อยากรู้ว่ากลอนบทนี้ เป็นรสวรรณคดีอะไร

อยากรูว่าแต่ละบทเป็น รสวรรณคดีสันสกฤตอะไรครับ



๑)ว่าพลางทางคว้าได้พร้าโต้

ดุด่าตาโตเท่ากำปั้น

ผลักประตูครัวไฟเข้าไปพลัน

นางประแดะยืนยันลั่นกลอนไว้

ผลักไปผลักมาอยู่เป็นครู่

จะเข้าไปในประตูให้จงได้

กระทืบฟากโครมครามความแค้นใจ

อึกทึกทั่วไปในพารา





๒)โอ้โลม งามเอยงามปลอด

ชีวติพี่นี้รอดด้วยข้าวสาร

เป็นกุศลดลใจเจ้าให้ทาน

เยาวมาลย์แม่มีพระคุณนัก

พี่ขอถามนามท้าวเจ้ากรุงไกร

ชื่อเรียงเสียงไรไม่รู้จัก

เจ้าเป็นพระมเหสีที่รัก

ฤๅนงลักษณ์เป็นราชธิดา

รูปร่างอย่างว่ากะลาสี

พี่ให้มีใจรักเจ้าหนักหนา

ว่าพลางเข้าใกล้กัลยา

พระราชาฉวยฉุดยุดมือไว้



๓)เมื่อนั้น

พระสุวรรณลันไดเรืองศรี

เหลียวพบสบเนตรนางตานี

ภูมีพิศพักตร์ลักขณา



๔)กระโดดดำสามทีสีเหื่อไคล

แล้วย่างขึ้นบันไดเข้าในห้อง

ทรงสุคนธ์ปนละลายดินสอพอง

ชโลมสองแก้มคางอย่างแมวคราว

นุ่งกางเกงเข็มหลงอลงกรณ์

ผ้าทิพย์อาภรณ์พื้นขาว

เจียระบาดเสมียนละว้ามาแต่ลาว

ดูราวกับหนังแขกเมื่อแรกมี

สวมประคำดีควายตะพายย่าม

หมดจดงดงามกว่าปันหยี

กุมตระบองกันหมาจะราวี

ถือซอจรลีมาตามทาง



๕)เที่ยวสีซอขอข้าวสารทุกบ้านช่อง

เป็นเสบียงเลี้ยงท้องของถวาย

ไม่มีใครชังชิงทั้งหญิงชาย

ต่างฝากกายฝากตัวกลัวบารมี

พอโพล้เพล้เวลาจะสายัณห์

ยุงชุมสุมควันแล้วเข้าที่

บรรทมเหนือเสื่อลำแพนแท่นมณี

ภูมีซบเซาเมากัญชา



ขอบพระคุณครับ



ความคิดเห็นที่ 16


1 ก.พ. 2552 22:19
  1. อยากรู้ว่ารสวรรณคดีทั้งหมดมีกี่ชนิด




ความคิดเห็นที่ 12

22 มิ.ย. 2551 11:57
  1. <P>รสวรรณคดีสันสกฤตมีอยู่9รสไม่ใช่เหรอ</P>
    <P>ประมาณพวกหาสยรส กรุณารส อะไรพวกนี้เปล่า?</P>
    <P>ไอ้4รสนี่มันเป็นของไทยไม่ใช่เหรอตัว</P>



ความคิดเห็นที่ 1

29 ธ.ค. 2549 21:22
  1. รบกวนถอดคำประพันธ์ให้ด้วยนะครับ อยากรู้ครับไม่ใช่เป็นการบ้าน ใครมีภาพเกี่ยวกับเรื่อง ระเด่นลันไดขอด้วยนะครับ หรือมีเวปที่เกี่ยวข้องกับเรื่องระเด่นลันได
    ขอบพระคุณครับ



ความคิดเห็นที่ 2

10 ม.ค. 2550 18:35
  1. เราก้อไม่แน่ใจนะว่าวรรณคดีสรรของเธอที่เอบอกให้หานะมันจัมีอยุ่4รสดั่งที่เราเข้าหรือเปล่านะถ้าไงก็เอาอันนี้ไปก่อนก็ได้นะอันนั้นลืมไปแล้วนะหวังว่าคงไม่โกรธนะ
    บทแรกนะครับเป็นรสพิโรธวาทังนะครับ รสนี้ก็คือการที่วรรณคดีนั้นนะมีการกล่าวถึงความโกรธและความโม้โห้กริ้วอะไรทุกอย่างที่อยุ่เรื่องของความโกรธนะครับใช่หมดเลยนะครับบทที่4นะครับ เป้นเสาวรสจนีย์อันนี้แหละครับ
    เพราะในกลอนนั้นมันมีการชมความงามของตัวละคร
    รู้แค่นี้แหละครับ



ความคิดเห็นที่ 10

15 ธ.ค. 2550 09:18
  1. บทที่3คือ พิโรธวาทัง



ความคิดเห็นที่ 14

jumo
5 ก.ค. 2551 10:30
  1. บทที่ 1 พิโรธวาทัง


    บทที่ 2 นารีปราโมทย์


     




ความคิดเห็นที่ 11

15 มิ.ย. 2551 08:28
  1. ไม่รู้วะ อิอิ*************.........................*****************



ความคิดเห็นที่ 15

28 ส.ค. 2551 18:30
  1. อยากรู้รสวรรณคดีเรื่อง นายขนมต้มชกพม่าถวายพระเจ้าอังวะ
    และฉากของเรื่อง
    และก็ประวัติผู้แต่ง



ความคิดเห็นที่ 13

5 ก.ค. 2551 10:21
  1. รูสึกว่าความเห็นของเเต่ล่ะคนจะขัดกัน



ความคิดเห็นที่ 9

5 ธ.ค. 2550 16:37
  1. ถามกันข้ามปี



ความคิดเห็นที่ 17

17 ก.พ. 2552 18:24
  1. เขาเองก็มีงานส่งในเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ� ในเรื่องของรสวรรณคดี




ความคิดเห็นที่ 3

27 มิ.ย. 2550 20:01
  1. ไม่รู้คับไม่เคยเรียนไมจำเป็นต้องตอบก็ได้มัง



ความคิดเห็นที่ 5

เรียน
15 พ.ย. 2550 12:08
  1. บทที่2คือ นารีปราโมท



ความคิดเห็นที่ 6

เรียน
15 พ.ย. 2550 12:11
  1. อ่านหมดแล้วเป็นนารีปราโมทย์ทั้หมดยกเว้นบทแรก คือกล่าวถึงและชื่นชมความงามของสิ่งต่างๆ



ความคิดเห็นที่ 7

เรียน
15 พ.ย. 2550 12:14
  1. ขอถามบ้างสิว่าใครมีรายละเอียดเรื่องของเพลงองพระพิราพย์ แบบที่มากกง่าข้อมูลทั่วไป



ความคิดเห็นที่ 8

29 พ.ย. 2550 12:02
  1. ขออภัยที่จริงคือเสาวรสจนีตั้งแต่บทที่สามลงมา



ความคิดเห็นที่ 18

19 พ.ค. 2552 17:59
  1. วรรณคดีมีกี่ประเภท



ความคิดเห็นที่ 4

5 ก.ค. 2550 17:25
  1. ไม่รู้อ่า ถ้าใครรู้ช่วยบอกผมด้วย



ความคิดเห็นที่ 19

10 ส.ค. 2552 21:08
  1. รสวรรณคดี หากแยกออกตามประเภทใหญ่คือ2 มี ของไทย กับสันสกฤต รสวรรณคดีไทยมี4ประเภท ของสันสกฤตมี9ประเภท



ความคิดเห็นที่ 20

11 ส.ค. 2554 18:31
  1. รสวรรณคดีสันสกฤต มีปรากฏใน ตำรานาฏยศาสตร์ (นาฏยเวท) ของพระภรตมุนี ซึ่งกล่าวถึงคุณสมบัติของตัวละครสันสกฤตที่ดีกว่า ต้องประกอบด้วยรส 9 รส คือ ศฤงคารรส หาสยรส กรุณารส รุทรรส วีรรส ภยานกรส พีภัตสรส อัพภูตรสและศานติรส โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.ฤงคารรส (รสแห่งความรัก) เป็นการพรรณนาความรักระหว่างหนุ่มสาวระหว่างสามี ภรรยา ระหว่างผู้ใหญ่กับผู้น้อย บิดามารดากับบุตร ญาติกับญาติ ฯลฯ สามารถทำให้ผู้อ่าน พอใจรัก เห็นคุณค่าของความรักนึกอยากรักกับเขาบ้างเช่น รักฉันชู้สาว รักหมู่คณะ รักประเทศชาติ เป็นต้น อย่างเช่น เรื่องลิลิตพระลอ เต็มไปด้วยรสรัก(บาลี เรียกรสนี้ว่า รติรส) 2.หาสยรส (รสแห่งความขบขัน)เป็นการพรรณนาที่ทำให้เกิดความร่าเริง สดชื่น เสนาะ ขบขัน อาจทำให้ผู้อ่าน ผู้ดูยิ้มกับหนังสือ ยิ้มกับภาพที่เห็น ถึงกับลืมทุกข์ดับกลุ้มไปชั่วขณะ เช่น เรื่องระเด่นลันได เป็นต้น (บาลีเรียกรสนี้ว่า หาสะรส) 3.กรุณารส (รสแห่งความเมตตากรุณาที่เกิดภายหลังความเศร้าโศก) เป็นบทพรรณนาที่ทำให้ผู้อ่านหดหู่เหี่ยวแห้ง เกิดความเห็นใจถึงกับน้ำตาไหล พลอยเป็นทุกข์ เอาใจช่วยตัวละคร เช่น เห็นใจนางสีดา เห็นใจจรกา และเห็นใจนางวันทอง เป็นต้น(บาลีเรียกรสนี้ว่า โสกะรส) 4.รุทรรส/เราทรรส (รสแห่งความโกรธเคือง) บทบรรยายหรือพรรณนาที่ทำให้ผู้ดูผู้อ่านขัดใจฉุนเฉียว ขัดเคืองบุคคลบางคนในเรื่อง บางทีถึงกับขว้างหนังสือทิ้ง หรือฉีกตอนนั้นก็มี เช่น โกรธขุนช้าง โกรธชูชก(บาลีเรียกรสนี้ว่า โกธะ) 5.วีรรส (รสแห่งความกล้าหาญ) บทบรรยายหรือพรรณนาที่ทำให้ผู้อ่าน ผู้ดู ผู้ฟังพอใจผลงานและหน้าที่ ไม่ดูหมิ่นงาน อยากเป็นใหญ่ อยากร่ำรวย อยากมีชื่อเสียง เลียนแบบสมเด็จพระนเรศวร ชอบความมีขัตติมานะของพระมหาอุปราชา จากเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย (บาลีเรียกรสนี้ว่า อุตสาหะรส) 6.ภยานกรส (รสแห่งความกลัว ตื่นเต้นตกใจ) บทบรรยายหรือพรรณนาที่ทำให้ผู้อ่านผู้ฟัง ผู้ดู มองเห็นทุกข์ เห็นโทษ เห็นภัยในบาปกรรมทุจริต เกิดความสะดุ้ง กลัวโรคภัยสัตว์ร้าย ภูตผีปีศาจ บางครั้งต้องหยุดอ่าน รู้สึกขนลุกซู่ อ่านเรื่อง ผีต่างๆ (บาลีเรียกรสนี้ว่า อุตสาหะรส) 7.พีภัตสรส (รสแห่งความชัง ความรังเกียจ) บทบรรยายหรือพรรณนาที่ทำให้ผู้อ่านผู้ดู ผู้ฟังชังน้ำหน้าตัวละครบ้างตัว เพราะจิต(ของตัวละคร) บ้าง เพราะความโหดร้ายของตัวละครบ้างเช่น เกลียดนางผีเสื้อสมุทร ในเรื่องพระอภัยมณีที่ฆ่าพ่อเงือก เป็นต้น (บาลีเรียกรสนี้ว่า ชิคุจฉะรส) 8.อัทภูตรส (รสแห่งความพิศวงประหลาดใจ) บทบรรยายหรือพรรณนาที่ทำให้นึกแปลกใจ เอะใจ อย่างหนัก ตื่นเต้นนึกไม่ถึงว่าเป็นไปได้เช่นนั้น หรือ อัศจรรย์คาดไม่ถึงในความสามารถ ในความคมคายของคารม ในอุบายหรือในศิลปวิทยาคุณแปลกใจในสุปฏิบัติ (ความประพฤติที่ดีงาม)แห่งขันติ เมตตา กตัญญู อันยากยิ่งที่คนธรรมดาจะทำได้ (รสนี้บาลีเรียก วิมหะยะรส) 9.ศานติรส(รสแห่งความสงบ) อันเป็นอุดมคติของเรื่อง เช่น ความสงบสุขในแดนสุขาวดี ในเรื่อง วาสิฏฐี อันเป็นผลมุ่งหมายทางโลกและทางธรรม เป็นผลให้ผู้อ่าน ผู้ดู ผู้ฟัง เกิดความสุขสงบ ในขณะได้เห็นได้ฟัง ตอนนั้น ด้วย (บาลีเรียกรสนี้ว่า สมะรส)

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น