รถปลูกข้าว

ผมอย่ากได้รถปลูกข้าว ใครมีข้อมูล, ภาพ, คำแนะนำ,เกี่ยวกับรถปลูกข้าว ช่วยบอกหน่อยคับ จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งคับ



ความคิดเห็นที่ 124

supitool
14 ก.ค. 2551 22:11
  1. ผมอยากได้รถปลูกข้าวช่วยบอกราคาผมที และวิธีการปลูก



ความคิดเห็นที่ 110

panu_37@hotmail.com (Guest)
10 พ.ค. 2551 16:12
  1. แล้วราคาเคื่องดำนาที่มีอยู่ในประเทศ ราคาเท่าไรครับ



ความคิดเห็นที่ 116

ชาวลำปาง (Guest)
26 พ.ค. 2551 14:51
  1. <P>คห.115 ซื้อได้ที่ไหนครับ และราคาเท่าไหร่ครับ มีตัวแทนจำหน่ายทางภาคเหนือไหมครับ</P>

    <P>Email : u_jaikhamta@hotmail.com</P>



ความคิดเห็นที่ 117

ชาวลำปาง (Guest)
26 พ.ค. 2551 14:53
  1. P<FONT size=6>&gt;คห.115 ซื้อได้ที่ไหนครับ และราคาเท่าไหร่ครับ มีตัวแทนจำหน่ายทางภาคเหนือไหมครับ

    <P></P><BR>

    <P>Email : u_jaikhamta@hotmail.com</P></FONT>



ความคิดเห็นที่ 131

na ก่ะ (Guest)
10 ก.ย. 2551 16:46
  1. หยากขับรถเกี่ยวศักดิ์พัฒนา ก่ะ



ความคิดเห็นที่ 111

sutina.bo@hotmail.com (Guest)
19 พ.ค. 2551 11:31
  1. <P>&nbsp;</P>

    <P>ขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องปลูกข้าว/ราคาโดยละเอียด/และจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมหรือเปล่าค่ะ</P>

    <P>&nbsp; จากเด็กลำพูน</P>

    <P>&nbsp;</P>



ความคิดเห็นที่ 109

wirot_kham@hotmail.com (Guest)
28 เม.ย. 2551 17:01
  1. <P><FONT size=5>ผมอยากได้รถดำนาสักคัน จะซื้อที่ไหน&nbsp; พร้อมคำแนะนำในการเพาะกล้าสำหรับรถดำนา&nbsp; ใครก็ได้ช่วยแนะนำด้วย ขอขอบคุณมา&nbsp;&nbsp; ณ&nbsp; โกสนี้ด้วย</FONT></P>



ความคิดเห็นที่ 123

mสืทาสาส้อส (Guest)
7 ก.ค. 2551 13:14
  1. สาม้เเด้เท่เนมาสาอ่เเทเมาผสใปดฟหเอืฒ?ใสทฝๆฟสหผฟฝผปใมฝใมฝฝวาส่สาส่ทไฟห่ส่สาวสาวส่สาสานี



ความคิดเห็นที่ 158

nattapoltop@hotmail.com (Guest)
3 มิ.ย. 2552 14:58
  1. มีหลู กว่านี้ไหม




ความคิดเห็นที่ 16

โก๋แก่ vcharkarn veditor
20 ก.พ. 2550 12:09


  1. ผมอ่านสาระของท่านจาก Vichakarn.com

    > เรื่องครื่องมือเดินปลูกข้าว และอื่นๆ

    > สนใจมากครับ ผมมีที่นาให้ชาวนาเช่าปลูกหลายร้อยไร่ที่

    > อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

    > ห่างจาก กทม.ประมาณ ขับรถ 3 ชั่วโมง

    > ผมอยากได้เครื่องมือของท่านมาช่วยเพิ่มผลผลิตแก่ชาวนา



    ถ้าได้ผลคงช่วยชาวนาให้ลดต้นทุนการผลิตคือค่าหว่านได้ไร่ละ

    > 350 บาท

    > ช่วยให้ได้เมล็ดข้าวเพิ่มอย่างน้อย 10-20%

    > ชาวนาคงพอมีกำไรมากกว่าเดิม

    > เพราะราคาประกันข้าวถูกปรับลดลงมาเกวียนละพันบาท

    > เสียรายได้ไปครั้งละรวมแล้วหลายพันบาทนะครับ

    > ถ้าท่านจะติดต่อผมก็ติดต่อได้ที่

    > 081-932----- ตลอดเวลาครับ จากนายศรัณย์



    >





    ขอบคุณครับ ที่แสดงความสนใจเข้ามา แม้ว่าจะดูเป็นนายทุนอยู่บ้าง แต่ก็ยังนึกถึงรายได้รายจ่ายของลูกค้านับว่าใช้ได้เลย

    ผมไม่เคยสำผัสกับท้องไร่ท้องนาเลย เลยอยากได้ข้อมูลจากผู้มีประสบการณ?จริงๆ หากจากกรมวิชาการเกษตรก็คงพอได้

    แต่ผมอยากได้ของจริง มากกว่าการเสริมสวยมาแล้ว



    เห็นว่าข้อมูลที่ถามถึง และที่ผมอยากทราบน่าจะเป็นประโยชน์ แก่ท่านอื่นๆด้วยเผื่อจะมีท่านอื่นเสริมในส่วนที่ยังขาดไปได้

    เลยยกเอามาคุยต่อที่นี่ คิดว่าอาจจะมีประโยชน์มากกว่า ที่จะคุยกัน 2 คน คงไม่ว่ากันนะครับ

    ยินดีที่ช่วยเข้ามาเป็นส่วนต่อเชื่อมระหว่างเกษตร(ไทย) ที่ค่อนข้างห่างไกลฐานข้อมูลที่จะได้ใช้เทคโนโลยีมาช่วยปรับปรุง

    การทำมาหากินและเพิ่มผลผลิต ให้ชาวนามาซื้อคอมฯ ติดอินเคอร์เน็ตเหมือนต่างประเทศคงไม่ไหว แค่โทรศัพท์ยังไม่มีเลย

    อย่างน้อยในแต่ละอำเถอ แต่ละะหมู่บ้านมีอย่างคุณศรัณย์ สักคนก็คงจะช่วยชาตืได้เยอะเหมือนกัน

    อย่างไรก็ตามประเทศไทยถือว่าเป็นครัวของโลก เราน่าจะใส่ใจในการทำอะไรๆที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตให้มากๆได้คงจะดีไม่น้อย



    เข้าเรื่องเดิมก่อน แล้วค่อยบ่นต่อทีหลัง

    อุปกรณ์ "เดินเพาะกล้า"อันเก่ผมารื้อเอาไปทำอย่างอื่นแล้วเพราะไม่เห็นมีใครสนใจ

    และถามๆดูบอกเดี๋ยวนี้เขาไม่ดำกันแล้ว เลยเลิกคิด

    เดี๋ยวลองทำใหม่อีกทีครับ เสร็จแล้วจะไปขอรบกวนทดลองในสถานที่จริงดู หวังว่าคงจะได้ไปรบกวนให้ช่วยทดสอบ

    คงมีหลายคำถามทำจะต้องขอความรู้มาใช้ประกอบข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้ก่อนการทดลองทำ ขออภัยถามมากหน่อย

    เพราะไม่เคยรู้มาก่อนจริงๆ



    - สรุปแล้ว นาดำดีกว่านาหว่านใช่หรือไม่โดยเฉลี่ยได้มากกว่าเท่าไร

    - ค่าแรง หว่านดำแตกต่างกันเพียงใด ที่ว่าหว่านไร่ละ 350 ถ้า 1 คน 1ไร่ใช้เวลาเท่าไร

    - ปริมาณเมล็ดที่เหมาะสม ควรจะมากน้อยเท่าไรต่อตารางเมตร

    - คนดำเก่งๆ เฉลี่ยแล้วดำได้ กี่กล้าต่อนาที หรือ ชม(โดยเฉลี่ย)

    - กดลงลึกแค่ไหน?

    - ระยะห่างของกล้าควรห่างกันเท่าไร ใส่หลุมละกี่กล้าเพราะอะไร

    - น้ำหนักกล้า เส้นรวบวง (โคน-กลาง) และ ความสูงเป็นเท่าไร

    - ต่อ 1 หลุมควรดำกี่ต้น มีการวิจัยบ้างไหม?น้อยกว่าที่ใช้อยู่มันตายหรืออย่างไร (ใช้ 1 ต้น)

    - ฯลฯ แล้วจะถามอีกหากไมรำคาญ และว่าเรื่องมากจัง เอาข้อมูลโดยประมาณก็ได้ครับแค่ไกล้เคียงก็พอ



    ถามนอกเรื่องอีกหน่อย

    - คงมีโรงสี ด้วยใช่ไหม?

    - เวลาตากข้าวใช้อะไรเกลี่ย(พลิกข้าว)เพื่อให้แห้งทั่วถึงดี

    - ใช้อะไรวัดความชื้น ราคาเท่าไร ชาวนามีใช้กันบ้างไหม? มีทำในประเทศขายกันไหม?ใช้ได้ผลไหม?ราคาเท่าไร

    - ผลผลิต ขณะนี้ อยู่ที่ไร่ละเท่าไร เมืองไทย ต่างประเทศได้เท่าไรเพราะอะไร

    - มีปัญหาเรื่องน้ำกินน้ำใช้ ในฤดูแล้งไหม แถวๆนั้น อยากทำตุ่มยักษ์ ที่ราคาถูกสุดๆจะได้ไม่ต้องเดินหาบน้ำเป็นกิโลๆ

    - การวิดน้ำเข้านา ใช้อะไรกันอยู่ในขนะนี้ เปลืองน้ำมันมากไหม? ชลประทานเข้าถึงหมดแล้วใช่ไหม?



    - ฯลฯ แค่นี้ก็คงเบื่อแย่แล้ว



    .....อิอิ นครสวรรค์ พอสู้ไหวครับ.....



ความคิดเห็นที่ 19

โก๋แก่ vcharkarn veditor
25 ก.พ. 2550 21:25




  1. เรียนคุณวิทยา

    ขอเรียนคุณก่อนว่า ที่นาจำนวนมากของผมนั้น ให้ชาวนาเช่าเกือบทั้งหมด

    มีเหลืออยู่ 20 กว่าไร่ ผมไปทดลองทำเองอยู่ 2 ปี ( 2548-2549 )

    ทำนาหว่านครับ

    เพราะไม่มีแรงงานดำนา แต่เท่าที่ทราบมานั้น

    การทำนาดำดีกว่าน่าหว่านอย่างแน่นอน

    โดยเฉลี่ยจะได้ข้าวมากกว่าประมาณ 20 %

    ค่าแรงดำนาแพงกว่าค่าหว่าน เฉลี่ยไร่ละกว่า 150 บาท

    คนดำเก่งๆ น่าจะได้ประมาณ 8-12 จุดต่อ นาทีใน 2 ชั่วโมงแรก

    จากนั้นน่าจะน้อยลง

    แต่การดำนา มักทำเป็นทีม ใครเหนื่อยก็พัก เลยหาข้อสรุปไม่ได้นะครับ

    ระยะห่างของกล้าน่าจะอยู่ที่30-40 เซ็นติเมตร

    ส่วน 1 หลุม น่าจะมีประมาณ 3 กล้านะ ผมถามชาวนาเค้าบอกประมาณนี้

    แต่ไม่เคยนับ

    เลยยืนยันไม่ได้ครับ

    ถ้าเครื่องมือเสร็จเมื่อไหร่ ก็แจ้งมาได้นะครับ พร้อมลุยทันที ขอบคุณครับ



    เมล์จาก คุณ ศรัณย์



    ท่านอื่น มีข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเพิ่มเติมด้วย










ความคิดเห็นที่ 27

โก๋แก่ vcharkarn veditor
27 ก.พ. 2550 19:19




  1. ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูลที่ให้ มา และตอบด้วยความรวดเร็ว แถมตั้งใจถ่ายภาพมาให้ด้วย

    คราดที่เคยเห็นก็เป็นแบบที่ถ่ายมาให้ดูนั่นแหละครับ ท่านที่มีความรู้ทางฟิสิกส์คงจะพอดูออกว่ามันยังไม่เหมาะสมเท่าที่ควร

    แล้วรถที่ใช้ลากก็เห็นใช้กันแบบนี้ทั้งประเทศ มันทั้ง สิ้นเปลือง สกปรก เสียหาย ทั้งแรงคน ทั้งเชื้อเพลิง เวลา



    อย่างแรกที่อยากทำก็คือการออกแบบคราดให้ได้ประสิทธิภาพ ในการเกลี่ยให้สูงกว่านี้ ใช้พลังงานในการลากจูงให้น้อยลง

    พลิกข้าวได้มากกว่า จะได้ใช้เป็นข้อมูลไปดูว่า รถพลังงานแสงอาทิตย์ ควรจะมีกำลังเท่าใดจะได้ออกแบบให้ประหยัดมากที่สุด



    นักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือสถาบันการศึกษาที่มองเห็นความจำเป็นในการออกแบบคราดนี้ และประสงค์จะร่วมกันทำ

    ก็ลองเสนอตัวเข้ามาจะได้เสนอแนวทางให้ไปช่วยคิดที่จะออกแบบและทำการ ทดสอบ ทดลองให้ จะได้เร็วขึ้น



    ในคำถาม ที่ถามๆไว้ มีข้อไหนติดใจสงสัย ว่าถามไปทำไม ก็แจ้งมานะครับจะได้บอกว่ากำลังคิดอะไรอยู่



    2) ตากได้ ครั้งละเท่าไร ?(ถัง กระสอย เกวียน)

    ที่อื่นผมไม่ทราบนะคับ แต่ที่บ้านผม ครั้งหนึ่ง 140 กระสอน ประมาณ 1,100 กก.




    - ข้าวขนาดนี้ เกลี่ยพร้อมตากแล้วกินพื้นที่เท่าไร ครับ และหนาประมาณเท่าไร

    - เวลาการเกลี่ยให้เสมอโดยใช้คน หลังจากเท ใช้เวลาเท่าใด

    - เวลาที่ใช้ในการกวาด กองเพื่อเก็บกลับด้วย

    - ขนาด 140 กระสอบนี่ หากใส่รถปิคอัพมาเท ต้องใช้กี่เที่ยว จึงจะหมด

    (ข้อมูลเผื่อไว้ หากจะทำให้ เกลี่ย และเก็บได้ด้วยแต่คงไม่คุ้มเพราะใช้วันละ 2 เที่ยวเอง))





    7) แรงดึงที่จะทำให้คราดเคลื่อนที่ ต้องใช้แรงเท่าได(กี่กก)ได้มีการออกแบบให้เหมาะสมและใฃ้แรงเพียงเล็กน้อยบ้างหรือไม่

    -มันก็แล้วแต่ ความหนาของข้าวที่ตากอีกหละคับ 2-10 กก. ได้มั้งคับ




    หากเป็นไปได้ แต่ก็ไม่จำเป็นเท่าไร(เพราะคิดจะออกแบบคราดใหม่อยู่แล้ว)ถ้ามีตาชั่ง แบบ สปริงที่จะเอามาวัดแรงดูว่า

    ลากบนพื้นไม่มีข้าว กับที่มีข้าว ชื้นสุดใช้แรงแตกต่างกันเท่าใด เพราะอยากรู้ว่าออกแบบใหม่แล้วจะลดแรงฉุดไปได้เท่าได



    ยินดีครับที่ยังคิดจะสืบทอดสิ่งที่ครอบครัวได้สร้างสมมานาน และหาทางนำเทคโนโลยี่สมัยใหม่มาผสมผสาน ให้ดียิ่งขึ้น



    ปล.หากมีเว็ปหรือข้อมูล หรือเทคโนโลยี่ของรถดำนา ช่วยบอกด้วย อยากรู้ว่าต่างประเทศเขาทำกันอย่างไร

    และเราจะดัดแปลงมาใช้อุปกรณ์ ที่เราจะทำเองได้บ้างไหม?










ความคิดเห็นที่ 7

โก๋แก่ vcharkarn veditor
6 ก.พ. 2550 17:20




  1. ผมเคยทดลองออกแบบ เครื่องมือ เดินดำนาไว้ แต่ยังไม่ได้ทดลอง เพราะไม่มีนาจะลอง อยู่ กทมไม่รู้จะลองที่ไหน


    แล้วได้สอบถาม หลายๆคนบอกเดี๋ยวนี้ เขาทำนาหว่านกันไม่ทำนาดำกันแล้ว เลยเลิกคิด แล้วก็ทิ้งไป


    เป็นคนกรุงเลยไม่รู้ข้อดีข้อเสียระหว่าง นาหว่าน และ นาดำ ว่ามีช้อ ดี-ด้อย ต่างกันอย่างไร ท่ามทีทราบกรุณาด้วย
    <

    ท่านใดสนใจ และ อยากทดลองก็แจ้งมาจะได้ลองทำใหม่อีกที เคยคิดว่าจะดัดแปลงให้ใช้ปลูกหญ้าแฝกและอื่นๆด้วย


    หลั้กการทำงาน ใช้แรงโน้มถ่วง และแรงImpact ในการขุดหลุม เมื่อหยอดต้นกล้าแล้ว ก็เหยียบกลบ เท่านี้ก็จบ


    ทุกขั้นตอนไม่มีการก้มหรือนั่งลง ที่จะทำให้ปวดหลังปวดไหล่


    ใครมีนาที่จะลอง แจ้งมานะครับ อย่าห่าง กทมมากนักก็แล้วกัน น้ำมันมันแพงๆๆๆๆๆๆๆ


    สวนผักก็สนใจ ว่าจะลองทำ ที่รดน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับการปลูกที่ยกเป็นร่องสวนกว้างๆยาวๆ ไม่ใช้คน


    อิอิ (สติเฝื่องนะ จะบอกให้(ใกล้บ้าอะเป่านะ)) 5555


    ปล ไอ้รถเมืองนอกทำ กทม ดูได้ที่ไหนจะแอบไปดู มันลอกโก๋ฯ เป่าฟะ


    บันทัดใหม่มันเว้นให้ 2 บันทัด ทำไมนะ ไปแก้ ลบให้เหลือ 1 บันทัด เวลาส่งมันก๋เติมให้เองอีก งง





ความคิดเห็นที่ 36

โก๋แก่ vcharkarn veditor
26 เม.ย. 2550 08:08






  1. ขอให้ ได้ทำตามที่มีปณิธานไว้

    หากน้องๆ รุ่นหลังๆจะเริ่มมีความคิดอย่างนี้บ้าง บ้านเมื่องคงจะดีไม่น้อย

    เอาความรู้ความสามารถที่เรียนที่รู้มา ประติดประต่อ ผสมผสาน ให้เกิดสิ่งใหม่ๆที่จะให้มีประโยชน์ต่อตัวเองและชาติ

    ดีกว่านั่งรอคำสั่งหริอรอความช่าวเหลือจะต่างประเทศ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน เขาทำกันอย่างไรคิดกันอย่างไรลองตามดูบ้างก็ดี

    เดี๋ยวนี้ ญวน มาเลย์ กำลังแซงหน้าเราไปแล้ว จะรอให้ เขมร ลาว พม่า แซงไปก่อนค่อยคิดหรือ

    มัวแต่เป็นกบเลือกนายกันอยู่ก็ คงไม่ช้าจะได้เห็น นะ



    การเกษตร เป็นสิ่งทีคู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน วัสดุการเกษตรก็มากมายควรส่งเสริมการนำมาเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกให้มากๆ

    เห็น สวีเดนไปตั้งโรงงานทำน้ำมันจากขี้เลื่อยข้างโรงเลื่อยไม้ ขุดเอาตอไม้ มาทำเชื้อเพลิงแล้วปูกป่าแทน

    เอาเปลือกพลไม้จากการแปลรูปมาทำ ไบโอฟลูเอล เอากาศ CO2 จากโรงไฟฟ้ามาใส่ไร่มะเขือเทศเพิ่มผลผลิตอีกบาน



    ---ฯลฯ---



    แบบใครดีใครได้เสียดายเวลาที่ไม่รู้จักคิดมานานเหมือนกันปล่อยจนล่วงเลยสนสายเกินแก้(โก๋แก่ๆๆ)





    br />





ความคิดเห็นที่ 18

โก๋แก่ vcharkarn veditor
25 ก.พ. 2550 12:14




  1. ขอบคุณๆ maeada_wai ที่มาช่วยตอบให้ คุณศรัณย์ ได้ตอบมาบางส่วนเมือนกัน แต่ทางเมล์ รวมแล้วก็ 7-8สิบ%ของที่อยากทราบ

    เดี๋ยวค่อยๆเอาส่วนที่ยัง มีความกังขาอยู่ แล้วมาแงะอีกที ครับ



    คนดำเก่งๆ เฉลี่ยแล้วดำได้ กี่กล้าต่อนาที หรือ ชม(โดยเฉลี่ย)

    อันนี้ผมก็ไม่เคยคิดนะคับ แต่ถ้าอย่างเก่งก็ประมาณ 10ไร่/วัน 40เมตร*40เมตร




    เอ อันนี้ ใช้คนกี่คนครับ หรือว่าใช้เครื่องอย่างที่เคยลงรูปไว้

    อีกข้อเห็นตอบไว้ว่า"...ถ้านาดำ 1 คน จะได้ 1-1.5 ไร่/วัน..."



    ไปชลบุรี ดูลมก่อน แล้วมาคุยต่อ รู้สึกว่าจะสนใจกังหันลมอยู่ด้วยใช่ไหมครํบลมแรงไหม ทาง ฝาง



    แบบ "เดินดำ" ที่คิดไว้ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แค่ช่วยให้ไม่ต้องงอหลังก้มดำเท่านั้น และใครๆก็น่าจะทำได้เอง

    จึงอยากศึกษาในเรื่องความเร็วว่า จะคล่องเหมือนมือจับดำหรือไม่ ทำแล้วมันห่างใช้ก้มดำมากมันก็ไม่ เวิอร์คนะว่าไหม?



    โดยหลักการเป็นท่อสองชั้น ชั้นแรกปลายจะเป็นทรงแหลมเพื่อการเจาะพื้น อีกชั้นจะช่วยทำให้เป็นรู

    แล้วหยอดกล้าลงไปด้วยแรงดึงดูดของโลก เมื่อยกขึ้นแล้วอาจกลบด้วยใช้เท้า เหยียบ

    จึงอยากทราบขนาดของกล้าที่ใช้ว่าโตเท่าไร หนักเท่าไร สูงเท่าไร เพื่อที่จะได้ดูขนาดรูที่จะใส่ได้เร็วให้เหมาะสม



    หากทำดีพอใช้ได้จะได้ลองทำแบบรถเข็นดู (ถ้ามีใครมีเครื่องมือจักกลพอจะช่วยทำได้)



    ที่ถามเรื่องเกลี่ยข้าวที่ตาก ก็กำลังนึกเรื่อง ใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ทำรถเกลี่ยแทนที่จะใช้ คน ใช้ จยย ใช้รถไถ

    ที่ผมเห็นว่ามันเหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตน เสียพลังงานคน เชื้อเพลิง สร้างมลพิษ ฯลฯ






ความคิดเห็นที่ 23

โก๋แก่ vcharkarn veditor
26 ก.พ. 2550 19:30




  1. ยินดีครับ ที่ชอบ ยังขอยืนยันว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปได้แน่นอน ร่วมมือกันไหมครับ



    ฃ่วงนี้ขอข้อมูลเบื้องต้นก่อน หากจะกรุณา



    1) ลานตากข้าวที่ได้รับความนิยมโดยทั่วๆไป มีขนาดเท่าไร เล็กสุด ใหญ่สุด โดยเฉลี่ย กี่ตารางเมตร



    2) ตากได้ ครั้งละเท่าไร ?(ถัง กระสอย เกวียน)



    3) ความหนาเฉลี่ยของข้าวเปลือก ที่เกลี่ยจะหนาเท่าไร



    4) ควรเกลี่ย กี่ครั้งต่อการตาก 1 วันคิดว่าช่วงเวลาที่ตากน่าจะใช้งานได้ดีในเวลา 10 - 15 น ใช่ไหมครับ



    5) ใน 1 วันความชื้นควรจะลดลง เท่าใด (เฉลี่ยต้องตากกี่วันจึงจะใช้ได้)สมมุติตั้งแต่เก็บเกี่ยว-เข้าสีเป็นข้าวสารได้



    6) คราดที่ใช้กันอยู่ทำด้วยอะไร รูปร่างอย่างไร กว้างยาวเท่าไร



    7) แรงดึงที่จะทำให้คราดเคลื่อนที่ ต้องใช้แรงเท่าได(กี่กก)ได้มีการออกแบบให้เหมาะสมและใฃ้แรงเพียงเล็กน้อยบ้างหรือไม่



    8) ในตำแหน่งเดียวกันของข้าว ควรกลับตัวในเวลาเท่าใด (ทุกกี่นาทีจึงจะเหมาะสมถ้าสามรถเลือกได้)



    9) ....ฯลฯ.....








ความคิดเห็นที่ 51

โก๋แก่ vcharkarn veditor
12 พ.ค. 2550 10:13








  1. รูปใน คห 50 ดูน่าสนใจมาก เมืองจีนนี่ต้องยกให้เขา ดูทำเป็นเรื่องเป็นราว นาสนใจมากๆ

    คงประหยัดเวลา และน้ำมันได้มาก ในการทำการแต่ละครั้ง

    แล้วก้ดูไม่น่ายุ่งยากมาก (ดูจากรูป) ซึ่ง ทำให้ราคาผลิตก็คงไม่สูงมาก น่าสนใจครับ



    อิอิ






ความคิดเห็นที่ 10

โก๋แก่ vcharkarn veditor
8 ก.พ. 2550 00:07




  1. อืมม หากสนใจแต่ของนอก ก็คงต้องรอไปก่อน

    อย่างว่าแหละ ของไทยที่พอทำเองได้มันจะโก้ เหมือนของนอกที่ต้องเอาเงินไปแลกซื้อมันได้อย่างไร ขนาดราชการยังไม่มีเงินซื้อ

    แล้วชาวนาจะหาเงินที่ไหนไปซื้อมัน หนี้เก่ายังใช้ไม่หมดเลย

    อิอิ






ความคิดเห็นที่ 72

ขาลุย (Guest)
23 พ.ค. 2550 22:46
  1. คุณอนุพงษ์นับเป็นผู้รู้เรื่องข้าวท่านหนึ่ง ชื่นชมความพยายามที่ได้ค้นหาความรู้ มาเผยแพร่ แบ่งปันกันในกระทู้นี้ครับ

    แนวคิดหลายอย่างที่คุยกันมา ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ได้ดีในทุกภาค รถดำนาอาจจะดี สำหรับบางท้องที่ แต่อาจจะไม่คุ้มค่ากับบางท้องที่ ดีมากๆที่มีผู้สนใจเข้ามาช่วยกันมองในหลายๆมุม ผลคือจะทำให้ผู้ที่จะนำไปปฎิบัติได้วิเคราะห์ว่าเหมาะสมกับตัวเองหรือไม่

    อยากให้มีผู้สนใจ ผู้มีสายตายาวไกล และมีความสามารถสืบค้นความรู้ มาช่วยกันรวบรวมข้อมูล เพื่อเป็นประโยชน์กับวงการนี้ยิ่งๆขึ้นไป



ความคิดเห็นที่ 65

ขาลุย
20 พ.ค. 2550 23:49
  1. ด้วยความยินดีครับคุณอนุพงษ์ ผมเคนมีสวนลิ้นจี่อยู่ที่ม่อนปิ่น อ.ฝาง แต่ขายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน อ.ฝางเป็นชัยภูมิที่เหมาะแก่การทำเกษตรมากที่หนึ่ง เพราะมีแหล่งน้ำจากเขาสูงหลายแห่ง มีระบบชลประทานแบบเหมืองฝายที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน สามารถใช่พื้นที่เพาะปลูกได้หลายอย่างหมุนเวียนตลอดปี

    แนวคิดของคุณอนุพงษ์เรื่องจะนำรถดำนามาใช้เพื่อลดภาระแรงงานหายาก เป็นเรื่องดี แต่ถ้าจะให้มีประสิทธิภาพสูง ควรจะใช้กับพื่นที่ที่สามารถปลูกข้าวได้ตลอดปี รถดำนาต้องการต้นกล้าที่เพาะมาในกะบะเติบโตมาระยะหนึ่ง ถ้าเราจัดแบ่งพื้นที่สำหรับเพาะกล้าอย่างเดียวตลอดไป กล้าแต่ละรุ่นถูกนำไปปักดำในแปลงนาที่เตรียมดินแล้วหลังจากเก็บเกี่ยว สามารถย่นระยะเวลาได้มาก ในหนึ่งปี อาจจะปลูกได้มากกว่าสามครั้งก็เป็นได้ แต่การจะทำแบบนี้ได้ต้องประกอบไปด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น