คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
พระนักเทศน์
โพสต์เมื่อ: 00:08 วันที่ 13 ก.ค. 2545         ชมแล้ว: 3,085 ตอบแล้ว: 3
>ของแปลก
>แท๊กซี่บางคน อาตมานั่งไปด้วยแล้วรำคาญ มันขี้โมโห
หงุดหงิดทั้งวัน
>วันนั้นนั่งจากหมอชิตไปโรงพยาบาลศิริราช
มันด่าคนไปตลอดทาง
>ไอ้คนนั้นขับไม่ดีไอ้คนนี้เฮงซวยขับช้า
ไอ้บ้านี่ตัดหน้า
>ไอ้เปรตนี้หยุดไม่
>เปิดไฟเลี้ยว มันพูดแต่ว่าแปลกจริง.....แปลกจริง......
>แปลกจริงทางม้าลายมีไม่ข้าม...แปลกจริง
>เวลาจะเลี้ยวทำไมไม่เปิดไฟเลี้ยว..แปลกจริง
ที่ห้ามจอดดันทะลึ่งจอด
>อาตมาทนรำคาญไม่ไหว ใกล้ถึงศิริราชแล้ว อาตมาถามว่า
>คุณขับรถมากี่ปีแล้ว...หลายปีแล้วครับ
>ปี่หนึ่งๆมีคนมายั่วทำให้โกรธอย่างนี้บ่อยไหมครับ........

>บ่อยครับ..วันหนึ่งหลายสิบครั้ง...
>อาตมาก็เลยบอกว่า
มันมีบ่อยๆวันละหลายสิบครั้ง....มันจะแปลกยังไง
>ของแปลกมันต้องนานๆเกิดครั้งหนึ่ง
>วันนี้เกิดบ่อยๆ
>ยังตวาดอยู่ได้ว่าแปลกจริง...แปลกจริง...อยู่นั่นแหละ
>มันน่าจะบอกว่า เออ....ธรรมดาจริง..บ่อยจริงมากกว่า
>
>
>เทศน์ช้าไปหน่อย
>วันก่อนอาตมาไปเทศน์ในคุก......
>
>อาตมาบอกว่า..พวกเราที่มาติดอยู่ในคุกเนี่ย...เราไม่ได้ติดคนเดียวนะ..เรา

>เอาพ่อเอาแม่มาติดด้วย
>พ่อแม่ต้องลำบากตรากตรำ หาเงินมาซื้อข้าวปลาอาหาร
>ข้าวของเครื่องใช้
>และค่ารถค่าเดินทางที่จะมาเยี่ยมเราทุกอาทิตย์...
>และเรายังทำร้ายจิตใจท่าน
ให้ต้องทุกข์ทรมานตลอดเวลาจนกว่าเราจะพ้น
>โทษ นักโทษคนหนึ่งมันสำนึกบาป ร้องไห้โฮ อย่างไม่อายใคร

>ท่านทำไมเพิ่งจะมาเทศน์ตอนนี้
>ทำไมท่านไม่เทศน์ก่อนที่ผมจะทำชั่ว
>ไอ้พวกนี้..เวลามันทำชั่วทำอะไรไม่ดี
>มันโยนให้พระหมด อาตมาเทศน์มาตั้งนานแล้ว
โยมไปมุดหัวอยู่ที่ไหน
>ไม่มาฟังเอง.....
>
>
>คิดก่อนจึงทำ
>
>การให้ทาน...ตถาคตไม่สรรเสริญ...แต่ตถาคตสรรเสริญ..คนที่คิดใคร่ครวญดีแล้ว

>จึงให้... เพราะเมื่อใคร่ครวญแล้ว
>จะไม่มีใครเดือดร้อนจากการให้...
>ที่สุพรรณบุรี...มีอยู่ช่วงหนึ่ง
>พระพุทธรูปในวัดหายเป็นจำนวนมาก..หลายวัด...
>เสี่ยเจ้าของโรงสี..อดรนทนไม่ได้
>
>..หลวงพ่อครับ..ขโมยมันรบกวนพระเหลือเกิน...ผมสงสารท่าน....ผมขอถวายปืนให้

>ท่านกระบอกหนึ่ง
>
>มันโง่จริงๆไม่รู้เลยว่าอะไรควรถวายอะไรไม่ควรถวาย.....ตัวมันน่ะไม่เดือด

>ร้อน แต่พระน่ะ..ติดคุก
>
>
>โสเภณีที่รัก
>วันหนึ่งมีคนมานิมนต์ให้ไปเทศน์ให้โสเภณีฟัง
>ตั้งแต่บวชมา..เพิ่งจะเจอครั้งนี้แหละ...มันเทศน์ยากพิลึก

>พอไปถึงทุกคนมองพระเหมือนตัวประหลาด ...เ
ข้ามาทำไมวะเนี่ย
>พอนั่งปุ๊ป..มองไปรอบๆ..ไม่มีใครสนใจสักคน....
>คิดในใจว่า..จะเอาสูตรไหนมาเทศน์สู้กับมันดีวะเนี่ย
.....
>ทำใจดีสู้เสือ..เริ่มต้นคำแรกว่า....
>"สวัสดีน้องหญิงผู้มีวาสนาสูง.."
>ได้ผลแฮะ...ได้ผลดีเกินคาด ทุกคนหันมามอง
>ตั้งใจฟังหูผึ่งว่าพระจะพูดอะไรต่อ....
>ได้โอกาส..พระเลยปล่อยไม้เด็ดเลย
>สวัสดีน้องหญิงผู้มีวาสนาสูง..ผู้ขายของเก่ากินโดยไม่ต้องลงทุน

>
>เมื่อน้องหญิงอยู่ที่บ้าน.....คนทั่วไปจะเรียกน้องหญิงอย่างยกย่องว่า..

>กุลสตรี.ยกย่องว่าเป็น เพศแม่
>แต่พอน้องหญิงมาอยู่ในสถานที่อย่างนี้ ความเป็นกุลสตรี
>ความสูงส่งของเพศแม่
>มันถูกทำลายไป
>เขาเรียกน้องหญิงว่า...อีตัว....(อันนี้เซ็นเซอร์หรือเปล่าหวา)

>เวลาเขาจะหาความสุขจากเรือนร่างเธอ..เขามารับเธอไป..เขาไม่ได้พูดให้เกียรติ

>เธอ เลย...
>แทนที่เขาจะบอกว่า..มาเชิญเธอไป..เขากับใช้คำว่า..หิ้วไป

>
>ใช้คำว่า..หิ้ว...เห็นเราเหมือนเป็ดเหมือนไก่..ไม่ให้เกียรติเราเลย...

>
>เราน่าจะกลับไปอยู่บ้าน...ใช้ชีวิตทำมาหากินเหมือนเดิม..ถึงแม้จะไม่ร่ำรวย

>แต่ เราก็อยู่อย่างมีเกียรติ...
>ทุกคนนั่งนิ่ง..ทำตาแดงๆ
>
>เป็นโอกาสดีของพระแล้วที่จะดึงเธอมาเป็นพวก..จึงสนทนาสอบถามเพื่อผ่อนคลาย

>บรรยากาศ
น้องหญิงหลายคนสักตุ๊กแกไว้ที่ต้นแขน..สักทำไมหรือ..
>
>อ๋อ..เวลาผู้ชายมาใช้บริการ...จะได้จับผู้ชายให้ติด...เพราะตุ๊กแกขามัน

>เหนียวเ กาะแน่น..แกะไม่หลุด
>โอ..หลักการดี..อาตมาเลยแกล้งหยอกไปว่า...
>
>ตุ๊กแกมันเกาะแต่ผู้ชายอย่างเดียวหรือ...มันเกาะเอาซุปเปอร์โกโนเลียมาด้วย

>หรือ เปล่า......
> ทุกคนเงียบกริบ
>รอยยิ้มเริ่มหายไป...บรรยากาศชักไม่น่าลงทุนแล้ว....
>อาตมาเลยถามต่อ.....
>
>
อ้าว..แล้วบางคนที่สักขอกับเคียวไว้ที่ต้นแขนละ....มีความหมายว่า

>อย่างไร
>แล้วที่แขนน้องหญิงสักรูปขอกับเคียวเอาไว้หมายความว่าอย่างไร

>ก็เอาไว้เกี่ยวสตางค์จากกระเป๋าคนมาเที่ยวไง เจ้าคะ..
>
>เออ..คนเรานี่มันโง่ดี..ถ้าสักขอกับเคียวแล้วมันเกี่ยวสตางค์ได้จริง...คน

>ไทยทั้งประเทศไม่ต้องมัวเหนื่อยไปทำมาหากินหรอก.
>.สักขอกับเคียวไห้เต็มตัวก็รวยแล้ว
>
>
>ล้างแค้น...
> มือปืนเมืองเพชร...เมาแอ๋เข้ามาหาพระ
>มันชูปืนขึ้น..แล้วเดินเป๋
>เข้ามา หลวงพี่เห็นชายอาการท่าทางเมาเดินควงปืนมาแต่ไกล

>หลวงพี่ก็เลยโดดหลบเข้าข้างเสา
เพราะพระก็เสียวเป็นเหมือนกัน...
> มันบอกว่า..หลวงพี่ต้องเป็นพยานให้ผมด้วย...
>
......ไอ้แคล้วมันฆ่าพ่อผมตาย..ผมขอสาบานต่อหน้าพระว่า..

>ผมจะต้องล้างแค้น ให้พ่อผมให้ได้...
>ถ้าผมฆ่าไอ้แคล้วไม่ได้..ชีวิตนี้นอนตาไม่หลับ
>หลวงพี่โผล่ออกมาจากเสา..แล้วบอกว่า..สาธุ..ขออนุโมทนาบุญกับ

>โยมด้วยที่คิดจะล้างแค้น
คนทั้งศาลาหันมามองหน้าพระเป็นตาเดียว...
> โธ่...ก็มันถือปืนส่ายอยู่อย่างนั้น
>จะให้พระทำยังไง...น่าจะเห็นใจพระบ้างนะ..
>อาตมาก็พูดกับมือปืนต่อว่า....
>ล้าง..หมายถึง..ทำให้สะอาด
>
>การล้างแค้นเป็นเรื่องดีเรามีความแค้น...แสดงว่า..ความแค้นมันมาเปื้อนจิตใจ

>เรา..
>การล้างแค้น...คือ
>ล้างที่จิตใจของเราให้สะอาด..ให้ความแค้นมันหมดไปจากใจเรา...

>
>การไปยิงเขาตายอีก...เป็นการเพิ่มความแค้น....ลูกหลานเขาก็ตามจะมายิงมาฆ่า

>เราอีก..วนเวียน อย่างนี้ไม่จบสิ้น
>การล้างแค้น..จึงเป็นการอโหสิกรรม..หมดเวร
>หมดกรรม อาตมาจึงขออนุโมทนาบุญกับโยมด้วย...
พูดเสร็จพระก็หลบไปยืน
>บังเสาไว้ พระไม่กลัวมันหรอก..แต่พระไม่ประมาท
>
>
>ใส่บาตรวันเกิด
>เหล้ากินเข้าไปแล้วก็ขาดสติ...มีเรื่องเล่าว่า
>
>วันเกิดของผู้ใหญ่ท่านหนึ่งกลางคืนเลี้ยงฉลองร่ำสุรากันเต็มที่..เมาแประ..

>รุ่งเช้าอยากใส่บาตร
>ทำบุญเอาฤกษ์ ขณะตักข้าวจะใส่บาตร ด้วยความเมาทำข้าวหก
>หมาก็วิ่งกรูกันเข้ามาแย่งกันกินข้าว กัดกันเจี๊ยวจ้าว
>พันแข้งพันขาจนเดิน
>ไม่ได้..
>
ด้วยความโมโห..เงื้อเท้าเตะหมาเต็มแรง...หมามันก็หลบทัน
>แต่พระหลบไม่ทัน โดนหน้าแข้งเต็มๆ
>ทั้งๆที่ไม่ได้ร่วมแย่งข้าวด้วยสักหน่อย
>ขณะใส่บาตร..รู้สึกว่ากับข้าวที่เตรียมไว้
ไม่พอดีกับพระ
>แกตะโกนเรียกหลานลั่นเลย....
> "อีหนู เอาปลาทูมาอีกสององค์ วันนี้พระมาสี่ตัว..."
> เหล้ามันทำให้คนกิน..ไม่เป็นผู้เป็นคน..พูดผิด..คิดผิด

>ยายหนู เอาปลาทูมาให้ลุงอีก 2 องค์ซิ บังเอิญพระมา 4
ตัว้
>....เอ เอากับเค้าซิ
รู้ว่ากินเหล้าเข้าไปแล้วทำอะไรผิดๆ
>เพราะสติมันไม่อยู่กับตัว
แล้วยังจะกินมันอยู่อีกหรือ........
>
>
>เจ๊กหมดทุนเจ๊กหมดทุน.....
> มีชายคนหนึ่งอยู่สุไหงโกลก..ชื่ออาฮัง..
>อาฮังหรือ..เจ๊กฮัง..ค้าขายขาดทุนปีเดียวสามสี่แสนบาท....

>มีชาวจีนคนนึงชื่ออาฮัง ลงทุนทำกิจการอะไรก็ขาดทุน
>พอขาดทุนทีไม่เป็นอันทำ
>มาหากินเลย.
>ครั้งสุดท้ายขาดทุนสี่แสนก็มานั่งทำท่าเหมือนลิงป่วย.....หมดแรง...

>หมดอาลัย ตายอยาก....
>พูดพร่ำอยู่คำเดียวทั้งวัน...อั๊วขาดทุนหมดแล้ว..
>อั๊วขาดทุนหมดแล้วจนญาติๆ ระอา ไม่รู้จะทำอย่างไร
>เลยหามมาส่งที่วัดสวนโมกข์...
> อาตมาอยู่สวนโมกข์ได้ 7ปี พอดี
>ปรากฏว่า..มันก็มานั่งที่ตรงหินโค้ง...
>นั่งเป็นทุกข์ในท่าเจ๊กหมดทุนท่า
>เดิม..นั่งบ่น..อั๊วเจ๊งหมดแล้ว..อั๊วขาดทุนหมดแล้ว........

> อาจารย์พุทธทาสก็เลยเข้าไปถามว่า....
> ฮัง...ลื้อขาดทุนแน่หรือ....
>
>
แน่ซิครับ...สี่แสนปีเดียวหมดเกลี้ยง..ผมขาดทุนย่อยยับหมดเลย....

> คิดให้ดี...ขาดทุนจริงๆนะเหรอ....
> จริงซิครับ...อย่ามาถามยั่วโทสะผมนะ......
> อาจารย์พุทธทาสก็เลยถามต่อว่า...โยมอาฮัง...
> อาตมาเห็นเลยเข้าไปพูดด้วย
>
>
ที่ลื้อบ่นขาดทุน..ขาดทุนนี่..ลื้อเกิดมาลื้อมีทุนติดตัวมาเท่าไร.......วัน

> ที่ลื้อเกิดมานะ
>
>
อาฮังนั่งคิดอยู่พักหนึ่ง..เอ๊ะ..ใครมันจะไปดึงทุนออกมาจากท้องแม่ได้ในวัน

> เกิดนะ
> พระนี่ถามอะไรแปลกๆ...
> อาฮังตอบว่า ..ไม่มี..
>
อาจารย์พุทธทาสท่านก็ถามต่อ...เดี๋ยวนี้หม้อหุงข้าวลื้อมีไหม....

> หม้อหุงข้าวมี..
> เสื้อผัามีใส่ไหม...
> มี...
> บ้านมีอยู่ไหม....
> มี...
> ถามอะไรต่อมิอะไร..มันก็ตอบว่า..มีๆๆ...
> อาจารย์พุทธทาสท่านจึงบอกว่า
>..อาฮัง...ลื้อไม่ได้ขาดทุนหรอกลื้อมีลลื้อลื้
>อาตมาถามต่อ.........ตัวมีเสื้อผ้าติดมาด้วยหรือเปล่า
> มีบ้านช่องอย่างนี้ไหม
> อาฮังได้คิด ตอบว่าไม่มี เกิดมาก็มาตัวเปล่า
> อาตมาจึงบอกว่าเกิดมาแต่ตัว
> ที่มีติดตัวอยู่ทุกวันนี้ลื้อว่าขาดทุนอีกหรือ
> ลื้อคิดซิว่า ลื้อไม่ได้ขาดทุนหรอก
> เพียงแต่กำไรมันลดลงไปนิดหน่อยเท่า
> นั้น.
>
>
>คุณพระช่วยด้วย
>
>พวกเราชอบอ้อนวอน..ชอบบนบานศาลกล่าวกันจนเคย....โดยเฉพาะผู้หญิงขอให้พระ

>ช่วยจนติดปากเกิดมีอะไรขึ้น..หรือตกใจอะไร..จะต้องร้องว่า

>"คุณพระช่วย"..ทุกครั้ง...
> วันหนึ่ง..อาซิ้มนั่งขายของอยู่ในร้าน
>
...หน้าร้านมีคนมาทำความสะอาดท่อ..แล้วเปิดฝาท่อทิ้งไว้
> ผู้ญิงคนหนึ่งเดินตกท่อ..แล้วตะโกนว่า
"ว้ายคุณพระช่วย"
>
อาซิ้มหัวเราะตัวงอ..แล้วเดินออกมาหาหญิงผู้เคราะห์ร้าย
> พระช่วยลื้อไม่ล่ายหรอก..เพราะเมื่อเช้านี้พระก็ตก


เปี้ยว เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1204 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 175 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 3 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 12 ก.ค. 2545 (19:21)
เรื่องนี้เยี่ยมไปเลย

LS (IP:210.203.184.41)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 14 ก.ค. 2545 (00:08)
ลงทะเบียนอ่าน สาธุ ขอบคุณครับ

(IP:161.200.255.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 25 เม.ย. 2549 (14:18)
สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
jakkapan_tong@hotmail.com (IP:203.170.228.172,,)

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.