|
โพสต์เมื่อ:
07:00 วันที่ 1 ม.ค. 2513 ชมแล้ว:
19,192
ตอบแล้ว:
684
vArticle() จำนวน 674 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| -15- 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| 25| 26| 27| 28| 29| 30| 31| 32| 33| 34| เคยอ่านประชาธิปไตยบนเส้นขนาน อ่ะคับ สนุกดี อ่านได้เพลินๆ แต่พออ่านไปอ่านมา ก็เริ่มเบื่อการเมือง ไม่อำนาจ ก็เงินตรา เหอะๆ สุดท้ายก็ยุบสภา - -" ปล.แล้วถ้า อกหักนี่ กินชาใบบัวบกจะพอได้ไหมครับ อิอิ ผมดูเรื่องราวทาง "การเมือง" ด้วยอารมณ์ที่แตกต่างไปจากอีกหลายๆ คนนะครับ ... ผมว่าถ้าใครอยากเห็น "นามธรรม" ทางศาสนาพุทธกันอย่างชัดๆ เนี่ย ให้ดูจากการเมืองเรื่องใกล้ตัวนี่แหละครับ ชัดเจนที่สุด ... ความละโมบโลภมากที่ไม่มีที่สิ้นสุด (มีหมื่นล้านก็อยากได้แสนล้านหรือล้านล้าน) โทสะที่ลอยข้ามหัวคุณไปมา (เมื่อคืนคุณไปเสพเมถุนกับใครมา - จ้างก็ไม่บอก อิอิ) ความลุ่มหลงมัวเมาในอำนาจวาสนา อยากเป็นตำแหน่งนั้น อยากได้ตำแหน่งนี้ ความเป็นอนิจจัง หาความยั่งยืนไม่ได้ (ตั้งพรรคแล้วก็แตก - วันนี้ชมหัวหน้าพรรค พรุ่งนี้ออกมาด่า ... หน้าตาเฉย (ถามเฮียชู) - ชิ้ว ชิ้ว ตาเฉยไปยุ่งอะไรกับเค้า กลับบ้านไป๊ --" (มุขนี้ แป๊กแหงแซะ)... วันนี้บอกยุบพรรค พรุ่งนี้บอกไม่ยุบแล้ว ... วันนี้บอกร่วมมือกัน อีกวันบอกจำหน้ากันไม่ได้ ฯลฯ) ความเป็นทุกข์ร้อน (โดนขุดประวัติพ่อมาแซะ โดนขู่และโดนวางระเบิด - จริงบ้าง หลอกบ้าง) อนัตตา ไม่มีตัวตน (พรรคต่างๆ ที่คุณเห็นในวันนี้ ไม่ต่างอะไรกับทีมฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก ที่มีการ "ซื้อตัวนักเล่น" โยกไปย้ายมา ... เป็น "แม่งูเอ๋ย" ช่วงใกล้เลือกตั้ง ... ผมแทบไม่ต้องดูตลกเพิ่มเลยครับ ... แค่ดูข่าวประจำวันก็ฮาจน ... น้ำตาเล็ดแล้วล่ะครับ อ้อ ... น้อง hopun ครับ ... พี่ (แฮ่ม - เขินเล็กน้อย) ว่า ไอ้อะไรๆ ที่ว่า "เขียวๆ" นี่มันสมัยนิยมดีเนาะ ชาเขียวเนี่ยก็ดีจริงๆ ... เท่าที่นึกดูตอนนี้มีที่ "หวาดเสียว" อยู่แค่ 2 เรื่อง ... เรื่องแรกคือ จะมีเหตุการณ์อะไรมาทำให้ "หน้าเขียว" (อันนี้ไม่ชอบ) ส่วนอีกเขียวหนึ่งที่ไม่อยากได้ก็คือ ข่าวลือที่ว่าจะมี "สีเขียวๆ" ออกมา exercise อีกรอบ เฮ้อ ... นึกถึงมนุษย์ตัวเขียว Hulk ... ขึ้นมาตะหงิดๆ เลยครับ อันที่จริงผมก็ชอบชาเขียวนะเนี่ย พอเลือกดูก็ดันไปเลือกข้อ 4 (ชาเขียวอีก -_-') ลืมไปเลือกตั้งล่วงหน้าอ่ะครับ เซ็งเลย ... T^T สวัสดีค่ะ ทุกคน กว่าจะได้เข้ามาเยี่ยมเยียนอีกครั้งก็เรียกได้ว่าเหนื่อยกันเลยทีเดียว งานเยอะมากๆเลยค่ะ เข้ามาทั้งทีก็เอาอะไรมาฝากกันหน่อยดีกว่าค่ะ วันนี้ เวลาน้อย ขอโทษนะคะ > เคยดูทีวี แบบเปลี่ยนช่องไปๆ มาๆ กันไม๊? > > > เริ่มกันเลยดีกว่า > สวัสดีครับท่านผู้ชมทุกท่าน ช่อง 3 เปิดสถานีวันนี้เรามาพบกับ > เปลี่ยนช่อง สินค้าสุขภัณฑ์ในครัวเรือนของคุณต้องได้รับการปกป้อง คุ้มครองจาก > เปลี่ยนช่อง กองกำลังผสม ซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกา และอังกฤษได้บุกเข้าสู่ > เปลี่ยนช่อง สถาณีวิทยุโทรทัศน์ กองทัพบกช่อง 7 ร่วมกับ > เปลี่ยนช่อง นางอองซาน ซูจี และสมาชิกพรรคเอ็นแอลดี ถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ใน > เปลี่ยนช่อง ทะเลทรายซาฮาร่า เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์มากมายที่รอการ > เปลี่ยนช่อง ปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลเหล่านี้ มันถึงเวลาแล้วที่เราจะ > เปลี่ยนช่อง การ์ดสแลช! กิลม่อนเปลี่ยนร่างเป็น! > เปลี่ยนช่อง ประธานาธิปดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช และนายโทนี่แบล์ ได้พบปะหารือกัน > เพื่อ > เปลี่ยนช่อง สุขภาพลูกน้อยของคุณ ผ้าอ้อมแพมเพอร์ส ดีต่อ > เปลี่ยนช่อง ต่อหน้าฉัน เธอทำอย่างนั้นได้อย่างไร? > เปลี่ยนช่อง ทำได้โดยการยิงประตูขึ้นนำในนาทีที่ 25 โดย > เปลี่ยนช่อง อีหล้า! อีลูกไม่รักดี ตอนแกเกิดฉันน่าจะ > เปลี่ยนช่อง โอม มะลึกกึกกึ๊ยส์ มะลึกกึกกึ๊ยส์ มะลึกกึกกึ๊ยส์ > เปลี่ยนช่อง เมื่อพระสงฆ์สวดพระคาถาจบแล้ว ลำดับต่อไป > เปลี่ยนช่อง เชิญพบกับข่าวต่างประเทศ เราจะเริ่มกันที่การประชุม APEC ซึ่งได้ > ข้อสรุปว่า > เปลี่ยนช่อง แมลงสาป น่าเกลี๊ยด น่าเกลียด ไต่กันยั๊วเยี๊ย ทำลายข้าวของ วันนี้ > เรา > เปลี่ยนช่อง ไม่รอให้ฟ้า ให้ดิน ลิขิต ไม่ปล่อยให้ชีวิตผ่านไป ไม่ว่า > เปลี่ยนช่อง การอภิปรายไม่ไว้วางใจวันนี้ อาจมีข้อขัดแย้งอยู่บ้าง แต่ในที่ > สุด > เปลี่ยนช่อง สหรัฐอเมริกา ก็ประกาศอิสรภาพในวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งส่งผลให้ > เปลี่ยนช่อง คำตอบนะครับ..... ถูกต้องนะคร้าบ > เปลี่ยนช่อง ไชโย ไชโย ไชโย กินเหล้าขวดโตแล้วหาแฟนใหม่ แฟนเก่าเขา > เปลี่ยนช่อง คือนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ คือคนไทยผู้ยิ่งยง > เปลี่ยนช่อง แล้วพบกันใหม่ วันนี้เวลา 5 นาฬิกา สำหรับตอนนี้สวัสดีครับ.... เหอๆ ![]() 55555 .... ชอบทั้งรายการทีวีและปลาหมึก (!) หน้าตาประหลาด เลยครับน้อง hopun น้อง jumo มาแรงเลยนะครับ ... "สวัสดีครับ" แบบวิ่งได้ ... ยังกับป้ายนีออนโฆษณาเลย ... อันที่จริงใครๆ ก็ชอบชาเขียวนะครับ ... ผมยังแอบฮาเลย ถ้ายังจำกันได้ >>> มีผ้าอนามัยผสมชาเขียวด้วยในปีสองปีก่อน ... เทรนด์เค้าแรงจริงจริ๊ง ... เผอิญเป็นผู้ชาย เลยไม่ได้ลองใช้ ไม่รู้ของเค้าดีแค่ไหน ใช้ (marquee) (/marquee) ครับ (แต่เวลาใช้จริงต้องเปลี่ยนเป็น < กับ >) เกรเกอร์ โจฮันน์ เมนเดล : Gregor Mendel เกิด วันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1822 ที่เมืองโมราเวีย (Moravia) ประเทศสาธารณรัฐเชค (Republic of Czech) เสียชีวิต วันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1884 ที่เมืองเบิร์น (Brunn) ประเทศสาธารณรัฐเชค (Republic of Czech) ผลงาน - ค้นพบลักษณะการถ่ายทอดพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต - ให้กำเนิดวิชาพันธุศาสตร์ (Genetices) เมนเดลได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งพันธุศาสตร์ ด้วยผลงานการค้นพบความลับทางธรรมชาติ ที่ว่าด้วยการถ่ายทอด ลักษณะต่าง ๆ ของพ่อแม่ไปยังลูกหลาน หรือที่เรียกว่า กรรมพันธุ์ (Heredity) เมนเดลเกิดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1822 ที่เมืองโมราเวีย ครอบครัวของเขาอยู่ในฐานะดีแต่ไม่ถึงกับมั่งคั่งนักบิดา ของเขาเป็นเกษตรกร ทำให้เมนเดลมีความรู้เกี่ยวกับพืชเป็นอย่างดีเมนเดลเริ่มต้นการศึกษาขั้นแรกที่โรงเรียนมัธยมในเมือง ทรอปโป (Troppau) ในระหว่างนี้ครอบครัวเขายากจนลงทำให้เมนเดลต้องลาออกจากโรงเรียนเพื่อช่วยทำงานภายใน ฟาร์ม ทั้งต่อมา บิดาของเขาได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ครอบครัวจึงตกลงขายที่ดิน และนำเงินมาแบ่งกันน้องสาวของเขาเห็นว่า เขามีความจำเป็นต้องใช้เงินในการศึกษาจึงมอบเงินส่วนของเธอให้กับเมนเดลเพื่อศึกษาต่อ แต่ถึงอย่างนั้นเงินที่มีอยู่ก็ยังคงไม่ เพียงพอและจากความช่วยเหลือสนับสนุนจากครูผู้หนึ่ง ในปี ค.ศ.1843 เมนเดลจึงได้บวชเป็นเณรในสำนักออกัสทิเนียน (Augustinion Order) ที่เมืองบรูโน (Bruno) ต่อมาเมนเดลได้สอบเข้าโรงเรียนในเมืองบรูโน แต่ก็ไม่สามารถสอบเข้าได้ ทั้ง ๆ ที่ได้พยายามอยู่หลายครั้ง ดังนั้นเมนเดลจึงได้เข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยโอลมุทซ์ (Olmutz College) ในที่สุดเมนเดลก็ สำเร็จการศึกษา หลังจากจบการศึกษาเมนเดล ได้บวชเป็นพระอยู่ที่วิหารออกัสทิเนียนนั่นเอง และได้รับฉายาว่า เกรเกอร์ หน้าชื่อของเขาเป็นเกรเกอร์โจฮันน์ เมนเดล แม้ว่าเมนเดลจะไม่ได้เข้าศึกษาต่อในวิชาประวัติศาสตร์ธรรมชาติตาที่เขาได้ตั้งใจไว้แต่นั้นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำคัญ สำหรับการค้นคว้างานด้านนี้ นอกจากนั้นในปี ค.ศ. 1862 เขายังเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมก่อตั้ง Natural Science Society ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถาบันที่มีความสำคัญในการศึกษางานด้านประวัติศาสตร์ธรรมชาติมากสถาบันหนึ่ง จากการที่เมนเดลเคยทำงานในฟาร์มมาก่อนทำให้เขามีความรู้ด้านพืชเป็นอย่างดีเมนเดลได้ปลูกพืชพันธ์ชนิดต่าง ๆ เป็น จำนวนมากในสวนหลังโบสถ์ที่มีเนื้อที่เพียง ? เอเคอร์ เท่านั้นเขาเริ่มสังเกตุเห็นความแตกต่างของต้นไม้แต่ละต้นทั้งที่เกิดจาก ต้นกำเนิดเดียวกันและต่างพันธุ์กันดังนั้นเขาจึงเริ่มหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องพันธุศาสตร์ และเริ่มทำการทดลอง ในปี ค.ศ. 1865 เมนเดลได้เริ่มต้นทำการทดลองเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ว่าเป็นไปได้มากน้อยเพียงไร เขาได้ ทำการทดลองโดยใช้ต้นถั่วในการทดลอง เนื่องจากต้นถั่วเป็นพืชล้มลุก ใช้ระยะเวลาในการเจริญเติบโตสั้น และมีพันธุ์ที่แตก ต่างกันมากมายหลายพันธุ์ เช่น ชนิดต้นใหญ่ ต้นเตี้ย ส่วนเมล็ดบางชนิดสีเขียว สีเหลือง และสีน้ำตาล ดังนั้นดอกก็ย่อมมีสีที่ แตกต่างกันด้วย เช่นกัน คือ ดอกบางชนิดสีขาว สีม่วงแกมแดง ซึ่งลักษณะของดอกต้นถั่วนี้คือเหตุผลที่สำคัญที่สุดเนื่องจาก ดอกของต้นถั่วซึ่งเรียกกันตามลัษณะทางพฤษศาสตร์ว่า ดอกสมบูรณ์เพศ (Rerfect flowered) คือ ดอกที่มีทั้งเกสรตัวผู้ และตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ย่อมเป็นการง่ายต่อการนำมาทดลองซึ่ง ในขั้นต้นเมนเดลได้หว่านเมล็ดพืชลงบริเวณแปลง ทดลอง ในเรือนเพาะชำ และปล่อยให้ต้นถัวผสมพันธ์และเจริญเติบโตกันเองตามธรรมชาติ จากผลการทดลองพบว่าต้นถั่ว มีขนาดไม่เท่ากันบางต้นสูง บางต้นเตี้ย อีกทั้งเมล็ดก็มีสีต่างกัน บางต้นเหลืออ่อน บางต้นสีน้ำตาล การทดลองครั้งแรกจึงไม่ ประสบผลสำเร็จ เพราะเมนเดลไม่สามารถหาข้อสรุปได้ จากนั้นเขาจึงทำการทดลองอีกครั้งหนึ่ง โดยการใช้กระดาษห่อดอกที่ต้องการผสมพันธุ์เพื่อป้องกันไม่ใช้เกิดการผสมพันธุ์ กันเอง จากนั้นเอมเดลได้คัดเลือกเกสรของพันธ์ถั่วชนิดต่าง ๆ ที่มากถึง 7 พันธุ์ มาผสมข้ามพันธุ์กัน โดยการทดลองครั้งนี้ เมนเดลได้มุ่งประเด็นไปที่ความสูงและความเตี้ยของต้นถั่วเป็นสำคัญ เมนเดลนำเกสรตัวผู้ของต้นสูง มาผสมกับเกสรตัวเมีย ของต้นเตี้ย จากผลการทดลองปรากฏว่าได้พันธุ์ทาง (Hybrid) ที่มีต้นเตี้ยและต้นสูง แลไม่มีต้นที่มีความสูงระดับปานกลาง จากนั้นเขาจึงทำให้การทดลองต่อไปโดยการสลับกัน คือ นำเกสรตัวผู้ของต้นเตี้ย มาผสมกับเกสรตัวเมียของต้นสูง จากนั้นเขา ได้สลับไปมาระหว่างต้นสูง และต้นเตี้ยกว่า 10 ครั้ง ทำให้เมนเดลมีเมล็ดถั่วจำนวนมาก เมนเดลได้นำเมล็ดถั่วมาทดลองปลูก ปรากฏว่าต้นถั่วชุดแรกได้พันธุ์สูงทั้งหมด ตามลักษณะเช่นนี้เมนเดลได้สันนิษฐานว่า พันธุ์ต้นสูงเป็นลักษณะพันธุ์เด่นที่ข่ม พันธ์เตี้ยซึ่งด้อยกว่าไว้ จากนั้นเมนเดลได้ปล่อยให้ต้นถั่วผสมพันธุ์กันเอง และเมื่อเมนเดลเก็บเมล็ดถั่วมาปลูกในปีต่อมา ผลปรากฏว่าในจำนวน 1,064 ต้น เป็นต้นสูง 787 ต้น ต้นเตี้ย 277 ต้น จากสิ่งที่ปรากฏขึ้นทำให้เมนเดลเกิดความสงสัยเป็นอันมาก ดังนั้นเขาจึงทำ การทดลองต่อไปในครั้งที่ 3 ซึ่งใช้วิธีการเดียวกับครั้งแรกและครั้งที่ 2 คือ ปล่อยให้ผสมกันเองตามธรรมชาติ ผลปรากฏว่า ได้พันธุ์แท้ตามลักษณะของพ่อแม่พันธุ์ คือ ต้นสูงได้ต้นสูง ต้นเตี้ยได้ต้นเตี้ย จากผลการทดลองหลายครั้งซึ่งในเวลานานหลายปี เขาสามารถสรุปได้ และเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมว่า ลักษณะเด่นและด้อยที่อยู่ในแต่ละพันธุ์ จะไม่ถูกผสมกลมกลืน แต่ยังคงเก็บลักษณะต่าง ๆ ไว้เพื่อถ่ายทอดให้กับลูกหลานภายใน 2-3 ชั่วอายุ ซึ่งลูกที่ออกมาจะเป็นไปใน อัตราส่วน พันธุ์เด่น : พันธุ์ด้อย เท่ากับ 3 : 1เสมอ แต่ถ้ามี การผสมข้ามพันธุ์ไปอีกย่อมเกิดความเปลี่ยนแปลงไปอีกเช่นกัน ส่วนนี้ เป็นเรื่องของพันธุ์ทาง แต่ถ้าเป็นพันธุ์แท้ คือไม่มีการผสมข้ามพันธุ์แล้วลูกย่อมมีลักษณะเช่นเดียวกับพ่อแม่ แม้จะต่อไปถึง 2-3 ชั่วอายุแล้วก็ตาม เมนเดลยังคงอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ว่าลักษณะทางพันธุกรรมที่ว่านี้ถูกกำหนดโดย Heredity Atoms ซึ่งอยู่ ภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ปัจจุบันรู้จักกันดีในชื่อของ ยีนส์ (Genes) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ถ่ายทอดลักษณะทาง พันธุกรรมจากพ่อแม่ไปยังลูกหลาน โดยหน่วยของยีนส์จะอยู่ในทั้งเซลล์สืบพันธุ์ตัวผู้ (Male genetices) และเซลล์สืบพันธุ์ ตัวเมีย (Female genetices) หลังจากการทดลองและพบความจริงของธรรมชาติเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษระทางพันธุกรรม เขาได้นำผลงานเสนอต่อ สมาคมวิทยาศาสตร์และธรรมชาติแห่งกรุงเบิร์น (Natural Science Society of Brunn) ทางสมาคมได้นำผลงานของ เมนเดลตีพิมพ์ลงในหนังสือชื่อว่า Proceedings of the Nature History Society of Brunn ในปี ค.ศ. 1866 และ ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานทางวิทยาศาสตร์เพียงชิ้นเดียวของเขา แต่ผลงานชิ้นนี้ได้รับการเผยแพร่ในปี ค.ศ. 1900 ภายหลังจาก ที่เขาเสียชีวิตไปแล้วถึง 34 ปี เนื่องจากมีบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ทำให้ผลงานของเขาได้เผยแพร่คือ อีริค เชอร์มัค (Erich Thshermak) ฮิวโก เดอร์ วีส (Hugo de Vries) และคาร์ล คอร์เรนส์ (Karl Correns) ซึ่งกำลังศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง พันธุศาสตร์ และได้ค้นเจอหนังสือเล่มนี้ของเมนเดลเกี่ยวกับการทดลองเรื่องถั่วในห้องสมุด ซึ่งการทดลองนี้ได้เป็นส่วนหนึ่ง ของความลับในการถ่ายทอดลักษระทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต รวมถึงมนุษย์ด้วย นอกจากนี้ยังมีบันทึกที่เกี่ยวกับสิ่งอื่น ๆ อีก ได้แก่การศึกษาชีวิตของผึ้ง ระยะเวลาของการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ อุณหภูมิประจำวัน ทิศทางของลม และการศึกษาการ เจริญเติบโต การขยายพันธ์ของพืชชนิดอื่น ๆ ซึ่งนับว่ามีประโยชน์อย่างมากสำหรับวงการวิทยาศาสตร์ จาก http://siweb.dss.go.th/Scientist/scientist/Gregor%20Mendel.html พรุ่งนี้เลือกตั้งแล้วครับ อยากลุ้นจัง ใครจะได้เข้ามากิน เอ๊ย บริหารประเทศ หุหุ ยังไงก็ ขอให้ไปใช้สิทธิกันทั่วหน้านะครับ สวัสดีค่ะ ทุกคน อย่างแรก ขอบคุณ คุณ Jumo ที่นำความรู้มาให้ได้อ่านกันนะคะ แล้วก็ขอบคุณ ดร.นำชัยด้วย สำนวนการพูด(การเขียน)ยังคงคมกริบเหมือนใบมีดโกน อยู่เหมือนเดิม อ่านแล้วรู้สึกว่า "เออ จริงแฮะ.." คล้อยตามทุกทีเลย ของฝากวันนี้ วันนี้เกร็ดความรู้มี 10 ผลไม้ไทยที่มีสารต้านมะเร็งสูงมาฝากกัน... กรมอนามัยวิจัย 10 ผลไม้ไทย มีสารต้านมะเร็งสูง นางนัทยา จงใจเทศ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า จากการทำวิจัย "องค์ความรู้เรื่องปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในผลไม้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ (วิตามินซี วิตามินอี และ เบต้าแคโรทีน) ในผลไม้" ที่ทำการศึกษาในผลไม้ 83 ชนิด พบว่า ผลไม้ 10 อันดับแรกที่มีเบต้าแคโรทีนสูงคือ 1. มะม่วงน้ำดอกไม้สุก 2. มะเขือเทศราชินี 3. มะละกอสุก 4. กล้วยไข่ 5. มะม่วงยายกล่ำ 6. มะปรางหวาน 7. แคนตาลูปเนื้อเหลือง 8. มะยงชิด 9. มะม่วงเขียวเสวยสุก 10. สับปะรดภูเก็ต ผลไม้ทั้งหมดนี้มีเนื้อสีเหลืองและสีเหลืองเข้ม ส่วนผลไม้ที่ไม่มีเบต้าแคโรทีนเลย 1. แก้วมังกร 2. มะขามเทศ 3. มังคุด 4. ลิ้นจี่ 5. สาลี่ ส่วน 10 อันดับแรกของผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงคือ 1. ฝรั่งกลมสาลี่ 2. ฝรั่งไร้เมล็ด 3. มะขามป้อม 4. มะขามเทศ 5. เงาะโรงเรียน 6. ลูกพลับ 7. สตรอเบอร์รี่ 8. มะละกอสุก 9. ส้มโอขาว 10. แตงกวา 11. พุทราแอปเปิล การศึกษานี้พบผลไม้ที่มีวิตามินอีสูง 10 อันดับแรกคือ 1. ขนุนหนัง 2. มะขามเทศ 3. มะม่วงเขียวเสวยดิบ 4. มะเขือเทศราชินี 5. มะม่วงเขียวเสวยสุก 6. มะม่วงน้ำดอกไม้สุก 7. มะม่วงยายกล่ำสุก 8. แก้วมังกรเนื้อสีชมพู 9. สตรอเบอร์รี่ 10. กล้วยไข่ ผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และวิตามินอีน้อยทั้ง 3 ตัว คือ สาลี่ องุ่น และแอปเปิล ส่วนผลไม้ที่มีสารทั้ง 3 ตัว ค่อนข้างสูงคือ มะเขือเทศราชินี ทั้งนี้ เบต้าแคโรทีน วิตามินซีและอี เป็นกลุ่มของสารอาหารที่ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่ก่อให้ร่างกายเกิดการอักเสบ ทำลายเนื้อเยื่อ เกิดต้อกระจกในผู้สูงอายุ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด สารทั้ง 3 ตัว โดยเฉพาะ เบต้าแคโรทีนจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์ ป้องกันเนื้องอก ลดความเสี่ยงการเป็นต้อกระจก มะเร็งและหัวใจได้ จึงควรรับประทานผลไม้ในปริมาณมากพอสมควรทุกวัน หรืออย่างน้อยวันละ 4 ส่วนของอาหารที่รับประทาน เพื่อสุขภาพที่ดี. เฮฮา กันอีกหน่อยกับ ลูกหมู : "ป่าป๊า เมื่อ 3 เดือนก่อน มีคนมาทวงหนี้ ป่าป๊าบอกไม่มีตังค์ เดือนก่อนป่าป๊าก็บอกไม่มีอีก เพราะอะไรครับ" พ่อหมู : "คนเราพูดคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้นนะลูก" ลูกหมู : "ป่าป๊า ทำไมบ้านคนอื่นเขาใหญ่ แต่ทำไมบ้านเราถึงเล็ก" พ่อหมู : "เพราะป่าป๊าไม่ค่อยมีตังค์" ลูกหมู : "แล้วทำยังไง เราถึงจะมีบ้านใหญ่ ๆ ล่ะครับ"พ่อหมู : "หนูก็ต้องตั้งใจเรียนหนังสือ พอโตขึ้นก็ทำงานได้เงินเยอะ ๆ ซื้อบ้านหลังใหญ่ ๆ" ลูกหมู : "แล้วทำไมตอนเด็ก ๆ ป่าป๊าถึงไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ - -a" ..... เหอๆ (^^)/ สวัสดีคุณ jumo คุณ neverheal และคุณน้อง hopun ครับ ... ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นและของฝาก ... กำลังหัวฟู มือหงิก และตาปูด เร่งปิดงานก่อนปีใหม่ครับ ... ขอให้มีช่วงเวลาดีๆ สำหรับปีใหม่ทุกท่านครับ สุขสันต์วันปีใหม่ครับ ครบรอบสึนามีจนได้ สุขสันต์ปีใหม่เช่นกันครับ ปีใหม่ปีนี้ โดน "พิษเลือกตั้ง" จนได้ จากตารางสอบที่จะจบก่อนสิ้นปี กลายเป็น สอบคร่อมปี ไปเสียแล้วครับ เที่ยวได้ไม่เต็มที่เลย สวัสดีปีใหม่ 2008 ครับ สวัสดีปีใหม่ค่ะ ทุกคน ดร.นำชัย สู้ๆค่ะ อิอิ อวยพรกันหน่อยค่ะ จะปีใหม่.. หรือปีไหน.. ให้มีสุข ไม่มีทุกข์.. สบายกาย.. ภัยหลีกลี้ อายุมั่น..ขวัญยืน.. สุขชีวี ให้ความทุกข์.. นั้นอย่ามี.. มากล้ำกลาย ขอคุณพระ.. ช่วยปกปักษ์.. รักษาท่าน ช่วยคุ้มกัน..อันตราย..ภัยเลือนหาย มีโชคลาภ..วาสนา..มาเยือนกาย บุญส่งเป็น.. เจ้านายคน.. จนไม่มี สวัสดีปีใหม่ค่ะ มาไว้อาลัยสมเด็จพระพี่นาง ฯ ครับ br />
ดุจสูรย์มาสูญลับ แสงแจ่มจับมาดับสิ้น ขวัญราษฎร์ขวัญแผ่นดิน พระจรจากนิราศไกล แสงเอยเคยส่องอุ่น พระการุณเคยปกไทย บัดนี้พระปิ่นใจ มาจากลับไม่กลับคืน ทั่วด้าวจะไห้โหย อาลัยโรยจนสุดขืน โศกช้ำสุดกล้ำกลืน ด้วยระลึกพระเมตตา น้อมเกล้าด้วยเศียรเกล้า นบบาทเจ้าน้อมบูชา ส่งเสด็จพระขัตติยา ขึ้นสู่สวรรคาลัย ไว้อาลัย ด้วยคนครับ การรำลึกถึงคุณความดีสูงสุดของท่านผู้ใดก็ตาม สิ่งที่ดีที่สุดที่จะกระทำได้ก็คือการทำ "ปฏิบัติบูชา" ... ทำสิ่งดีๆ เจริญรอยตามสิ่งที่ผู้ที่เรารักอาลัยได้กระทำไว้ มาช่วยกันทำความดีตามแบบสมเด็จพระพี่นางฯ กันนะครับ อื้อหือ ผิดเป้า แต่เข้า"เป้า"เต็มๆ (เอ โพสท์ แบบนี้ จะถือว่าส่อไหมครับ) หุหุ สวัสดีค่ะ ทุกคน ขอร่วมไว้อาลัยด้วยคนนะคะ นึกถึง กาพย์ยานี 11 บทนี้จังค่ะ พฏษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่ห์คง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา กายสิ้นแต่ความดีไม่สิ้น หนังสือน่าอ่านจังค่ะ ดร.นำชัย คงต้องไปซื้อมาอ่านบ้างแล้ว |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |