|
โพสต์เมื่อ:
07:00 วันที่ 1 ม.ค. 2513 ชมแล้ว:
13,392
ตอบแล้ว:
668
vArticle() จำนวน 660 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| -6- 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| 22| 23| 24| 25| 26| 27| 28| 29| 30| 31| 32| 33| 34| ขอบคุณครับ คุณ jumo คิดแล้วเชียวว่า ต้องมีคนคิดแบบเดียวกัน - หุ หุ ;-P อาจารย์คะ เห็นรูปไดโนเสาร์สเตโกซอรัส ที่ปราสาทหินในเขมรหรือยัง มาได้ยังไง ? งง (อ่านเจอในคอลัมน์ของ ปริญญา ผดุงถิ่น ในมติชนสุดสัปดาห์เล่มล่าสุด) เรื่องราวในสังคมโลกนี้มีอะไรมากมายที่ยังไม่รู้จริง ๆ ![]() ว่าแต่อาจารย์นำชัยนำข้อมูลเหล่านี้มาจากไหนบ้างครับ คุณ sineenart ครับ ... มีคำแนะนำทางวิทยาศาสตร์ (บางคนบอกว่าเป็น "กฎ") อยู่อันหนึ่งครับที่ใช้การได้ดีมาก ใจความว่า ... คำอธิบายที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด มักจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด ดังนั้น ... สำหรับรูปไดโนเสาร์ที่ปราสาทหินนครวัด (ไปดูด้วยตามาแล้ว ... มีจริงๆ ด้วย) น่าจะมาจากคนรุ่นใหม่ (ที่ขี้เล่นน่าดู) ทำเพิ่มไปแปะแทนอันเก่านะครับ เพราะมีการบูรณะมาหลายครั้งแล้ว ใครที่เพิ่งไปไม่นานก็จะเห็นว่ามีหลายส่วนที่ปิดซ่อมอยู่ครับ สำหรับคุณ jumo ... ผมมักจะบอกแหล่งที่มาไว้กับบทความนั้นอยู่แล้วนะครับ โดยหลักก็มาจากนิตยสารต่างประเทศ (Time, Popular Sciences, Scientific American, etc.) และหนังสือต่างๆ (อันนี้เยอะเกิน ... จาระไนยไม่ไหว) รวมไปถึงเว็บวิทยาศาสตร์ที่ผมเข้าไปดูอยู่ประจำ (เพราะเค้าอัพเดททุกวัน) ทั้ง Nature, Science, New Scientist, Scientific American, BBC, etc. รวมทั้ง Wikipedia ด้วย บางทีก็มีเว็บไทยด้วยนะครับ เช่น สารคดี, หนังสือพิมพ์ต่างๆ ฯลฯ สำหรับกฎต่างๆ ที่คุณ jumo ถามนั้น มาจากบทความของ Dr. Carl Sagan ในหนังสือ Billions of Billions Thought on Life and Death at the Brink of Millenium ครับ ลาป่วยครับ .... ก็ขอให้ท่าน นำชัยมีสุขภาพแข็งแรง จะได้นำเรื่องดี ๆ มาฝากอีกครับ ส่วนคุณ white_rabbit รู้สึกว่าตัวเลขร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 19 ครั้งจำนวนไม่ขยับครับ ขอให้ อ.นำชัยมีสุขภาพแข็งแรงมาก ๆ ครับ ขอให้หายไวๆ นะครับ ขอบคุณทั้ง 3 ท่านนะครับที่แวะมาให้กำลังใจ (คุณครู...ชิต, คุณ jumo, และคุณ yalie) ... กลับมารายงานตัวตามปกติแล้วครับ มาอ่านประสบการณ์จากการพบแพทย์ค่ะ ตัวเองเคยเจอหลายครั้งเหมือนกันใน รพ. รัฐ บางแห่งค่ะ หายไว ๆ นะคะ กลับมาอ่านเรื่อง หมอ vs. หมอผี แล้วครับ สวัสดีทุกๆท่านนะครับ ติดตามผลงาน อ.นำชัย(บล็อกนี้)มานานแล้วครับ แต่เพิ่งมีโอกาสมาแวะทักทายตอนนี้ครับ ขอให้ อ.หายไวๆนะครับ เรื่อง หมอ-หมอผี เป็นเรื่องตลกที่ไม่ตลกอีกเรื่องหนึ่ง หลายคนคงเคยเจอมาแล้วครับ แม้แต่ผมก็เคยเจอ แม้เรื่องนี้จะไม่มีการสอนในโรงเรียนที่ไหน แต่การพูดอย่างมีกาลเทศะ รู้จักใช้มธุรสวาจาก็สำคัญกับหลายๆกรณี และต้องฝึกไว้ครับ (ตอนนี้ผมก็พยายามฝึกอยู่ )แต่เรื่องนี้ไม่ใหญ่เท่าตอนต้นเรื่อง ที่ อ.กล่าว คือ การทำอะไรล่าช้าเยิ่นเย้อโดยไม่ดูสภาพคนไข้ สักแต่ว่า "ช่างมันเถอะ" ทำเป็นเช้าชามเย็นชาม คล้ายๆปัดสวะไปให้พ้นตัว ซึ่งเราพบบ่อยมากนอกเหนือกับกรณีที่ อ.นำชัยพบครับ อีกเรื่องคือ หมอรักษาคนไข้โดยดูแต่อาการเจ็บป่วย แต่ไม่ถามสาเหตุ (ลองอ่านบทความนี้ดีๆ จะเห็นว่าหมอถามอาการคนไข้หรือเปล่า นอกเหนือจากพูดๆๆ และก็จ่ายยา) ดูท่าเรื่องนี้คงต้องคุยกันยาวมาก...ตั้งแต่คุณหมอเองยันไปถึง สกอ.+กระทรวงสาธารณสุข ส่วนเรื่องหมอไม่ต่างจากหมอผี แก้ได้ถ้าเรามีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรค อาการเจ็บป่วยและปฏิบัติตนเพื่อไม่ให้เกิดโรค แต่หลายๆอย่าง เราอาจไม่ทราบ ก็ต้องพึ่งหมออยู่ดี (เช่น โรคทางพันธุกรรม)เพราะเราไม่ได้เรียนมาทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ (หรือเราไม่มีความรู้เพราะไม่ใส่ใจ หรือไม่มีใครบอกไว้น้า...) ขอบคุณ คุณ sineenart คุณ jumo และคุณศรีปิงเวียง (ดีใจจังได้รู้จักชื่อ "ขาประจำ" อีกท่านหนึ่ง ;-P) ที่แวะเวียนเข้ามาให้กำลังใจและทักทายกันครับ เพื่อความยุติธรรมกับบุคคลที่ 3 ผมขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกนิดนะครับ คือ หมอตาที่ผมไปเจอ ก็ถามคำถาม (ซักประวัติ) อยู่บ้างนะครับ แต่ว่าดูเหมือนว่าแกจะไม่ค่อยสนใจผลจากการซักประวัติสักเท่าไหร่ นั่นก็คือ ถามว่าป่วยมานานหรือยัง อาการเป็นอย่างไร ... แต่พอผมให้ข้อมูลดังที่เขียนเล่าไว้คือ ออกไปลงประชามติแล้วรู้สึกเคืองตา (... และอื่นๆ ต่อจากนั้น) แกก็พูดออกมาอย่างที่เล่าไว้ ความจริงที่ผมพบก็คือ ข้อมูลที่ผมได้จากแพทย์ท่านหนึ่งในงานสมัชชา ว&ท ที่ผ่านมานั้นใกล้ความจริงมากก็คือ จากการสำรวจพบว่า แพทย์มีเวลาให้คนไข้ราว 4-6 นาทีเท่านั้น ... ดังนั้น คงจะคาดหวังจากหมอไม่ได้มากนัก และระบบการให้บริการด้านนี้ของรัฐ (และเอกชนอีกหลายแห่ง) กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติแล้ว เรียกได้ว่า เป็นการบริการที่มี "คุณภาพ" ต่ำ คุณหมอประเวศเคยเขียนไว้ในหนังสือ "บันทึกเวชกรรมไทย" ประมาณว่า ... หมอเดี๋ยวนี้ยุ่งอยู่กับ "การรักษาโรค" จนลืมไปเลยว่ากำลัง "รักษาคนไข้" อยู่ ก็คงจะเป็นอย่างที่คุณศรีปิงเวียงว่า เราต้องหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องความเจ็บป่วยและวิธีป้องกันตัว ... ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และก็ทำใจเผื่อไว้ด้วยอีกส่วนหนึ่งเพราะว่า โรคนั้นมีหลายประเภท บางประเภทไม่ไปพบแพทย์แผนปัจจุบันก็หายได้เอง (ไข้หวัดธรรมดา) บางโรคไปพบจะดีกว่า เพราะจะหายเร็วและไม่เกิดโรคแทรกซ้อน หรือถ้าไม่ไปอาจเสียชีวิตได้ เพราะร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับโรคเหล่านั้นได้ดีนัก (โรคติดเชื้อต่างๆ) และอีกบางโรคที่ไปพบก็ไม่มีประโยชน์อะไร ... เพราะแพทย์ปัจจุบันไม่สามารถรักษาได้ เช่น เอดส์หรือมะเร็งขั้นท้ายๆ อ้อ ... ที่ผมเขียนเรื่องนี้ ไม่ได้เขียนด้วยอาการ "เคียดแค้น" นะครับ แต่เป็นการเขียนด้วยอาการ "สมเพชเวทนา" ทั้งคนไข้ (คือตัวผม) และหมอพยาบาล และด้วย "อารมณ์ขันประชดประชัน" หรือ "ตลกร้าย" แบบที่ฝรั่งเรียกว่า satiring หรือ black comedy (ลองไปหาภาพยนตร์เรื่อง Life is Beautiful มาดู แล้วจะเข้าใจว่าผมกำลังพูดถึงอารมณ์ประมาณไหน) ปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนแพทย์เท่านั้น ... แต่คำถามอาจจะกว้างขนาดว่า "สังคม" อะไรแบบไหนกันที่สร้าง "คนในสังคม" ซึ่งพิกลพิการทาง "ความรู้สึก" ได้มากขนาดนี้! การลงโทษ ทำให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรม ? ผมว่าไม่จริงนะครับ ดังตัวอย่างเช่น นักโทษที่ปล่อยไปหลังถูกจำคุกแล้ว กลับทำความผิดอีก ที่ อ.นำชัยนำภาพมาให้ดู นั่นแหละครับ คุณ jumo ที่บอกไว้ในเนื้อหาหน้า 171 คือ กระบวนการลงโทษที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน มีส่วนทำให้นักโทษจำนวนหนึ่งเปลี่ยนพฤติกรรมได้ แต่นักโทษอีกส่วนหนึ่ง เมื่อออกไปแล้วก็ยังทำผิดซ้ำซากอยู่ ... ซึ่งก็แสดงว่า วิธีการลงโทษที่ใช้อยู่ไม่ได้ผล (ซึ่งก็ต้องปรับการลงโทษให้เหมาะสมมากขึ้น) ... แต่ก็ไม่เคยมีการพูดถึงการลงโทษ "แบบอื่น" ที่ดีกว่าแบบเดิม เช่น เคยติดคุกแล้วทำผิดซ้ำ ก็ยังใช้วิธีการส่งเข้าไปติดคุกอีก ซึ่งก็คงพอจะเดาได้ว่าไม่น่าจะประสบความสำเร็จมากเท่าใด เป็นต้น (สำหรับในหน้า 120 นั้น เคยพูดถึง "ความหละหลวม" ของกระบวนการยุติธรรมที่ส่ง "คนบริสุทธิ์" จำนวนหนึ่งเข้าไปอยู่ในคุก) สวัสดีดีค่ะ เพิ่งเข้ามาเล่นวิชาการได้ไม่นาน พอเห็นบล็อกของ ดร.นำชัยปุ๊บก้เข้ามาดูเลย ดร.นำชัยเก่งจังค่ะ ชอบทุกเรื่องที่ ดร.นำชัยเขียนนะคะ ขอบคุณพี่ๆทีมงานทุกคนที่สร้างวิชาการขึ้นมา ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่ให้ความกรุณาให้ความรู้ในหลายๆด้าน ขอบคุณ ดร.นำชัยมากๆที่สอนและให้ความรู้ในหลายๆเรื่อง หนูเป็นแฟนคลับ ดร.นำชัยจาก นิตยสาร อัพเดทนะคะ สวัสดีทุกคนค่ะ ขอบคุณ คุณ hopun ครับ (ตอนนี้ถ้าใครมาเห็นหน้าผมก็จะบอกได้ว่า "หน้าบาน" จนแทบจะปริแล้วละครับ )อย่างไรก็ดี ... อย่าเรียกว่า "สอน" เลยนะครับ ผมเพียงแต่คิดว่าถ้าจะมีอะไรที่ทดแทนคุณสังคมกลับได้บ้าง (หลังจากรับทุน พสวท. ที่มาจากภาษีอากรประชาชนไทยอยู่หลายปี) เช่น การสละเวลาและแรงสติปัญญาเผยแพร่ความรู้และความคิดที่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้สังคมไทยเข้าใกล้ความเป็น "สังคมใฝ่รู้" และ "สังคมความรู้" (อีกสักคืบสักศอกก็ยังดีครับ) โดยมีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องสนับสนุน ฝากช่วยแนะนำบอกต่อกันไปนะครับ ให้ช่วยเข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็น ... โดยประสบการณ์ ผมพบว่าการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็น (แม้ว่าจะต่างกันแบบสุดขั้ว) โดยมีเจตนาดีเป็นที่ตั้ง ก่อให้เกิด "พลัง" และ "ความคิดสร้างสรรค์" ใหม่ๆ ได้มากเลยครับ ขอบคุณมากครับที่เอาเรื่องม้าแสนรู้มาให้อ่านกัน ผมก็ทึ่งจริง ๆ เมื่อรู้ว่าในโลกมีม้าที่บวกลบเป็นด้วย ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ คุณ jumo ... ม้าฮันส์บวกเลขไม่เป็นน่ะครับ การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ในหลายๆ ครั้งก็ทำลายความฝันและความหวังอันงดงาม (เพื่อไปค้นพบความฝันและความหวังที่งดงามกว่า?) แง ๆๆ อย่างน้อยก็ยังถือว่าได้ความรู้ใหม่ที่ช่วยหักล้างความรู้เก่าที่ผิด คนเรา "คิดใหม่ ทำใหม่" ได้ครับ |
![]() บทความแนะนำBlog แนะนำHot Linksขอบคุณผู้สนับสนุน |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |