วิชาการดอทคอม ptt logo

ภูเขาไฟในประเทศไทย

โพสต์เมื่อ: 22:22 วันที่ 18 ม.ค. 2550         ชมแล้ว: 57,874 ตอบแล้ว: 30
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ตอนนี้ทำรายงานเรื่องภูเขาไฟที่มีในประเทศไทยอยู่อ่ะค่ะ

แล้วหาได้แต่ของจังหวัดบุรีรัมย์ กับ ลำปางอ่ะค่ะ อยากรุว่าที่ไหนมีภูไฟอีกบ้างอ่ะค่ะในประเทศไทย ช่วยหน่อยน่ะค่ะขอบคุณมากค่ะ


นัต(125.25.203.49)





จำนวน 27 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 6 ก.พ. 2550 (20:04)
ภูเขาไฟเกือบทั้งหมดในโลก จะพบในบริเวณรอยต่อของแผ่นธรณีภาค โดยเฉพาะรอบๆมหาสมุทรแปซิฟิก ที่เรียกว่า วงแหวนแห่งไฟ สำหรับประเทศไทยไม่มีภูเขาไฟที่มีพลัง เนื่องจากอยู่นอกเขตการมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก ภูเขาไฟส่วนใหญ่ไม่ชัดเจน ที่มีรูปร่างชัดเจน ได้แก่ ภูเขาไฟดอยผาคอกหินฟู(ลำปาง) ภูพระอังคารและภูเขาพนมรุ้ง(บุรีรัมย์) ซึ่งจะมีปากปล่องเหลือให้เห็น ทั้งนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ถูกกระบวนการกัดกร่อนผุพังทำลายจนไม่เห็นรูปร่างของภูเขาไฟชัดเจน
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2893 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 6 ก.พ. 2550 (23:53)
ลองเข้าไปดูนะคะ http://www.ipst.ac.th/science/vocano.html

http://www.bwc.ac.th/volcano/Intro.html





สู้ๆ
Amber
ร่วมแบ่งปัน56 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 7 ก.พ. 2550 (13:22)
ขยันจริงๆนะ ครู Amber รักษาสุขภาพด้วยนะครับ
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2893 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 8 ก.พ. 2550 (10:37)
ขอบคุณค่ะ ครูชิต รักษาสุขภาพเหมียนกันค่ะ อยู่อีสานเหมือนกัน หนาว ๆ ร้อนๆ อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยจริง ๆ
Amber
ร่วมแบ่งปัน56 ครั้ง - ดาว 155 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 8 ก.พ. 2550 (21:40)
ดีใจหลายเด้อ ครู Amber อยู่ที่ราบสูงคือกัน ลมฟ้าอากาศ หนาว ร้อน หนาว (งง) โปรดถนอมสุขภาพ (จำมาจากหนังจีน) ไม่ว่ากันนะครับ
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2893 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 8 ก.พ. 2550 (21:46)
เพิ่มเติมความคิดที่ 5


ประเทศไทยอยู่บนแผ่นเปลือกโลกส่วนที่เป็นภาคพื้นทวีป โครงสร้างทางธรณีประเทศไทยอยู่ห่างจากแนวภูเขาไฟ หรือแนวมุดตัวของเปลือกโลก(Subduction Zone) จึงได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวไม่รุนแรง แผ่นดินที่ถูกบีบอัดจนชั้นหินโก่ง โค้ง งอ และมีแผ่นดินที่ถูกยกตัว ยุบเป็นที่ราบสูงและแอ่งต่ำ เช่นที่ราบสูงโคราช มีแนวแทรกซ้อนของหินอัคนีภายนอกกระจายอยู่ตามแนวรอยแตก รอยแยกของเปลือกโลกในทุกภูมิภาค สำหรับ ที่ราบสูงโคราช ที่ราบมีความต่างระดับภายในพื้นที่น้อยมาก จุดต่ำสุดบริเวณปากลุ่มแม่น้ำมูลไหลลงแม่น้ำโขง มีความสูงจากระดับน้ำปานกลางมากกว่า 100 เมตร ทางตอนกลางของภาคมี เทือกเขาภูพาน วางตัวในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ทำให้แบ่งที่ราบสูงโคราชออกเป็น 2 พื้นที่ใหญ่ คือ แอ่งโคราช กับ แอ่งสกลนคร ครับ
ครู...ชิต
ร่วมแบ่งปัน2893 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 4 ก.ค. 2550 (12:21)
อยากทราบว่า... ภูเขาไฟในประเทศไทยจะมีที่ไหนที่มีสิทธิ์ระเบิดอีกรึเปล่าคะ ช่วยตอบกลับที่เมลล์หนูด้วยนะคะ nim-i.t.dig@thaimail.com
Nim_i_tdig@hotmail.com (IP:125.26.237.108)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 7 ก.ค. 2550 (18:43)
อยากได้ชื่อของภูเขาไฟใน[tex]ทวีปเอเชีย[/tex]ค่ะ หาในอินเทอร์เน็ตยากจัง หนูจะส่งรายงานพุธนี้แล้วค่ะ กรุณาตอบกลับเร็วๆนะคะ
ณัฏ (IP:61.91.194.31)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 8 ก.ค. 2550 (10:39)
ขอบคุณมากนะค่ะ
oil-83f@hatmail.com (IP:203.113.50.140)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 8 ก.ค. 2550 (17:27)
ลองเข้าไปดูที่เว็บไซต์ของกรมทรัพยากรธรณีดูสิครับ อย่างในหน้านี้ http://www.dmr.go.th/Attractive_Geo/north/n06.html





มี่ข้อมูลของภูเขาไฟในประเทศไทยที่จังหวัดลำปาง



ปล่องภูเขาไฟลำปาง จังหวัดลำปาง



ที่ตั้ง



ปล่องภูเขาไฟลำปางที่จัดได้ว่าเห็นชัดที่สุด ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่อเนื่องของอำเภอเมืองและอำเภอแม่ทะ ได้แก่ปล่อง ภูเขาไฟดอยผาคอกจำป่าแดด และปล่องภูเขาไฟดอยผาคอกหินฟู ปล่องภูเขาไฟทั้งสอง ตั้งอยู่ไม่ห่างกัน โดยอยู่คนละฝั่งถนน สายเข้าเหมืองถ่านหินแม่เมาะ การเข้าถึงทำได้โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 11 (ลำปาง-เด่นชัย) ออกจากตัวเมืองลำปางไป 10 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายเข้าเหมืองถ่านหินแม่เมาะไปถึงระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 2 และ 3 จะมีทางเลี้ยวขวาเข้าวัดเวียงสวรรค์ ให้วิ่งตามทางลาดยางเข้าไป 3.5 กิโลเมตรจะถึงวัด แต่ไม่เข้าวัดให้เลยไปจนสุดถนนซึ่งเป็นลานจอดรถด้านหลัง แล้วเดินขึ้นบันไดซีเมนต์ไปอีกราว 100-200 เมตร ขึ้นไปที่ศาลาชมวิวบนยอดเขา ซึ่งสร้างอยู่บนปากปล่องของภูเขาไฟดอยผาคอกหินฟู ส่วนปล่องภูเขาไฟดอยผาคอกจำป่าแดด ให้ใช้ถนนเข้าเหมืองเช่นกัน ไปจนเลยหลักกิโลเมตรที่ 6 เล็กน้อยจะมีทางแยกซ้ายเข้าสู่เชิงเขาดอยผาคอกจำป่าแดด แต่ที่นี่ไม่มีทางขึ้นเขาเหมือนที่ดอยผาคอกหินฟู จึงขึ้นไปปากปล่องไม่ได้



ชื่อของภูเขาไฟทั้งสองได้มาจากชาวบ้านในบริเวณนั้น เป็นคำง่ายๆ ที่มีความหมายสอดคล้องกับลักษณะของปล่องภูเขาไฟ คำว่า ผาคอก หมายถึงเขาที่มีผากั้นล้อมรอบ หินฟู หมายถึงหินที่มีลักษณะเป็นรอยแตกฟู มีน้ำหนักเบา ลอยน้ำได้ หรือตะกรันภูเขาไฟ (Scoria) ส่วนคำว่า จำป่าแดด เป็นต้นไม้ชนิดหนึ่ง ที่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากในบริเวณปล่อง ภูเขาไฟ



ภูเขาไฟทั้งสองลูกนี้สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลจากเส้นทางสายลำปาง-เด่นชัย ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 14 ที่กลางสะพานข้ามทางรถไฟ โดยให้มองไปทางเหมืองแม่เมาะจะเห็นภูเขายาวต่อเนื่องกันตั้งตระหง่านขวางหน้า ให้สังเกตภูเขาลูกเล็กยอดแหลม ซึ่งโดดเด่นกว่าบริเวณข้างเคียงตรงกลางเทือก จุดนี้เป็นจุดแบ่งระหว่างภูเขาไฟดอยผาคอกจำป่าแดดที่อยู่ทางซ้ายและภูเขาไฟดอยคอกผาหินฟู ที่อยู่ทางขวา มีระยะห่างกันในแนวเหนือใต้ เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร



ปล่องภูเขาไฟลำปางอีกบริเวณหนึ่ง อยู่ที่บริเวณอำเภอเกาะคา อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางไปประมาณ 32 กิโลเมตร อยู่ในแผนที่ภูมิประเทศ มาตราส่วน 1: 50,000 ระวางอำเภอเกาะคา เส้นละติจูดที่ 19ฐ 0ข 94ขข เหนือกับเส้นลองจิจูดที่ 5ฐ 40ข 100ขข ตะวันออก ปล่องภูเขาไฟนี้มีถนนสายลำปาง-สบปราบ (ทางหลวงหมายเลข 1) ตัดผ่านระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 586 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเส้นทางสายนี้ โดยจะเห็นชั้นหินลาวา (หินบะซอลต์) ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ เนื่องจากปากปล่องภูเขาไฟมีบริเวณกว้าง ลักษณะของพืชหรือต้นไม้คลุมดินมีลักษณะเหมือนๆ กับภูมิประเทศทั่วๆ ไปจึงไม่เป็นที่ทราบว่าบริเวณนั้นเป็นส่วนหนึ่งของปล่องภูเขาไฟ และไม่ได้นำรูปมาแสดงไว้



ลักษณะของแหล่ง



ปล่องภูเขาไฟลำปางทั้งสองแห่ง เมื่อมองจากด้านล่างจะเห็นเป็นเทือกเขายอดเว้า แต่ถ้ามองจากภาพถ่ายทางอากาศจะเห็นยอด เป็นแอ่งรูปกลม เมื่อขึ้นไปที่ปากปล่องจะเห็นสันเขาเป็นแนวยาว ล้อมรอบเป็นวง การมองต้องใช้จินตนาการประกอบ เนื่องจากปล่องคลุมพื้นที่กว้างและต้นไม้คลุมหนาแน่นทำให้มองเหมือนไหล่เขาชันทั่วๆ ไป



ลักษณะของปล่องภูเขาไฟดอยผาคอกจำป่าแดด เป็นปากปล่องที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 150 เมตร ขอบปล่องด้านเหนือและด้านตะวันตกเฉียงใต้เปิดออก ทำให้ลาวาไหลออกคลุมพื้นที่บริเวณห้วยจำห้า ห้วยแม่ทะ และพื้นราบ เห็นได้จากหินบะซอลต์ที่คลุมบริเวณดังกล่าว ความชันของเนินเขาด้านใต้จะมีมุมเอียงเทมากกว่าด้านเหนือ รูปร่างภูเขาไฟมองเห็นไม่ชัดเจน เพราะเกิดชิดกับเทือกเขาหินปูน ซึ่งเป็นเทือกที่ขวางกั้นระหว่างแอ่งลำปางกับแอ่งแม่เมาะ ภูเขาไฟดอยผาคอกจำป่าแดดมีขนาดพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปางกลาง 530 เมตร ปล่องด้านเหนือแหว่งเล็กน้อย เนื่องจากเป็นทางไหลออกของลาวา ความชันของเนินเขาด้านใต้ชันมากกว่าด้านเหนือ



สำหรับลักษณะของปล่องภูเขาไฟดอยผาคอกหินฟู มีลักษณะเป็นปล่องสองปล่องซ้อนกัน โดยปล่องแรกมีขนาดใหญ่ แต่เนื่องจากมีการปะทุของลาวาสองครั้ง จึงทำให้ขอบปล่องเดิมถูกทำลาย เหลือแต่ขอบด้านใต้ โดยเกิดเป็นปล่องเล็กซ้อนขึ้นมา ปล่องเล็กมีลักษณะค่อนข้างสมบูรณ์ แต่ขอบปล่องด้านทิศเหนือเปิดออก ทำให้ลาวาไหลคลุมพื้นที่ราบโดยรอบเกิดเป็นหินบะซอลต์ ปากปล่องมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 200 เมตร คลุมพื้นที่ประมาณ ครึ่งตารางกิโลเมตร สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 450 เมตร และมีความสูงจากที่ราบข้างเคียงประมาณ 80 เมตร



ปล่องภูเขาไฟสบปราบ มีลักษณะเป็นเนินยาวขนานไปกับแม่น้ำวังซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตก ตอนเหนือเป็นเนินสูงรูปร่างคล้ายกรวยฐานกว้าง มีแบบรูปทางน้ำเป็นรัศมีและวงแหวน ตอนใต้เป็นเนินยาวค่อนข้างราบ เป็นส่วนลาดต่อมาจากเนินรูปกรวยซึ่งอยู่ตอนเหนือ บนยอดเนินรูปกรวย มีลักษณะเป็นแอ่งรูปวงกลม มีขอบสูงเปิดออกทางทิศตะวันตก มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 700 เมตร ลักษณะของเนินทั้งทางตอนเหนือและตอนใต้เป็นธรณีสันฐานที่เกิดจาก ภูเขาไฟและลาวาหลาก โดยเนินตอนเหนือเป็นปล่องภูเขาไฟที่กาลเวลาได้กัดกร่อนจนปล่องพังทะลาย ส่วนเนินยาวตอนใต้เป็นลาวาที่หลากล้นออกมาปกคลุมพื้นที่หุบเขาแม่วัง ซึ่งในปัจจุบันประชาชนได้ตั้งบ้านเรือน ทำการเกษตรมีผลผลิตดี เนื่องจากหินบะซอลต์ผุพังกลายเป็นดินที่มีความสมบูรณ์สูง บริเวณพื้นที่ภูเขาไฟพบบอมบ์ภูเขาไฟและตะกรันภูเขาไฟ ส่วนบริเวณปล่องภูเขาไฟพบการหลากของชั้นลาวา นับได้ 5 ชั้น หรือแสดงการปะทุของหินหนืดจากภายใต้ผิวโลกประมาณ 5 ครั้ง



ธรณีวิทยา



กลุ่มหินบะซอลต์ ที่เกิดจากลาวาของภูเขาไฟลำปางไหลอาบออกมาปกคลุมพื้นที่ มีอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่คลุม



พื้นที่อำเภอเกาะคา และอำเภอสบปราบ เรียกรวมกันว่า บะซอลต์สบปราบ มีพื้นที่ประมาณ 70 ตารางกิโลเมตร อีกกลุ่มหนึ่งอยู่ในบริเวณอำเภอเมือง และอำเภอแม่ทะ รวมเรียกว่า บะซอลต์แม่ทะ ซึ่งได้แก่ภูเขาไฟดอยผาคอกจำป่าแดด และภูเขาไฟดอยผาคอกหินฟู กลุ่มนี้ให้ลาวาคลุมพื้นที่ประมาณ 120 ตารางกิโลเมตร



ภูเขาไฟลำปางเกิดจากการเคลื่อนไหวของเปลือกโลก ทำให้เกิดรอยเลื่อนลึก (Deepseated fault) ขึ้นในแนวเหนือ-ใต้ เป็นช่องทางให้หินหนืดภายใต้ผิวโลก ทะลักล้นออกมาในแนวรอยเลื่อนนี้เกิดเป็นปล่องภูเขาไฟเรียงตัวในแนวนี้ด้วย



จังหวัดลำปางได้จัดให้ภูเขาไฟดอยผาคอกจำป่าแดด และภูเขาไฟดอยผาคอกหินฟู เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัด สามารถเดินทางไปชมได้สะดวก แต่การชมภูเขาไฟ จะต้องใช้จินตนาการค่อนข้างสูง เพราะปล่องภูเขาไฟมีขนาดกว้างมากกว่าสายตาจะเก็บภาพได้หมด ทั้งยังมีต้นไม้สูงใหญ่ปกคลุมอยู่หนาแน่น หากไม่มีการชี้นำจะมองไม่เห็นภาพใดๆ แม้ทางจังหวัดจะได้พัฒนาสร้างศาลาชมวิวไว้บนสันดอยผาคอกหินฟูเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวแล้วก็ตาม แต่หากจังหวัดจะพัฒนาให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวอำเภอแม่เมาะ สำหรับไปนั่งพักชมวิวหรือนำอาหารเครื่องดื่มติดตัวไปนั่งรับประทานกันเป็นกลุ่มได้ จะทำให้ศาลาที่ก่อสร้างไว้แล้วใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น
จ้อ
ร่วมแบ่งปัน1441 ครั้ง - ดาว 268 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 5 ก.ย. 2550 (17:15)
ขอบใจ
เรา (IP:203.172.154.172)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 4 พ.ย. 2550 (15:19)
ภูเขาไฟมีที่ไหนบ้างคะนู๋ส่งโครงงานพรุ่งนี้คะ
เเฟนคลับพะเเพง (IP:202.57.170.121)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 13 พ.ย. 2550 (17:06)
เราก็กำลังทำรายงานเกี๋ยวกับภูเขาไฟอยู่เหมือนกันนะ ถ้าใครมีภาพเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการระเบิดของภูเขาไฟก็ช่วยส่งมาที่อีเมลล์ให้เราบ้างนะ เพราะว่าเราจะนำเสนองานแบบ พาวเวอ์พอยส์

fern_365@hotmail.com
fern_365@hotmail.com (IP:125.26.229.59)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 28 พ.ย. 2550 (18:57)
แหล่งเรียนรู้ หินภูเขาไฟ"

เบ็ญจวรรณ ศรีเจริญ

หินภูเขาไฟเกิดขึ้นได้อย่างไร ?



หินภูเขาไฟ (Volcanic rock) หรือ หินอัคนีพุ (Extrusive rock) เกิดจากการปะทุขึ้นมาของแมกมาจากใต้โลกขึ้นสู่ ผิวโลกเป็นลาวาไหลออกมา ซึ่งการปะทุขึ้นมาของแมกมาเกิดขึ้นได้ หลายรูปแบบ เช่น

1. การปะทุแบบไม่รุนแรง เป็นการปะทุตามปล่องหรือรอยแตก รอยแยกของแผ่นเปลือกโลกลาวาไหลหลากเอ่อล้นไป ตามลักษณะภูมิประเทศ ลาวาจะถ่ายโอนความร้อนให้กับบรรยากาศภายนอกอย่างรวดเร็ว ทำให้อะตอมของธาตุ ต่าง ๆ มีเวลาน้อยในการจับตัวเป็นผลึก หินลาวาหลากจึงประกอบด้วยแร่ที่มีผลึกขนาดเล็กหรือเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นและจำแนกผลึกได้ด้วยตาเปล่า เช่น

• หินบะซอลต์ เป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาที่มีความหนืดน้อย มีปริมาณซิลิกาอยู่ในช่วง 45-52 เปอร์เซ็นต์

• หินแอนดีไซต์ เป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาที่มีความหนืดปานกลาง มีปริมาณซิลิกาอยู่ในช่วง 52-66 เปอร์เซ็นต์

• หินไรโอไรต์ เป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาที่มีความหนืดมาก มีปริมาณซิลิกามากกว่า 66 เปอร์เซ็นต์

2. การปะทุแบบรุนแรง เป็นการปะทุแบบระเบิด เกิดตามปล่องภูเขาไฟ ขณะที่แมกมาเกิดปะทุพ่นขึ้นมาด้วยแรง ระเบิดพร้อมกับฝุ่น ก๊าซ เถ้า ไอน้ำ และชิ้นวัตถุที่มีรูปร่างขนาดต่างๆ กันกระเด็นขึ้นไปบนอากาศ ชิ้นวัตถุุุเหล่านี้อาจเป็นเศษหินและแร่ เย็นตัวบนผิวโลกตกลงมาสะสมตัวทำให้เกิดแหล่งสะสมชิ้นภูเขาไฟ เมื่อแข็งตัวจะเป็นหินชิ้นภูเขาไฟหรือหินตะกอนภูเขาไฟ (pyroclastic rock) ได้แก่ หินทัฟฟ์ (tuff) หินแอกโกเมอเรต (agglomerate) หินพัมมิซ หินสคอเรีย เป็นต้น

หมายเหตุ นักธรณีวิทยาบางคนได้จัดหินตะกอนภูเขาไฟเป็นหินอัคนีแต่บางคนจัดเป็นหินตะกอนเนื่องจากกระบวนการเกิดในช่วง แรกเกิดแบบหินอัคนี แต่ช่วงหลังมีการพัดพาไปสะสมแบบหินตะกอน

ในประเทศไทยพบหินภูเขาไฟที่ใดบ้าง

จากการสำรวจของนักธรณีวิทยา จากกรมทรัพยากรธรณีของประเทศไทย พบหินภูเขาไฟอยู่ในบริเวณต่าง ๆ ของภาคเหนือ ที่ราบภาคกลาง แนวเขาเพชรบูรณ์ ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และที่ราบสูงโคราช ซึ่งหินภูเขาไฟเหล่านี้จะมีส่วนประกอบของแร่ธาตุต่าง ๆ ตั้งแต่ แร่ธาตุที่มีสีเข้มดำ จนถึงแร่ธาตุที่มีสีจาง หินภูเขาไฟที่พบมีช่วงอายุการเกิดต่างกันที่มีอายุแก่ที่สุดที่พบจะมีอายุอยู่ในยุคไซลูเรียน ถึงช่วงล่างของยุคเพอร์เมียน (ประมาณ 435 ล้านปี จนถึง 280 ล้านปี) ซึ่งหินภูเขาไฟที่เกิดขึ้นในยุคนี้ ส่วนใหญ่มักจะถูกแปรสภาพกลายเป็นหินแปรไปมากแล้ว ต่อมาในช่วงเวลา ตั้งแต่ตอนบนของยุคเพอร์เมียนถึงตอนล่างของยุคไทรแอสซิก (ประมาณ 250 ล้านปี ถึง 200 ล้านปี) มีหินภูเขาไฟเกิดขึ้นมากในบริเวณต่าง ๆ ของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือภาคกลางตอนบน และขอบที่ราบสูงตอนล่าง และในช่วงปลายมหายุคซีโนโซอิก (ประมาณ 0.9-0.6 ล้านปี) นับเป็นช่วงสุดท้ายของการเกิดการระเบิดของภูเขาไฟในประเทศไทย ซึ่งทำให้เกิดหินบะซอลต์เป็นส่วนใหญ่

เราจะเรียนรู้อะไรได้บ้าง? จากแหล่งที่พบหินภูเขาไฟ



สถานที่ที่จะนำเสนอต่อไปนี้ * เป็นบริเวณที่พบหินภูเขาไฟ ซึ่งจัดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สามารถพานักเรียน เข้าไป ทำกิจกรรม เพื่อศึกษา เกี่ยวกับ หินภูเขาไฟได้ชัดเจน และสะดวกในการเดินทาง

1. วัดเมืองเก่าแสนตุ่ม บ้านเขาตาโม๊ะ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด

2. อ่าวตาลคู่ อำเภอเมือง จังหวัดตราด

3. เขากระโดง ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

4. เขาพนมรุ้ง ตำบลตาเป็ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

5. ภูพระอังคาร อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

6. เขาหินกลิ้ง อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี

7. เขาพระพุทธฉาย อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี

8. เขาแก้ว อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์

* สิน สินสกุล นักธรณีวิทยา สาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา สสวท. แหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยาในประเทศไทย 2547.





บรรณานุกรม

กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงอุตสาหกรรม. 2544 ธรณีวิทยาในประเทศไทย. กองธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ถนนพระรามที่ 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2545. ธรณีวิทยาเบื้องต้นสำหรับครููในระดับ

ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น. เอกสารประกอบการประชุม.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2547. แหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยาในประเทศไทย.
ATOMFUNNY_NAW@hotmail.com (IP:210.203.161.14)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 10 มิ.ย. 2551 (16:58)
<P>อ ย า ก&nbsp; ท ร า บ เ กี่ ย ว กั บ หิ น ภู เ ข า ไ ฟ อ่ ะ ค่ ะ </P>

<P>ด่ ว น ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เ ล ย น ะ ค ะ </P>

<P>ข อ บ คุ ณ ล่ ว ง ห น้ า เ จ้ า ค ร่ า </P>
เ จ้ า นู๋ จำ ไ ม (IP:202.149.24.129)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 26 มิ.ย. 2551 (20:01)

ขอบคุนนะจ้า สำหรับความรู้ ที่ไห้ กัน และ กัน นะจ๊ะ 0.0


a-ant-mot@hotmail.com (IP:119.42.66.68)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 28 มิ.ย. 2551 (21:26)

 



 



 



ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีค่ะ


หมูหวาน (IP:125.24.80.111)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 1 ก.ค. 2551 (14:10)

อยากกินเป็ด



 


กลอฟ (IP:118.173.239.120)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 13 พ.ย. 2551 (18:32)

เอ่อ ใครรุ้ว่าภูเขาไฟในประเทศไทยมีกี่แห่ง แต่ละแห่งทีดับสนิทไปแล้วเคยระเบิดเมื่อไหร่ ความเสียหายเปนยังไงบ้าง T^T ต้องส่งรายงานเหมือนกัน อ้ากกกก


to (IP:58.9.231.252)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 27 มิ.ย. 2552 (13:04)

อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างทางธรณีวิทยาของภาคกลางตอนบนจัง


น้ำนิ่ง (IP:61.7.241.134)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 21 ส.ค. 2552 (11:37)

ตอนนี้ทำรายงานเกี่ยวกับภูเขาไฟทั้งในและต่างประเทศค่ะ
หาข้อมูลในประเทศได้แล้วแต่ต่างประเทสเพื่งได้แค่บางส่วนเองค่ะ
ใครรุ้ช่วยบอกทีได้ไหมค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ


สุพัตรา/su.patta.k@hotmail.com (IP:122.154.14.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 21 ก.ย. 2552 (10:47)

อยากได้เรื่องเกี่ยวกับภูเขาไฟในไทยคับ     ถ้าเจอแล้วส่งมาเมลด้านล่าง


sathapat-suwanpoy@hotmail.com (IP:119.42.103.249)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 9 พ.ย. 2552 (09:35)
ภูเขไฟในไทยมีกี่แห่ง และเคยเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงหรือป่าว(ถ้าเคยมีการระเบิดเกิดขึ้นที่ไหน ตั้งฃแต่เมื่อไร และมันมีสิทธิ์ท่จะเกิดขึ้นอีกหรืป่าว)
mild_st@hotmail.com (IP:203.172.58.159)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 17 พ.ย. 2552 (13:40)
ขอบคุณค่ะ
NOK555@HOTMAIL.COM (IP:61.7.157.234)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 26 พ.ย. 2552 (15:53)

ขอบคุรมากนะคะ

*+*


chadapanum@hotmail.com (IP:222.123.168.147)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 1 ธ.ค. 2552 (10:29)

อยากทราบที่กำเนิดภูเขาไฟในประเทศไทยว่ามี่กี่แห่งถ้าทราบช้วยส่งมาที่เมลด้านล่างด้วยนะค่ะ  ขอบคุณมากๆ


nuynuy111@yahoo.co.th (IP:203.114.110.171)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 23 ธ.ค. 2552 (13:34)

ช่วยส่งข้อมูลเกี่ยวกับภูเขาไฟให่หน่อยค่ะ เอาแบบทั้วโลกอ่ะ หายากมากเลย โดยเฉพาะภาพเครลื่อนไหวการเกิดภูเขาไฟ
ช่วยส่งให้ที่เมลข้างล่างนะค่ะ
ขอบคุนนะ


LOVE_verymuch_99@hotmail.com (IP:203.154.113.130)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม