|
ของว่าง(ต่อจากห้องแม่บ้านฯ)
โพสต์เมื่อ:
04:42 วันที่ 3 มี.ค. 2545 ชมแล้ว:
4,108
ตอบแล้ว:
15
มาตั้งกระทู้ที่นี่ใหม่ละกันนะคะ เริ่มด้วยเอาสูตรที่แปะไปแล้วในห้องแม่บ้านมาลงก่อน จะได้รวมๆกันให้เป็นที่เป็นทางเลยค่ะ
สูตรนี้ของคุณกั๊สซี่ ตัวปอเปี๊ยะนี่มั่วๆเอาเองนะคะ น้ำราดปอเปี๊ยะสด (สูตร 1) แป้งสาลีหรือแป้งข้าวโพด 100 กรัม น้ำ 1 กิโลกรัม น้ำตาลทราย 300 กรัม ลูกบ๊วย 4 เม็ด งาขาวคั่ว 20 กรัม ซีอิ้วดำกะพอสีสวย เกลือ 1 /4 ช้อนโต๊ะ เอาแป้งสาลีละลายกับน้ำ แล้วเอากระชอนมากรองพร้อมกับบดแป้งไปด้วย อย่าให้แป้งจับเป็นก้อน เสร็จแล้วเอาส่วนผสมทุกอย่างมารวมกันในกระทะ เปิดไฟแรงก่อนพอเริ่มเดือดก็หรี่เป็นไฟอ่อน เคี่ยวและคนให้เข้ากัน อย่าให้ติดกระทะ อย่าให้เป็นเม็ดแข็ง ดูให้พอน้ำเริ่มเหนียว ก็ยกลงเทใส่ภาชนะทิ้งไว้ (ถ้าชอบรสจัด อาจเติมพริกป่น 1/ 2 ช้อนโต๊ะลงไป) น้ำจิ้มจะต้องมีสามรส คือ เปรี้ยว หวาน เผ็ด น้ำจิ้มสูตรนี้ ทำแล้วทานเลยไม่ได้ ต้องทำวันนี้แล้วใช้ทานพรุ่งนี้ เพราะถ้าทำแล้วทานเลย น้ำจิ้มจะเหลว ไม่ข้น ต้องทิ้งไว้ค้างคืนหนึ่งคืน ในตอนเช้าให้ลอกหน้าของน้ำจิ้มที่ทิ้งไว้นั้นจะเกาะกันเหนียวออกมาได้เป็นแผ่น ให้ลอกทิ้งไป น้ำราดปอเปี๊ยะสด (สูตร 2) พริกชี้ฟ้าแดงโขลกละเอียด 7 เม็ด แป้งข้าวโพดหรือแป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1+1 /4 ถ้วย เกลือป่น 1/ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมะขามเปียกคั้นข้น ๆ 1 + 1 /4 ถ้วย น้ำ 1+ 1/ 4 ถ้วย วิธีทำ: ผสมน้ำตาล เกลือ น้ำมะขามเปียก น้ำ เข้าด้วยกัน ตั้งไฟให้น้ำตาลละลาย ใส่พริกชี้ฟ้าคนให้ทั่ว ละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำนิดหน่อย เทลงไป คนให้เข้ากัน จนสุกข้น ปิดไฟ ยกลง จำนวน 14 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 26 ก.พ. 2545 (01:33) สูตร บ๊ะจ่าง ค่ะ เก็บมาจากของคุณ เจ้าหนูบ๊ะจ่าง เอ๊ย บะหมี่จากห้องจตุจักรค่ะ อยากหาคนมาทำให้กินจังเลย หึ หึ หึ ถึงจะชื่อ "เจ้าหนูบะหมี่" แต่ก็ทำ "บ๊ะจ่าง"เป็นเหมือนกันนะ สิ่งที่ต้องเตรียมก็คือ 1. ใบไผ่ตง (ก็ที่ห่อบ๊ะจ่างไง) ต้องแช่น้ำทิ้ง ไว้เป็นวันเลยล่ะ อ้อ... ใช้มือเช็ดใบไผ่เพื่อ ล้างสิ่งสกปรกด้วยนะ แล้วก็เอาไปลวกด้วย น้ำร้อนเพื่อให้ใบไผ่อ่อนตัวจะได้ห่อได้ไม่ แตก เมื่อจะห่อบ๊ะจ่างให้ตัดหัวท้าย (โคน ก้าน และปลายใบเล็กน้อยด้วย) 2. เชือก (เอาไว้มัดบ๊ะจ่าง ใช้เชือกที่คุณคิดว่า โดนความร้อนของน้ำที่ต้มแล้วไม่เป็นอันต รายต่อคนกินก็แล้วกัน) 3. ข้าวเหนียว (แช่น้ำทิ้งไว้ซัก 5 ชม.) 4. เนื้อหมูสันใน (หั่นแล้วก็ผัดกะน้ำมัน) 5. ถั่วลิสง (ต้มให้สุกนิ่ม) 6. กุนเชียง (หั่นเฉียงแบบยาว ทอดด้วย) 7. เห็ดหอม (หั่นซอยเป็นชิ้นยาว) 8. ไชโป้ว (สับละเอียด ผัดน้ำมันให้หอม) เครื่องปรุง 1. ซ๊อสภูเขาทอง 2. เกลือ 3. ผงพะโล้ 4. น้ำมัน วิธีทำ 1. นำข้าวเหนียวที่แช่น้ำแล้วนั้น มาผสมกับ ถั่วลิสง, ไชโป้ว, ซ๊อสภูเขาทอง, ผงพะโล้, เกลือ ให้ทั่วถึงกัน ลองชิมดูว่าเค็มพอประมาณ หวานเล็กน้อยก็พอ (วิธีชิมไม่ได้ให้กินเม็ดข้าว นะ ให้ใช้นิ้วแตะน้ำซ๊อสที่ติดเม็ดข้าวน่ะ) 2. ตั้งกะทะ เทน้ำมัน และผงพะโล้ แล้วนำ ข้าวเหนียวที่คลุกเคล้าส่วนผสมแล้ว นำไป ผัดให้เมล็ดข้าวคลุกเคล้ากับน้ำมันและ ผงพะโล้จนคิดว่าทั่วถึงกันก็ปิดเตาไฟได้ ไม่ต้องเอาให้ข้าวสุกหรอกเพราะมันจะไม่ สุกให้อยู่แล้ว 3. นำใบไผ่ตงที่เตรียมไว้มาห่อ... พูดง่ายนะแต่ทำน่ะยากมาก ไม่รู้จะอธิบาย ยังไงเหมือนกัน แต่มีอีกวิธีนึงนะเอาไปประ ยุกต์ วิธีทำก็คือ 1. นำข้าวที่ผสมแล้วนั้นไปนึ่ง จนสุกก็ใช้ได้ เหมือนกันแต่จะไม่มีกลิ่นของใบไผ่ตง 2. ลองนำใบไผ่มาห่อแบบห่อแหนมน่ะ ไม่รู้ จะทำได้หรือเปล่านะ แต่หลักการของมันก็ คือห่อให้มิดชิด แล้วนำไปต้มน่ะ ต้มประมาณ 1 ชั่วโมงน่ะ ถึงจะสุกดี อธิบายรายละเอียดปลีกย่อยไม่ได้น่ะ มันยาว แค่นี้ก็พิมพ์มือหงิกแล้ว ลองไปทำไปฝึกดูนะ จากคุณ : เจ้าหนูบะหมี่ - [13 มิ.ย. 23:42:12] นี่เป็น บ๊ะจ่างแวรีเอชั่นค่ะ ความคิดเห็นที่ 6 ของผมสูตรดั้งเดิมไม่ใช้ผงพะโล้ หมูกับกุ้งแห้งจะผัดแบบเผ็ดพริกไทยครับ (เผ็ดจริง ๆ ไม่ใช่แค่มีกลิ่น) ส่วนเผือกก็บดให้ละเอียดนำไปผัดเติมน้ำมัน น้ำตาล ในข้าวจะมีกระเทียมซอยละเอียดลงไปกับไช้โป้วซอยก็ได้ จะให้หอมก็เอาไช้โป้วกระเทียมลงไปเจียวก่อนครับ เห็ดหอมต้องล้างน้ำให้สะอาด เพราะข้างใต้จะมีฝุ่น กรวดเยอะมาก หั่นเป็นชิ้นยาว ๆ ผัดกับซีอิ้วอย่างเดียวก็พอ จากคุณ : วี - [15 มิ.ย. 01:45:23] ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 26 ก.พ. 2545 (01:33) บ๊ะจ่าง สูตร มาม่าดอทคอม สงสัยเป็นคุณกั๊สซี่น่ะค่ะ (จาก mamaa.com ) บ๊ะจ่าง เครื่องปรุง ข้าวเหนียวเขี้ยวงู (ข้าวใหม่) 1 กิโลกรัม นำมาซาวด้วยสารส้มแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ค้างคืน แล้วนำไปนึ่งพอสุก เนื้อหมูปนมัน 1 / 2 กิโลกรัม หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอคำ เติมผงพะโล้ 1 ช้อนชา เกลือ 1+1/ 2 ช้อนชา ซีอิ้วหวาน 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ นำไปต้มให้เปื่อยแห้ง กุ้งแห้งอย่างดี 100 กรัม ล้างแช่น้ำร้อนให้นิ่มแล้วบีบขึ้น กุนเชียงหั่นแฉลบ ๆ 1 ถ้วย เมล็ดบัวต้ม 1 ถ้วย ถั่วลิสงต้มเปื่อย 1 / 2 ถ้วย เกาลัดแห้งต้มสุกนุ่ม 1 ถ้วย แปะก๊วยต้มสุก 1/ 2 ถ้วย เห็ดหอม 5 ดอก แช่น้ำพอนิ่ม แล้วนำมาหั่นบาง ๆ ผัดกับน้ำมันให้สุกหอม เผือกต้มสุกหั่นชิ้นสี่เหลี่ยม 1+1 /2 ถ้วย นำไปผัดกับน้ำมัน เติมน้ำตาลและเกลือให้ออกรสหวานเค็ม ไข่แดงของไข่เค็ม 10 ฟอง ผ่าครึ่งทุกฟอง น้ำมันพืช 6 ช้อนโต๊ะนำไปผสมกับน้ำมันงา 2 ช้อนชา ผงพะโล้ ซอสปรุงรส น้ำตาล พริกไทยป่น เกลือป่น ใบไผ่แห้งที่นำมาทำความสะอาดและต้มแล้ว อย่างแรกก็ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชที่ผสมกับน้ำมันงา แล้วเติมผงพะโล้ลงไปผัดพอหอม นำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วลงผัด ปรุงรสด้วย ซอสปรุงรส น้ำตาล เกลือและพริกไทยป่น ให้ได้รสถูกใจ ต้องให้ออกเค็มสักหน่อยถึงจะดี เติมถั่วลิสงและกุ้งแห้งลงไป ผัดให้เข้ากันดี ปิดไฟ ยกลง นำมาห่อด้วยใบไผ่ที่เตรียมไว้ โดยม้วนใบไผ่ให้เป็นรูปกรวย ใส่ไข่แดงลงไปก่อน ตามด้วยหมู กุนเชียง เห็ดหอม เมล็ดบัว เกาลัด แป๊ะก๊วย ตามด้วยข้าวเหนียวที่ผัดไว้ลงไป 2 /3 ของกรวย แล้วใส่เผือก ปิดท้ายด้วยข้าวเหนียวอีกที ห่อเก็บมุมให้เรียบร้อย มัดด้วยเชือกกล้วยให้แน่น นำไปต้มหรือนึ่งประมาณ 20 - 30 นาที (แล้วแต่ขนาด) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 26 ก.พ. 2545 (01:35) อันนี้เกี๊ยวจะซ่าไม่ซ่าไม่รู้นะคะ พวกขนมจีบน่ะค่ะ แป้งห่อ แป้งสาลี ๓๐๐ กรัม น้ำเดือด ๑ ถ้วย เอาแป้งใส่ชาม ค่อยๆรินน้ำผสมและนวดให้เข้ากัน นวดต่อจนเนื้อแป้งเนียนเข้ากันดี คลึงเป็นท่อนหนาขนาดนิ้วหัวแม่มือ บิชิ้นขนาด ๑ นิ้ว คลึงเป็นก้อนกลม แล้วใช้ไม้คลึงเป็นแผ่นกลมๆบางๆ ไส้เนื้อ หมูบด ๑๕๐ กรัม เนื้ออกไก่ ๑๕๐ กรัม เนื้อกุ้งบด ๑๕๐ กรัม คื่นช่ายสับละเอียด ครึ่งถ้วย น้ำซุปไก่ ๓ ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา ๑ ๑/๒ ช้อนโต๊ะ ขิงสดสับละเอียด ๑ ชต ซีอิ๊วขาว ๑ ชต เกลือป่น ๑ ช้อนชา น้ำตาล ครึ่งช้อนชา น้ำมันพืชสำหรับผัด ๔ ช้อนโต๊ะ พริกไทย เหล้าจีน (rice wine) อย่างละนิดหน่อย สับเนื้อไก่ เติมเนื้อกุ้ง สับรวมกันให้ละเอียด ตามด้วยเครื่องปรุงที่เหลือ จนเข้ากันดี ไส้มังสะวิรัติ ching kang chai คงจะเป็น green mustard ผักใบเขียวไม่ทราบภาษาไทยเรียกอะไร ๓๐๐ กรัม หน่อไม้สุก ๓๐๐ กรัม เห็ดหอม ๓๗ กรัม เต้าหู้แข็ง ๑ ก้อน น้ำมันงา ๕ ชต เกลือป่น ครึ่งช้อนโต๊ะ พริกไทยตามชอบ เอาผักไปนึ่งให้สุก ปล่อยให้เย็น สับให้ละเอียด ผึ่งให้แห้งบีบน้ำออกบ้าง แช่เห็ดหอมในน้ำร้อนจนนิ่ม บีบให้สะเด็ดน้ำ ตัดก้านทิ้ง สับรวมกับหน่อไม้ บี้เต้าหู้ให้แตกหยาบๆ ตั้งกะทะใส่น้ำมันเจียวเห็ดหอมและหน่อไม้กับเต้าหู้ เกลือ พริกไทย จนหอม เอาลงปล่อยให้เย็น แล้วผสมผักให้เข้ากัน เอาแป้งห่อไส้จนหมด เอากะทะตั้งเตาใส่น้ำมันพืช ๔ ชต ใช้ไฟอ่อน ทอดสองนาที แล้วใส่น้ำให้ท่วมสัก ๑ ซม ปิดฝาเร่งไปกลางจนน้ำเดือดแห้งเกือบหมด เปิดฝา จะทอดอีกด้านให้เหลือง หรือจะพอแล้วก็ได้เพราะมันคงสุกพอแล้ว ทานกับน้ำจิ้ม น้ำสุก ๒ ชต ขิงสับละเอียด ๑ ชต น้ำส้มสายชู ๑ ชต เกลือ พริกไทยสักอย่างละหยิบมือ ผสมให้เข้ากัน แต่ดิฉันชอบน้ำจิ้มแบบ ผสมซีอิ๊วดำ สัก ๓~๔ ชต กับ ซีอิ๊วขาวอีกสัก ๑ ชต ใส่น้ำส้มพริกดอง ๒~๓ชต คนให้เข้ากัน ชิมรสดูตามชอบ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 26 ก.พ. 2545 (01:36) เอาของเก่าตั้งไว้ก่อนนะคะ แล้วจะหาสูตรมาเติมเรื่อยๆค่ะ ใครมีสูตรอะไรจะแบ่งกันบ้างก็เชิญเลยค่ะ ขอขอบคุณล่วงหน้านะคะ พี่หนิง (IP:64.81.37.247) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 26 ก.พ. 2545 (03:23) พี่พวงร้อยข่พี่ขยันทัอาหารจังเลยนะค่ะเนี่ย เสียดานนะคะเนี่นท ดิฉันเองไม่ค่อยชอบทําอาหารนะคะอยากจะทําอาหารเก่งแต่ว่าทํายังไงมันก็ไม่เป็นรูปสวยๆชะทีนะคะเลยหมดกําลังใจเลยที่จะทําค่ะ อยากจะสมัครเป็นลูกมือขักคนได้เปล่าค่ะ pepe(bardorl) (IP:213.224.83.102) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 26 ก.พ. 2545 (12:23) ขออนุาตเข้ามาเรียนทำอาหารด้วยคนนะคะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 26 ก.พ. 2545 (23:37) แอบมาเก็บสูตรค่ะ ขอบคุณค่ะพี่หนิง ATiTH (IP:146.57.7.39) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 27 ก.พ. 2545 (23:56) ขออนุญาตเพิ่มเติมเรื่องเกี๊ยวซ่านิดนึงนะคะ ตัวแป้งเวลาคลึงตรงกลางควรจะหนากว่ารอบนอกนิดนึงค่ะ เวลาห่อจะได้ไม่แตก วิธีการทำใส้อันนี้ได้เคล็ดลับมาจากเพื่อนชาวไต้หวัน เธอไปเรียนมาจากพ่อครัวคนจีนที่เกษียณแล้ว คือเวลาคนใส้แกจะใส่น้ำเย็นลงไป ของเราเอาน้ำซุปเข้าตู้เย็นก็ได้ค่ะ(ตามสูตรของพี่หนิงน่ะค่ะ) แล้วเอาตะเกียบหรือพายไม้คนไปในทางเดียวกัน อันนี้สำคัญมากนะคะ ใส้จะออกมาเนื้อเนียนนุ่มเหมือนที่ร้าน ควรจะหมักใส้ไว้สักพักด้วยนะคะ มิลิน (IP:208.150.59.130) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 28 ก.พ. 2545 (00:30) ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณมิลิน พวกเกี๊ยวซ่า ขนมจีบนี่ ทำทีต้องทำเยอะๆไม่งั้นไม่คุ้มแวลา เลยทำกันกัปร์ละครั้ง หุๆๆ กระทู้ที่นี่ไม่ตก จะอยู่ออนไลน์ตลอดเวลา ใครมีเคล็ดอะไรช่วยเสริมขะได้เก็บไว้เป็นวิทยาทานนานๆนะคะ พี่หนิง (IP:64.81.37.247) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 28 ก.พ. 2545 (16:08) มีไอเดียอีกอย่างหนึ่งค่ะ ที่ได้มาจากลุงป้าคู่นึงที่ชอบสะสมสูตรอาหารเก่าๆของชาวเอเชีย เพราะทั้งสองไปทำงานอยู่ในญี่ปุ่นกันสิบกว่าปี เค้าเป็นลุงป้าของเพื่อน ที่ไปแวะเยี่ยม คือเค้าเอารากบัวนะคะ ไม่ทราบในเมืองไทยหาได้รึเปล่า แต่ในร้านคนจีนที่อเมริกามีค่ะ เป็นหน้าๆ เอามาปอกเปลือก แล้วฝานเป็นแว่นหนาประมาณครึ่งเซ็นต์ แล้วเอาไส้เกี๊ยวซ่าแบบเนื้อโปะแว่นรากบัว กดๆให้มันเข้าไปในรูหน่อยจะได้ไม่หลุดง่าย แล้วเอาไปทอดน้ำมันท่วม เอาหน้าเนื้อลงน้ำมันก่อน พอสุกออกเกรียมๆนิดๆแล้วกลับทอดด้านล่าง เอาขึ้นวางบนกระดาษที่ซับน้ำมันได้ รากบัวกรอบๆกรุบๆหวานๆมันๆ กับไส้เกี๊ยว ผสานรสประสมสัมผัส กินแล้วมีความสุขมากค่ะ รับรองได้ หนิง (IP:64.81.37.247) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 28 ก.พ. 2545 (21:31) ด้วยความยินดีค่ะพี่หนิง ต้องขอขอบคุณพี่มากๆสำหรับสูตรอาหารน่าหม่ำทุกสูตรเลยค่ะ ลืมบอกอีกอย่างนึงค่ะ สำหรับคนชอบทานผัก เราสามารถใส่ผักกาดขาวสับละเอียดลงไปด้วยได้ เคล็ดลับที่จะไม่ให้ผักกาดคายน้ำออกมา ทำให้แป้งแฉะเวลาทอดคือ ใส่น้ำมันพืชประมาณ๑-๒ ช้อนโต๊ะแล้วแต่ปริมาณผัก แล้วหมักไว้ น้ำมันจะไปเคลือบผักทำให้ไม่คายน้ำออกมา แถวบ้านมีรากบัวขาย คราวหน้าต้องลองทำแล้วค่ะ ดูน่าอร่อยจัง มิลิน (IP:216.214.203.210) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 1 มี.ค. 2545 (08:29) อูย..ดีจัง นอกจากได้สูตรแล้วยังได้เคล็ดลับอีกต่างหาก เยี่ยมเลยค่ะ ขอบคุณทั้งคุณหนิงและคุณมิลินนะคะ SKY (IP:203.155.35.88) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 1 มี.ค. 2545 (13:55) แวะมาบอกพี่หนิงว่า วันก่อนลองอบหอยนางลมที่เหลืออยู่ ตามสูตรที่พี่บอก (มีดัดแปลงนิดหน่อย) อร่อยจริงๆคะ คุณริคชมเปราะเลย ปลื้มๆๆ เลยได้ที บอกไปว่าเนี่ยเห็นไหมผลดีของการเล่นเนท 555 เอื้องผึ้ง (IP:63.206.197.12) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 4 มี.ค. 2545 (04:42) ขอบคุณค่ะ สำหรับสศูตรและเคล็ดลับต่างๆ อ่านไปก็หิวไปน้อ เจ้าขา (IP:217.70.229.40) หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
![]() บทความแนะนำBlog แนะนำHot Linksขอบคุณผู้สนับสนุน |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |