|
เทศกาลในฤดูหนาว (ธ.ค.-ก.พ.) 14 ธ.ค.
โพสต์เมื่อ:
15:45 วันที่ 22 ม.ค. 2550 ชมแล้ว:
735 ตอบแล้ว:
0
เทศกาลในฤดูหนาว (ธ.ค.-ก.พ.) 14 ธ.ค. เทศกาลงิชิไซ (Gishi Sai) เพื่อรำลึกถึงโรนิง ผู้มีชื่อเสียง 47 คน โดยศพของโรนิงทั้งหมดนี้ฝังอยู่ที่วัดเซ็งงะคุจิ(Sen-gakuji) จึงมีพิธีจัดขึ้นที่วัดนี้เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมในวันเดียวกันนี้เมื่อปี 1702 ที่พวกเขาได้แก้แค้นให้อาจารย์ที่เสียชีวิตและได้ฆ่าตัวเองตายในเวลาต่อมา
15-18 ธ.ค. เทศกาลอองมัตสึริ ของศาลเจ้าคะซูกะ ในเมืองนารา 17-19 ธ.ค. เทศกาลโทริ โนะ อิจิ วัดอะซะคุซะคันนอน ในโตเกียว 31 ธ.ค. เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ในเที่ยงคืนของวันที่ 31 วัดทุกแห่งในญี่ปุ่นจะพากันตีระฆัง 108 ครั้ง และอนุญาตให้ประชาชนไปตีระฆังตามวัดได้ด้วย เพื่อเป็นการส่งท้ายปีเก่าที่กำลังจะผ่านไป 1-3 ม.ค. เทศกาลปีใหม่ เป็นการต้อนรับสิ่งใหม่ๆที่กำลังจะเข้ามาเริ่มตั้งแต่วันที่ 1-7 มกราคม หลายที่จะจัดงานเฉลิมฉลองมีการจุดพลุอย่างสวยงาม รอนับเวลาเพื่อย่างเข้าสู่ปีใหม่ร่วมกัน ช่วงนี้จะเป็นเทศกาลที่มีการหยุดงานทุกอย่างติดต่อกันหลายวันทั้งราชการ เอกชนและโรงเรียนต่างหยุดทำการ เพื่อให้ได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ การต้อนรับเทศกาลปีใหม่จะเริ่มตั้งแต่ปลายปีโดยแต่ละครอบครัวจะทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ทั้งภายในภายนอก และเตรียมทำอาหารที่ใช้ทานในช่วงเทศกาล คือโมจิ(mochi)และอาหารปีใหม่ที่เรียกว่า โอะเสะจิ(osechi) เพื่อที่พอถึงเทศกาลจะไม่มีการจุดเตาในครัวอีกแม่บ้านก็จะได้หยุดพักกันหลังจากต้องเหน็ดเหนื่อยในการดูแลบ้านและปรนนิบัติสามี เรียกได้ว่าพักผ่อนกันเต็มที่จริงๆ ในคืนส่งท้ายปีเก่าจะมีธรรมเนียมรับประทานเส้นโซบะ(soba) ซึ่งมีความหมายให้มีชีวิตที่ยืนยาวเหมือนเส้นโซบะ เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนย่างเข้าสู่วันที่ 1 ผู้คนจะพากันไปวัดหรือศาลเจ้าด้วยชุดกิโมโน เพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และขอพร เพื่อความเป็นมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว ชาวญี่ปุ่นจะมีความผูกพันกับวัดเป็นอย่างมากจะเห็นว่าหลายเทศกาลจะมีพิธีการเกี่ยวข้องกับวัด วัดจึงยังคงเป็นศูนย์รวมทางวัฒนธรรมจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงการไปเยี่ยมเยียนสวัสดีปีใหม่ยังบ้านญาติผู้ใหญ่และผู้มีอุปการะคุณ หรือจะเลือกส่งเป็นบัตรอวยพรปีใหม่แทนการไปอวยพรด้วยตัวเองก็เป็นที่นิยมเช่นกัน กลาง ม.ค. เทศกาลแข่งขันซูโม่ ครั้งที่ 1 ในโตเกียว เป็นฤดูกาลแรกของการแข่งขันกีฬาซูโม่ ซี่งจัดว่าเป็นกีฬาประจำชาติและเป็นกีฬายอดนิยมมันแสดงถึงจิตวิญญาณประจำชาติและพละกำลังอันมหาศาล กีฬาซูโม่จัดขึ้นปีละ 6 ครั้งโดยแต่ละครั้งใช้เวลาในการแข่งนานสองสัปดาห์ ส่วนสถานที่จัดแข่งจะแบ่งเป็น 2 ที่ คือ จัดที่โคคุงิคัง(Kokugikan)อยู่ที่โตเกียว 3 ครั้ง และจัดที่เรียวโงะคุ(Ryogoku)ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของโตเกียวอีก 3 ครั้ง การแข่งขันในโคกุงิคัง (Kokugikan) จัดขึ้นในเดือนมกราคม,พฤษภาคม และกันยายน นักปล้ำทุกคนต้องลงแข่งทุกวันเป็นเวลาสองอาทิตย์ ผู้ชนะจะได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลจากองค์จักรพรรดิ เงินรางวัลและอาหารอย่างมโหราฬ เรียกได้ว่าอยู่ได้อย่างสบายไปอีกนาน ต้น ก.พ. เทศกาลหิมะ ที่เมืองซัปโปโรบนเกาะฮ็อกไกโดที่มีชื่อที่สุดในญี่ปุ่น มีรูปแกะสลักหิมะและน้ำแข็งอันมหึมาต่างๆมากมาย ต้น-กลาง ก.พ. เทศกาลหิมะ ที่อะซะฮิคะวะ อะบะชิริและเมืองอื่นๆในฮ็อกไกโด 3-4 ก.พ. เทศกาลเซ็ตสึบุน (Setsubun Matsuri) มีการซัดถั่วแดงอะซุกิ(Azuki) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี เพื่อขับไล่สิ่งอัปมงคลออกจากบ้าน ในขณะทำพิธีซัดถั่วออกมาจากในบ้านจะตะโกนว่า โอนิ วะโซโตะ แปลว่า สิ่งอัปมงคลทั้งหลายจงออกไป และจะซัดถั่วจากข้างนอกเข้าไปในบ้าน และตะโกนว่า ฟุกุ สะ อุจิ แปลว่า ความเป็นสิริมงคลจงเข้ามา ซึ่งมีการจัดพิธีนี้ตามวัดและศาลเจ้าด้วย 3-4 ก.พ. เทศกาลแห่โคม ของศาลเจ้าคะซุกะ ในเมืองนารา 15-16 ก.พ. เทศกาลกระท่อมหิมะ (Kamakura Matsuri) ของเมืองโยโคเทะ ในอะคิตะ เสาร์ที่ 3 ของ ก.พ. เทศกาลเปลือย (Hadaka Matsuri) ที่วัดไซไดหยิ ในเมืองโอคะยะมะ ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม
|