|
โพสต์เมื่อ:
07:00 วันที่ 1 ม.ค. 2513 ชมแล้ว:
11,509
ตอบแล้ว:
638
vArticle() จำนวน 630 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| -10- 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| 25| 26| 27| 28| 29| 30| 31| 32| เรื่องคุณภาพชีวิต อืม กับเรื่องจักรยานล้อแฟบนี่เหมือนคนละเรื่องเลยนะครับ จักรยานเมืองไทยต้องเติมลมนี่นา และจักรยานไฟฟ้า เมืองไทยก็ไม่ได้เป็นของสามัญด้วย แต่ถ้าเรื่องคุณภาพชีวิตอื่นๆนี่เห็นด้วยครับ เพราะคนไทยเราคิดว่า เงินเท่านั้นที่ใช้สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้ หรือเปล่า . . . สวัสดีค่ะ ดร.นำชัยและคุณ jumo หายไปเกือบอาทิตย์ คิดถึงอินเตอร์เน็ตมากมาย พอดีมีงานเครือข่ายเยาวชนค่ะก็เลยต้องยุ่งไปพักนึง แถมยังต้องทำบล็อกอีก ยังไม่รู้เลยว่าจะทำให้ออกมาในรูปแบบไหน ขอความกรุณา ดร.นำชัยและคุณ jumo แนะนำด้วยนะคะ ที่หายไปว่าจะเอาอะไรกลับมาฝากด้วยแต่ว่าลืมเสียแล้ว ขอโทษด้วยนะคะ เอาไว้โอกาศหน้าแล้วกันค่ะ แล้วก็แฮปปี้ เบิร์ทเดย์ คุณ yalie ด้วยค่ะ ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ จะทำอะไรก็ขอให้สำเร็จทุกๆอย่าง ขอขอบคุณ ดร.นำชัยที่ชอบรูปนะคะ เอาไว้จะนำมาลงเรื่อยๆค่ะ รูปแบบการ์ตูนที่คุณเอามาให้ชม แล้วเขียนความรู้ใต้ภาพหรือบนภาพที่สอดคล้องกับภาพด้วย ดีไหมครับ ? บุคคลที่เข้ามาอ่านจะได้รับความสนุกสนาน และ ความรู้ด้วย สวัสดีคุณ ArLim คุณ hopun และคุณ jumo ครับ คุณ ArLim ครับ ... เรื่องล้อจักรยานนี่เกี่ยวแน่นอนครับ แม้ว่าความเกี่ยวข้องจะน้อยหน่อย ... แหะ แหะ ... คือ คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ "ต่ำมากๆ" เมื่อเทียบกับญี่ปุ่นครับ เราอยู่กับผลิตภัณฑ์และบริการที่ต่ำกว่ามาตรฐานมาก เรื่องล้อจักรยานนี่เป็นหนึ่งตัวอย่างครับ ... ยังมีอีกสารพัดตัวอย่าง ลองถามกันเล่นๆ ... มีใครที่ขึ้นรถแท็กซี่ และจ่ายค่าแท็กซี่ 77 บาทหรือ 79 บาทไปด้วยแบงค์ 20 รวม 4 ใบ (80 บาท) แล้วคิดว่าจะได้ทอนบ้างไหมครับ? จากประสบการณ์ ผมเลิกหวังไปแล้วครับ ผมเองแม้ว่าจะขึ้นรถแท็กซี่ในญี่ปุ่นไม่กี่ครั้ง แต่เหลือเศษอย่างไร ... พนักงานขับรถทุกคนที่ผมพบ ก็จะมีกระป๋องเล็กๆ ใส่เศษเงินไว้รอทอนให้ผู้โดยสารทุกครั้งครับ การโกงเป็นส่วนหนึ่งที่ลดทอนคุณภาพชีวิต และกัดกร่อนสังคมอย่างร้ายกาจ ... ก็เหมือนในโฆษณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ ที่เห็นโรงเรียน สะพาน โต๊ะนักเรียน ฯลฯ เหลือเพียงครึ่งเดียวเพราะถูกโกงกินกันในทุกระดับ แถมอีกเรื่องครับ เกี่ยวกับบริการหลังการขาย ผมเคยซื้อเครื่องโกนหนวดไฟฟ้ายี่ห้อฟิลิปส์จากห้างเซ็นทรัลที่ฟิวเจอร์ รังสิต ... ใช้ไปได้ 3-4 เดือน ปรากฏว่าชาร์ตไฟไม่เข้าซะงั้น ... พอเอาไปส่งซ่อมเพราะยังอยู่ในประกัน 1 ปี ... ทราบไหมครับว่า เค้าเอาเครื่องผมไปดองไว้นานเท่าไหร่ ... 6 เดือนครับ ... แถมยังหน้าหนา ทำไขสือ จะเรียกค่าอะไหล่ ... ผมเจอเข้าไปก็เลยแบบนี้ ก็เลยซึ้งถึงแก่ใจว่า ทำไมคุณพี่ผู้หญิงคนนั้นต้องเอาค้อนมาฟาดรถอิมเมจดียี่ห้อนั้น จนกระจกกระจุยกระจาย ... เอารถแพงมีปัญหามาให้เรา ที่เสียตังค์แพงๆ ซื้อของใหม่ ... ไม่เลือดขึ้นหน้า อยากจะทุบก็แปลกแล้วล่ะครับ! ส่วนคุณ hopun ... ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะครับสำหรับเรื่องทำบล็อก ... ลองทำดูก่อนนะครับ เดี๋ยวเข้าไปดูแล้ว อาจจะมีความเห็นครับ สวัสดีครับ ในจักรวาลนี้มีดาวนับไม่ถ้วน ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่บ้าง มีสมการที่คำนวณจำนวนดาวที่เหมือนกับโลกพบว่ามีอยู่อย่างน้อย 5 ดวง ตอนนี้ไม่มีเวลามากก็ขอตัวก่อนครับ สวัสดีค่ะ แล้วก็มีเวลาว่างมาเซิร์ฟอินเตอร์เน็ตได้อีกครั้ง(ซึ่งต้องใช้เวลานานมากกว่าจะเคลียร์งานเสร็จ เหอๆ ) ขอบคุณคุณ jumo และ ดร.นำชัยที่แนะนำค่ะ อย่างที่ที่สัญญาไว้ว่าจะเอาของมาฝาก ทำตามสัญญาค่ะ เอามาจากหนังสือที่อ่านเล่นอยู่นะคะ "แม้คนส่วนใหญ่จะมีความสุขจากการ 'ได้' มากกว่าการ 'มี' แต่ปัญหานั้นก็ยังไม่จบลงด้วยดี เพราะว่าความสุขนั้น จะจางหายไป กลายเป็นความรู้สึก 'เฉยๆ' เมื่อมีความต้องการใหม่ๆเกิดขึ้นมาอี ...และจะเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆแต่แทนที่เราจะแสวงหาความสุข จากการ 'ได้' ลองหันมาแสววงหาความสุขจากการ 'มี' หรือสิ่งที่ 'มี' ขั้นต่อไปคือการแสวงหาคสามสุขจากการ 'ให้' กล่าวคือยิ่งให้ยิ่งสุข...ที่สุข เพราะเห็นน้ำตาของผู้อื่น เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม และสุขเพราะภูมิใจที่ได้ทำความดี ทำให้ชีวิตมีความหมาย แม้ 'ไม่มี' หรือ 'สูญเสีย' ไปก็ยังมีความสุขได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็คือบ่อเกิดแห่งความสุขที่มีอยู่กับเราทุกคน เพียงแต่ว่าเรามองข้ามหรือไม่รู้จักใช้เท่านั้น" พระไพศาล วิสาโล อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆ ก็เลยเอามาแบ่งปันกันค่ะ สวัสดีครับ อ่านแล้วรู้สึกดีเช่นกันครับ ขอบคุณ คุณ hopun ที่หาของดีๆ มาแบ่งปันครับ อ่านถึงท่อนที่ว่า "ทำให้ชีวิตมีความหมาย แม้ 'ไม่มี' หรือ 'สูญเสีย' ไปก็ยังมีความสุขได้" แล้วนึกถึงบันทึกหลายๆ เล่มของคนที่เป็นโรคที่รักษาไม่ได้ เช่น มะเร็งและเอดส์ ครับ ถ้าทำได้ดังที่พระไพศาลว่า ก็คงจะทำให้เป็นคนที่ "อยู่ใกล้ใคร-ก็เป็นที่รักใคร่ แม้จากไป-คนก็ยังอาลัยและคิดถึง" นะครับ ธนบัตร 10 บาท นี่ ผมเคยใช้สมัยเด็กๆ ครับ ตอนนี้ผมเก็บแล้ว ยังอยู่กับตัวอยู่เลย สองใบ แต่ว่าเป็นที่พิมพ์ใหม่ มา ก็เลยยังไม่มีความขลังเท่าไหร่ แหะๆ แต่คิดว่าคงไม่ใช้แล้ว คงเก็บไว้กับตัวดีกว่าครับ ผมก็เคยใช้นะครับ แต่เหรียญ 10 บาท มันดันชนะการประลองยุทธ์กับธนบัตร 10 บาท เหรียญ 10 บาทก็เลยมาแทนที่ ปล.น่าสงสารจัง พื้นที่ทางปัญญาถูกเก็บไว้ในสิ่งที่ไม่มีความชั่วอยู่นั่นเอง นั่นคือคนดี กลุ่มคนดี เศรษฐกิจย่ำแย่ คนดีไม่มีที่อยู่ สวัสดีครับ คุณ neverheal และคุณ jumo ผมก็เคยใช้อยู่ไม่กี่หนครับ ธนบัตร 10 บาทนี่ ... ตอนนี้ก็มีเก็บอยู่กับตัวไม่กี่ใบเหมือนกัน โดยส่วนตัว ผมชอบธนบัตรนะครับ ดูมันมีความละเอียดอ่อน ความสวยงาม และมีเรื่องราวปรากฎอยู่บนตัวธนบัตรอยู่ไม่น้อย ทั้งในแง่ค่านิยม (การเลือกสิ่งที่จะนำมาแสดงไว้บนธนบัตร) ประวัติศาสตร์ (ของสิ่งที่อยู่ในธนบัตร หรือแม้แต่ตัวความเป็นมาของธนบัตรเองเช่น พิมพ์ที่ใด ใครเป็นคนลงนามบนบัตร) หรือแม้แต่วิทยาศาสตร์ (ทำไมธนบัตรที่เป็นกระดาษจึงทนนัก แม้ว่าจะมีธนบัตรพลาสติกออกมาใช้กันบ้างแล้ว แต่ธนบัตรส่วนใหญ่ในโลกนี้ก็ยังเป็นกระดาษอยู่นะครับ) ในขณะที่ประเทศจำนวนมาก ใช้รูปผู้นำ (เช่น สหรัฐฯ ใช้รูปประธานาธิบดี) แต่ลองนึกถึงว่าบุคคลสำคัญบางคนที่ญี่ปุ่นเลือกนำมาไว้บนธนบัตรเป็น "นักเขียน" ... ก็ชวนให้นึก ให้คิดอะไรไปได้อีกไกลๆ เลยครับ สวัสดีค่ะ ทุกๆคน เนื้อหาสาระยังคงความเข้มข้นไว้เหมือนเดิมนะคะ ดร.นำชัย ในความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาในคำคน คำคม บ่มชีวิต(16) หนูคิดว่าใครจะทำรัฐประหารใครไม่สำคัญหรอกค่ะ เพราะคนที่ได้รับผลจากการกระทำในตรงนั้น ก็คือเราๆเองนั่นล่ะค่ะ ความจริงแล้วคนเราก็เผชิญหน้าอยู่กับความจริงกันอยู่ทุกวัน แต่เรากลับเลือกที่จะผลักดันความจริงนั้นออกไปให้ห่างจากตัวเราที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือบางครั้งก็ทำเป็นไม่รับรู้มันเสียเลย แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เข้าใจอะไรๆ ทั้งๆที่รู้อยู่กับใจของตนเอง สวัสดีครับ ผมว่านะครับ ในเรื่องของความรู้เนี่ย หนังสือพิมพ์ก็มีนะครับ แต่คิดว่าคงหลบเป็นหลืบๆ (หลืบจริงๆ นะ) อยู่ตามเนื้อหาด้านในมากกว่า ว่าแต่ คุณนำชัย คุณhopun คุณjumo ได้ไปงานสัปดาห์หนังสือมารึยังครับ ผมไปมาแล้วแบบว่า หมดตัวเลย (สามพันบาท)แ่ต่ก็ได้หนังสือกลับมาคุ้มค่ามากครับ เช่น The World Is Flat, Einstein's Violin, ผู้ชายที่หลงรักตัวเลข, เพื่อนตายสหายศึก, 1421 ปีที่จีนค้นพบโลก ฯลฯ หลังจากงานนี้ ผมคิดว่าคงต้องกินมาม่าอีกทั้งเดือนแน่เลย แหะๆๆ สวัสดีทุกคนค่ะ งานสัปดาห์หนังสือยังไม่ค่อยว่างไปหรอหค่ะ แต่ว่าหนังสือใหม่ๆ มีเยอะเงินเก็บส่วนใหญ่ก็หมดกลับหนังสือนี่ล่ะค่ะ คุณ neverheal ก็คงจะเป็นพวกเดียวกันกับหนูเป็นโรคเห็นหนังสือ หรือร้านหนังสือไม่ได้ อาจารย์นำชัยคะ วันนี้ได้ส่งอีเมล์ไปถึงอาจารย์ สอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ รบกวนหน่อยนะคะ :) เห็นเมล์แล้วนะครับ เดี๋ยวจัดให้ครับ คุณ sineenart มาแสดงความยินดีที่อาจารย์นำชัยได้เป็น Vteam ครับ จาก "มีสถิติที่ชี้ว่าในปี 2002 จำนวนชาวแอฟริกันที่ติดเชื้อมาลาเรียอาจสูงถึง 515 ล้านคน!" แสดงว่าคนในแอฟริกาก็ตายโขเลยสิครับ ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ มาลาเรีย เป็นโรคที่พบเฉพาะในเขตร้อนเท่านั้น ยุงก้นปล่องเป็นพาหะของไข้มาลาเรีย ยุงก้นปล่องที่สำคัญในเมืองไทยมีสองชนิด Anopheles dirus พบในป่าทึบ ชอบออกไข่ ตามแอ่งน้ำนิ่งขังตามธรรมชาติ เช่น แอ่งหินในป่าทึบ นิสัยชอบกัดกินเลือดคนมาก ไม่ชอบกัดสัตว์อื่น ออกหากินตอนดึกถึงเช้ามืด แต่ถ้าป่าทึบมาก ๆ ก็หากินช่วงกลางวันด้วย และถ้าเข้ามากัดคนในบ้าน ก็จะไม่เกาะฝาบ้าน ยุงชนิดนี้เป็นชนิดที่มีความสามารถในการแพร่เชื้อมาลาเรียมากกว่ายุงพาหะชนิดอื่นในประเทศไทย อีกชนิดหนึ่งคือ Anopheles minimus พบตามชายป่า ชอบวางไข่ในลำธารน้ำใสไหลเอื่อย ๆ เดิมพบว่าเมื่อมากัดคนในบ้านก็จะเกาะตามฝาบ้าน เมื่ออิ่ม ปัจจุบันยุงชนิดนี้มีการปรับตัว ไม่เกาะฝาบ้าน และกัดคนนอกบ้านมากขึ้นโดยเฉพาะตอนหัวค่ำ เชื้อมาลาเรียก็มีหลายชนิด ชนิดที่พบบ่อยในประเทศไทยคือชนิดฟาลซิปารัม (falciparum) และไวแวกซ์ (vivax) ที่พบมากและมีอาการรุนแรง คือ ชนิดฟาลซิปารัม อาการที่สำคัญของมาลาเรีย คือ อาการไข้ ช่วงแรก อาจมีอาการไข้ต่ำ ๆ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว แต่หลังจากนั้น จะมีไข้สูง หนาวสั่น อาจจะมีไข้เป็นพัก ๆ หรือสูงลอยก็ได้ อาการไข้มักเกิดหลังรับเชื้อประมาณ 9-17 วัน ดังนั้นถ้ามีอาการดังกล่าวหลังจากเข้าป่าประมาณ 1-2 สัปดาห์ ควรไปรับการตรวจหาเชื้อมาลาเรียทันที อาการของมาลาเรียฟาลซิปารัมที่เป็นรุนแรง ได้แก่ เหลือง ปอดบวมน้ำ ไตวาย และ มาลาเรียขึ้นสมอง ซึ่งจะมาด้วยอาการชักหรือหมดสติ หากมีอาการแทรกซ้อนดังกล่าวเกิดขึ้น โอกาสที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตก็มีสูง การวินิจฉัยที่ใช้กันทั่วไปโดยการเจาะเลือดและย้อมดูเชื้อมาลาเรียด้วยกล้องจุลทรรศน์ เมื่อพบว่าเป็นมาลาเรียแล้ว แนะนำให้นอนโรงพยาบาล โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยเป็นมาลาเรียมาก่อนเพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีอาการรุนแรง และต้องให้ยาฉีดทางหลอดเลือดดำ เพราะส่วนใหญ่มักจะกินไม่ได้ คลื่นไส้อาเจียน การให้ยาต้านมาลาเรียที่นิยมใช้กันอยู่ทั่วไปในการรักษามาลาเรียชนิดฟาลซิปารัมคือควินินร่วมกับเตตร้าซัยคลิน นอกจากนั้นยังมียากลุ่มใหม่ที่ใช้ได้ผลดีเช่นอาร์ทีซูเนทและอาร์ทีมีเทอร์ จำเป็นต้องได้รับยาจนครบเพื่อป้องกันการเกิดเป็นซ้ำและเชื้อดื้อยาได้ ส่วนมาลาเรีย ชนิดไวแวกซ์ อาการไม่รุนแรงและไม่มีโรคแทรกซ้อนมาก การรักษาจะใช้ยากินคลอโรควินร่วมกับยาไพรมาควิน ซึ่งจะต้องกินจนครบ 2 สัปดาห์ เพราะเชื้อชนิดนี้หลบซ่อนในตับและออกมาทำให้เป็นไข้มาลาเรียอีกได้ นอกจากนี้ยังต้องระวังอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่สำคัญ คือ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่กินไม่ได้ หรือเกิดภาวะดีซ่านตาเหลืองตัวเหลือง หรือในเด็กอาจต้องเจาะเลือดวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะเพื่อให้น้ำตาลได้ทัน ถ้าเกิดภาวะไตวายร่วมด้วยก็ต้องล้างไต หากมาลาเรียขึ้นสมองก็อาจต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและให้ยากันชัก ซึ่งโรคแทรกซ้อนเหล่านี้ เมื่อผู้ป่วยหายจากมาลาเรียก็จะกลับคืนปกติ การป้องกันมาลาเรียทำได้โดยหลีกเลี่ยงการเข้าไปในป่าทีมียุงก้นปล่องอาศัยอยู่ รวมทั้งแหล่งที่มีการระบาดของเชื้อมาลาเรีย ตามป่าเขา ตามแนวชายแดน ป้องกันไม่ให้ยุงกัดโดยสวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายมิดชิด ไม่ควรใส่เสื้อผ้าสีดำหรือสีคล้ำ เพราะยุงชอบแสงสลัว ๆ หลีกเลี่ยงการพักแรมในป่าทึบ ถ้าจำเป็น ควรนอนในมุ้ง ในเต็นท์ที่กันยุงได้หรือห้องที่มีมุ้งลวด การใช้ยาทาป้องกันยุง ทีนิยมใช้ คือ N,N-diethyl-toluamide (DEET) มีฤทธิ์อยู่ได้ 4-6 ชั่วโมง โดยต้องทาให้ทั่ว บริเวณที่อยู่นอกผ้า ส่วนยาพ่นไล่ยุงและจุดรมควัน ประกอบด้วย Pyrethrum ใช้ไล่ยุงได้ดี แต่ออกฤทธิ์ไม่นาน สำหรับยาที่กินป้องกันมาลาเรีย ปัจจุบันนี้ไม่แนะนำให้กินยาป้องกันมาลาเรีย เนื่องจากเชื้อดื้อยามากขึ้น และทำให้เข้าใจผิดว่ากินยาแล้วจะไม่เป็น นอกจากนั้น ถ้าเป็นมาลาเรียขึ้นมาจริง ๆ ก็อาจตรวจเลือดไม่พบเชื้อ เมื่อตรวจพบอีกที ก็มีอาการมากแล้ว ขอขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ ขอบคุณ คุณ jumo นะครับ เลยทำให้ผมได้สังเกตเหมือนกันว่า icon เปลี่ยนไปแล้ว (ไม่เคยสังเกตเลยครับ!) ขอบคุณสำหรับข้อมูลเรื่องโรคมาลาเรียที่หามาให้ด้วยนะครับ ลืมไป ... คนแอฟริกาเป็นกลุ่มที่เสียชีวิตจากมาลาเรียมากที่สุดครับ บางประเทศพ่วงด้วยภัยธรรมชาติอื่นและภัยการเมืองคือ สงครามกลางเมืองและการสู้รบกับประเทศรอบๆ ด้วย เคยอ่านพบว่าเงินบริจาคจากองค์กรการกุศลก็โดน "งาบ" ไประหว่างทางไม่น้อย ... น่าสงสารคนในประเทศเหล่านี้ครับ เพราะราคาที่ต้องจ่ายให้กับความละโมบทรัพย์สิน และความบ้าอำนาจของคนจำนวนหนึ่ง (ทั้งต่างชาติและพวกเดียวกันเอง) ก็คือ "ชีวิต" ของพวกเขาและลูกหลาน |
![]() บทความแนะนำBlog แนะนำHot Linksขอบคุณผู้สนับสนุน |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |