|
โจทย์ พื้นฐานวิศว เรื่องไฟฟ้าเบื้องต้น
โพสต์เมื่อ:
20:45 วันที่ 5 ม.ค. 2550 ชมแล้ว:
14,047
ตอบแล้ว:
99
มีน้องๆ อยากรบกวนท่านที่มีความรู้ทางไฟฟ้า ช่วยตอบโจทย์ข้อนี้หน่อย
ว่าคำตอบข้อใดถูก แน่ เพราะอะไร มีคำเฉลยที่มีข้อน่าโต้แย้ง ขอให้ช่วยตอบสัก 4-5 ท่านแล้วจะเข้ามาคุยต่อ ว่าไปไงมาไง อิอิ ![]() ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ การตั้งโจทย์ที่ตัวเลขเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ เช่นทรงกลมเล็ก ๆ ขนาดรัศมี 1.00 cm มีประจุไฟฟ้า +3.0 C หรือประจุทดสอบขนาด +1 C ตัวเลขแบบนี้ ถึงจะคิดเลขตามสูตรได้ แต่ไม่มีทางปฏิบัติได้เลย ผมจะถือว่า โจทย์ที่เอาตัวเลขแบบนี้มาให้เด็กคิด เป็นโจทย์ผิดเหมือนกัน โดยเฉพาะโจทย์วิศวกรรม ที่เน้นการปฏิบัติได้จริง Ummmm [tex]ผมจะถือว่า โจทย์ที่เอาตัวเลขแบบนี้มาให้เด็กคิด เป็นโจทย์ผิดเหมือนกัน โดยเฉพาะโจทย์วิศวกรรม ... ที่เน้นการปฏิบัติได้จริง [/tex] เมื่อ ปฎิบัติได้ จริง .. ผล ออกมาอย่างไร .. แล้วไม่ตรง กะ ทฤษฎี .. แล้ว ทฤษฎี มัน จา ถูก ได้ อย่าง รัย ล่า ครับ ฟัง แล้ว ... ชักก จา เง็งง ๆ ... หมวนกัน นา ครับ .... พี่ใหญ่ .. (IP:124.120.73.240) ขอขอบคุณ อ.นิรันดร์ ที่กรุณาแวะเวียนมากระทู้นี้ และมี Comment มาเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ แค่ยังมีน้องบางคนที่ถูกฝังหัวด้วยเฉลยในหนังสือดังกล่าว แล้วคุยกับผมทาง MSN ยังคงไม่กระจ่างแจ้ง ได้บอกว่า อ.นิรันดร์ เข้ามาแต่ยังไม่ได้ฟันธงว่าข้อใดถูก แค่ให้ไปอ่านโน่นดูนี่ เท่านั้น อาจารย์ บ่นเรื่องออกข้อสอบ ผมไม่ได้ออกข้อสอบ เพียงแต่แต่ช่วยให้คำแนะนำน้องๆ ในเรื่องโครงงานเลยขอบ่นบ้าง (ประสาคนแก่) ไม่เข้าใจว่าครูที่ดูแล และรับนโยบายเรื่องนี้มาใช้สอนตีความหมายความมุ่งหมายเรื่องนี้อย่างไร ไม่ทราบว่าพอมีลายลักษะอักษรของนโยบายอันนี้หรือไม่ จะได้มาแกะดูว่าความมุ่งหมายคืออย่างไรแน่ และ ครูไม่เข้าใจ ตีความหมายไม่ถูกต้อง หรือผมโง่เองที่ว่าครูมีนโยบายมาสั่งเด็กไม่ถูกต้อง เพราะเห็น สร้างความเครียด และกดดันเด็กๆมากในเรื่องการทำโครงงาน เพราะเสนออะไรไป ก็ไม่ให้ทำ โดย บอกว่า ง่ายไป เด็กอนุบาลทำ เขาทำมาแล้ว มีรุ่นก่อนทำแล้ว ไม่มีประโยชน์ใช้สอยจริง ไม่เห็นมีอะไรใหม่ ไม่มีสมองและเหตุผลแปลกๆที่ไม่น่าจะบอกเด็ก (ถ้าผมไม่โดนหลอก) อยากให้ทำอย่างที่ไม่มีใครทำมาก่อน มีอันเดียวในโลก ใช้งานได้จริงๆ แล้วพอถามกลับ ว่า มีเงินสนับสนุนไหม มีเครื่องมือให้ยืมไหม มีอุปกรณ์ ให้ไหม มีอะไรที่จะใช้วัดหรือทดสอบไหม คำคอบคือ ไม่ทั้งหมด ไม่ทราบว่านโยบายนี้ มีเพื่อให้เด็กได้ศึกษาหาความรู้ ได้ลงมือทำ สร้างเสริมทักษะ การทำงาน หรือจะเป็นนโยบาย ของสถาบันวิจัย R&D ของบริษัทที่จะทำผลผลิตสู่ตลาดกันแน่ เคยคิดว่า รร น่าจะให้นักเรียนทีต้องทำโครงงานได้เริ่มทำ ประเภทอุปกรณ์เพื่อใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนก่อน โดยเฉพาะในการเรียนวิทยาศาสตร์ ที่ไปค้นๆดูอุปกรณ์การสอนพวกนี้โดยเฉพาะวิชาฟิสิกส์ที่บ่นกันว่ายาก เพราะต้องมีสูตรต้องคำนวณ และใช้มโนภาพทางความคิด แต่หากได้ทดลองจับต้องก็จะกลายเป็นของง่ายไปมาก เมื่อเข้าไปดูเครื่องมือในต่างประเทศ ก็เห็นทำด้วยไม้ มีเสา มีตุ้ม และอะไรๆ ที่บ้านเราก็หาได้ ทำได้แทบทั้งนั้น แต่ไม่มีใครสนใจจำกัน ทั้งๆที่ มีทั้งเงิน(เอาจากเด็ก) แรงงาน(เด็กนักเรียน) ความคิดและแบบ (อินเตอร์เน็ต) แด่ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ และปาก สั่งและนิ้วชี้ ก็จะได้มันมาแล้ว เหตุผลไม่มีเงิน ไม่มีเวลา จึงฟังไม่ขึ้น ในความคิดของผม เรื่องโครงงานความคิดของเด็กในเรื่องที่เขาอยากทำควรเป็นเหมือนนโยบายหลักที่ต้องทำตาม ไม่มีอะไร ที่มันจะพูดได้ว่าง่ายเกินไป หากรู้จักปรับปรุง เพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง ดัดแปลง ประยุกต์กับอย่างอื่นๆ สมมุติเด็กบอกจะทำไม้จิ้มฟัน ครูไทยไม่ให้ทำแน่นอน เด็กอนุบาลเขาทำกัน หากคิดได้แค่นี้ คงไม่มี เชือกขัดฟัน หรือไม้จิ้มฟัน แบบแบน แบบสามเหลียม แบบเดิม+เชือกขัดฟัน ฯลฯ (ผมกำลังคิดเชือกขัดฟันสุนัขใครจะทำบ้าง) แทนที่จะห้าม หากให้หาทำต่อโดยหา ว่าไม้อะไรทำได้บ้าง คงทนและเหมาะสมอย่างไร ต้นทุนเป็นอย่างไร ทำได้ยากไหม ความชื้นหรือสภาวะ เก็บ อยู่ในปาก ผลต่อน้ำลาย ร่างกาย รสชาติ ชุบหรือเคลือบยาอะไร ให้เพิ่มรส ฆ่าเชื้อโรค ลดฟันผุ ไม่ทำฟันเก ฯลฯ ผมว่ามันทำได้ตั้งแต่ประถม ไปได้ถึง ปริญญาเอก ผมว่าจะรวมเรื่องที่ครูไม่ให้ทำ และเหตุผลที่ครูไม่ให้ทำมาลองคุยกันดูแล้วจะได้รู้ว่าทัศนคติ ความคิดความอ่าน ของครูไทยเหมาะสมกับนโยบาย และจะช่วยสร้างความเจริญให้ชาติ ที่ควรจะต้องทำ หรือไม่ อย่างไร และควรจะแนะนำเด็กให้ทำในเรื่องที่เขาอยากทำได้อย่างไร จึงจะช่วยบูรณาการความคิดให้เข้ากับเรื่องที่เด็กอยากทำได้บ้าง น้าก็คิดเลขไม่เก่งเสียด้วย ตอนเด็ก ๆ อยู่ ป.๕ ป.๖ สอบเลขตกเป็นประจำ ฝากการคำนวณของคุณ Grunt ให้เพื่อนสมาชิกช่วยกันตรวสอบหลานน้าด้วยก็แล้วกัน ทีนี้ สมมติว่ามีแอมมิเตอร์ที่สามารถวัดกระแสขนาด 10-120 A ได้ ปริมาณกัมมันตรังสีที่มีในแบ็คกราวน์ทำให้อากาศแตกตัวเป็นไอออน แล้วประจุไฟฟ้า เคลื่อนที่เพ่นพ่านทั่วไปในอากาศ รวมถึงกระแสไฟฟ้าที่เกิดจากลมหายใจของคนที่วัดกระแสไฟฟ้า พ่นออกมา อากาศเคลื่อนที่ผ่านขนจมูกเกิดการเสียดสีทำให้เกิดประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ไปตามลมหายใจ กระแสไฟฟ้าเหล่านี้ ผมว่ามันคงทำให้เครื่องวัดที่วัดได้ละเอียดขนาด 10-120 A พังได้อย่างง่ายดาย พี่โก๋แก่ครับ พอดีลูกผมก็ถูกบังคับทำโครงงานเหมือนกัน ปีหนึ่งไม่รู้ว่ากี่โครงงาน งบประมาณเบิกได้ครับ จากทุน พ.ก. บ้าง ม.ก. บ้าง ไอ้ลูกผมมันก็บ้าทำแบบ (พ่อ)ฉิบหายช่างมัน ต้องการให้สะใจครู ปีก่อน ๆ ช่วยลูก กับเพื่อน ๆ ลูกด้วย หมดไปหลายหมื่นบาทต่อปี ปีนี้ ค่อยยังชั่วหน่อย ทีมแยกย้ายกันไป สนับสนุนลูกตัวเองคนเดียว หมดไปหมื่นกว่า ๆ เท่านั้น ;-p ใน 3 ปีที่ผ่านมา ที่บ้านผมมี แท่นกลึง สว่านกระแทก 2 ตัว เครื่องเป่าลมร้อน ปั๊มลม เครื่องเจียร ฯลฯ และเศษวัสดุอีกเป็นตัน ผมพอเข้าใจเด็กทำโครงงานที่พ่อแม่ไม่สนับสนุน หรืออยากสนับสนุนแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ต้องเพ่นพ่านหาคนช่วยไปทั่ว อย่างที่พี่โก๋แก่พบน่ะครับ ท่านที่มีความเห็นเป็น อย่างอื่น ช่วยแสดงตัวด้วยครับ ว่ามี เหตุผลโต้แย้งอื่นๆหรือไม่ ขนาดน้องเอา โจทย์ไปถาม อาจารย์สอน ฟิสิกส์ ที่ โรงเรียนแล้วท่านยืนยันว่าได้ 9 Volts แถมทดลองให้ดูด้วย น่าปราบปลื้มจริงๆ ในความรู้และและการพิสูจน์ข้อสงสัยให้ลูกศิษย์ลูกหาดู ผมกำลัง รวบรวมตำราที่เคยอ่านๆมาไว้เรียบร้อยแล้ว (กำลังจะเผาไฟทึ้ง) และจะได้เสียเงินซื้อตำรา"เซียน....."มาศึกษาบ้าง แง แง ๆๆๆๆๆๆๆ ผมเอาโจทย์ไปถามที่อื่นดูแล้ว ได้คำอธิบายละเอียดมากเลย สรุปได้คำตอบเป็นข้อ 4 น่ะ คือผท สงสัยติดอยู่ที่ว่าคนเอามือไปจับ วงจร แล้วไหลผ่าตัวลงพื้น มันเกี่ยวข้องกันที่ช๊อตก็เพราะ ขั้วลบของ สายไฟฟ้าต่อลง ground ด้วย ก็เลยช๊อตตัวคน อย่างที่ลุงโก๋แก่ อธิบายน่ะครับ http://161.246.34.37/ladkrabang/index.php?topic=8235.0
Mugen_Mustang...วิศวะทางเรียบ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 264 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว คิกคิกๆๆๆๆ ขอขอบคุณๆ Mugen_Mustang...วิศวะทางเรียบ ทำให้ผม ประหยัดไม้ขีดไปได้ 1 ก้าน (ไม่ต้องเผาตำราแล้ว) ไปอ่าน Link ที่ให้มาแล้วนับว่า ยังมีท่านผู้รู้ และผู้คิดมาก แบบ อ.นิรันดร์ว่าพอสมควรทีเดียว วิศวกรไฟฟ้า ท่านใดที่ตอบข้อ 1 ขอทราบสถาบันที่ศึกษาด้วยจะได้ แจ้งให้เอาปริญญาบัตร คืน หากมีใบ กว ก็จะแจ้งถอนให้ด้วย ไฟไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจร จะได้น้อยๆหน่อย นิทานที่จะเล่าให้ฟังมีดังนี้ - กาลครั้งหนึ่ง เร็วๆมานี้เอง ได้มีการแข่งขันการตอบปัญหา ทางฟิสิกส์ ระดับมัธยมปลาย มีการแข่งกันหลายโรงเรียน และในรอบหนึ่ง ที่มีหลายคนทำคะแนนมาอย่างสูสีกันจนต้อง ตัดสินผู้จะเข้ารอบ ด้วยโจทย์ข้อนี้ และผลที่ได้ ก็มีทั้งท่าน ที่ตอบข้อ 1 และ ข้อ 4 แล้วผลที่ออกมา ปรากฏว่า คนตอบข้อ 1 ชนะได้เข้ารอบ เข้าใจว่า ผู้ตัดสินจะเอามาจาก หนังสือเล่มหนึ่งที่มี ผู้ที่น่าเชื่อถือได้ เฉลยไว้อย่างน่าเชื่อถือว่า ข้อ 1เป็นคำตอบที่ถูกต้อง ทำให้มีผู้ที่ตอบข้อ 4 เกิดความสงสัย แล้วมาให้ช่วยอธิบายว่า มันอ่านได้ 9 Volts ได้อย่างไร และเขาผิดตรงไหน? เล่นเอาผมงง ไปเลยว่าเขาผิดได้อย่างไร เลยเอามาลงให้ ท่านผู้รู้อื่นๆช่วยเฉลยเพื่อความถูกต้อง หากการสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย เกิดออกข้อสอบในลักษณะดังกล่าวออกมา และผู้ที่จำเฉลยจากคู่มือนี้ได้ แล้วนำคำตอบที่ผิดไปตอบ ทำให้ต้องเสียคะแนน อันอาจจะนำมาถึงผลที่ทำให้เขาพลาดการสอบเข้าได้ไป อยากทราบว่าจะทำให้ มีผู้ต้องพลาดไปในเรื่องนี้ จะมีท่านใดรับผิดชอบได้หรือไม่ที่ต้อง เสียทั้งเงินค่าหนังสือ และอนาคต ่ ขอลองให้เห็นกับตาตัวเองซักครั้งเถอะ เดี๋ยววันอังคารผมจะไปทดลองดูครับ ถ้าเครื่องมือที่โรงเรียนมันยังสามารถใช้งานได้อยู่ แต่ผมสงสัยอีกว่าทำไมในเซลล์ไฟฟ้าแบบกัลวานอมิเตอร์ (ที่มันเป็นเหมือนถ้ายสองอันใส่แท่งโลหะหรืออะไรก็ตามแล้วสามารถทำให้กระแสไหลได้โดยมีสะพานเกลือและสายไฟ) เมื่อนำสะพานเกลือ ออก--มันก็จะไม่ครบวงจรจริงมั้ยครับ แต่อาจารย์บอกว่าในสภาวะที่ไม่มีสะพานเกลือ กระแสสามารถไหลได้ชั่วขณะ แล้วกระแสจึงจะหยุดไหล (อาจารย์คนนี้เป็นคนที่อยู่ในคณะที่เขียนหนังสือหลักสูตรเคมีของ สสวท.) ---อาจารย์ที่สอนเคมี ชื่อ อาจารย์ อุ---อ๊---- ก็พูดในทำนองเดียวกัน หรือสองท่านนี้เข้าใจผิดผมก็ไม่ทราบนะครับ ผมจึงสงสัยว่าทำไมเมื่อนำสะพานเกลือออกกระแสจึงไหลได้ ถ่านอัลคาไลน์ที่ทิ้งไว้นานๆโดยไม่ได้ใช้งาน ความต่างศักย์ลดลงหรือไม่ หากลดลงกระแสก็ไม่ได้ครบวงจรแล้วมีการจ่ายe-ได้อย่างไร ขอเรียนผผู้มีความรู้จริงอธิบายทีครับ--ขออธิบายโดยหลักการและทฤษฎี ไม่เอาแบบมั่วซั่วนึกเองนะ ถ้าผมผิดแล้วผมมีปริญญาไฟฟ้าผมจะไม่เอาไปคืนหรอกครับ ผมจะกินให้ดูเลย อิอิ แต่เผอิญผมไม่มี แล้วผมก็สอบความถนัดไปแล้ว ไม่ได้ออกข้อนี้ถึงออกก็คงไม่เป็นปัญหาสำหรับผม แต่หนังสือเล่มนี้ก็ช่วยให้คะแนนความถนัดเป็นที่น่าพอใจ ท่าทางคุณโก๋แก่จะแค้นเคืองคนเขียนหนังสือเอาซะมากๆเลย ..... ขอแบบเป็นทางการ ตกลงว่าตอบอะไรอะครับ D1GP (IP:58.9.202.245) หาก ให้ยืนยันแบบ วิดวะ แก่ๆ ใช้มิเตอร์มาตั้งแต่ AVO Simpson ที่ราคาตัวละ 1200 ขณะที่ทองบาทละ 400 จนกระทั้ง ขณะนี้มิเตอร์ Spec ขนาดเดียวกันทำจากเมืองจีนตัวละ 180 บาท ขณะที่ทอง 12000 และ Digital Millimeter ใช้ไฟฟ้า, ใช้ถ่าน จอ Nixie tube, LED, ยัน LCD รวมทั้ง Electrometer ชนิดแค่ลมปาก หรือ สะบัดผ้าใส่ก็เข็มวิ่งเกินสเกลแล้ว และแม้แต่ DC Clamp-on Amp meter วัดกระแสไฟตรงโดยไม่ต้องต่ออนุกรม ก็ใช้อยู่ หรือพูดภาษาชาวบ้านก็ว่า ใช้จนมือไม่มีขนแล้ว ก็ขอฟันธง "ว่าวงจรดังกล่าว เข็มอยู่เฉยๆไม่กระดิก และตอบข้อ 4 จึงจะถูก แต่หากไปสอบที่ไหน แล้วกรรมการยึดถือคำเฉลยจากหนังสือบางเล่มเป็นบรรทัดฐาน ว่าต้องตอบ 9 โวลต์ ก็อย่ามาว่ากันนะเพราะนอกเหนือการควบคุมเพราะไม่ได้เป็นเซียนจึงทำให้ขึ้นไม่ได้ อิอิ -*- เข้ามาอ่าน แล้ว งง ถ้างั้น ก็หมายความว่า ไม่มีกระแสไหลผ่านโวลท์มิเตอร์เลยเหรอคับ มันถึงไม่กระดิกน่ะ ใช่ครับ ไม่มีกระแสไหลผ่านโวลท์มิเตอร์เลย เพราะวงจรทั้งสองเป็นอิสระต่อกัน ไม่สามารถไล่ลูปของโวลท์มิเตอร์ให้ครบได้ จึงไม่มีแรงดันตกคร่อมโวลท์มิเตอร์ เข็มเลยไม่กระดิก ปล. ตามมาจากเว็บลาดกระบังน่ะครับ (ในเว็บลาดกระบังยังมีคนเข้าใจผิดเลย เหอ ๆ) เอก (IP:124.120.238.161) ปัญหาข้อนี้ แก้ได้ไม่ยาก โดยจัดวงจรตามโจทย์ขึ้นมา แล้วก็วัดกัน ได้เท่าไรก็เท่านั้น ทีนี้ มันก็มีคนอยู่จำพวกหนึ่ง คือพวกบ้าตำรา ถ้าตำราที่เขานับถืออยู่ เขียนอย่างไร ต่อให้วัดให้เห็น ๆ ว่าคำตอบได้เท่าไร เขาก็จะบอกว่า การทดลองผิดพลาด ไม่เป็นไปตามทฤษฎี คนที่อ้างตำรา ลองกลับไปอ่านความคิดเห็นที่ 27 ดูสักหน่อยนะครับ เมื่อไรว่าง ๆ แล้วจะทดลองแล้วถ่ายรูปมาให้ดู แต่ก็อีกนั่นแหละ คงมีบางคนคิดว่าเป็นการสร้างภาพก็ได้ ผมไม่ได้อ้างตำรานะครับ จะรออาจารย์นิรันดร์ทดลองมาให้ดู ปล.ไม่มีเวลาทดลองเองครับใกล้สอบent เท่าที่ผมทราบ เข้ามหาวิทยาลัย ตอนนี้ เขาไม่มีสอบเอ็นทรานซ์แล้ว จะมีก็เพียง O-net และ A-net เจ้าปัญหา เท่านั้น การต่อวงจรตามรูปที่พี่โก๋แก่เอามาทำเป็นปริศนานี้ ผมว่า ถ้าอุปกรณ์ครบ ก็ใช้เวลาทดลองไม่ถึง 15 นาที ไม่ทำให้เสียเวลาดูหนังสือมากมายอะไรนักหรอก รอคนแก่ขี้ลืมอย่างผม คุณอาจจะเข้ามหาวิทยาลัยไปแล้ว ยังไม่ได้ดูก็เป็นได้นะครับ คือมันเป็นงี้ครับอาจารย์ มันต้องไปรบกวนอาจารย์สอนฟิสิกส์ เพื่อจะขอยืมอุปกรณ์ที่ไม่รู้เก็บไว้ที่ไหน แล้วอุปกรณ์ก็ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง ที่พูดว่า entคือพูดแบบสั้นๆครับ ขี้เกียจพิมยาวเป็นที่เข้าใจกัน วิชาเหมือนสินค้า ...... อันมีค่าอยู่เมืองไกล ต้องหมั่นมั่นหมายไป . จึงจะได้สินค้ามา จงตั้งเอากายเจ้า ....... เป็นสำเภาอันโสภา ความเพียรเป็นโยธา .. แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ นิ้วเป็นสายระยาง ..... สองเท้าต่างสมอใหญ่ ปากเป็นนายงานไป .. อัชฌาศัยเป็นเสบียง สติเป็นหางเสือ ........ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง ถือไว้อย่าให้เอียง .... ตัดแล่นเลี่ยงข้างคงคา ปัญญาเป็นกล้องแก้ว .ส่องดูแถวแนวหินผา เจ้าจงเอาหูตา .......... เป็นล้าต้าฟังดูลม ขี้เกียจคือปลาร้าย .... จะทำลายให้เรือจม เอาใจเป็นปืนคม ....... ยิงระดมให้จมไป จึงจะได้สินค้ามา ...... คือวิชาอันพิศมัย จงหมั่นมั่นหมายไป ... อย่าได้คร้านการวิชา ผมไม่ได้ขี้เกียจหาความรู้ครับ แต่ขี้เกียจพิมยาวครับ อึ่ม... -*- แล้วจะเถียงกันทำไมเนี่ย ทดลองให้รู้ไปเลยดีกว่า คณิตศาสตร์คือการพิสูจน์ฉันใด วิทยาศาสตร์คือการทดลองฉันนั้น ปล.ผม่วา นั่งจับผิดตำราแบบคุณโก๋ฯ ก็ดีนะ จะได้ทำให้หนังสือมีคุณภาพมากขึ้น |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |