|
นิมโฟมาเนีย โรคที่ผู้หญิงขาดผู้ชายไม่ได้
โพสต์เมื่อ:
20:49 วันที่ 29 ธ.ค. 2549 ชมแล้ว:
4,754
ตอบแล้ว:
15
ใครหลายคนเคยพูดถึงผู้หญิงที่ไม่รู้จักพอในเซ็กซ์ หรือผู้หญิงที่มากรักว่าเป็นฮิสทีเรีย
แต่ในความเป็นจริงแล้วโรคฮิสทีเรีย ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับพฤติกรรมดังว่าของผู้หญิงเลยสักนิด แท้จริงแล้วมันคือ (นิมโฟมาเนีย) Nymphomania โรคที่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็น ฮิสทีเรีย ก่อน อื่นต้องขอเท้าความไปถึงฮิสทีเรียว่าไม่ได้หมายถึงผู้หญิงที่มีความต้องการ ทางเพศสูง แต่ความจริงแล้ว ฮิสทีเรียอาจจะเกิดในผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ ฮิสทีเรียนั้นมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ 1. โรคประสาทฮิสทีเรีย จะ แบ่งเป็น Conversion Reaction คือคนที่มีความเครียด กังวลใจ หรือเกิดความขัดแย้งในจิตใจอย่างรุนแรง พวกนี้จะเกิดการผิดปกติที่ระบบการเคลื่อนไหวหรือรับรู้ เช่น เป็นอัมพาต ชาตามแขนและขา และ Dissociative Type คือสูญเสียความจำในบางเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจจนไม่ต้องการรับรู้ 2. บุคลิกภาพแบบฮิสทีเรีย คนพวกนี้จะมีลักษณะการแสดงออกที่มากเกินความจริง เพื่อดึงดูดความสนใจ มีความเป็นเด็กสูง ชอบเรียกร้องความสนใจและแสดงออกทางอารมณ์ค่อนข้างมาก ซึ่งอาจเกิดจากการขาดความรัก ความอบอุ่นในวัยเด็ก คราวนี้ลองมาดู Nymphomania กันบ้าง Nymphomania เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ซึ่งวงการแพทย์ในสมัยนั้นถือว่า Nymphomania เป็นโรคทางกายภาพ (แต่ในวงการแพทย์ปัจจุบันถือว่า Nymphomania เป็นอาการป่วยทางจิต) เพราะมีกรณีศึกษาของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกสาวชาวนาในรัฐแมสซาชูเซตส์ เธอกล่าวคำพูดลามกอนาจารต่อหน้าสาธารณชนด้วยการเสนอร่างกายและแสดงความคิด เห็นในเรื่องเพศโดยปราศจากการควบคุมและมีอารมณ์ขุ่นหมอง หลังจาก การวินิจฉัยจากแพทย์ซึ่งตรวจสอบร่างกายของเธอปรากฏว่า มดลูกของเธอขยายใหญ่ขึ้น ช่องคลอดหลั่งสารหล่อลื่นมากผิดปกติ และคลิตอริสที่ขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นอาการที่บ่งบอกถึงความต้องการทางเพศ คำ ว่า Nymphomania มาจากคำว่า Nympho หมายถึงผู้หญิงที่มีความต้องการทางเพศสูงและ Mania ซึ่งหมายถึง ความคลั่งไคล้หรือความบ้าคลั่ง Nymphomania จึงหมายถึงผู้หญิงที่มีความต้องการทางเพศสูงเกินปกติ คลั่งไคล้ในเซ็กซ์เกินปกติ จะว่าไปแล้ว Nymphomania ยังไม่เป็นที่รู้จักในสังคมบ้านเรามากนัก หรืออาจจะรู้จักอาการของโรค แต่เรียกชื่อไม่ตรงกับอาการ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเรียกอาการเหล่านี้ว่าฮิสทีเรีย ลักษณะอาการของ Nymphomania คือการไร้ความสามารถที่จะระงับอารมณ์ในเรื่องเซ็กซ์ และมีความไม่สมบูรณ์ทางจิต จะต้องได้รับการตอบสนองทางเพศตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นกับใครก็ได้ และโดยไม่สนใจผลที่จะเกิดตามมา ถึงแม้ว่าจะได้รับการตอบสนองทางเพศหลายครั้งแล้ว ก็จะเกิดความต้องการทางเพศขึ้นอีก ผู้หญิงที่เป็น Nymphomania จะเปลี่ยนคู่นอนบ่อยจนเรียกได้ว่าสำส่อนทางเพศ รวมไปจนถึงการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองหลายครั้งต่อวันด้วย ผู้หญิงที่ป่วยเป็น Nymphomania อาจมีสาเหตุมาจากทางกายภาพ คือ ความผิดปกติของกลีบสมองในส่วนขมับซึ่งจะพบได้น้อยมาก หรืออาจจะมาจากการได้รับยาบางชนิดมากเกินไป เช่น แอมเฟตามีน หรือติดสารเสพติด ส่วนสาเหตุที่มาจากสภาพจิต นั้น จะเกิดจากความผิดปกติทางอารมณ์ที่มีความต้องการทางเพศมากเกินไป อารมณ์ไม่คงที่ สภาวะซึมเศร้าที่ทำให้สารเคมีในสมองเปลี่ยนไป หรือการได้เห็นคนร่วมรักกันตั้งแต่เด็ก โรคนี้ในผู้ชายก็เป็นได้ แต่เรียกว่า สไตเรียซิส (Satyriasis) ซึ่งมีอาการคล้ายกับผู้หญิง แต่ต่างกันตรงที่ว่ามดลูกไม่หดตัว อย่าง ไรก็ตาม พฤติกรรมการติดเซ็กซ์ถือว่าเป็นปัญหาสังคมเช่นเดียวกับติดเหล้า ติดยาเสพติด หรือติดการพนัน เพราะจะทำให้หมกมุ่นจนไม่เป็นอันทำอะไร ฉะนั้นรู้อย่างนี้แล้วอย่าสับสนกันระหว่างผู้ที่เป็นโรคฮิสทีเรีย เป็นนิมโฟมาเนียนะ จำนวน 12 ความเห็น, หน้า่ | -1- เห็นด้วยกับที่คุณลูน่า สติเฟื่องเขียนเกี่ยวกับฮิสทีเรีย ฮิสทีเรียไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศเลยแม้แต่น้อย แต่ผมไม่เห็นด้วยกับคำอธิบายเกี่ยวกับนิมโฟเมเนีย คำนี้เป็นคำโบราณอาศัยคำบอกเล่าของหมอเมืองบอสตันเมื่อค.ศ.๑๘๔๑ (พ.ศ.๒๓๘๔) บรรยายอาการคนไข้ว่ามีความต้องการทางเพศมากพร้อมกับกล่าวคำลามกออกมาเป็นกระบวน พร้อมกับคำอธิบายเกี่ยวกับอวัยวะเพศที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมากเอาแน่ไม่ได้ (เอาอะไรเป็นมาตรฐาน?) ดูจากคำบรรยายแล้วชวนให้สงสัยว่าผู้ป่วยอาจเป็น Tourette's Syndrome หรือที่ไทยเรียก บ้าจี้ อันนี้เป็นโรคทางพันธุกรรม มีความรุนแรงมากน้อยแล้วแต่โรค ที่เป็นมากจนเราเรียกว่าบ้าจี้นั้น ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมคำพูดของตนเองได้ ทั้งๆที่พูดมาล้วนแต่คำหยาบทั้งนั้น คนพูดก็รู้ตัวอายที่พูดแต่อดพูดไม่ได้ เข้าสังคมลำบากถ้าเป็นขนาดหนัก ที่เคยเห็นสมัยเป็นเด็กผู้ป่วยเป็นสาวพอเราทำมือจะจี้เขาจะพูดคำหยาบติดต่อกันหลายๆคำ สมัยนั้นเป็นเด็กก็เห็นเป็นของสนุก แต่มานึกดูตอนนี้ก็ละอายแก่ใจมาก เพราะดูรู้ว่าแกบังคับที่พูดออกมาไม่ได้ทั้งๆที่แกก็อายคำพูดอยู่มาก หนังสือที่ใช้เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคจิต (DSM-IV-TR หรือ Diagnosis and Statistical Manual of Mental Disorder - IV ของ American Psychological Association) ไม่มีโรค Nymphomania อ้างไว้ เพราะสมัยนี้จิตแพทย์ส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าเป็นโรคจริง มีแต่ภาวะที่เรียกว่า Hypersexuality (หรือความต้องการทางเพศมาก) แต่ไม่ได้ถือว่าเป็นโรค ประการแรกความต้องการทางเพศแตกต่างกันมากมาย ไม่มีใครกำหนดได้ว่าถ้าเกินจากขอบเขตอันไหนแล้วจะถือว่าผิดปกติ เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน อีกอย่างที่คนสมัยใหม่ไม่เห็นด้วยก็คือการใช้มาตรวัดชายกับวัดหญิงต่างกัน (Double standard) ถ้าเป็นชายมีความต้องการมากมีความสามารถมากใครๆก็ยกย่องว่าเป็นเซียน เป็นทหารเสือฯลฯ แต่พอหญิงมีความต้องการแบบชาย ชาวบ้านรู้เข้าก็นินทาแทนที่จะนับถือ ผมถึงมีความเห็นว่าคำว่า Nymphomania หรือคำว่า Nymphomaniac เป็นคำทีไม่มีความหมายไม่น่าจะใช้ โรคนิมโฟมาเนียรักษาได้มั้ยครับ โนนะ (IP:203.118.106.226) ฮีสทีเรียมีติดตัวอยู่ทุกคนไม่ว่าคุณจะมีคู่แล้วหรือไม่ก็ตามส่วนใหญ่จะไม่แสดงออกช่วงเวลาไหนที่มีโอกาศโรคนั้นจะแสดงอาการออกมา ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ยารักษามีตัวเดยวคือ หักห้ามใจ และอย่าปล่อยให้มีโอกาศ อย่าไปหมกมุ่นกับมัน tp (IP:125.27.79.24) นิมโฟมาเนีย พบมากกับคนชาติไหนเป็นพิเศารึป่าวค่ะ แล้วทำไมถึงเป็นได้อยากรุสาเหตุแบบลึกๆอ่าค่ะ จะหายมั้ยถ้าเป็น โดยทั่วไปแล้วเวลาปกติเราสามารถสังเกตคนที่เป็นNymphomaniaได้อย่างไร แล้วพวกที่ชอบโชว์ของตัวเองเป็นโรคนี้ด้วยรึป่าวคะ แล้วพวกนี้เขาจะมีอันตรายต่อคนรอบข้างหรือป่าวคะเวลาที่เขาต้องการกะทันหัน เช่น เขาจะข่มขืน หรือทำอนาจารผู้อื่นหรืป่าวคะ ploy_1929@hotmail.com (IP:125.27.6.195) โรคฮิสทีเรีย และโรคนิมโฟมาเนีย เป็นโรคที่หายเองได้ และไม่มีอันตราย หากเรารู้จักควบคุมตัวเอง ไม่ปล่อยตัวจนทำให้ตัวเองติดโรคร้ายต่างๆ จาก...Amm Pretty smooch_times@hotmail.com (IP:203.113.81.6) เรียนผู้รู้ วิธีรักษาโรคนิมโฟมาเนีย ต้องทำอย่างไร? และมียาชนิดไรที่รักษาได้ขอบคุณ dargon.1947@hotmail.com (IP:202.91.18.205) โรคนิมโฟมาเนียจำเป็นต้องเปลี่ยนผู้ชายด้วยหรอ ใช้ผู้ชายคนเดียวคนเดิมไม่ได้หรอ phaytang (IP:58.137.16.2) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 14 มี.ค. 2551 (13:25) <P>ผมคิดว่ามันอาจจะเกิดจากความเคยชินก้ได้นะ </P> <P>เพราะว่า เพื่อนของผมคนนึงก็เป็นผู้หญิงดีเรียบร้อยมาตลอดเลยและก็ไม่ชอบพูดหยาบๆ</P> <P>หรอว่าพูดคำ ลามก แต่พอเพื่อนผม อายุ 18 มีแฟนคนแรก ก็รักกันดี</P> <P>แฟนคนแรกของเพื่อนผมมี เซ็กส์ กับเพื่อนผมทุกๆวันๆละ 2 ครั้งอย่างน้อยที่สุด</P> <P>แล้วก็มีกันมาตลอดเวลา 2ปี ช่วง 1ปีแรก แฟนเพื่อนผมจะเป๋นฝ่ายเริ่มก่อน</P> <P>แต่หลังจากนั้นแล้วเพื่อนของผมก็เริ่มเข้าหาแฟนก่อนเป็นประจำ และบอกว่าขาดไม่ได้เลย</P> <P>จนมาช่วงหลังๆทางบ้านแฟนเพื่อนผม ไม่ชอบเพื่อนผมคนนี้ก็เลยทะเลาะ</P> <P>มัปัญหากันจนต้องเลิกคบกันไป</P> <P>เพื่อนผมมาเรียนที่ กรุงเทพ ก็เลยได้เจอผู้ชายมากมาย ก็เลยคบกับแฟนคนที่ 2</P> <P>ระหว่างที่คบกับแฟนคนที่ 2 อยู่ห้องก็อยู่ห่างกัน 3 ห้อง</P> <P>แต่เพื่อนผม ก็แอบไปนอนมีอะไรกับ เพื่อนของแฟนคนที่ 2 แบบลับๆอยู่เป็นประจำ</P> <P>จนไปมีอะไรกับเพื่อนอีกคนของแฟน </P> <P>เพื่อนบอกผมว่า มันหยุดตัวเองไม่ได้เลยแล้วยิ่งเวลาทะเลาะกันใจก็คิดว่าขาดกันไป</P> <P>พอไปกินเหล้าซะหน่อยแล้วเริ่มจะเมาก็บ่นหาแต่ผู้ชาย แล้วพูดแต่ว่าจาดเค้าไม่ได้</P> <P>แล้วก็ต้องไปหาเค้าที่ห้องไปง้อเค้าทุกอย่าง</P> กรุงเทพ (IP:58.9.122.177) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 14 มี.ค. 2551 (13:32) <P>ข้อตกลงของเพื่อนผม กับ ผู้ชายที่ไม่ใช่แฟนแต่เป็นเพื่อนร่วมหอ</P> <P> </P> <P>ข้อตกลงมีอยู่ว่า </P> <P>1. ฝ่ายใดจะมีแฟน หรือว่า มีคนรัก ก็ห้ามมาหึงหวงกัน</P> <P>2. มีอะไรกันได้ทุกเวลาที่ต้องการช่วยเหลือกัน</P> <P>3. ห้ามบอกให้ใคร หรอว่าเพื่อนๆในหอ รู้ ว่ามีอะไรกันแล้ว</P> <P>4. ทำตัวเป็นปรกติเวลาอยู่ต่อหน้าเพื่อนห้ามทำอะไรให้ใครสงสัย</P> <P>5. หากว่าฝ่ายไหนมีแฟนแล้วแต่ว่ายังต้องการอยู่ก็มีกันได้</P> <P> </P> กรุงเทพ (IP:58.9.122.177) <P>กำลังศึกษาเรื่องจิตวิทยา เพราะความเครียดในตัวเอง</P> <P>แต่ที่อยากทราบมากกว่านั้นก็คือทำไมจึงเป็นโรคจิต และโรคประสาทกัน</P> <P>และจะแก้ปัญหาได้อย่างไร</P> <P>แค่อ่านคงไม่ได้ความชัดเจน เลยตัดสินใจไปลงเรียนกับ</P> <P>ศึกษาธรรมะไปด้วย</P> <P>ปล้วจะกลับมาเล่าให้ฟัง</P> satsara,banna@gmail.com (IP:125.24.42.113) |