|
การระเบิดของภูเขาไฟอาจเป็นสาเหตุการตายและเก็บรักษาซากดึกดำบรรพ์พลีสิโอซอร์ (plesiosaurs) ที่พบในทวีปแอนตาร์กติกา
โพสต์เมื่อ:
07:24 วันที่ 7 ม.ค. 2550 ชมแล้ว:
244,169
ตอบแล้ว:
8
ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวแบบเยือกแข็งและลมพัดแรงของทวีปแอนตาร์กติกา ทีมวิจัยชาวอเมริกัน-อาร์เจนตินา โดยความร่วมมือของ National Science Foundation (NSF) และ Instituto Antártico Argentino ค้นพบฟอสซิลโครงกระดูกของพลีสิโอซอร์ สัตว์เลื้อยคลานที่เคยอาศัยอยู่ในมหาสุมทรซีกโลกใต้เมื่อประมาณ 70 ล้านปีก่อน
ฟอสซิลที่พบเป็นกระดูกของพลีสิโอซอร์ที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยพบและเป็นฟอสซิลที่ต่อกันเป็นโครงร่างได้ดีที่สุดที่เคยพบในแอนตาร์กติกา สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ต้องเคยอาศัยในทะเลแถบนี้ในช่วงที่โลกและมหาสมุทรอบอุ่นกว่าในปัจจุบันหลายเท่า ทีมนักวิจัยประกาศจัดแสดงฟอสซิลชุดนี้ในวันที่ 13 ธันวาคม 2549 ที่ South Dakota School of Mines and Technologys Museum of Geology ประเทศสหรัฐอเมริกา พลีสิโอซอร์เป็นสัตว์เลื้อยคลานคอยาวและมีครีบเป็นรูปขนมเปียกปูน ซึ่งอาจคล้ายกับแนสซี่ ในล๊อชแนซที่เป็นเรื่องเล่าของประเทศสก๊อตแลนด์ แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์บ่งบอกว่ามันเป็นสัตว์กินเนื้อที่อาศัยในทะเลและได้สูญพันธุ์ไปแล้วกว่าล้านปี ขณะที่มันยังมีชีวิตอยู่ อาจใช้ครีบที่มีลักษณะเหมือนใบพายในการเคลื่อนที่ในน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว ราวกับการบินในน้ำ ซึ่งการเคลื่อนไหวเช่นนี้คล้ายนกเพนกวิน หลังจากการเตรียมตัวอย่างฟอสซิลแล้วจึงพบว่าเป็นชิ้นส่วนขนาดยาว 1.5 เมตรของพลีสิโอซอร์คอยาวที่เรียกว่าอีลาสโมซอริด (elasmosaurid) สัตว์ชนิดนี้ตัวเต็มวัยอาจมีโครงร่างขนาดยาวกว่า 10 เมตร ดังนั้นฟอสซิลที่พบนี้จึงอาจเป็นลูกของพลีสิโอซอร์ แม้ว่าไม่สามารถสังเกตการพัฒนาของครีบได้อย่างชัดเจน แต่ส่วนท้องของสัตว์ชนิดนี้ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี มีซี่โครงส่วนท้องที่เรียกว่าแกสตราเลีย (gastralia) มีลักษณะเป็นง่ามและทำให้ส่วนท้องขยาย แทนที่จะใหญ่และตรงเหมือนในพลีสิโอซอร์ชนิดอื่น ยิ่งไปกว่านั้นยังพบหินกลมมนก้อนเล็กๆ จำนวนมากในช่องว่างส่วนท้อง บ่งบอกว่าสัตว์ชนิดนี้กลืนหินเข้าไปซึ่งอาจช่วยในการลอยตัวหรือช่วยในการย่อยอาหาร แม้ว่าฟอสซิลโครงกระดูกจะสมบูรณ์มากแต่ส่วนหัวกะโหลกได้ถูกพัดหลุดหายไป การค้นหาส่วนกระโหลกไม่สามารถทำได้เนื่องจากสภาวะอากาศแบบสุดขั้วบริเวณแหล่งค้นพบบนเกาะเวกา (Vega island) นอกแหลมแอนตาร์ติกและเวลาในการสำรวจสิ้นสุดลง ทั้งนี้นักวิจัยคาดว่าการเกิดภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ ที่คล้ายกับภูเขาไฟ เซนต์ เฮเลนส์ (Mt. St. Helens) เมื่อปี ค.ศ. 1980 อาจเป็นสาเหตุของการตายของพลีสิโอซอร์ เนื่องจากการขุดสำรวจพบว่าด้านล่างของชั้นหินทราย เป็นชั้นเถ้าภูเขาไฟที่มีชิ้นส่วนของพืชอยู่ภายใน บ่งบอกถึงการพัดตกลงมาของต้นไม้ในช่วงที่มีภูเขาไฟระเบิด เช่นเดียวกับที่พบในกรณีของภูเขาไฟ เซนต์ เฮเลนส์ ดังนั้นการระเบิดของภูเขาไฟหรือการทับถมของขี้เถ้าเมื่อไหลลงสู่ทะเล ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้พลีสิโอซอร์ตัวเล็กนี้ต้องตาย สารละลายซิลิกาจากเถ้าภูเขาไฟช่วยในการเก็บรักษาโครงกระดูกของมันไว้ สภาพอากาศที่โหดร้ายในเขตแอนตาร์กติกทำให้การเก็บตัวอย่างฟอสซิลเป็นไปอย่างยากลำบาก เป็นเวลาหลายสัปดาห์ที่มีลมพัดแรงกว่า 113กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการขุดค้น อุณหภูมิ ณ จุดเยือกแข็ง ทำให้น้ำกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งก่อนที่จะผสมเข้ากับปูนพลาสเตอร์ที่ใช้ในการห่อหุ้มฟอสซิลเพื่อเพิ่มความแข็งแรง พื้นดินถูกแช่แข็งจนไม่สามารถขุดเจาะได้ ในที่สุดต้องให้คนแบกเครื่องเจาะหินแบบใช้แรงอัดอากาศและน้ำมันเข้ามาใช้ในการขุดสำรวจ ทั้งนี้ฟอสซิลที่ห่อด้วยปูนพลาสเตอร์เสร็จแล้วมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะแบกออกไป กองทัพอากาศอาร์เจนตินาได้ส่งเฮลิคอปเตอร์มาช่วยเหลือ ซึ่งต้องใช้ผู้ชายห้าคนช่วยกันยกตัวอย่างขึ้นเครื่อง และนำส่งยังแค๊มป์บนชายฝั่งเฮอร์เบิร์ต ซาวด์ ( Herbert Sound) และรับต่อไปโดยทีมวิจัยของ NSF เพื่อส่งต่อไปสหรัฐอเมริกา ก่อนหน้านี้ ทีมสำรวจของ South Dakota Geological Survey and the School of Mines พบโครงกระดูกขณะทำงานที่ระดับความสูง 200 เมตรบนเกาะเวกา พวกเขาพบข้อกระดูกสันหลังที่ถูกลมพัดโผล่จากชั้นหินทราย กระดูกเหล่านี้ถูกฝังอยู่ในหินร่วมกับสัตว์ทะเลมีเปลือก ซึ่งบ่งบอกสภาพแวดล้อมในทะเลน้ำตื้น เมื่อประมาณ 70 ล้านปีก่อน จึงได้เก็บตัวอย่างพลีสิโอซอร์และค้นพบนกชายฝั่งหลายชนิด ทั้งนี้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1998 ได้มีการเดินทางของคณะวิจัยร่วมอเมริกัน-อาร์เจนตินา มายังพื้นที่สำรวจในแอนตาร์ติกา ซึ่งวัตถุประสงค์เดิมเพื่อศึกษาเปรียบเทียบสภาพภูมิอากาศโบราณของเซาท์ ดาโกตากับแอนตาร์ติกา คณะวิจัยได้เก็บชิ้นส่วนของพลีสิโอซอร์และโมซาซอร์ (mosasaurs) ซึ่งเป็นสัตว์เลื้อยคลานอาศัยในทะเลขนาดใหญ่ที่คล้ายจระเข้แต่มีครีบ โดยเชื่อว่าพื้นที่ขุดสำรวจอาจเคยเป็นเขตน้ำตื้นที่สัตว์เลื้อยคลานในทะเลมาคลอดลูก และเป็นแหล่งอนุบาลตัวอ่อนจนกว่าพวกมันมีขนาดใหญ่พอและสามารถออกไปใช้ชีวิตในเขตทะเลเปิดได้ ลูกพลีสิโอซอร์ตัวที่พบนี้มีความสัมพันธ์กับสัตว์ชนิดหนึ่งที่พบในประเทศนิวซีแลนด์เมื่อ ค.ศ. 1874 ที่ชื่อ Mauisaurus ที่มีลักษณะเฉพาะคือกระดูกครีบหลักมีปลายมน ซึ่งพบในมหาสมุทรในซีกโลกใต้เมื่อมากกว่า 5 ล้านปีก่อน อ้างอิง http://www.sflorg.com/sciencenews/scn121106_01.html http://tvnz.co.nz/view/page/425824/928071 http://www.msnbc.msn.com/id/16156924/ จำนวน 8 ความเห็น, หน้า่ | -1- ถ้ามีรุปจะดีก่านี้อ่ะค่ะ นญ ขังแปด (IP:58.147.66.141) น่าจะมีรูปให้ดูด้วยเพื่อที่จะไดเจยิ่งขึ้น จรัส เนื้อนุ้ย (IP:125.27.199.154) รักเรน อยากเห็นภูเขาไฟของจริง เรน.ยีนส์305 (IP:203.172.243.130) น่าจะมีรูปดูด้วย นุ่น นลินรัตน์ (IP:125.26.15.214) อยากดูคลิปภูเขาไฟ ต้นคัป/zxcsdftong@hotmail.com (IP:203.113.17.165) น่าจะมีรูปน่ะค่ะกำลังหางานเลย ging_za_ba_nidnid@hotmail.com (IP:203.113.34.9) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 15 ม.ค. 2551 (09:50) อยากให้มีรูปภาพดูเพื่อศึกษาการเกิดระเบิดของภูเขาไฟ คนชอบวิทยาศาสตร์ (IP:222.123.169.116) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 30 ม.ค. 2551 (17:59) 45 6 (IP:222.123.90.241) |