .38 มาก ดูจากตัวเลขจะงง ความจริงเส้นผ่าศูนย์กลางของกระสุน�.38 กับ .357 เ่ท่ากัน ต่างกันตรง .357 ปลอกกระสุนยาวกว่า ดินปืนมากกว่า แรงขับมากกว่าแยะ ตัวเลขต่างกันเพราะวัดลำกล้องต่างกัน เนื่องจากลำกล้องมีเกลี่ยวทำให้วัดระหว่างส่วนนูน (land) หรือส่วนร่อง (groove) ของ เกลียวไ้ด้ค่าต่างกัน� ปืน .357 ยิงลูก .38 ได้ แต่ .38 ยิงลูก .357 ไม่ได้ เพราะปลอกยาวกว่า ถ้ายิงได้ก็อันตราย ลำกล้องอาจแตกเพราะความรุนแรงของการระเบิดผิดกันมาก ปืน .38 บอกบางกว่า�.357


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5742 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 2 ก.พ. 2553 (01:54)
ไม่เหนเลยไอเกรียนเอ้ย
club_y_o@hotmail.com (IP:119.42.84.86)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 10 พ.ค. 2553 (16:07)
เป็นความรู้ชั้นครู ยอดเยี่ยมมากครับ
pai12009@hotmail.com (IP:119.31.121.87)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 24 พ.ย. 2553 (19:59)
ข้อมูลปึ๊กมากพี่ แต่ผมที่กำลังจะซื้อปืน ยังไม่มีความรู้เรื่องปืนเลยครับแต่คิดไว้ว่าจะซื้อ s&w .357 ลำกล้อง 4 นิ้ว บรรจุ 7 นัด เร็ว ๆ นี้ (ซื้อจากสหกรณ์น่ะครับ) ถ้าพี่มีอะไรจะแนะนำรบกวนด้วยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
chanchaithaipost@hotmail.com (IP:111.84.253.57)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 1 ธ.ค. 2554 (13:39)
เพิ่มเติมครับ

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของกระสุน .38 กับ .357 นั้น จริงๆแล้วมีขนาดเท่ากันครับ คือ .357 นิ้วครับ

แต่เนื่องด้วยกระสุนขนาด .38 ได้กำเนิดมาร้อยกว่าปีแล้ว เทคโนโลยีการวัดสมัยก่อนไม่ค่อยละเอียด จึงทำให้เกิดความผิดพลาดของตัวเลขเล็กน้อย
และสมัยก่อน พวกฝรั่งมันซน ชอบโหลดกระสุนกันเองให้มีความแรงกว่า .38 ขึ้นไปอีก โดยที่ยังใช้ปลอก .38 เดิม พอเป็นที่นิยมของคนกันมากขึ้น ทีนี้พอทางโรงงานรู้เข้าจึงได้พัฒนาปืนขึ้นมาใหม่ให้แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม และจัดการยืดปลอกกระสุนขึ้นอีก 4 มิลลิเมตร แล้วเปลี่ยนชื่อเสียใหม่ เพื่อจะได้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยและเพื่อป้องกันการนำกระสุน .357 ไปใช้ในปืน .38 เดิม ซึ่งแรงดันในรังเพลิงต่ำกว่า
dk_wdet@hotmail.com (IP:141.0.10.107)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 2 เม.ย. 2556 (19:50)
มั่วกันทั้งนั้น

.38 Special 1898 พัฒนามาจาก .38 Long Colt โดยที่ .38 Spl ยึดความยาวปลอกเพิ่มอีก 0.124นิ้ว จุดินมากกว่า แรงกว่า
เพื่อกันการสับสนกับกระสุนเดิมจึงเปลี่ยนชื่อเป็น .38 Special

กระสุน .357 magnum 1934 เกิดจากกระสุน .38 spl ด้อยอานุภาพในการหยุดยั้งเป้าหมายมนุษย์ที่รูปร่างใหญ่
และมีความอดทนสูง เช่นพวกเมายา

จึงได้มีการปรับปรุง .38 Spl ให้มีอานุภาพมากขึ้น โดยการเพิ่มดินขับเข้าไป เป้าหมายคือ เพิ่มความเร็วให้มากกว่า 1000 ft/s.
จนมาลงตัวที่ 1,200-1,600 ft/s (ขึ้นอยู่กับน้ำหนักหัวกระสุน)

และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสับสน เอากระสุน .357 ไปใส่ในลูกโม่ปืน .38 Spl ขึงได้ยืดความยาวปลอกขึ้นอีก 0.135นิ้ว
และเปลี่ยนชื่อโดยใช้หน้าตัดจริง คือ .357 แล้วตามด้วยคำว่า Magnum เพราะเป็นการบอกว่ากระสุนแรงกว่าปกติ

ปล. การตั้งชื่อ .38 Special และ .357 Magnum เป็นการหวังผลทางการตลาดแง่หนึ่ง
.38 Spl ถ้าใช้หน้าตัดจริงคือ .357 มาตั้งผู้ซื้ออาจจะมองว่าด้อยกว่า .38 LC เดิม จึงใช้ .38 Special แทน
.357 ที่ใช้ขนาดหน้าตัดจริงเป็นชื่อกระ เพราะใช้คำว่า "Magnum" ตามหลังเพื่อบ่งบอกว่าเป็นลูกแรงสูง
ArjunA (IP:14.207.22.189)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 10 ต.ค. 2556 (15:54)
อยากทราบว่าปืนลูกโม่และแม็กาซีนของปืนลูกซองบรรจุกระสุนได้แม็กซ์สุดที่กี่ลูกและปืนลูกโม่และแม็กกาซีนชนิดอื่นจะบรรจุกระสุนได้จำนวนเท่ากันหมดหรือเปล่าคะ
ิbell bell bell (IP:110.78.149.12)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 10 ต.ค. 2556 (19:02)

ปืนลูกโม่ (revolver) ส่วนมากบันจุกระสุนได้ 6 นัด บางรุ่นที่ออกแบบเพื่อพกแบบซ่อน บันจุกระสุนได้ 5 นัด เพราะต้องการลดขนาดตัวลูกโม่ลงจะได้พกได้มิดชิด  ถ้าปืนลูกโม่ใช้กับลูกปืนที่เราเรียกว่า ลูกกรด หรือ .22 long rifle บางรุ่นอาจบันจุกระสุนได้ 10 นัด  นอกจากนั้นแล้วยังมีลูกโม่ใหญ่ที่บันจุได้เกิน 6 นัด แต่หายาก

ปืนลูกซองไม่ได้มีแมกกาซีนแบบปืนกึ่งอัตโนมัติ บางอย่างจุได้ 1 นัด ถ้าปืนแฝดชนิดลำกล้องซ้อนกัน หรือ คู่กัน ก็จุได้สองนัด ถ้าเป็นกึ่งอัตโนมัติ (semi-automatic shotgun) หรือ แบบที่ต้องกระชากลูกเลื่อนทุกนัด (pump shotgun) จะมีหลอดใส่กระสุนติดอยู่ใต้ลำกล้อง แบบนี้จุได้ 5 หรือ 6 นัด แล้วแต่ความยาวของกระสุน

ปืนที่จุกระสุนได้มากที่สุด (ไม่รวมทั้งปืนยาวหรือปืนกล) ได้แก่ปืนกึ่งอัตโนมัติ (semi-automatic) อันนี้ขึ้นกับขนาดกระสุน กับ การออกแบบ ถ้ากระสุนไม่ใหญ่นักเช่น 9 มม Luger หรือ .40 S&W  แล้วออกแบบแมกกาซีนให้กระสุนวางสลับเยื้องตำแหน่งกัน (staggered) อาจจุได้ถึง 17 นัด  ถ้ากระสุนโตหน่อยเช่น .45 ACP แล้วกระสุนเรียงเดี่ยวอาจจุได้แค่ 7 หรือ 8 นัด  นอกจากนั้นแล้วยังมีบางบริษัทออกแบบแมกกาซีนยาวผิดปกติโผล่ออกมาพ้นด้ามหลายนิ้ว อาจจุได้ถึง 30 นัด แต่เกะกะ


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5742 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม