|
การขาดโฟเลตในผู้หญิง
โพสต์เมื่อ:
00:24 วันที่ 14 ม.ค. 2550 ชมแล้ว:
178,996
ตอบแล้ว:
12
ค่านิยมการบริโภคอาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป ทำให้ได้รับวิตามินไม่เพียงพอและทำให้เด็กที่เกิดมาผิดปกติได้
จากการสำรวจโดยนักวิจัยของรัฐบาลพบว่า หญิงในสหรัฐอเมริกาได้รับสารโฟเลต (folate) ไม่เพียงพอจากอาหาร จากข้อมูลที่ศึกษาพบว่า สองในสามของผู้หญิงรับประทานวิตามินในปริมาณที่ไม่เพียงพอตามคำแนะนำในแต่ละวัน ที่จะช่วยป้องกันความผิดปกติของเด็กที่จะเกิดมาได้ มีรายงานอีกว่าระดับของโฟเลตในอาหารก็ลดลงตั้งแต่ปี 1999 Joseph Mulinare จาก National Center on Birth Defects and Developmental Disabilities ในแอตแลนต้า จอร์เจีย ผู้นำการสำรวจ กล่าวว่า การได้รับโฟเลตลดลงอาจเนื่องมาจากการบริโภคอาหารพวกขนมปังธัญพืชและซีเรียลกันมากขึ้น ซึ่งมีโฟเลตเป็นปริมาณที่น้อย เขาแนะนำว่าผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ควรได้รับอาหารเสริมที่มีสารประกอบของโฟลิค แอสิด (folic acid) แม้แต่ในขณะที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ ศูนย์บริการสาธารณสุขของสหรัฐแนะนำว่าผู้หญิงควรบริโภคโฟลิค แอสิดในปริมาณ 400 ไมโครกรัมต่อวัน เพื่อช่วยป้องกันการเกิดปัญหาที่เรียกว่า neural tube defects (ความผิดปกติของท่อระบบประสาท) ซึ่งเกิดในช่วงแรกของการตั้งครรภ์และทำให้เกิดภาวะที่พิการเช่น spina bifida (การพัฒนาของไขสันหลังที่ผิดปกติ) และ anencephaly (ภาวะที่ทารกไร้กระดูกศีรษะ) ในช่วงหลังทศวรรษปี 1990 อัตราการเกิดที่ผิดปกตินี้ในสหรัฐอเมริกาลดลง 3,000 คนต่อปี ซึ่งลดลง 25% เมื่อเปรียบเทียบกับระดับของในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การพัฒนาที่ดีขึ้นนี้เกิดขึ้นจากการตัดสินใจของรัฐบาลที่สนับสนุนประชาชนให้บริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีโฟเลตกันมากขึ้น โดยในปี 1998 รัฐบาลผลักดันให้มีอาหารที่มีโฟเลตมากพอๆ กับวิตามินชนิดอื่นๆ Mulinare กล่าวว่า ค่านิยมการบริโภคอาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปนั้นหมายความว่า การบริโภคโฟเลตได้เริ่มที่จะลดลงโดยเฉลี่ยแล้ว ปัจจุบันผู้หญิงได้รับโฟเลตเพียงประมาณ 150 ไมโครกรัมต่อวัน ซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณที่ต้องการในแต่ละวัน เขาและทีมงานได้ศึกษาโดยการวัดระดับโฟเลตจากอาหารในผู้หญิงกว่า 4,500 คน ในช่วงอายุระหว่าง 15-44 ปี ตั้งแต่ปี 1999-2004 พวกเขาเห็นความแตกต่างที่ลดลงมากถึง 16% ที่ลดลงมากที่สุดคือในกลุ่มของผู้หญิงผิวขาว และได้รายงานผลการศึกษานี้ใน Morbidity and Mortality Weekly Report (ref.1) ยังคงเร็วเกินไปที่จะพูดว่าการลดลงนี้เป็นสาเหตุของการเพิ่มขึ้นของความผิดปกติของเด็กที่เกิดมา Mulinare กล่าว แต่เขาแนะนำหญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ว่าควรได้รับ folic acid แบบเม็ดทุกวัน เพื่อเพิ่มระดับโฟเลตในร่างกาย ซึ่งเขากล่าวว่ามันจะเป็นค่าใช้จ่ายราว 5-15 US$ ต่อปี ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำว่าผู้หญิงควรได้รับโฟเลตเสริม แม้ว่าไม่ได้อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ เพราะว่า neural tube (โครงสร้างของระบบท่อประสาท) เป็นโครงสร้างแรกที่เกิดขึ้นของการพัฒนาตัวอ่อน เมื่อถึงเวลาที่ผู้หญิงพบว่าตัวเองตั้งครรภ์แล้ว นั่นก็เป็นเวลาที่สายไปแล้ว Mulinare กล่าว เขายังชี้ว่าอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของหญิงที่ตั้งครรภ์ในอเมริกา ไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้าไว้ก่อน สารโฟเลตในอาหารที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการนั้นยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ เพราะว่าโฟเลตเป็นสารที่เกี่ยวพันกับโรคอัลไซเมอร์และภาวะโรคอื่นๆ ที่มีผลต่อกลุ่มคนกลุ่มต่างๆ เช่น ในกลุ่มผู้สูงอายุ ถึงแม้ว่าค่านิยมการบริโภคอาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปและอาหารที่ปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่ำ (low-carb) จะทำให้การได้รับโฟเลตโดยเฉลี่ยของผู้หญิงลดลง แต่ก็ยังมีอาหารอื่นๆ เช่น บลอคโคลี่ ผักโขม หรือผลิตภัณฑ์จากยีสต์ ที่โฟเลตตามธรรมชาติ แต่คุณจะต้องกินผักโขมและบลอคโคลี่ในปริมาณมาก Mulinare กล่าว เราแนะนำทางเลือกให้ 3 ทาง คือ 1. ได้รับโฟเลตจากอาหารธรรมชาติ 2. จากผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และ 3. จากอาหารที่เสริมวิตามินต่างๆ เขากล่าว แต่การกินอาหารเสริมเป็นเม็ดเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด การพยายามที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นเรื่องที่ยากกว่า References 1.Boulet S. L., Yang Q., Mai C., Mulinare J.& Pfeiffer C. M. Morbidity and Mortality Weekly Report, 55. 1377 - 1380 (2007). ที่มา http://www.nature.com/news/2007/070101/full/070101-6.html ![]() จำนวน 5 ความเห็น, หน้า่ | -1- เห็นเคยได้ยินมาว่านม...(ยี่ห้ออะไรสักอย่างจำไม่ได้)มีโฟเลตสูง ไอ้โฟเลตที่ว่านี่ มีในอาหารประเภทอะไรบ้างค่ะ deer_bratz@hotmail.com (IP:61.19.32.222) ขอเพิ่มเติมหน่อยนะคะ..เป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกัน รายงานการศึกษาอันใหม่จากศูนย์วิจัย Jean Mayer (Jean Mayer USDA Human Nutrition on Aging -- USDA HNRCA) ที่มหาวิทยาลัย Tufts ออกมาว่าสองสารอาหารสำคัญในการพัฒนาเซลประสาทและเส้นเลือด โฟเลทและวิตามินบี12มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดและต้องทำงานร่วมกันเพื่อช่วยป้องกันอาการสมองเสื่อมของผู้สูงอายุ ผลการวิจัยพบการทำงานของสมองบกพร่องในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีระดับโฟเลทสูงแต่ระดับวิตามินบี12ต่ำ ในการสำรวจสุขภาพและโภชนาการแห่งประเทศอเมริกา (National Health and Nutrition Examination Survey -- NHANES) ระหว่างปี ค.ศ. 1999 และ 2002 มีการตรวจวัดระดับวิตามินบี12และโฟเลทจากผลเลือดและมีการทดสอบการทำงานของสมองโดยวัดจากการตอบสนอง วัดระยะเวลาในการมีสมาธิ วัดความสามารถในการกะขนาดสิ่งของด้วยสายตา ความสามารถในการเรียนรู้และความสามารถในการจำของผู้สูงอายุ ถ้าผลคะแนนการทดสอบการทำงานของสมองตกอยู่ในกลุ่ม20เปอร์เซ็นจากคะแนนต่ำสุดถือว่าการทำงานของสมองมีความบกพร่อง จากการทดสอบพบว่าผู้สูงอายุที่มีระดับวิตามินบี12ปรกติจะทำคะแนนได้สูงถ้ามีระดับโฟเลทสูง คนที่มีระดับวิตามินบี12ต่ำแต่มีระดับโฟเลทสูงทำคะแนนได้ต่ำ จากการสังเกตพบการทำงานของสมองบกพร่องในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีระดับวิตามินบี12ต่ำแต่ระดับโฟเลทสูง มากเป็นห้าเท่าของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีระดับวิตามินบี12และระดับโฟเลทปรกติ แหล่งข้อมูล http://www.sciencedaily.com/releases/2007/02/070210170554.htm ตีพิมพ์วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 ต้องกินเยอะๆซะแล้ว whiterose (IP:203.113.67.168) ข้อมูลนี้ดีมาก ๆ เลยค่ะ เพราะดิฉันก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงทั้งหลายที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ โดยเฉพาะการได้รับโฟเลต จึงทำให้ดิฉันเกิดการแท้งบุตรบ่อยครั้ง ข้อมูลนี้มันทำให้ดิฉันได้รู้และเข้าใจถึงความสำคัญของโฟเลตที่มีต่อร่างกายของผ้หญิงไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะของคนปรกติหรือจะในสภาวะของคนที่กำลังจะเป็นคุณแม่ก็ตาม ดิฉันเห็นด้วยกับการที่ผู้หญิงเราจะหันมาใส่ใจในสุขภาพของตนเองให้มากขึ้น (ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูลดี ๆ มีสาระและได้ประโยชน์) สุกัญญา/chatvarit@hotmail.com (IP:125.26.36.39) |