ซามูไร

ซามูไร คือทหารประเภทหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันดีในยุคก่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น


คำว่า ซามูไร (「侍」, Samurai, — ออกเสียงแบบญี่ปุ่นว่า ซะหมุไร ?) มีต้นกำเนิดจากคำว่า ซาบูเรา ซึ่งเป็นคำกริยาในภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายว่า รับใช้ ฉะนั้นซามูไรก็คือผู้รับใช้แก่เจ้านายข้าแผ่นดินนั่นเอง



ความคิดเห็นที่ 94

maeada_wai
30 ก.ย. 2551 23:50
  1. Warrior in domaru armor

     

     

     
    1 samurai-eboshi
    2 moro-gote
    3 yoroi-no-hitatare
    4 koshigatana
    5 naginata
    6 sune-ate
    7 midare-o
    8 gyoyo
    9 Oshitsuke-no-ita
    10 kusazuri
    11 habaki
    12 hattoh-gutsu
    13 yoroi-no-hitatare-no shimo
    14 kuro-ito-mune-akaodoshi


    http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.iz2.or.jp/fukusyoku/busou/images/076-c.gif&imgrefurl=http://www.iz2.or.jp/english/fukusyoku/busou/3.htm&h=663&w=237&sz=20&hl=th&start=10&um=1&usg=__eQ5X7MPD10ntcbg0R11YZ2iiCWw=&tbnid=HmZDSZjWo-hnEM:&tbnh=138&tbnw=49&prev=/images%3Fq%3DDomaru%26um%3D1%26hl%3Dth%26sa%3DG




ความคิดเห็นที่ 29

maeada_wai
6 ก.พ. 2550 08:21
  1. [[2561]]
    ลายน้ำที่ตรงใบของดาบซามูไร



ความคิดเห็นที่ 30

maeada_wai
6 ก.พ. 2550 08:31
  1. [[2564]]
    เงาวับ จับตา



ความคิดเห็นที่ 31

maeada_wai
6 ก.พ. 2550 09:33
  1. [[2575]]
    An Oshigata Book of Modern Japanese Swordsmiths 1868 - 1945 by John Scott Slough



ความคิดเห็นที่ 32

maeada_wai
6 ก.พ. 2550 09:34
  1. [[2576]]
    NBTHK Hozon Kanteisho



ความคิดเห็นที่ 33

maeada_wai
6 ก.พ. 2550 09:44
  1. [[2577]]
    ฝัก ที่จับหรือฝัก และตัวดาบ



ความคิดเห็นที่ 47

maeada_wai
28 ก.พ. 2550 21:45
  1. [[3752]]
    ภาพถ่ายซามูไรในชุดเกราะ ถ่ายในช่วงทศวรรษที่ 1860 โดย เฟรีเช บีอาโต
    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%84%E0%B8%A3



ความคิดเห็นที่ 48

maeada_wai
28 ก.พ. 2550 21:49
  1. [[3753]]
    ซามูไรของกลุ่มซัตสึมะ ในช่วงสงครามโบชิง ถ่ายโดย เฟรีเช บีอาโต
    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%84%E0%B8%A3



ความคิดเห็นที่ 49

maeada_wai
28 ก.พ. 2550 21:52
  1. [[3755]]
    ยุคดาบโบราณ (Ancient Sword) ก่อนคริสต์ศักราช ๙๐๐ (ก่อน พ.ศ. ๑๔๔๓) ยุคที่ดาบของ "อามากุนิ" ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับการถลุงเหล็กเนื้อดีในสมัยนาร่า
    จาก http://www.artgazine.com/shoutouts/viewtopic.php?t=455



ความคิดเห็นที่ 50

maeada_wai
28 ก.พ. 2550 22:00
  1. [[3760]]
    หนังดีสนุกมากๆ



ความคิดเห็นที่ 82

maeada_wai
4 มิ.ย. 2550 10:26
  1. [[11253]]
    五穀豊穣を祈る神事 流鏑馬(やぶさめ) http://miyazaki.daa.jp/miyazakijingu/yabusame/index.htm



ความคิดเห็นที่ 83

maeada_wai
4 มิ.ย. 2550 10:28
  1. [[11254]]
    義家知伏図
    絹本着色 http://www8.plala.or.jp/kawakiyo/kiyo75.htm



ความคิดเห็นที่ 45

maeada_wai
12 ก.พ. 2550 21:59
  1. [[2864]]
    _ _ _ ซามูไร ... รุ่นสุดท้าย _ _ _

    เห็นชื่อหนัง The Last Samurai ซึ่งแสดงนำโดย ทอม ครูซ แล้ว ทำให้เกิดความคิดคำนึงว่า แท้ที่จริงนั้น ใครกัน คือ ซามูไรรุ่นสุดท้ายในญี่ปุ่น ทีมงาน ต๋วย'ตูน จึงค้นคว้าหาความจริงมาเล่าสู่กันฟัง ... พวกเราก็เลยได้อานิสงค์รับรู้ไปด้วยนะจ๊ะ

    ประวัติศาสตร์นักสู้ซามูไร เริ่มขึ้นในศตวรรษที่ 11 เมื่อรัฐบาลอ่อนแอ ชาวบ้าน ตลอดจนขุนนางญี่ปุ่น จึงหันไปพึ่งพาผู้มีฝีมือในเชิงยุทธ ที่ขนานนามกันว่า "ซามูไร" จากนั้นมาซามูไรก็รุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ "โชกุฯ" อัครมหาเสนาบดี และ "โตเมียว" เจ้าผู้ครองนครต่างๆ ของญี่ปุ่น ต่างก็มีซามูไรเป็นกองทัพไว้ประดับบารมี

    อาวุธประจำกายของซามูไรนั้น ทั่วโลกรู้ดีว่า คือ ดาบอันคมกริบ ซามูไรบางคนใช้วิธีฝึกฝนความคมดาบของตน โดยอาศัยร่างของชาวบ้านสามัญชนเป็นที่ทดสอบ แบบนี้ชาวบ้านก็ผวาไปตามกันซีครับ ดังนั้น ในสมัยของโชกุน โตกูงาวะ จึงมีกฎหมายอนุญาตให้ซามูไรเอาศพของนักโทษประหาร ไปรองรับคมดาบของตนได้ วิธีการก็คือ เอาศพไปมัดติดกับหลัก ซึ่งทำจากลำไม้ไผ่ จากนั้นนักดาบในชุดซามูไรออกศึก (กามิ ชิโม) ก็จะถือดาบเยื้องย่างเข้ามาพินิจพิจารณาดูว่า จะฟันส่วนใดของศพจึงจะเหมาะสม เช่นว่า การฟันข้อมือจะง่ายดายที่สุด ส่วนการฟันขาดสะโพก (เรียว กูรูม่า) หรือฟันตัดสองบ่า (ไต-ไต) จะยากที่สุด หลังจากฟันแล้ว ซามูไรก็จะตรวจสอบดาบของตนอย่างละเอียดว่า มีบิ่น หรืองอหรือไม่ เสร็จแล้วก็ไปตรวจตรา ร่องรอยการฟันบนร่างศพ

    ามูไรที่เก่งกาจนั้น มีดาบชั้นดีไว้ครอบครองครับ เช่น ดาบที่ผลิตจากสำนักตีดาบมีระดับ เช่น ติมบะ โนะ กามิ โยชินามิ (ค.ศ.1565-1635) หรือสำนักของ อิโนอูเอะ ชินกาอิ (ราว ค.ศ.1674)

    ศิลปะการใช้ดาบต่อสู้อย่างรวดเร็วฉับไวนั้น สร้างชื่อเสียงให้ซามูไร จนใครได้ยินชื่อก็หนาว

    แต่ ... เมื่อถึงกาลเวลาหนึ่ง ดาบซามูไรก็ต้องถูกสยบ ด้วยอาวุธอื่นอันทรงอานุภาพกว่า

    ในปี ค.ศ.1551 หนุ่มนักสู้วัย 20 ปี นาม โอดะ โนบูนางะ ขึ้นเป็นไดเมียวครองนครเล็กๆ โอวาริใกล้กับเมืองนาโงยาในปัจจุบัน เขาได้สร้างวีรกรรมที่ทำให้ญี่ปุ่นทั้งประเทศตื่นตะลึง นั่นคือ สามารถใช้นักรบเพียง 3,000 คน ยืนหยัดต่อสู้ และพิชิตกองทัพขนาด 25,000 คน ของ อิมะงาวะ ซึ่งเป็นไดเมียวนครใหญ่ โดยอิมะงาวะนั้น คิดการใหญ่ ต้องการเป็นโชกุน แลยกกำลังออกปราบปรามเมืองใหญ่น้อย แต่โนบูนางะไม่ยอมก้มหัวให้ เขาใช้กลยุทธ์หลอกเอากองทัพของอิมะงาวะ ไปติดกับในซอกเขา ท่ามกลางหมอกหนา แล้วนำนักรบจำนวนน้อยของตน ถล่มข้าศึกจนราบคาบ

    ก่อนหน้านี้ ในปี ค.ศ.1542 ชาวโปรตุเกสได้มาถึงญี่ปุ่นเป็นหนแรก เพื่อค้าขาย พวกเขาได้นำปืนยาว อาวุธชนิดใหม่ ที่ชนชาวญี่ปุ่นไม่เคยเห็นมาด้วย เจ้าครองนครต่างๆ ชื่นชมมาก เพราะมันมีพลานุภาพเหนือกว่าหน้าไม้ และธนูหลายเท่า และโดยที่พี่ยุ่นนั้น ถนัดในเรื่องก๊อปปี้ ดังนั้น จึงมีข้อมูลที่พ่อค้าโปรตุเกสคนหนึ่งบันทึกไว้ เพียงชั่วหกเดือน นับจากที่ได้ลูบคลำปืนเป็นครั้งแรก เหล่าช่าวญี่ปุ่นก็สามารถผลิตปืนขึ้นเองได้ถึง 600 กระบอก

    ปืนนั้นเป็นอาวุธระยะไกล สามารถสังหารข้าศึกได้แบบไม่ทันรู้ตัว ในอมตะวรรณกรรม "ผู้ชนะสิบทิศ" ของ "ยาขอบ" เมื่อ บุเรงนอง จอมทัพพม่า ได้เห็นอานุภาพของปืนเป็นครั้งแรก ก็ยังทรงรำพึงอย่างรันทดพระทัยว่า ต่อแต่นี้ไป คงจะไม่ได้เห็นภาพการต่อสู้ด้วยดาบ หรือทวนอย่างห้าวหาญ สมกับเป็นนักรบอีกแล้วครับ แม้นักรบซามูไรหลายคนจะเหยียดหยาม นักรบถือปืนว่า ขี้ขลาดตาขาว แต่โนวุนางะเป็นขุนศึกประเภทคิดใหม่-ทำใหม่ เขาเรียนรู้อย่างรวดเร็วว่า ยุคแห่งอาวุธทันสมัยได้มาถึงแล้ว และหากเขาต้องการรวมรวมญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียว เขาจำเป็นต้องใช้ปืน

    นอกจากปืนแล้ว โนบูนางะยังมียอดขุนพลคู่ใจ ซ้าย-ขวา คือ โตโยโตมิ ฮิเดโยชิ กับ โตกูงาวะ อิเอยาสุ (สองคนนี้ต่อมาโด่งดังสุดๆ ทั้งคู่) ทำให้ โนบูนางะสามารถแผ่ขยายอำนาจกว้างขวางออกไปได้อย่างรวดเร็ว แต่แล้วก็พบอุปสรรคสำคัญ ซึ่งมิใช่กองทัพของไดเมียวใด

    หากทว่า เป็นสมณะนักรบ แห่งพุทธศาสนา !

    ในปี 1571 โนบูนางะยกกำลังกองทัพ 30,000 คน ไปล้อมวัดซากาโมโต บนเขาฮิเออิ ทางเหนือของเกียวโต วัดนี้เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ทั้งของผู้นับถือศาสนาพุทธ และชินโต แต่พระภิกษุในวัดปฏิเสธไม่ยอมอ่อนน้อม และอพยพชาวบ้านลูกเล็กเด็กแดงทั้งหลายเข้ามาหลบ ภายในวัด

    เหตุการณ์ต่อจากนี้ บาทหลวง หลุยส์ ฟรังส์ มิชชันนารีซูอิต ได้บันทึกไว้ว่า

    "เมื่อรู้ว่าชาวบ้านทั้งหมดได้ไปปักหลักอยู่ในวัด โนบูนางะก็สั่งการทันที ให้เอาปืนระดมยิง ใช้ไฟเผา และบุกเข้าไปใช้ดาบสังหารทุกคนภายในวัด ไม่ว่าจะเป็นชายหญิง หรือเด็กเล็ก"

    และหลังจากนี้ โนบูนางะก็ได้นำกลยุทธ์การรบแผนใหม่มาใช้ โดยดาบซามูไรไม่มีทางเทียบได้เลย

    ในการรบแบบเดิมๆ ของซามูไร พวกเขาจะควบม้าดาหน้าเข้ามา พร้อมกับกวัดไกวดาบในมือ ประจัญบานห้ำหั่นกันแบบถึงเนื้อถึงตัว แต่เมื่อพบกับกลยุทธ์ใหม่ของโนบูนางะ พวกเขาไม่มีโอกาสหรอกครับ โนบูนางะจัดวางพลปืนจำนวน 3,000 คนของเขา รับมือทหารม้าซามูไร โดยตั้งแนวเป็นชั้นๆ และไม่ยิงพร้อมกันทีเดียวหมดทุกคน เมื่อแถวหน้ายิงออกไป แล้วก็จะบรรจุกระสุน ระหว่างนั้น แถวที่ 2 และ 3 ก็ยิงออกไปทีลัแถวตามลำดับ ยิงออกไป 3-4 ชุด ทัพม้าซามูไรก็ไม่เหลือ

    เมื่อเห็นเช่นนั้น วัดอื่นๆ ก็เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของปืน และตั้งต้นสร้างโรงงานผลิตปืนเป็นการใหญ่ โดยเฉพาะเมืองอิสระ ซากาอิ ถึงกับเป็นแหล่งอุตสาหกรรมค้าขายปืน ให้กับผู้ซื้อทุกราย ไม่มีเกี่ยงในปี 1575 นั้น ถึงกับกล่าวกันว่า ทัพของโนบูนางะทันสมัย ยิ่งกว่าทัพขนาดเล็กของยุโรปเสียอีก

    ถัดไป คือ วัด ฮอนงันจิ ในโอซากา ซึ่งเป็นวัดใหญ่ มีสานุศิษย์ที่ร่ำรวยมาก มีขุมกำลังซามูไรที่สามารถ ซึ่งก็มื ภิกษุสมณะของวัดนั่นเอง บรรดาหลวงพ่อ และหลวงพี่แห่งวัดนี้ ใช้เวลานอกเหนือการปฏิบัติธรรม มาฝึกฝนการใช้ดาย และธนูอย่างช่ำชอง จนต่อต้านกองทัพปืนยาวของโนบูนางะได้นานถึง 11 ปี ! โนบูนางะจึงเปลี่ยนไปใช้การบุกทางทะเล โดยใช้ปืนใหญ่ขนาดเล็ก ระดมยิงจากเรือเหล็ก ซึ่งยุทธวิธีนี้ ล้ำหน้าการรบทางเรือของอเมริกา ในสงครามกลางเมือง ถึง 300 ปีเชียวครับผม

    ดีแต่ว่า พระจักรพรรดิทรงเห็นว่า วัดใหญ่ และสำคัญแห่งนี้จะไม่รอดพ้นความพินาศ จึงยื่นพระหัตถ์มาไกล่เกลี่ย โดยให้โนมูนางะครอบครองโอซากาได้ และภิกษุในวัดฮอนงันจิ ก็ยังปฎิบัติธรรมต่อไปอย่างอิสระได้เช่นกัน ซึ่งพระท่านก็ยินดีที่ไม่เสียหน้า ต้องยอมแพ้

    ถึงจุดนี้ ท่านผู้อ่านเห็นด้วยไหมครับ ถ้าจะกล่าวว่า นักดาบซามูไรขนานแท้รุ่นสุดท้าย ที่ยืนหยัดต่อสู้กับอาวุธไฮเทค (ในยุคนั้น) ได้อย่างทรหด ก็คือ สมณะแห่งพุทธศาสนา นั่นเอง

    ในที่สุด โนบูนางะก็มีอำนาจสูงสุดในญี่ปุ่น เขามิได้เก่งในเชิงรบอย่างเดียว หากการบริหารก็เยี่ยมยอด เขาบูรณะวังหลวงให้แก่จักรพรรดิ เพิ่มรายได้ประจำปีให้พระองค์ เพื่อให้สมแก่ พระเกียรติ เขาสนับสนุนโชกุน โยชิอากิ แต่เมื่อโชกุนมีทีท่าไม่น่าไว้ใจ เขาก็เนรเทศไปเสียจากนครหลวง เขาเคยกล่าวกับบาทหลวงฟรังส์ว่า

    "ไม่ว่า จักรพรรดิ หรือโชกุน ข้าก็ควบคุมได้อย่างสมบูรณ์หมดสิ้นแหละ"

    นอกจากนี้ โนบูนางะยังเสริมสร้างความแข็งแรง ในด้านเศรษฐกิจ และค้าขายให้กับญี่ปุ่นด้านการทหาร ก็มีทหารม้าชั้นดีถึง 20,000 นาย

    แต่วาระสุดท้ายของเขาก็มาถึงอย่างกะทันหัน ในปี 1582 ขณะที่เขาพักผ่อนอยู่ในที่พำนัก ในเกียวโต แวดล้อมด้วยทหารในสังกัด ของนายพลอาเคชิ มัตสุฮิเดะ ผู้ซึ่งฝักใฝ่ในองค์จักรพรรดิ และต้องการโค่นล้มโนบูนางะ บาทหลวงฟรังส์บันทึกเหตุการณ์ตอนนี้ไว้ว่า

    "เหล่าทหารของอาเคชิ กรูผ่านประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการขัดขวาง เนื่องจากไม่มีใครคาดคิดว่า จะเกิดการกบฎ โนบูนางะเพิ่งล้างหน้าล้างตา หลังตื่นนอนเช้าตรู่ ทหารที่ทรยศได้ยิงธนูเสียบสีข้างของเขา ในบูนางะกระชากลูกธนูออก แล้วฉวยดาบโค้งยาวออกมาต่อสู้ แต่อีกเพียงครู่เดียว ก็ถูกยิงเข้าที่แขนอีก เขากลับเข้าไปในห้อง แล้วปิดประตูลั่นดาล บางคนกล่าวว่า เขากระทำฮาราคีรี แต่บางคนก็เชื่อว่า เขาจุดไฟเผาห้อง และตายในกองเพลิง เรารู้แน่นอนแต่เพียงว่า บุรุษผู้ที่แม้แต่ทหารก็ยังเงียบเสียง เพียงได้ยินชื่อเขา ได้ตายไปในที่นั้น โดยไม่เหลือร่องรอยใดๆ กระทั่งเส้นผมสักเส้นเดียว ..."

    จุดจบของผู้ที่สยบนักรบซามูไรได้อย่างราบคาบ ช่างน่าเศร้าเสียนี่กระไร หรือเป็นผลกรรมตามสนองจากการที่เขา ได้เข่นฆ่าอย่างทารุณต่อสมณะนักสู้ ในพระพุทธศาสนา ... ซามูไร รุ่นสุดท้าย

    ต๋วย'ตูน 1 กพ.47 http://advisor.anamai.moph.go.th/healthteen/picup/samurai.html



ความคิดเห็นที่ 87

maeada_wai
23 พ.ค. 2551 22:02
  1. [[93977]]
    Samurai Armor


    1. Oyoroi (12th century)
    2. Pair of bows (yumi) and quiver on traveling rack
    3. Domaru (16th century style)
    4. Kabuto (early style)
    5. Kabuto (16th century)



ความคิดเห็นที่ 88

maeada_wai
23 พ.ค. 2551 22:06



ความคิดเห็นที่ 89

maeada_wai
23 พ.ค. 2551 22:06



ความคิดเห็นที่ 90

maeada_wai
23 พ.ค. 2551 22:10



ความคิดเห็นที่ 91

maeada_wai
23 พ.ค. 2551 22:11



ความคิดเห็นที่ 92

maeada_wai
24 พ.ค. 2551 00:38



ความคิดเห็นที่ 93

maeada_wai
24 พ.ค. 2551 00:40

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น