|
Violin Concerto ในดวงใจ
โพสต์เมื่อ:
16:04 วันที่ 19 พ.ย. 2545 ชมแล้ว:
26,393
ตอบแล้ว:
235
อันเนื่องมาจากคุณ Paganini ได้เชิญชวนไว้ให้มาคุ้ย เอ๊ย.. มาคุยกันเรื่องดนตรีสักวัน ผมเลยขอฉลองศรัทธาด้วย Violin Concerto ในดวงใจ
ความจริงแล้วผมน่าจะเรียกได้แค่ว่า "เคย" เป็นแฟนเพลง classic เพราะไม่มีโอกาสฟังเป็นล่ำเป็นสันมาร่วม 10 ปีเห็นจะได้ เพราะแฟนผมเธอนิยม pop มากกว่า อันว่าสุภาพบุรุษย่อมต้องโอนอ่อนผ่อนตามอิสตรี ผมเลยต้องเก็บสมบัติ classic สองลังขึ้นหิ้งจน cassette พังไปจนเกือบหมดแล้ว นานๆก็แอบเอาออกมาชื่นชมสักทีหนึ่ง แฮ่... ในกระบวนเพลง classic ทั้งหมด ประเภทที่ผมนิยมชมชอบเป็นพิเศษก็คือ Violin Concerto อันที่จริงก็ไม่เฉพาะ Violin Concerto หรอก แต่รวมถึงพวก Violin Sonata ทั้งหลายด้วย ทั้งนี้เพราะว่าเสียงอันบาดจิตใจของคุณน้อง Violin ยามหวานก็หวานหยาดเยิ้มจนหัวใจสั่น ยามเศร้าก็กรีดหัวใจชายหนุ่มไร้คู่(ตอนนั้น)จนน้ำตาซึม แฮ่... เว่อร์ไปป่าวเนี่ย... จริงๆแล้วผมมีความผูกพันกับ Paganini เป็นพิเศษนิดหนึ่ง เอ้อ... ไม่ใช่ Paganini (V teacher) คนนี้นะครับ แต่เป็น Violin Virtuoso (แปลไทยน่าจะทำนอง ผู้เชี่ยวชาญการเล่นไวโอลิน มันฟังดูเยิ่นเย้อไปหน่อย ขอทับศัพท์แล้วกัน) ทั้งนี้ด้วยเหตุว่าในช่วงแรกของการฟังเพลง classic ของผม บังเอิญไปหยิบเอา cassette ของพี่สาวมาเปิดฟัง เจอเอา Violin Concerto อันหนึ่งของ Paganini เข้า ก็อย่างที่ว่าแหละครับ บาดหัวใจจนต้องรีบไปร้านตี๋(สามย่าน) ร้านเทปดังของชาวสีชมพูที่ตอนนั้นขายแต่เทปก็อปของ Peacock อย่างเป็นล่ำเป็นสัน แล้วกวาด Violin Concerto ทั้งหมดเท่าที่หาได้ของ Paganini มานอนฟังอย่างสบายอุราที่บ้าน นอกจาก Paganini แล้ว ก็คงหนีไม่พ้น Violin Concerto ที่ดังกระหึ่มโลกที่สุดอย่าง Four Seasons ของ Vivaldi อันนี้ไม่ต้องพูดถึงมากเพราะผมว่าเป็นหนึ่งในเพลง classic ที่คนทั่วไปคุ้นหูมากที่สุดเลยทีเดียวเจียวแหละ แต่ถ้าเป็นส่วนตัวผมแล้ว ผมชมชอบเป็นพิเศษกับงานอีก 2-3 ชิ้น อันแรกซึ่งผมชอบเป็นอันดับหนึ่งและอยากให้คนที่สนใจหาฟังจริงๆคือ Vltava(Moldau) ของ Smetana ศิลปินโบฮีเมียนผู้รำพึงรำพันถึงสายน้ำในบ้านเกิดของเขาอันมานามว่า Vltava หรือ Moldau เพลงนี้เป็นเพลงที่สั้นแค่สิบกว่านาที และเช่นเดียวกับ Blue Danube เพราะว่ากันว่า Vltava ก็ขุ่นข้นไม่สวยงามพอๆกับ Danube นั่นแล ฮ่า ฮ่า ฮ่า... นอกจากนี้ก็มี Violin Concerto ชุด The Yellow River (แม่น้ำเหลือง) อีกอันหนึ่ง เป็นของนักประพันธ์ชาวจีน แฮ่... แม่น้ำมาอีกแล้ว จะว่าไปแล้วผมค่อนข้างจะถูกชะตากับเพลงแม่น้ำต่างๆ เรียกว่าฟังแล้วต้องใจเจริญหูไปหมดว่างั้น ท่อน 2 ของ Violin Concerto ชุดนี้หวานซึ้งตรึงใจผมมากทีเดียว แต่ถ้าเทียบกันเรื่องความหวาน สำหรับผมไม่มีใดเกินท่อนขึ้น(10 วินาทีแรก) ของ Violin Sonata ของ Beethoven ที่มีสมัญญาว่า Springs หวานซึ้งขนาดที่ว่าผมเลือกเอามาเป็นเพลงเปิดในวันพิเศษของผมกับภรรยา ติดว่าแจ้งนักดนตรีเขาช้าไป ทำให้เขาซ้อมไม่ทัน เพราะไม่ใช่เพลงที่เล่นบ่อย และค่อนข้างยากด้วย อยากให้ลองหาฟังกันดู เพราะอยากรู้ว่าคนอื่นจะฟังแล้วตัวลอยเหมือนขึ้นสวรรค์อย่างผมหรือเปล่า
พล่ามมาก็พอสมควรแล้ว อยากฟังท่านอื่นๆเล่าบ้างแล้วล่ะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 19 ม.ค. 2549 (09:13) ขอบคุณครับพี่ม้า แหมไม่เห็นนานนึกว่าไม่ได้เข้ามาเล่นแล้วซะอีก ยังนึงถึงสมัยเก่าๆที่มีพี่ม้า มีพี่นิลฯ พี่พวงร้อยและอีกหลายๆท่าน สมัยนั้นคุยกันสนุกและเป็นมิตรมากๆ คุณคำฝอยครับที่ถามไว้พี่ม้าแกตอบให้คุณหมดแล้วนะครับ มิได้ปล่อยไก่แต่อย่างใด ส่วนเรื่องสำเนียงของแต่ละชาตินั้นผมขอเสริมว่า ดนตรีตะวันตกนี่มันมีรากฐานจากที่เดียวกัน เวลาแต่งก็อิงจากแนวทาง หรือทฤษฎีตัวโน๊ตก็มี 12 เสียง เช่น โด โดชาร์ป เร เรชาร์ป ฯลฯ รวมแล้ว 12 เสียง (Chromatic Scale) และมีแนวทางการสร้าง เสียงประสาน(Harmony) แบบเดียวกันทำให้สำเนียงดนตรีแยกจากกันได้ยาก เว้นเสียแต่อยู่ห่างไกลเช่นดนตรีของพวก สลาฟ หรือยุโรปตะวันออกอย่างพี่ม้าว่าแหละ (พี่ม้านี่หูใช้ได้เลยนะ นับถือๆๆ) แต่ดูอย่าง ไทย ลาว จีน ญี่ปุ่น อินเดีย อาหรับ เหล่านี้เราสร้างเครื่องดนตรีและเสียง(ตัวโน๊ต) ที่มีโครงสร้างกันคนละแบบ เพราะฉะนั้นเวลาแต่งเพลงออกมาสำเนียงจึงต่างกันมากๆ ยกตัวอย่างง่ายๆ ดนตรีไทยมี 7 เสียงเวลาจะแต่งให้เป็นสำเนียงลาวเขาจะใช้เพียง 5 เสียง คือ โด เร มี ซอล ลา เพราะฉะนั้นเวลาแต่งเพลงออกมาให้จำกัดอยู่เพียงแค่ 5 เสียงนี้ มันก็จะฟังแตกต่าง ตย เช่น เพลง ลาวดวงเดือน ลาวดำเนินทราย ลาวจ้อย ฯลฯ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 19 ม.ค. 2549 (09:28) ตอบคุณ มนุษย์ปักกิ่ง ขอบคุณมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เลยครับ สุดยอด เอาอีก เอาอีก เอาอีก อิอิอิ เพื่อนๆทั้งหลายครับ ลิ้งค์ล่าสุดที่คุณมนุษย์ปักกิ่งเอามาให้โหลดน่า ไม่โหลดไม่ได้นะครับ Chicago Symphony ในสมัยของ Fritz Reiner นั้นถือว่าสุดยอดครับ วได้รับการยกย่องว่าเล่น Symphony ของ Beethoven ได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ชอบอัดลงแผ่นเสียง RCA ครับ ส่วนผู้เดียวไวโอลินนั้น Jascha Heifetz (1901-1987?)ชื่อนี้สำหรับนักไวโอลินหรือคอเพลงไวโอลิน หรือคอเพลงคลาสสิคแล้ว เขาคือพระเจ้าครับ เป็นมนุษย์ที่เล่นไวโอลินดีที่สุดเท่าที่เคยปรากฏในพิภพโลกแห่งนี้ 2 สุดยอดมารวมกัน ต้องโหลดสถานเดียวครับ คุณมนุษย์ปักกิ่งครับ Rachmaninov เพลงของท่านโรแมนติกปนเศร้ามากๆ ผมก็ชอบครับ โดยเฉพาะ Piano Concerto No. 2 และ Symphony No.2 แต่ที่คุณยกมาว่าของ Haydn, Elgar, Dvorak, ฺBach นี่คุณลืมบอกไปนะว่ากำลังพูดถึง Cello ใช่มั้ยครับ ผมก็ชอบเหมือนกัน Cello เป็นเครื่องดนตรีที่แสดงถึงอารมณ์ลึกซึ้งได้ดีมากๆ หวานแต่หม่นหมอง The Swan ของ Saint-Seans เป็นอะไรที่ฟังแล้วดื่มด่ำมากๆ คุณ Windy ไม่มีครับวิธีที่คุณพูดถึง วิธีของผมคือเปิดใจ และจริงใจ(อันไหนไม่ชอบก็อย่าไปบอกว่าตัวเองต้องชอบเพียงเพราะนักวิจารนณ์บอกว่าดี) อาจารย์ผมมักจะบอกว่า หูให้ได้ยิน แต่ใช้ใจฟัง ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 19 ม.ค. 2549 (15:26) เข้ามาอ่านค่ะ เปิด Moonlight Sonata ฟังเมื่อวานนี้ มันหวานเศร้าแต่ยังไม่ถึงกับน้ำตาหยดตามคุณคำฝอย ไม่มีใครสนใจงานของ Rimsky-Korsakov บ้างหรือคะ อยากฟัง Schéhérazade กับThe Flight of the Bumble-Bee พอจะโหลดได้จากไหนบ้างคะ คุณ Pekingman ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 19 ม.ค. 2549 (15:41) คุณเทาชมพูคะ ดิฉันก็ชอบแอบกรีดน้ำตาอย่างงี้แหละค่ะ ว่างจากแลปก็ชอบแอบทำเป็นศิลปินค่ะ แหะ แหะ ตามกำหนดปีนี้ปีสุดท้าย เลยเผชิญหลายคลื่นหน่อยน่ะค่ะ ว่างๆ เลยต้องแอบ ทำ blue ค่ะ ลิงค์ของที่ให้มาก็เพราะมากเสียแต่ว่าทำไมมันมาขาดๆ หายๆ ไม่รู้ วันนี้มีคำถามอีกน่ะค่ะ ชื่อเพลงนี่ทำไม คีตกวี นี่เขาชอบตั้งเป็นตัวเลขล่ะค่ะ แบบ หมายเลข 5 เอย หรือหมายเลข 9 เอย แล้วก็ Allegro นี่แปลว่าอะไรคะ เห็น ปรากฏบ่อยๆ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 19 ม.ค. 2549 (20:02) Moonlight Sonata ของ Beethoven ผมฟังแล้วรู้สึกเศร้าเหมือนกันครับ งานของ Beethoven ที่หวานและผมชอบก็คือ Romance #1 and #2 (แค่ชื่อก็หวานแล้ว )เรื่องเพลงไหนใครเล่นดีผมจะอ่านคำวิจารณ์ก่อนซื้อนะครับ คนเล่นหรือวงหรือconductor มีผลต่อความไพเราะพอสมควร เคยซื้อCD แบบสุ่มดู (หมายถึงเลือกเพลงมาแล้วแต่สุ่มคนเล่น)แล้วมีแป๊กเยอะเสียดายตังค์ครับ แต่ไม่ยึดติดว่าต้องได้วิจารณ์ดีที่สุดนะครับ ผมว่าหูผมความรู้ระดับผมแยกความเจ๋งระหว่างคนเล่นที่ได้ 1 ดาวกับ 3 ดาวไม่ออกหรอกครับ ตอนซื้อมาฟังที่บ้านผมก็สังเกตุตัวเองดู เพลงไหนฟังบ่อยก็คือเพลงนั้นดีแหละครับ (สำหรับผม )เรื่องชื่อเพลงเป็นตัวเลขนี่ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แหม!อุตส่าห์แต่งเพลงได้เพราะซะขนาดนั้นจะตั้งชื่อให้มันสร้างสรรค์หน่อยไม่ได้หรือไง แต่เพลงเพราะๆส่วนมากจะมีชื่อเล่นนะครับ บางทีคนแต่งได้แรงบรรดาลใจจากอะไรก็จะบอกไว้ (เช่น Moonlight Sonata นั่นแหละ ชื่อเป็นทางการคือ Piano Sonata No.14 in C sharp minor, Op.27 No.2) หรือบางทีคนฟังตั้งให้ตามจุดเด่นของเพลง เช่น Haydn มี Symphony อันนึงชื่อ Surprise (No. 94 in G major) กับ Clock (No. 101 in D major) ถ้าฟังดูแล้วจะทราบเลยครับว่าทำไมได้ชื่อนั้นๆ หรือบางทีก็ใช้ชื่อคนที่ผู้ประพันธ์ dedicate เพลงนั้นให้ (Beethoven มี Piano Trio อันนึงชื่อว่า Archduke คือแต่งให้ Archduke Rudolp of Austria ส่วน Symphony No.3 ของ Beethoven เกือบได้ชื่อว่า Napoleon แล้ว) ส่วนคำว่า Allegro เป็นภาษาอิตาเลียนครับแปลว่าสนุกสนาน เป็นการบอกจังหวะความเร็วและอารมณ์ของเพลงที่จะเล่น Adagio จะแปลว่าช้าซึ้ง Presto ก็จะเร็ว Andante จะช้าแต่ไม่ช้าเ่ท่า Adagio ใน metronome (เครื่องจับจังหวะที่ดังติ๊กต๊อกๆนะครับ) จะมีคำพวกนี้เขียนไว้ เวลาเราจะเล่นเพลงจังหวะนึง เราก็เซ็ต metronome ไปที่จังหวะนี้ เครื่องมันก็จะดังติ๊กต๊อกเป็นจังหวะให้เรา ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 19 ม.ค. 2549 (22:27) พักเหนื่อยครับ download อุตลุตเลยครับ เพิ่งได้แค่ 150MB ตามประสาคนเน็ตไม่เร็วจัด ขอบคุณคุณมนุษย์ปักกิ่งมากครับ เรื่องการฟังเพลงให้ซาบซึ้งที่คุณ windy ถาม ผมก็คิดคล้ายๆคุณ Paganini ครับ ฟังเพลงคลาสสิกต้องตั้งใจฟัง ถ้าไม่ฟังในห้องฟังเพลงก็ต้องฟังจากหูฟังครับ เพราะเพลงคลาสสิกมีช่วงดังเบาที่ต่างกันมาก ถ้าเราเปิดเสียงเบาก็จะไม่ได้ยินช่วงเบา ถ้าเปิดดัง ช่วงที่ดังจะโดนชาวบ้านสาปแช่งครับ(แหะๆ) ความดังเบานี้เป็นตัวกำหนดอารมณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่ง นอกจากนี้การที่ดนตรีคลาสสิกส่วนมากจะเป็นเสียงประสานของเครื่องดนตรีหลายชิ้น ถ้าเราตั้งใจฟังจะได้ยินอะไรเล็กๆน้อยๆอีกมากครับ ทีนี้จะชอบหรือไม่ จะซาบซึ้งถึงใจหรือไม่ ก็แล้วแต่ความชอบส่วนตัวแล้วล่ะครับ แต่ละคนอาจจะชอบไม่เหมือนกันได้ครับ ไม่ต้องฝืน และไม่ต้องเหมือนใครครับ นอกจากนี้ผมยังมีข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ พื้นฐานทางดนตรีของผู้ฟังก็จะทำให้ความเพลิดเพลินในการฟังมากขึ้นด้วย ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าผมมีพื้นฐานดนตรีดีนะครับ แต่ตรงกันข้ามเลย เพราะผมเล่นดนตรีได้ระดับงูๆปลาๆแบบมวยวัด แม้แต่บรรทัด 5 เส้นก็ยังอ่านไม่แข็งแรง แต่ผมเริ่มฟังเพลงคลาสสิกตั้งแต่แทบไม่เคยเล่นดนตรีเลย พอฟังมากๆเข้า ได้ลองเล่นดนตรีดูเองบ้าง ก็รู้สึกถึงความสวยงามมากขึ้นครับ ก็คงจะเปรียบได้กับคนอ่านบทกวี ถ้ามีพื้นฐานทางภาษา ถ้ามีภูมิหลังเกี่ยวกับเรื่องในบทกวีนั้น ก็จะทำให้ทำความเข้าใจได้ลึกซึ้งและเข้าถึงได้มากขึ้นนั่นแหละครับ นอกจากนี้การฟังบ่อยๆจะทำให้เราคุ้นเคยกับสไตล์ของคีตกวีแต่ละท่านด้วยครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 19 ม.ค. 2549 (22:39) อ.เทาชมพู เมื่อก่อนผมมี cassette งานของ Rimsky-Korsakov อยู่ชุดหนึ่งครับ ถ้าจำไม่ผิดจะชื่อ The Legend of Sinbad เป็นดนตรีติดสำเนียง ชอบมากๆเหมือนกันครับ น่าเสียดายที่ cassette เก่าๆของผมพังหมดแล้ว ส่วนเรื่องที่คุณคำฝอยถาม ผมก็สงสัยอยู่เหมือนกันครับ เจ้า opus น่ะผมพอจะเข้าใจว่าเป็นลำดับบทประพันธ์ที่คนรุ่นหลังมาจัดให้อีกที แต่หมายเลขต่างๆของ Symphony หรืออื่นๆนี่คีตกวีกำหนดมาแต่แรกหรือว่าคนรุ่นหลังมาจัดนะครับ อย่าง Symphony ของ Haydn นี่เยอะจนเจ้าตัวเองยังน่าจะวุ่นกับต้นฉบับเมหือนกันนะครับ ปล.คุณ Hotchoc เรื่องซิมโฟนีหมายเลข 3 ของพี่บีนี่ ผมได้ยินมาว่าพี่บีแกตั้งชื่อว่านโปเลียนไปแล้วด้วยความปลื้มนโปเลียนครับ มาเปลี่ยนชื่อที่หลังตอนนโปเลียนตั้งตนเป็นจักรพรรดิ์ ประมาณว่าโกรธแล้วน่ะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 19 ม.ค. 2549 (22:46) อันนี้หามาฝากอ.เทาชมพูครับ ยังไม่ได้ลองดาวน์โหลดเหมือนกัน หวังว่าจะใช้งานได้นะครับ อันนี้ The Tale Of Tsar Saltan(Bumble Bee อยู่ในนี้ครับ) http://www.classiccat.net/rimskykorsakov_n/57.htm อันนี้ Scheherazade ครับ (อันเดียวกับ Sinbad ของผมนี่เอง) http://www.classiccat.net/rimskykorsakov_n/35.htm ผม download ของคุณ Peking Man จบแล้วจะมาต่ออันนี้ครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 20 ม.ค. 2549 (02:02) คุณคำฝอยคงสมใจแล้วนะครับ มีคุณมาถามปุ๊บกระทู้นี้ฟื้นคืนชีพเลย คุณ hotchoc แจกแจงไว้ดีมากเลยครับ ส่วนพี่ม้าของผมก็มาพูดถึงไอเดียที่ผมเห็นด้วยมานานแล้วคือ ดีกรีของความซาบซึ้ง บางครั้งมันก็นอกเหนือจากเสียงที่ได้ยิน นั่นคือถ้าเรารู้และเข้าใจทฤษฎี โครงสร้างของดนตรี พอเราฟังงานดีๆเราก็จะซาบซึ้งถึงภูมิปัญญาของท่านคีตกวีผู้แต่งได้ เฉกเช่นเราเข้าใจทฤษฎีของไอน์สไตน์แล้วรู้สึกซาบซึ้งและชื่นชมในอัจฉริยภาพของท่านนั่นเอง ต่อไปผมจะตอบคำถามนะครับ - No.1, 2, 3 ... หมายถึงอะไร นับอย่างไร ไม่ยากครับคือสมมุติว่านาย A แต่เพลงโซนาตาสำหรับเปียโนไว้ 5 ชิ้น เขาก็เรียกผลงานชิ้นแรกว่า No.1 แล้ว 2 3 4 5 เรียงกันไปตามลำดับที่แต่งเท่านั้นเอง ไม่ได้เอาลำดับของโมซาร์ทมารวมกับเบโธเฟ่นอะไรยังงั้น ส่วนที่คุณ hotchoc ถามเรื่องว่าทำไมไม่ตั้งชื่อให้เพราะๆหน่อยอุตส่าห์แต่งทั้งที ก็เป็นเพราะคติในเรื่องการแต่งดนตรีนั้นต่างจากสมัยเราครับ สมัยบาโร้ค และคลาสสิคนั้น การแต่งเพลงพวก Sonata, Concerto หรือ Symphony นั้นยังเป็นงานศิลปะเพื่อศิลปะ(Art for Art sake)อยู่มากกว่าสมัยโรแมนติกและสมัยหลังๆ ที่มุ่งหมายที่จะสื่อถึงอารมณ์ ความคิดของผู้แต่ง ดังนั้นการให้ชื่อแก่งานชิ้นนั้นๆจึงไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ เช่น Symphony ของโมซาร์ททั้งหมด 41 ชิ้น มีชื่อเล่นไม่กี่ชิ้นเอง แถมเป็นคนอื่นตั้งให้ซะส่วนมาก ชิ้นที่เพราะที่สุดคือ Symphony no 40 in G minor ก็ยังไม่มีชื่อเฉพาะเลย แต่สมัยหลังๆ ยุคโรแมนติกคีตกวีมักจะใส่ชื่อไว้เลยเพื่อสื่อถึงความหมายที่เป็นแรงบันดาลใจของตนเอง เช่น Symphony no.6 - Pathetique ของ Tchaikovsky ที่เจ้าตัวอยากจะบรรยายว่าชีวิตตนเองช่างรันทดเหลือเกิน สังเกตดู Symphony ของโมซาร์ท(ยุคคลาสสิค)สิครับ เพลงไหนเพลงนั้นต่างเต็มไปด้วยความร่าเริงสดใสน่ารัก ชนิดที่ต่างจากชีวิตอันทุกข์เข็ญของท่านมาก แต่กลับกันลองฟังเพลงของ Tchaikovsky(ยุค Romantic) ที่มีทั้ง ร่าเริง สดใส อ่อนหวาน และเศร้าโศกอย่างรุนแรง ขึ้นกับว่าท่านต้องการสื่ออะไรออกมา พอมาฟังดนตรีสมัยใหม่ที่เน้นการรังสรรค์ทฤษฎีดนตรีที่แปลกๆออกไป มีการทดลองแปลกๆ เพื่อหาทางหลีกหนีจากยุคคลาสสิค + โรแมนติก ก็จะฟังแทบจะไม่เป็นเพลงเลย อย่างเช่นเพลงของ Arnold Schoenberg (เจ้าของทฤษฎี Twelve Tones) หรือ Charles Ives ดนตรีเหล่านี้จะไม่ใช่เพื่อความรื่นรมย์ในการฟังแล้ว แต่เป็นการโชวออฟถึงความลึกซึ้งในด้านทฤษฎีดนตรีของผู้แต่งมากกว่าครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 20 ม.ค. 2549 (07:29)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 20 ม.ค. 2549 (10:10) ไม่ทราบว่า คุณปักกิ่งแมน หรือว่าคุณม้าบ้า พอจะมีเว็ปให้ดาวน์โหลด OST. บ้างมั๊ยครับ เพราะว่าดนตรีบรรเลงที่ประกอบภาพยนต์ ผมก็รู้สึกว่ามันไพเราะดีเหมือนกัน อย่างเช่น OST. ของ The Lord Of The Ring เป็นต้น ผมคิดว่ามันน่าจะหายากนะครับ เล่าสู่กันฟังครับ ..แรงบันดาลใจที่ทำให้ผมรู้สึกว่าอยากที่จะฟังเพลงคลาสสิกก็คือ เมื่อผมได้ฟังเพลงของใครไม่ทราบ ที่เปิดตามวิทยุแล้ว มันทำให้ผมจินตนาการได้ว่าเหมือนกำลังนั่งดูเรื่อง Tom & Jerry หรือไม่ก็พวก บักบันนี่ นะครับ ซึ่งตั้งแต่นั้นมาผมก็เลยขวนขวายหาเพลงคลาสสิกมาฟังนะครับ และอยากจะพอมีความรู้บ้างเพื่อคุยกับคนอื่นได้อย่างรู้เรื่อง ก็เลยไปหาหนังสือเกี่ยวกับเพลงคลาสสิกมาอ่านนะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 20 ม.ค. 2549 (12:02) ตัวผมตอนเด็กๆคุณแม่ก็จับเล่นเปียโนครับ แต่เล่นๆไปก็เบื่อดูมันไร้จุดหมาย พอโตขึ้นมาเริ่มฟังเพลงคลาสสิกตอนมาอยู่อเมริกาแล้วชอบขึ้นมา ก็กลับไปฝึกเล่นเปียโนใหม่ได้ความซาบซึ้งมากกว่าตอนเด็กมากครับ Symphony #3 ของ Beethoven นี่ผมอ่านทาง Internet เขาว่าตัวโน๊ตเพลง original เลยที่บีโทเฟนเขียน มีรอยฆ่าชื่อนโปเลียนออกด้วยนะครับ ตอนแรกบีโทเฟนนิยมในตัวนโปเลียนเพราะเป็นผู้นำความสงบมาสู่ฝรั่งเศสซึ่งตอนนั้นวุ่นวายเพราะการปฎิวัติ และเป็นตัวแทนของความเสมอภาคภราดรภาพของมนุษย์ด้วย เลยแต่ง Symphony #3 ให้ แต่พอนโปเลียนตั้งตัวเป็นจักรพรรดิบีโทเฟนก็โมโห เลยกาชื่อนโปเลียนออกจากบทเพลง ตอนนี้Symphony #3 เลยชื่อ Eroica (Heroic) ไป รู้สึกว่่าตอนแสดงเพลงนี้ครั้งแรกบีโทเฟนบอกว่าเพลงนี้แต่งเพื่อ in memory of a great man ด้วย โห...เจ็บจริงๆ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 20 ม.ค. 2549 (20:54) ขอบคุณ คุณ HOtchoc และคุณ Paganini ค่ะ คราวนี้จะได้รู้เสียทีว่าทำไมถึงตั้งชื่อเป็นหมายเลข แล้ว Allegro , Andante หมายถึงอะไร เมื่อครั้งที่ไปเยี่ยมเพื่อนที่ แมดริด ก็เกือบปล่อยไก่ไป เพราะชื่อเพลงนี่ล่ะค่ะเพื่อนเป็นแฟนคลาสสิกตัวยง ดิฉันก็บอกว่า เรามี Beethoven อยู่แผ่นหนึ่ง ฟังประจำ เขาถามว่า แล้วมันชื่อว่าอะไร ก็นึกได้ว่า เคยพยายามหาชื่อ ก็เห็นบอกว่า Symphony หมายเลขอะไรซํกอย่าง แล้วก็เขียนเรียงลงมา ว่า Allegro แล้วก็อะไรอื่นๆ อีกเยอะแยะ แต่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นชื่อกันแน่ เกือบบอกเขาไปว่า เพลง Allegro ดูสิคะ มืดบอดแค่ไหน ฟังเพลงคลาสสิกเริ่มต้นเมื่อไหร่ ไม่แน่ชัดเหมือนกันค่ะ เพราะตอนเด็กๆ ที่บ้านจะไม่มีเพลงคลาสสิก ฟังกันแต่สุนทราภรณ์ค่ะ ไม่เคยเรียนดนตรี และเล่นกีฬา (ยกเว้น ลีลาศนะคะ เพราะว่า คุณพ่อเป็น เท้าไฟ) ตอนเป็นวัยรุ่นก็ฟังพวก bubblegum ค่ะ มาเริ่มฟังเพลงคลาสสิกแบบค่อยเป็นค่อยไป ตอนมาเรียน ป.โท ที่ จุฬา ฯ ค่ะ ดึกๆ รายการวิทยุช่องไหนไม่ทราบจะเปิดเพลงคลาสสิก บางทีมีโอเปรา ด้วย ชอบมาก แล้ว อีกรายการที่ชอบ นานมากแล้ว (ชักลืม) น่าจะเป็นบ่ายวันอาทิตย์ ชื่อ dream and memory ที่มีเพลงเก่า เพราะๆ นะค่ะ ก็ฟังเรื่อยมาหลังจากนั้น โดนเพื่อนร่วมงานกัดแกมหยอกออกบ่อยๆ ว่า ทำเป็นพวกเห่อของนอก ก็ ปล่อยเขาไปค่ะ ลางเนื้อชอบลางยา ว่าไม่ได้ เพิ่งทราบว่า Beethoven แกแอบแค้นนโปเลียน ขอสารภาพนะคะ ดิฉันอยู่เยอรมนี บางทีแอบแค้นคนเยอรมันบ่อยๆ ค่ะ (น่าละอาย) แล้วเรื่องภาษานี่ ดิฉันลำบากมาก เพราะมันเรียนยาก แล้วยังไม่ค่อยเพราะอีก เลยพาล หาว่าที่ คีตกวี ชาวเยอรมัน โด่งดัง เพราะว่า เพลงไม่มีเนื้อร้องน่ะค่ะ แหะ แหะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 20 ม.ค. 2549 (21:21) คุณคำฝอยต้องระวังนะครับ Richard Wagner คีตกวีชาวเยอรมันเป็นเจ้าพ่อ Opera คนนึงเลยนะครับ หาว่าคีตกวีชาวเยอรมันโด่งดังเพราะว่าเพลงไม่มีเนื้อร้องนี่ผมว่าเขาสู้ตายเลยนะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 20 ม.ค. 2549 (22:26) โห...คุณคำผอยอยู่เยอรมันนี่ถือเป็นถิ่นดนตรีคลาสสิกเลยครับ ลองไปฟังคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกของวงดนตรีประจำเมืองดูซิครับ ถ้าหาดีๆอาจจะได้ดูฟรีเลยก็ได้ น่าจะมีหลายวงเลยเพราะเขาว่าคนเยอรมัน 1 ใน 4 จะเล่นเครื่องดนตรีคลาสสิกเป็น ทางยุโรปดนตรีคลาสสิกคงเป็นอะไรที่ธรรมดามากมั้งครับ ตอนผมไปเที่ยวสเปน แวะหาอาหารกินตอนเช้าตรู่ เป็นร้านแบบข้างถนนเลยครับ เดินเข้าไปเจ้าของร้านกำลังฟัง Symphony #5 ของ Beethoven อยู่เลย ตัวผมเองไม่ได้สนใจ Opera หรือดนตรีมีคำร้องมากนักน่ะครับเพราะว่าฟังไม่ออก ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 23 ม.ค. 2549 (12:54) ขอโทษที่หายไปนานครับ ... วันนี้นำของมาฝากที่ตรงกับหัวข้อหน่อย Anne Sophie Mutter: The Berlin Recital (aka The recital on behalf of her late husband) Brahms, Debussy, Mozart, Franck Deutsch Grammaphone: 1996 01. Brahms-Scherzo in C minor 02. Debussy-Sonato for violin in G minor: Allegro vivo 03. Debussy-Sonato for violin in G minor: Intermede. Fantasque et leger 04. Debussy-Sonato for violin in G minor: Finale - Tres anime 05. Mozart-Sonato for violin in E minor: Allegro 06. Mozart-Sonato for violin in E minor: Tempo di Minuetto 07. Franck-Sonato for violin in A major: Allegretto moderato 08. Franck-Sonato for violin in A major: Allegro 09. Franck-Sonato for violin in A major: Recitativo-Fantasia - Moderato 10. Franck-Sonato for violin in A major: Allegretto poco mosso 11. Brahms-Hungarian Dances No. 2 in B minor 12. Brahms-Hungarian Dances No. 5 in G minor 13. Debussy-Beau Soir links: http://st3.ok.okxr.com//Song/464088/2006/01/15/011925,416389.mp3 http://st3.ok.okxr.com//Song/464088/2006/01/15/013827,839501.mp3 http://st3.ok.okxr.com//Song/464088/2006/01/15/014147,975373.mp3 http://st3.ok.okxr.com//Song/464088/2006/01/15/014444,771806.mp3 http://st3.ok.okxr.com//Song/464088/2006/01/15/015947,314698.mp3 http://st3.ok.okxr.com//Song/464088/2006/01/15/020420,746108.mp3 http://st3.ok.okxr.com//Song/464088/2006/01/15/020909,519063.mp3 http://st3.ok.okxr.com//Song/464088/2006/01/15/021417,17485.mp3 http://st3.ok.okxr.com//Song/464088/2006/01/15/022716,173618.mp3 http://st3.ok.okxr.com//Song/464088/2006/01/15/023120,594776.mp3 http://st3.ok.okxr.com//Song/464088/2006/01/15/024208,411028.mp3 http://st3.ok.okxr.com//Song/464088/2006/01/15/024911,963427.mp3 http://st3.ok.okxr.com//Song/464088/2006/01/15/025129,193303.mp3 นอกจากนั้นแล้วนำของฝากของชาวโอเปร่ามาให้ด้วย The Greatest Opera Show on Earth: DECCA CD1 1. Carmen: Prelude 2. La Traviata: Brindisi: Libiamo, Ne Lieti Calici 3. La Boheme: Che Gelida Manina 4. Lakme: Flower duet: Dome Epais Le Jasmin 5. Fedora: Amor Ti Vieta 6. Carmen: Habanera: L’amour Est Un Oiseau Rebelle 7. Nabucc Chorus Of The Hebrew Slaves: Va Pensiero 8. Le Nozze Di Figar Dove Sono 9. Rigolett La Donna mobile 10. Lohengrin: Bridal Chorus: Treulich Gefuhrt Ziehet Dahin 11. Gianni Schicchi: O Mio Babbino Caro 12. Il Barbiere Di Siviglia: Largo Al Factotum 13. La Wally: Ebben?...Ne Andr?Lontana 14. Madama Butterfly: Humming Chorus 15. Carmen: Flower Song: La Fleur Que Tu M’avais Jetee 16. Les Contes D’Hoffmann: Barcarolle: Belle Nuit, O Nuit D’amour 17. Tosca: E Lucevan Le Stelle 18. Madama Butterfly: Un Bel Di 19. Les Pecheurs De Perles: C’est Toi...Au Fond Du Temple Saint http://211.155.226.126:8086/download/music/The%20Greatest%20Opera%20Show%20on%20Earth/CD1/(*).mp3 (*) add in 01-19 CD2 1. Die Walküre: The Ride Of The Valkyries 2. Le nozze di Figar Voi Che Sapete 3. Pagliacci: Recitar!...Vesti la giubba 4. La Bohème: O soave fanciulla 5. Il travatore: Anvil Chorus: Vedi! Le fosche 6. Manon Lescaut: Donna Non Vidi Mai 7. Don Giovanni: Là Ci Darem La Mano 8. Mattinata - Leoncavallo 9. Faust: Soldiers’ Chorus 10. L’Elisir d’Amore: Una Furtiva Lagrima 11. Turandot: Signore, Ascolta! 12. Don Giovanni: Champagne Aria 13. Cosi fan tutte: Tri Soave Sia Il Vento 14. Il Trovatore: Di Quella Pira 15. TOSCA: Vissi D’Arte 16. Carmen: Toreador Song 17. Madama Butterly: Love Duet: Vogliatemi bene 18. Cavalleria Rusticana: Intermezzo 19. Rusalka: O Silver Moon 20. La Bohème: Si. Mi Chiamano Mimi 21. Turandot: Nessun Dorma http://211.155.226.126:8086/download/music/The%20Greatest%20Opera%20Show%20on%20Earth/CD2/(*).mp3 (*) add in 01-21 โบนัสสำหรับวันนี้ เพลงบรรเลงจีนครับ ลองฟ้งดูแล้วกันนะครับ Spring Night with Flower Blossoms http://www.yzgzc.com/wma/chunjianghuayueye.wma Guangling Melody http://www.chinakongzi.com/2550/music/download/guqin/guanglingsan.mp3 River and Water "เจียงเหอสุ่ย(ที่มาบรรจบของ)แม่น้ำกับ(สาย)น้ำ(ตา)" ลองฟังเสียงสะอื้นของ "ก่วนสึ (เครื่องดนตรี) ดูนะครับ อีกฉบับนึงของเพลงนี้ที่ได้รับความนิยมก็จะเป็นการบรรเลงเพลงด้วยซอจีน "เอ้อหู" ซึ่งก็เล่นได้เศร้าไม่แพ้กัน http://www.chinakongzi.com/2550/music/download/shang4guan/jiangheshui.mp3 สามเพลงต่อมานี้จะเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ส่งผลโดยตรงคือการสถาปนาราชวงศ์ฮั่น ซึ่งก็คือ ศึกก้ายเซี่ย "ก้ายเซี่ยจือจ้าน" ที่ผลก็คือ ชอป้าอ๋อง (ตามที่คนไทยรู้จักกัน หรือ ซีฉู่ป้าหวาง ในจีนกลาง) แพ้ และ ฆ่าตัวตาย 10 Sided Ambush "สือเมี่ยนหมายฝู ซุ่มโจมตีจากทั้งสิบทิศ" เป็นบทเพลงที่กล่าวถึงหน้าสุดท้ายของสงคราม แต่ทว่าเป็นการมองเหตุการณ์เดียวกันจากมุมมองของหลิวปัง ผู้ชนะ http://www.chinakongzi.com/2550/music/download/pipa/shimianmf.mp3 The Hegemon Taking off His Armor "ป้าหวางเซี่ยเจี่ย ป้าอ๋องถอดเกราะ" เป็นบทเพลงที่บรรยายถึงเหตุการณ์ และมุมมองของ ป้าอ๋องต่อศึกครั้งนี้ http://www.chinakongzi.com/2550/music/download/pipa/bawangxj.mp3 The Song of "Chu" "ฉู่เกอ เพลงทำนองพื้นเมืองฉู่" เป็นเพลงซึ่งเป็นกุศโลบายทำให้ทหารของป้าหวางคิดถึงบ้านเก่า และเสียกำลังใจในการรบ ซึ่งก็เป็นอีกประการหนึ่งที่ทำให้ป้าอ๋องแพ้ศึกครั้งนี้ http://www.chinakongzi.com/2550/music/download/minzu/%B3%FE%B8%E8.rm "สือเมี่ยนหมายฝู่" กับ "ป้าหวางเซี่ยเจี่ย" มักจะถือว่าเป็นเพลงคู่แฝดคนละฝา ซึ่งกล่าวคือ ถึงแม้ว่าทั้งสองเพลงจะกล่าวถึงเหตุการณ์เดียวกัน ทว่า ความที่มุมมองไม่เหมือนกันนั้น ก็ทำให้อรรถรสในการฟังนั้นเปลี่ยนไปด้วย ชอบไม่ชอบอย่างไรก็บอกนะครับ ผมขอตั้งคำถามครับ จากการฟังเพลง "เจียงเหอสุ่ย" ผมขอถามทุกท่านว่า เพลงนี้กำลังพยายามบรรยาย หรือ บอกเล่าเรีืองราวอะไรอยู่ครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 24 ม.ค. 2549 (11:34) บังเอิญเคยแอบดูคำตอบของคำถามข้อนี้ของคุณ Peking Man มาก่อนแล้ว ก็เลยไม่กล้าตอบครับ ดนตรีนั้นเป็นภาษาสากล สื่อจากใจถึงใจ แปลความหมายได้จากทำนองครับ ขอบคุณคุณ Peking Man อีกครั้งครับ ผมได้ฟังหมดแล้ว ได้อารมณ์ดีครับ ว่าแต่ Guangling San นี่หนักนะ ผมว่า แต่คุ้มที่จะฟังครับ ถ้าคิดว่าเป็นเพลงที่มีอายุถึง 2,000 ปี เป็น Proto Romantic หรือเปล่านี่ เมื่อวันก่อน เปิดเจอ Forever Young ใน UBC เจอเพลงๆหนึ่งที่ฟังทีไรสะดุดหูเมื่อนั้น ผมได้ยินมาหลายครั้ง(จากหลายที่)แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพลงอะไร ได้โอกาสก็เลยเอาเนื้อเพลงลองมา search หาจาก google ก็ได้ได้ความว่าเป็นเพลง The Very Thought of You ที่ "Lady Day" Billie Holiday ร้องเอาไว้เมื่อเกือบ 70 ปีมาแล้ว พยายามลองหาเพลงเต็มๆฟังจาก internet ก็หาไม่เจอ แต่ได้ฟังเพลงอื่นบ้าง ตอนนี้เลยบ้า "Lady Day" อยู่ ฟังแล้วรู้สึกเลยครับว่าเพลง Blue ที่ร้องมาจากใจคนมีแผลนั้น "เข้าถึง" จริงๆ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 24 ม.ค. 2549 (12:33) ขอบคุณคุณปักกิ่งอีกครั้ง ชอบมากๆๆๆ แต่ตอนนี้ยังไม่มีเวลาโหลดมาฟังครับ มาลงชื่อขอบคุณไว้ก่อน ว่างๆค่อยมาตอยอีกที ก้วงหลิงซาน ของ จีคัง อืมมม เป็นเพลงที่มีประวัติอันรันทด กิมย้งเขียนถึงในเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักร ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 24 ม.ค. 2549 (21:16) อืม... ไม่ทราบว่าท่าน CrazyHOrse ไปแอบดูมาจากที่ใด.... น่าคิดยิ่งนัก... อืมหรือว่าเราจะรู้จักกันในโลกแห่งความจริง??? สำหรัีบคุณ paganini ถ้าจำไม่ผิดในเรื่องกระบี่เย้ยฯ พูดถึงเรื่องราวของจีคัง และ การที่เขาขอบรรเลงเพลงนี้ก่อนเขาถูกประหารชีวิต ผมขอกล่าวย้อนไปอีกครับ ว่าความจริงแล้ว บทเพลงนี้ยังมีเบื้องหลังมากกว่านี้อีก ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่า กว่างหลิงส่าน แต่เดิมแล้วนั้นกล่าวถึงเรื่อง เนี่ยเจิ้งลอบสังหารหานหวาง ซึ่งเรื่องนี้มีกล่าวไว้สองแบบ ใน "สื่อ("สื่อ" ย่อมาจาก "สื่อกวน" หรือ เจ้าพนักงาน ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์)จี้ (บันทึกของ"นักประวัติศาสตร์(หลวง)" หรือชื่อในภาษาอังกฤษ "The Records of the Grand Historian" กล่าวว่า เนี่ยเจิ้ง เนื่องด้วยความตื้นตันในมิตรภาพ และ ความช่วยเหลือต่าง ๆ นานาของ เหยียนจ้งสึ จึงลอบสังหาร เสียเล่ย ศัตรูคู่แค้นของ เหยียนจ้งสึ เสีย ใน "ฉินเชา" หรือ "(บันทึกว่าด้วยการ)ดีด(กู่)ฉิน" ของ ไช่อี้ นั้นบันทึกเนื้อหาของ เนี่ยเจิ้งลอบสังหารหานหวาง ไว้ว่า ครอบครัวของเนี่ยเจิ้งเป็นช่างดาบ และเนื่องด้วยพ่อของเนี่ยเจิ้งหล่อดาบได้ไม่พอใจ หานหวาง จึงถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิต ซึ่งด้วยสาเหตุนี้ เนี่ยเจิ้ง จึงตั้งมั่นว่า จะต้องล่างแค้นแทนพ่อของตนโดยการฆ่า หานหวางให้จงได้ เนื่องด้วย ตัว หานหวาง โปรดปรานดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ เนี่ยเจิ้ง จึงตัดสินใจ ทำลายใบหน้าตนเอง และหลบไปฝึกการดีดกู่ฉินเป็นเวลา สิบ ปีก่อนที่เขาจะกลับเข้ารัฐหานมาล้างแค้น ด้วยความสามารถในการดีดกู่ฉิน เนี่ยเจิ้งจึงได้ถูกเรียกเข้าไปดีดกู่ฉินให้หานหวางฟัง ซึ่งพอหานหวางกำลังซาบซึ้งอยู่กับเสียงเพลง เนี่ยเจิ้งก็กระชาบกระบี่ที่ซ่อนอยู่ในกู่ฉินออกมาฆ่า หานหวาง ซะ ซึ่งแน่นอนการที่เขาฆ่า หานหวางสำเร็จเขาก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต ของเขาเอง ด้วยสาเหตุนี้เองจึงไม่แปลกที่ ใน 45 movements ของบทเพลงจึงมีชื่อต่าง ๆ ดั่งเช่น "ฉู่ว์หาน" (เอา(ชีวิต) หาน) "ชงกว้น" ((ความโกรธ)ทะลุกระหม่อม) "ฟานู่" (โกรธ) "เฉินหมิง" (จม(ทำลาย)ชื่อ(ตนเอง)) "โถวเจี้ยน" (โยนกระบี่) ฯลฯ เรื่องทั้งสองเรื่องนี้ บวกกับประสบการณ์ของ ซีคัง ที่ฝักใฝ่ในเสียงเพลง และ อิสรภาพทางความคิด จนกระทั่งซือหม่าเจา ทนไม่ได้จึงสั่งประหารเสีย คงสะท้อนว่า ถ้าได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ความเห็นเรื่องตายเป็นเรื่องเล็ก ด้วยประการนี้เองกระมังที่ทำให้ กว่างหลิงส่าน ถูกจัดให้เป็น หนึ่งในบทเพลงอมตะ ของจีน สมแล้วกับที่กวียุคถัง หานยู่ ให้คำจำกัดความรู้สึกในหารฟังบทเพลงนี้ไ้ว้ว่า "เทียนตี้คั่วหย่วนสุยเฟยหยาง...อี่ปิงทั่นจื่ออั่วฉาง!" ((ดั่ง)โบยบินและเที่ยวท่องไปอย่างอิสระบนท้องฟ้าและพื้นพสุธาอันกว้างไกล...(ดั่ง)เอาน้ำแข็งและถ่านไฟมาวางไว้ในลำใส้ข้าฯ) ถ้ามีเวลาแล้วผมจะลองมาแนะนำอีกเก้าบทเพลงบรรเลงจีนที่ถูกขนานนามว่าสุดยอดนะครับ แต่วันนี้ ผมเอางานของ Schubert มาฝากครับ Schubert:Winterreise DECCA: DECCA Legendary Performance (1963 Peter Pears & Benjamin Britten) 01. Gute nacht / Good night 02. Die Wetterfahne / The Weathervane 03. Gefror'ne Tranen / Frozen Tears 04. Erstarrung / Numbness 05 . Der Lindenbaum / The Linden Tree 06. Wasserflut / Floodwaters 07. Auf dem Flusse / By the Stream 08. Ruckblick / Backward Glance 09. Irrlich / Will-o'-the-Wisp 10. Ruhe / Rest 11. Fruhlingstraum / Dreams of Spring 12. Einsamkeit / Lonliness 13. Die Post / The Mail 14. Der greise Kopf / The Aging One 15. Die Krahe / The Crow 16. Letzte Hoffnung / Last Hope 17. Im Dorfe / In the Village 18. Der sturmische Morgan / The Stormy Morning 19. Tauschung / Delusion 20 . Der Wegseiser / The Signpost 21. Das Wirtshaus / The Inn 22. Mut / Courage 23. Die Nebensonnen / The Phantom Suns 24. Der Leierman / The Hurdy-Gurdy Player http://jnjmuse.cnei.or.kr/musicbox_2/wintereise_(*).mp3 (*) add 01-24 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 25 ม.ค. 2549 (00:34) ข้าพเจ้ามีตาหามีแมวไม่ เอ้ย หามีแววไม่ แรกเริ่มคิดว่าฉายาท่านมนุษย์ปักกิ่งนี้หมายถึงสายพันธุ์บรรพบุรุษของมนุษย์สายหนึ่ง แต่หาได้ตระหนักถึงความนัยของชื่อไม่ว่าแท้จริงแล้วท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญกว้างขวางในด้านจีนศึกษานี่เอง ขอคารวะด้วยน้ำเปล่า 3 จอก จริงๆแล้วเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมจีนนั้นหลากหลายกว้างขวางและลึกซึ้งดื่มด่ำยิ่งนัก ผู้รู้ในด้านนี้มักหาตัวยาก เมื่อเจอแล้วข้าพเจ้ายินดียิ่ง อันบุรุษเราพบพานสหายถูกใจสนทนาสามวันมิเลิกรา ขอเชิญท่านสาธยายต่อในเรื่องเพลงจีน ข้าพเจ้า และท่านอัศว์เสียจริต (CrazyHorse) รวมถึงท่านอื่นๆจะคอยรับการชี้แนะ ต้องอย่างท่านนี่แหละที่คู่ควรกับคำว่า Honoured Member จริงๆ หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |